รายงานซึ่งถูกเผยแพร่โดย edX เมื่อประมาณเดือนเมษายน 2014 ได้ให้คำแนะนำสำหรับการประยุกต์ใช้ในทางปฏิบัติสำหรับผู้ที่เป็นส่วนหนึ่งของทีมออกแบบ MOOC คอร์สออนไลน์ หรือสำหรับผู้ที่สนใจในการผลิตวีดีโอเพื่อการสอน ซึ่งติดตามได้จากข้างล่าง

รายงานนั้นเป็นผลงานของ Guo Kim และ Rubin ตั้งใจวิเคราะห์การเข้าไปมีส่วนร่วมของนักเรียน (students' engagement) กับวีดีโอการบรรยาย (lecture videos) ซึ่งรวบรวมข้อมูลจากมากกว่า 6.9 ล้าน ช่วงเวลาดูวีดีโอ (video watching sessions) จาก 4 คอร์สของ edX การศึกษานี้ได้ให้ความหมายของการเข้าไปมีส่วนร่วมของนักเรียนดังนี้

1. ระยะเวลาของการเข้าไปมีส่วนร่วม คือ ระยะเวลาที่นักเรียนใช้วีดีโอ ความหมายนี้เหมือนกับที่ใช้กับ YouTube ถึงอย่างไรก็ตามนักวิจัยยอมรับข้อจำกัดของการเข้าไปมีส่วนร่วมซึ่งถูกประเมินจากมุมมองหนึ่งมิตินี้

2. ความพยายามในการแก้ปัญหาหรือตอบคำถาม เกือบจะหนึ่งในสามของวีดีโอจาก 4 คอร์สนั้นมีคำถามเพื่อการประเมินต่อจากวีดีโอ โดยปกติเป็นคำถามมีคำตอบเป็นตัวเลือกให้ตอบ (multiple-choice question) ซึ่งออกแบบมาเพื่อตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียนเกี่ยวกับเนื้อหาของวีดีโอ นักวิจัยบันทึกว่านักเรียนมีความพยายามตอบคำถามภายใน 30 นาทีหลังจากดูวีดีโอหรือไม่

ชนิดของวีดีโอสำหรับ MOOCs

การบรรยาย (lectures) สามารถแบ่งเป็น 2 ชนิดหลักสำหรับการศึกษานี้ (ซึ่งพบได้ใน MOOCs ส่วนใหญ่) 1. วีดีโอการบรรยาย (lecture videos) เพื่อถ่ายทอดเนื้อหาซึ่งนำเสนอโดยผู้สอนหรือผู้เชี่ยวชาญ 2. tutorial/demonstration เป็นการดำเนินการแก้ปัญหาทีละขั้น พบตามปกติในคอร์สทางวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ซึ่งคอร์สประกอบด้วยแนวคิดทางคณิตศาสตร์ หรือคอร์สทางวิทยาศาสตร์ซึ่งมีการสาธิตการทดลอง

รูปแบบของการผลิตวีดีโอ

เพื่อการวิเคราะห์ นักวิจัยได้แบ่งวีดีโอซึ่งถูกทดสอบในการศึกษานี้โดยใช้ 6 รูปแบบการผลิตวีดีโอหลัก ซึ่งได้สรุปไว้ด้านล่าง

1. รูปแบบวีดีโอแบบบรรยาย (lecture-style video formats)

   - ผู้สอนมีหรือไม่มีการนำเสนอด้วยสไลด์: โดยมีผู้สอนกำลังบรรยายมีหรือไม่มีการนำเสนอด้วยสไลด์ PowerPoint สไลด์ถูกแทรกเข้าไปกับผู้สอนโดยตลอด มีเสียงประกอบในขณะสไลด์ถูกแสดง
   - สถานที่เป็นที่ทำงาน: ถ่ายทำภาพในระยะใกล้ของผู้สอนในที่ทำงาน โดยที่ผู้สอนพูดโดยตรงกับกล้อง
   - สถานที่เป็นห้องเรียน: วีดีโอจับภาพจากการบรรยายสดในชั้นเรียน
   - สถานที่เป็นสตูดิโอ: ผู้สอนถูกบันทึกภาพในสตูดิโอโดยไม่มีผู้ฟัง โดยที่พูดโดยตรงกับกล้อง

2. รูปแบบวีดีโอแบบ tutorial/demonstration

   - ภาพในวีดีโอ (video screencast): ผู้สอนกำลังสาธิตแนวคิด เช่น กำลังเขียน code ในตัวแก้ไขข้อความ (writing code in a text editor) หรือ command-line prompt (ในกรณีของคอร์สทางวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์) โดยใช้ spreadsheet หรือเอกสาร
   - ผู้สอนกำลังวาดด้วยมือบน digital tablet โดยใช้โปรแกรม ซึ่งเป็นรูปแบบที่ทำให้เป็นที่นิยมโดยวีดีโอของ Khan Academy

รูปแบบอื่นๆ ที่ไม่ได้กล่าวถึงในการศึกษานี้

   - ผู้สอนกำลังสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญหรือผู้พูดรับเชิญอีกคน
   - ผู้สอนกำลังบรรยายในสถานที่หนึ่งซึ่งเกี่ยวข้องกับคอร์ส ตัวอย่างเช่น นักนิเวศวิทยากำลังบรรยายที่ชายหาด นักประวัติศาสตร์ทางศิลปะในพิพิธภัณฑ์
   - การอภิปรายของผู้เชี่ยวชาญในหัวข้อที่จำเพาะที่เกี่ยวกับคอร์ส

จะใช้รูปแบบไหน ปัจจัยหลักซึ่งบ่งบอกรูปแบบไหนที่จะใช้คือ วัตถุประสงค์ของ MOOC หรือคอร์ส และเนื้อหาของคอร์ส ปัจจัยต่อมาคือ จำนวนของทรัพยากร (ดอลลาร์) ที่มีสำหรับการผลิตวีดีโอ ซึ่งเป็นตัวบอกอุปกรณ์ โปรแกรม หรือฮาร์ดแวร์แบบไหนจะใช้สำหรับการผลิตวีดีโอ สิ่งสำคัญคือจำนวนของทรัพยากรที่ลงทุนในการผลิตวีดีโอไม่บอกการเรียนรู้ของนักเรียนจะเป็นเท่าไรหรืออัตราความสำเร็จของ MOOC

การค้นพบที่สำคัญจากการศึกษานี้

- วีดีโอที่สั้นกว่าดึงดูดมากกว่า ระดับการเข้าไปมีส่วนร่วมของนักเรียนลดลงอย่างมากหลังจาก 6 นาที
- รูปแบบการเข้าไปมีส่วนร่วมแตกต่างระหว่าง 2 รูปแบบของวีดีโอนั้น การเข้าไปมีส่วนร่วมสูงกว่ากับวีดีโอแบบบรรยาย (lecture style videos) ซึ่งนักวิจัยแนะนำเนื่องจากให้ความรู้สึกที่ใกล้ชิดและเป็นกันเองมากกว่า
- ผู้สอน MOOC หลายคน ซึ่งถูกสัมภาษณ์ในการศึกษานี้รู้สึกชอบรูปแบบการบรรยายในชั้นเรียนมากกว่า อย่างไรก็ตามรูปแบบนี้ไม่สามารถถ่ายทอดได้ดีออนไลน์ แม้แต่ข้อผิดพลาดจำนวนมากจะพบได้ในสตูดิโอ
- สำหรับวีดีโอแบบ tutorial/demonstration รูปแบบ Khan ซึ่งผู้สอนวาดบน tablet พบว่าดึงดูดนักเรียนได้ดีกว่า screen casts เหตุผลคือ ผู้สอนสามารถวางตัวเองในระดับเดียวกับนักเรียน
- ผู้ผลิตวีดีโอและทีมออกแบบ edX ระบุว่าการวางแผนก่อนการผลิตมีผลกระทบมากที่สุดต่อผลการเข้าไปมีส่วนร่วมของวีดีโอ นักวิจัยใช้กลุ่มข้อมูลจากการศึกษานี้เพื่อทดสอบความคิดนี้

ข้อควรปฏิบัติสำหรับทีมออกแบบคอร์ส

1. กำหนดชนิดและรูปแบบสำหรับแต่ละวีดีโอโดยใช้วัตถุประสงค์ของคอร์สและงบประมาณ วางแผนแต่ละการบรรยายสำหรับรูปแบบ MOOC นั้นและนักเรียน พิจารณาเกี่ยวกับลิขสิทธิ์สำหรับรูปภาพที่ใช้ในวีดีโอและสไลด์ วางแผนล่วงหน้าโดยเลือกรูปภาพที่เหมาะสม ไม่มีลิขสิทธิ์ระหว่างช่วงการวางแผน
2. ต้องมีช่วงการวางแผนก่อนการผลิต แตกเนื้อหาของคอร์สเป็นส่วนๆ โดยใช้ 6 นาทีต่อวีดีโอเป็นแนวทาง กำหนดจุดประสงค์และเนื้อหาสำคัญเพื่อสื่อสารสำหรับแต่ละการบรรยายโดยวีดีโอ (video lecture) เขียน script สำหรับแต่ละรูปแบบวีดีโอการบรรยาย (lecture video) และให้ผู้สอนฝึกก่อนการถ่ายทำ ช่วยลดเวลาการถ่ายทำและการแก้ไข
3. สำหรับวีดีโอ tutorial/demonstration ใส่การเคลื่อนไหวและภาพต่อเนื่องไปยัง tutorials พร้อมด้วยการพูดที่ไม่ได้เตรียม เพื่อว่านักเรียนสามารถติดตามกระบวนการคิดของผู้สอน วางภาพคร่าวๆ ของวีดีโอไว้ล่วงหน้า ไม่ใช่ script ที่สมบูรณ์เพื่ออ่านคำต่อคำ
4. ทำให้วีดีโอให้ความรู้สึกที่เป็นกันเองมากขึ้น พยายามถ่ายทำในสถานที่ที่ไม่เป็นทางการ (เช่น ที่ทำงานของผู้สอน) ซึ่งผู้สอนสามารถส่ง eye contact ได้ดี นอกจากนี้ยังทำให้เกิดค่าใช้จ่ายน้อยกว่าและอาจจะมีประสิทธิภาพมากกว่าสตูดิโอแบบมืออาชีพ ฝึกผู้สอนให้ใช้เรื่องราวที่ตลกและเป็นกันเองและสื่อสารความตั้งใจในโอกาสที่เหมาะสม

ที่มา: (2014, April 28). MOOC Design Tips: Maximizing the Value of Video Lectures. Retrieved July 28, 2015, from https://onlinelearninginsights.wordpress.com/2014/04/28/mooc-design-tips-maximizing-the-value-of-video-lectures/
 

MTEC
BIOTEC
NECTEC
NANOTEC

tsp

AIMI

nctc

ฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ

 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป