สรุปรายละเอียดงานสัมมนา WEBPRESSO จิบกาแฟคนทำเว็บ หัวข้อ “Web Trend 2015”

วันเสาร์ที่ 24 มกราคม 2558 เวลา 12.00 - 17.00 ณ CP Tower ห้อง 1102  ชั้น 11

 

รูปแบบโครงสร้างเว็บ

  • การเข้าถึงเว็บ ตอนนี้เว็บที่มีชื่อเสียง การเข้าดูเว็บจาก Mobile มีสถิติสูงกว่า Desktop ขึ้นเรื่อยๆ เป็นเหมือนกันทุกๆเว็บ
  • อุปกรณ์ Moblie ราคาถูกลง หาซื้อได้ง่ายขึ้น การเข้าเว็บผ่าน Mobile ทำได้ง่าย และจะได้รับความนิยมสูงขึ้นต่อไปอีก
  • จำเป็นมาก ต้องทำเว็บให้รองรับ mobile เช่น ทำเป็น app (ทำยาก แพง) , จัดทำ Mobile Site , เป็นเว็บแบบ Responsive
  • การที่รู้ Location ของ user จะมีคุณค่าต่อโฆษณาเป็นอย่างมาก
  • เว็บสมัยใหม่ จะต้องเชื่อม API กับ Social Network ให้ได้เยอะที่สุด
  • ออกแบบเว็บแบบ Responsive จำเป็นที่จะต้องสร้างรูป Thumbnail เตรียมไว้หลายขนาด เพื่อใช้ในอุปกรณ์หลากหลายไซส์
  • CMS หลายตัว ที่ทำมาในรูปแบบ Responsive อยู่แล้ว

 

ผลกระทบจาก Facebook

  • Facebook ปรับลดการแสดงผลแบบ Organic Reach (การเข้าถึงเนื้อหาโดยที่ไม่ได้จ่ายเงิน) จาก 12% เหลือแค่ 6% เท่านั้น ซึ่งเป็นตัวเลขที่น้อยมาก
  • ใครที่ขายของผ่าน Fanpage จำเป็นจะต้องจ่ายเงิน เพื่อที่จะให้สินค้าได้เข้าถึงลูกค้าได้ ไม่อย่างั้นแทบจะไม่ได้ผลใดๆ
  • จำเป็นจะต้องมีปฏิสัมพันธ์กับลูกเพจบ่อย FB จะประเมินว่ามีความสนิทกัน และจะทำให้การกระจายข่าวเป็นไปด้วยดี
  • การที่ Facebook บังคับให้ใช้ชื่อจริง นามสกุลจริง เพราะ ต้องการให้เป็นเหมือนบัตรประชาชน Online การต่อยอดของ Website โดยใช้ facebook เป็น Single Sign on โดยใช้ API ในการสมัครสมาชิก จะถูกบีบบังคับให้ทุก Website ต้องทำตามเป็นมาตราฐาน

 

Marketing

  • ปีก่อนๆ จะมีโฆษณาจากเว็บนึง ตามไปอีกเว็บนึงได้ (Re-Targeting )
  • ตอนนี้ banner สามารถเปลี่ยนรูปแบบ ตามพฤติกรรมของเราได้อีก เช่น ถ้าเราไม่สนใจ Banner จะเปลี่ยนเป็น Promotion แทน
  • Location ของ user ทำให้มีผลต่อการเลือกสินค้าไปแสดงให้เห็นมากขึ้น เช่น โซนหนาวใช้ครีมบำรุง โซนร้อนใช้ครีมกันแดด
  • Email Marketing กลับมาอีกครั้ง เพราะไม่เสียค่าใช้จ่าย ไม่ต้องจ่ายเงินให้ FB แต่เปลี่ยนรูปแบบจากการส่งกระจายให้สมาชิกทุกคน เปลี่ยนเป็นเลือกส่งให้ลูกค้าที่มีแนวโน้มที่สนใจเท่านั้น
  • รูปสินค้าที่ใช้ จะต้องถ่ายเอง ซึ่งมีผลกับการขาย ปรับแต่งรูปโดยใช้ lightbox ส่วนรูปที่เราถ่ายควรมีการจัดวางที่ดีด้วย มี background เพื่อให้รูปดูดีขึ้น ถ้าขายเสื้อผ้า ควรถ่ายกับนางแบบตัวจริง
  • สินค้าแฟชั่น สามารถลงภาพสวยๆ ขายใน Instagram ได้ , ถ้าเป็นสินค้าทั่วไปยังลงขายที่ FB fanpage ได้อยู่
  • ฐานลูกค้าอยู่ยุโรปหรือฝั่งอเมริกา การใช้ Pinterest ช่วยเพิ่มช่องทางในการนำเสนอสินค้าได้ดีกว่า
  • สินค้าทำมือ ลองไปขายใน etsy.com เว็บขายสินค้าด้าน Hand Made โดยเฉพาะ
  • หากขายสินค้าทาง Social Media จำเป็นจะต้องใช้ Social Media Monitoring Tools เพื่อวิเคราะห์ถึงสิ่งที่ผู้คนพูดถึงสินค้าเรา
  • การจ้าง บ. เพื่อวิเคราะห์ Big Data จะมีความจำเป็นต่อ Brand มากขึ้น บ. ใหญ่ๆ เริ่มใช้บริการ Social Monitoring เพื่อที่จะรู้ได้ทันถึงสิ่งที่คนพูดถึง brand ของเรา สามารถปรับกลยุทธ์ได้ทันก่อนที่จะเสียหายมากขึ้น

 

ข้อมูล การนำเสนอ

  • แนวทางการทำ Content ที่เปลี่ยนไป การพาดหัว เนื้อหาข่าว จะต้องกระชับ สั้น เร้าใจ ชวนอ่าน
  • ภาพ Thumbnail ที่สวย ทำให้คนเข้าอ่านมากขึ้นด้วย
  • การอ่าน Content จะมีระบบแนะนำ Related Post มากขึ้น หรือเนื้อหาที่เกี่ยวข้องที่เก่งขึ้นมา หากผู้อ่านชอบอ่านเรื่องสไตล์นี้บ่อยๆ จะนำเสนอแต่ข่าวและเนื้อหาในแบบนี้ โดยอัตโนมัติ
  • การรีวิวสินค้า ทำให้คนติดตามมากขึ้นอย่างรวดเร็ว  หากแต่ว่า Blogger ที่รับเงินจากแบรนด์จะยังสามารถเชื่อถืออยู่ได้หรือเปล่า เป็นสิ่งที่ Blogger ต้อง Balance ให้ดี
  • แนวใหม่ ไม่ได้เป็นการรีวิวสินค้า แต่เป็นการแกะกล่องสินค้าให้ดู (ธุรกิจหนังสือในปีนี้ คนอ่านน้อยลง มีการอ่านในเว็บมากขึ้น ต้องมีการหารูปแบบในการยอมให้ลูกค้ารับเข้ามา อาจมี subscription เข้าถึงเนื้อหา การมีโฆษณาแนบมา
  • Blogger มีทั้งแบบหน้าตาดี (เน็ตไอดอล ดารา) กับกลุ่มที่มีความเชี่ยวชาญมากในด้านใดด้านหนึ่ง
  • การรีวิวบางอย่างที่อาจไม่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญ เช่น (unboxing ) มีผู้ติดตามมากขึ้นเรื่อยๆ
  • การอัพบล็อกของ blogger มีการอัพบล็อกน้อยลง ใช้ social network อย่างเดียว เพราะใน Social Network นั้นมีการเข้าถึงมากกว่า

 

ตลาด E-Commerce

  • มีผู้นำสินค้าเข้ามาขายออนไลน์กันอย่างมาก แทบทุกอย่างจะมีขายออนไลน์ การแข่งขันสูงมาก
  • การซื้อขายออนไลน์ นิยมชำระเงินทาง ATM และโอนเงิน online
  • การทำให้ชำระเงินได้ง่าย เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ขายสินค้าได้มากขึ้น
  • Mobile Operator ทั้ง 3 เจ้า ทำ App เพื่อรองรับการจ่ายเงินออนไลน์หมดทุกเจ้าแล้วเช่น AIS mPay , dtac Paysbuy , TrueMoney Wallet โดยเฉพาะของ True สามารถเติมเงินเข้าไปในระบบแล้วสามารถที่จะสร้างบัตรเครดิต Mastercard จำลองขึ้นมา เพื่อเอาเลขบัตรเครดิตไปซื้อของออนไลน์ได้เลย
  • ตลาด E-Commerce ที่จีน แข่งขันกันสูงมากกว่าบ้านเรา ตอนนี้แข่งกันไปถึงเรื่องส่งของเร็ว โดยแข่งกันถึงระดับวัดกันเป็นชั่วโมงเลยทีเดียว และเปิดตลาดการขายของออนไลน์แบบใหม่นั่นก็คือสินค้า Super Market เช่น หมู เนื้อ ผัก ผลไม้ แชมพู สบู่ ยาสีฟัน โดยที่การส่งเร็วที่สุดใช้เวลาไม่เกิน 3 ชั่วโมง
  • เทคนิคการส่งของให้เร็วของจีน คือ จะมีโกดังย่อยอยู่ตามเขตต่างๆ หากมีคนสั่งซื้อของมา สามารถส่งมอเตอร์ไซค์ไปส่งของได้เลย
  • ระบบการทำร้านค้าออนไลน์ของคนไทยยังทำกันง่ายๆ โดยใช้ LINE หรือ Facebook Page หรือ Instagram ซื้อขายโอนเงินกันปกติ โดยไม่มีการเก็บฐานข้อมูล แต่ถ้ามีฐานข้อมูลลูกค้ามาทำ CRM จะช่วยทำให้เราวิเคราะห์สถิติการซื้อได้แม่นยำมากขึ้น เช่นซื้อกี่ครั้ง ครั้งละกี่บาท ถ้าซื้อบ่อยเราก็สามารถดูแลแบบ Exclusive ได้
  • การชำระเงินที่นิยมมากขึ้น คือการชำระเงินเมื่อสินค้าถูกส่งถึงมือแล้ว (Cash On Delivery ) ไม่ต้องเสี่ยงกับความเสียหายแล้วต้องขอเงินคืนหรือว่ารอส่งให้ใหม่ หรือไม่รับผิดชอบไปเลย
  • การได้ Blogger หรือคนมีชื่อเสียง (Net idol หรือ ดารา)มารีวิวสินค้า จะทำให้สินค้าขายดีขึ้น
  • เซอร์วิส Web Compare การเปรียบเทียบราคาของสินค้า จะดังเพราะ e-commerce ในไทย สิ่งที่สำคัญคือ การใช้เครื่องมือให้มีประโยชน์ มีบริการรอบด้าน มี design ที่ดี มีการบ่งบอกตัวตนของเรา ยกตัวอย่าง T-mall ในจีน เป็นตัวอย่างเว็บมอลล์ที่มีสเกลของที่มาก

 

ผู้พัฒนา

  • โปรแกรมเมอร์รุ่นใหม่ เขียนโปรแกรมได้น้อยลง 
  • โปรแกรมเมอร์ นอกจากเขียนโปรแกรมเป็น จำเป็นต้องรู้จักพวก Webserver ให้ได้ด้วย
  • โปรแกรมเมอร์ต้องเรียนรู้เรื่องของการทำ Scale Out / Scale Up ระบบที่ตัวเองเขียนในกรณีที่เว็บมีการเติบโตขึ้นอย่างมาก
  • เงินเดือนด้านไอที มีแนวโน้มสูงขึ้น ในตอนนี้ตลาดกำลังต้องการ Programmer สูง ซึ่งในการเลือกนั้น ต้องดูทักษะ เสร็จเร็ว ทำแล้วมีปัญหาน้อย
  • การหันไปใช้ cloud ของต่างประเทศ เป็นตัวเลือกที่นิยมมากขึ้น
  • กาใช้ Tools ในการพัมนา จะมีส่วนมากขึ้น เช่น ด้าน Colloboration ก็ลองใช้ Zoho / Zimbra ด้าน CRM ก็มี Vtiger CRM , Sugar CRM , Salesforce
  • หากใช้ CMS ในการพัฒนา การซื้อ Theme ที่  themeforest.net ได้รับความนิยมมาก และมีขายไปจนถึง Template Email / Landing Page ด้วย
  • ผู้ที่ถนัดการออกแบบ สามารถหารายได้ผ่าน themeforest.net ได้เป็นอย่างดี

 

เรื่องอื่นๆ

  • การรับชม Video จะเติบโตขึ้นตามความเร็วของ Internet จะได้รับความนิยมมากขึ้น
  • Wearable Device จะยังมีออกมาเรื่อยๆ แต่คงไม่มาก ยังไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร
  • Baidu ถูกหยิบยกมาเป็นประเด็นในการเสวนา ซึ่งจริงๆ เขาทำมาอาจไม่เหมาะกับเรา และจริงๆ Hao123 เป็น Web Portal แต่ไม่เหมาะกับไทย
 

รับชมย้อนหลัง

 

ผู้ร่วมเสวนา

1.  สาขา Web Marketing คุณศิวัตร เชาวรียวงษ์ / CEO บริษัท mInteraction

2.  สาขา Web Content คุณจักรพงษ์ คงมาลัย  / Head of Content Business Sanook Online

3.  สาขา Web Developer คุณอัครวุฒิ ตำราเรียง  / CEO บริษัท Marvelic Engine

4.  สาขา Web Design คุณณิชา จุฑาศิริวงศ์  / LnwShop co-founder

 

พิธีกร

1. คุณศุภเดช สุทธิพงศ์คณาสัย 

2. คุณจิรัสย์ พิพัฒน์วศิน 

MTEC
BIOTEC
NECTEC
NANOTEC

tsp

AIMI

nctc

ผลงานวิจัยพร้อมถ่ายทอด

ฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ

 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป