ลิขสิทธิ์ (Copyright) ในผลงานและเนื้อหาที่แบ่งปันและเรียนรู้ผ่านหลักสูตรออนไลน์ระบบเปิดที่รองรับการเรียนจำนวนมาก หรือ MOOC (Massive Open Online Course) คือหนึ่งในประเด็นสำคัญที่ผู้แบ่งปันผลงานและเนื้อหาเพื่อพัฒนา MOOC ควรตระหนัก เช่นเดียวกับ University of Colorado

U. of Colorado ส่งเสริมและสนับสนุนให้บุคลากรแบ่งปันผลงานและเนื้อหาเพื่อพัฒนา MOOC เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการแบ่งปันความรู้และการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันทางมหาวิทยาลัยก็ตระหนักถึงความจำเป็นในการเคารพต่อผลประโยชน์ของผู้ถือสิทธิ์ในผลงานและเนื้อหาที่จะนำมาพัฒนา MOOC จึงได้จัดทำเอกสารแนะนำเพื่อเพิ่มความเข้าใจเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ในผลงานและเนื้อหาที่บุคลากรสามารถนำเข้าไว้ใน MOOC 

 

ผลงานและเนื้อหาที่สามารถนำมารวมเข้าไว้ใน MOOC 

 

ผลงานที่บุคลากรเป็นผู้สร้างสรรค์และเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในผลงานนั้น และ ผลงานตีพิมพ์ที่บุคลากรเป็นผู้สร้างสรรค์ เช่น บทความวารสารหรือเนื้อหาที่ตีพิมพ์เป็นบทในหนังสือ ซึ่งบุคลากรยังคงมีสิทธิ์ในการผลิตซ้ำและจัดจำหน่ายผลงานตีพิมพ์นั้น

บุคลากรสามารถใช้สื่อที่ตนเองเป็นผู้สร้างสรรค์และเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในสื่อดังกล่าวอย่างเสรี เช่น บันทึก สื่อการบรรยาย คู่มือการสอน และแบบทดสอบ เป็นต้น หากบุคลากรสนใจและต้องการใช้ผลงานและเนื้อหาของตนเองซึ่งได้รับการตีพิมพ์ โดยไม่ได้ตีพิมพ์ด้วยตนเอง บุคลากรจะต้องตรวจสอบข้อตกลงในการตีพิมพ์กับผู้เกี่ยวข้องเพื่อให้แน่ใจว่าบุคลากรยังคงมีสิทธิ์ในผลงานดังกล่าว

 

รายการ (Item) ที่เผยแพร่และสามารถใช้ประโยชน์บนเว็บไซต์ซึ่งถูกต้องตามกฎหมายและสามารถลิงค์ถึง

บุคลากรไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์เมื่อลิงค์ (Link) ไปยังรายการที่เผยแพร่และสามารถใช้ประโยชน์ได้บนเว็บไซต์โดยถูกต้องตามกฎหมาย เช่น บทความข่าว Blog ผลงานต้นฉบับ บันทึกเสียงและวิดีโอ ตลอดจนไฟล์สิ่งพิมพ์และไฟล์มีเดียที่เก็บไว้ในคลังความรู้ของหน่วยงาน (Institutional repository) และคลังจดหมายเหตุดิจิทัล 

 

สื่อที่ไม่มีลิขสิทธิ์คุ้มครอง รวมถึงสื่อและผลงานภายใต้โดเมนสาธารณะและสิ่งพิมพ์ของรัฐบาลสหรัฐฯ

ผลงานใดๆ ที่ตีพิมพ์ก่อนปี ค.ศ. 1923 ซึ่งอยู่ภายใต้โดเมนสาธารณะ สามารถแบ่งปันกับผู้อื่นได้อย่างเสรีโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ ขณะที่ผลงานจำนวนมากที่ถูกสร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1923 ถึง 1978 ยังคงได้รับการคุ้มครองภายใต้กฎหมายลิขสิทธิ์ การตรวจสอบสถานะภาพทางลิขสิทธิ์ของผลงานที่ตีพิมพ์ในช่วงระยะเวลานี้อาจเป็นเรื่องยาก เมื่อมีความสงสัยในสถานะภาพทางลิขสิทธิ์ของผลงานดังกล่าว สิ่งที่ดีที่สุดคือการตระหนักและดำเนินการกับผลงานดังกล่าวราวกับว่ามันได้รับการคุ้มครองอย่างเต็มที่ภายใต้กฎหมายลิขสิทธิ์

 

ผลงานที่สร้างสรรค์โดยรัฐบาลสหรัฐฯ

ผลงานที่ผลิตขึ้นโดยรัฐบาลสหรัฐฯ ไม่ได้รับการคุ้มครองทางลิขสิทธิ์ อย่างไรก็ตามผลงานนั้นสามารถมีลิขสิทธิ์ ซึ่งผู้ใช้จะต้องระมัดระวัง เช่น ข้อความ รูปภาพ และแผนภูมิตารางที่ถูกสร้างขึ้นโดยบุคลากรในบริษัทเอกชนที่ถูกว่าจ้าง กล่าวคือ ผลงานที่ได้รับทุนจากเงินอุดหนุนของรัฐบาลอาจได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายลิขสิทธิ์ถ้าผลงานดังกล่าวถูกสร้างขึ้นโดยบุคลากรในบริษัทเอกชนที่ถูกว่าจ้าง หากไม่แน่ใจเกี่ยวกับสถานะภาพลิขสิทธิ์ของผลงานดังกล่าว ควรติดต่อผู้เขียนหรือหน่วยงานที่ผลิตผลงานดังกล่าวเพื่อความชัดเจน กฎหมายของรัฐและท้องถิ่นและการตัดสินใจของศาลอยู่ภายใต้โดเมนสาธารณะ รัฐบาลบางรัฐและบางท้องถิ่นเลือกที่จะเผยแพร่ผลงานของตนเองในโดเมนสาธารณะ เช่นเดียวกับผลงานที่สร้างสรรค์โดยรัฐบาลสหรัฐฯ คือ หากไม่แน่ใจเกี่ยวกับสถานะภาพลิขสิทธิ์ของผลงานดังกล่าว ควรติดต่อผู้เขียนหรือหน่วยงานที่ผลิตผลงานดังกล่าวเพื่อความชัดเจน

 

ผลงานภายใต้ Open Access และ Creative Commons ซึ่งให้สิทธิ์ในการเผยแพร่

  • ผลงานทางวิชาการภายใต้ Open Access (OA) ส่วนใหญ่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อให้ผู้อื่นสามารถใช้ประโยชน์ได้ในรูปแบบดิจิทัล ออนไลน์ ไม่เสียค่าใช้จ่าย และปลอดจากข้อกำหนดส่วนใหญ่ในการอนุญาตและลิขสิทธิ์ ผลงาน OA ส่วนมากอนุญาตให้ผู้ใช้สามารถแบ่งปันผลงานดังกล่าวแก่ผู้อื่น ตราบใดที่มีการอ้างอิงแหล่งที่มา อย่างไรก็ตามก่อนที่จะใช้ OA ควรตรวจสอบเงื่อนไขการอนุญาต
  • ผลงานภายใต้ Creative Commons ผลงานหลากหลายประเภทอยู่ภายใต้ Creative Commons เช่น วิดีโอ เพลง ภาพ วรรณกรรม และโค้ดคอมพิวเตอร์ ในการใช้งานควรพิจารณาเงื่อนไขการอนุญาต คือ
    • อ้างอิงแหล่งที่มา (CC-BY)
    • อ้างอิงแหล่งที่มา ให้อนุญาตต่อไปแบบเดียวกัน (CC-BY-SA)
    • อ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลง (CC-BY-ND)
    • อ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า (CC-BY-NC)
    • อ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า และให้อนุญาตต่อไปแบบเดียวกัน (CC-BY-NC-SA)
    • อ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า และห้ามดัดแปลง (CC-BY-NC-ND)

 

สื่อภายใต้การใช้ลิขสิทธิ์ของผู้อื่นโดยชอบ (Fair use) ของ the U.S. Copyright Act (17 U.S.C. § 107)

Fair use มีปรากฏในพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ของสหรัฐฯ (the U.S. Copyright Act, 17 U.S.C. § 107) อนุญาตให้ผู้สนใจสามารถใช้ผลงานที่มีลิทสิทธิ์โดยไม่ต้องได้รับอนุญาตเมื่อผู้ใช้เกี่ยวข้องกับกิจกรรมนั้นๆ เช่น การเรียนการสอน และการวิจัย การตัดสินใจและพิจารณาเกี่ยวกับ Fair use เกี่ยวข้องกับ 4 ปัจจัย ที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติฯ ปัจจัยดังกล่าว ได้แก่

  • วัตถุประสงค์และลักษณะของการใช้งาน กล่าวคือ การใช้งานดังกล่าวเป็นการใช้งานเพื่อผลประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือเพื่อการศึกษาที่ไม่แสวงหากำไร;
  • ลักษณะของผลงานที่มีลิขสิทธิ์;
  • ปริมาณและข้อเท็จจริงของเนื้อหาในผลงานที่นำมาใช้เมื่อเปรียบเทียบกับผลงานที่มีลิขสิทธิ์ทั้งหมด; และ
  • ผลกระทบของการใช้บนมูลค่าของหรือตลาดที่อาจเกิดขึ้นได้ต่อผลงานที่มีลิขสิทธิ์นั้นๆ
  1. Fair use และสื่อการบรรยาย การผสมผสานสื่อของบุคคลที่สามภายใต้ปริมาณที่จำกัดเพื่อผลิตสื่อการบรรยายหรือสไลด์การนำเสนอภายใต้ Fair use สามารถทำได้ เช่น
  • การอ้างถึงข้อความหรือคำพูดขนาดสั้นจากวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาของหลักสูตรของบุคลากรที่สร้าง MOOC
  • ภาพ แผนภูมิ กราฟตัวเลข ภาพประกอบ และภาพอื่นๆ ที่บุคลากรต้องการแสดงความคิดเห็นหรือวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการบรรยายของบุคลากรที่สร้าง MOOC
  • ภาพยนต์หรือคลิปเสียงขนาดสั้น ควรจะระมัดระวังเกี่ยวกับปริมาณการใช้ โดยควรใช้ในปริมาณเท่าที่จำเป็นในการแสดงความคิดเห็นหรือวิพากษ์วิจารณ์ภาพยนต์หรือคลิปเสียงนั้นโดยตรง  

สื่อการบรรยายซึ่งไม่เข้าข่ายลักษณะ Fair use ข้อความขนาดยาวที่คัดลอกมาโดยตรง การใช้ภาพ แผนภูมิ กราฟตัวเลข ภาพประกอบ และภาพอื่นๆ จำนวนมาก จากแหล่งหนึ่งแหล่งใดโดยเฉพาะ วิดีโอและคลิปเสียงที่นำมาใช้โดยไม่มีการแสดงความเห็นและวิพากษ์วิจารณ์ รวมถึง คำคม ข้อความ ภาพหรือเนื้อหาอื่น ๆ ซึ่งไม่ได้เป็นสิ่งจำเป็นในหลักสูตรการเรียนการสอนของบุคลากรที่สร้าง MOOC หากต้องการที่จะใช้สื่อเหล่านี้ในการบรรยาย อาจจะต้องได้รับการอนุญาตในการใช้งาน

  1. Fair use และงานที่มอบหมายในหลักสูตร (Course assignments) การเผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์สำหรับ Course assignments ไม่น่าจะได้รับการคุ้มครองภายใต้ Fair use โดยมีคำแนะนำว่าให้เจ้าของหลักสูตรกำหนดเอกสารเพื่ออ่านประกอบการเรียนการสอนที่สามารถใช้ร่วมกันได้อย่างอิสระ หรือเป็น OA 

 

ผลงานที่มีลิขสิทธิ์คุ้มครอง แต่บุคลากรได้รับอนุญาตในการใช้ผลงานนั้น

หากผลงานที่ต้องการใช้อยู่นอกเหนือขอบเขตของ Fair use ผู้ใช้สามารถดำเนินการเพื่อขอรับการอนุญาตในการใช้งานจากเจ้าของสิทธิ์ โดยมีขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สรุปสิ่งที่ต้องการจะใช้งาน ระบุเจ้าของหรือผู้ถือสิทธิ์ และติดต่อกับเจ้าของหรือผู้ถือสิทธิ์นั้นในการอนุญาตเพื่อใช้งาน

 

การขออนุญาตเพื่อการใช้งานผลงานที่มีลิขสิทธิ์คุ้มครอง ควรจะทำเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อความชัดเจน เช่น อีเมล  นอกจากนี้การสื่อสารของผู้ขอใช้ผลงานสามารถนำมาใช้เพื่อการอ้างอิงถึงหากเกิดกรณีข้อพิพาทเกี่ยวกับการการใช้งานระหว่างเจ้าของหรือผู้ถือสิทธิ์กับผู้ใช้ ข้อมูลที่คุณควรจะรวมอยู่ในคำขออนุญาตเพื่อการใช้งาน ได้แก่

  • ชื่อและตำแหน่งของผู้ขอใช้ผลงาน
  • ชื่อของสถาบันหรือหน่วยงานของผู้ขอใช้ผลงาน
  • ข้อมูลที่อยู่เพื่อการติดต่อของผู้ขอใช้ผลงาน 
  • รายการอ้างอิงฉบับเต็มของรายการผลงานที่ต้องการใช้
  • คำอธิบายที่ครบถ้วนสมบูรณ์และถูกต้องเกี่ยวกับการใช้งานผลงานดังกล่าวใน MOOC ของผู้ขอใช้ผลงาน(เช่น ใช้เพื่อเป็นเอกสารอ่านเพิ่มเติม หรือเอกสารจำเป็นที่ต้องอ่าน หรือรวมเข้าไว้ในการบรรยาย)

 

ในการดำเนินงานเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนเกี่ยวกับเรื่องของ Copyright และ MOOC ยังมีบุคลากรจากหน่วยงานอื่นๆ ภายในมหาวิทยาลัยที่ทำงานร่วมกัน คือ บุคลากรของ the Copyright Education Initiative Office บุคลากรของ ห้องสมุด รวมถึงที่ปรึกษาทางกฎหมายของมหาวิทยาลัย เพื่อช่วยเหลือและตอบข้อซักถามในข้อประเด็นเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ในผลงานและเนื้อหาที่จะนำมารวมเข้าไว้ใน MOOC

 

ที่ของเอกสาร:

University of Colorado. (2014). CU MOOC Copyright Guideline. Retrieved February 5, 2015, from https://library.auraria.edu/sites/default/files/cu_mooc_copyrightguidelines_v11.pdf

MTEC
BIOTEC
NECTEC
NANOTEC

tsp

AIMI

nctc

ผลงานวิจัยพร้อมถ่ายทอด

ฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ

 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป