จริงหรือหิ่งห้อยเรืองแสงตอนกลางวัน? การเรืองแสงของหิ่งห้อยนำไปใช้ตรวจคราบเลือดได้อย่างไร? ส่วนประกอบจากต้นกล้วยใช้แยกน้ำกับน้ำมันได้จริงหรือไม่? สุดเจ๋ง! ใช้ปลาเป็นต้นแบบสร้างหุ่นยนต์สอดแนม? ทั้งหมดนี้คือบางส่วนของกิจกรรมที่นักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์และคณะครูกว่า 600 ชีวิต จาก 15 เขตเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และ 1 เขตเศรษฐกิจรับเชิญได้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันใน เทศกาลวิทยาศาสตร์เยาวชนเอเปค ครั้งที่ 4 หรือ The 4th APEC Youth Science Festival : 4th AYSF 2011 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 20-26 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยครั้งนี้ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพการจัดงาน ภายใต้การดำเนินงานของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และมีสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เป็นหนึ่งในหน่วยงานร่วมการจัดงาน

ดร.อ้อมใจ ไทรเมฆ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า เทศกาลนี้จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ จากธรรมชาติสู่เทคโนโลยี  From Nature to Technology โดยหวังจะให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ความอัจฉริยะของธรรมชาติ ใช้ธรรมชาติเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อมนุษย์ และสร้างความสมดุลกับสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงมหาวิทยาลัยอีกหลายแห่ง โดยทำการจัดค่ายวิทยาศาสตร์ 9 ค่าย ได้แก่ ค่ายบัว ค่ายกล้วย ค่ายหุ่นยนต์ปลา ค่ายนักสืบสิ่งมีชีวิตเปล่งแสง ค่ายความหลากหลายทางชีวภาพ ค่ายมหัศจรรย์พลังงานปรมาณู ค่ายโอริงามิ ค่ายจรวดขวดน้ำ ค่ายสร้างกล้องดูดาว ซึ่งเนื้อหาในค่ายส่วนใหญ่เด็กๆ จะได้เรียนรู้ถึงความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ได้เรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านการทดลองและลงมือทำ รวมทั้งยังมีการสอดแทรกด้านวัฒนธรรมและภูมิปัญญาของคนไทยไว้ด้วย

ตัวอย่าง ค่ายกล้วย ได้รู้จักกับต้นกล้วยชนิดต่างๆ การใช้ประโยชน์จากกล้วย อาทิเช่น การนำใบตองมาทำเป็นบรรจุภัณฑ์ใส่อาหาร สนุกกับการทดลองวิทยาศาสตร์ด้วยการใช้ส่วนประกอบจากต้นกล้วยแยกน้ำมันออกจากน้ำ ค่ายนักสืบสิ่งมีชีวิตเปล่งแสง เด็กๆ ได้ทดลองสวมบทบาทการเป็นนักสืบ และใช้สารเรืองแสงติดตามรอยคราบเลือดเพื่อหาผู้ร้าย

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเรียนรู้นอกสถานที่อย่าง ค่ายหุ่นยนต์ปลา โดยเดินทางไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำสยามโอเชี่ยนเวิลด์ เพื่อศึกษาลักษณะรูปร่าง การเคลื่อนไหว ความโดดเด่นของปลา แล้วนำมาประยุกต์ต่อยอดทางด้านเทคโนโลยีประดิษฐ์หุ่นยนต์ปลาที่เคลื่อนไหวได้จริง พร้อมกันนี้ยังมี ค่ายความหลากหลายทางชีวภาพ ที่ได้ออกไปศึกษาธรรมชาติจากผืนป่าดิบแล้งอันอุดมสมบูรณ์ ณ สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช จ.นครราชสีมา เป็นต้น

Mr. Jun Ha Park นักเรียน Korea Science Academy of KAIST จากสาธารณรัฐเกาหลี เผยว่า เป็นประสบการณ์ที่ดีมาก นอกจากจะพบเจอเพื่อนใหม่ๆ จากหลายประเทศแล้ว ยังทำให้ค้นพบว่าวิทยาศาสตร์สามารถนำไปใช้ในชีวิตจริงได้อย่างไร "กิจกรรมที่ประทับใจมาก คือ นักสืบสิ่งมีชีวิตเปล่งแสง ที่ได้สวมบทบาทนักสืบนิติวิทยาศาสตร์ ได้ใช้สารลูมินอล ซึ่งเป็นสารเคมีที่มีกระบวนการทำงานเช่นเดียวกับโปรตีนเรืองแสงในสิ่งมีชีวิต มาติดตามพิสูจน์รอยคราบเลือด โดยสารดังกล่าวเป็นสารที่ตำรวจใช้ในการตามหาร่องรอยในคดีการฆาตกรรมจริงๆ ซึ่งน่าอัศจรรย์มาก ทำให้เราเห็นจริงๆ ว่า วิทยาศาสตร์เชื่อมโยงกับชีวิตของเราได้อย่างไร เป็นไอเดียใหม่ๆ ให้เรานำไปใช้พัฒนาต่อยอดงานวิจัยที่ทำอยู่" คล้ายๆ กับ Ms. Minuoja Chandramohan นักเรียนจาก Cole Marguerite-De Lajemmerais ประเทศแคนาดา ที่ชื่นชอบค่ายนักสืบสิ่งมีชีวิตเปล่งแสงเช่นกัน เพราะไม่เคยเห็นหิ่งห้อยมาก่อน

"ดร.อัญชนา ท่านเจริญ ได้นำหิ่งห้อยจริงๆ มาให้ดู ก็รู้สึกตื่นเต้นมาก ชอบ เวลากะพริบแสงสวย น่ารัก และที่รู้สึกทึ่งมากๆ คือ ปกติหิ่งห้อยจะกะพริบแสงตอนกลางคืน แต่นักวิทยาศาสตร์ท่านนี้สามารถปรับเวลา หลอกพวกมันให้เปลี่ยนมากะพริบแสงในช่วงกลางวันได้ น่าสนใจมากว่าพวกมันเปล่งแสงออกมาได้อย่างไร และทำไมจึงปรับเปลี่ยนช่วงเวลาการกะพริบแสงได้เช่นนี้"

ด้าน Ms. Caroline Leach นักเรียนจาก Nowra Anglican College ประเทศออสเตรเลีย บอก ประทับใจค่ายกล้วยเป็นพิเศษ เพราะไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีกล้วยหลากหลายสายพันธุ์ขนาดนี้ และทุกส่วนของต้นกล้วยนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างมหาศาล สุดท้ายตัวแทนเยาวชนไทยอย่าง ภาราดา พีรชัยเดโช นักเรียนโรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย จังหวัดนครปฐม กล่าวว่า รู้สึกดีที่ได้ทำหน้าที่เป็นเจ้าบ้านในการดูแลและทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อน ๆ "มีหลายกิจกรรมที่ชอบ โดยเฉพาะค่ายจรวดขวดน้ำ ได้เรียนรู้เรื่องการสร้างจรวด การปล่อยจรวด ซึ่งได้ทดลองปล่อยจรวดขวดน้ำ ซึ่งบินไปได้สูงมาก สนุกมากค่ะ และชอบค่ายโอริงามิ เมื่อก่อนพับกระดาษได้แค่ 2 มิติ เป็นเครื่องบิน เป็นเรือ ไม่ได้เอามาใช้งานได้ แต่ครั้งนี้ได้ลองพับเป็นกล่องที่นำมาใช้งานได้หลายรูปแบบ และยังมีพี่ปอม (เอกสิทธิ์ เข้มงวด) นักพับกระดาษชื่อดัง มาสอนพับไดโนเสาร์ ซึ่งทำให้เรารู้จักวิธีการที่จะสร้างสรรค์การพับกระดาษรูปแบบใหม่ๆ และระหว่างการพับก็ได้เรียนรู้คณิตศาสตร์ เช่นการพับกระดาษให้เท่ากันแบบสมมาตรด้วย"

ที่มา: ศูนย์สื่อสารวิทยาศาสตร์ไทย สวทช. หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ. คอลัมน์ Young society. ฉบับวันพุธที่ 7 กันยายน 2554

MTEC
BIOTEC
NECTEC
NANOTEC

tsp

AIMI

nctc

ผลงานวิจัยพร้อมถ่ายทอด

ฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ

 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป