สาเหตุหรือปัจจัยที่ทำให้พื้นที่ต่างๆมีความอ่อนไหว หรือมีความเสี่ยงต่อการเกิดดินถล่ม แบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่

  1. สาเหตุตามธรรมชาติ
  2. สาเหตุจากการกระทำของมนุษย์
สาเหตุตามธรรมชาติ
  • ความแข็งแรงของดิน
  • โครงสร้างของแผ่นดิน ความแตกต่างกันของชั้นดินที่น้ำซืมผ่านได้ กับชั้นที่น้ำซึมผ่านไม่ได้ ที่จะทำให้น้ำขังใต้ดินมากจนดินเหลวบนที่ลาดเอียง ทำให้เกิดการไหลได้
  • ความลาดเอียงของพื้นที่
  • ปริมาณน้ำฝน มีฝนตกมากเป็นเวลานานๆ (มากกว่า 100 มิลลิเมตรต่อวัน)
  • ฤดูกาล
  • ต้นไม้ถูกทำลายโดยไฟป่าหรือความแล้ง
  • แผ่นดินไหว
  • คลื่นสึนามิ
  • ภูเขาไฟระเบิด
  • การเปลี่ยนแปลงของน้ำใต้ดิน
  • การสึกกร่อนของชั้นหินใต้ดิน
  • การกัดเซาะของฝั่งแม่น้ำ ฝั่งทะเล และไหล่ทวีป
สาเหตุจากการกระทำของมนุษย์
  • การขุดดินบริเวณไหล่เขา ลาดเขาหรือเชิงเขา เพื่อการเกษตร การสร้างถนน การขยายที่ราบในการพัฒนาที่ดิน การทำเหมือง เป็นต้น
  • การดูดทรายจากแม่น้ำ หรือบนแผ่นดิน
  • การขุดดินลึกๆ เพื่อการก่อสร้างห้องใต้ดินของอาคาร
  • การบดอัดที่ดิน เพื่อการก่อสร้าง ทำให้เกิดการเคลื่อนของดินในบริเวณใกล้เคียง
  • การสูบน้ำใต้ดิน น้ำบาดาล ที่มากเกินไป หรือการอัดน้ำลงใต้ดิน
  • การถมดิน เพื่อการก่อสร้าง ทำให้เพิ่มน้ำหนักบนภูเขา หรือสันเขา
  • การตัดไม้ทำลายป่า เพื่อขยายพื้นที่การเพาะปลูก
  • การทำอ่างเก็บน้ำ ซึ่งเป็นการเพิ่มน้ำหนักบนภูเขา และทำให้น้ำซึมลงใต้ดินมากจนเกินสมดุล
  • การเปลี่ยนแปลงทางน้ำธรรมชาติ ทำให้ระบบน้ำใต้ดินเสียสมดุล
  • น้ำทิ้งจากอาคาร บ้านเรือน สวนสาธรณะ
  • การกระเทือนต่างๆ เช่น การระเบิดหิน
การเตรียมพร้อมและการป้องกัน

ก่อนเกิดเหตุ ก่อนเกิดเหตุให้สังเกตว่า

  • มีฝนตกหนักถึงหนักมาก (มากกว่า 100 มิลลิเมตรต่อวัน)
  • ระดับน้ำในห้วยสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • น้ำในลำห้วยขุ่นมาก หรือมีสีแดงขุ่น แสดงว่าจะมีตะกอนไหลมาตามลาดเขา
  • เวลาฝนตกนานๆ มีเสียงดัง อื้ออึง ผิดปกติดังมาจากภูเขาและลำห้วย

ระหว่างเกิดเหตุ

  • ถ้าฝนตกหนักแบบไม่หยุดติดต่อกันหลายวัน ดินบนภูเขาอาจถล่ม ควรอพยพ หรือให้หนีไปอยู่ที่สูงๆ และรีบแจ้งเรื่องให้ทราบทั่วกันโดยเร็ว
  • ถ้าพลัดตกไปในกระแสน้ำห้ามว่ายน้ำหนีเป็นอันขาด เพราะอาจจะโดนซากต้นไม้ หรือก้อนหินที่ไหลมากับโคลนกระแทกจนตายได้ และหาต้นไม้ใหญ่ที่ใกล้ที่สุดเกาะไว้แล้วปีนหนีน้ำให้ได้
หลังเกิดเหตุ
  • อย่าปลูกสร้างอาคารบ้านเรือน ขวางทางน้ำหรือใกล้ลำห้วยมากเกินไป
  • อย่าตัดไม้ทำลายป่า และช่วยกันปลูกต้นไม้เพื่อช่วยดูดซับน้ำ
  • จัดเวรยามเพื่อเดินตรวจตาดูสถานการณ์รอบๆ หมู่บ้าน เพื่อสังเกตสิ่งผิดปกติยามค่ำคืน
  • ติดตามสถานการณ์และข่าวการพยากรณ์อากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงท้องถิ่น เสียงตามสาย หอกระจายข่าวประจำหมู่บ้าน อย่างใกล้ชิด
  • สำรองอาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค และ อุปกรณ์ฉุกเฉิน
แหล่งที่มาข้อมูล
กรมทรัพยากรธรณี . ดินถล่มคืออะไร. [ออนไลน์] เข้าถึงเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2554 จาก http://www.dmr.go.th/dmr_data/geohazard/update_landslide/landslide_definition.htm
กรมอุตุนิยมวิทยา. แผ่นดินถล่ม (Land Slides). [ออนไลน์] เข้าถึงเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2554 จาก http://www.tmd.go.th/info/info.php?FileID=76
แผ่นดินถล่ม. [ออนไลน์] เข้าถึงเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2554 จาก http://translate.google.co.th/translate?hl=th&langpair=en|th&u=http://en.wikipedia.org/wiki/Landslide
มูลนิธิกระจกเงา. โครงการพัฒนาการจัดการภัยพิบัติภาคประชาชน. ดินถล่ม. [ออนไลน์] เข้าถึงเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2554 จาก http://www.siamvolunteer.com/autopagev4/show_page.php?topic_id=9&auto_id=7&TopicPk=

 

MTEC
BIOTEC
NECTEC
NANOTEC

tsp

AIMI

nctc

ฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ

 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป