ในช่วงฤดูฝน ทำให้เกิดภาวะน้ำท่วม ภัยต่างๆ ต้องทำให้ระมัดระวังในเรื่องสุขภาพ โดยเฉพาะภัยเงียบที่เกิดจากยุงที่เป็นพาหะของโรคมาลาเรียและไข้เลือดออก นอกจากจะเป็นปัญหาสาธารณะสุขของประเทศไทยแล้ว ยังเป็นปัญหาสาธารณาสุขทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศไทยในเขตร้อนชื้นและก่อให้เกิดความกังวลต่อผู้ปกครองเวลาเด็ก มีไข้ และทำอันตรายกับชีวิตของคน  ปัจจุบันโรคดังกล่าวมีการระบาดเพิ่มมากขึ้นในระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา

 


ข้อมูลทั่วไปจากองค์การอนามัยโลก (WHO) เรื่องการระบาดของมาลาเรีย พบว่า มาลาเรีย เป็นหนึ่งในโรคที่คร่าชีวิตมนุษย์มากที่สุดในโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศกำลังพัฒนา และด้อยพัฒนา ประชากรกว่า 2 พันล้านคน (40% ของประชากรโลก) อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ซึ่งมีกว่า 90 ประเทศ ในปี 1992 มีการรายงานอาการเจ็บป่วยจากมาลาเรียกว่า 300-500 ล้านคน โดยเฉลี่ยทุกปี มาลาเรียคร่าชีวิต 1.5-2.7 ล้านคน ซึ่งส่วนมากอาศัยอยู๋ในทวีปแอฟริกา สำหรับประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคมาลาเรียประมาณ 39,209 คนต่อปี (ที่มา: ASTV ผู้จัดการออนไลน์, วันที่ 11 ก.ย. 2552)  โดยมากพบแทบชายแดนพม่า และชายแดนเขมร ในไทยพบมากที่สุด ตามลำดับ ได้แก่ ตาก  ยะลา กาญจนบุรี แม่ฮ่องสอน ชุมพร นราธิวาส ศรีสะเกษ จันทบุรี สุรินทร์ และประจวบคีรีขันธ์  นอกจากโรคมาลาเรีย ยุงยังเป็นพาหะสำคัญของโรคไข้เลือดออก โรคเท้าช้าง โรคไข้สมองอักเสบ โรคไข้เหลือง  ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้แนะนำว่า “มุ้ง” ยังเป็นอุปกรณ์สำคัญอีกอย่างหนึ่งที่สามารถช่วยป้องกันยุงได้

ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ สวทช. กระทรวงวิทยาศาสตร์ ฯ ได้สร้างผลงานวิจัย มุ้งฆ่ายุง เป็นเครื่องมือสำคัญในการการป้องกันโรคที่เกิดจากยุง เช่น โรคมาลาเรีย ไข้เลือดออก โรคเท้าช้าง โรคไข้สมองอักเสบ ไข้เหลือง โดย มุ้งฆ่ายุงได้ใช้กระบวนการทางเทคโนโลยีในการใช้สารสำคัญที่เป็นสารสังเคราะห์ที่พบในพืชและเป็นสารที่องค์กรอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้ใช้ได้ โดยสารกลุ่มดังกล่าว มีกลไกการทำงานซึมผ่าน ยุงที่ปลายขา ซึ่งมีความไวต่อสารต่อสารกลุ่มนี้เป็นพิเศษ มีผลต่อระบบประสาทของยุงทำให้ยุงตายโดยได้โดยเร็ว ดังนั้น จึงนำสารดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการนาโนเทคโนโลยีในการผลิตมุ้งฆ่ายุง ด้วยนวัตกรรมการผลิตเส้นใยสังเคราะห์ทั้งแบบเส้นใยเดี่ยว (monocomponent) และเส้นใยผสม (bi – component) ทำให้สามารถผสมสาร ให้ฝังอยู่ในเม็ดพลาสติก ก่อนฉีดออกมาเป็นเส้นใย ซึ่งจะทำให้เส้นใยดังกล่าวมีคุณสมบัติที่ถาวร และสามารถเพิ่มประสิทธิภาพอื่นๆ  ในการฆ่าเชื้อ จากการเติมอนุภาคนาโน Silver ลงไปในเส้นใยได้อีกด้วย ซึ่งผลงานวิจัย มุ้งฆ่ายุง จะช่วยให้คนไทย ได้รับการป้องกันและกำจัดยุง ที่นำโรคมาลาเรีย ได้อย่างมีประสิทธิภาพและ ทำให้คนไทยป่วยจากโรคดังกล่าวน้อยลง

มุ้งฆ่ายุงนาโน

อีกทั้งผลงานวิจัยได้ต่อยอดเชิงพาณิชย์ สู่ภาคอุตสาหกรรม  โดยมุ่งเน้นงานวิจัยที่เป็นรูปธรรมลงสู่ผู้ใช้ได้จริง ซึ่งประเทศไทยเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ในการส่งออกมุ้ง โดยมีการส่งออกมากกว่า 1.1 ล้านหลังต่อปี ( แต่ส่วนใหญ่เป็นมุ้งทั่วไปที่ไม่ได้มีการเคลือบสารกำจัดยุง ) ซึ่งมีการคาดการณ์ว่า สำหรับมุ้งฆ่ายุง จะเพิ่มมูลค่าการผลิตมุ้ง ต่างจากของเดิม ดังเช่น กระทรวงสาธารณะสุขได้สั่งซื้อมุ้งฆ่ายุง 200 ,000 – 250 , 000 หลังต่อปี โดยมีมูลค่าประมาณ 125,000 ,000 บาท  ซึ่งคุณสมบัติมุ้งฆ่ายุงสามารถใช้และซักได้ไม่ต่ำกว่า 30 ครั้ง และนำเทคโนโลยีดังกล่าว ประยุกต์ในการสร้างสรรค์ผลิตผลงาน ผลิตภัณฑ์ด้านสิ่งทอสู่ภาคอุตสาหกรรม อาทิ ผ้าม่านกันยุงใช้ในโรงแรม เสื้อ สายรัดข้อมือ และ ตัดชุดเครื่องแบบ ทหาร ตำรวจชายแดน เพื่อป้องกันการเจ็บไข้ได้ป่วยของทหารและเจ้าหน้าที่ที่ปฎิบัติงานในพื้นที่ เสี่ยง อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ให้นักท่องเที่ยวเกิดความมั่นใจและเลิกเกรงกลัวการติดเชื้อมาลาเรีย หรือไข้เลือดออกจากยุงประเทศไทย

MTEC
BIOTEC
NECTEC
NANOTEC

tsp

AIMI

nctc

ผลงานวิจัยพร้อมถ่ายทอด

ฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ

 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป