ในโอกาสครบรอบ 10 ปี ของกิจกรรมความร่วมมือระหว่างสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ สทอภ. ภายใต้ความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส เกี่ยวกับความร่วมมือด้านเทคโนโลยีอวกาศและการประยุกต์ใช้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 สทอภ. จึงได้จัดทำหนังสือเพื่อรวบรวมข้อมูลและกิจกรรมต่างๆ ที่ได้ดำเนินการภายใต้ข้อตกลงระหว่างสองประเทศ โดยประกอบด้วยกิจกรรมหลัก คือ การพัฒนาดาวเทียมสำรวจทรัพยากรธีออส (Thailand Earth Observation Satellite - THEOS) ซึ่งมีเนื้อหาที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

ความเป็นมาของความร่วมมือด้านเทคโนโลยีอวกาศและการประยุกต์ใช้

ความร่วมมือด้านเทคโนโลยีอวกาศและการประยุกต์ใช้ระหว่างประเทศไทยและประเทศฝรั่งเศส เริ่มจากการจัดทำความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศสเกี่ยวกับความร่วมมือทางด้านเทคโนโลยีอวกาศและการประยุกต์ใช้ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมในสมัยนั้น คือ นายอาทิตย์ อุไรรัตน์ และเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย คือ Mr. Christain Pratte ลงนามเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2543 มีผลบังคับใช้ 4 ปี นับตั้งแต่วันที่ลงนาม และต่ออายุได้เป็นเวลา 2 ปี โดย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ สทอภ. และศูนย์วิจัยอวกาศแห่งชาติฝรั่งเศส (Centre National de Etudes Spatials - CNES) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนา ส่งเสริม และสนับสนุนความร่วมมือด้านเทคโนโลยีอวกาศ เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศทั้งสองซึ่งมีกรอบความร่วมมือสาขาต่างๆ ได้แก่

  • โครงการวิทยาศาสตร์
  • โครงการประยุกต์ใช้เพื่อเกื้อหนุนและมีส่วนช่วยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการจัดการทรัพยากร การติดตามการเจริญเติบโตของเมือง การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การจัดการพื้นที่ชายฝั่ง การอนุรักษ์สภาพแวดล้อม รวมถึงการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทางธรรมชาติ
  • ดาวเทียมเพื่อการประยุกต์ใช้ที่เกี่ยวเนื่องกับโครงการข้างต้น
  • โครงสร้างพื้นฐานภาคพื้นดินเพื่อรองรับการดำเนินกรรมวิธีและการใช้ประโยชน์จากข้อมูลต่างๆ ที่ได้จากอวกา
  • การฝึกอบรมผู้ชำนาญการ และกิจกรรมอื่นใดเกี่ยวกับเทคโนโลยีอวกาศและการประยุกต์ใช้ตามที่คู่ภาคีกำหนดและตกลงกัน

ต่อมา คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบให้แก้ไขความตกลงข้อ 10 จากเดิมต่ออายุได้ 2 ปี เป็นต่ออายุได้ 4 ปี และได้มีการจัดทำพิธีสาร (Protocol) เพื่อต่ออายุความตกลงเป็นระยะเวลา 4 ปี โดยมีการลงนามพิธีสาร เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2546 โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (นายพินิจ จารุสมบัติ) และเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย (Mr. Laurent Aublin)

การพัฒนาดาวเทียมสำรวจทรัพยากร

คณะรัฐมนตรีในคราวประชุม เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2547 มีมติเห็นชอบให้ สทอภ. เป็นหน่วยงานกลางในการดำเนินโครงการร่วมกับบริษัท EADS Astrium ประเทศฝรั่งเศส ในลักษณะการค้าต่างตอบแทน (Counter Trade) 100 เปอร์เซ็นต์ และได้มีการลงนามในสัญญาเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2547 โดยดำเนินโครงการระหว่างปี พ.ศ. 2547-2551 และได้ส่งดาวเทียม THEOS ขึ้นสู่วงโคจรเป็นผลสำเร็จเมื่อวันพุธที่ 1 ตุลาคม 2551 และสามารถให้บริการข้อมูลอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2552

ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดสถานีควบคุมดาวเทียม THEOS ณ ตำบลทุ่งสุขลา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2552

ดาวเทียม THEOS นับเป็นดาวเทียมสำรวจทรัพยากร ดวงแรกของประเทศไทย ที่ควบคุมการโคจร วางแผนการถ่ายภาพและบริหารจัดการครบวงจรโดย สทอภ. โดยดาวเทียม THEOS ได้รับการออกแบบให้มีอายุการใช้งานอย่างน้อย 5 ปี และกำหนดส่งขึ้นสู่วงโคจรระดับต่ำ (Low Earth Orbit) ในช่วงกลางปี พ.ศ. 2550 ประเทศไทยเป็นเจ้าของรวมทั้งเป็นผู้ดำเนินการและควบคุมดาวเทียมทั้งระบบสถาปัตยกรรม และคุณสมบัติของดาวเทียมได้รับการออกแบบและพัฒนาเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดและความต้องการของหน่วยงานผู้ใช้ส่วนใหญ่ของประเทศไทย โดยมีคุณสมบัติโดยย่อ ดังนี้

  • อุปกรณ์ถ่ายภาพระบบขาว-ดำ (Panchromatic) ครอบคลุมช่วงคลื่นที่ตามองเห็น (Visible Spectrum) และช่วงอินฟราเรดใกล้ (Near Infrared) มีรายละเอียด 2 เมตร และความกว้างของแนวถ่ายภาพ 22 กิโลเมตร
  • อุปกรณ์ถ่ายภาพระบบหลายช่วงคลื่น (Multispectral) ในช่วงคลื่นที่ตามองเห็น (Visible Spectrum) แบ่งเป็น 3 ช่วงคลื่น และช่วงอินฟราเรดใกล้ (Near Infrared) 1 ช่วงคลื่น มีรายละเอียด 15 เมตร และความกว้างของแนวถ่ายภาพ 90 กิโลเมตร
  • สามารถ่ายภาพที่มุมเอียงได้ถึง 50 องศา เพื่อให้สามารถเข้าถึงพื้นที่เป้าหมายจากแนวโคจรได้อย่างรวดเร็ว และเพื่อการประมวลผลในการสร้างแบบจำลองความสูงสามมิติ (Digital Terrain Model) 
  • มีขอบเขตการถ่ายภาพครอบคลุมพื้นที่ทั่วโลก โดยโคจรกลับมาถ่ายภาพบริเวณเดิมทุก 25 วัน
  • ใช้ระยะเวลาในการถ่ายภาพพื้นที่เป้าหมายได้ภายใน 2 วัน กรณีถ่ายที่มุมเอียง 50 องศา (ใน 1 วันสามารถถ่ายภาพพื้นที่เป้าหมายได้ครอบคลุมพื้นที่ถึง 90% ของพื้นที่ทั่วทั้งโลก)


โครงการพัฒนาระบบดาวเทียมสำรวจทรัพยากร THEOS มีองค์ประกอบทั้งหมด ดังนี้

  • ดาวเทียม ซึ่งประกอบด้วยระบบพื้นฐานต่างๆ ของดาวเทียม อุปกรณ์ถ่ายภาพในระบบขาว-ดำ (Panchromatic) และอุปกรณ์ถ่ายภาพในระบบหลายช่วงคลื่น (Multispectral)
  • การขนส่งดาวเทียมไปยังฐานปล่อยจรวดและการรับประกัน
  • การส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรและการรับประกัน
  • อุปกรณ์ภาคพื้นดินทั้งหมดสำหรับการวางแผนการปฏิบัติการ การควบคุม และการส่งสัญญาณควบคุม รวมทั้งจานดาวเทียมเพื่อการรับส่งสัญญาณควบคุม
  • อุปกรณ์ภาคพื้นดินทั้งหมดสำหรับการรับสัญญาณภาพถ่ายจากดาวเทียม การจัดเก็บข้อมูล การประมวลผลข้อมูล และการผลิตข้อมูล
  • อุปกรณ์สำหรับการจัดเก็บข้อมูลและการประมวลผลข้อมูล เพื่อติดตั้งในสำนักพระราชวัง
  • สิทธิในการสั่งและรับสัญญาณภาพถ่ายดาวเทียม SPOT-5 ซึ่งมีรายละเอียด 2.5 เมตร โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ เป็นระยะเวลา 2 ปีครึ่ง จนกว่าดาวเทียม THEOS จะถูกส่งขึ้นวงโคจร รวมทั้งอุปกรณ์ภาคพื้นดินสำหรับการรับสัญญาณภาพถ่ายจากดาวเทียม SPOT-5 การจัดเก็บข้อมูลและการผลิตข้อมูล
การจดทะเบียนวัตถุอวกาศสำหรับดาวเทียม THEOS

ประเทศไทยได้จัดส่ง Note Verbal เพื่อแจ้งจดทะเบียนวัตถุอวกาศสำหรับดาวเทียม THEOS ต่อสหประชาชาติตาม General Assembly Resolution 1721 B (XVI) by States Launching Objects into Orbit or Beyond โดย UN Office for Outer Space Affairs ได้ดำเนินการจดทะเบียนดาวเทียม THEOS ให้แล้วเสร็จสมบูรณ์ เมื่อมีการนำส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรแล้ว

โครงการนำร่องการประยุกต์ใช้ดาวเทียม THEOS

โครงการนำร่องการประยุกต์ใช้ดาวเทียม THEOS (THEOS Pilot Project) เป็นส่วนหนึ่งภายใต้โครงการดาวเทียม THEOS ซึ่งเป็นดาวเทียมความร่วมมือระหว่าง สทอภ. และ EADS Astrium โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนข้อมูลดาวเทียม THEOS ในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และนำไปสู่การใช้ข้อมูลดาวเทียม THEOS ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับด้านภูมิสารสนเทศโดยการสนับสนุนข้อมูลดาวเทียม SPOT ในการเตรียมพร้อมสำหรับการประยุกต์ใช้ข้อมูลดาวเทียม THEOS ในอนาคต ตลอดจนการพัฒนาเทคนิค วิธีการและแบบจำลองต่างๆ สำหรับการใช้ในการปฏิบัติจริงและเป็นแนวทางการจัดทำข้อมูลข้อมูลหรือผลิตภัณฑ์พร้อมใช้ให้แก่ผู้ใช้ข้อมูล

บทบาท/ภารกิจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย EADS Astrium รับผิดชอบจัดหาบุคลากร ผู้เชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษาทางเทคนิคและวิธีการ ตลอดจนถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้ด้านข้อมูลจากดาวเทียม สทอภ. ทำหน้าที่ประสานงานกับหน่วยงานที่เข้าร่วมโครงการและฝ่ายฝรั่งเศส ในโปรแกรมการรับสัญญาณข้อมูลจากดาวเทียมให้แก่หน่วยงานที่เข้าร่วมโครงการ และจัดประชุม/สัมมนาในการนำเสนอผลการดำเนินโครงการ ส่วนหน่วยงานโครงการรับผิดชอบดำเนินงานโครงการและนำเสนอผลงานในการประชุม/สัมมนา ที่ สทอภ. จัดขึ้น

กิจกรรมภายใต้โครงการ THEOS Pilot Project ประกอบด้วย การดำเนินโครงการและการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประชุมหารือและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับกรอบและแนวทาง การประยุกต์ใช้ข้อมูล 4 หัวข้อหลัก ได้แก่ การทำแผนที่ การเกษตร ป่าไม้ และทรัพยากรน้ำ อีกทั้งการจัดสัมมนา (Seminar) เพื่อเผยแพร่ผลการดำเนินโครงการ ตลอดจนรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศได้ทราบ และนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม

โครงการส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาข้อมูลจากดาวเทียม THEOS

สทอภ. โดยคณะทำงานส่งเสริมและสนับสนุนการประยุกต์ใช้ข้อมูลจากดาวเทียม THEOS ได้เชิญชวนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมโครงการ อันเกี่ยวเนื่องกับการวิจัยและพัฒนาการใช้ประโยชน์จากข้อมูลดาวเทียม THEOS ในด้านต่างๆ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพการพัฒนาเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศของประเทศไทยในอนาคตต่อไป

ทั้งนี้ คณะทำงานฯ ได้จัดสัมมนาเผยแพร่โครงการในวันที่ 2 มีนาคม 2552 ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรม รามา การ์เดนส์ มีผู้เข้าร่วมสัมมนา 260 คน จาก 230 หน่วยงาน ประกอบด้วย ภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา โดยได้รับข้อเสนอโครงการทั้งในและต่างประเทศ รวม 44 โครงการ แยกเป็นการประยุกต์ใช้สาขาต่างๆ ประกอบด้วย การทำแผนที่ (7 โครงการ) การใช้ที่ดิน/สิ่งปกคลุมดิน (15 โครงการ) การเกษตร (5 โครงการ) ป่าไม้ (6 โครงการ) ภัยพิบัติ (2 โครงการ) ทรัพยากรชายฝั่ง (3 โครงการ) ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(2 โครงการ) ธรณีวิทยาการประมวลผลข้อมูล สาธารณสุข และการตั้งถิ่นฐานสาขาละ 1 โครงการ

สทอภ. ได้แจกจ่ายข้อมูลจากดาวเทียม THEOS โดยได้สืบค้นจากข้อมูลดาวเทียม THEOS จากคลังข้อมูลของ สทอภ. (ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2551-เมษายน 2553) และการโปรแกรมการรับสัญญาณข้อมูลจากดาวเทียม THEOS ให้กับหน่วยงานที่เข้าร่วมโครงการแล้ว 36 โครงการ คิดเป็นร้อยละ 80 ของจำนวนโครงการทั้งหมด (ข้อมูล ณ วันที่ 23 เมษายน 2553) รวมเป็นจำนวนภาพทั้งระบบหลายช่วงคลื่น (Multispectral) และระบบขาว-ดำ (Panchromatic) ทั้งสิ้น 146 ภาพ กระจายทั่วประเทศไทย และบางส่วนของยุโรป อเมริกาใต้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ก้มพูชา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และออสเตรเลีย ซึ่ง ณ ปัจจุบันมีโครงการเสร็จสิ้นแล้วจำนวน 2 โครงการ

ลำดับเหตุการณ์สำคัญ

  • 27 มกราคม 2543 ลงนามความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและฝรั่งเศส 
  • 14 ตุลาคม 2546 ลงนามต่ออายุความร่วมมือ
  • 2 มีนาคม 2547 มีมติเห็นชอบให้ สทอภ. เป็นตัวแทนดำเนินการฝ่ายไทย
  • 19 กรกฎาคม 2547 ลงนามความร่วมมือดำเนินโครงการระหว่างปี พ.ศ. 2547-2551
  • ดาวเทียม THEOS ใช้เวลาประมาณ 3 ปี โดยมีการดำเนินงานที่สำคัญภายหลังการลงนามในสัญญาเมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2547
  • ตุลาคม 2547 การประชุม Satellite Preliminary Design Review เพื่อพิจารณาการออกแบบเบื้องต้นและข้อกำหนดด้านเทคนิคของอุปกรณ์ชิ้นส่วน ต่างๆ ตลอดจนการคัดเลือกผู้จำหน่าย
  • ปี 2548 ดำเนินการสร้างตัวดาวเทียม (Bus) ตลอดจนผลิตอุปกรณ์ชิ้นส่วนต่างๆ รวมทั้ง การประกอบกล้องถ่ายภาพระบบ Panchromatic และดำเนินการทดสอบและตรวจรับอุปกรณ์
  • ตุลาคม 2548 - พฤษภาคม 2549 ดำเนินการประกอบติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ กับ Bus และการสร้างกล้องระบบ Panchromatic แล้วเสร็จ
  • มิถุนายน 2549 ประกอบและเชื่อมต่อกล้อง Multispectral เข้ากับ Bus 
  • ประกอบ และทดสอบดาวเทียม THEOS เสร็จสมบูรณ์แล้ว ตรวจสอบสถานภาพ (Health Check) ครั้งสุดท้ายก่อนการบรรจุใส่ Container และขนส่งดาวเทียมไปยังฐานส่งจรวด (Lauch Site) ณ เมือง Yasny ประเทศรัสเซีย
  • ความพร้อมของฐานส่งจรวด (Lauch Base) บริษัท ISC Kosmotras ซึ่งเป็นผู้บริหารจัดการฐานส่งจรวดเมือง Yasny และบริษัท EADS Astrium ได้สำรวจความพร้อมของฐานส่งจรวด รวมทั้งสิ้น 4 ครั้ง ได้ข้อสรุปว่า โครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ของฐานส่งจรวดมีความพร้อมสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2550
  • พิจารณา รายละเอียดของจรวด เดือนตุลาคม 2550 ณ เมือง Dnepropetrvsk ประเทศยูเครน บริษัท EADS Astrium ได้จัดประชุม Launcher Critical Design Review ร่วมกับบริษัท Youzhnoye ผู้ผลิตจรวด DNEPR และบริษัท ISC Kosmptras และเมื่อเดือนตุลาคม 2550 ณ เมืองตูลูส ประเทศฝรั่งเศส และสรุปว่า จรวดDNEPR มีความพร้อมในการนำส่งดาวเทียม THEOS ขึ้นสู่วงโคจร
  • วัน ที่ 1-5 ธันวาคม 2550 ได้ขนส่งดาวเทีียมจากเมืองตูลูส ประเทศฝรั่งเศส ไปยังฐานส่งจรวดเมือง Yasny ประเทศรัสเซีย โดยเครื่องบิน Antonov-124 จากเมืองตูลูสไปยังเมือง Orsk ประเทศรัสเซีย จากนั้นเป็นการขนส่งด้วยรถไฟและรถบรรทุกไปยังฐานส่งจรวด
  • 1 ตุลาคม 2550 เวลา 13.37 น. ตามเวลาในประเทศไทย หรือ 12.37 น.ตามเวลาท้องถิ่น ด้วยจรวด DNEPR จากฐานส่งจรวดเมือง Yasny ประเทศรัสเซีย
  • 2550 สทอภ. ได้แจ้งขอจดทะเบียนความถี่ข่ายงานดาวเทียม THEOS กับ International Telecommunication Union (ITU) เพื่อจองความถี่และวงโคจรสำหรับดาวเทียม THEOS โดย ITU ได้ตีพิมพ์ THEOS Notication File ใน ITU Bulletin IFC 2591 ฉบับเดือนเมษายน 2550
  • 1 ตุลาคม 2551 ส่งดาวเทียม THEOS ขึ้นสู่วงโคจรเป็นผลสำเร็จ
  • 1 มิถุนายน 2552 ให้บริการข้อมูลอย่างเป็นทางการ
  • 1 ตุลาคม 2552 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดสถานีควบคุมดาวเทียม THEOS ณ ตำบลทุ่งสุขลา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

บรรณานุกรม:

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ และ สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย. 2554. 10 ปี ความร่วมมือไทย-ฝรั่งเศส ด้านเทคโนโลยีอวกาศและการประยุกต์ใช้. กรุงเทพฯ : สำนักงาน.

 

MTEC
BIOTEC
NECTEC
NANOTEC

tsp

AIMI

nctc

ผลงานวิจัยพร้อมถ่ายทอด

ฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ

 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป