การประชุมวิชาการประจำปี สวทช. 2554 ซึ่งครั้งนี้กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-26 มีนาคม 2554  ภายใต้หัวข้อวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ หนึ่งในหัวข้อของเสวนาภายในงานครั้งนี้ คือ "พลิกฟื้นดินเค็มด้วยพลังชุมชน"

จากการลดลงของพื้นที่ป่าจาก 50% ของพื้นที่ประเทศไทยในปี 2504 เหลือเพียง 25% ของพื้นที่ในปี 2539 ส่งผลให้เกิดการเสียสมดุลของธรรมชาติ และการทำนาเกลือสินเธาว์แบบนาตาก ก่อให้เกิดการแพร่กระจายของเกลือจากชั้นหินเกลือสู่ผิวดิน เกิดการแพร่กระจายพื้นที่ดินเค็มอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันพื้นที่ดินเค็มได้ขยายตัวครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 21.7 ล้านไร่ บนพื้นที่มากกว่า 17 จังหวัดของประเทศไทยทั้งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ (http://lakbank.com) พื้นที่ดินเค็มกำลังขยายพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกษตรกรบนพื้นที่ดินเค็มได้รับผลผลิตทางการเกษตรลดลง 2-3 เท่า จนถึงไม่ได้รับผลผลิตเมื่อเปรียบเทียบกับการปลูกบนพื้นที่ดินไม่เค็ม

การแก้ไขปัญหาดินเค็มที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน คือ การคืนผืนป่าบนพื้นที่ดินเค็ม หรือการปลูกสวนป่า หรือสวนเกษตรไม้ยืนต้นบนพื้นที่ดินเค็ม การทำการเกษตรแบบหมุนเวียนเพื่อสร้างพืชคลุมดิน ต้นไม้มีกลไกการลดการแพร่กระจายของความเค็มได้โดยการดูดน้ำใต้ดินที่จะละลายชั้นหินเกลือและซึมขึ้นสู่ผิวดิน จากการแผ่กิ่งก้านของต้นไม้ทำให้สามารถรักษาความชื้นของผิวดินและลดการซึมของเกลือขึ้นสู่ผิวดินใบของต้นพืชที่ร่วงหล่นและย่อยสลายจะแตกเป็นประจุเกลือทำให้เกลือไม่แสดงความเค็มออกมา จึงมีความจำเป็นในการวิจัยและพัฒนาพันธฺุ์พืชที่สามารทนทานต่อความเค็ม ที่มีศักยภาพในการยับยั้งการแพร่กระจายของดินเค็มเพื่อคืนผืนป่า และการหาพันธุ์พืชเพื่อให้เกษตรกรปลูกเป็นอาชีพทดแทนการทำนาเกลือสินเธาว์แบบนาตาก บนพื้นที่ที่มีศักยภาพการแพร่กระจายดินเค็ม ความพยายามในการแก้ไขปัญหาดินเค็มได้มีการศึกษาวิจัยทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศอย่างต่อเนื่องเป็นเวลามากกว่า 30 ปี อย่างไรก็ตามการประยุกต์องค์ความรู้ให้สามารถนำไปใช้ได้จริงในระดับเกษตรกรยังไม่รายงานวิธีการที่ง่าย สะดวก รวดเร็ว ประหยัด เพื่อการลดระดับความเค็มของดินและหยุดยั้งการแพร่กระจายของดินเค็ม

ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับกรมพัฒนาที่ดิน กรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์ และชุมชนบ้านหนองบ่อ อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญ จึงได้ดำเนินการวิจัยและพัฒนาโครงการ "การวิจัยพื้นฐานและพัฒนาพันธุ์ไม้ป่าทนเค็มโดยใช้เทคโนโลยีชีวภาพ" ภายใต้การสนับสนุนทุนวิจัยจากโครงการพัฒนาองค์ความรู้และศึกษานโยบายการจัดการทรัพยากรชีวภาพในประเทศไทย (BRT) สามารถค้นพบไม้ยืนต้นทนเค็มในระดับสูง (มากกว่า 4% เกลือ) หรืออาจกล่าวได้ว่ามีความสามารถทนต่อความเค็มได้ใกล้เคียงกับระดับความเค็มของน้ำทะเล ดังนี้ สนทะเล ยูคาลิปตัส มะขวิด ซ้อ มะขาม นนทรีบ้าน มะกรูด ส้ม ขนุน โมกมัน มะละกอ ตีนเปด ส้มโอ เลี่ยน มะเฟือง ส้มเช้ง ไทร มะขามเทศ และพุทราไทย ต้นแบบการคืนผืนป่าและความหลากหลายบนพื้นที่ดินเค็มได้ถูกพัฒนาขึ้นบนพื้นที่ 43 ไร่ บริเวณอ่างเก็บน้ำหนองบ่อ อำเภอรบือ จังหวัดมหาสารคาม สามารถลดระดับความเค็มของพื้นที่จาก 10% เกลือ เป็น 5% เกลือ ในเวลา 4 ปี ซึ่งเป็นระดับความเค็มที่สามารถทำการเกษตรได้ตามปกติ เทคโนโลยีการฟื้นฟูที่ดินเค็มได้ถูกปรับแต่งเพื่อการฟื้นฟูที่เหมืองตากเกลือเก่า บริษัท เกลือพิมาย  จำกัด จังหวัดนครราชสีมา จากการฟื้นฟูบนพื้นที่ 75 ไร่ สามารถลดระดับความเค็มของพื้นที่จาก 3.8% เกลือ เป็น 0.8% เกลือ ในเวลา 3 ปี

ข้าวเป็นธัญพืชหลักของประเทศไทย ข้าวที่เจริญภายใต้สภาวะความเค็มระดับกลาง (0.4-0.8% เกลือ) มีผลผลิตต่ำกว่าพื้นที่ดินไม่เค็มมากกว่า 2 เท่า จนถึงไม่ติดผลผลิต จากความต้องการของเกษตรกรบนพื้นที่ดินเค็ม สวทช. จึงได้สร้างความร่วมมือกับศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี บริษัท เกลือพิมาย จำกัด สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และกรมวิชาการเกษตร พัฒนาสายพันธุ์ข้าวหอมทนเค็ม สายพันธุ์ข้าวทนเค็ม สายพันธุ์บริสุทธิ์ที่ได้จากการปรับปรุงพันธุ์สามารถเจริญและให้ผลผลิตได้ดีบนพื้นที่ดินเค็มที่ระดับความเค็ม 1.0-1.5% เกลือ ในขณะที่สายพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 ไม่ให้ผลผลิต ซึ่งเป็นความร่วมมือของไบโอเทค สวทช. บริษัท เอสซีจี เปเปอร์ จำกัด (มหาชน) บริษัท สยามฟอเรสทรี จำกัด บริษัท เกลือพิมาย จำกัด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตสกลนคร กรมทรัพยากรธรณี กรมพัฒนาที่ดิน และกรมป่าไม้

การเสวนานี้เป็นการนำเสนอมุมมองของปัญหาดินเค็ม แนวทางการแก้ไขดินเค็ม วิถีชีวิต-ชุมชน-สังคม บนพื้นที่ดินเค็มให้มีความสมดุล อันเกิดจากแรงผลักดันจากทุกภาคส่วนอันประกอบด้วย นักวิจัย นักวิชาการ อุตสาหกรรมการผลิตเกลือ หน่วยงานภาครัฐ และเกษตรกรบนพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากดินเค็ม รวมถึงแนวทางการทำงานแบบบูรณาการร่วมกันของทุกภาคส่วนในการสร้างทุนทางปัญญา ทุนทางความรู้ และทุนทางสินทรัพย์ เพื่อสร้างความสามารถของเกษตรกรผ่านศูนย์บ่มเพาะเกษตรกร ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตบนพื้นที่ดินเค็มได้อย่างยั่งยืน

โดยมีการแบ่งประเด็นย่อยในการเสวนา ดังนี้
  • ความก้าวหน้าของการมีส่วนร่วมของชุมชนต่อการพัฒนาพื้นที่ดินเค็ม โดย  ดร. เฉลิมพล เกิดมณี ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ
  • พื้นที่ดินเค็ม: การแพร่กระจาย และผลกระทบต่อภาคเกษตร โดย  คุณอภิสิทธิ์ เอี่ยมหน่อ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ
  • การฟื้นฟูพื้นที่ดินเค็มจากประสบการณ์ของภาคเอกชน โดย  คุณยุทธศักดิ์ โภคสมบัติ บริษัท เกลือพิมาย จำกัด
  • มิติ-มุมมองและแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่ดินเค็มจากภาคเกษตรกร โดย  คุณชลันธร ห้าวหาญ คุณบุญเชิด สีเขียว คุณระเบียบ สละ
  • การแก้ปัญหาดินเค็มและการขยายผลจากหน่วยงานภาครัฐ โดย  คุณปราณี สีหบัณฑ์ กรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  • สรุปภาพรวม โดย  คณะวิทยากร


MTEC
BIOTEC
NECTEC
NANOTEC

tsp

AIMI

nctc

ฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ

 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป