2394
สร้างเรือกลไฟเป็นครั้งแรก
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารเรือวังหน้า ส่วนทหารเรือหน่วยอื่นที่ไม่ได้ขึ้นกับวังหน้า ให้ขึ้นกับเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) สมุหพระกลาโหมผู้ซึ่งมีความสามารถในกิจการทางทะเล และการต่อเรือกลไฟหลวงสำหรับใช้เป็นประโยชน์แก่ประเทศ โดยเริ่มเปลี่ยนแปลงเรือรบ จากกำปั่นรบใช้ใบมาเป็นกำปั่นรบกลไฟและเรือรบกลไฟชนิดใช้จักรข้าง จักรท้ายเรือที่ต่อสำเร็จเวลานั้น ชื่อสยามอรสุมพล มีจักรข้างยาว ๗๕ ฟุต เฉพาะเครื่องจักรและกลไกนั้นสั่งมาจากประเทศอังกฤษ ส่วนลำเรือนั้นต่อที่กรุงเทพฯ เมื่อได้เรือสยามอรสุมพลใช้ในทางราชการ เป็นที่สบพระราชหฤทัยแล้วจึงโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์จัดการสร้างต่อไปอีกหลายลำ
2403
ตั้งโรงกษาปณ์
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริที่จะจัดตั้งโรงกษาปณ์ทำเหรียญแบบขึ้นตามลักษณะสากลนิยมใช้ แทนเงินพดด้วง จึงมีพระราชกระแสรับสั่งให้คณะทูตไทยที่ส่งไปเจริญพระราชไมตรีกับประเทศ อังกฤษ จัดซื้อเครื่องทำเงินมาถวายและได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างโรงงานขึ้นในพระบรมมหาราชวัง โดยได้ติดตั้งเครื่องจักรเสร็จเรียบร้อยเมื่อต้นปี พ.ศ. ๒๕๐๓ พระราชทานนามว่า “โรงกษาปณ์สิทธิการ” ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น “กรมกษาปณ์” “กองกษาปณ์” เป็น “สำนักกษาปณ์” ซึ่งอยู่ในสังกัดกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลังในปัจจุบัน การทำเหรียญในครั้งนั้น ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ทำเงินเหรียญบาท เงินสลึง และเงินเฟื้องเพื่อใช้แทนเงินพดด้วง
2404
ผลิตเหรียญเงิน
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดทำเหรียญทองแดง ซีก เสี้ยว เพื่อใช้แทนเบี้ยหอย
2409
สร้างประโจมไฟครั้งแรก
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯ ให้พระยาเทพอรชุน ดำเนินการจัดสร้างกระโจมไฟที่สันดอนเพื่อใช้เป็นเครื่องหมายให้ความสะดวกแก่ เรือพาณิชย์
2409
การวางสายการสื่อสารกับต่างประเทศ
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงอนุญาตให้เจ้าหน้าที่อังกฤษ สร้างสายโทรเลขจากประเทศพม่าผ่านประเทศไทยลงไปยังประเทศสิงคโปร์ ซึ่งมีความยาว 950 ไมล์
2411 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย เสด็จทอดพระเนตรสุริยุปราคาเต็มดวงที่ ต.หว้ากอ จ.ประจวบคิริขันธ์
2438-2453พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ใช้ส่วนหนึ่งของเขตพระราชฐานพระราชวังดุสิตสร้างสวนพฤกษศาตร์ขึ้นในบริเวณที่เป็นเขาดินวนา จัดเป็นสวนพฤกษศาสตร์แห่งแรกของประเทศ
2439 นายโห้ กาฬดิษย์(พระยาเทพศาสตร์สถิต) เป็นคนไทยคนแรกที่สำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษาสาขาเกษตรศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเรดดิ้งประเทศอังกฤษ ต่อมาในปี 2460 ได้ร่วมกับเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี จัดตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรมในกระทรวงธรรมการ นับเป็นก้าวแรกของการศึกษาวิทยาศาสตร์การเกษตรของประเทศ
2442 โรงเรียนแพทยาการ เป็นโรงเรียนแพทย์แห่งแรกในประเทศไทย
2443 โรงเรียนแพทยาการยกฐานะเป็น โรงเรียนราชแพทยาลัย ต่อมาเป็นส่วนหนึ่งของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเป็นที่มาของคณะแพทย์ศาสตร์และศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดลในปัจจุบัน
2445 พระยาวันพฤกษ์พิจารณ์(ทองคำ เศวตศิลา) ได้รวบรวมพรรณไม้ของไทยจากภาคต่างๆเพื่อจัดทำหอพรรณไม้ และในปี 2446 ได้เรียบเรียงตำราพรรณไม้เล่มแรกของไทย
2446 พระเจ้าลูกยาเธอเพ็ญพัฒพงศ์ (กรมหมื่นพิชัยมหิทโรดม) ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้ากรมช่างไหม ต่อมาเป็นกรมวิชาการเกษตรในปัจจุบัน
2453 มีการประกวดพันธุไม้ในประเทศเป็นครั้งแรกในงาน การแสดงกสิกรรมและพาณิชยการ เป็นจุดเริ่มต้นของการคัดพันธุ์ข้าวและการปรับปรุงพันธุ์ข้าวของประเทศ
2454 นายพันตรีหลวงศักดิ์ศัลยาวุธ(พลอากาศโทพระยาเฉลิมอากาศ - หลง สินศุข)และนายร้อยโททิพย์(ทิพย์ เกตุทัต) เป็นนักเรียนไทยรุ่นแรกที่ได้รับใบอนุญาตขับขี่อากาศยานจากสหพันธุ์การบิน ระหว่างประเทศ
2456 พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จทรงทำพิธีเปิดปัสตุรสภา เพื่อผลิตวัคซีนโรงพิษสุนัขบ้า ปัจจุบันคือสถานเสาวภา
2459 สถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยยกฐานะโรงเรียนข้าราชการพลเรือนขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทย
2459 พระยาโภชากร (ตรี มิลินทรสูต) จัดตั้งนาทดลองขึ้นที่คลองรังสิต กำเนิดสถานีทดลองข้าวแห่งแรกของประเทศ
2463 หม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร บิดาแห่งการเกษตรผสมผสาน เสด็จไปทำไร่นาสวนผสมที่ฟาร์มบางเบิด จ.ประจวบคิรีขันธุ์ จนเป็นที่มาของแตงโมลุกผสมพันธุ์บางเบิด
2464-2474โดยพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระบรมราชชนก เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดชกรมหลวงสงขลานครินทร์ และความช่วยเหลือของมูลนิธิร็อคกีเฟลเลอร์ ได้มีการปรับปรุงการเรียนการสอนในราชแพทยาลัย (ต่อมาเป็นคณะแพทยศาสตร์และศิริราชพยาบาล) ทำให้แพทยศาสตร์ศึกษาในประเทศไทยเข้าสู่มาตรฐานสากล
2466-2484นายทองดี เรศานนท์ (หลวงสุวรรณวาจกกสิกิจ) นายอินทรี จันทรสถิตย์ (หลวงอิงคศรีกสิการ) นายช่าง โลจายะ (พระช่วงเกษตรศิลปการ) สามทหารเสือทางการเกษตร ได้นำการศึกษาและทดลองเกษตรศาสตร์แผนใหม่ขยายออกสู่ภูมิภาค อันเป็นการวางพื้นฐานทางการเกษตรที่แข็งแกร่งให้แก่ประเทศไทย นอกจากนี้ยังได้ร่วมกับพระยาเทพศาสตร์สถิตย์ จัดตั้งวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในปัจจุบัน)
2470 ดร.ตั้ว ลพานุกรมได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตเกียรตินิยมในสาขาวิชาเคมี จากมหาวิทยาลัยเบิร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และเข้ารับราชการในตำแหน่งนักเคมีของ “ศาลาแยกธาตุ” ซึ่งต่อมาได้รับการยกฐานะเป็นกรมวิทยาศาสตร์ ในปี พ.ศ. 2478 และ ดร. ตั้ว ลพานุกรม ดำรงตำแหน่งอธิบดีคนแรก (พ.ศ. 2478-2484)
2470 กรมอากาศยาน กองทัพบก (กองทัพอากาศไทยในปัจจุบัน) โดยหลวงเวชยันตรังสฤษดิ์ (พลอากาศโทมุนี มหาสันทนะ) ออกแบบและสร้างเครื่องบินปีก 2 ชั้น ชื่อ “บริพัตร”
2475 หลวงพรตพิทยพยัต (พรต เดชา) ตีพิมพ์ผลงานวิจัยเรื่อง “สภาพเคลื่อนที่ได้ของไอออนในก๊าซ” ร่วมกับเพาเวลล์ (C.F. Powell นักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบล สาขาฟิสิกส์ ปี พ.ศ. 2493) ในวารสาร Proceedings of the Royal Society of London ต่อมาหลวงพรตพิทยพยัตได้ดำรงตำแหน่งคณบดีคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
2477 ศาสตราจารย์ ดร. แถบ นีละนิธิ นักเรียนทุนเล่าเรียนหลวงและทุนมูลนิธิร็อคกีเฟลเลอร์ จากมหาวิทยาลัยลิเวอร์พูลและมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ตามลำดับ ได้ร่างหลักสูตรปริญญาบัณฑิตทางเคมีขึ้น ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นับเป็นจุดเริ่มต้นของการศึกษาทางด้านเคมีในประเทศไทย
2478 ม.ร.ว. จักรทอง ทองใหญ่ กับนายอารยันต์ มันยีกุล ได้วางรากฐานการศึกษาทางกีฏวิทยา โดยสร้างระบบการรวบรวมตัวอย่างแมลงและการศึกษาคุณโทษของแมลงทางการเกษตร ปัจจุบันพิพิธภัณฑ์แมลง “จักรทอง ทองใหญ่” ที่กรมวิชาการเกษตร นับเป็นพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย
2479 ศาสตราจารย์ นายแพทย์สวัสดิ์ แดงสว่าง และศาสตราจารย์ นายแพทย์เฉลิม พรมมาศค้นพบวงจรชีวิตของพยาธิตัวจี๊ดและได้รายงานในวารสารต่างประเทศในปีต่อมา ซึ่งการค้นพบนี้ได้นำไปสู่ความรู้ความเข้าใจทางด้านสาธารณสุขในประเทศไทย
2486 สถาปนามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประกอบด้วย คณะเกษตร (วิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในกระทรวงเกษตราธิการเดิม) คณะประมง คณะวนศาสตร์ (วิทยาลัยป่าไม้เดิม) และคณะสหกรณ์
2487 ดร. จ่าง รัตนะรัต ร่วมกับ พล ร.ต. สมพันธ์ บุนนาค และนายวิทย์ ภิรมย์ภักดี ได้ผลิตแอมโมเนียเพื่อใช้ในการทำน้ำแข็งจากเกลือ (NH)SO,(NH)PO และ NHCl โดยการทำปฏิกิริยากับปูนเผานับเป็นการบุกเบิกอุตสาหกรรมเคมีโดยการใช้วัตถุดิบในประเทศ
2491 จัดตั้งสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย โดยมี ม.จ. รัษฎาำิภิเศก โสณกุล เป็นนายกสมาคมฯ พระองค์แรก
2491 นายอินทรีย์ จันทรสถิตย์ (หลวงอิงคศรีกสิการ) ศาสตราจารย์ เอช.เอช.ลัฟ (H.H. Love) นักปรับปรุงพันธุ์พืชจากมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ และ ดร.โรเบิร์ต แอล เพนเดิลตัน (R.L. Pendleton) วางพื้นฐานการวิจัยเรื่องข้าวและดินอย่างเป็นระบบ โดยมีพระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ จักรพันธุ์ ดร. ครุย บุณยสิงห์ และ ดร. สละ ทศานนท์ เป็นนักวิทยาศาสตร์กำลังสำคัญในเวลาต่อมา
2493-2502 นายสุนทร สีหะเนิน พนักงานเกษตร ได้รวบรวมพันธุ์ข้าวจากอำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา มาคัดเลือกจนได้ข้าวพันธุ์ “ข้าวดอกมะลิ 105” ซึ่งเป็นข้าวนาปีที่เกษตรกรนิยมปลูกมากที่สุดในประเทศไทยติดต่อกันมาจนถึง ปัจจุบัน เนื่องจากได้ราคาสูงกว่าข้าวพันธุ์อื่น ๆ
2493 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เปิดสอนวิชาการเลี้ยงไก่เป็นวิชาชีพ โดยใช้ระบบสื่อทางไกลผ่านทางวิุทยุ อ.ส. พระราชวังดุสิต และทางไปรษณีย์ นำโดยหลวงสุวรรณวาจกกสิกิจ “บิดาแห่งการเลี้ยงไก่” ต่อมาได้ขยายไปใช้สื่อโทรทัศน์ในการสอนวิชาการเพาะเลี้ยงกล้วยไม้ทางสถานี โทรทัศน์ช่อง 7 ซึ่งนำโดย ศาสตราจารย์ระพี สาคริก “บิดาแห่งวงการกล้วยไม้”
2493 ศาสตราจารย์ นายแพทย์อวย เกตุสิงห์ รายงานผลการทดลองรักษาโรคมาลาเรียด้วยสมุนไพร พบว่าเปลือกเพกา เปลือกสะเดาป่า เปลือกกรรณิการ์ ลูกเร่วน้อย ฯลฯ สามารถใช้ได้ผลดี นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการศึกษาสมุนไพรไทยโดยใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์
2493 พลตรี ดร. ประเสริฐ ธีรคุปต์ เป็นผู้ริเริ่มผลิตน้ำยาพาเรนเตอรัล และสามารถเตรียมยาฉีดวัคชีนสำหรับรักษาโรคมาลาเรีย ซึ่งสามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยได้จำนวนมากนับเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาเภสัช อุตสาหกรรมในเวลาต่อมา
2497-2000หน่วยวิจัยโลหิตวิทยา ศิริราชพยาบาล นำโดย ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงคุณสุภา ณ นคร ศาสตราจาย์ นายแพทย์ประเวศ วะสี นายแพทย์สง่าและศาสตราจารย์ แพทย์หญิงเพ็ญศรี ภู่ตระกูล ศาสตราจารย์ นายแพทย์สุทัศน์ ฟู่เจริญ ศาสตราจารย์ นายแพทย์มงคล เครือตราชู และศาสตราจารย์ นายแพทย์วิจารณ์ พานิช ได้ค้นพบสมุฎฐานของสภาวะผิดปรกติทางพันธุกรรมของเลือดหลายชนิด โดยเฉพาะสมุฎฐานของของโรคธาลัสซีเมียฮีโมโกลบินผิดปรกติ และเอนไซม์ “จี 6 พีดี” ที่ผิดปรกติ ทำให้กลุ่มทำงานกลุ่มนี้สร้างผลงานด้านธาลัสซีเมียที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก
2499 จัดตั้งสภาวิจัยแห่งชาติ โดยการริเริ่มและการผลักดันของ ดร. จ่าง รัตนะรัต ดร. ประดิษฐ์ เชี่ยวสกุล และพลเอกเนตร เขมะโยธิน โดยมี ดร.จ่าง รัตนะรัตเป็นเลขาธิการสภาวิจัยแห่งชาติคนแรก
2500 มีรายงานการพบเครื่องปั้นดินเผาลายเชียนสีที่ตำบลบ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี ต่อมา (พ.ศ. 2515-2518) กรมศิลปากรได้ทำการขุดค้นโดยละเอียดพบเครื่องปั้นดินเผาและชิ้นส่วนโลหะเป็น จำนวนมาก นอกจากนี้คณะนักโบราณคดีไทย-สหรัฐอเมริกา นำโดย ดร. พิสิฐ เจริญวงษ์ และ ดร. เชสเตอร์ กอร์แมนส (Chester Gorman) ได้ค้นพบว่าเป็นแหล่งอารยธรรมก่อนประวัติศาสตร์ อายุประมาณ 6,000-7,000 ปี
2501 ก่อตั้งคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ (ต่อมาคือคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล) โดยศาสตราจารย์ ดร. สตางค์ มงคลสุข เป็นคณบดีคนแรก ได้ริเริ่มงานวิจัยอย่างกว้างขวาง วางรากฐานสถาบัน และจัดทำโครงการร่วมมือกับมูลนิธิร็อคกีเฟลเลอร์ทำให้เกิดโครงการบัณฑิต ศึกษาด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นครั้งแรก
2501 จุดเริ่มต้นในการนำการวิจัยและพัฒนามาใช้เพื่อสร้างมาตรฐานอุตสาหกรรมอาหาร สำเร็จรูป โดยศาสตราจารย์ อมร ภูมิรัตน เป็นผู้บุกเบิกจัดตั้งฝ่ายวิจัยและพัฒนาขององค์การอาหารสำเร็จรูป อันนำไปสู่การจัดตั้งสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัึณฑ์อาหารของมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ ในปี พ.ศ. 2511
2501-2530ศาสตราจารย์ ดร. สุธรรม อารีกุล นักกีฎวิทยาผู้มีผลงานวิจัยทางด้านแมลง โดยเฉพาะการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับแตนเบียน ด้วงงวงมะพร้าว แมลงวันทองและผึ้งโพรงไทย
2503 เจ้าชายอากิฮิโต มกุฎราชกุมารแห่งประเทศญี่ปุ่น ทูลเกล้าฯ ถวายพันธุ์ปลานิล (Oreochromis niloticus) แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อเป็นแหล่งอาหารโปรตีนสำหรับคนไทย ซึ่งได้พระราชทานให้แก่กรมประมงเพื่อเผยแพร่พันธุ์ให้แก่ประชาชนต่อไป
2503 ศาสตราจารย์ นายแพทย์สุด แสงวิเชียร และคณะสำรวจไทย-เดนมาร์ก พบโครงกระดูกมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ อายุประมาณ 4,000 ปี ที่ตำบลบ้านเก่า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี
2503 องค์การเภสัชกรรมสามารถผลิตหนองฝีแห้งป้องกันไข้ทรพิษได้สำเร็จเมื่อเดือน เมษายน พ.ศ. 2503 ซึ่งนับเป็นแห่งแรกในทวีปเอเชียที่สามารถผลิตหนองฝีแห้งชนิดนี้ได้ และได้ร่วมมือกับองค์การอนามัยโลกในการถ่ายทอดเทคโนโลยีนี้ให้กับประเทศอื่น ๆ
2505 ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงคุณหญิงตระหนักจิต หะริณสุต ค้นพบการดื้อยาคลอโรควินอันนำไปสู่ความเข้าใจพฤติกรรมการดื้อยาคลอโรควินของ เชื้อมาลาเรีย
2505 จัดตั้งสำนักงานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ
2506 จัดตั้งสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ประยุกต์แห่งประเทศไทย ซึ่งต่อมา (2522) เปลี่ยนชื่อเป็นสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
2507 ติดตั้งคอมพิวเตอร์เครื่องแรกในประเทศไทย โดยเป็นคอมพิวเตอร์ IBM 1620 ที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในเดือนพฤษภาคมต่อมาในเดือนธันวาคมปีเดียวกัน ได้ติดตั้งคอมพิวเตอร์ IBM 1401 ที่สำนักงานสถิติแห่งชาติ
2508-2543จุดเริ่มของการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพและระบบสาธารณสุขอย่างจริงจัง โดยกลุ่มผู้บุกเบิกที่สำคัญ ได้แก่ ศาสตราจารย์ นายแพทย์จรัส สุวรรณเวลา (ได้รับรางวัลนักวิจัยดีเด่นเรื่องโรคถุงเยื่อหุ้มสมองบริเวณดั้งจมูก) ศาสตราจารย์ ดร. ณัฐ ภมรประวัติ และศาสตราจารย์ นายแพทย์ประเวศ วะสี ทั้งสามท่าน ได้ริเริ่มแนวความคิดที่ก้าวหน้าในการวิจัยทางด้านนี้โดยการเข้าร่วมเป็น กรรมการในองค์การนานาชาติด้านการวิจัยหลายแห่ง อาทิ องค์การอนามัยโลก อันเป็นผลสืบเนื่องให้งานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพของประเทศไทยในปัจจุบัน เป็นที่ยอมรับและเชื่อถื่อในระดับนานาชาติ
2509-2528การวิจัยเพื่อการพัฒนาแหล่งน้ำได้เริ่มดำเนินการอย่างเป็นระบบ โดยศาสตราจารย์ ดร. อาณัติ อาภาภิรม เป็นผูวิจัยด้านวิศวกรรมทรัพยากรแหล่งน้ำ เพื่อให้มีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรน้ำอย่างพอเพียงและยั่งยืน
2510 จัดตั้งสมาคมวิทยาศาสตร์การเกษตรแห่งประเทศไทยฯ เพื่อเผยแพร่เกียรติคุณและผลงานการศึกษาค้นคว้าวิจัยด้านการเกษตร
2514 สมาคมวิทยาศาสตร์แ่ห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ จัด “การประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย” หรือ วทท. ขึ้นเป็นครั้งแรก ใช้ชื่อการประชุมว่า “การวิจัยวิทยาศาสตร์ กรุงเทพฯ” โดยมีศาสตราจารย์ ดร. ประชุมสุข อาชวอำรุง เป็นประธาน ปัจจุบันมีผู้เข้าร่วมการประชุม วทท. มากกว่าพันคน และมีผู้ส่งผลงานวิชาการประมาณถึง 600 เรื่องในแต่ละปี
2515 จัดตั้งสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) เป็นสถาบันในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ ทำหน้าที่ส่งเสริมและพัฒนาหลักสูตรวิทยาศาสตร์ของประเทศ
2516 นายกิตติ ทองลงยา นักวิทยาศาสตร์ไทย ค้นพบค้างคาวที่เล็กที่สุดในโลก ที่ถ้ำในอำเภอไทยโยค จังหวัดกาญจนบุรี ค้างคาวที่พบนี้ได้รับการตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Craseonycteris thonglongyai Hill โดยมีชื่อภาษาไทยว่า “ค้างคาวคุณกิตติ” หรือ “ค้างคาวหน้าหมู”
2517 จุดเริ่มของประเทศไทยในการปฏิรูปการศึกษาทั้งโครงสร้างและระบบ ซึ่งรวมถึงการศึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศไทย โดยมีศาสตราจารย์ ดร. ลิปปนนท์ เกตุทัต เป็นแกนนำสำคัญ
2517 ศูนย์วิจัยข้าวโพดข้าวฟ่างแห่งชาติ พัฒนาและเผยแพร่ข้าวโพดพันธุ์สุวรรณ 1 โดยมีศาสตราจารย์ ดร. สุจินต์ จินายน และ ดร. สุทัศน์ ศรีวัฒนพงศ์ แห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นผู้วิจัย ต่อมาได้พัฒนาข้าวโพดพันธุ์สุวรรณและข้าวโพดลูกผสมอีกหลายพันธุ์ โดยเฉพาะข้าวโพดลูกผสมสุวรรณ 2301 ซึ่งเป็นข้าวโพดลูกผสมเดี่ยวพันธุ์แรกของไทย ผลงานนี้ก่อให้เ้กิดประโยชน์ต่อมวลมนุษย์อย่างประมาณค่ามิได้
2518 “Journal of Science Society of Thailand, JSST” ซึ่งเป็นวารสารวิชาการระดับสากลได้ถูกจัดพิมพ์ขึ้นเป็นครั้งแรก วารสารนี้ได้รับการจัดรวมอยู่ในดัชนีและวารสารสาระสังเขปนานาชาติหลายฉบับ เช่น Science Citation Index และในปี พ.ศ. 2522 JSST ถูกจัดในอันดับที่ 32 จาก 56 วารสารทั่วโลก ต่อมาในปี พ.ศ. 2542 วารสารนี้ได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “ScienceASia”
2522 จัดตั้งกระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการพลังงานโดยการผลักดันของสำนักงาน คณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ซึ่งมีศาสตราจารย์ ดร. สง่า สรรพศรี เป็นเลขาธิการฯ (ต่อมาได้เป็นปลัดกระทรวงฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ) ต่อมาในปี พ.ศ. 2535 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม”
2524 คณะนักสำรวจไทยของกรมทรัพายากรธรณี นำโดยนายวราวุธ สุธีธร ร่วมกับคณะนักสำรวจฝรั่งเศล รายงานการค้นพบฟอสซิลกระดูกไดโนเสาร์เป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น ต่อมาได้พบฟอสซิลกระดูกไดโนเสาร์ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ เพชรบูรณ์ ชัยภูมิ และยังพบรอยเท้าไดโนเสาร์ที่จังหวัดเลยและปราจีนบุรีอีกด้วย ไดโนเสาร์พันธุ์ใหม่ที่พบในประเทศไทย ได้แก่ Siamosaurus suteethorni (1986), Psittacosaurus sattayaraki (1992), Phuwiangosaurus sitindhornae (1994) และ Siamotyrannus isanensis (1996)
2525 สมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยรองศาสตราจารย์ ดร.กำจัด มงคลกุล (นายกสมาคมฯ ในขณะนั้น) ได้เสนอคณะรัฐมนตรีและมีมติเห็นชอบให้เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็น “พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย” และให้วันที่ 18 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันที่เสด็จทอดพระเนตรการเกิดสุริยุปราคาที่ตำบลหว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ของทุกปีเป็น “วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ”
2525 มูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์ และสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยฯ เริ่มจัดให้มีรางวัล “นักวิทยาศาสตร์ดีเด่น” เป็นประจำทุกปี ผู้ที่ได้รับรางวัลคนแรกคือ ศาสตราจารย์ ดร. วิรุฬห์ สายคณิต สาขาฟิสิกส์ จากงานวิจัยด้านเซมิคอนดักเตอร์
2526 จัดตั้งศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ เพื่อให้การสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาแบบมุ่งเป้าเป็นครั้งแรก และต่อมาได้จัดตั้งศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาิติ (พ.ศ. 2529) และศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (พ.ศ. 2529)
2528 จัดตั้งโครงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาเป็นโครงการร่วมระหว่าง รัฐบาลสหรัฐอเมริกาและไทย เพื่อให้การสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา และการนำมาใช้ในภาคการผลิตและบริการ
2530 จัดตั้งสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ โดยมีสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์อัครราชกุมารี ทรงเป็นองค์ประธาน เพื่อดำเนินการวิจัยและนำผลการวิจัยไปประยุกต์ใช้ในด้านต่าง ๆ
2531 เริ่มมีการใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย โดยเชื่อมต่ออีเมล์จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ไปยัง AARNET ที่มหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย หลังจากนั้นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชียจึงได้เข้ามา เชื่อมโยงด้วยต่อมาในปี พ.ศ. 2535 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติต่างได้เชื่อมสายแบบ leased line ไปยังอินเทอร์เน็ตในสหรัฐอเมริกา โดยเป็นเครือข่ายทางการศึกษา หลังจากนั้นการใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยได้แพร่หลายในทุกวงการ โดยเฉพาะด้านการศึกษาและพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
2531-2539ศาสตราจารย์ ไพบูลย์ นัยเนตร ค้นพบปูน้ำจืดและกั้งตั๊กแตนชนิดใหม่ของโลกในประเทศไทย ได้แ่ก่ ปูเจ้าฟ้า ปูราชินี ปูทูลกระหม่อน กั้งเจ้าฟ้าและปูแม่ฟ้าหลวง
2532-2542ประเทศไทยส่งคณะผู้แทนเยาวชนร่วมแข่งขันวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์โอลิมปิก โดยได้เข้าร่วมแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิก ครั้งที่ 30 ณ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีเป็นครั้งแรก และได้รับเหรียญทองชนะเลิศการแข่งขันชีววิทยาโอลิมปิกในปี พ.ศ. 2535 นอกจากนี้ประเทศไทยยังได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันชีววิทยา โอลิมปิก (พ.ศ. 2538) และการแข่งขันเคมีโอลิมปิก (พ.ศ. 2542)
2534 จัดตั้งสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ โดยเป็นการรวมตัวของศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ และโครงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนา โดยมีกฎหมายพิเศษให้เป็นหน่วยงานพิเศษของรัฐที่ไม่ใช่ราชการหรือรัฐวิสาหกิจ
2535 จัดตั้งสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย โดยมีกฎหมายพิเศษเพื่อให้สามารถให้กการสนับสนุนการวิจัยได้อย่างคล่องตัวและ มีประสิทธิภาพ
2535 จัดตั้งรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล เป็นรางวัลระดับนานาชาติมอบให้กับผู้ที่ทำคุณประโยชน์และก่อความก้าวหน้าใน ด้านการแพทย์ สาธารณสุขและการบริการชุมชนคนไทยรุ่นแรกที่ได้รับรางวัลนี้คือ ศาสตราจารย์ นายแพทย์ประสงค์ ตู้จินดา และแพทย์หญิง สุจิตรา นิมมานนิตย์ (พ.ศ. 2539) จากผลงานวิจัยด้านไข้เลือดออกในเด็ก
2538 เริ่มโครงการความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่มุ่งเป้าเฉพาะเจาะจง โดยความร่วมมือของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย นอกจากนี้ในปี พ.ศ. 2540 ทั้งสองหน่วยงานยังได้เริ่มโครงการวิจัยและพัฒนาเพื่อป้องกันและบำบัดโรคเขตร้อน โดยมีองค์การอนามัยโลกร่วมสนับสนุนด้วย
2541 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัยได้เริ่มโครงการ “ปริญญาเอกกาญจนาภิเษก” เพื่อสนับสนุนการศึกษาวิจัยระดับปริญญาเอกในทุกสาขาวิชา โดยมีเป้าหมายเพื่อผลิตนักวิจัยระดับปริญญาเอกจำนวน 25,000 คนในอีก 25 ปีข้างหน้า
2542 เกิดกระแสการตื่นตัวอย่างกว้างขวางต่อปัญหาระบบการทำงานของคอมพิวเตอร์เมื่อ เข้าสู่ปี ค.ศ. 2000 (Y2K)โดยหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนได้ใช้งบประมาณเป็นจำนวนถึง 9,500 ล้านบาท ในการแก้ไขเพื่อไม่ให้ประเทศประสบกับวิกฤตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
2542 เกิดกระแสการตื่นตัวและการอภิปรายถกเถียงกันอย่างกว้างขวางในเรื่อง GMOs (Genetically Modified Organisms) ทั้งในสื่อต่างๆ และในวงการวิชาการ ในเรื่องเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตที่ได้รับการดัดแปลงหรือตบแต่งสารพันธุกรรม โดยเฉพาะต่อคำถามที่ว่าเทคโนโลยีนี้จะเป็นสิ่ง “มหัศจรรย์” หรือเป็น “มหันตภัย” ของสหัสวรรษ

การศึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในประเทศไทย
2432 เริ่มการศึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพื้นฐาน ในกระทรวงธรรมการ(กระทรวงศึกษาธิการ)ในขณะนั้น
2459 เริ่มการศึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในระดับอุดมศึกษา ที่คณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์(คณะอักษรศาสตร์) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
การเริ่มงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาครัฐ
2461 จัดตั้งศาลาแยกธาตุ(กรมวิทยาศาสตร์บริการ) ให้บริการด้านการวิเคราะห์และบริการทั่วไป
2499 จัดตั้งสภาวิจัยแห่งชาติ ทำหน้าที่จัดการนโยบายการวิจัยและสนับสนุนการวิจัย
2506 จัดตั้งสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ประยุกต์
2522 จัดตั้งกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการพลังงาน (ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2522)
2526 จัดตั้งศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ
2529 จัดตั้งศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 5
2529 จัดตั้งศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 5
 จัดตั้งโครงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนา(STDB)
2534 กำเนิดสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ จากการรวมตัวกันของศูนย์แห่งชาติทั้งสามกับโครงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนา ภายใต้ พ.ร.บ.สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(ประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2534)
2535 จัดตั้งสำนักงานกองทุนเพื่อการวิจัย(สกว.) และสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข(สวรส.)

     

MTEC
BIOTEC
NECTEC
NANOTEC

tsp

AIMI

nctc

ฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ

 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป