เมื่อวันที่ 16 เม.ย. เวลา 17.20  นาที  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออก ณ ห้องประชุมสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ชั้น 14 อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ศาสตราจารย์ สตีเฟน นอร์ตคลิฟฟ์ กรรมการบริหารสหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติ (International Union of Soil Sciences-IUSS) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารสหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติ และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัล The Humanitarian Soil Scientist  หรือ “นักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยชาติ” พระองค์แรกของโลก

 ศาสตราจารย์ สตีเฟน นอร์ตคลิฟฟ์ กราบบังคมทูลสดุดีพระเกียรติคุณโดยสรุปว่า สมาชิกของสหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติทั่วโลกได้ประจักษ์ถึงพระวิสัย ทัศน์และพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการบริหารจัดการดินอย่างยั่งยืน มาตั้งแต่การประชุมครั้งที่ 17 ของสภานักวิทยาศาสตร์ดินโลก ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ เมื่อเดือนสิงหาคม 2545  สหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติ ได้ตระหนักถึงพระปรีชาสามารถและพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ หัว ด้านการพัฒนาทรัพยากรดินอย่างต่อเนื่อง เป็นรูปธรรม ยังผลให้การพัฒนาที่ดิน การอนุรักษ์ดินและน้ำ การปรับปรุงดินเสื่อมโทรมและดินที่มีปัญหา ดำเนินไปในทิศทางที่เหมาะสมและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งแก่เกษตรกรโดยทั่วหน้า ดังเช่น การนำหญ้าแฝกมาปลูกเพื่ออนุรักษ์ดินและน้ำและป้องกันการพังทลายของหน้าดิน จนประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางของการใช้เทคนิคและวิชาการเกี่ยวกับหญ้าแฝกที่ ประสบผลสำเร็จ และมีความก้าวหน้ามากที่สุดประเทศหนึ่ง และทรงตระหนักถึงพื้นที่นับล้านไร่ในภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ ที่นอกจากจะมีปัญหาดินไม่อุดมสมบูรณ์เป็นพื้นฐานแล้ว ดินยังมีปัญหาอื่นๆ ทั้งทางเคมีและทางฟิสิกส์อีกด้วย การเพาะปลูกพืชจึงให้ผลผลิตต่ำ เป็นผลให้ราษฎรมีฐานะยากจน พื้นที่ที่มีปัญหาเกี่ยวกับดิน ได้แก่ พื้นที่ดินพรุในภาคใต้ ซึ่งเป็นทั้งดินอินทรีย์และดินเปรี้ยวจัด พื้นที่ดินเปรี้ยวจัดและดินเค็มในภาคกลาง และพื้นที่ดินทรายและดินตื้นในหลายภูมิภาค ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ จึงได้พระราชทานพระราชดำริให้จัดตั้งศูนย์การศึกษาพัฒนา อันเนื่องมาจากพระราชดำริทั้ง 6 แห่ง เป็นต้นแบบในการแก้ไขปัญหาของดิน ซึ่งจะต้องใช้กระบวนการบูรณาการในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ทั้งสิ้น เช่น ที่ศูนย์ศึกษาพัฒนาเขาหินซ้อนฯ เป็นต้นแบบของการฟื้นฟูดินตามธรรมชาติ ศูนย์ศึกษาพัฒนาพิกุลทองฯ เป็นปัญหาของดินที่เปรี้ยวจัด ศูนย์ศึกษาพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนฯ เป็นแหล่งให้กำเนิดชีวิตของสัตว์ และพืช ซึ่งมีปัญหาของดินเค็ม ศูนย์ศึกษาพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ เป็นดินกรวดแห้งแล้ง และเป็นปัญหาของการบริหารด้านต้นน้ำลำธาร ศูนย์ศึกษาพัฒนาภูพานฯ เป็นดินทราย เค็ม ขาดน้ำ เป็นปัญหาของการจัดการดินและน้ำของภาคอีสาน และศูนย์ศึกษาพัฒนาห้วยทรายฯ เป็นปัญหาของดินเสื่อมโทรม เป็นดินทรายที่มีแร่ธาตุน้อย เป็นดอนคานและดินกรด เป็นต้น


ด้วย เหตุดังกล่าว ในการประชุมสภาโลกแห่งปฐพีวิทยา ครั้งที่ 19 ณ เครือรัฐออสเตรเลีย ที่ประชุมมีมติเห็นสมควรขอพระราชทานพระบรมราชวโรกาสทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย รางวัลนักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อสดุดีพระเกียรติคุณให้เป็นที่ประจักษ์โดยทั่วกัน และกราบบังคมทูลเชิญให้ทรงดำรงตำแหน่งสมาชิก อะ ไลฟ์ เมมเบอร์ชิพ (A Life Membership)


สำหรับรางวัลที่สหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติเชิญ มาทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย ประกอบด้วย เหรียญรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยชาติ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 7 เซนติเมตร หนา 0.5 ด้านหน้าของเหรียญ มีตราสัญลักษณ์และชื่อสหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติ ด้านหลังของเหรียญจารึกพระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และข้อความสดุดีพระเกียรติคุณ


นอกจากนี้ ยังมีประกาศนียบัตร และประกาศสดุดีพระเกียรติคุณด้วย  สหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติ ตั้งขึ้นเมื่อปี 2467 เป็นสมาชิกสหภาพวิทยาศาสตร์หน่วยหนึ่งในสภาสหภาพวิทยาศาสตร์ระหว่างประเทศ ได้รับการยอมรับว่าเป็นองค์กรที่ช่วยประสานงานสำหรับองค์กรระหว่างประเทศ ด้านวิทยาศาสตร์ มีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมการวิจัยและประยุกต์ใช้ในศาสตร์ด้านปฐพีวิทยาทุก แขนง ส่งเสริมให้มีการติดต่อประสานงานระหว่างนักวิทยาศาสตร์ในศาสตร์นี้เพื่อ ประโยชน์ของมนุษยชาติ


ที่มา:

"สหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินฯ ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม"  ผู้จัดการออนไลน์.  http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9550000047476 เข้าถึงเมื่อ 16 เมษายน 2555.

"ถวายรางวัล "นักวิทยาศาสตร์ดินฯ" ให้ "ในหลวง"". เดลินิวส์ออนไลน์. http://www.dailynews.co.th/royal/22625 เข้าถึงเมื่อ 16 เมษายน 2555.


MTEC
BIOTEC
NECTEC
NANOTEC

tsp

AIMI

nctc

ผลงานวิจัยพร้อมถ่ายทอด

ฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ

 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป