ดัชนีชี้วัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์มีหลายประเภท การวัดดัชนีสิ่งพิมพ์หรือผลผลิตวรรณกรรมวิทยาศาสตร์ เป็นการวัดโดยการนำข้อมูลผลงานตีพิมพ์ในวารสารวิชาการไปวิเคราะห์ เพราะการมีผลงานตีพิมพ์คือการสะท้อนกิจกรรมและความสามารถทางวิทยาศาสตร์   วิธีการนี้ได้รับการยอมรับว่า สามารถแสดงศักยภาพด้านวิชาการของประเทศ สถาบัน และ ความสามารถของนักวิทยาศาสตร์

วิธีการหาค่าดัชนีสิ่งพิมพ์คือ การประยุกต์วิธีการทางคณิตศาสตร์และสถิติ เพื่อวัดค่าสิ่งพิมพ์สาขาวิชา และสิ่งพิมพ์ประเภทต่างๆ เช่น จำนวนบทความวิชาการของแต่ละประเทศ แต่ละสถาบัน หรือนักวิจัยแต่ละคน จำนวนบทความที่ใช้อ้างอิง จำนวนบทความที่อ้างอิงร่วมกัน  และ จำนวนสิทธิบัตรที่แต่ละประเทศยื่นขอและได้รับ เป็นต้น

ความหมายของดัชนีวรรณกรรม

ค.ศ.1969   J. Pritchard ได้คิดคำว่า “Bibliometrics” โดยให้คำนิยามว่า "การประยุกต์วิธีการทางคณิตศาสตร์และสถิติเพื่อใช้วัดสิ่งพิมพ์ด้านวิทยาศาสตร์ " ต่อมาได้ใช้เป็นศัพท์เฉพาะ (generic term) ในการวัดค่าและดัชนีของวงการวิทยาศาสตร์ แทนศัพท์เดิม "บรรณานุกรมสถิติ" (Statistical bibliography) ซึ่ง E. Hulme ได้ริเริ่มและใช้ตั้งแต่ ค.ศ. 1923

วิธีการคำนวนค่าดัชนีวรรณกรรมได้พัฒนาและเปลี่ยนแปลงรูปแบบตลอดมา ได้แก่ การคำนวนโดยการนับจำนวนบทความที่ตีพิมพ์ของประเทศ/สถาบัน/ ผู้แต่ง การนับจำนวนเอกสารอ้างอิง และการนับจำนวนเอกสารอ้างอิงร่วมในแต่ละบทความ

ความเป็นมาของดัชนีวรรณกรรม  

ค.ศ.1917   J, Cole และ  N.B. Eales ได้ตีพิมพ์บทความจากการวิเคราะห์ทางสถิติของประวัติวิชากายวิภาคศาสตร์เปรียบเทียบ โดยนับจำนวนผลงานตีพิมพ์เป็นส่วนที่แสดงสถานภาพความก้าวหน้าของงานวิจัย ต่อมาในปี ค.ศ. 1923 E.W.Hulme ศึกษาต่อโดยนำสิทธิบัตรมาการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนสิทธิบัตรกับวรรณกรรมวิทยาศาสตร์  เพื่อวัดความเจริญของสังคมอังกฤษ  ค.ศ.1926 A.J. Lotka ได้ศึกษาความถี่ในการผลิตผลงานด้านวิทยาศาสตร์ เป็นคนแรกที่วัดการเพิ่มผลผลิตงานวิทยาศาสตร์โดยการนับจำนวนบทคัดย่อ เช่น จาก Chemical Abstracts

ค.ศ.1935 E.R. Cunningham ได้ตีพิมพ์บทความที่ศึกษาเกี่ยวกับวรรณกรรมสาขาชีวการแพทย์

ค.ศ. 1952 Boig และ Howerton ศึกษาเกี่ยวกับวรรณกรรมสาขาเคมี 

ค.ศ. 1970 มีการศึกษาเรื่องดัชนีวรรณกรรมมากขึ้น ถือเป็นช่วงที่ 2 ของประวัติของการศึกษาดัชนีวรรณกรรม ตรงกับระยะที่เริ่มมีฐานข้อมูล  Science Citation Index (SCI) ซึ่งเป็นฐานข้อมูลบรรณานุกรม พร้อมบทคัดย่อและเอกสารอ้างอิงสาขาวิทยาศาสตร์ ฐานข้อมูลนี้พัฒนาโดย Eugene Garfield เมื่อ ค.ศ. 1963    Garfield เริ่มความคิดจากการสร้างฐานข้อมูลเพื่อช่วยให้นักวิจัยค้นหาบทความอื่นๆ ในสาขาของตนเองเท่านั้น ต่อมาจึงขยายไปถึงการรวบรวมเอกสารอ้างอิงในแต่ละบทความ และนำข้อมูลไปวิเคราะห์เอกสารอ้างอิง (Citation analysis) เพื่อเป็นเครื่องมือประเมินผลผลิตวรรณกรรมวิทยาศาสตร์

ฐานข้อมูล SCI ไม่เพียงแต่ทำให้มีการศึกษาด้านดัชนีวรรณกรรมกว้างขวางยิ่งขึ้น แต่ยังก่อให้เกิดนัก วิจัยดัชนีวรรณกรรมรุ่นใหม่อีกด้วย Derek de Solla Price นักฟิสิกส์เป็นผู้สนับสนุนคนสำคัญ ผู้ซึ่งเชื่อว่า ผลงานวิทยาศาสตร์นั้นสามารถวัดได้ด้วยจำนวนวรรณกรรม โดยมองแยกอิสระจากความเป็นนักวิทยาศาสตร์ เพราะผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์ หากไม่มีการเผยแพร่ผลงานวิจัยก็เท่ากับไม่ได้สร้างสรรค์ความก้าวหน้าให้สาขาวิชาเฉพาะของตน   
 

เนื้อหาโดย..นางรังสิมา เพ็ชรเม็ดใหญ่ ศูนย์บริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

MTEC
BIOTEC
NECTEC
NANOTEC

tsp

AIMI

nctc

ฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ

 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป