มหาอุทกภัยปี 2554 ที่ผ่านมานี้ ถึงแม้เหตุการณ์จะบรรเทาและบางที่เร่งดำเนินการฟื้นฟูจนเกือบสมบูรณ์ 100 % แล้วก็ตามแต่กระนั้น ก็ยังเกิดคำถามมากมายในการรับมือและแก้ไขปัญหาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นต้นว่าจะมีการดำเนินการรับมือกับอุทกภัยอย่างไร มีการพยากรณ์และเตือนภัยอย่างไร ปริมาณของน้ำจะมากน้อยเพียงใด และจะท่วมเป็นระยะเวลานานเท่าไร ซึ่งในขณะนี้ต้องยอมรับว่ายังไม่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหน่วยงานใดที่จะให้ความมั่นใจว่าในปี 2555 จะเกิดมหาอุทกภัยเช่นเดียวกับปี 2554 อีกหรือไม่

"โครงการค่ายยุวชน...สร้างภูมิคุ้มกันภัยพิบัติจากธรรมชาติ ครั้งที่ 1" กับบ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย มีการบรรยายพิเศษเรื่อง “สถานภาพการจัดการอุทกภัย อดีต..ปัจจุบัน อนาคต และแนวคิดด้านการ พยากรณ์เตือนภัยพิบัติ” โดย ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม และผู้จัดการใหญ่อุทยานสิ่งแวดล้อม นานาชาติสิรินธร ในพระบรมราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี มีความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมภัยพิบัติ (อุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก พายุคลื่น สึนามิ การกัดเซาะ และการตกตะกอน สภาวะโลกร้อน) โดยมีบทความในวารสารต่างประเทศและในประเทศกว่า 100 บทความ นอกจากนี้ยังได้รับแต่งตั้งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมภัยพิบัติ ในหน่วยงานต่างๆ เลขานุการอนุกรรมการวิศวกรรมแหล่งน้ำ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

ดร.เสรี ได้กล่าวถึงระบบพยากรณ์และเตือนภัยด้านภูมิอากาศ เป็นการคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงโดยเฉลี่ย โดยทั่วไปแบบจำลองสามารถคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงรายวันประมาณ 7 วันล่วงหน้าได้ ซึ่งในการพยากรณ์การเปลี่ยนแปลงนี้ต้องอาศัยแบบจำลองสำหรับวิเคราะห์เหตุการณ์หลายๆ แบบจำลอง หรือผสมผสานแล้วนำมาวิเคราะห์อีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้ได้ผลที่แม่นยำที่สุด แต่การวิเคราะห์ข้อมูลนั้นจะแม่นยำมากน้อยขึ้นอยู่กับข้อมูลที่นำเข้าสำหรับวิเคราะห์ที่มีความแม่นยำ และเชื่อถือได้หรือไม่ รวมไปถึงความละเอียดที่
แตกต่างกันไปของแบบจำลองนั้นๆ ยิ่งมีค่าความละเอียดในการแสดงผลของภาพ (Resolution) มากยิ่งมีความแม่นยำมากขึ้นตามลำดับ ซึ่งอาจมีทฤษฎีในการคำนวณค่าต่างๆ แตกต่างกัน อาจจะเป็นการนำทฤษฎีทางคณิตศาสตร์ หรือฟิสิกส์ มาใช้คำนวณหาค่าต่างๆ ขึ้นอยู่กับการนำมาประยุกต์ใช้  เช่น แบบจำลอง PRECIS Model เป็นแบบจำลองที่ได้รับความอนุเคราะห์จากประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นแบบจำลองแบบ Regional โดยได้มีรับมาและปรับให้สามารถใช้งานเข้ากับประเทศไทย เป็นต้น และหากการเปลี่ยนแปลงโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 30 ปีจะเกิดเหตุการณ์ใดๆ ขึ้นครั้งหนึ่ง มักเรียกว่า "Climate Change"

การเปลี่ยนแปลงภาวะภูมิอากาศ หรืออากาศแปรปรวน (Climate Weather City) ทั่วโลกนั้น หากลองสังเกตและทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงจะพบว่า อุณหภูมิเฉลี่ยโลกสูงขึ้นเป็นผลจากการกระทำของมนุษย์แทบทั้งสิ้น โดยเฉพาะหากเกิดการเปลี่ยนแปลงบริเวณมหาสมุทรอินเดีย และมหาสมุทรแปซิฟิก การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในมหาสมุทรดังกล่าวนั้น ย่อมส่งผลกระทบต่อประเทศไทยไม่มากก็น้อย อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมของมนุษย์ เช่น ปัญหาด้านความเป็นอยู่ ปัญหาด้านสุขภาพ ปัญหาด้านเกษตรกรรม ปัญหาภัยแล้ง ซึ่งปัญหาต่างๆ นี้ได้อ้างอิงผลจากการจัดทำสถิติจำนวนพายุช่วง Enso และดัชนี Enso ของ JAMSTEC (Japan Agency for Marine Earth Science and Technology) ประเทศญี่ปุ่นได้คาดการณ์ว่า ปรากฏการณ์ลานินญา (La Nina) นั้นจะค่อยๆ ลดอิทธิพลลงในช่วงกลางปี-ปลายปี 2555 อาจจะส่งผลให้เกิดพายุในสมุทรใกล้เคียง แต่การเกิดพายุในมหาสมุทรนั้น ไม่ใช่ทุกลูกจะพัดเข้าถล่มประเทศไทยทั้งหมด คาดว่าหลังเกิดปรากฏการณ์ลานินญา พายุน่าจะเกิดมากขึ้นถึง 40 ลูก แต่จะมีผลกระทบกับประเทศไทยเพียง 30% โดยประมาณ ขึ้นอยู่กับทิศทางของพายุ และหากสถานการณ์เป็นอย่างที่ JAMSTEC คาดการณ์ไว้ ประเทศไทยอาจจะต้องประสบกับภัยแล้งอย่างแน่นอน ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องเร่งคิดและหาวิธีดำเนินการบริหารจัดการน้ำเพื่อรองรับสถานการณ์ดังกล่าว

ดร.เสรี ได้เสนอแนะแนวทาง 5 มาตรการป้องกันน้ำท่วมโดยใช้สิ่งก่อสร้าง องค์ประกอบพื้นฐานของระบบพยากรณ์และเตือนภัย และ
แรงขับเคลื่อน (ภายนอก และภายใน) ที่ส่งผลให้เกิดอุทกภัยในอนาคต ดังนี้

  1. สร้างอ่างเก็บน้ำ
  2. สร้างคลองผันน้ำ
  3. สร้างกำแพง หรือคันกั้นน้ำ
  4. สร้างแก้มลิง
  5. สร้างทางน้ำ (Floodway)

ระบบพยากรณ์และเตือนภัย ประกอบไปด้วยองค์ประกอบพื้นฐานดังนี้

  • ระบบฐานข้อมูลที่เชื่อถือได้
  • โครงข่ายการประสานงานที่ดี
  • การแปรข้อมูลไปสู่ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบเพื่อให้ง่ายต่อการเข้าใจ และง่ายต่อการปฏิบัติ
  • การตัดสินใจโดยผู้มีอำนาจ
  • การประกาศเตือนภัยผ่านสื่อและองค์กร

แรงขับเคลื่อน (ภายนอก และภายใน) ที่ส่งผลให้เกิดอุทกภัยในอนาคต โดยถอดบทเรียนจากวิกฤตน้ำท่วมปี 2554

  • ฝนตกหนัก ส่งผลต่อระดับน้ำเหนือที่เพิ่มสูงขึ้น
  • ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น ส่งผลให้เกิดสภาวะน้ำทะเลหนุนสูง
  • แผ่นดินทรุด
  • ผังเมืองแออัด ซึ่งส่งผลต่อการไหลของน้ำ
  • การบริหารจัดการน้ำที่ดีและเป็นระบบ

จากข้อมูลต่างๆ ที่กล่าวไว้ข้างต้นนั้น ได้บ่งชี้ให้เห็นว่าจ.กรุงเทพฯ มีแนวโน้มสูงที่น้ำจะท่วมในอนาคต รวมทั้งจ.พระนครศรีอยุธยา จ.ปทุมธานี จ.นนทบุรี และฝั่งธนบุรีที่ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับน้ำท่วมในครั้งต่อๆ ไป เพราะเหตุการณ์น้ำท่วมจะเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในอนาคต

นอกจากนี้ ดร.เสรีได้เล่าถึงประสบการณ์จากการประชุมกับนักวิชาการต่างประเทศว่า นักวิชาการต่างประเทศได้วิเคราะห์ว่าประเทศไทยในอนาคตมีแนวโน้มที่อาจเกิด  Black swan event กล่าวคือเหตุการณ์ที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดขึ้น โดยมีผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อโลก ซึ่งจะทวีความรุนแรงกว่าวิกฤตการณ์มหาอุทกภัยที่ประเทศไทยเพิ่งประสบไป ดังนั้นจึงควรมีการเตรียมพร้อมเพื่อรับมือต่อวิกฤตการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นด้วยความไม่ประมาท เพื่อลดความสูญเสียในด้านต่างๆ ให้เบาบางเท่าที่จะทำได้เท่านั้น เพราะภัยธรรมชาติเป็นเหตุการณ์ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่เราทุกคนสามารถเตรียมใจและเตรียมพร้อมรับมือกับมันอย่างเข้าใจและมีสติได้

MTEC
BIOTEC
NECTEC
NANOTEC

tsp

AIMI

nctc

ผลงานวิจัยพร้อมถ่ายทอด

ฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ

 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป