จากภาวะน้ำท่วม ซึ่งผู้ประสบภัยได้รับความเดือดร้อน ทั้งเรื่องที่อยู่อาศัย ปัญหาสุขภาพ โรคภัยและสัตว์มีพิษที่มากับน้ำ ด้วยความห่วงใยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้จัดทำหนังสือเผยแพร่ความรู้ให้แก่ผู้ประสบภัยแล้วในเรื่อง “ทำอย่างไรให้ปลอดภัยจากโรค สัตว์มีพิษและสารเคมี”เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบอันตราย วิธีการป้องกันโรค และวิธีการปฏิบัติเมื่อได้รับพิษต่างๆ เมื่อน้ำลดแล้วสิ่งที่เหลือไว้คือความเสียหายของบ้านเรือนและข้าวของเครื่องใช้ สิ่งที่ผู้ประสบภัยทุกคนต้องรีบดำเนินการ คือการฟื้นฟูบ้านเรือนที่พักอาศัยที่ได้รับความเสียหาย เก็บกวาดขจัดสิ่งสกปรกต่างๆ ออกเพื่อให้สามารถเข้ากลับอยู่ได้อย่างปลอดภัย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กระทรวงสาธารณสุขจึง ได้จัดทำเอกสารความรู้ เรื่อง “กำจัดเชื้อในบ้าน...หลังน้ำท่วม” โดยเสนอวิธีการตั้งแต่ การเตรียมเครื่องมือ และอุปกรณ์ทั้งสำหรับการทำความสะอาดและความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติ วิธีการทำความสะอาดส่วนต่างๆ ของบ้านและเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งทำจากวัสดุหลายประเภท รวมทั้งความรู้ทั่วไปซึ่งเป็นประโยชน์ในการป้องกันกำจัดเชื้อโรคหลังน้ำท่วม และสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ต่อไป นายแพทย์บุญชัย สมบูรณ์สุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

ภายหลังน้ำท่วมทั้งภายในและภายนอกอาคาร นอกจากความสกปรกที่มากับน้ำที่ท่วมขังแล้ว ยังมีปัญหาเกี่ยวกับการปนเปื้อนของเชื้อโรคอีกด้วย สิ่งเหล่านี้ ก่อให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพการทำความสะอาดบ้านหลังน้ำท่วมจึงเป็นกิจกรรมที่สำคัญ ที่จะทำให้เรามั่นใจก่อนที่จะกลับเข้ามาพักอาศัย

4 ขั้นตอนทำความสะอาดบ้านหลังน้ำท่วม

ขั้นที่ 1 เตรียมตัวให้พร้อม 

  • สวมเสื้อ แขนยาว กางเกงขายาว พร้อมถุงมือ รองเท้าบู๊ทยาง แว่นตา ผ้า หรือ หน้ากากปิด ปากและจมูก อย่าสวมเครื่องประดับ4 กำจัดเชื้อในบ้าน...หลังน้ำท่วม
  • อุปกรณ์ทำความสะอาด ผ้าหรือกระดาษทิชชูอย่างหนาสำหรับ เช็ดทำความสะอาด แปรงขัดพื้นด้ามสั้น แปรงขัดพื้นด้ามยาว ไม้ ถูพื้น ไม้กวาดซี่มะพร้าว แปรงสีฟันเก่า ถังน้ำ ถุงขยะสีดำ ที่รัด ปากถุงขยะ แผ่นพลาสติกใสขนาด 1 เมตร X 1 เมตร กระดาษ หนังสือพิมพ์ ไฟฉาย พลั่ว
  • ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ได้แก่ แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อโรค 70 % น้ำยาทำความสะอาด หรือน้ำยาล้างจาน น้ำยาซักผ้าขาวที่มี ส่วนผสมของโซเดียมไฮโปคลอไรท์ ผงฟูหรือเบคกิ้งโซดา
  • อุปกรณ์เสริม ถ้ามีก็ดี เช่น เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง เครื่องเป่าลม เครื่องดูดฝุ่นที่สามารถดูดน้ำได้ ไม้รีดน้ำ เป็นต้น

ขั้นที่ 2 ก่อนลงมือ

  • ตรวจสอบการรั่วของกระแสไฟฟ้า – แน่ใจว่าไม่มีไฟฟ้ารั่ว ก่อนลงมือทำความสะอาด ให้แน่ใจว่าไม่มีไฟฟ้ารั่ว หากไม่แน่ใจให้ปรึกษาช่างไฟฟ้า
  • เปิดทุกอย่างที่เป็นไปได เช่น หน้าต่าง ประตู บานเกร็ด เป็นต้น เพื่อ ให้ อากาศและลม ถ่ายเทพัดพา เอาความชื้นออกไป เปิดทิ้งไว้
  • สำรวจสภาพภายนอกบ้าน ระวังเศษกระจก เศษเหล็ก บันทึก หรือถ่ายรูปความเสียหาย ถ้าทำได้ก็จะดี เพื่อช่วยจำในการซ่อมแซม ตรวจสอบความแข็งแรงของบ้าน เช่น รั้ว เสา เก็บขยะแยกประเภทใส่ถุงดำ มัดปากถุง นำรวบรวมไว้ในจุดเดียวกัน
  • เข้าสำรวจสภาพในบ้าน หากพบเชื้อรา ให้สำรวจอย่างระมัดระวัง อย่าสูดดม อย่าให้เข้าตาและปาก บันทึก หรือถ่ายรูปความเสียหาย ถ้าทำได้ก็จะดี เพื่อช่วยจำในการซ่อมแซม สำรวจความแข็งแรง ได้แก่ ประตู หน้าต่าง เพดาน ตู้ต่างๆ  สำรวจเครื่องปรับอากาศ หากมีเชื้อราให้ระมัดระวัง อย่าให้เข้าปาก จมูก ตา และห้ามเปิดใช้งานโดยเด็ดขาด ย้ายสิ่งของ เฟอร์นิเจอร์ไปด้านนอก ถอดผ้าม่านออก รื้อพรมออก (ถ้าน้ำท่วม) สำหรับเฟอร์นิเจอร์ที่มีผ้าเป็นส่วนประกอบ ผ้า ม่าน เสื้อ ผ้า หากพบเชื้อรา ให้ตัดใจทิ้ง เก็บขยะแยกประเภท ใส่ถุงดำมัดปากถุง แล้วนำไปวางรวมกันที่นอกบ้าน

ขั้นที่ 3 ลงมือได้แล้ว

สามารถลงมือทำความสะอาดด้วยตนเองก็ได้ หรือจ้างบริษัทรับทำความสะอาดทำความสะอาดภายนอกบ้าน

  • ฉีดน้ำล้าง ขัดตะไคร่ หรือสิ่งสกปรกออก โดยใช้น้ำยาทำความ สะอาดต่างๆ หรือน้ำยาล้างจาน
  • ฉีดน้ำล้างออก แล้วทิ้งให้แห้ง
  • หากพบเชื้อรา ห้ามฉีดน้ำ ให้ใช้แอลกอฮอล์ หรือน้ำยาซักผ้า ขาวที่ผสมน้ำในอัตราส่วน 1 ถ้วย (300 มิลลิลิตร) ต่อน้ำ ประมาณ 3.8 ลิตร เช็ดคราบเชื้อรา ทิ้งไว้ 15 - 30 นาที แล้ว จึงล้างออกด้วยน้ำ

ทำความสะอาดภายในบ้าน ได้แก่ หน้าต่าง ประตู 

  • เช็ดทำความสะอาด ขัดตะไคร่ หรือสิ่งสกปรกออก (ถ้ามี) โดยใช้น้ำยาทำความสะอาดต่างๆ หรือน้ำยาล้างจาน
  • เช็ดด้วยน้ำสะอาด แล้วทิ้งให้แห้ง l หากพบเชื้อรา ให้ใช้แอลกอฮอล์ หรือน้ำยาซักผ้าขาวที่ ผสมน้ำ ในอัตราส่วน 1 ถ้วย (300 มิลลิลิตร) ต่อน้ำ ประมาณ 3.8 ลิตร เช็ดคราบเชื้อรา ทิ้งไว้ 15 - 30 นาที แล้วจึงเช็ดออกด้วยน้ำ

ทำความสะอาดพื้น

  • พื้นไม้ เช็ดทำความสะอาดขัด ตะไคร่ หรือสิ่งสกปรกออก (ถ้ามี) โดยใช้น้ำยาทำความสะอาดต่างๆ หรือน้ำยาล้างจาน หาก พื้นไม้ร่อนบางส่วน ควรรื้อออกเช็ดด้วยน้ำสะอาด แล้วทิ้งให้แห้ง หากพบเชื้อรา ให้ใช้ผงฟูละลายน้ำเช็ด หรือแอลกอฮอล์เช็ด คราบเชื้อราออก
  • พื้นกระเบื้อง เช็ดทำความสะอาด ขัดตะไคร่ หรือสิ่งสกปรกออก (ถ้ามี) โดยใช้น้ำยาทำความสะอาดต่างๆ หรือน้ำยาล้างจาน เช็ดด้วยน้ำสะอาด และทำซ้ำจนสะอาด แล้วทิ้งให้แห้ง หากพบเชือรา ให้ใช้แอลกอฮอล์ หรือน้ำยาซักผ้าขาวทีผสม น้ำในอัตราส่วน 1 ถ้วย (300 มิลลิตร) ต่อน้ำประมาณ 3.8 ลิตร เช็ดคราบเชื้อรา ทิ้งไว้ 15 - 30 นาที แล้วจึงเช็ดออก ด้วยน้ำ10 กำจัดเชื้อในบ้าน...หลังน้ำท่วม
  • พื้นพรม รื้อพรมออก ควรส่งให้บริษัทที่รับซักพรมทำความสะอาดพื้น โดยใช้น้ำยาทำความสะอาดต่างๆ หรือ น้ำยาล้างจาน ใช้เครื่องดูดฝุ่นที่สามารถดูดน้ำ เช็ดด้วยน้ำ สะอาด และทำซ้ำจนสะอาด แล้วทิ้งให้แห้ง หากพบเชื้อรา ควรตัดใจทิ้ง

ทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์

  • ประเภทที่ มีผ้า เป็นส่วนประกอบ ให้ ทำความสะอาด และ เครื่องดูดฝุ่นที่สามารถดูดน้ำได้ แล้วนำไปตากแดดให้แห้ง หากพบเชื้อราให้ตัดใจทิ้ง
  • ประเภทไม้ พลาสติก หรือหนัง ให้ทำความสะอาด โดยใช้น้ำยา ทำความสะอาดต่างๆ หรือน้ำยาล้างจาน ฉีดน้ำล้างออก เช็ดให้แห้ง นำไปผึ่งให้แห้ง ห้ามตากแดด เพราะอาจทำให้ไม้หรือพลาสติก เปลี่ยนรูปร่างได้หากพบเชื้อรา ให้ใช้ผงฟูละลายน้ำเช็ด หรือใช้แอลกอฮอล์เช็ดคราบเชื้อราออก นำไปผึ่งให้แห้ง ห้ามตากแดด เพราะอาจทำให้ไม้หรือพลาสติกเปลี่ยนรูปร่างได้

เสื้อผ้าและอื่นๆ

  • ตรวจดูเสื้อผ้าว่ามีเชื้อราหรือไม่ หากมีเชื้อราให้ทิ้งไป หากไม่มีเชื้อราแต่มีกลิ่นอับชื้น ให้ซักล้าง 2 – 3 ซ้ำ แล้วลวกด้วยน้ำร้อน
  • เครื่องปรับอากาศ ให้ ทำความสะอาดด้วยน้ำ ยาทำความสะอาด เช็ดซ้ำด้วยน้ำสะอาด ทำให้แห้ง หากพบเชื้อรา ให้เช็ดภายนอกด้วยแอลกอฮอล์ เมื่อ แห้ง แล้วถอดแผ่นกรองออก แล้วนำแยกไปเช็ดด้วยแอลกอฮอล์ แล้วให้ทำความสะอาดด้วยน้ำยาทำความสะอาด เช็ดซ้ำด้วยน้ำสะอาด ทำให้แห้ง ยังไม่ควรเปิดใช้งาน โดยตรวจสอบและสังเกตว่ามีเชื้อรา หรือมีกลิ่นหรือไม่ l เพดาน หากน้ำท่วมขังในบ้านเป็นเวลานาน
  • เพดานที่ทำด้วยฝ้าอาจเปื่อยยุ่ยและถล่มลงมาได้ ควรรื้อทิ้ง
  • จาน ชาม ที่ถูกน้ำท่วม ให้ทำความสะอาดด้วยน้ำยาล้างจานและล้างในน้ำยาซักผ้าขาวที่ผสมน้ำ ในอัตราส่วน 1 ช้อนชา (5 มิลลิลิตร)ในน้ำ 3.8 ลิตร และล้างด้วยน้ำสะอาด (ดูเพิ่มเติมในแนวทางการทำความสะอาด)

ขั้นที่ 4 ปล่อยให้แห้ง

  • พยายามระบายอากาศออกให้มากที่สุด อาจใช้อุปกรณ์ช่วยเพิ่ม เช่น พัดลมเครื่องเป่าลมร้อน อาจใช้เวลา 1 - 3 วัน
  • ทดสอบว่าภายในบ้านแห้งแล้ว โดยใช้พลาสติกขนาด 1 เมตร X 1 เมตร ปิดทับบนพื้น ใช้เทปปิดโดยรอบ ทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง หากยังมีละอองน้ำเกาะที่พลาสติกด้านใน ให้เปิดระบายอากาศ อาจใช้พัดลมช่วยและทำการทดสอบซ้ำ จนกระทั่งไม่มีละอองน้ำเกาะที่พลาสติกด้านใน14 กำจัดเชื้อในบ้าน...หลังน้ำท่วม

รายละเอียดเพิ่มเติมที่เอกสารแนบ 

MTEC
BIOTEC
NECTEC
NANOTEC

tsp

AIMI

nctc

ผลงานวิจัยพร้อมถ่ายทอด

ฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ

 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป