บันทึกสุริยุปราคา

เหนือน่านฟ้าอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย

 

จุมพล เหมะคีรินทร์ บันทึกเรื่อง
สุกิจ บุญญะรังษี, คงพันธุ์ รุ่งประทีปถาวร, จักรภพ อินถา, ปริทัศน์ เทียนทอง ร่วมบันทึกภาพ


บางทีธรรมชาติอาจกำลังสอนให้เรารู้จักความอดทนและการรอคอยบ้างก็เป็นได้
ซึ่งผลลัพธ์ที่ตามมาก็คือ ทำให้เราได้ตระหนักถึงสิ่งที่เรารอคอยนั้น
ว่ามันมีคุณค่ามากแค่ไหน


 
        ผ่านไปด้วยดีกับกิจกรรมชมสุริยุปราคาเหนือน่านฟ้า สวทช. อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ณ ลานดาดฟ้า ชั้น 3 อาคารสำนักงานกลาง สวทช. เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2552 หลายคนที่มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมคงต้องลุ้นกันน่าดู กว่าที่ดวงอาทิตย์จะเคลื่อนหลุดพ้นจากแผ่นเมฆดำทมึนก้อนโต แต่ในที่สุดแฟนพันธุ์แท้ที่รอชมอย่างอดทนต่างก็อิ่มเอมใจไปตามๆ กัน กับการได้ยลโฉมเงาจันทร์ทาทับบางส่วนบนดวงสุริยะ

    งานนี้ต้องบอกว่าทางฝ่ายสื่อสารวิทยาศาสตร์ ตัดสินใจนาทีสุดท้ายว่า จะจัดกิจกรรมนี้ก็เช้าวันศุกร์ที่ 23 ม.ค. นั่นเอง นั่นหมายความว่าเรามีเวลาเตรียมการแค่วันเดียว เนื่องจากทีมงานเราได้ไปจัดงานร่วมกับทาง สกว. และจุฬาฯ อยู่แล้ว แต่เห็นว่าเราน่าจะได้จัดกิจกรรมเช่นนี้ภายใน สวทช.ด้วย จึงได้ติดต่อวิทยากรเว็บมาสเตอร์จากเว็บไซต์ darasart.com คือ คุณสุกิจ บุญญะรังษี ซึ่งโชคดีที่วิทยากรสามารถมาร่วมในงานครั้งนี้ได้
 
สุริยุปราคา เวลา 14.10 น. พวกเราเริ่มเซ็ตกล้องโทรทรรศน์และอุปกรณ์ต่างๆ

     เวลา 14.10 น. พวกเราเริ่มเซ็ตกล้องโทรทรรศน์และอุปกรณ์ต่างๆ เพราะต้องใช้เวลานานราวหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ซึ่งกว่าจะเสร็จก็เป็นเวลาที่พอเหมาะกับช่วงเวลาสัมผัสแรกของการเกิดสุริยุปราคาพอดี แดดยามบ่ายช่างร้อนแรงดีจริงๆ ไม่มีทีท่าเลยว่าจะมีเมฆมาเป็นอุปสรรค ดังนั้น จึงทำให้พวกเราเหงื่อตกไปตามๆ กัน
 
     15.45 น. ผู้คนเริ่มมาทักทาย  และแวะเวียนมาเยี่ยมชมพวกเราทำงานเป็นระยะๆ พร้อมทั้งรอเวลาการเกิดสุริยคราส แต่สัญญาณบอกเหตุไม่ค่อยดีนักก็เริ่มส่อเค้าให้เห็น เมื่อเริ่มปรากฏกลุ่มก้อนเมฆสีดำก่อตัวแผ่ขยายอาณาเขตขึ้นเรื่อยๆ 
 
15.45 น. ผู้คนเริ่มมาทักทาย  15.45 น. ผู้คนเริ่มมาทักทาย  15.45 น. ผู้คนเริ่มมาทักทาย  15.45 น. ผู้คนเริ่มมาทักทาย
  
 
     เวลา 16.00 น. ผู้คนเริ่มทยอยมากันมากขึ้น แต่อุปสรรคใหญ่ที่เราประสบอยู่ตอนนี้ ก็คือกลุ่มเมฆดำทะมึนก้อนนั้นนั่นเอง ซึ่งตอนนี้ได้แผ่ขยายตัวเข้ายึดครองน่านฟ้าบริเวณตำแหน่งของดวงอาทิตย์อย่างเบ็ดเสร็จสิ้นเชิง จากเดิมที่ก่อนหน้านี้ราวสัก 20 นาที ยังพอเห็นลำแสงอาทิตย์สาดส่องลอดก้อนเมฆออกมาให้ได้ลุ้นกันบ้าง แต่ ณ เวลานี้ ดูแล้วความหวังที่จะได้เห็นสุริยุปราคาตอนนี้ ท่าจะยาก ช่างเป็นการทำร้ายจิตใจผู้มาเฝ้ารอชมเสียจริงๆ แต่บางที ธรรมชาติอาจกำลังสอนให้เรารู้จักความอดทนและการรอคอยบ้างก็เป็นได้ ซึ่งผลลัพธ์ที่ตามมาก็คือ ทำให้เราได้ตระหนักถึงสิ่งที่เรารอคอยนั้นว่ามันมีคุณค่ามากแค่ไหน
 
    เวลาผ่านไปราวเกือบครึ่งชั่วโมง มีผู้สนใจเข้ามาเยี่ยมชมสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันอย่างคึกคัก รวมๆ แล้วคงนับร้อยคน น่าดีใจที่มีเด็กๆ จากโรงเรียนนานาชาติที่ AIT มาเยี่ยมชมปรากฏการณ์ครั้งนี้ด้วย รวมทั้งนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อนบ้านที่ทราบข่าวก็มาชมด้วยเช่นกัน

    และแล้ว... ฟ้าก็ปราณี (เป็นวิทยาศาสตร์มั้ยเนี่ย) เมื่อดวงอาทิตย์เคลื่อนตัวลงต่ำหลุดจากฐานเมฆ แสงแรกที่ส่องออกมา ทำให้พวกเราที่ต่างเฝ้ารอคอย ดีใจกันยกใหญ่ แต่...ยังไม่ชัดเจนพอที่จะเห็นอุปราคาของดวงอาทิตย์ จนเวลาผ่านไปอีกราว 5 นาที คือเมื่อเวลาประมาณ 16.30 น. ภาพการเกิดสุริยุปราคาก็ได้ปรากฏแก่สายตาผู้รอคอยชมได้ยลโฉมกันอย่างเต็มตา
 
    บางคน ดูผ่านแผ่นกรองแสง อีกส่วนหนึ่งเข้าแถวรอเพื่อชมผ่านกล้องโทรทรรศน์ที่ติดแผ่นกรองแสงแล้ว ซึ่งเห็นภาพการเกิดได้อย่างคมชัด อีกส่วนหนึ่งก็ชมผ่านทีวีจอแบนที่ต่อสัญญาณจากคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คซึ่งรับสัญญาณภาพมาจากกล้องโทรทรรศน์อีกทอดหนึ่ง

    ช่วงเวลา 15-20 นาที ที่ได้ชมกันเต็มๆ นับเป็นช่วงนาทีทองจริงๆ เพราะใกล้ห้าโมงเย็น...อันเป็นเวลาที่รถโรงเรียนของพวกเรา(รถรับส่งพนักงาน สวทช.)เตรียมจะออกแล้ว
ช่วงเวลา 15-20 นาที ที่ได้ชมกันเต็มๆ นับเป็นช่วงนาทีทองจริงๆ ดวงอาทิตย์ถูกเงาจันทร์
 
    ช่วงเวลาที่พวกเราได้เห็นภาพปรากฏการณ์สุริยุปราคานั้น ดวงอาทิตย์ถูกเงาจันทร์บดบังไปสูงสุดประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์ ก่อนที่เงาจันทร์จะค่อยๆ เคลื่อนตัวออก จนเสร็จสิ้นการจับคราส ในเวลาประมาณ 6 โมงเย็น ซึ่งเป็นเวลาที่เชิญธงชาติลงจากยอดเสาพอดี
    หลายคนพยายามถ่ายภาพผ่านแผ่นกรองแสง แต่ไม่ง่ายนัก ดังนั้น เราจึงนำภาพที่ถ่ายผ่านกล้องโทรทรรศน์มาให้ชม แต่พอเวลาหลัง 17.30 น. ไปแล้ว แสงจ้าจากดวงอาทิตย์ที่ส่งพลังอันร้อนแรง ก็เริ่มคลายความรุนแรงลง จากแสงจ้าที่ปรากฏก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้ม และสามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าอย่างสบาย

    แฟนพันธุ์แท้กลุ่มเล็กๆ ราว 5-6 คน ยังคงรอถ่ายภาพแสงสุดท้ายอยู่ ซึ่งนับว่าคุ้มค่าที่ได้รอคอย ภาพตรงหน้าพวกเราขณะนี้ คือภาพของดวงอาทิตย์ที่งดงาม และมีความหมายจริงๆ เพราะมันคือ ภาพดวงอาทิตย์ยามสนธยาที่สดใส ดวงโต ปรากฏแสงสีทองสวยงาม แต่เส้นรอบวงของดวงอาทิตย์ไม่สมบูรณ์ !! ทั้งนี้ อันเนื่องมาจากการจับคราสยังไม่สิ้นสุดนั่นเอง

    10%, 5%, 2%, 1% …เป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่เงาจันทร์ค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากดวงอาทิตย์ จนเงาที่บดบังนั้นค่อยๆ หายไปในที่สุด ดวงอาทิตย์กลับมาปรากฏเป็นดวงอาทิตย์ดวงเดิมที่มีเส้นรอบวงครบสมบูรณ์อีก ครั้ง ก่อนที่จะค่อยๆ คล้อยตัวลงต่ำ และจางลับหายไปจากขอบฟ้าในที่สุด...

ดวงอาทิตย์ดวงเดิมที่มีเส้นรอบวงครบสมบูรณ์อีกครั้ง

MTEC
BIOTEC
NECTEC
NANOTEC

tsp

AIMI

nctc

ผลงานวิจัยพร้อมถ่ายทอด

ฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ

 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป