รายงานข่าววิทยาศาสตร์ลและเทคโนโลยีจากวอชิงตัน ประจำเดือนพฤศจิกายน 2555 นำเสนอในห้วข้อข่าวดังต่อไปนี้

ประเด็นด้านวิทยาศาสตร์ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ
alt

วารสาร C&N ฉบับวันที่ 8 ตุลาคม 2555 ได้สัมภาษณ์ผู้สมัครแข่งขันตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ คือ ประธานาธิบดีบารัค โอบามา และ ผู้ว่าการรัฐ มิท รอมนี่  ถึงแนวนโยบายด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีซึ่งจะไม่ได้พบในสื่ออื่นๆ  ประเด็นการสัมภาษณ์มีดังนี้

1. การสนับสนุนการวิจัย (research support) 
2. บทบาทของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกับความปลอดภัยของประเทศ (national security)
3. การเข้าถึงข้อมูล (open access) งานวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ
4.  การคาดหวังด้านจริยธรรมคุณธรรมในงานด้านวิทยาศาสตร์ (scientific integrity)
5. การพัฒนาพลังงาน  (energy)
6. การเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ  (climate change)
7. การพัฒนานัวตกรรม (innovation)
8. การพัฒนาระบบการศึกษา (education)

ซึ่งผู้แข่งขันทั้งสองคน มีแนวนโยบายที่จะทำให้คนอเมริกันและคนทั่วโลกทราบว่าเขาจะมีแนวทางอย่างไรเมื่อก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ

Bi-Fi: กระบวนการสื่อสารใหม่จากแบคทีเรียเซลล์หนึ่งสู่แบคทีเรียอีกเซลล์หนึ่งซึ่งสามารถปฏิวัติสาขาวิศวกรรมชีวภาพได้
altอินเตอร์เน็ตได้ทำให้เกิดการปฏิวัติการสื่อสาร มาแล้วทั่วโลก  และในปัจจุบัน นักวิจัยจาก Standford University กำลังมองหาสิ่งสนับสนุนที่คล้ายคลึงกันนี้ให้กับวิศวกรรมชีวภาพด้วยกระบวนการใหม่ที่เรียกว่า “Bi-Fi”  เทคโนโลยีที่ใช้ไวรัสที่ไม่ก่อให้เกิดอันตรายที่เรียกว่า “M13” เพื่อเพิ่มความสลับซับซ้อนและปริมาณข้อมูลที่สามารถส่งข้อความจากเซลล์แบคทีเรียหนึ่งไปยังแบคทีเรียอีกเซลล์หนึ่ง  นักวิจัยกล่าวว่า Bi-Fi สามารถช่วยให้วิศวกรรมชีวภาพสร้าง ความซับซ้อนของกลุ่มเซลล์แบคทีเรียที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุตามหน้าที่ที่สำคัญทางชีวภาพ
 
ตามธรรมชาติของเซลล์แบคทีเรียนั้น การสื่อสารระหว่างเซลล์จะให้สารเคมีเป็นสัญญาณในการสื่อสาร ซึ่งใช้เป็นทั้งข้อความและผู้ส่งข้อความ  แต่อย่างไรก็ตาม วิธีการติดต่อ สื่อสารนี้ก็มีข้อจำกัดอย่างยิ่งในแง่ของความซับซ้อนและความรวดเร็วในการรับส่งข้อมูล รศ.ดร. Drew Endy จากภาควิชาวิศวกรรมชีวภาพ อธิบายว่า ถ้าการเชื่อมต่อเครือข่ายของคุณขึ้นอยู่กับน้ำตาล  ดังนั้น ปริมาณข้อมูลก็ถูกจำกัดด้วยปริมาณน้ำตาล  Endy และ Monica Ortiz นักศึกษาดุษฎีบัณฑิตจากภาควิชาวิศวกรรมชีวภาพกล่าวว่า การแยกตัวส่งข้อความและข้อความออกจากกันสามารถเพิ่มปริมาณข้อมูลการส่งได้ดียิ่งขึ้น

การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความคิดสร้างสรรกับอาการป่วยทางจิต
นักวิจัยจากสถาบัน Karolinska ได้ทำการศึกษาตัวอย่างชาวสวีเดนเป็นจำนวนมาก และครอบคลุมชาวสวีเดน มากที่สุดเท่าที่เคยมีการศึกษามา พบว่า นักคิดหรือ นักสร้างสรรค์ทั้งทางศิลปะและทางวิทยาศาสตร์ เช่น นักเต้นรำ นักวิจัย ช่างภาพ และผู้ประพันธ์ มักเข้ารับการรักษาอาการ ป่วยทางจิตบ่อยครั้งกว่าบุคคลทั่วไป  ดังนั้น จึงน่าจะมีการเชื่อมโยงที่สำคัญระหว่างการเขียนและโรคทางจิต

เมื่อปีที่ผ่านมา ทีมนักวิจัยแสดงให้เห็นว่า จิตกรและ นักวิทยาศาสตร์ที่มักมีโอกาสป่วยเป็นโรคอารมณ์สองขั้ว (bipolar disorder) และโรคจิตเภท (schizophrenia) มากกว่าบุคคลทั่วไป   นอกจากนี้ คณะวิจัยได้ทำการศึกษา เพิ่มเติมไปยังโรคทางจิตชนิดอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคจิตอารมณ์ (Schizoaffective Disorder)  โรคซึมเศร้า (depression)  โรควิตกกังวล (Anxiety Disorder)  ภาวะดื่มสุราแบบเสี่ยง (alcohol abuse)  การติดยาเสพติด (drug abuse)  โรคออทิซึม (Autism)  โรคสมาธิสั้น (ADHD)  โรคกลัวอ้วน (Anorexia Nervosa)  และการฆ่าตัวตาย (SUICIDE) ที่ได้ รวบรวมข้อมูลจากการดูแลผู้ป่วยนอกไว้มากกว่าข้อมูลจากผู้ป่วยในโรงพยาบาล
 
การศึกษาได้ทำการติดตามผู้ป่วยและญาติที่รวมไปถึงลูกพี่ลูกน้อง (second-cousin level) ของผู้ป่วยเกือบ 1.2 ล้านคน เพื่อทำการจับคู่กับตัวควบคุมที่มีสุขภาพดี  ซึ่งข้อมูลทั้งหมดได้จากการศึกษาชาวสวีเดนในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมาที่ถูกปิดเป็นความลับ และไม่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลไปยังบุคคลในบุคคลหนึ่งได้
 
ผลการวิจัยนี้เป็นการยืนยันผลการศึกษาอาการป่วยทางจิตชนิดหนึ่ง นั่นก็คือ โรคอารมณ์สองขั้ว (bipolar disorder) ที่ได้มีการศึกษาไว้ก่อนหน้า  ซึ่งโรคอารมณ์สองขั้วเป็นกันมากในกลุ่มคนที่ประกอบอาชีพทางศิลปะหรือ นักวิทยาศาสตร์ ตัวอย่างเช่น นักเต้นรำ นักวิจัย ช่างภาพ หรือนักเขียน   นอกจากนี้ นักเขียนก็ยังมีโอกาสป่วยด้วยโรคทางจิตอื่นๆ ได้อีกไม่ว่าจะเป็นโรคจิตเภท โรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล และการติดยาเสพติด  และอาชีพนักเขียนก็ยังมีแนวโน้มการฆ่าตัวตายมากกว่าประชาชนทั่วไปถึงสองเท่า

การศึกษาครั้งนี้ได้รับเงินสนับสนุนงานวิจัยจาก Swedish Research Council, Swedish Psychiatry Foundation, Bror Gadelius Foundation, Stockholm Centre for Psychiatric Research and the Swedish Council for Working Life and Social Research.

การรับประทานไวตามินรวมเป็นประจำทุกวันอาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งลงได้
altมีรายงานเกี่ยวกับประโยชน์จากการรับประทานไวตามินที่ขัดแย้งกันหลายฉบับ  โดยเฉพาะเรื่องของประโยชน์ของไวตามินในการลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรัง  เมื่อเร็วๆ นี้  นักวิจัยกลุ่มหนึ่งได้เปิดเผยผลการวิจัยทางคลินิก (clinical trial) ที่ติดตามแพทย์เพศชายสูงอายุเกือบ 15,000 ราย เป็นเวลากว่าทศวรรษ  พบว่า การรับประทานไวตามินรวมสามารถลดโอกาสเสี่ยงของการป่วยเป็นโรคมะเร็งลงได้ ร้อยละ 8
 
ในขณะที่ การศึกษาที่เกี่ยวข้องกับไวตามินส่วนมาก เน้นไปที่การศึกษาถึงผลกระทบจากการรับประทานไวตามิน หรือแร่ธาตุชนิดใดชนิดหนึ่งในปริมาณที่มากเกินความจำเป็นต่อร่างกาย เช่น แคลเซียม และไวตามินดี  แต่การวิจัย ทางคลินิกครั้งนี้ ผู้ทำการวิจัยต้องการทดสอบว่าการรับประทานไวตามินรวมเป็นประจำทุกวันนั้นมีผลต่อความเสี่ยงของการ เกิดโรคมะเร็งหรือไม่  ซึ่งการศึกษานี้ถือเป็นหนึ่งในความพยายามที่ยาวนานที่สุดเพื่อตอบคำถามเกี่ยวกับประโยชน์จากการรับประทานไวตามิน

ผลจากการวิจัยพบว่า การรับประทานไวตามินรวมจะไม่ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก  ซึ่งเป็นโรคมะเร็งที่พบได้บ่อยที่สุดในผู้เข้าร่วมการศึกษาครั้งนี้  แต่เมื่อนักวิจัยพิจารณาถึงผลการรับประทานไวตามินรวมต่อการเกิดโรคมะเร็งชนิดอื่นๆ ที่เหลือ พบว่า สามารถลดการเกิดโรคมะเร็งได้ถึงร้อยละ 12

Titan แสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงฤดูกาลได้อย่างน่าประหลาดใจ

alt
ภาพยานสำรวจอวกาศ Cassini ที่ปฏิบัติการรอบๆ ดวงจันทร์ไททาน
เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลที่ใช้สำหรับงานวิจัยนี้


ดร. Athena Coustenis จาก Paris-Meudon Observatory ในประเทศฝรั่งเศสได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลของดวงจันทร์ไททาน (หนึ่งในบริวารของดาวเสาร์) ที่เก็บ รวบรวมได้ตลอดระยะเวลา 30 ปี  ซึ่งครอบคลุมระยะเวลาในการโคจรรอบดวงอาทิตย์ 1 รอบ  พบว่า การเปลี่ยนแปลงฤดูกาลของดวงจันทร์ไททานมีผลต่อมันมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้า  ดร. Coustenis ได้นำเสนอผลการสังเกตุนี้เมื่อ วันศุกร์ที่ 28 กันยายน 2555 ที่ European Planetary Science Congress ณ เมืองมาดริด ประเทศสเปน

ดร. Coustenis อธิบายไว้ว่า สภาวะต่างๆ บนดวงจันทร์ไททานเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาลของมันเช่นเดียวกับโลกของเรา  ซึ่งเราสามารถเห็นความแตกต่างของฤดูกาลได้จากอุณหภูมิ ส่วนประกอบทางเคมี และรูปแบบการหมุนเวียน ของชั้นบรรยากาศ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่บริเวณขั้วดวงจันทร์ ตัวอย่างเช่น ทะเลสาปไฮโดรคาร์บอน (hydrocarbon lakes) ที่จะก่อตัวขึ้นรอบๆ บริเวณขั้วเหนือของดวงจันทร์ในระหว่างฤดูหนาว เนื่องจากอุณหภูมิที่ลดลงและการควบแน่น  ชั้นของเมฆหมอกที่ล้อมรอบดวงจันทร์ไททานบริเวณเหนือของดวงจันทร์ลดลงอย่างชัดเจนในระหว่าง equinox (วันที่มี ช่วงเวลากลางวันเท่ากับเวลากลางคืน)  เนื่องจากรูปแบบการหมุนเวียนของชั้นบรรยากาศ  และนี่เป็นสิ่งที่สร้างความประหลาดใจเป็นอย่างยิ่งเพราะว่าพวกเขาไม่ได้คาดหวังว่าจะพบการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในชั้นบรรยากาศที่อยู่ลึกลงไป


สาเหตุหลักของวงจรเหล่านี้ก็คือ รังสีจากดวงอาทิตย์  ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานสำหรับบรรยากาศของดวงจันทร์ไททาน  การแยกไนโตรเจนและมีเทนเพื่อสร้างโมเลกุลใหม่ที่มีความ สลับซับซ้อนมากยิ่งขึ้น เช่น อีเทน และทำหน้าที่เป็นแรงผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมี  แกนของดวงจันทร์ไททานเอียงทำมุมประมาณ 27 องศา ซึ่งใกล้เคียงกับแกนของโลกที่ เอียงทำมุม 23.5 องศา  ซึ่งแกนที่เอียงนี้เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดฤดูกาลต่างๆ  เนื่องจาก ความลาดเอียงของแกนดวงจันทร์ไททานทำให้แสงจากดวงอาทิตย์เข้าถึงพื้นที่ต่างๆ ด้วยความเข้มแสงที่แตกต่างกัน  ดร. Coustenis กล่าวว่า มันเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์เป็นอย่างมากที่ดวงอาทิตย์ยังคงเป็นแหล่งของพลังงานที่สำคัญให้กับดวงจันทร์ไททาน  แม้ว่าดวงจันทร์ไททานจะอยู่ห่างไกลออกไปจากดวงอาทิตย์มากก็ตาม (ดวงจันทร์ไททานอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ไกลออกไปจากโลกอีกกว่า 1.5 พันล้านกิโลเมตร)
 
ข้อสรุปจากการวิเคราะห์ข้อมูลการสังเกตุการณ์ที่ รวบรวมได้จากภารกิจต่างๆ รวมทั้งภารกิจของยานสำรวจอวกาศ Voyager 1 (ในปี ค.ศ. 1980), ดาวเทียม Infrared Space Observatory (ในปี ค.ศ. 1997) และยานสำรวจอวกาศ Cassini (ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2004 เป็นต้นมา)  พร้อมด้วยการสังเกตุการณ์จากภาคพื้นดิน  พบว่า แต่ละฤดูกาลของดวงจันทร์ไททานใช้เวลาประมาณ 7.5 ปี  ขณะที่มันใช้เวลา 29.5 ปี สำหรับดาวเสาร์ที่โคจรรอบ ดวงอาทิตย์ครบ 1 รอบ  ดังนั้นข้อมูลที่มีการรวบรวมได้เป็นข้อมูลสำหรับ 1 ปีของดวงจันทร์ไททาน (1 ปี ของดาวเคราะห์ คือ ระยะเวลาที่ดาวเคราะห์นั้นๆ โคจรรอบดวงอาทิตย์ครบ 1 รอบ) ที่ได้รวบรวมเอาฤดูกาลทั้งหมดเข้าไว้ด้วยกัน
 
ดร. Coustenis อธิบายว่าทำไมการศึกษาดวงจันทร์ที่อยู่ไกลออกไปจากดวงอาทิตย์จึงมีความสำคัญ  ซึ่งดวงจันทร์ไททานก็เป็นหนึ่งในดวงในที่มีความเหมาะสมในการศึกษามากที่สุด  เนื่องจาก ดวงจันทร์ไททานมีสภาวะที่คล้ายคลึงกับโลกของเรามากในแง่ของสภาพภูมิอากาศ อุตุนิยมวิทยา และชีวดาราศาสตร์  และในขณะเดียวกัน ดวงจันทร์ไททาน ก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างจากดาวดวงอื่นๆ ที่เป็น สวรรค์สำหรับการสำรวจทางธรณีวิทยา บรรยากาศ และกระบวนการต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในดวงจันทร์ไททาน ที่รอการสำรวจต่อไปในอนาคต

อธิบายระบบการเลือกตั้งของสหรัฐฯ

alt

ทุกๆ 4 ปี ประชาชนชาวอเมริกามีหน้าที่ที่สำคัญในการออกเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีคนต่อไปของประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ระบบการเลือกตั้งของสหรัฐอเมริกานั้นซับซ้อนกว่าของประเทศอื่นๆ ที่ส่วนใหญ่ประชากรทุกคนของประเทศสามารถออกเสียงเลือกผู้สมัครที่ต้องการเพื่อเป็นประธานาธิบดี หรือนายกรัฐมนตรีได้โดยตรง แต่การเลือกตั้งประธานธิบดีของ สหรัฐฯ  เป็นการออกเสียงทางอ้อม โดยสามารถอธิบายได้ดังนี้

1. เริ่มต้นจากในแต่ละรัฐจะมีการจัดการเลือกตั้งย่อยเพื่อหาตัวแทนของพรรคเพื่อเข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดี

2. ในแต่ละรัฐจะมีคณะผู้เลือกตั้ง หรือ Electoral College ซึ่งจะเป็นตัวแทนในการออกเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีแทนประชาชนในรัฐนั้นๆ โดยจำนวนคณะผู้เลือกตั้งของแต่ละรัฐจะมาจากตัวแทนตามจำนวนของเขตการปกของ (district) ของแต่ละรัฐ และ คณะวุฒิสภาอีก 2 คน เช่น มลรัฐแคลิฟอร์เนียมี 53 เขตการปกครอง คณะผู้เลือกตั้งของมลรัฐแคลิฟอร์เนียจึงมี 55 คน (53 + 2) คณะผู้เลือกตั้งจากทุกรัฐรวมทั้งสิ้น 538 คน (มาจากตัวแทนตามจำนวนเขตการปกครอง 438 คน + วุฒิสภา 100 คน)

3. เมื่อมาถึงวันอังคารแรกหลังจากวันจันทร์แรกของเดือนพฤศจิกายนของทุกๆ 4 ปี ประชาชนที่มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งก็จะไปที่ศูนย์เลือกตั้งเพื่อเลือกผู้สมัครตำแหน่งประธานาธิบดีที่ตนชอบ เช่น ในการเลือกตั้งในวันที่ 6 พ.ย. 2555 ที่ผ่านมานี้ ประชาชนสามารถเลือก บารัค โอบามา   มิตต์ รอมนีย์ และผู้สมัครจากพรรคเล็กอื่นๆ อีก 2 ท่าน

4. การออกเสียงของประชาชนเป็นการแสดงเจตนาแก่คณะผู้เลือกตั้งในรัฐของตนว่าอยากจะให้คณะผู้เลือกตั้งออกเสียงเลือกตั้งไปในทิศทางใด ในหนึ่งรัฐ ไม่ว่าผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีที่ได้รับเสียงข้างมากจะได้เสียงมากกว่าผู้สมัครคนอื่นๆ มากน้อยแค่ไหน เสียงของคณะผู้เลือกตั้งในรัฐนั้นๆ ทั้งหมดก็จะไปที่ผู้ลงสมัครผู้นั้น ดังนั้น รัฐที่มีจำนวนประชากรหรือเขตการปกครองเยอะกว่า ก็จะมีมีจำนวนเสียงของคณะผู้เลือกตั้งมากกว่า ทำให้รัฐต่างๆ มีความสำคัญต่อผลการเลือกตั้งมากกว่า

5. เป้าหมายของผู้ลงสมัครในวันเลือกตั้งคือ ผู้สมัครจะต้องได้เสียงจากคณะเลือกตั้งให้ได้มากกว่าครึ่งหนึ่ง(ของ 538 เสียง) หรือ 270 เสียง หากผู้สมัครคนใดได้ 270 เสียงก่อนผู้นั้นก็เป็นผู้ชนะ ทั้งนี้ผลจากการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายน เป็นการคำนวนจากการคำนวนเสียงของคณะผู้เลือกตั้งของแต่ละรัฐที่จะไปยังผู้สมัครคนนั้นๆ  ประชาชนสามารถทราบผลอย่างไม่เป็นทางการหลังจากการเปิดการเลือกตั้งประมาณ 12 ชม. หรือเมื่อมลรัฐแคลิฟอร์เนียซึ่งเป็นรัฐสุดท้ายนับคะแนนเสร็จสิ้น

6. ขั้นตอนต่อไปเป็นการเลือกตั้งของคณะผู้เลือกตั้งและเป็นการออกเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการ หรือ National Convention โดยคณะผู้เลือกตั้งจะมารวมตัวกัน เพื่อออกเสียงเลือกผู้สมัครที่ประชาชนข้างมากในรัฐของตนเลือกไว้ แม้ว่าในประวัติศาสตร์ ยังไม่มีการเลือกตั้งครั้งใดที่ผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการจะพลิกผันจากผลการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายนแต่ก็ควรระลึกไว้เสมอว่า คณะผู้เลือกตั้งมีสิทธิเสรีในเลือกผู้สมัครซึ่งอาจจะเป็นคนเดียวกันกับที่ประชาชนต้องการหรือไม่ก็ได้

7. และวันที่ 20 มกราคม 2556 หรือ Inauguration Day เป็นวันที่ประธานาธิบดีขึ้นรับตำแหน่งและเริ่มปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการ ซึ่งในครั้งนี้
 

ในศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริการะหว่าง นายบารัค โอบามา และ นายมิทท์ รอมนีย์ ผลปรากฏว่า "บารัค โอบามา" ได้สร้างประวัติศาสตร์ให้กับพรรคเดโมแครตอีกครั้ง เมื่อบารัค โอบามา ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2555 ให้นั่งเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ต่อเป็นสมัยที่ 2 ซึ่งจะครบวาระในปี 2560


แหล่งที่มา : Office of Science and Technology. (2555) .รายงานข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจาก วอชิงตัน เดือนพฤศจิกายน 2555. ค้นข้อมูลวันที่ 10 พฤศจิกายน 2555 จาก http://www.ostc.thaiembdc.org/test2012/S&Tnewsletter

MTEC
BIOTEC
NECTEC
NANOTEC

tsp

AIMI

nctc

ผลงานวิจัยพร้อมถ่ายทอด

ฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ

 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป