เชื้อไวรัสอีโบล่าอาจแพร่ทางอากาศได้ : หนูสามารถส่งผ่านเชื้อไวรัสอีโบล่าไปยังไพรเมตโดยไม่มีการสัมผัสได้
อีโบล่าเป็นเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง ที่เป็นสาเหตุของโรคไข้ เลือดออกที่ผู้ป่วยทำให้เสียชีวิตได้ พบได้ทั้งในมนุษย์และสัตว์จำพวกไพรเมต (Primate คือ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมจำพวกมนุษย์ ลิง และ ลีเมอร์)  ไวรัสอีโบล่าสามารถส่งผ่านได้โดยการสัมผัสของเหลวจากผู้ป่วย หรือสัตว์ที่ติดเชื้อโดยตรง เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2555 รายงานทางวิทยาศาสตร์ได้แสดงเห็นว่าหมูที่ติดเชื้ออีโบล่าสามารถส่งผ่านเชื้อไวรัสชนิดนี้ไปยัง macaques ที่อาศัยอยู่ภายในห้องเดียวกัน แม้ว่าสัตว์ทั้งสองชนิดจะไม่เคยสัมผัสเลยก็ตาม Gary Kobinger ผู้วิจัยโรคติดเชื้อจาก University of Manitoba เมือง Winnipag ประเทศแคนาดา กล่าวว่า แม้ว่า หนูจะสามารถถ่ายทอดเชื้ออีโบล่าในห้องปฏิบัติการได้ แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานยืนยันชัดเจนได้ว่า การติดเชื้ออีโบล่าใน อัฟริกามาจากการสัมผัสหมูที่ติดเชื้อชนิดนี้ การส่งผ่านเชื้อไวรัสอีโบล่าทางอากาศ จึงไม่ใช่วิธีการส่งผ่านเชื้อไวรัสที่มีประสิทธิภาพ อย่างแน่นอน Kobinger และคณะได้ทำการทดลองในห้องปฏิบัติการที่ได้รับการออกแบบมาเฉพาะ เพื่อให้มีปริมาณ เชื้อโรคที่เป็นอันตรายที่สุด เริ่มจากการทำให้ลูกหมูติดเชื้ออีโบล่าสายพันธุ์ Zaire แล้วจึงนำลูกหมูเหล่านี้จะถูกกักบริเวณไว้ในห้อง เดียวกับลิง (cynomolgus macques) จำนวนสี่ตัว โดยมีวัสดุกั้น เพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์เหล่านี้สัมผัสกันโดยตรง ประมาณหนึ่งสัปดาห์ถัดมา ลิงจำนวนสองตัวที่ถูกขังอยู่ในกรง ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ในบริเวณที่อากาศจากกรงหมูสามารถไหลเวียนผ่านได้ป่วยเป็น โรคอีโบล่า และอีก ไม่กี่วันต่อมา ลิงอีกสองตัวที่เหลือก็ติดเชื้อไวรัสชนิดนี้

เชื้อเพลิงจากเอทานอลชะงักการเติบโตในประเทศบราซิล
Luiz Inacio Lula da Silva อดีตประธานาธิบดีบราซิล กล่าวเมื่อเดือนมีนาคม ค.ศ.2007 คือช่วงเวลาใหม่สำหรับมนุษยชาติ สามารถผลิตเชื้อเพลิงเอทานอลได้เป็นอันดับสองของโลก เป็นรองเพียงแค่ประเทศสหรัฐอเมริกาเท่านั้น โดยเอ ทานอลที่ประเทศบราซิลผลิตได้จากการหมักน้ำตาลจากอ้อย เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องยนต์ และลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ในปี ค.ศ.2012 ปริมาณการใช้เอทานอลเหลวภายในประเทศบราซิลได้ลดลง คิดเป็นร้อยละ 26 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกัน ในปี ค.ศ.2008 โรงงานผลิตเอทานอลจากอ้อยประมาณ 400 แห่ง ใน 41 ประเทศได้ปิดตัวลง ในช่วง เวลา 4 ปีที่ผ่านมา เนื่องมาจาก สถานีบริการน้ำมันประเทศต่าง ๆ ได้จำหน่ายเอทานอลบริสุทธิ์ในราคาที่สูงมาก การใช้เชื้อเพลิงจาก ฟอสซิล และจำนวนรถบนท้องถนนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ปริมาณการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการ คมนาคม เพิ่มสูงขึ้น จากปริมาณน้อยกว่า 140 ล้านตันในปี ค.ศ.2008 ไปเป็นประมาณ 170 ล้านตันในปี ค.ศ.2012 ทำให้เกิด ปัญหามลพิษจากควันเสียเพิ่มขึ้น ปัจจัยหนึ่งที่สำคัญที่ทำให้การพัฒนาการผลิตเอทานอลในประเทศบราซิลหยุด ชะงักลง คือ การตัดสิน ใจของรัฐบาลบราซิลที่จะตรึงราคาน้ำมันเบนซิน และน้ำมันดีเซล เพื่อให้สามารถควบคุมปริมาณเงินเฟ้อได้ ทำให้ความสามารถใน การแข่งขันของเชื้อเพลิงชีวภาพกับเชื้อเพลิงฟอสซิลลดลง  Dilma Rousseff ประธานาธิบดีบราซิลคนปัจจุบัน ได้กล่าวสุนทรพจน์ปิด การประชุม Rio +20 ที่จัดขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมาว่า รัฐบาลจะสนับสนุนการใช้เชื้อเพลิงจากฟอสซิล โดยการละเว้นภาษี

คณะที่ปรึกษาทำเนียบขาวขอให้หน่วยงานวิจัยเปิดรับความท้าทายมากขึ้น
รายงานฉบับล่าสุดโดยคณะที่ปรึกษาทำเนียบประธานาธิบดีขอให้หน่วยงานวิจัย ต่าง ๆ ของประเทศ สหรัฐอเมริกายอมรับความท้าทายมากขึ้น โดยการสนับสนุนงานวิจัยสหวิทยาการ และงานวิจัยที่มีความเสี่ยงสูง โดยใช้นักวิจัยที่มี ศักยภาพหรือมีภาพรวมผลการดำเนินงานที่น่าเชื่อถือ รายงาน PCAST ฉบับใหม่ที่ชื่อว่า  Transformation and Opportunity: The Future of the U.S. Research Enterprise (การปฏิรูปและโอกาสกับอนาคตขององค์กรวิจัยในสหรัฐฯ) ได้เสนอข้อแนะนำ 17 ข้อ เพื่อสนับสนุนให้เกิดการลง ทุนเพื่อการวิจัย จำนวน 450 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อปี  ไม่ว่าจากภาครัฐหรือเอกชน และการเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุนนั้น แนว ทางการปฏิบัติส่วนใหญ่ คือ การลดภาระของมหาวิทยาลัย การเพิ่มความเชื่อมโยงระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคผลิต การพัฒนาการศึกษา ด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ และการรับประกันการลงทุนด้านวิทยาศาสตร์จากรัฐบาล อย่างไรก็ตาม คำแนะนำนี้ก็ไม่ต่างจากคำ แนะนำในรายงานฉบับอื่นๆ จากคณะที่ปรึกษาอื่น ๆ William Press นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์แห่ง University of Texas ซึ่งเป็นประธานร่วมในการเขียนรายงานฉบับนี้และยังเป็นประธานของสมาคม AAAS ซึ่งเป็นผู้ตีพิมพ์นิตยสารวิทยาศาสตร์ Science ได้ยอมรับว่า คำแนะนำส่วนใหญ่ในรายงานฉบับนี้ถูกนำเสนอโดยกลุ่มอื่น ๆ ไปแล้ว แท้จริงแล้วข้อแนะนำของ PCAST เน้นการกระตุ้นให้มีการลงทุน เพื่อการวิจัยเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 3 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ต่อปี การลดหย่อนภาษีเพื่อการทำวิจัยให้แก่ภาค ผลิตอย่างถาวร และจูงใจให้นักวิทยาศาสตร์จากต่างประเทศพำนักในประเทศสหรัฐอเมริกา หลังจากสำเร็จการศึกษา

Lycopene อาจช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดสมองตีบตัน
สาร lycopene เป็นสารประกอบที่ทำให้มะเขือเทศเปลี่ยนสีกลายเป็นสีแดง มีคุณสมบัติที่สามารถ ระงับอาการอักเสบ จำกัดการผลิตคลอเลสเตอรอล และยับยั้งการแข็งตัวของเลือด แต่สิ่งแรกและเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ สาร lycopene เป็นสารแคโรทีนอยด์ (carotenoid) ชนิดหนึ่ง ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) ที่ช่วยกำจัดโมเลกุลต่าง ๆ ที่ไม่ เสถียร หรืออนุมูลอิสระ (free radicals) ออกจากร่างกาย เนื่องจากอนุมูลอิสระที่มีอยู่ภายในร่างกายสามารถทำให้เกิดการทำลายดีเอ็นเอ ฆ่า เซลล์ โจมตีโปรตีน และส่งเสริมให้เกิดโรคหลอดเลือดได้อีกด้วย นักวิจัย ระบุว่า ยังไม่มีความชัดเจนว่าสาร lycopene มีผลโดยตรงต่อ การลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดสมองตีบตัน จากการศึกษาดูเหมือนว่า ผู้ที่ชื่นชอบรับประทานอาหารจำพวกผักและผลไม้ที่อุดมไป ด้วยสารแคโรทีนอยด์ จะมีความเสี่ยงต่อการป่วยเป็นโรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมองตีบตันน้อยลง แต่ยังมีการทำการศึกษา ไม่เพียงพอที่สามารถวิเคราะห์ผลกระทบของสาร lycopene ที่มีต่อความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดสมองตีบตัน Jouni Karppi และคณะนักวิจัยจากๅ University of Eastern Finland เมือง Kuopio ได้ติดตามศึกษากลุ่มผู้ชายจำนวน 1,031 คน ที่มีอายุตั้งแต่ 46 ถึง 65 ปี เป็นระยะเวลา 12 ปี เพื่อวัดระดับปริมาณสาร lycopene ในกระแสเลือด จากการติดตามคนกลุ่มนี้ตลอดระยะเวลา 12 ปี นักวิจัยได้สรุปผลการเฝ้าติดตามว่า มีผู้ที่ป่วยเป็นโรคหลอดเลือดสมองตีบตันจำนวน 67 ราย  กลุ่มคนที่มีระดับสาร lycopene ในกระแสเลือดต่ำที่สุดมีโอกาสป่วยเป็นโรคหลอดลเลือดสมองตับตันมากกว่า กลุ่มคนที่มีระดับสาร lycopene ในกระแสเลือดสูงที่สุดถึงสองเท่านักวิจัยยังอธิบายถึงปัจจัยอื่น ๆ ที่เป็นสาเหตุของโรคหลอดเลือดสมองตีบตันได้ เช่น การสูบบุหรี่ มวลร่างกาย ความดันโลหิต คลอเรสเตอรอลชนิด LDL โรคเบาหวาน และประวัติของโรคหลอดเลือดสมองตีบตัน

มีผู้สำเร็จการศึกษาใหม่กว่าหนึ่งล้านคนภายใต้โปรแกรมการศึกษา STEM ในหนึ่งทศวรรษข้างหน้า
รัฐบาลโอบามาได้ประกาศเพิ่ม ปริมาณเเป้าหมายของนักเรียนที่จะสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญา ตรี ด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ ให้เป็นจำนวนหนึ่งล้านคนในหนึ่งทศวรรษ และกำหนดเป็นเป้าหมาย ยุทธศาสตร์ที่ชื่อว่า Cross-Agency Priority (CAP) goal ซึ่งมุ่งเน้นในการประสานงาน และสนับสนุน หาวิธีการที่ดีที่สุดจากทุก หน่วยงานที่มีส่วนร่วม เพื่อทำภารกิจให้เสร็จสมบูรณ์ตามเป้าหมายที่วางไว้ การออกมาประกาศแสดงให้เห็นถึง ความตั้งใจที่จะทำตามคำ แนะนำของสภาที่ปรึกษาฯ ของประธานาธิบดีว่าด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ได้ประเมินว่า ปริมาณงานทางด้าน STEM จะเติบโตเร็วกว่าด้านอื่นถึง 1.7 เท่า ในช่วงปี ค.ศ.2008-2018 และเพื่อที่จะมีแรงงานเพียงพอ สหรัฐฯต้องการผู้มีทักษะทาง STEM เพิ่มขึ้นประมาณหนึ่งล้านคน นอกจาก นี้ การมุ่งเน้นในการรักษา จำนวนนักเรียนในช่วงปีแรกของการเรียนในภาควิชาด้าน STEM จะมีความสำคัญมาก เพราะใน ปัจจุบันมีจำนวนนักเรียนที่เข้าเรียนด้าน STEM ตั้งแต่ต้น และสำเร็จการศึกษาในสาขา STEM ไม่ถึงร้อยละ 40 หากยังคงรักษาจำนวนนัก เรียนไว้ได้ร้อยละ 50 จะสามารถผลิตนักเรียนที่จบด้าน STEM ได้ถึง 3 ใน 4 ของเป้าหมายหนึ่งล้านคนในเวลาหนึ่งทศวรรษ หรือ ประมาณ 75,000 คนต่อปี การเตรียมการส่วนใหญ่ได้ดำเนินการไปแล้ว เพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายของรัฐบาล รายละเอียดหลัก การของ CAP goal สามารถสรุปได้ ดังนี้

  • กำหนดแนวทางและนำการปฏิบัติจริงมาพัฒนาการสอนด้าน STEM และทำให้นักเรียนมีความสนใจ ด้าน STEM มากขึ้น
  • เปิดโอกาสให้นักเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางการเรียน การสอน STEM จากการค้นคว้าโดย เฉพาะในช่วง 2 ปีแรกในการเรียนระดับมหาวิทยาลัย
  • เน้นการปรับปรุงพื้นฐานทางคณิตศาสตร์เมื่อนักเรียนเข้ามา โดยใช้การเรียนจากการปฏิบัติจริง เพื่อเพิ่มผลลัพท์
  • เปิดโอกาสทางการศึกษา และสนับสนุนผู้หญิงและคนกลุ่มน้อยที่ไม่ค่อยมีโอกาสทางการเรียน ค้นหา และสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมในการศึกษาที่ก้าวหน้ามากขึ้น

5 ทิศทางของเทคโนโลยีในอนาคตที่ไม่ควรพลาดสำหรับปี 2013
IEEE Computer Society ซึ่งเป็นกลุ่มความร่วมมือด้าน IT และคอมพิวเตอร์ระดับโลก ได้คาด การณ์ถึงทิศทางของโลกคอมพิวเตอร์ในอนาคตไว้ โดยมีทิศทาง 5 ด้านดังนี้

  1. Internet of Things (IoT) จะมีความเป็นจริงมากยิ่งขึ้น Internet of Things (IoT) คือ เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตที่เชื่อมอุปกรณ์และเครื่องมือต่าง ๆ เช่น โทรศัพท์มือถือ รถยนต์ ตู้เย็น โทรทัศน์และอื่นๆ เข้าไว้ด้วยกัน โดยเครื่องมือต่าง ๆ จะสามารถเชื่อมโยงและสื่อสารกันได้โดยผ่านระบบ อินเตอร์เน็ต จากการคาดการณ์ ในปี ค.ศ.2020 สิ่งต่าง ๆ กว่าแสนล้านชิ้นจะสามารถเชื่อมต่อกันได้ด้วยระบบ IoT ผู้บริโภคทั่วไปจะเริ่ม คุ้นเคยกับเทคโนโลยีที่ทำให้พวกเขาสามารถควบคุมสิ่งของต่าง ๆ ทั้งจากในบ้าน และสำนักงานหรือจากที่ไหนก็ได้ เช่น การควบคุม อุณหภูมิภายในบ้าน การเปิดปิดไฟ ไปจนถึงการสั่งให้เครื่องทำกาแฟ เริ่มต้นกาแฟ
  2. การใช้ภาพและเทคโนโลยีในการวิเคราะห์ข้อมูลช่วยให้มนุษย์รับมือกับความท้าทายของยุค Big Data ยุคของข้อมูลข่าวสารในปัจจุบัน มนุษย์สามารถสร้างและเก็บรวบรวมข้อมูลได้จำนวนมหาศาล และ สามารถนำไปใช้ได้ในหลากหลายวงการ เช่น วงการธุรกิจ การแพทย์ ความปลอดภัยของชาติ และการจัดการหายนะต่าง ๆ ซึ่งล้วนแต่เป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติแต่ปัญหาต่อไปคือ ข้อมูลเหล่านั้นมีจำนวนมากขึ้น ๆ และล้าสมัยเร็วขึ้น หน่วยงานรัฐบาลและบริษัท ใหญ่ ๆ กำลังให้ความสำคัญกับการวิจัยเพื่อหาวิธีการับมือกับปัญหาดังกล่าว เทคโนโลยีการวิเคราะห์ Big Data และการทำข้อมูล ให้เป็นภาพเป็นวิธีการหนึ่งที่มีประสิทธิภาพที่ไม่เพียงแต่ช่วยในการนำเสนอข้อมูลจำนวนมาก ๆ ให้สามารถเข้าใจได้ง่ายแล้ว
  3. Hybrid Clouds และ Personal Clouds เทคโนโลยี Cloud computing จะเป็นที่นิยมมากขึ้น โดยองค์กรและบริษัทต่าง ๆ จะใช้ Hybrid clouds หรือเทคโนโลยี cloud ที่ผสมผสานระหว่าง Public cloud กับ private cloud ส่วนผู้บริโภคก็จะใช้ personal clouds การจัดการและมาตรฐานของระบบ Cloud จะมีการพัฒนามากขึ้น และยังเป็นที่ต้องการอย่างต่อเนื่องเพื่อวัตถุประสงค์การลดการใช้พลังงาน
  4. สงครามการควบคุมตรวจสอบบนระบบอินเตอร์เน็ตจะเพิ่มความเข้มข้นมากขึ้น อินเตอร์เน็ตจะกลายเป็นสนามรบของการควบคุมทางเทคนิค สังคมและการเมือง โดยในปี 2013 สงครามนี้จะคงดำเนินต่อไปโดยมีสองขั้ว ระหว่างการควบคุมตรวจสอบบนโลกอินเตอร์เน็ตกับการพัฒนาเพื่อเสรีภาพและความ เป็น ส่วนตัวบนโลกออนไลน์ โดยปีนี้ความเคลื่อนไหวเพื่อการควบคุมตรวจสอบที่เห็นได้ชัดเจนคือ ความพยายามเริ่มใช้กฎหมาย Online Piracy Act (SOPA) และ Protect IP Act (PIPA) แต่ก็ไม่สำเร็จผลเนื่องจากเว็บไซต์ Wikipedia, Reddit และเว็บไซต์อื่น ๆ ที่ เน้นการแบ่งปันข้อมูลออกมาคัดค้าน แต่ความขัดแย้งนี้จะคุขึ้นมาอีกครั้งในปี 2013 เนื่องจากสหภาพ International Telecommunication Union ของ United Nation (UN) กำลังพิจารณาคำขอในการเพิ่มการควบคุมบนอินเตอร์เน็ตที่ยื่นโดยประเทศรัสเซีย สาธารณะรัฐประชาชน จีน ประเทศทาจิกิสถาน และประเทศอุซเบกิสถาน โดยประเทศเหล่านี้ได้ยื่นขอเสนอแก่ UN General Assembly ให้พิจารณากฎ "International Code of Conduct for Information Security" ซึ่งเป็นกฏเกณฑ์ระหว่างประเทศในการจัดการความปลอดภัยทางข้อมูล เพื่อให้ รัฐบาลของประเทศต่าง ๆ มีการวางมาตรฐานและกฏเกณฑ์ควบคุมพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลข่าวสารและ Cyberspace ซึ่งเป็นที่ กังวลอยู่ในหลาย ๆ ประเทศ ข้อเสนอบางข้อ ขอให้ยกเลิกการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นความลับอีกด้วย
  5. นักวิจัยและบริษัทต่างๆ จะพยายามพัฒนาเครื่องมือและวิธีการที่จะเพิ่มอำนาจให้แก่ระบบ คอมพิวเตอร์ที่มีหลายหน่วยประมวลผล (Mulitcore computing) ระบบประมวลผลในยุคปัจจุบันจะทำงานไปพร้อม ๆ กันหลาย ๆ ระบบ ดังนั้นการเรียนรู้และเตรียม ความพร้อมที่จะใช้งานเทคโนโลยีที่มีหลายหน่วยประมวลผลจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง โดยในปัจจุบันเครื่องจักรต่าง ๆ กำลังถูกพัฒนา ให้มีหน่วยประมวลผลมากขึ้น ซึ่งอาจจะมีมากถึง 10,000 หน่วย ด้วยความใหม่และความซับซ้อนของเทคโนโลยีที่มีหลายหน่วย ประมวลผลทำให้นัก พัฒนาและสถาปนิกคอมพิวเตอร์ต้องเร่งศึกษา ในปี 2013 นักวิจัยจะมุ่งเน้นในการพัฒนา Share memory หรือเทคนิคการสื่อสารข้อมูลในกระบวนการที่มีหลาย ๆ ระบบเข้ามาใช้หน่วยความจำเดียวกันให้อยู่ในชั้นของแผ่นไมโครชิป ซึ่งจะ ช่วยเพิ่มอำนาจในการทำงานให้แก่ทั้งผู้บริโภคทั่วไปและองค์กรต่างๆ

The Year in News ความเคลื่อนไหวทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีผลกระทบต่อโลกในปี 2012

  • เดือนมกราคม 
    • ประเทศคาซักสถาน: ภารกิจ Fobo-Grunt ของรัสเซีย มีเป้าหมายในการนำตัวอย่างทดลองไปคืน ที่ดาว Phobo ซึ่งเป็นดวงจันทร์บริวารของดาวอังคาร แต่ภารกิจล้มเหลว เนื่องกระสวยอวกาศจากไม่สามารถหลุดออกจากวิถีโคจรของโลกได้
    • วอชิงตัน ดี.ซี.: ฝ่ายบริหารของรัฐบาลโอบามาได้เสนอให้ล้มกระทรวงพาณิชย์และกระจายองค์ ประกอบ ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ไปยังหน่วยงานอื่น ๆ ของรัฐบาล
    • นิวเดลี ประเทศอินเดีย: อินเดียฉลองครบรอบหนึ่งปีที่ไม่มีการรายงานพบผู้ป่วยโรคโปลิโอ
  • เดือนกุมภาพันธ์
    • ทวีปแอนตาร์กติกา: ทีมนักวิทยาศาสตร์ชาวรัสเซียได้ขุดเจาะชั้นน้ำแข็งในทวีปแอนตาร์กติกาที่มี ความหนาถึง 3,770 เมตร เพื่อไปให้ถึงผิวหน้าของทะเลสาบ Vostok ที่ถูกฝังอยู่ด้านล่าง
    • เมือง Gran Sasso ประเทศอิตาลี: นักวิทยาศาสตร์ในประเทศอิตาลีได้ประกาศว่าการวางระบบ สายไฟที่ผิดพลาดก่อให้ เกิดอนุภาคนิวทริโน (Neutrino) ซึ่งเป็นอนุภาคที่เคลื่อนที่ได้ไวกว่าแสง
  • เดือนมีนาคม
    • มหาสมุทรแปซิฟิก: James Cameron ผู้กำกับชื่อดัง ได้ดำน้ำไปถึงตำแหน่งที่เรียกว่า Challenger Deep เขาเป็นมนุษย์คนแรกที่ดำน้ำโดยลำพังไปถึงจุดที่ลึกที่สุดของโลก
    • เมือง Bethesda มลรัฐแมรี่แลนด์: คณะกรรมการที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ระดับชาติเพื่อความ ปลอดภัยทางชีวภาพ ได้เปลี่ยนการพิจารณาโดยอนุญาตให้มีการตีพิมพ์งานวิจัยสองฉบับที่เป็นที่ถกเถียงกัน โดยงานวิจัยดังกล่าวเป็นงาน วิจัยเกี่ยวกับการกระตุ้นให้เกิดการระบาดของโรคระบาดที่เกิดจากเชื้อ H5N1
  • เดือนเมษายน
    • กรุงปารีส: นักวิทยาศาสตร์ขาดการติดต่อสื่อสารกับดาวเทียม Envisat ซึ่งเป็นดาวเทียมเพื่อการ สำรวจที่มีอายุ 10 ปีของยุโรป
    • กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. Jim Yong Kim เป็นนักวิทยาศาสตร์และแพทย์คนแรกที่ได้รับเลือกให้เป็นผู้นำ ของธนาคารโลก
  • เดือนพฤษภาคม
    • เมือง Boston มลรัฐแมสซาชูเซตส์: การพิสูจน์ศพทหารผ่านศึก 4 ราย พบโรคร้ายที่เข้าไปทำลาย ส่วนประสาท ซึ่งเป็นโรคเดียวกับที่พบในศพของนักฟุตบอลหลายคนในสหรัฐอเมริกาที่พบก่อนหน้านี้
    • เมือง Mongstad ประเทศนอร์เวย์: เริ่มต้นดำเนินโครงการเกี่ยวกับการจับและเก็บกักก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์ที่มี มูลค่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ และเป็นฐานการปฏิบัติงานที่ใหญ่ที่สุดในโลก
  • เดือนมิถุนายน
    • หมู่เกาะกาลาปาโกส: เต่าพันธุ์ Centenarian Lonesome George ซึ่งเป็นเต่าพันธุ์ยักษ์ตัวสุด ท้ายของหมู่เกาะกาลาปาโกสตายด้วยภาวะหัวใจล้มเหลว
    • กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.: มีการศึกษาวิจัย 2 ฉบับที่ได้รับการตีพิมพ์ในนิตยสาร Scienc เสนอว่า ไม่ สามารถค้นหาสารหนู (arsenic) ในดีเอ็นเอ ของแบคทีเรีย ซึ่งสามารถหักล้างรายงานที่เป็นที่ถกเถียงกันในปี 2010 ได้
  • เดือนกรกฎาคม 
    • ระเทศสวิตเซอร์แลนด์: นักฟิสิกส์ที่ the European Organization for Nuclear Research (CERN) ได้รายงานว่ามีความเป็นไปได้ที่พวกเขาค้นพบ Higgs Boson ซึ่งเป็นอนุภาคที่สามารถเปลี่ยนสะสารต่าง ๆ ให้เป็นอนุภาคในรูปแบบอื่น ๆ ได้
    • กรุง London สหรราชอาณาจักร: รัฐบาลของสหราชอาณาจักรได้วางแผนที่จะใช้งบประมาณจำนวน 100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในการสนับสนุนการตีพิมพ์งานวิจัยที่พวกเขากำลังให้การสนับสนุนอยู่ในวารสาร เปิดเสรี (open access)
    • กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.: กฎหมายใหม่ของสหรัฐฯ ถูกคาดว่าจะมีผลในการเพิ่มค่าปรับในชั้นศาลแพ่ง จากบริษัท BP เป็นเงินจำนวนสองหมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ จากกรณีการรั่วไหลของน้ำมันในอ่าวแม็กซิโกเมื่อปี 2010 เพื่อทำการฟื้นฟู ธรรมชาติให้กลับมาสมบูรณ์ดังเดิมและทำการวิจัยเพิ่มเติม
  • เดือนสิงหาคม 
    • เมือง Bethesda มลรัฐแมรี่แลนด์: สถาบันหัวใจ ปอด และเลือดแห่งชาติสหรัฐฯ ได้ประกาศว่า ได้ทำการทดลองทางคลีนิคครั้งใหญ่เพื่อทดสอบว่าการขัดขวางการติดเชื้อสามารถป้องกันการเกิดโรคหัวใจได้
    • เมือง Pasadena มลรัฐแคลิฟอเนีย: ยานอวกาศ Curiosity ของนาซ่าได้ลงจอดบนดาวอังคาร อย่างปลอดภัย และเริ่มดำเนินภารกิจการสำรวจพื้นผิวดาวอังคารเป็นระยะเวลา 2 ปี
    • Indianapolis และ New York: หลังจากรอคอยผลการทดสอบทางคลินิคเป็นระยะเวลายาวนาน พบว่า ยา bapineuaumab และ solanezumab ประสบความล้มเหลวในการแสดงประโยชน์ต่อกระบวนการรับรู้สำหรับผู้ป่วยอัลไซ เมอร์
  • เดือนกันยายน
    • ประเทศซาอุดิอาระเบีย และกาตาร์: พบผู้ป่วย 2 รายจากเชื้อไวรัสที่มีความเกี่ยวข้องกับโรค SARS โดยผู้ป่วยรายหนึ่งถึงแก่เสียชีวิต ก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับโรคระบาดที่อาจจะขยายวงกว้างต่อไปได้
    • จังหวัดฮูนาน สาธารณะรัฐประชาชนจีน: มีนักวิจารณ์ได้ออกมากล่าวว่า งานวิจัยเกี่ยวกับพันธุ์ข้าวสี ทองที่มีการปรับแต่งพันธุกรรมโครงการหนึ่งที่สนับสนุนโดยประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ใช้เด็กชาวจีนเป็นหนูทดลอง ข้อมูลดังกล่าวได้ ก่อความวุ่นวายขึ้นทั่วประเทศ
  • เดือนตุลาคม 
    • เมือง L'Aquila ประเทศอิตาลี: นักวิทยาศาสตร์ และเจ้าหน้าที่ของรัฐบาล 6 คนถูกศาลตัดสินจำ คุก 6 ปีโทษฐานทำให้คนตายโดยไม่เจตนา เนื่องจากพวกเขาได้ออกมาประกาศให้ประชาชนวางใจว่าจะไม่เกิดแผ่นดินไหวก่อน ที่จะ เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขึ้นในเดือนเมษายน 2009 และทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก
    • เมือง Cambridge สหราชอาณาจักร: วารสาร eLife ซึ่งเป็นวารสารแบบเสรี (open access) ที่สนับสนุนโดย Howard Hughes Medical Institute, the Wellcome Trust และ the Max Planck Society ได้ตีพิมพ์บทความวิจัย ออกสู่สาธารณะเป็นบทความแรก
  • เดือนพฤศจิกายน 
    • Washington D.C.: บริษัท BP ได้ชำระเงินจำนวน 2.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อการวิจัยและ การอนุรักษ์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบทลงโทษจากการทำน้ำมันรั่วในอ่าว Tilburg
    • ประเทศเนเธอร์แลนด์: ผู้สอบสวนได้กล่าวว่า Diederik Stapel นักจิตวิทยา ได้นำ เสนอข้อมูลหลอกลวงในงานวิจัยอย่างน้อย 55 ฉบับในจำนวนทั้งหมด 137 ฉบับของเขา
  • เดือนธันวาคม
    • กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น: นักวิทยาศาสตร์ได้ออกแบบเครื่องชนอนุภาคเชิงเส้น (Linear Collider) ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญหนึ่งในอนาคต โครงการนี้เป็นโครงการระหว่างประเทศและใช้งบประมาณถึง 10 พันล้าน เหรียญสหรัฐฯ ในการผลิตและก่อสร้างกรุง Brussels
    • ประเทศเบลเยียม: สหภาพยุโรปได้อนุมัติใช้ระบบทะเบียนสิทธิบัตรแบบหนึ่งเดียวที่ จะมีผลบังคับ ใช้ใน 20 ประเทศ ในปี ค.ศ.2014

คลิกเพื่อดาวน์โหลด

{pdf=http://www.nstda.or.th/nstda-doc-archives/doc_download/1153----12556 |700|800}

Office of Science and Technology. (2556) .รายงานข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจาก วอชิงตัน เดือนมกราคม 2556. ค้นข้อมูลวันที่ 15 มกราคม 2556 จาก http://ostc.thaiembdc.org/test2012/

MTEC
BIOTEC
NECTEC
NANOTEC

tsp

AIMI

nctc

ผลงานวิจัยพร้อมถ่ายทอด

ฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ

 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป