เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 2553 ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค)  สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกับ องค์การจัดการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดงานสัมมนาและพิธีลงนามสัญญาการใช้ฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์  (Carbon footprint) และพิธีลงนามรับรองฐานข้อมูลวัฏจักรชีวิต (National LCI Database) สำหรับกลุ่มก๊าซธรรมชาติและการขนส่งโดยรถบรรทุก ณ โรงแรมสยามซิตี กรุงเทพฯ โดยมีดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธาน

ดร.คุณหญิงกัลยา กล่าวในการเปิดการประชุมว่า "การทำมาหากินทุกวันนี้ ดูเหมือนจะมีกระบวนการต่างๆ มาเกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตมากขึ้น และวัฏจักรของวัสดุที่นำมาผลิตต้องมีความเชื่อถือได้ ต้องขอขอบคุณ เอ็มเทค ที่รวบรวมข้อมูลเหล่านี้ และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับทางด้านสิ่งแวดล้อม  หรือการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย  เห็นความสำคัญและเริ่มสนับสนุนการทำงานในเรื่องนี้มาก่อน ASEAN การที่ได้ลงมือทำงานมาก่อน 3-4 ปี จนกระทั่งได้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้ที่จะลงนามกันในวันนี้ จะมีความสำคัญต่อประเทศไทยมาก  แม้แต่ต่างประเทศก็ยังไม่มีกฎหมายบังคับเรื่องที่มาของวัสดุที่จะนำมาผลิตสิ่งของในโรงงาน ขณะนี้ต่างประเทศกำลังพิจารณาในการออก ISO 14067 (Carbon footprint of products)  คงจะใช้บังคับในโอกาสต่อไป เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับโรงงานและผู้ประกอบการ ซึ่งผู้ลงทุนจากต่างประเทศก็พร้อมที่จะทำตาม EIA และ SIA (Semiconductor Industry Association) ทำตามกฎกติกา ปัญหาคือต้องมีความน่าเชื่อถือและถูกต้อง ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมที่เราจะมาพูดคุยกันในวันนี้ เป็นปัญหาที่ทั่วโลก และผู้นำของประเทศต่างๆ พร้อมที่จะให้ความร่วมมือ ตามสภาพปัญหาและสภาวะเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ  แต่ทุกคนเต็มใจและตั้งใจที่จะทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดตามความสามารถเพื่อลดภาวะเรือนกระจกของโลก  ประเทศไทยเอง ท่านนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวในที่ประชุมว่า ประเทศไทยอาสาที่จะลดก๊าซเรือนกระจก ใน 2 เรื่อง คือ

1. เรื่องพลังงานทดแทน ประเทศไทยมีเป้าหมายที่จะใช้พลังงานทดแทน  ขณะนี้ 8% ของพลังงานที่ใช้อยู่  เพิ่มเป็น 20% เมื่อสิ้นสุดแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 หรือ 5-6 ปีข้างหน้า  
2. การเพิ่มพื้นที่ป่า จาก 30% ในปัจจุบันให้เป็น 40% เพราะต้นไม้เป็นสิ่งเดียวที่จะดูดก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ตลอดชีวิตของต้นไม้ ที่โตขึ้น  เป็นการดูดก๊าซเรือนกระจกโดยตรง

นอกจากนี้  ดิฉันคิดว่าคนไทยก็ตื่นตัว  เพราะหลายๆ องค์กรก็รณรงค์ให้ประหยัดพลังงาน  ลดการใช้พลังงาน ส่งเสริมการปลูกต้นไม้  และลดการใช้พลาสติกต่างๆ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ก็ได้ทำเรื่องพลังงานทดแทนในหลายๆ ด้านมาหลายปีแล้วเช่นเดียวกันกับคาร์บอนฟุตพริ้นท์  เราจะส่งเสริมการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  เพื่อการลดภาวะเรือนกระจก เรื่องคาร์บอนฟุตพริ้นท์ เรามีข้อมูลถึง 307 วัสดุ  และอยู่ระหว่างการเก็บข้อมูลอีก 80 วัสดุ  ถ้าเราไม่มีเครื่องหมายนี้ในอนาคตบริษัทก็จะขายของให้กับต่างประเทศไม่ได้  เพราะเริ่มมีกฎกติกามากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าโรงงานใหญ่หรือเล็กก็จะเกี่ยวข้องกับคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ทั้งสิ้น"

สำหรับฐานข้อมูลวัฏจักรชีวิต (National LCI Database) เกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกันระหว่างเอ็มเทคและหน่วยงานพันธมิตร ในฐานะผู้รับผิดชอบหลักในการจัดทำฐานข้อมูลจึงได้ดำเนินการที่เรียกว่า “Critical Review แบบ Panel Discussion” ซึ่งเป็นวิธีการตรวจสอบความสมบูรณ์และเพิ่มความน่าเชื่อถือของฐานข้อมูล โดยมีการแต่งตั้ง “คณะอนุกรรมการตรวจสอบและรับรองฐานข้อมูลสิ่งแวดล้อมของวัสดุพื้นฐานและ พลังงานของประเทศไทย” ประกอบด้วยผู้แทนจากภาครัฐ ได้แก่ กระทรวงอุตสาหกรรม ผู้แทนจากภาคการวิจัย ได้แก่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย และผู้แทนจากภาคอุตสาหกรรม ได้แก่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)  เข้ามาทำหน้าที่ตรวจสอบและให้การรับรองฐานข้อมูลวัฏจักรชีวิตที่จัดทำขึ้น เพื่อให้ฐานข้อมูลนี้เป็นฐานข้อมูลวัฏจักรชีวิตของวัสดุพื้นฐานและพลังงานของประเทศ ที่นำเสนอข้อมูลพื้นฐานที่ทุกภาคส่วนจะนำไปใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงนิเวศเศรษฐกิจ (EcoProduct) การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตลอดวัฏจักรชีวิต (Life Cycle Assessment : LCA) การส่งเสริมให้เกิดห่วงโซ่อุปทานสีเขียว (Green Supply Chain) การกำหนดนโยบายของภาครัฐ และประยุกต์ใช้ในงานด้านอื่น ๆ ซึ่งจะส่งผลให้ประเทศไทยมีการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล  มีการจัดการทรัพยากรอย่างเหมาะสม  ควบคู่ไปกับการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันทางการค้าในเวทีโลกด้วยโดยปัจจุบันได้ดำเนินการแล้วเสร็จในส่วนของฐานข้อมูลกลุ่มก๊าซธรรมชาติและ กลุ่มการขนส่งโดยรถบรรทุก

ปัจจุบันเอ็มเทคและหน่วยงานพันธมิตร  พยายามผลักดันให้เกิดการนำฐานข้อมูลวัฏจักรชีวิตไปใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ เช่น

1.การจัดทำโปรแกรมสำเร็จรูปด้านการประเมินวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ เวอร์ชั่นภาษาไทย เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้ใช้ประโยชน์การวิเคราะห์คาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon footprint) ของผลิตภัณฑ์เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภค
2. การจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (eXcellent Center for Eco Products : XCEP) โดยมีหน้าที่สนับสนุนภาคอุตสาหกรรมและสถาบันเฉพาะทาง ให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่เป็นไปตามมาตรฐานหรือ กฎระเบียบสากล ซึ่งจะส่งผลให้อุตสาหกรรมไทยสามารถรักษาตลาดการส่งออกและเพิ่มตลาดส่งออกได้ ในอนาคต

รวมถึงความพยายามที่จะผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียนในด้าน LCI, LCA, Carbon Footprint  และ EcoDesign ด้วย

ทั้งหมดจะเห็นได้ว่าการขอรับรองเครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์  การพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงนิเวศเศรษฐกิจ หรือการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ต่างต้องใช้ฐานข้อมูลวัฏจักรชีวิตเป็นพื้นฐาน  

ขณะที่การดำเนินงานการส่งเสริมคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในผลิตภัณฑ์  โดยองค์การจัดการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ได้มีความร่วมมือกับเอ็มเทคดำเนินโครงการนำร่องเพื่อจัดทำเครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในประเทศไทยโดย ในวันนี้มี 16 บริษัทที่ได้รับเครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ โดยก่อตั้งเป็นกลุ่มแรกใน ASEAN อาทิ บริษัท การบินไทยมหาชน จำกัด บริษัท เอส ไอ จี คอมบิบล็อก จำกัด บริษัท เบทาโก จำกัด (มหาชน) บริษัท เซรามิคอุตสาหกรรมไทย จำกัด บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) บริษัท เพรสซิเดนทีไรทช์โปรดัก จำกัด บริษัท ทิปโก้ฟูดส์ (ประเทศไทย)  จำกัด บริษัท บางซื่อโรงสีไฟเจียเม้ง จำกัด บริษัท ไทยรวมสินพัฒนาอุตสาหกรรม จำกัด บริษัท เอเชียไฟเบอร์ จำกัด (มหาชน) บริษัทไทยน้ำทิพย์ จำกัด บริษัท คาร์เปทอินเตอร์เนชั่นแนลไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ยางโอตานิ จำกัด บริษัท บางกอก แคน แมนนูแฟคเจอริ่ง จำกัด และบริษัท อีสเทิร์น โพลี แพค จำกัด

ที่มาข้อมูล :
เรียบเรียงจาก การใช้ฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ และพิธีลงนามรับรองฐานข้อมูลวัฏจักรชีวิต (LCI database). http://www.most.go.th/main/index.php/news/organization-news/1207--lci-database เข้าถึงเมื่อวันที่ 19 ม.ค. 2553

MTEC
BIOTEC
NECTEC
NANOTEC

tsp

AIMI

nctc

ฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ

 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป