ค้างคาวหน้ายักษ์จมูกปุ่ม (Hipposideros halophyllus), หนูขนเสี้ยนเขาหินปูน (Niviventer hinpoon) และหนูถ้ำ (Leopoldamys neilli) ได้ถูกประกาศเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๓๕ แต่เนื่องจากสัตว์ทั้ง ๓ ชนิดอยู่นอกเขตพื้นที่อนุรักษ์ ทำให้ไม่มีมาตรการสำหรับการคุ้มครองตามกฎหมาย

นายสุรชิต แวงโสธรณ์ ฝ่ายวิจัยสิ่งแวดล้อม นิเวศวิทยาและพลังงาน สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย โดยการสนับสนุนจากโครงการ BRT ได้สำรวจสถานภาพสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเฉพาะถิ่นของไทยที่อาศัยอยู่นอกพื้นที่อนุรักษ์ในเขตที่ราบภาคกลางของไทย

จากการสำรวจพบว่า ค้างคาวหน้ายักษ์จมูกปุ่ม พบในสองพื้นที่เท่านั้น คือ บริเวณเขาสมอคอน อ. ท่าวุ้ง จ. ลพบุรี และ บริเวณถ้ำสิงโต อ. เมือง จ. สระแก้ว จากที่เคยมีรายงานไว้ในอดีตถึง ๕ พื้นที่

ส่วนหนูขนเสี้ยนเขาหินปูน พบในบริเวณพื้นที่เขาดอนดึง อ. บ้านหมี่ จ. ลพบุรี และเป็นรายงานครั้งแรกที่พบนอกเขตกระจายที่เคยมีรายงานไว้ในอดีต ๒ พื้นที่ คือ วัดถ้ำพระโพธิสัตว์ จ. สระบุรี และ วัดถ้ำพระธาตุ จ.ลพบุรี  แต่ที่สำคัญคือ ไม่พบหนูชนิดนี้ที่วัดถ้ำพระโพธิสัตว์ จ. สระบุรี ซึ่งเป็นแหล่งตัวอย่างต้นแบบ สำหรับหนูถ้ำ พบบริเวณวัดถ้ำโพธิสัตว์ อ. แก่งคอย สระบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่แหล่งต้นแบบ

ที่มา: BRT Newsletter ๒๐ (ตุลาคม ๒๕๔๙) : หน้า ๓๗

MTEC
BIOTEC
NECTEC
NANOTEC

tsp

AIMI

nctc

ฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ

 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป