ศาสตราจารย์ นายแพทย์ สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ กับงานวิจัย เรื่อง ยุทธศาสตร์เชิงรุกในการพัฒนาด้านการวิจัยเพื่อสร้างความเข้มแข็งของประเทศไทย จากหลักสูตร วปอ. รุ่นที่ ๕๑ ได้ศึกษากลยุทธ์การพัฒนาด้านวิจัยของประเทศต่างๆ และกลยุทธ์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยในประเทศไทย รวมถึงศึกษาการดำเนินการด้านวิจัยของหน่วยงานต่างๆ วิเคราะห์ จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส ภาวะคุกคาม ปัจจัยสนับสนุน ปัญหาและอุปสรรค์ นำมาสังเคราะห์เป็นยุทธศาสตร์เชิงรุกในการพัฒนาการวิจัยเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่ประเทศ

 

จากการศึกษาระบบการวิจัยของประเทศสหรัฐอเมริกา อังกฤษ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และสิงคโปร์ ต่างยืนยันได้ว่า การวิจัยเป็น
แรงขับเคลื่อนที่สำคัญในการพัฒนาประเทศ การวิจัยที่มีเป้าหมายแนวทางชัดเจนและตอบสนองต่อความต้องการ จะเป็น
ประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ นอกจากนี้ ปัจจัยแห่งสำเร็จในการพัฒนายังประกอบไปด้วย การจัดทำยุทธศาสตร์ นโยบาย
และแผนวิจัย เพื่อเป็นแนวทางการวิจัยให้หน่วยงานวิจัยหรือสถาบันต่างๆ มีทิศทางการวิจัยไปในทางเดียวกัน แต่มี
การกระจายอำนาจการตัดสินใจให้แก่องค์กรระดับต่างๆ ที่มีการกำหนดพันธกิจที่ชัดเจน โดยที่ต่างมุ่งเป้าหมายเป็นหลัก โดย
มีการประเมินเป็นระยะๆ ประกอบกับมีการลงทุนค่อนข้างสูงในด้านโครงสร้างพื้นฐานและทุนสนับสนุนการวิจัย

ประเทศไทยยังมีปัญหาเกี่ยวกับการพัฒนาด้านการวิจัยค่อนข้างมาก ประกอบด้วยหลายประการดังนี้

๑. ปัญหาด้านระบบ แนวคิด และกระบวนทัศน์ในการพัฒนา ยุทธศาสตร์หรือนโยบายและแผนวิจัยแห่งชาติในปัจจุบัน
ยังขาดความชัดเจน ขาดทิศทาง ขาดการมีส่วนร่วมในการจัดทำ ทำให้ขาดการยอมรับ การจัดสรรทุน เพื่อการวิจัยก็ไม่สอด
คล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  ระบบงานวิจัยของประเทศไม่มีความชัดเจนในด้านโครงสร้าง องค์กร
การประสานเครือข่ายความร่วมมือ การขาดความตระหนักในความสำคัญของการวิจัย และไม่ได้ใช้การศึกษาวิจัยอย่างเป็น
ระบบระเบียบในการแก้ปัญหา กล่าวได้ว่า งานวิจัยของประเทศ ไม่ครบวงจร ไม่สมดุล ไม่ต่อเนื่องเชื่อมโยง
ระหว่างผู้วิจัยและผู้ที่ควรนำผลไปใช้งาน

๒. การขาดแคลนทรัพยากรเพื่อการส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัย  งบประมาณเพื่อการวิจัยได้มาจากงบประมาณเป็นส่วนใหญ่
โดยถูกจัดไว้เพียงร้อยละ ๐.๒ ของผลผลิตมวลรวมของประชาชาติ อีกทั้งยังขาดแคลนเครื่องมืออุปกรณ์ในการวิจัย และใช้
ทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดอย่างไม่คุ้มค่า

๓. โครงสร้างพื้นฐานทั่วไป โครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยียังไม่ดีพอ

๔. ปัญหาด้านการบริหารจัดการ ขาดประสิทธิภาพ ทั้งการบริหารคน เงิน และ งาน และขาดการประเมินผลในการพัฒนา
งานต่อไป

๕. ปัญหาด้านกำลังคน บุคลากรสายวิจัย สายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี มีจำนวนไม่พอเพียง

๖. คุณภาพของงานไม่ดีเพียงพอ

๗. การขาดการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้อง ทุกระดับ

๘. การขาดการบูรณาการในด้านการวิจัยในทุกระดับ และทุกมิติ

จากการสังเคราะห์ยุทธศาสตร์ในการพัฒนาด้านการวิจัย สามารถสรุปเป็นยุทธศาสตร์เชิงรุก ๘ ยุทธศาสตร์ ที่จะนำไปสู่
การดำเนินการให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศ ได้แก่

ยุทธศาสตร์ที่ ๑ การปรับกระบวนทัศน์ให้เห็นว่า การวิจัยสำคัญต่อการพัฒนา เป็นการลงทุนของประเทศ สามารถตอบสนอง
การพัฒนาประเทศ

ยุทธศาสตร์ที่ ๒ การปรับปรุงระบบวิจัย ปรับองค์กร กำหนดบทบาทหน้าที่ให้มีการบูรณาการ ตั้งแต่ระดับโครงการวิจัย
บุคลากร หน่วยงานร่วมวิจัย หน่วยงานบริหารจัดการ และหน่วยงานนโยบาย เพื่อนำไปสู่การจัดทำยุทธศาสตร์นโยบายและ
แผนงานวิจัยของชาติแบบบูรณาการ

ยุทธศาสตร์ที่ ๓ การกำหนดงบประมาณเพื่อการวิจัยอย่างพอเพียง ทั่วถึง มีการจัดสรรให้สอดคล้องกับระบบวิจัยและแผนงาน
มีการกำหนดหน่วยงานที่รับผิดชอบงบประมาณนั้นๆ และสามารถแยกประเภทงบประมาณเพื่อการบริหารจัดการที่ดี

ยุทธศาสตร์ที่ ๔ การพัฒนาคนให้มีศักยภาพในการปฏิบัติงานตามภารกิจ สามารถขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ และมีศักยภาพ
ในการปฏิบัติงานตามภารกิจสายอาชีพนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ที่มีคุณลักษณะและวิธีการทำงานที่อาศัยความรู้และการคิด
วิเคราะห์อย่างมีเหตุผล รวมถึงการพัฒนาอาชีพนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ที่ยังขาดแคลน เพื่อให้เป็นฐานกำลังสนับสนุนและส่งเสริมการสร้างเครือข่ายวิจัยเพื่อเสริมพลังซึ่งกันและกัน และใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

ยุทธศาสตร์ที่ ๕ การสร้างมูลค่าแก่ผลผลิตการวิจัย การกระจายความรู้ผลผลิตงานวิจัย พัฒนา ตำแหน่งและบริการห่วงโซ่อุปทาน (Value chain) ของผลผลิตเพื่อให้ผลงานให้เป็นที่รับรู้โดยกว้างขวาง ให้ผู้ที่จะใช้ประโยชน์สืบค้นเข้าถึงข้อมูลได้
ทั้งการนำไปใช้เชิงวิชาการ หรือการนำไปสร้างนวัตกรรม พัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าและบริการ ที่ให้ประโยชน์เชิงพาณิชย์มีเอกลักษณ์ จำหน่ายแข่งขันได้ รวมถึงมีการบริหารจัดการการใช้ประโยชน์ในรูปแบบของทรัพย์สินทางปัญญาที่มีการจดทะเบียน
คุ้มครอง แบ่งสรรผลประโยชน์อย่างยุติธรรม รวมถึงการปกป้องสิทธิของผู้ประดิษฐ์คิดค้น

ยุทธศาสตร์ที่ ๖ การเน้นการสร้างการทำงานแบบบูรณาการด้านการวิจัยในทุกองค์ประกอบ

ยุทธศาสตร์ที่ ๗ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สนับสนุนการวิจัยในภาพรวม เพื่อเป็นปัจจัยสำคัญส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาและบูรณาการงานวิจัย อย่างเหมาะสม พอเพียงสำหรับการพัฒนาในอนาคต และเป็นไปตามระบบมาตรฐาน

ยุทธศาสตร์ที่ ๘ การพัฒนาการวิจัยแบบก้าวกระโดด โดยการรับถ่ายทอดเทคโนโลยีจากต่างประเทศ หรือรับถ่ายทอดเทคโนโลยี จากทรัพยากรชาวไทยที่มีศักยภาพในต่างประเทศ ในการพัฒนาเฉพาะด้านที่ถูกกำหนดโดยยุทธศาสตร์ให้มีความสำคัญในลำดับต้นๆ หรือที่ประเทศมีความเข้มแข็งเป็นทุน หรือเป็นฐานการผลิตขนาดใหญ่ของโลกในปัจจุบัน

biotec

mtec

nectec
nanotec
entec

tsp

AIMI

nctc

ตราโลโก้ ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ (Logo of National Security and Dual-Use Technology Center: NSD)

 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป