รายงานข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจากวอชิงตัน ฉบับที่ 04/2551 ประจำเดือนเมษายน 2551 หลากหลายเนื้อหาสาระทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยเริ่มจากประโยชน์ของงานวิจัยด้านเทคโนโลยีชีวภาพ การวิเคราะห์ดีเอ็นเอกับการค้นพบประวัติศาสตร์ของมนุษย์ พร้อมด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีทางการแพทย์ นาโนเทคโนโลยี เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ และนโยบายของอดีตประธานาธิบดีบุชกับการลดก๊าซเรือนกระจก และอื่นๆ รวมบทความถึง 8 เรื่อง ดังนี้

1. นักวิทยาศาสตร์ค้นพบซากมนุษย์ดึกดำบรรพ์เก่าแก่ที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือ
การใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์ที่เรียกว่า Radio Carbon Dating และการวิเคราะห์ดีเอ็นเอ ทำให้ค้นพบซากมนุษย์ดึกดำบรรพ์ที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดเท่าที่เคยขุดค้นพบในทวีปอเมริกาเหนือ ทั้งนี้โดยมีลักษณะพันธุกรรมเหมือนกับชาวพื้นเมืองอเมริกัน ในมลรัฐออริกอนเมื่อ 14,000 ปีก่อน โดยซากที่ทางทีมค้นพบได้แก่ ก้อนอุจจาระที่กลายเป็นหิน เศษลูกธนูปลายหอกจากดินลาวาที่ทับถมตลอดจนเศษกระดูกม้าและอูฐ ซึ่งการค้นพบครั้งนี้นับได้ว่าอายุของมนุษย์ดึกดำบรรพ์บริเวณนี้ของมลรัฐออริกอนเก่าแก่ประมาณ 1,000 ปีก่อนตัวอย่างที่เคยค้นพบจากในอดีต เช่น บริเวณมลรัฐนิวเม็กซิโก หรือที่เรียกว่า Clovis Culture ซึ่งค้นพบในปี พ.ศ. 2473 และประมาณอายุว่าอยู่ที่ 13,000 ปีก่อน โดยพิจารณาจากอุปกรณ์โบราณและอาวุธที่หลงเหลืออยู่ ดังนั้นหากการค้นพบดังกล่าวได้รับการยอมรับจากนักมานุษยวิทยา จะทำให้ทฤษฎีซึ่งยึดถือกันมานานนับสิบปี คือ ทฤษฎี Clovis First ที่ว่า อารยธรรม คลอวิส เป็นต้นกำเนิดเริ่มแรกของมนุษย์ในทวีปอเมริกาเหนืออาจต้องเปลี่ยนประวัติศาสตร์ของการกระจายตัวของมนุษย์ทั่วทวีปดังกล่าวใหม่

2. ยาตัวใหม่ช่วยต้านทานการฉายรังสีในหนูทดลองและลิง
การบำบัดโรคมะเร็งโดยวิธีฉายรังสี (Radiation therapy) เป็นวิธีหนึ่งที่ให้ทั้งผลดีและผลเสียพร้อมๆ กันในคนไข้ เนื่องจากในขณะที่รังสีทำลายเซลมะเร็ง รังสีก็จะทำลายเนื้อเยื่อที่ดีไปด้วย โดยเฉพาะม้าม ไขกระดูกและระบบย่อยอาหาร การวิจัยค้นพบวิธีใหม่ที่มีความหวังว่าจะช่วยป้องกันเนื้อเยื่อเหล่านั้น และเป็นการช่วยพัฒนาการบำบัดโรคมะเร็งโดยการฉายรังสีให้ดีขึ้นกว่าเดิม ซึ่งจากความรู้ที่ว่ากระเพาะมนุษย์ และเซลภูมิคุ้มกัน จะกระตุ้นการทำงาน NF-KB เมื่อมีหางของแบคทีเรีย ไปกระทบโปรตีนที่ผิวเซลที่เรียกว่า Toll-like receptor ซึ่งเป็นยาที่มีคุณสมบัติกระตุ้น NF-KB ชื่อว่า CBLB 502 โดยนำเศษหางของแบคทีเรีย ซาโมเนลลา แฟลกเจลลา มาปรับเปลี่ยนและจากการทดลองกับหนูทดลองและลิงพบว่า หลังจากฉีดยา CBLB 502 เป็นเวลา 45 นาทีถึงหนึ่งชั่วโมงก่อนให้สัมผัสกับรังสี สัตว์ทั้งสองชนิดจะคงมีชีวิตรอด หรือมีชีวิตยาวนานกว่าสัตว์ที่ไม่ได้รับยาดังกล่าว

3. รายงานการศึกษาล่าสุดของสหรัฐฯชี้ให้เห็นว่าเขม่าควันดำหรืออีกนัยหนึ่งคืออนุภาคของผง
ถ่านคาร์บอนมีบทบาทสำคัญในการทำให้โลกร้อนเขม่าควันดำหรืออนุภาคขนาดเล็กของผงถ่านคาร์บอนดำ และแสดงให้เห็นว่ารายงานการประเมินของสหประชาชาติโดย The Intergovernmental Panel on Climate Change (IPCC) อาจให้ความสนใจต่อบทบาทของผงถ่านคาร์บอนน้อยกว่าความเป็นจริงในการที่ทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้น ในการประเมินของ IPCC ถึงผลกระทบของเขม่าดำที่มีต่ออุณหภูมิโลกนั้นได้มองข้ามตัวแปรสำคัญได้แก่ ปฏิกิริยาระหว่างผงถ่านคาร์บอนดำและอนุภาคอื่นๆในอากาศ ผงถ่านคาร์บอนดำไม่สามารถคงสภาพอยู่ได้ด้วยตัวมันเอง แต่จะอยู่ผสมปนกับอนุภาคอื่นๆ เช่น อนุภาคซัลเฟต และอนุภาคต่างๆ ที่เป็นผลพลอยได้จากการเผาไหม้สารอินทรีย์ซึ่งอนุภาคเหล่านี้จะสะท้อนแสง จึงเป็นการเพิ่มโอกาสที่จะถูกดูดซับโดยผงถ่านคาร์บอนดำที่อยู่ใกล้เคียง นอกจากนี้ผงถ่านคาร์บอนดำที่อยู่สูงขึ้นไปในชั้นบรรยากาศจะดูดแสงที่สะท้อนจากผิวโลกและเมฆ และจากการที่แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ของภูมิอากาศโลกส่วนใหญ่ไม่ได้คิดคำนึงถึงผลดังกล่าวข้างต้นจึงทำให้ประเมินค่าแสงที่เขม่าดำดูดไว้ต่ำกว่าความเป็นจริง ซึ่งการลดการปล่อยเขม่าดำจากเครื่องยนต์ดีเซล หรือการเปลี่ยนการหุงต้มไปใช้ก๊าซชีวภาพ หรือแม้กระทั่งพลังงานแสงอาทิตย์ แทนการใช้ถ่านหินหรือมูลวัวจะช่วยลดผลกระทบการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกได้อย่างชะงัดและรวดเร็วกว่า การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่กำลังเป็นประเด็นการเมืองโลกอยู่ในขณะนี้

4. แผงวงจรไฟฟ้าซิลิคอนที่ม้วนและยืดได้
แนวความคิดที่ว่าซิลิกอนไม่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในโครงสร้างที่ม้วนและยืดหยุ่นได้เนื่องจากเนื้อแท้ของซิลิกอนนั้นจะแข็งและเปราะได้ถูกลบล้างในปี พ.ศ. 2548 ซึ่งมีการประดิษฐ์แผ่นริบบอนนาโนจากซิลิกอนที่สามารถยืดและโค้งงอได้ โดยการเริ่มแรกใช้ชั้นของ Polymethyl methacrylate วางบนแผ่น substrate เป็นฐาน ชั้นบนของแผ่นดังกล่าวสร้างชั้นของ polyimide จากนั้นใช้เทคนิค fabrication ปกติวางอุปกรณ์ส่วนประกอบลง แล้วพิมพ์แถบริบบอนนาโนทำด้วยซิลิคอนลงบนสุด ชั้นสุดท้ายทำการละลาย substrate และเชื่อมวงจรให้เป็นริบบอน

5. นักวิจัยทางพันธุกรรมสรุปผลการศึกษาเส้นทางแพร่กระจายของไวรัสหวัด
วงจรชีวิตของโรคไข้หวัดจากเชื้อไวรัสหรือ Flu นั้นได้ข้อสรุปว่า เชื้อไวรัสพันธุ์ใหม่ๆ ที่เกิดตามฤดูกาลนั้นจะเริ่มขึ้นที่ทวีปเอเชียตะวันออกหรือ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากนั้นจะมีเส้นทางระบาดที่สามารถคาดเดาได้ไปทั่วโลกก่อนที่จะตายไปในทวีปอเมริกาใต้

การค้นพบดังกล่าวช่วยอธิบายกลไกทางชีววิทยาของการเฝ้าสังเกตุการณ์ปรากฏการณ์การระบาดของไข้หวัดไวรัสที่พบว่า ไวรัสพันธุ์ใหม่ๆ มีแนวโน้มที่จะปรากฏตัวเป็นครั้งแรกในบริเวณพื้นที่ใกล้ประเทศจีน จากนั้นจะเป็นฤดูการระบาดของโรคหวัดไวรัสที่ทวีปออสเตรเลียก่อนที่จะมาที่ทวีปอเมริกาเหนือในอีก 6 เดือนถัดมา นอกจากนี้ยังช่วยอธิบายว่าทำไมเชื้อไวรัสที่ระบาดในฤดูหนาวหนึ่งจึงแตกต่างกับเชื้อไวรัสในอีกฤดูหนาวหนึ่ง ถึงแม้เชื้อไวรัสจะสูญหายไปในฤดูร้อน ซึ่งนักวิจัยเชื่อว่าเนื่องจากสภาพภูมิอากาศบริเวณนี้มีความแตกต่างกันมาก โดยมีสภาพแวดล้อมเป็นแบบเขตร้อนทำให้เชื้อไวรัสเติบโตได้ดีในระหว่างฤดูฝน และเหตุผลที่เมื่อเชื้อกลับมายังเอเชียตะวันออกใหม่จะไม่ก่อให้เกิดการระบาดอีกครั้งเนื่องจากประชากรมีภูมิคุ้มกันในตัวแล้ว

6. ประธานาธิบดีบุชแสวงหาหนทางลดก๊าซเรือนกระจกของสหรัฐฯ โดยวิธีสมัครใจ
อดีตประธานาธิบดีบุชแสวงหาหนทางลดก๊าซเรือนกระจกของสหรัฐฯ โดยตั้งเป้าหมายในระดับชาติ เพื่อหยุดยั้งการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เพิ่มขึ้นให้ได้ภายในปี พ.ศ. 2568 ทั้งนี้โดยส่วนใหญ่จะควบคุมการปล่อยมลพิษทางอากาศจากโรงไฟฟ้า ต้องอาศัยนวัตกรรมทางเทคโนโลยี อย่างไรก็ตามเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกโดยความสมัครใจไม่เพียงพอต่อข้อเรียกร้องโดยกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ที่เห็นว่าสหรัฐฯ ควรดำเนินการมากกว่านี้เพื่อหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก โดยอดีตประธานาธิบดีบุชกล่าวในปี 2551 ช่วงระยะเวลา 1 วันก่อนที่ผู้แทนสหรัฐฯ จะพบปะที่กรุงปารีสเพื่อประชุมเจรจาต่อรองกับผู้แทนจากประเทศจีนที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในจำนวนมาก ทั้งนี้สหรัฐฯยังมีนโยบายเดิมที่คัดค้านการกำหนดบังคับปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่จะปล่อยได้โดยไม่เห็นด้วยเช่นกันกับการขึ้นภาษี หรือการบังคับให้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทันทีอย่างรวดเร็วเนื่องจากเห็นว่าไม่มีโอกาสที่จะเป็นจริงได้ และเป็นการทำลายเศรษฐกิจประเทศ แต่อดีตประธานาธิบดีบุชเห็นด้วยว่าวิธีที่ถูกต้องควรตั้งเป้าหมายที่ทำได้จริงเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยดำเนินการโดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ทั้งนี้จะเป็นการเพิ่มความมั่นคงทางพลังงาน พร้อมกับเพิ่มความมั่นใจว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯคงเติบโตต่อไป

7. ยาปฏิชีวนะชนิดใหม่ผลิตจากเลือดจระเข้
สารละลายที่สกัดจากเลือดจระเข้สามารถทำลายเชื้อโรคของมนุษย์รวมถึงอีโคไล เชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดเริม ตลอดจนยีสต์บางสายพันธุ์ เช่น Candida albicans เป็นต้น ทั้งนี้เซรุ่มที่สามารถทำลายแบคทีเรียดังกล่าวคาดว่ามาจากโปรตีนที่เรียกว่า เปปไตด์ ที่มีอยู่แพร่หลายในสัตว์เลื้อยคลานและสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ ซึ่งเคยมีรายงานการสกัดเอาเปปไตด์จากผิวหนังของกบเมื่อเร็วๆ นี้และมีสรรพคุณสามารถทำลายเชื้อโรคได้ เนื่องจากสัตว์ดังกล่าวอาศัยอยู่ในบริเวณที่สกปรกเต็มไปด้วยมลพิษ และจระเข้บางทีกินสัตว์ที่เจ็บป่วย เป็นต้น ตลอดจนต้องต่อสู้เพื่อล่าเหยื่อทำให้เกิดบาดแผลที่ติดเชื้อได้

8. รายการโทรทัศน์ของทีวีสาธารณะสหรัฐฯ เริ่มเปิดตัวในเรื่องเทคโนโลยีนาโน
รายการโทรทัศน์ของทีวีสาธารณะสหรัฐฯ เริ่มเปิดตัวในเรื่องเทคโนโลยีนาโน ในปี 2551 สืบเนื่องจากเทคโนโลยีนาโนเริ่มเข้ามาเกี่ยวข้องในชีวิตประจำวันของชาวอเมริกันมากขึ้นเรื่อยๆโดยมีผลิตภัณฑ์อุปโภค บริโภคใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดมาโดยตลอด เช่น เสื้อนาโนที่ปราศจากกลิ่นเหม็น วัสดุภาชนะที่ทำด้วยนาโนเงินเป็นส่วนประกอบทำให้สามารถเก็บอาหารไว้ได้นานกว่าปกติ หรืออุปกรณ์การตรวจจับแบคทีเรียในผลิตภัณฑ์ เป็นต้น อย่างไรก็ตามประเด็นในด้านสังคม จริยธรรม สุขภาพและสิ่งแวดล้อม และกฎหมายที่เกี่ยวข้องยังคงเป็นประเด็นที่ประชาคมสหรัฐฯ ให้ความสนใจในการทำความเข้าใจกับประชาชนในเทคโนโลยีอันทันสมัยนี้ โดยนักวิทยาศาสตร์หลายท่านมีความเห็นว่ารายการดังกล่าวเป็นเวทีที่ดีที่นำข้อมูลเกี่ยวกับงานที่ทำวิจัยไปสู่สังคมให้ได้ทราบ ซึ่งจะเป็นการช่วยการเรียนรู้ของประชาชนไปด้วย

ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/334----42551

MTEC
BIOTEC
NECTEC
NANOTEC

tsp

AIMI

nctc

ตราโลโก้ ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ (Logo of National Security and Dual-Use Technology Center: NSD)

ฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ

 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป