ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เผย “10 เทคโนโลยี ที่น่าจับตามองสำหรับธุรกิจ” ในงาน IP INNOVATION AND TECHNOLOGY EXPO 2014

  • เทคโนโลยี RNAi therapy 
  • เทคโนโลยี DNA Robot 
  • Synthetic biology 
  • Smart Polymers
  • Lightweight Composites 
  • Sea Water Mining
  • OLED 
  • เทคโนโลยี LED 
  • Cognitive Computing
  • Big Data Analytic Platform

 

ลำดับที่  1 เทคโนโลยี RNAi therapy

งานวิจัยที่สามารถเข้าไปขัดขวางการทำงานของเซลล์เป้าหมาย เช่น เซลล์มะเร็ง ทำให้เซลล์มะเร็งเติบโตไม่ได้ แบ่งตัวก็ไม่ได้ และตายไปในที่สุด โดยไม่กระทบกระเทือนกับเซลล์ปกติที่อยู่รอบๆ  ขณะ นี้มีการทดสอบยาแบบ RNAi  ระดับ คลินิกในผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งตับแล้ว และ ในระดับห้องปฏิบัติการก็ยังมีผู้ทดสอบในอีกหลายโรค เช่น โรคมาลาเรีย และโรคเยื่อเมือกอุดตันลมหายใจ  ปัจจุบัน มีประมาณ 56 บริษัทที่ กำลังพัฒนายาแบบนี้รวม 96 ชนิด อยู่ ส่วนใหญ่เป็นการรักษามะเร็ง 129 โครงการ ซึ่งศูนย์ไบโอเทค ของ สวทช. ใช้ ประโยชน์ เทคโนโลยี RNAi แต่เน้น ด้าน การเกษตร เช่น ดร. วรรณ วิมล ศักดิ์เสมอพรหม ใช้ RNAi ใช้ ในการ ยับยั้งการเติบโตของไวรัสที่ทำให้เกิดโรคกุ้ง เช่น โรคหัวเหลือง
 

ลำดับที่  2  เทคโนโลยี DNA Robot

DNA ที่ออกแบบพิเศษนี้ สามารถประกอบร่างตัวเอง (self assembly) จนได้รูปร่างและโครงสร้างพิเศษ ซึ่งมีประโยชน์มาก เพราะ DNA ที่ออกแบบมานี้สามารถใช้เป็นพาหะหรือตัวกลาง เพื่อนำยาหรือสารบางอย่างไปที่เซลล์เป้าหมายได้ หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพ DNA พวกนี้ก็เป็น ชะลอม หรือ ตะกร้า ที่สานตัวเองได้ ซึ่งพร้อมจะเปิดออกที่เซลล์เป้าหมาย เมื่อได้รับคำสั่งที่จำเพาะเท่านั้น เช่น pH หรือสารชีวเคมีบางอย่าง ในปัจจุบัน

สถาบัน Wyss Institute ร่วมกับมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และ Italian University of Udine กำลังพัฒนา DNA robot รูปแบบต่างๆ อยู่ สำหรับประเทศไทยนั้น แม้ว่าจะยังไม่มีงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบ DNA robot โดยตรง แต่นักวิจัยศูนย์ไบโอเทค สวทช. ก็สามารถสร้างเซลล์ไวรัสที่ออกแบบลำดับดีเอ็นเอจำเพาะได้แล้ว ผ่านกระบวนการออกแบบจำเพาะที่เรียกว่า reversed engineering ไวรัสเหล่านี้มีประโยชน์ในการ ศึกษา รูปร่างและกลไกการออกฤทธิ์และใช้สร้างวัคซีนป้องกันไวรัสได้ 
 

ลำดับที่  3 Synthetic biology

เป็นศาสตร์ใหม่ ผสานวิทยาศาสตร์เข้ากับวิศวกรรม เน้นการออกแบบและสร้างสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีในธรรมชาติ เพื่อให้ทำประโยชน์ให้เราบางอย่าง ส่วนใหญ่ที่ผ่านมาจะสร้างเป็นเป็นจุลินทรีย์ ที่มีคุณสมบัติผลิตสารสำคัญที่มูลค่าสูงจนคุ้มการลงทุน ปัจจุบันนักลงทุนให้ความสนใจเรื่องนี้ค่อนข้างมาก เพราะสามารถสร้างสิ่งมีชีวิตที่นำไปใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อผลิตของมีค่าสู่ตลาด และยังแถมควบคุมได้ว่าเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของตน มีความคุ้มทุนในตัว
 

ลำดับที่  4 Smart Polymers

โพลิเมอร์ที่ตอบสนอง ต่อสถาณการณ์ภายนอกได้ อาทิ แสง ความร้อน  แรงกล  pH  สารเคมี สนามแม่เหล็ก หรือ สนามไฟฟ้า โดยการตอบสนองนั้นๆ จะกลับมาทำให้โพลิเมอร์มีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างไป เช่น รูปร่าง, อุณหภูมิ หรือสี สมบัติแบบนี้ในระดับสุดยอด ก็คงไม่ต่างจาก Wolverine ในภาพยนตร์ X-MEN หรือ หุ่นยนต์ในเรื่อง Terminator ที่ แม้ โดนยิง ก็ยังซ่อมแซมตัวเองได้นั่นเอง The World Economic Forum จัดให้เทคโนโลยีแบบ นี้เป็น 1 ใน 10 "เทคโนโลยี ยั่งยืน" ที่ น่าจับตามองที่สุดของปี 2013
 

ลำดับที่ 5 Lightweight Composites

คอมพอสิตน้ำหนักเบา แต่แข็งแรงเท่ากับเหล็ก มีความสำคัญมากกับอุตสาหกรรมยานยนต์ และภาคการขนส่งทั้งทางบก ทางอากาศ และทางทะเล เพราะ หากลดน้ำหนักยาน-พาหนะ และอุปกรณ์ต่างๆ ลงได้ ก็จะลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง จนช่วยลดก๊าซเรือนกระจกและมลพิษ จากภาคการขนส่งของโลกที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ในอนาคตอันใกล้ คอมพอสิตพวกนี้จะมีสมบัติเชิงกลดีขึ้น ผลิตระดับอุตสาหกรรมได้ง่ายและมากขึ้นและต้นทุนต่ำลง นอกจากนี้ ยังอาจมีสมบัติพิเศษใหม่ๆ เช่น ป้องกันคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ป้องกันความร้อน  ป้องกัน การติดไฟ ป้องกันไฟฟ้าสถิตย์ หรือแม้แต่อาจจะนำไฟฟ้าได้ หรือเก็บไฟฟ้าแทนแบตเตอรี่ได้ตรงโครงสร้างของตัวรถเองเลย 
 

ลำดับที่ 6 Sea Water Mining

เป็นการสกัดแร่ธาตุ และ โลหะหายากที่มีค่าออกมาจากน้ำทะเลไหม ไม่ว่าจะเป็น ลิเธียม แบเรียม โมลิบดีนัม นิเกิล และแร่ยูเรเนียม รวมทั้งแร่ที่เป็นองค์ประกอบที่พบมากในน้ำทะเล เช่น โซเดียม แคลเซียม แมกนีเซียม และโพแทสเซียม เป็นต้น โดยรวมผลประโยชน์ที่ได้คือ แร่มูลค่าสูงที่ต้องการในตลาด น้ำจืดสะอาดที่มีราคาแพงขึ้นเรื่อยๆ  และยังน่าจะได้รับความยอมรับมากขึ้นเรื่อยๆ จากแรงกดดันเรื่องผลกระทบต่อระบบนิเวศของวิธีการแบบเดิมๆ
 

ลำดับ ที่ 7 OLED

ไดโอดเปล่งแสงจากสารอินทรีย์ (Organic Light-Emitting Diode) เป็น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่ทำหน้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าให้เป็นพลังงานแสง โดยนำไปใช้งานได้ในสองรูปแบบใหญ่ๆ คือ ใช้เป็นจอแสดงผล และใช้เป็นแหล่งกำเนิดแสง  OLED มีจุดเด่นหลายประการ เช่น โครงสร้างอาจทำออกมาได้บางมากๆ นอกจากนี้ มันยังเปล่งแสงออกมาจากตัวเองได้โดยตรง  
 

ลำดับที่ 8 เทคโนโลยี LED

ซึ่งจะมาแทน Fluorescent ได้ เนื่องจากประหยัดพลังงานมากกว่า และมีแนวโมที่ LED จะสะท้อนสี จริงของวัตถุตามธรรมชาติดีขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบัน สวทช .มีการศึกษา วิจัย เกี่ยวกับ LED หลาย ด้าน อาทิ  Electrical LED components, Optical LED components, และ Lighting designs and simulation เป็นต้น ซึ่งคาดว่า น่าจะ สนองตอบต่อความต้องการของอุตสาหกรรม LED ของไทยที่กำลังก้าวไปข้างหน้าได้
 

ลำดับที่  9 Cognitive Computing

คอมพิวเตอร์ที่เข้าใจ และเรียนรู้ข้อมูลต่างๆ ตลอดจนคิดและตัดสินใจได้เอง โดยอาศัยวิธีการเรียนรู้แบบเดียวกับสมองมนุษย์
 

ลำดับ ที่  10 Big Data Analytic Platform

ปัจจุบันมี Big Data หรือ ข้อมูลขนาดใหญ่มากๆ เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในหลายวงการทุกๆ วัน ไม่ว่าจะเป็น ข้อมูลการตลาดที่เกี่ยวข้องกับ social media, ข้อมูลพันธุกรรมมนุษย์และสิ่งมีชีวิต อื่นๆ, ข้อมูลจราจร และข้อมูลการพยากรณ์อากาศชุด Big Data ที่ มี ประโยชน์ ทั้งด้านการค้า และการวางแผนสำหรับประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการคมนาคม การสาธารณสุข หรือแม้แต่สำหรับความมั่นคงของประเทศ ด้วยเช่นกัน  ในประเทศไทย ศูนย์เนคเทค สวทช. กำลังเริ่มโครงการ Big Data ด้านการเกษตร ซึ่งครอบคลุมเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับพืชและเกษตรกร และปัจจัยต่างๆ ทั้งน้ำ และโรคพืช เป็นต้น  
 

MTEC
BIOTEC
NECTEC
NANOTEC

tsp

AIMI

nctc

ฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ

 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป