การใช้อนุภาคนาโนเป็นยาต้านพิษจากการกินยาเกินขนาด  
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบียในเมืองนิวยอร์กพบว่าเทคโนโลยีนาโนสามารถช่วยชีวิตคนที่ได้รับยาเกินขนาดได้เนื่องจากอนุภาคนาโนสามารถออกฤทธิ์เป็นยาต้านพิษ จากสถิติในสหรัฐ พบว่า ประชาชนสหรัฐฯเสียชีวิต 20,000 คนต่อปีเพราะการได้รับยาเกินขนาดและจากสภาพพิษของยา เช่น amitriptyline เป็นยาในกลุ่มยารักษาโรคซึมเศร้า เมื่อได้รับยานี้เกินขนาดจะทำให้เกิดอาการหัวใจล้มเหลวได้ นักวิจัยค้นพบว่าด้วยโครงสร้างของอนุภาคนาโนที่เป็นรูพรุนเหมือนฟองน้ำและขนาดที่เล็กมาก นอกจากจะนำมาใช้เป็นตัวกลางส่งผ่านยาและควบคุมการปล่อยปริมาณยาที่เหมาะสมเข้าสู่ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายแล้ว ยังเหมาะกับการทำหน้าที่กลับกันโดยช่วยดูดซับสารพิษ

ผ้าพันแผลนาโนช่วยสมานแผลให้หายเร็วขึ้น  
ศาสตราจารย์ Daniel Smith และศาสตราจารย์ Darrell Reneker แห่งมหาวิทยาลัยแอครอน มลรัฐโอไฮโอ กำลังศึกษาวิจัยผ้าพันแผลนาโน (bandage) ที่ช่วยสมานแผลให้หายเร็วขึ้น โดยการนำเส้นใยโพลีเมอร์แบบละเอียดมาปั่นให้เล็กลงและอาบสารเคมีเพื่อช่วยให้แผลได้สัมผัสออกซิเจนเพิ่มขึ้น ผ้าพันแผลนี้สามารถปล่อยตัวยาอย่างช้า ๆ ไปที่แผล ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ลดการอักเสบของแผลจึงทำให้แผลหายเร็วกว่าการใช้ผ้าพันแผลแบบธรรมดา ทั้งการผลิตใช้ต้นทุนต่ำและผ้าพันแผลที่ได้มีขนาดเบา ยืดหยุ่นได้ดีซึ่งสามารถดัดแปลงรูปร่างได้และไม่ยึดเกาะติดกับแผล

องค์การอาหารและยาสหรัฐฯรับรองความปลอดภัยของเนื้อสัตว์จากการลอกเลียนแบบพันธุกรรม  
องค์การอาหารและยาสหรัฐ (FDA) ตีพิมพ์ผลการศึกษาจำนวน 678 หน้าเรื่องความปลอดภัยของเนื้อสัตว์ที่ได้จากวิธีโคลนนิ่ง (Cloning) หรือวิธีลอกเลียนแบบทางพันธุกรรม สรุปผลได้ว่าเนื้อและนมจากสัตว์ลอกเลียนพันธุกรรมดังกล่าวไม่ได้มีความเสี่ยงแตกต่างไปจากเนื้อสัตว์ธรรมดาทั่ว ๆ ไป  นับว่าเป็นโอกาสดีที่บริษัทด้านเทคโนโลยีชีวภาพจะผลิตเนื้อสัตว์ลอกเลียนพันธุกรรมสู่ท้องตลาดเพื่อแข่งกับเนื้อสัตว์ธรรมดา ในปัจจุบันบริษัท ViaGen  ได้ครอบครองวัวและสุกรที่เกิดจากวิธีโคลนนิ่งประมาณ 250 ตัวโดยใช้เป็นเพียงพ่อพันธุ์แม่พันธุ์เพราะไม่สามารถขายผลิตผลเนื้อและนมได้

องค์กรอาหารและยาสหรัฐฯ ได้ทำการวิจัยวิเคราะห์ความเสี่ยงของผลผลิตเนื้อสัตว์ ผลิตผลเนื้อและนมจากสัตว์จากวิธีโคลนนิ่งมีความเสี่ยงไม่แตกต่างจากผลิตผลที่ได้จากสัตว์ที่ผสมพันธุ์แบบธรรมชาติโดยได้ลงผลงานและข้อมูลการวิจัยไว้ในเว็บไซต์ขององค์กรฯ เพื่อให้ประชาชนได้อ่านและเข้าใจข้อมูลสัตว์ลอกเลียนพันธุกรรมอย่างถูกต้อง

ค้นพบแหล่งสร้างเซลต้นตอใหม่อยู่ในน้ำคร่ำของมดลูก  
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Wake Forest และมหาวิทยาลัย Harvard สามารถสกัดสเต็มเซลหรือเซลต้นตอจากส่วนประกอบของน้ำคร่ำ (amniotic fluid) ที่ห้อหุ้มทารกในครรภ์ โดยนักวิจัยได้สกัดสเต็มเซลจากน้ำคร่ำโดยไม่ทำอันตรายต่อแม่และทารกในครรภ์ สเต็มเซลชนิดนี้สามารถพัฒนาเป็นอวัยวะได้หลายแบบ เช่น สมอง ตับและกระดูก เป็นต้น

หัวหน้าแผนกวิจัยแห่ง Wake Forest's regenerative medicine institute นาย Anthony Atala ใช้เวลาวิจัย 7 ปีเพื่อค้นหาแหล่งสเต็มเซลที่สามารถพัฒนากลายเป็นอวัยวะได้หลายแบบ พบว่าดีเอ็นเอหรือสายพันธุกรรมบางส่วนของสเต็มเซลในน้ำคร่ำ (amino stem cell) มีโครโมโซม Y ซึ่งแสดงว่าเป็นเซลของทารก ไม่ใช่เซลของแม่ที่ตั้งครรภ์ จึงสามารถพัฒนาเป็นอวัยวะทดแทนของเด็กได้อย่างหลากหลาย  ทั้งนี้มีนักวิจัยชาวสวิส Simon Hoerstrup อ้างถึงผลการวิจัยที่ยังไม่ได้ตีพิมพ์ว่าสามารถพัฒนาสเต็มเซลจากน้ำคร่ำไปเป็นเซลหัวใจเพื่อใช้ในการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจได้

ส่วนผสมของพืชจากทุ่งหญ้าแพรรี่เป็นเชื้อเพลิงชีวภาพที่มีประสิทธิภาพ  
ส่วนผสมต้นหญ้าและพืชท้องถิ่นในทุ่งหญ้าแพรรี่ (prairies) สามารถนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงชีวภาพ (biofuel) ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าวัตถุดิบทางการเกษตรอย่างข้าวโพดและถั่วเหลือง ทั้งใช้ปริมาณที่วัตถุดิบน้อยกว่าและยังปลดปล่อยปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ในระดับที่ต่ำกว่า ซึ่งนับว่าทำให้สภาพอากาศดีขึ้น  ปัจจุบันมีการนำวัตถุดิบทางการเกษตรมาผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ เช่น ข้าวโพดเพื่อการผลิตเอทานอลและถั่วเหลืองเพื่อการผลิตไบโอดีเซลกันอย่างแพร่หลายเพื่อทดแทนการใช้น้ำมันปิโตรเลียม แต่เนื่องจากการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพจากวัตถุดิบทางการเกษตรจำเป็นจะต้องใช้ยาฆ่าแมลง น้ำ และปุ๋ยปริมาณจำนวนมากดังนั้นเมื่อคำนึงถึงต้นทุนการผลิตตลอดจนผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจึงยังไม่นับว่าเป็นทางออกที่เหมาะสมที่สุด

ฐานอวกาศแห่งใหม่ที่ดวงจันทร์  
องค์การนาซ่า (NASA) ประกาศริเริ่มโครงการกลับคืนสู่ดวงจันทร์ในปี พ.ศ.2563 โดยการจัดตั้งฐานอวกาศที่ดวงจันทร์ (lunar outpost) เพื่อใช้เป็นที่พำนักของมนุษย์โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี พ.ศ.2567  หลังจากการปรึกษากับนักวิทยาศาสตร์และนักวิศวกรรมนับพันคน องค์การนาซ่าตัดสินใจที่จะก่อสร้างฐานอวกาศแห่งเดียวที่ดวงจันทร์แทนที่จะสร้างฐานอวกาศหลาย ๆ แห่งกระจายอยู่ทั่วไป วัตถุประสงค์เพื่อให้นักบินอวกาศขึ้นไปอาศัยอยู่เป็นอาทิตย์หรืออย่างมากครึ่งปีเพื่อเดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทางอื่น ๆ และเพื่อใช้เป็นฐานอวกาศในการฝึกฝนและเตรียมพร้อมสำหรับโครงการสู่ดาวอังคาร

มูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติคาดหวังงบประมาณเพื่อการวิจัยที่เพิ่มขึ้นในปีนี้  
นักวิทยาศาสตร์จากหลาย ๆ แห่งกำลังแข่งขันเสนอโครงการเพื่อรับเงินทุนวิจัยจากมูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (NSF--National Science Foundation) เช่น โครงการศูนย์ซุปเปอร์คอมพิวติ้ง (supercomputing center) ซึ่งเป็นโครงการที่ต้องลงทุนซื้อเครื่องมืออุปกรณ์มูลค่า 200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อสร้างระบบประมวลผลด้วยความเร็วสูงระดับ petascale ที่เป็นเครื่องมือรุ่นต่อไปที่มีประสิทธิภาพสูงสุดและมีประสิทธิภาพการคำนวณเหนือกว่าระดับ Terscale ขึ้นไปอีกหนึ่งพันเท่าตัว

การพิจารณางบประมาณเกิดความล่าช้าเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงพรรคทางการเมืองผู้นำในรัฐสภาจากพรรครีพลับบลิกันไปเป็นพรรคแดโมแครด ซึ่งทางวุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครดได้สั่งระงับแผนงบประมาณที่พรรคการเมืองชุดก่อนเตรียมการไว้ โครงการศูนย์ซุปเปอร์คอมพิวติ้งที่ต้องลงทุนมหาศาลจึงถูกยับยั้งร่วมไปกับโครงการอื่น ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้าการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองนั้นทางหน่วยงาน NSF คาดหวังจะได้รับงบประมาณเพิ่มขึ้น 8 เปอร์เซ็นต์จากงบประมาณ ปี 2549  5.6 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ร่วมไปกับหน่วยงานรัฐอื่น ๆ ที่ควรได้งบประมาณเพิ่ม เช่น กระทรวงพลังงานสหรัฐฯ และสถาบันมาตรฐานทางมาตรวัดแห่งสหรัฐอเมริกา (National Institute of Standards and Technology) ซึ่งมีหลักการดำเนินงานสอดคล้องกับนโยบาย American Competitiveness Initiative (ACI) ของประธานาธิบดีบุชที่ได้ประกาศสนับสนุนและเพิ่มงบประมาณด้านการวิจัยในด้านวิทยาศาสตร์พื้นฐานและวิทยาศาสตร์ฟิสิกส์เป็นเท่าตัวภายใน 10 ปี ดังนั้นทาง NSF จึงได้วางโครงการมากมายตั้งแต่วิศวกรรมศาสตร์จนครอบคลุมถึงการสำรวจเขตอาร์ติก

การสร้างฝูงวัวที่ปราศจากโรควัวบ้า
ด้วยเป็นที่ทราบกันดีว่าโปรตีนพริออน (prion proteins) ที่พับซ้อนอย่างผิดปกติ (misfolded) เป็นสาเหตุของการเกิดโรควัวบ้า (Bovine Spongiform Encephalopathy หรือ BSE) ซึ่งถ้าเป็นในคนเรียกว่า โรคสมองฝ่อ นักวิทยาศาสตร์จึงวิจัยการตัดต่อทางพันธุกรรมเพื่อเพาะพันธุ์วัวที่ปราศจากโปรตีนพริออนซึ่งจะขจัดปัญหาโรควัวบ้าในที่สุด นักวิจัยแห่งสถาบันวิจัยทางเภสัชศาสตร์ Hematech ได้ทดลองเพาะพันธุ์เซลของวัวและใช้วิธีการตัดต่อทางพันธุกรรมเพื่อดึงเอายีนส์หรือสายพันธุกรรมที่ใช้สร้างโปรตีนพริออนออก จากนั้นใช้วิธีโคลนนิ่ง (cloning) โดยนำเซลที่ได้รับการปรับปรุงพันธุกรรมแล้วฉีดเข้าไปในไข่ของวัวหลาย ๆ ใบเพื่อสร้างฝูงลูกวัวที่ไม่มีโปรตีนพริออน

สถาบัน Agricultural Research Service (ARS) แห่งกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ ได้เฝ้าศึกษาฝูงลูกวัวจากวิธีโคลนนิ่งดังกล่าวรวม 8 ตัวตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นจนถึงอายุ 19 เดือนและไม่พบความผิดปกติในการเจริญเติบโตแต่อย่างใดไม่ว่าจะอัตราการเจริญเติบโตและสุขภาพ โดยทั่วไป แต่การศึกษานี้ยังคงดำเนินต่อเนื่องไปอีก 3 ปี เพื่อหาข้อสรุปที่แน่ชัด การทดลองวิจัยนี้ส่งผลให้เกิดความเข้าใจเรื่องผลของโปรตีนพริออนที่ทำให้เกิดโรควัวบ้าดีขึ้น และเป็นเพียงการวิจัยเริ่มต้นในการเพาะพันธุ์วัวปราศจากโปรตีนพริออน

การรักษาโรคด้วยน้ำนมแม่
นักวิจัยชาวสวีเดนซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาภูมิคุ้มกันค้นพบโดยบังเอิญว่าน้ำนมแม่นอกจากจะช่วยต่อต้านการติดเชื้อในทารกแรกเกิด เมื่อทดลองกับเซลมะเร็งปอดแล้วพบว่าน้ำนมแม่สามารถฆ่าเซลมะเร็งได้  ทีมนักวิจัยได้ศึกษาน้ำนมแม่ในด้านการต่อต้านเชื้อไวรัสและแบคทีเรียเพื่อนำมาผลิตยารักษาโรค ตลอดจนการนำมารักษาโรคท้องร่วงในประเทศกำลังพัฒนาโดยนำมาผสมกับอาหารเพื่อปรับสภาพการย่อยอาหาร  อย่างไรก็ตามน้ำนมแม่จากสัตว์อื่น ๆ มีคุณภาพไม่เท่าเทียมกับน้ำนมมนุษย์ แต่เนื่องจากเราไม่สามารถซื้อขายน้ำนมมนุษย์ได้ จึงมีการคิดค้นตัดต่อพันธุกรรมเชื้อแบคทีเรีย ต้นข้าว แพะ และวัว เพื่อผลิตสารประกอบในน้ำนมมนุษย์ทดแทน  เช่น สาร oligosaccarides ซึ่งปกติมีปริมาณเพียง 1 เปอร์เซ็นต์ของส่วนประกอบน้ำนมแม่

งบประมาณรัฐบาลสหรัฐฯปี พ.ศ.2550 เปลี่ยนแปลงตามกระแสพรรคการเมืองใหม่
เนื่องจากปัจจุบันพรรคแดโมแครดได้ที่นั่งในรัฐสภาแทนพรรครีพลับบลิกันจึงทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนโยบายการใช้เงินงบประมาณของรัฐบาลที่มีผลบังคับใช้ในปีงบประมาณ พ.ศ.2550 ซึ่งจะสิ้นสุดปีงบประมาณในวันที่ 30 กันยายน 2550 ผลการเปลี่ยนแปลงทำให้มูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (NSF) และสถาบันสุขภาพแห่งชาติ (National Institute of Health, NIH) ได้รับงบประมาณแค่เท่ากับปี พ.ศ.2549 การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดจากการที่พรรคการเมืองชุดก่อนอนุมัติกฎหมายการใช้เงินงบประมาณเฉพาะกรณี (appropriations bills) เพียง 2 เรื่องจากทั้งสิ้น 11 เรื่อง  ดังนั้นพรรคการเมืองชุดใหม่จำเป็นต้องรีบจัดการกฎหมายที่เหลือค้างไว้ให้เร็วที่สุดเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการร่างงบประมาณปีถัดไป คือ ปี พ.ศ.2551 ที่จะเริ่มพิจารณาในเดือนกุมภาพันธ์ 2551

วุฒิสมาชิก Robert C. Byrd และผู้แทนราษฎร David Obey เป็นผู้ผลักดันการเปลี่ยนแปลงกฎหมายเกี่ยวกับเงินงบประมาณรัฐบาลครั้งนี้เน้นว่า คงไม่มีการให้งบประมาณสำหรับโครงการพิเศษ (congressional earmarks) ตามที่ถูกเสนอขึ้นโดยบุคคลแต่จะมีการอนุมัติงบประมาณตามเสียงส่วนรวมเท่านั้น ซึ่งหน่วยงานหลัก 3 หน่วยงานที่รับผิดชอบคาดหวังว่าจะได้รับงบประมาณเพิ่มขึ้น มูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (NSF) จะไม่ได้รับงบประมาณที่ขอเพิ่ม 8 เปอร์เซ็นต์จากงบประมาณปี พ.ศ.2549

กระทรวงพลังงานก็จะไม่ได้รับงบประมาณที่เรียกร้องเพิ่ม 14 เปอร์เซ็นต์ สถาบันมาตรฐานทางมาตรวัดแห่งสหรัฐอเมริกาหรือ National Institute of Standards and Technology (NIST) ก็จะไม่ได้รับงบประมาณที่ขอเพิ่มไป 24 เปอร์เซ็นต์เช่นกัน

ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่: http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/388----12550

 

 

MTEC
BIOTEC
NECTEC
NANOTEC

tsp

AIMI

nctc

ฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ

 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป