ฉลากอัจฉริยะแบ่งเป็น 3 รูปแบบคือ

1. ฉลากอัจฉริยะแบบป้ายอิเล็กทรอนิกส์อาร์เอฟไอดี (RFID (Radio Frequency Identification) Tag) เป็นป้ายที่สามารถอ่านค่าได้โดยผ่านคลื่นวิทยุจากระยะห่าง เพื่อตรวจ ติดตาม และบันทึกข้อมูลที่ติดอยู่กับป้าย ซึ่งติดอยู่กับผลิตภัณฑ์ กล่อง หรือสิ่งของต่างๆ สามารถติดตามข้อมูลของวัตถุหนึ่งชิ้นว่าคืออะไร ผลิตที่ไหน ใครเป็นผู้ผลิต ผลิตอย่างไร ผลิตวันไหน และเมื่อไร ประกอบด้วยชิ้นส่วนกี่ชิ้น และแต่ละชิ้นมาจากที่ไหน รวมทั้งตำแหน่งของวัตถุนั้นๆ ในปัจจุบันว่าอยู่ส่วนใดในโลก โดยไม่จำเป็นต้องเห็นหรือสัมผัสวัตถุนั้นก่อน

2. ฉลากอัจฉริยะที่บ่งชี้ (Indicators) แบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ

2.1 ฉลากอัจฉริยะแบบอินดิเคเตอร์บอกคุณภาพของผลิตภัณฑ์ทางอ้อม เช่น

ฉลากแบบที่เรียกว่า Time Temperature Indicator หรือ TTI ซึ่งแสดงประวัติเวลาและอุณหภูมิของสินค้า ฉลากแบบ TTI ในท้องตลาดมีอยู่หลายประเภทซึ่งใช้เทคโนโลยีที่แตกต่างกัน บางชนิดใช้หลักการซึมของผงสีผ่านกระดาษกรอง ในขณะที่บางชนิดใช้ถุงบรรจุแบคทีเรียเหลวซึ่งจะเปลี่ยนสีเมื่ออยู่ในสภาวะที่อุณหภูมิและเวลามาถึงจุดที่ตั้งค่าไว้ บางชนิดใช้หลักการเกิดโพลิเมอร์ (polymerization) ของโมโนเมอร์ที่สามารถเปลี่ยนแปลงการดูดกลืนแสงทำให้สีเปลี่ยน

ฉลากที่บ่งบอกถึงการรั่วซึมของบรรจุภัณฑ์ โดยอาศัยปริมาณออกซิเจนที่เหลืออยู่ในผลิตภัณฑ์ หลักการคือตัวชี้บอกปริมาณออกซิเจนประกอบด้วยสีย้อมที่มีประจุพร้อมสำหรับเกิดปฏิกิริยารีดอกซ์ (redox dye) เช่น เมทิลีนบลู (methylene blue) สารประกอบแอลคาไลน์ เช่น โซเดียมไฮดรอกไซด์ (sodium hydroxide) ต่อมาเคลือบสีหรือสารประกอบนี้ไว้บนกระดาษหรือฟิล์มโพลิเมอร์และนำไปติดที่บรรจุภัณฑ์ ถ้าบรรจุภัณฑ์นั้นมีปริมาณออกซิเจนซึมผ่านออกมา ก็จะทำปฏิกิริยากับสีที่เคลือบไว้ทำให้ฉลากเกิดการเปลี่ยนสี

2.2 ฉลากอัจฉริยะแบบอินดิเคเตอร์บอกคุณภาพของผลิตภัณฑ์โดยตรง เช่น

ฉลากอัจฉริยะบ่งชี้ความสดใหม่ (freshness indicators) ช่วยบ่งบอกว่าผลไม้ที่บรรจุอยู่นั้นสุกอยู่ในระดับใดแล้ว คิดค้นโดยนักวิจัยชาวนิวซีแลนด์และออกสู่ท้องตลาดเมื่อต้นปี พ.ศ. 2548 ข้อดีที่เห็นได้ชัดของฉลากแบบนี้คือช่วยป้องกันไม่ให้ผลไม้ถูกผู้บริโภคบีบเพื่อเลือกผลไม้ และง่ายต่อพนักงานขายในการจัดวางสินค้า และเก็บสินค้าที่หมดอายุออกจากชั้น การทำงานของฉลากแบบนี้คือจะมีการตรวจจับกลิ่นของผลไม้สุก ยิ่งถ้าสุกมากก็จะมีกลิ่นหอมออกมามากยิ่งขึ้น ทำให้ฉลากเปลี่ยนสีไปตามระดับการสุก

แถบบอกความสดของอาหาร (Food Freshness Indicator, FFI) จะทำการตรวจวัดก๊าซเอมีนและซัลไฟด์ ซึ่งปลดปล่อยออกมาเมื่ออาหารประเภทเนื้อสัตว์ สัตว์ปีก อาหารทะเลที่บรรจุไว้เริ่มไม่สด เมื่อตัวอินดิเคเตอร์ตรวจเจอก๊าซทั้งสองก็จะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง นอกจากนี้แถบบอกความสดยังสามารถตรวจนับจำนวนแบคทีเรียที่เกิดขึ้นได้

3. เซนเซอร์ (Sensors) ได้แก่ ไบโอเซนเซอร์ (Bio-sensors) และเซนเซอร์แก๊ส (Gas-sensors)

ตัวอย่างของฉลากไบโอเซนเซอร์ เช่น ฉลากที่เคลือบด้วยสารแอนติบอดีซึ่งเป็นสารชีวภาพ เมื่อมีแอนติเจนที่เกิดจากกระบวนการเน่าเสียของอาหารจะทำปฏิกิริยากับแอนติบอดีนี้ส่งผลให้บาร์โค้ดเกิดเป็นสีดำจนอ่านค่าไม่ได้ซึ่งแสดงว่าอาหารนี้เน่าเสียแล้ว

ที่มา:

ปิยวรรณ ปนิทานเต. "ฉลากอัจฉริยะ บอกสถานะผลิตภัณฑ์" เทคโนโลยีวัสดุ. 59 : 37-43 : เมษายน - มิถุนายน 2553.

MTEC
BIOTEC
NECTEC
NANOTEC

tsp

AIMI

nctc

ตราโลโก้ ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ (Logo of National Security and Dual-Use Technology Center: NSD)

ฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ

 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป