ประวัติของเครื่องถ่ายเอกสาร

ผู้คิดค้นเครื่องถ่ายเอกสารคือ ทนายความสิทธิบัตรของบริษัท P.R. Mallory and Co Inc.ที่ชื่อ Chester Carlson ซึ่งสำเร็จปริญญาตรีสาขาฟิสิกส์ และเคยทำงานเป็นวิศวกรวิจัยที่บริษัท Bell Telephone Laboratories ก่อนหันมาทำงานเป็นทนายความสิทธิบัตรที่สำนักสิทธิบัตร ซึ่งที่นี่ทำให้เขาต้องทำสำเนาเอกสารต่างๆ เป็นจำนวนมาก แต่วิธีทำสำเนาในสมัยนั้นไม่เหมาะที่จะทำสำเนาเอกสารจำนวนมาก และยังไม่สามารถทำสำเนาได้เร็วพอ เช่น การใช้กระดาษคาร์บอน การถ่ายภาพเอกสารโดยตรงด้วยกล้องถ่ายรูป และการนำเอกสารมาให้นักพิมพ์ดีดพิมพ์ซ้ำ นี่ทำให้ Chester คิดได้ว่า เหล่าสำนักงานต่างๆ ต้องประทับใจอย่างแน่นอน ถ้ามีเครื่องมือทำสำเนาเอกสารที่ถูกต้องครบถ้วนและรวดเร็ว ดังนั้นเขาจึงใช้เวลาช่วงเย็นขลุกตัวในห้องสมุดเป็นเดือนๆ เพื่อหาความรู้เรื่องการทำสำเนาเท่าที่เขาจะหาได้ หลังจากได้ศึกษางานวิจัยก่อนหน้านี้ เขาก็พบงานวิจัยที่น่าสนใจของนักฟิสิกส์ชาวฮังกาเรียนชื่อ Paul Selenyi ที่กล่าวถึงภาพที่สร้างด้วยไฟฟ้าสถิต (electrostatic image) โดยใช้วัสดุบางชนิดที่สามารถนำไฟฟ้าได้ดีขึ้นเมื่อมีแสงมาตกกระทบ เพื่อพิสูจน์งานวิจัยดังกล่าวเขาและผู้ช่วยของเขาคือ Otto Kornei นักฟิสิกส์ชาวเยอรมัน ได้ทดลองนำสารกำมะถันมาเคลือบบนแผ่นสังกะสี หลังจากนั้นขัดแผ่นสังกะสีด้วยผ้าเช็ดหน้าให้เกิดไฟฟ้าสถิต แล้วนำแผ่นแก้วบางที่พิมพ์ข้อความ "10-22-38 ASTORIA" วางบนแผ่นสังกะสี ต่อมาปิดช่องแสงทุกช่อง เพื่อให้สภาพแวดล้อมมีความมืดมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และฉายแสงสว่างจากหลอดไฟลงบนแผ่นแก้วครู่หนึ่ง แล้วดึงแผ่นแก้วออก และพ่นผงไลโคโปเดียมลงบนผิวเคลือบกำมะถัน ค่อยๆ เป่าผงไลโคโปเดียมเหล่านั้นออกอย่างแผ่วเบา ผลก็คือผงไลโคโปเดียมบางส่วนที่ติดบนพื้นผิวมีลักษณะใกล้เคียงกับข้อความบนแผ่นแก้ว หลังจากนั้นเขาทำให้ข้อความปรากฏอย่างถาวรโดยนำไปทาบกับกระดาษไข และให้ความร้อน ไขจากกระดาษละลายและดูดเอาหมึกจากแผ่นสังกะสีให้ติดอยู่บนแผ่นกระดาษ ในที่สุดสำเนาเอกสารแผ่นแรกได้ถือกำเนิดขึ้นในวันที่ 22 ตุลาคม ค.ศ. 1938 หรือเมื่อ 76 ปีที่แล้ว เขานำกระบวนการและเทคนิคดังกล่าวไปจดสิทธิบัตร และนำไปเสนอบริษัทต่างๆ ให้พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานได้จริง แต่ผลปรากฏว่าไม่มีบริษัทไหนให้ความสนใจเลย ในระยะเวลา 6 ปี (ค.ศ. 1939 - 1944) โดนมากกว่า 20 บริษัทปฏิเสธข้อเสนอ รวมถึง 2 บริษัทยักษ์ใหญ่อย่างบริษัท IBM และบริษัท General Electric เขารู้สึกท้อแท้เมื่อโดนปฏิเสธหลายครั้งแต่ไม่ยอมหยุดนำเสนอต่อบริษัทอื่นๆ ในที่สุดสถาบัน Battelle Memorial Institute หน่วยวิจัยที่ไม่แสวงหาผลกำไรก็ให้ความสนใจ และทำสัญญาการพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ของเขา ต่อมาในปี ค.ศ. 1947 สถาบัน Battelle Memorial Institute ได้เซ็นสัญญาพัฒนาเครื่องถ่ายเอกสารกับบริษัท Haloid ผู้ผลิตและจำหน่ายกระดาษอัดรูป ในอีก 2 ปีถัดมา บริษัท Haloid ก็เปิดตัวเครื่องถ่ายเอกสารรุ่นแรกชื่อ Model A แต่ไม่เป็นที่ยอมรับ เนื่องจากการทำสำเนาเอกสารแต่ละแผ่นใช้เวลาเกือบนาที และใช้งานยากกว่าจะถ่ายได้ต้องทำตามขั้นตอนถึง 14 ขั้นตอน นอกจากนี้หากทำสำเนามากกว่า 12 ชุดเกิดปัญหา ดังนั้นบริษัท Haloid จึงปรับปรุงเครื่อง Model A โดยใช้เวลานานถึง 10 ปี จนปี ค.ศ. 1959 บริษัทซึ่งเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น XEROX เรียบร้อยแล้วได้เปิดตัวเครื่องถ่ายเอกสาร Model 914 ออกมา และประสบความสำเร็จในการขายอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ Chester Carlson กลายเป็นมหาเศรษฐีใหม่ในที่สุด

การทำงานของเครื่องถ่ายเอกสาร

วางเอกสารต้นฉบับคว่ำลงบนกระจกใสด้านบนของเครื่องถ่ายเอกสาร ปิดฝาลงและกดปุ่ม เครื่องจะทำสำเนาเอกสาร หลังจากกดปุ่มจะมีแสงสว่างลอดออกมาจากบริเวณที่วางเอกสารลงไปคือ แสงจากหลอดฟลูโอเรสเซนซ์หรือหลอดฮาโลเจนที่ส่องไปบนเอกสารต้นฉบับ เพื่อให้เกิดแสงสะท้อน ตัวอักษรหรือภาพบนกระดาษซึ่งมีสีดำจะไม่สะท้อนแสง ในขณะที่บริเวณสีขาวของกระดาษจะสะท้อนแสงได้ดี แสงสะท้อนนี้จะส่องไปยังพื้นผิวของลูกกลิ้งซึ่งมีประจุบวกกระจายอยู่อย่างสม่ำเสมอ แสงที่กระทบพื้นผิวจะทำให้เกิดประจุลบซึ่งจะหักล้างกับประจุบวกที่มีอยู่เดิม ส่วนบริเวณที่ไม่โดนแสงเนื่องจากตัวอักษรดูดกลืนแสงจากหลอดไฟไว้จะยังคงมีประจุบวกเช่นเดิม ถ้าสามารถมองเห็นได้ก็จะเห็นประจุบวกเรียงตัวกันเป็นรูปภาพหรือตัวอักษรตามแบบต้นฉบับ เพียงแต่กลับด้านเหมือนภาพจากกระจกเงา ต่อมาเครื่องจะเป่าผงหมึกที่มีประจุลบไปยังลูกกลิ้ง เมื่อลูกกลิ้งหมุนด้านที่มีประจุบวกเข้าหาผงหมึก พื้นผิวที่มีประจุบวกจะดึงดูดผงหมึกที่มีประจุลบให้ติดอยู่บนลูกกลิ้ง ขั้วไฟฟ้าภายในเครื่องจะส่งประจุบวกให้กระดาษเปล่า กระดาษแผ่นนี้จะหมุนไปตามลูกลิ้ง เมื่อผ่านบริเวณที่มีผงหมึกเกาะอยู่ ประจุบวกบนกระดาษจะดึงดูดผงหมึกจากลูกกลิ้งให้เกาะติดบนกระดาษแทน และเมื่อผ่านความร้อนผงหมึกจะละลายซึมติดแน่นในเนื้อกระดาษ ได้เป็นสำเนาเอกสารในที่สุด โดยใช้เวลาไม่ถึง 10 วินาที

ที่มา:

1. บุญรักษ์ กาญจนวรวณิชย์. "เครื่องถ่ายเอกสาร: คัดลอกข้อความด้วยประจุไฟฟ้า" เทคโนโลยีวัสดุ. 61 : 36-42 : ตุลาคม - ธันวาคม 2553.

2. Ouroboros. (2553, ตุลาคม 22). "เครื่องถ่ายเอกสารมีที่มาอย่างไร? 1." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.vcharkarn.com/varticle/41702 (วันที่ค้นข้อมูล : 9 กรกฎาคม 2557).

3. Ouroboros. (2553, ตุลาคม 23). "เครื่องถ่ายเอกสารมีที่มาอย่างไร? 2." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.vcharkarn.com/varticle/41703 (วันที่ค้นข้อมูล : 9 กรกฎาคม 2557).

MTEC
BIOTEC
NECTEC
NANOTEC

tsp

AIMI

nctc

ตราโลโก้ ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ (Logo of National Security and Dual-Use Technology Center: NSD)

ฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ

 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป