ปฏิกิริยาเทอร์ไมต์ (thermite reaction) หรือมีอีกชื่อว่า ปฏิกิริยาโกลด์ชมิดท์ (Goldschmidt reaction) เป็นชื่อเรียกตามผู้คิดค้นคือ ศาสตราจารย์ฮันส์ โกลด์ชมิดท์ (Hans Goldschmidt) ซึ่งคิดค้นได้ในปี ค.ศ. 1893

ในการเกิดปฏิกิริยาเทอร์ไมต์ โลหะอะลูมิเนียมจะถูกออกซิไดซ์โดยโลหะออกไซด์ชนิดอื่น เช่น ไอร์ออนออกไซด์ (iron oxide) คอปเปอร์ออกไซด์ (copper oxide) แมงกานีสออกไซด์ (manganese oxide) และโครเมียมออกไซด์ (chromium oxide) ได้เป็นผลิตภัณฑ์คือ อะลูมิเนียมออกไซด์ โลหะ และความร้อน ความร้อนที่เกิดขึ้นสูงพอที่จะทำให้โลหะอยู่ในสภาวะที่เป็นของเหลว นอกจากจะใช้อะลูมิเนียมเป็นตัวรีดิวซ์แล้ว ตามทฤษฎียังสามารถใช้โลหะชนิดอื่นได้ แต่ไม่นิยมเพราะอะลูมิเนียมมีสมบัติที่เหมาะสมในการเกิดปฏิกิริยาเทอร์ไมต์ ได้แก่ มีจุดหลอมเหลวที่ต่ำ (660 องศาเซลเซียส) ทำให้หลอมเป็นโลหะเหลวได้ง่าย มีจุดเดือดสูง (2327 องศาเซลเซียส) ส่งผลให้อุณหภูมิของปฏิกิริยาขึ้นสูงด้วย มีราคาถูกกว่า และสามารถสร้างชั้นฟิล์มบางที่มีความเสถียรต่อการเกิดปฏิกิริยาเคมี ทำให้จับต้องได้ง่ายกว่าโลหะที่ไวต่อปฏิกิริยาเคมีชนิดอื่น

ปฏิกิริยาเทอร์ไมต์มักนำมาประยุกต์ใช้ในงานเชื่อม เนื่องจากโลหะเหลวและความร้อนที่เกิดจากปฏิกิริยาจะสามารถเชื่อมประสานโลหะให้ติดกันได้ นอกจากนี้อะลูมิเนียมออกไซด์ที่เกิดขึ้นก็จะแยกออกจากโลหะโดยอาศัยความหนาแน่นที่แตกต่างกัน ส่วนใหญ่ความหนาแน่นของอะลูมิเนียมออกไซด์จะน้อยกว่าโลหะทำให้ลอยตัวอยู่เหนือโลหะเหลว ดังนั้นทำให้กำจัดออกได้ง่าย งานเชื่อมที่อาศัยปฏิกิริยาเทอร์ไมต์ได้แก่ งานเชื่อมรางรถไฟ (rail welding) งานซ่อมบำรุงรอยเชื่อม (repair welding) งานเชื่อมแท่งวัสดุเสริมแรง (reinforcing bar welding) งานเชื่อมต่อทางไฟฟ้า (electrical connections)

ข้อปฏิบัติในการทำงานเกี่ยวกับปฏิกิริยาเทอร์ไมต์คือ ก่อนทำงานควรตรวจสอบสถานที่ปฏิบัติงานเสียก่อน ผู้ปฏิบัติก็ควรแต่งกายให้เหมาะสม มิดชิด สวมถุงมือ สวมหน้ากากที่มีเลนส์ปกป้องดวงตา สวมหมวกและรองเท้าบู๊ตนิรภัย และถ้าเลือกได้ควรเลือกสถานที่ปฏิบัติงานที่มีอากาศถ่ายเทได้ดี เพื่อป้องกันควันหรือก๊าซต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากปฏิกิริยา

ที่มา:

อรวรรณ สัมฤทธิ์เดชขจร. "เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับปฏิกิริยาเทอร์ไมต์" เทคโนโลยีวัสดุ. 59 : 77-80 : เมษายน - มิถุนายน 2553.

MTEC
BIOTEC
NECTEC
NANOTEC

tsp

AIMI

nctc

ฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ

 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป