คุณคาสึฮิโกะ วาคาบายาชิได้เข้าทำงานตำแหน่งวิศวกรด้านการออกแบบที่บริษัทผลิตวาล์วแห่งหนึ่ง และวันหนึ่งในปี ค.ศ. 1961 ในงานแสดงสินค้านานาชาติที่จัดขึ้นที่โอซาก้า เขาได้รับแรงบันดาลใจจากการได้เห็นชุดนอตและสลักเกลียวที่ออกแบบให้มีคุณสมบัติป้องกันการคลายตัวจึงนำชุดนอตนี้กลับบ้านเพื่อศึกษา เขาพบว่าสลักเกลียวมีกลไกที่ซับซ้อน และมีการใช้ลวดเหล็กกล้าไร้สนิมยึดนอตให้ติดแน่นกับสลักเกลียวจึงทำให้มีราคาสูง คุณวาคาบายาชิได้คิดซับซ้อนน้อยกว่าและราคาถูกกว่า นั่นคือการใช้แหนบ (leaf spring) ติดบนเส้นเกลียวของสลักแทนลวด ความคิดนี้ได้เบี่ยงเบนชีวิตของคุณวาคาบายาชิจากที่เป็นพนักงานบริษัทมาเป็นเจ้าของธุรกิจ

ในปี ค.ศ. 1962 คุณวาคาบายาชิตัดสินใจลาออกจากบริษัทและเริ่มทำธุรกิจของตัวเองร่วมกับน้องชายและเพื่อน พวกเขาตั้งบริษัทผลิตนอตและสลักเกลียวชนิดใหม่หรือเป็นที่รู้จักภายหลังว่า ยูนัต (U-Nut) ในช่วงแรกพวกเขาประสบปัญหา แต่ภายหลังยอดขายก็เพิ่มสูงขึ้น และเมื่อยอดขายสูงขึ้น การใช้งานก็หลากหลายมากขึ้น ทำให้เจอจุดด้อยของยูนัตคือเกิดการคลายตัวเมื่อได้รับแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน คุณวาคาบายาชิจึงพยายามหาทางแก้จุดบกพร่องนี้ แต่เหมือนว่าจะหมดหนทางเพราะยังไม่มีผลิตภัณฑ์ใดมีคุณสมบัติดีเท่ายูนัต

แต่ในปี ค.ศ. 1973 คุณวาคาบายาชิเกิดความคิดที่จะใช้ลิ่มตอกเข้าไปตรงช่องว่างระหว่างนอตและสลักเกลียว เมื่อเขาได้ผ่านไปที่ศาลเจ้าซุมิโยชิไทชา (Sumiyoshi-taisha) ในเมืองโอซาก้า แล้วมองเห็นประตูทางเข้าศาลเจ้าขนาดมหึมาที่สร้างจากไม้และใช้วิธีโบราณในการใช้ลิ่มแทนตะปูในการยึดไม้เข้าด้วยกัน ดังนั้นเขาจึงกลับมายังบริษัทเพื่อทำการทดลองจนได้รูปแบบของนอตและสลักเกลียวที่ให้ผลดีที่สุดคือ ประกอบด้วยสลักเกลียว 1 ชิ้นและนอต 2 ชิ้นที่มีลักษณะแตกต่างกันแต่เข้าคู่กันพอดี นอตตัวล่างมีลักษณะนูนและมีศูนย์กลางเอียงเล็กน้อย บริเวณที่นูนขึ้นมาทำหน้าที่เหมือนเป็นลิ่ม ในขณะที่นอตตัวบนมีลักษณะเว้าเมื่อเวลาหมุนนอตให้แน่นไปบนนอตตัวล่างจนทำให้บริเวณที่นูนของนอตตัวล่างเสียบเข้าช่องว่างได้พอดีเปรียบเสมือนการใช้ค้อนตอกลิ่ม ผลงานชิ้นนี้ภายหลังรู้จักในชื่อ นอตฮาร์ดล็อก (Hard Lock Nut) เพราะแรงสั่นสะเทือนหรือแรงกระแทกใดๆ ก็ไม่สามารถทำให้เกิดการคลายตัวได้

คุณวาคาบายาชิได้ขายหุ้นบริษัทคืนและออกมาตั้งบริษัทของตัวเองชื่อ ฮาร์ดล็อกอินดัสทรี จำกัด ในปี ค.ศ. 1974 เนื่องจากหุ้นส่วนคนอื่นไม่เห็นด้วยที่จะทำให้นอตฮาร์ดล็อกกลายเป็นผลิตภัณฑ์ ต่อมาอีก 2 ปี บริษัท ฮาร์ดล็อกอินดัสทรี จำกัดได้ทำสัญญาซื้อขายกับบริษัท ฮันชินอิเล็กทริกเรลเวย์ (Hanshin Electric Railway Co.) ซึ่งเป็นบริษัทสร้างระบบรางรถไฟเชื่อมต่อโอซาก้าและโกเบ โดยบริษัท ฮันชินอิเล็กทริกเรลเวย์ประสบปัญหาเรื่องสลักเกลียวเกิดการคลายตัวง่ายในจุดที่รางโค้งมาบรรจบกัน ซึ่งต้องใช้พนักงานด้านความปลอดภัยตรวจสอบทุกวัน ตั้งแต่เปลี่ยนมาใช้นอตฮาร์ดล็อกก็สามารถประหยัดแรงงานของพนักงานและค่าใช้จ่าย ตั้งแต่นั้นมาบริษัท ฮาร์ดล็อกอินดัสทรี จำกัดก็ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว แม้ราคาจะสูงกว่านอตทั่วไป 4-5 เท่า แต่ก็ยังได้รับความไว้วางใจนำไปใช้งานในอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นเป็นวงกว้าง เพราะไม่ต้องการการบำรุงรักษามาก มีความปลอดภัย ใช้งานง่าย และใช้ซ้ำได้หลายครั้ง ทำให้คุ้มค่ากับการใช้งานในระยะยาว ไม่เพียงใช้งานในญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ยังขยายไปยังตลาดต่างประเทศด้วย และมีบริษัทรถไฟหลายแห่งเปลี่ยนมาใช้นอตฮาร์ดล็อก

แม้ว่าธุรกิจจะประสบความสำเร็จ คุณวาคาบายาชิยังพยายามที่จะพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ มากมาย เช่น นอตฮาร์ดล็อกแบริ่งสำหรับใช้งานในระบบการทำงานของเฟืองในหุ่นยนต์ รวมถึงการขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมการบิน เช่น ออกแบบนอตสำหรับใช้ในแท่นปล่อยยานอวกาศ

ที่มา:

อรวรรณ สัมฤทธิ์เดชขจร. "บุรุษผู้พัฒนานอตและสลักเกลียวที่ไม่มีวันคลาย" เทคโนโลยีวัสดุ. 68 : 55-62 : มกราคม - มีนาคม 2556.

MTEC
BIOTEC
NECTEC
NANOTEC

tsp

AIMI

nctc

ผลงานวิจัยพร้อมถ่ายทอด

ฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ

 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป