alt

เมื่อพูดถึงบิล เกตส์ หลายคนคงรู้จักดีว่าเป็นมหาเศรษฐีชาวอเมริกันที่ร่ำรวยมากที่สุดคนหนึ่งของโลก เป็นผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์และเป็นประธานบริหารบริษัทอยู่หลายสิบปี นอกจากนี้ยังเป็นผู้บริจาคเงินจำนวนมากให้องค์การกุศล ทำให้คนส่วนใหญ่สนใจอยากรู้จักบิล เกตส์มากขึ้น โดยเฉพาะสิ่งหนึ่งที่อยากรู้คือ บิล เกตส์เลือกอ่านหนังสือเล่มไหนบ้างในแต่ละปี และทำไมบิล เกตส์จึงเลือกอ่านหนังสือเหล่านี้

ในปี 2556 ที่ผ่านมานี้ บิล เกตส์อ่านหนังสือหลายเรื่อง โดยหนังสือที่เลือกมาอ่านไม่ใช่หนังสือที่มีสถิติขายดีที่สุด (bestseller) ส่วนใหญ่เป็นหนังสือที่ออกมาก่อนปี 2556 และไม่ใช่นวนิยายเลย ไม่ใช่ว่าบิล เกตส์ไม่ชอบนวนิยาย เขาเคยอ่านนวนิยายเรื่อง The Catcher in the Rye ซึ่งเป็นนวนิยายที่เขาชื่นชอบมาก และยังสนุกกับการอ่านนวนิยายเรื่อง Salinger ซึ่งเพิ่งออกมาในปี 2556 นี้ นอกจากนี้ยังสนุกกับการอ่านนวนิยายเรื่อง Super Sad True Love Story ของ Gary Shteyngart ถึงแม้จะไม่ค่อยเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์มากนัก เหตุผลที่บิล เกตส์เลือกอ่านหนังสือส่วนใหญ่ไม่ใช่นวนิยายเพราะเขาต้องการเรียนรู้ให้มากขึ้นว่าโลกดำเนินไปอย่างไรและการอ่านช่วยให้เขาเรียนรู้ได้ดีที่สุด

ในที่นี้กำลังจะพูดถึงหนังสือดีที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งบิล เกตส์เลือกมาจากหนังสือที่อ่านในปี 2556 แต่ละเล่มสอนบิล เกตส์ในบางเรื่องที่เขาไม่รู้ เช่น ตู้บรรจุสินค้าช่วยลดค่าใช้จ่ายของการเคลื่อนย้ายสินค้าระหว่างเอเชียและอเมริกาเหนือโดยประมาณครึ่งหนึ่งได้อย่างไร อุปกรณ์สำหรับการวัดสร้างพื้นฐานสำหรับการประดิษฐ์เครื่องจักรไอน้ำได้อย่างไร เขาบอกว่า ถ้าพูดอย่างทั่วๆ ไป หนังสือเหล่านี้บอกถึงความเฉลียวฉลาดของคน ซึ่งเป็นความเฉลียวฉลาดซึ่งช่วยอธิบายทำไมโลกจึงดูดีขึ้นและทำไมในแต่ละสิ้นปีเขาจึงตั้งตาคอยปีหน้าด้วยความหวังและการมองโลกในแง่ดี บิล เกตส์ได้พูดถึงหนังสือทั้ง 7 เรื่อง ดังนี้

alt
ที่มา : http://www.amazon.com

หนังสือเรื่องที่ 1 เรื่อง  The Box ของ Marc Levinson คุณอาจคิดว่าคุณไม่ต้องการอ่านเรื่องทั้งหมดเกี่ยวกับตู้บรรจุสินค้า และ Levinson ได้เลือกหัวข้อที่น่าสนใจ ซึ่ง Levinson ทำได้ดี เขาพูดถึงการหันมาใช้ตู้บรรจุสินค้าในการขนส่งสินค้ามีผลกระทบอย่างมากต่อ เศรษฐกิจทั่วโลกและเปลี่ยนแปลงหนทางในการทำธุรกิจของโลก โดย Levinson พูดถึงในลักษณะเรื่องเล่าที่เข้าใจง่าย ทำให้บิล เกตส์เปลี่ยนมุมมองในการมองตู้บรรจุสินค้าจากที่เคยเป็น

 

 

 

 

alt
ที่มา : http://www.amazon.com

หนังสือเรื่องที่ 2 เรื่อง The Most Powerful Idea in the World ของ William Rosen เป็นเรื่องคล้ายๆ เรื่อง The Box เพียงแต่เรื่องนี้ พูดถึงเครื่องจักรไอน้ำ Rosen ได้พููดถึงรวมกันเรื่องลักษณะที่ชาญฉลาด การประดิษฐ์สิ่งใหม่ที่เพิ่มขึ้น และประวัติเบื้องหลังการประดิษฐ์นี้ บิล เกตส์ต้องการจะรู้มากขึ้นเกี่ยวกับเครื่องจักรไอน้ำตั้งแต่หน้าร้อนปี 2552 ในขณะบิล เกตส์และลูกของเขาใช้เวลาเที่ยวที่พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ในลอนดอน

 

 

 

 

 

alt

ที่มา : http://www.amazon.com

หนังสือเรื่องที่ 3 เรื่อง Harvesting the Biosphere ของ Vaclav Smil ไม่มีหนังสือของผู้แต่งคนไหนที่บิล เกตส์ตั้งตาคอยมากไปกว่า Vaclav Smil ในเล่มนี้ Smil ได้ให้ภาพชัดเจนของคนเปลี่ยนแปลงพื้นผิวและบรรยากาศของโลกอย่างไร และได้พูดถึงเรื่องที่สำคัญถ้าคุณสนใจเกี่ยวกับผลกระทบซึ่งพวกเรามีต่อโลก

 

 

 

 

 

 

alt

ที่มา : http://www.amazon.com

หนังสือเรื่องที่ 4 เรื่อง The World Until Yesterday ของ Jared Diamond Diamond ค้นพบเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับชีวิตของนักล่าเป็นอย่างไรและค้นหาแบบไหน อาจจะประยุกต์ใช้กับชีวิตในเมือง เขาไม่ได้ทำให้หันมาสนใจชีวิตการเป็นอยู่แบบชนเผ่า เขาเพียงต้องการค้นหาวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศและแบ่งปัน

 

 

 

 

 

 

alt

ที่มา : http://www.amazon.com

หนังสือเรื่องที่ 5 เรื่อง Poor Numbers ของ Morten Jerven ด้วย Jerven เป็นนักเศรษฐศาสตร์ใช้เวลา 4 ปี ในการค้นหาชนชาติอเมริกันได้มาซึ่งสถิติได้อย่างไรและความท้าทายที่พวกเขา ต้องเผชิญในการเปลี่ยนแปลงพวกเขาเป็นการประมาณค่า GDP Jerven ได้ยกตัวอย่างที่ชัดเจนว่าการวัดค่า GDP ส่วนใหญ่ที่พวกเราคิดว่าแม่นยำยังไม่ถูกต้อง แต่บิล เกตส์ได้โต้แย้งจากการอ่านนานขึ้นว่าไม่ได้หมายความว่าพวกเราไม่รู้อะไรเลย เกี่ยวกับอะไรเป็นงานในการพัฒนา

 

 

 

 

 

alt

ที่มา : http://www.amazon.com

หนังสือเรื่องที่ 6 เรื่อง Why Does College Cost So Much? ของ Robert B. Archibald และ David H. Feldman ชื่อเรื่องเป็นคำถามดูเหมือนจะได้รับความสนใจมากขึ้นทุกปี ผู้แต่งพูดได้ดีถึงตลาดแรงงานของชาวอเมริกันมีผลต่อค่าใช้จ่ายของวิทยาลัย อย่างไร ในมุมมองของบิล เกตส์ ตราบเท่าที่มีความขาดแคลนของนักศึกษาที่จบปริญญา ปริญญาจะมีคุณค่า ดังนั้นคนจะจ่ายมากขึ้นเพื่อให้ได้มาซึ่งปริญญา และถ้าพวกเขาจะจ่ายมากขึ้นส่งผลให้แรงงานของวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยได้รับ ส่วนใหญ่จากคนซึ่งจ่ายมากสำหรับปริญญาหรือสามารถขอเพิ่มมากกว่านี้ จนกระทั่งมีผู้ได้รับปริญญามากเกินความต้องการ ทำให้ไม่มีการแข่งขันทางด้านราคา

อะไรคือคำตอบ Archibald และ Feldman วางโครงร่างนโยบายจำนวนมากซึ่งสามารถช่วยได้ บิลเกตส์ยังคิดถึงเทคโนโลยีซึ่งสามารถช่วยควบคุมค่าใช้จ่ายโดยการปรับปรุง การศึกษาทางไกล วิทยาลัยและมหาวิทยาลัยยังสามารถทำอะไรได้มากเพื่อกำจัดความไม่มี ประสิทธิภาพและความซ้ำซ้อน (วิชาฟิสิกส์ควรจะได้รับการสอนเท่าไรตัวอย่างเช่นในชิคาโก บางวิชาฟิสิกส์สามารถรวมกันได้ไหม)

 


alt
ที่มา : http://www.amazon.com

หนังสือเรื่องที่ 7 เรื่อง The Bet ของ Paul Sabin Sabin ได้บันทึกเหตุการณ์การโต้แย้งของรัฐบาลเกี่ยวกับโลกจะมุ่งหน้าไปทางความ หายนะของสิ่งแวดล้อมหรือไม่ เขามุ่งความสนใจไปยังเรื่องของ Paul Ehrlich และ Julian Simon ซึ่งวางเดิมพันหนึ่งพันดอลลาร์สหรัฐเกี่ยวกับสวัสดิการของคนจะดีขึ้นหรือแย่ ลงเมื่อเวลาผ่านไปหรือไม่ โดยปราศจากการคัดค้านและผู้สนับสนุน Sabin ได้แสดงมุมมองที่ชัดเจนของเขาเป็นสาเหตุของการโต้แย้งที่ทำให้เกิดการแบ่ง ฝ่ายเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและเรื่องอื่นๆ ที่เกิดขึ้นจนถึงปัจจุบันได้อย่างไร

 

 

 

 

ต่อจากนี้หลายคนคงหายสงสัยว่าบิล เกตส์เลือกหนังสือเล่มไหนบ้างมาอ่านและเป็นหนังสือแนวไหน

ที่มา : Bill Gates (2013, December 12). The Best Books I Read in 2013. Retrieved December 28, 2013, from http://www.thegatesnotes.com/Personal/Best-Books-2013

MTEC
BIOTEC
NECTEC
NANOTEC

tsp

AIMI

nctc

ผลงานวิจัยพร้อมถ่ายทอด

ฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ

 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป