จากรายงานการจัดอันดับผลการดำเนินงานด้านนวัตกรรมของ 127 ประเทศ/เศรษฐกิจทั่วโลกครั้งล่าสุดในปี  2560 (Global Innovation Index 2017) โดยองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (World Intellectual Property Organization – WIPO) มหาวิทยาลัยคอร์เนล (Cornell University) ของสหรัฐอเมริกา และสถาบันด้านบริหารธุรกิจชั้นนำอย่าง INSEAD โดยใช้ตัวชี้วัดกว่า 80 ตัว เช่น สภาพแวดล้อมทางการเมือง การศึกษา โครงสร้างพื้นฐาน และความซับซ้อนทางธุรกิจ เป็นต้นพบว่าประเทศเวียดนามมีการก้าวกระโดดทางนวัตกรรมที่น่าจับตามอง โดยก้าวขึ้นมาที่ลำดับที่ 47 จาก 127 ประเทศ/เศรษฐกิจทั่วโลกและขยับดีขึ้นมา 12 อันดับเมื่อเทียบกับการจัดอันดับเมื่อปี 2559

เมื่อพิจารณาตัวเลขของการจดสิทธิบัตร (Patent) ของเวียดนามจากสถิติในปี 2558 พบว่าชาวเวียดนามขอจดสิทธิบัตรกับองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก 679 สิทธิบัตร แม้จะเป็นตัวเลขที่ต่ำเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยกัน เช่น มาเลเซียและไทย โดยเฉพาะสิงคโปร์ซึ่งถือครองอันดับ 1 ทางด้านนวัตกรรมและเศรษฐกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียตะวันออก และโอเชียเนียหรือกลุ่มประเทศและหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก แต่ตัวเลขการขอจดสิทธิบัตรดังกล่าวของเวียดนามขยับเพิ่มขึ้นจาก 5 ปีก่อนหน้านี้ถึง 2 เท่า คือ 325 สิทธิบัตร ในทำนองเดียวกันปี 2558 ชาวเวียดนามขอจดเครื่องหมายการค้า (Trademarks) 32,212 รายการ และการออกแบบผลิตภัณฑ์ (Industrial designs) 1,677 ชิ้น โดยทั้งหมดมากกว่าสถิติในปี 2557 ซึ่งมีสิทธิบัตร 561 สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า 28,231 รายการ และการออกแบบผลิตภัณฑ์ 1,592 ชิ้น ที่ถูกขอยื่นจด

จากสถิติขององค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก ในเดือนพฤษภาคม 2560 พบว่าระหว่างปี 2554-2558 เฟอร์นิเจอร์และเกมส์ คือ กลุ่มของนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เวียดนามมีการจดสิทธิบัตรมากที่สุด คิดเป็น 13.79% ตามมาด้วยกลุ่มเทคโนโลยีทางการแพทย์ (6.90%) กลุ่มวิศวกรรมโยธา (6.63%) กลุ่มเครื่องจักรเกี่ยวกับสิ่งทอและกระดาษ (5.84%) และกลุ่มเครื่องยนต์ ปั๊ม และกังหัน (5.57%)

นับตั้งแต่ช่วงปี 2523 สิงคโปร์ถูกขนานนามว่าเป็นหนึ่งในเสืออาเซียน สิงคโปร์ยังคงพัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่องจนก้าวขึ้นเป็น 1 ในประเทศที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูงที่สุดประเทศหนึ่งของโลก ดูได้จากการติดอันดับ 1 ใน 10 ของประเทศที่มีการเติบโตทางนวัตกรรมจากรายงานของดัชนีนวัตกรรมโลก (Global Innovation Index) ตั้งแต่ปีแรกจนถึงปัจจุบัน แม้สิงคโปร์จะยังคงรักษาตำแหน่งอันดับที่ 1 ของการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมโลกทั้งของทวีปเอเชียและในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ข้อมูลจากรายงานของดัชนีนวัตกรรมโลก ปี 2560 มีบางประเทศซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจที่เล็กกว่าสิงคโปร์ เช่น ไทย ฟิลิปปินส์ รวมถึงเวียดนาม ที่พยายามไล่ตามสิงคโปร์อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเวียดนามที่พบว่ามีตัวเลขของจำนวนเงินที่ใช้เพื่อการลงทุนทางด้านการศึกษาในระดับที่สูง คือ อันดับที่ 26 ของโลกซึ่งสะท้อนถึงการให้ความสำคัญในการพัฒนากำลังคนของประเทศเพื่อการแข่งขันในอนาคต นอกจากนี้ยังมีตัวเลขที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของชาวเวียดนาม และตัวเลขที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับความพยายามในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น รายจ่ายเพื่อการสะสมทุนเบื้องต้น (Gross capital formation) ที่ก่อให้เกิดผลผลิตในอนาคต ที่สำคัญเวียดนามมีตัวเลขการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment) ในอันดับที่น่าสนใจ คือ อันดับที่ 26 ของโลก โดยเหตุผลหนึ่งที่ช่วยให้เวียดนามสามารถดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ คือ อัตราค่าจ้างแรงงานที่ค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับประเทศใกล้เคียง

อย่างไรก็ตาม เวียดนามยังคงมีจุดอ่อนที่สำคัญหลายด้านซึ่งต้องเร่งแก้ไข เช่น สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจภายในประเทศที่ยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำ การพึ่งพาการนำเข้าบริการเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารจากต่างประเทศในปริมาณตัวเลขที่สูง และการขาดแคลนจำนวนของบริษัทและเงินที่ใช้ลงทุนเพื่อการวิจัยและพัฒนา เป็นต้น เมื่อพิจารณาตัวเลขการขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาของเวียดนามในปี 2558 ตามที่กล่าวไปข้างต้น พบว่า จำนวนการยื่นจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาของเวียดนามค่อนข้างเน้นไปในการจดเครื่องหมายการค้าและการออกแบบอุตสาหกรรมมากกว่าสิ่งประดิษฐ์ ซึ่งอาจสะท้อนถึงระดับความแข็งแกร่งเกี่ยวกับการวิจัยและพัฒนาของภาคธุรกิจในเวียดนาม

ที่มาข้อมูล:
Dutta, S., Lanvin, B., & Wunsch-Vincent, S. (Ed.). (2017). the Global Innovation Index 2017.  Retrieved from https://www.globalinnovationindex.org/gii-2017-report
World Intellectual Property Organization. (2017). Statistical country profiles: Viet Nam. Retrieved October 10, 2017 from http://www.wipo.int/ipstats/en/statistics/country_profile/profile.jsp?code=VN

MTEC
BIOTEC
NECTEC
NANOTEC

tsp

AIMI

nctc

ฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ

 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป