ด้วยความก้าวไกลทางเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่พัฒนาเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้การจัดการเรียนการสอนและการใช้สื่อการเรียนรู้ยุคใหม่ต้องก้าวตามไปด้วย จะเห็นว่าปัจจุบันการเรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์หรืออินเทอร์เน็ตได้เข้ามามีบทบาทอย่างมาก เพราะถือเป็นโลกแห่งการเรียนรู้ที่กว้างใหญ่ไพศาล ซึ่งผู้เรียนสามารถศึกษาค้นคว้าได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด เป็นแหล่งเรียนรู้ไร้พรมแดนที่มีประโยชน์มหาศาลหากมีการเลือกใช้อย่างถูกต้องเหมาะสม แต่หลายคนท่านก็ห่วงใยเพราะเห็นว่าการเรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์ยังเป็นเสมือน “ดาบสองคม” แม้ว่าจะมีคุณประโยชน์อเนกอนันต์ แต่ก็ยังมีโทษแฝงอยู่ด้วยเช่นกันหากผู้ใช้ไร้สติหรือขาดการพิจารณาไตร่ตรองอย่างรอบคอบถึงความถูกต้องเหมาะสม ณ วันนี้ 

 

คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าสื่อการเรียนรู้เป็นตัวกลางสำคัญไม่น้อยต่อกระบวนการจัดการเรียนรู้ ซึ่งหากครูผู้สอนจะยังคงจัดการเรียนการสอนโดยเน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ผ่านหนังสือเรียนในรูปแบบเดิม ๆ อย่างเช่นที่ผ่านมาคงไม่ได้อีกต่อไป อย่างน้อยต้องเลือกใช้สื่อในรูปแบบที่หลากหลายและแปลกใหม่ เพื่อสร้างสีสันดึงดูดความสนใจให้ผู้เรียนใฝ่รู้ใฝ่เรียน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้บรรลุผลตามเป้าหมายในการจัดการศึกษามากยิ่งขึ้น 

แม้ปัจจุบันมีสื่อการเรียนการสอนที่อยู่ในระบบออนไลน์มากมายที่ครูผู้สอนสามารถเลือกใช้ได้ โดยไม่จำเป็นต้องเสียเวลาและเสียค่าใช้จ่ายในการลงทุนผลิตใช้เอง แต่สิ่งสำคัญที่ครูผู้สอนต้องคิดคำนึงและไม่อาจมองข้ามได้ นั่นคือ ต้องเลือกสื่อการเรียนการสอนที่เหมาะสมกับวัย ระดับชั้น ความรู้และประสบการณ์เดิมของผู้เรียน มีความสอดคล้องสัมพันธ์กับบทเรียนที่จะสอน เนื้อหามีความถูกต้อง ทันสมัย น่าสนใจ และเป็นสื่อที่จะช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจในเนื้อหานั้น ๆ ได้เป็นอย่างดี มีลำดับขั้นตอนที่เข้าใจง่าย รวมถึงต้องมีความสะดวกต่อการใช้ ไม่สลับซับซ้อนหรือยุ่งยากจนเกินไป แต่อย่างไรก็ตาม การเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ผ่านสื่อเทคโนโลยีในปัจจุบันนั้นยังคงพบข้อจำกัดอีกมาก ทั้งกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ครู อาจารย์ และประชาชนผู้สนใจทั่วไป 

 

จากกระแสการจัดการเรียนการสอนด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ก้าวสู่ยุคระบบเปิด ที่อนุญาตให้ทุกคนเข้าถึงเนื้อหาได้อย่างเสรี และยังรองรับการเข้าถึงของผู้เรียนได้พร้อม ๆ กันจำนวนมาก ผ่านการสื่อสารระบบออนไลน์บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ดังนั้น สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกับสำนัก งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะผู้สนับสนุนด้านงบประมาณได้ร่วมกันดำเนินงานภายใต้ชื่อ “โครงการระบบสื่อสาระออนไลน์เพื่อการเรียนรู้ทางไกลเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราช สุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ 5 รอบ 2 เมษายน 2558” 

 

โครงการระบบสื่อสาระออนไลน์ฯ นอกจากเป็นความร่วมมือระหว่าง สวทช. และ สพฐ. แล้ว ยังมีหน่วยงานภาคีเครือข่ายตั้งต้นที่ดำเนินการร่วมกันในช่วงแรกอีกหลายหน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ(สวทน.) สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ (องค์การมหาชน) โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และกรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี “

 

นับว่าเป็นที่น่าดีใจที่กระทรวงศึกษาธิการ โดยพลเอกสุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้ความสนใจต่อโครงการระบบสื่อสาระออนไลน์ฯ ด้วยคาดหวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยใช้เทคโนโลยีทางการศึกษาเพื่อพัฒนาศักยภาพการเรียนการสอนของโรงเรียนทุกระดับ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้รับนโยบายดังกล่าว โดยพิจารณาเริ่มโครงการอย่างเป็นระบบ ร่วมกับ สวทช. และหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีสื่อสาระความรู้อยู่ก่อนแล้ว โดยกำหนดกรอบเวลาการทำงานไว้สองปี สิ้นปีแรกจะต้องได้ระบบที่เรียกว่า คลังทรัพยากรการศึกษาแบบเปิด อันจะช่วยให้ครูและโรงเรียนต่าง ๆ ใช้ในการสืบค้นสื่อ ทรัพยากรการศึกษาที่สร้างสรรค์และเผยแพร่ด้วยสัญญาอนุญาตแบบเปิดที่พร้อมให้นำสื่อดังกล่าวไปใช้งาน สร้างสรรค์บทเรียนได้โดยไม่มีผลกระทบทางทรัพย์สินทางปัญญา และในปีต่อมาจึงจะเปิดใช้ระบบการเรียนรู้แบบ MOOC หรือ Massive Open Online Course อันเป็นระบบการเรียนรู้แบบเปิดที่รองรับผู้เรียนได้พร้อม ๆ กันจำนวนมาก” ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ประธานคณะกรรมการกำกับดูแลโครงการฯ กล่าวตอนหนึ่งในงานแถลงข่าวเมื่อเร็ว ๆ นี้ 

 

เป้าหมายของโครงการในปีแรกจะเน้นการสร้างความรู้ความเข้าใจแก่หน่วยงานร่วมโครงการว่าจะนำทรัพย์สมบัติที่เป็นสื่อการเรียนรู้มารวมกันทั้งประเทศได้อย่างไร ทำอย่างไรให้สื่อการเรียนรู้ดังกล่าวมีการแบ่งกันใช้อย่างถูกกฎหมาย มีกลไกปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของตนเองอย่างไร และใช้อย่างไรจึงจะไม่ละเมิดผู้อื่น รวมทั้งการร่วมกันสร้างสรรค์ คัดเลือกสื่อการเรียนรู้ที่มีคุณภาพจากหน่วยงานที่ร่วมโครงการ นำเข้าคลังทรัพยากรการศึกษาแบบเปิด อันจะเป็นกระบวนการรวบรวมคลังความรู้ขนาดใหญ่จากหลายหน่วยงานในเครือข่าย ทำให้ผู้ใช้มีทางเลือกมากกว่าที่ค้นหาด้วยตัวเองในปัจจุบัน ทั้งนี้ เพื่อเป็นแหล่งในการให้บริการสืบค้นทรัพยากรการศึกษาที่สร้างสรรค์และเป็นการเผยแพร่ด้วยสัญญาอนุญาตแบบเปิดที่พร้อมให้นำสื่อดังกล่าวไปใช้หรือสร้างสรรค์บทเรียนได้โดยไม่มีผลกระทบทางทรัพย์สินทางปัญญา 

 

เชื่อว่าหากโครงการระบบสื่อสาระออนไลน์ฯ ดำเนินการจนสำเร็จลุล่วงก็จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในภาพรวมของประเทศทุกระดับทุกประเภท ถือเป็นการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ระบบออนไลน์เพื่อการเรียนรู้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยที่ผู้เรียนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ และจะเป็นโครงการส่งเสริมการจัดการศึกษาตลอดชีวิตทั้งการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยของปวงชนคนไทยได้อย่างแท้จริง

 

แหล่งที่มา : พัฒนาระบบสื่อสาระออนไลน์ คลังทรัพยากรการศึกษาแบบเปิด. http://www.dailynews.co.th/ (3 กุมภาพันธ์ 2558): เว็บไซต์ http://www.dailynews.co.th/education/298329.

.

MTEC
BIOTEC
NECTEC
NANOTEC

tsp

AIMI

nctc

ผลงานวิจัยพร้อมถ่ายทอด

ฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ

 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป