13 พฤษภาคม 2562 สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และ สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ สพภ. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรด้านความหลากหลายทางชีวภาพ อาทิ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง องค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ กรมป่าไม้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และศูนย์ความเป็นเลิศด้านความหลากหลายทางชีวภาพ

จัดการประชุมวิชาการนานาชาติด้านความหลากหลายทางชีวภาพ (International Conference on Biodiversity 2019: IBD2019) ขึ้นระหว่างวันที่ 22-24 พฤษภาคม 2562 ณ ชั้น 21-22 เซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ เพื่อร่วมกันยกระดับงานวิจัยและอนุรักษ์ รวมทั้งการใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพจากความหลากหลายทางชีวภาพนี้ อันจะมีประโยชน์อย่างสูงในการส่งมอบทรัพยากรที่มีคุณค่าให้กับประเทศ สร้างความมั่นคั่ง และยั่งยืนต่อไป

ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)กล่าวว่า ความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) ในประเทศไทย ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงสุด 8 อันดับแรกของโลก และสูงสุดเป็นอันดับ 3 ในกลุ่มประเทศอาเซียน โดยมีพืชไม่น้อยกว่า 12,000 ชนิด ร้อยละ 8 ของพืชที่คาดว่ามีอยู่ในโลก และมีจุลินทรีย์ราว 150,000-200,000 ชนิด ร้อยละ 5-6 ของจุลินทรีย์ที่คาดว่ามีอยู่ในโลก ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สาธารณสุข และสิ่งแวดล้อม ซึ่งการพัฒนาประเทศบนฐานทรัพยากรชีวภาพทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดต้องการการวิจัย และการสร้างองค์ความรู้พื้นฐานทั้งที่เป็นความรู้สมัยใหม่และความรู้จากภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยการบูรณาการเชื่อมต่อกับศาสตร์ต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม ในขณะเดียวกัน ประเทศไทยต้องเผชิญกับความท้าทายด้านการเปลี่ยนแปลงทางด้านสิ่งแวดล้อม สภาวะโลกร้อน ภัยพิบัติ ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบต่อทรัพยากรชีวภาพ ทำให้ต้องเร่งสร้างความรู้ พัฒนาการวิจัย และบริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพอย่างบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่ทำวิจัยและคุ้มครองปกป้องทรัพยากรชีวภาพทั้งภายในและต่างประเทศ

 

ด้วยความสนพระทัยและทรงห่วงใยเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย ของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี และประเทศไทยยังขาดศูนย์กลางการประสานงานของหน่วยงานต่างๆ ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ จึงได้จัดตั้ง “คณะกรรมการเครือข่ายวิจัยความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศเพื่อการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน ตามแนวพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี” ในปี 2559 โดยมี สวทช. เป็นฝ่ายเลขานุการฯ คณะกรรมการประกอบด้วยคณะนักวิจัย นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานต่างๆ เพื่อสานต่อพระราชดำริ และผลักดันให้เรื่องความหลากหลายทางชีวภาพเป็นวาระแห่งชาติ เกิดการจัดทำกรอบนโยบายระดับชาติด้านการส่งเสริมการวิจัยเกี่ยวกับความหลากหลายทางชีวภาพเเละระบบนิเวศ รวมถึงการผลักดันให้เกิดการประชุมวิชาการนานาชาติด้านความหลากหลายทางชีวภาพขึ้นเป็นครั้งแรกที่หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องร่วมกันจัดขึ้น เพื่อประกาศให้สาธารณชนและผู้กำหนดนโยบายได้รับทราบถึงคุณค่าของทรัพยากรชีวภาพ และพลังของชุมชนในการร่วมกันอนุรักษ์ ดูแลรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ ตลอดจนการนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ๆ ในการส่งเสริมการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพอย่างยั่งยืน

สำหรับงานประชุมวิชาการนานาชาติด้านความหลากหลายทางชีวภาพ International Conference on Biodiversity 2019 (IBD2019) มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้งานวิจัยและวิชาการด้านความหลากหลายทางชีวภาพทั้งในและต่างประเทศ เช่น ด้านอนุกรมวิธาน ด้านนิเวศวิทยา ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมการใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพ ด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูถิ่นอาศัยทั้งในและนอกถิ่นกำเนิด เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และนำความหลากหลายทางชีวภาพส่งเสริมเศรษฐกิจฐานชีวภาพอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังเป็นการประชุมที่รวบรวม และประชาสัมพันธ์ผลงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทยในทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชน มหาวิทยาลัย ชุมชนท้องถิ่น  เพื่อร่วมกันวางแนวทางการพัฒนาทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพเพื่อเกิดประโยชน์สูงสุดแก่คนไทย

 

นอกจากนี้ สวทช. ยังจัดให้มีการประชุม นำเสนอผลงาน สัมมนา และบรรยายพิเศษจากวิทยากรทั้งในและต่างประเทศ 116 คน จาก 27 ประเทศ ในหัวข้อหลัก 4 หัวข้อ ได้แก่ Species in Natural Ecosystem, Utilization, Impact and Threat, and Biodiversity Management และยังได้เชิญวิทยากรจากนักพฤกษศาสตร์ 16 ท่าน จากสวนพฤกษศาสตร์ชั้นนำของโลก มาบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับพืชและการรวบรวมพืชในสวนพฤกษศาสตร์ ซึ่งมีความสำคัญเนื่องจากเป็นแหล่งรวมความรู้และรักษาเกี่ยวกับความหลากหลายทางชีวภาพ การจัดนิทรรศการที่แสดงความมั่งคั่งทางทรัพยากรชีวภาพของประเทศจากภูเขาสู่ทะเล “Discovers the Treasures and Unique Biodiversity in Thailand (From the Mountain to the Sea) และกิจกรรมสาธิตเพื่อส่งเสริมอาชีพ และการแสดงผลิตภัณฑ์ของชุมชน

นางจุฬารัตน์ นิรัติศยกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (สพภ.) กล่าวว่า ในการประชุมวิชาการนานาชาติ IBD2019 นี้ สพภ. รับผิดชอบในการจัดนิทรรศการด้วยการรวมพลังของทุกหน่วยงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพในประเทศไทยทั้งราชการ เอกชน ธุรกิจ และภาคประชาชน รวม 31 องค์กร 25 ชุมชน ร่วมกันจัดกิจกรรมนิทรรศการ ภายใต้แนวคิด “เมืองแห่งความอุดมสมบูรณ์ ด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ” หรือ “Bio-Wealth Country” ประกอบด้วยนิทรรศการ 9 ส่วน อาทิ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ นิทรรศการวิทยาศาสตร์และลานเรียนรู้สำหรับเยาวชน  นิทรรศการด้านการใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพของชุมชนท้องถิ่น นิทรรศการความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อการเก็บรักษาในระยะยาว นิทรรศการด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและอนุรักษ์ รวมทั้งกิจกรรมสาธิตเพื่อส่งเสริมอาชีพ และการแสดงผลิตภัณฑ์ของชุมชน ทั้งนี้ เพื่อแสดงให้เห็นเป็นประจักษ์ถึงความอุดมสมบรูณ์ของความหลากหลายทางชีวภาพบนผืนแผ่นดินไทย ซึ่งปัจจุบันได้มีการนำมาใช้สร้างประโยชน์ พัฒนาประเทศ และสร้างเสริมความอยู่ดีกินดีของประชาชนอย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงการดูแลรักษา และการคงอยู่ของความหลากหลายทางชีวภาพนั้นๆ ด้วย

 

การประชุมครั้งนี้ร่วมสนับสนุนโดย กองทุนเพื่อการศึกษายั่งยืน มูลนิธิสวิตา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) และขอขอบคุณหน่วยงานสปอนเซอร์ ได้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย  บริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และ บริษัทซินเจนทาประเทศไทย

ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงานเพื่อชมนิทรรศการโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และติดต่อสอบถามได้ที่ www.ibd2019.org หรือ โทร. 0 2564 6700 ต่อ 3379-3328

MTEC
BIOTEC
NECTEC
NANOTEC

tsp

AIMI

nctc

nsd

ฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ

 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป