27 มีนาคม 2562 ณ อาคารศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ. ปทุมธานี : กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) และศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) จัดพิธีลงนามความร่วมมือของหน่วยงานภายใต้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกระทรวงคมนาคม เรื่อง “การสนับสนุน การพัฒนาและการประยุกต์ใช้งานเทคโนโลยีสำหรับยานยนต์สมัยใหม่” กับกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท กรมการขนส่งทางบก สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร ที่เป็นหน่วยงานภายใต้กระทรวงคมนาคม และกรมวิทยาศาสตร์บริการ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ และ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หน่วยงานภายใต้กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนองตอบนโยบายของรัฐบาล “ไทยแลนด์ 4.0” ที่ต้องการพัฒนาและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศผ่านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี พร้อมส่งเสริมการคิดค้นและสร้างนวัตกรรมใหม่ เพื่อขยายผลเป็นอุตสาหกรรมที่สร้างมูลค่าสูงให้เกิดขึ้นภายในประเทศ

ดร.อัจฉรา วงศ์แสงจันทร์ รองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้เป็นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการคมนาคมทางบก ซึ่งกำลังอยู่ในกระแสของการพัฒนาเทคโนโลยีระดับโลก ได้แก่ เทคโนโลยียานยนต์ขับขี่อัตโนมัติ (Autonomous Vehicle) เทคโนโลยียานยนต์ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า (Battery Electric Vehicle: BEV) ระบบสนับสนุนการคมนาคมและขนส่งแบบอัจฉริยะ (Intelligent Transport System: ITS)เทคโนโลยีการสร้างแผนที่ดิจิทัลแบบละเอียด (High Definition Map) ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดระเบียบ และแก้ไขปัญหาการจราจร เป็นต้น ซึ่งความร่วมมือนี้จะส่งเสริมกับแนวทางในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางนวัตกรรม ที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ผลักดันให้เกิดขึ้นที่ EECi เช่น การจัดให้มีสนามทดสอบยานยนต์ขับขี่อัตโนมัติ (AV Testing Track) แห่งแรกในประเทศ ศูนย์ทดสอบแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า หรือศูนย์ทดสอบมาตรฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์สมัยใหม่ในพื้นที่ EECi เพื่อให้ EECi เป็นที่สำหรับการทำวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถต่อยอดไปสู่ภาคอุตสาหกรรมและการพาณิชย์ได้อย่างสมบูรณ์

นางสาวดุจดาว เจริญผล ที่ปรึกษาเศรษฐกิจการขนส่งทางบก และรักษาราชการแทนผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า เทคโนโลยียานยนต์อัตโนมัติจะมีส่วนช่วยอำนวยความสะดวกในการคมนาคม - ขนส่ง ช่วยลดปัญหาการจราจร และช่วยให้การคมนาคม - ขนส่งมีความปลอดภัยมากขึ้น ลดจำนวนอุบัติเหตุและความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ซึ่งในเรื่องของความปลอดภัยทางด้านการคมนาคม – ขนส่ง ได้มีการกำหนดเป็นวาระแห่งชาติด้วย ดังนั้นการริเริ่มให้มีการวิจัยพัฒนาและการประยุกต์ใช้งานเทคโนโลยีสำหรับยานยนต์สมัยใหม่ทั้งในเชิงเทคนิค สังคม และเศรษฐกิจ จะทำให้หน่วยงานของรัฐที่มีบทบาทหน้าที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมด้านการคมนาคม - ขนส่ง ได้มีโอกาสเรียนรู้และเตรียมความพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของกระทรวงคมนาคมในการพัฒนาระบบขนส่งอย่างบูรณาการ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกภาคส่วน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน

ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า สวทช. หน่วยงานวิจัยและพัฒนามีนโยบายในการดำเนินงานเพื่อตอบโจทย์ไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งอุตสาหกรรมยานยนต์ถือเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาทางเศรษฐกิจของประเทศไทย และเป็นอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบอย่างมากจากเทคโนโลยีสมัยใหม่ การพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่จึงเป็นหนึ่งในสิบอุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-curve) ที่รัฐบาลได้กำหนดเป็นแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ จากความร่วมมือของทั้ง 8 หน่วยงาน ภายใต้ 2 กระทรวงนี้ จะเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาและประยุกต์ใช้งานเทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่ (รวมถึงยานยนต์อัตโนมัติไร้คนขับ) ที่เกี่ยวข้องกับการคมนาคมทางบก นอกจากนี้ยังเป็นกลไกการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ ช่วยลดอุบัติเหตุ เพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนน ลดมลภาวะจากการใช้พาหนะ และเพิ่มประสิทธิภาพในการบำรุงรักษาเส้นทางการจราจรของประเทศ รวมถึงสร้างความเข้มแข็งในการพัฒนาด้านยานยนต์สมัยใหม่ของไทยต่อไป






 

MTEC
BIOTEC
NECTEC
NANOTEC

tsp

AIMI

nctc

ผลงานวิจัยพร้อมถ่ายทอด

ฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ

 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป