ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คิดค้นสารรักษาสภาพน้ำยางสดเพื่อการแปรรูปยางแผ่น “บีเทพ” (Be Thai Economic Preservative for Rubber Sheet: BeThEPS) ช่วยยืดอายุน้ำยางสดได้นาน 1-3 วัน จากเดิม 6-8 ชั่วโมง เพิ่มทางเลือกใหม่ให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง และทำให้ผู้ประกอบการสามารถผลิตยางแผ่นซึ่งมีคุณภาพดีเยี่ยม พร้อมทั้งอนุญาตให้ใช้สิทธิประโยชน์จากผลงานวิจัย “สารยืดอายุน้ำยางสดเพื่อการผลิตยางแผ่นสู่เชิงพาณิชย์” แก่ผู้ประกอบการ 4 ราย ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มราว 900 บาท ต่อการผลิตยางแผ่น 1 ตัน ล่าสุด ทีมวิจัย     เอ็มเทคส่งยางแผ่นรมควันที่ใช้ “สารบีเทพ” ให้ บริษัทยางโอตานิ ผลิตเป็นต้นแบบล้อยางรถบรรทุกได้แล้ว

เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2561 ณ กลุ่มแปรรูปน้ำยางสด อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ดร.จุลเทพ ขจรไชยกูล ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังการรับฟังเกษตรกรชาวสวนยางจังหวัดน่าน ที่ได้รับการถ่ายทอดผลงานวิจัย “สารบีเทพ” BeThEPS ช่วยยืดอายุน้ำยางสดไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ ว่า เอ็มเทค เป็นหน่วยงานภายใต้ สวทช. มีพันธกิจหลักคือการวิจัยและพัฒนา ตลอดจนผลักดันให้เกิดการนำผลงานวิจัยออกไปใช้ประโยชน์ในทางเศรษฐกิจและสร้างคุณค่าให้แก่สังคม ทั้งนี้ทีมวิจัยยางของเอ็มเทคได้พัฒนา สารยืดอายุน้ำยางสดเพื่อการผลิตยางแผ่น หรือ “สารบีเทพ” BeThEPS ซึ่งช่วยยืดอายุน้ำยางสดได้นานกว่าเดิม 1-3 วัน ทำให้แผ่นยางจับตัวรีดง่าย เกิดลายดอกชัดเจน เพิ่มปริมาณยางแผ่นรมควันคุณภาพดี ลดปริมาณยางตกเกรด ลดการใช้สารเคมีทั้งแอมโมเนียและโซเดียมซัลไฟต์ อีกทั้งช่วยประหยัดค่าเชื้อเพลิง เนื่องจากยืดอายุน้ำยางสดยาวนานขึ้นจึงช่วยลดความถี่ในการขนส่ง ทำให้เกษตรกรมีเวลามากขึ้นและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

 

ดร.จุลเทพ กล่าวถึงประเด็นปัญหาซึ่งเป็นที่มาของงานวิจัยและพัฒนา “สารบีเทพ” BeThEPS ว่า เนื่องจากน้ำยางสดที่กรีดจากต้นยางพาราจะคงสภาพเป็นน้ำยางอยู่ได้ในระยะเวลาอันสั้นเพียง 6-8 ชั่วโมงเท่านั้น โดยจะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมี และปริมาณแบคทีเรียเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้อนุภาคยางจับตัวเป็นก้อนและมีกลิ่นเหม็น เกิดปัญหาน้ำยางสดเสียสภาพก่อนการแปรรูปเป็นยางแผ่น ทั้งนี้เกษตรกรมักแก้ปัญหาดังกล่าวด้วยการใช้แอมโมเนียและโซเดียมซัลไฟต์เพื่อช่วยยืดอายุน้ำยางสด แต่แอมโมเนียระเหยง่าย มีกลิ่นฉุน เป็นพิษต่อผู้ปฏิบัติงานและไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่วนโซเดียมซัลไฟต์ทำให้เกิดฟองในแผ่นยาง ส่งผลต่อคุณภาพของยางแผ่น ทำให้ยางแผ่นมีราคาถูกลง ดังนั้น ทีมวิจัยห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีน้ำยาง หน่วยวิจัยยาง เอ็มเทค สวทช. จึงได้คิดค้น“สารบีเทพ” BeThEPS ขึ้นมาเพื่อใช้ทดแทนแอมโมเนียและโซเดียมซัลไฟต์ พบว่า“สารบีเทพ” BeThEPS ช่วยยืดอายุน้ำยางได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยางแผ่นจับตัวเรียบรีดง่ายสร้างมูลค่าเพิ่มราว 900 บาท ต่อการผลิตยางแผ่น 1 ตัน

 

ในปัจจุบันเอ็มเทค สวทช. ได้พิจารณาผู้ประกอบการที่มีความพร้อมผ่านตามเกณฑ์ประเมิน จำนวน 4 ราย ได้แก่ บริษัท เอ็ม. ไอ. อินเตอร์ จำกัด, หจก. วัน พารา เอ็นจิเนียริ่ง, พาณิชยกิจ อินเทลลิเจ้น รับเบอร์ อินโนเวชั่น และ บริษัท อิคคิว เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด โดยผู้ประกอบการแต่ละรายจะได้รับสิทธิใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยเพื่อผลิตและจำหน่าย “สารบีเทพ” BeThEPS  ในเชิงพาณิชย์ ตลอดจนสามารถนำไปผลิตเป็นวัตถุดิบในการผลิตยางล้อ ชิ้นส่วนยานยนต์ สายพานลำเลียง พื้นรองเท้า ยางปูพื้น และกาวยาง เป็นต้น

 

ด้าน นางสาวธนพร โตพัฒน์ หัวหน้ากลุ่มแปรรูปน้ำยางสด อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ในฐานะเกษตรกรผู้ได้รับถ่ายทอดเทคโนโลยี สารยืดอายุน้ำยางสดเพื่อการผลิตยางแผ่น หรือ “สารบีเทพ” BeThEPS กล่าวว่า เนื่องจากสภาพพื้นที่ปลูกยางในจังหวัดน่านส่วนใหญ่เป็นภูเขาและอยู่ห่างจากจุดรับซื้อน้ำยางสดหลายกิโลเมตร ทำให้น้ำยางสดเสื่อมสภาพก่อนถึงจุดรับซื้อน้ำยาง ก่อให้เกิดความเสียหายต่อผลผลิตของเกษตรกรชาวสวนยางในพื้นที่อย่างมาก ที่ผ่านมาเกษตรกรชาวสวนยางจังหวัดน่านจะใช้แอมโนเนีย (ซึ่งมีกลิ่นฉุนและเป็นพิษกับเกษตรกร) ผสมในน้ำยางสดเพื่อยืดอายุน้ำยางก่อนนำส่งจุดรับซื้อ แต่จะช่วยยืดอายุได้ไม่ถึง 24 ชั่วโมงเพราะแอมโมเนียระเหยง่าย ทำให้ชาวสวนยางต้องเพิ่มความถี่ในการขนส่งน้ำยางสดวันละหลายรอบ ส่งผลให้ต้นทุนค่าขนส่งเพิ่มขึ้น อีกทั้งเมื่อนำมาแปรรูปเป็นยางแผ่นรมควัน น้ำยางสดที่ผสมโซเดียมซัลไฟต์ (ยากันกรอก) จะเกิดฟองในแผ่นยาง ทำให้ยางแผ่นขาดง่าย ไม่มีความยืดหยุ่น และขายไม่ได้ราคา

 

นางสาวธนพร กล่าวต่อว่า กระทั่งเมื่อปีที่ผ่านมา ได้รู้จักกับทีมวิจัยของเอ็มเทค สวทช. และได้รับการถ่ายทอดการใช้ “สารบีเทพ” BeThEPS เพื่อยืดอายุน้ำยางสด โดยนำมาให้เกษตรกรได้ทดลองใช้ในหลายอำเภอ ได้แก่ อำเภอเวียงสา อำเภอท่าวังผา อำเภอเชียงกลาง อำเภอแม่จริม และ อำเภอสันติสุข คิดเป็นพื้นปลูกยางที่ใช้สารบีเทพประมาณ 3,700 ไร่  ซึ่งการใช้ “สารบีเทพ” BeThEPS สามารถทดแทนแอมโมเนียได้ผลดีเยี่ยม ยืดอายุน้ำยางสดได้นาน 1-3 วัน ช่วยลดความถี่ในการขนส่งน้ำยางสดและลดต้นทุนจากค่าขนส่งได้อย่างมาก เกษตรกรมีรายกำไรจากการกรีดยางได้มากขึ้น เพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีเนื่องจากมีเวลามากขึ้น
“ตั้งแต่ใช้ “สารบีเทพ” BeThEPS เกษตรกรบางคนซึ่งมีน้ำยางสดค้าง 2 วัน ยังสามารถนำมาส่งที่จุดรับซื้อได้โดยยังคงรักษาสภาพน้ำยางสดเพื่อใช้ผลิตยางแผ่นรมควันได้ดี นอกจากนี้ปริมาณการส่งน้ำยางสดของเกษตรกรเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ใช้แอมโมเนียผสมน้ำยางสด ส่งรวมกันได้เพียง 1.5 ตันต่อวัน แต่เมื่อใช้ “สารบีเทพ” BeThEPS มีปริมาณน้ำยางสดจากเกษตรกรส่งมาที่จุดรับซื้อเฉลี่ย 10 ตันต่อวัน ช่วยเพิ่มปริมาณการผลิตยางแผ่นรมควันที่มีคุณภาพตรงกับความต้องการตลาด” หัวหน้ากลุ่มแปรรูปน้ำยางสด ระบุ

 

ปัจจุบันกลุ่มแปรรูปน้ำยางสดจังหวัดน่าน มีรายได้เพิ่ม 300 ต่อวัน หลังจากใช้“สารบีเทพ” BeThEPS เนื่องจากในกระบวนการผลิตการสูญเสียยางลดน้อยลง สามารถผลิตยางแผ่นรมควันได้เฉลี่ย 70 ตันต่อเดือน จากเกษตรกรกว่า 200 ราย ที่ส่งน้ำยางสดประมาณ 240 ตันต่อเดือน นอกจากนั้นแล้วการใช้งานวิจัย “สารบีเทพ” BeThEPS จากเอ็มเทค สวทช. ยังช่วยเกษตรกรชาวสวนยางในจังหวัดน่านลดต้นทุนการขนส่งจากเดิมมากกว่าเท่าตัว ลดค่าแรงงานคน สร้างรายได้ในฤดูกาลกรีดยางเฉลี่ย 216,000 บาทต่อครัวเรือน ที่สำคัญคือช่วยลดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมจากการลดใช้แอมโมเนีย ทั้งยังส่งผลดีต่อสุขภาพของเกษตรกรอีกด้วย

ดร.จุลเทพ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้งนี้ทีมวิจัยเอ็มเทค และกลุ่มแปรรูปน้ำยางสด จังหวัดน่าน ได้ส่งยางแผ่นรมควันที่ใช้ “สารบีเทพ” BeThEPS ไปให้บริษัท ยางโอตานิ จำกัด ได้นำไปผลิตเป็นต้นแบบล้อยางรถบรรทุก (Truck Bus Radial,TBR) ซึ่งผ่านการทดสอบมาตรฐานต่างๆ ว่าได้คุณภาพและเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมของล้อยางรถบรรทุก มาตรฐานสากลไปสู่ผู้ใช้ปลายทาง ถือเป็นการปฏิรูปกระบวนการด้านเกษตรอุตสาหกรรมได้อย่างชัดเจน

MTEC
BIOTEC
NECTEC
NANOTEC

tsp

AIMI

nctc

ผลงานวิจัยพร้อมถ่ายทอด

ฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ

 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป