19 มีนาคม 2561 ที่บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี: ดร.ชฎามาศ ธุวะเศรษฐกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) เป็นประธานเปิดกิจกรรมปฐมนิเทศนักเรียน ภายใต้ โครงการรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายฝึกทักษะวิจัย

ณ ห้องปฏิบัติการวิจัยของศูนย์วิจัยแห่งชาติ สวทช. ภาคฤดูร้อน ปี 2561 เพื่อให้นักเรียนมัธยมปลาย สายวิทยาศาสตร์ มีโอกาสเข้าฝึกทักษะการวิจัยร่วมกับนักวิจัย ของศูนย์วิจัยแห่งชาติ สวทช. และเรียนรู้การทำงานวิจัยของนักวิจัยอาชีพ เพื่อค้นหาความชอบและความถนัดของตนเองในเส้นทางวิชาชีพนักวิจัยในอนาคต

ดร.ชฎามาศ ธุวะเศรษฐกุล รองผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ตระหนักถึงการพัฒนาศักยภาพของเยาวชนไทยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผ่านกิจกรรมเสริมสร้างประสบการณ์ในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการบรรยายพิเศษ การฝึกอบรม กิจกรรมค่าย และการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ ทั้งนี้เพื่อให้เยาวชนได้ฝึกฝน เรียนรู้ และทำวิจัยภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากนักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำของไทย สวทช. ได้เล็งเห็นความสำคัญของการบ่มเพาะเยาวชนจากโรงเรียนวิทยาศาสตร์ ห้องเรียนวิทยาศาสตร์ ให้ได้มาเรียนรู้ทักษะวิจัยในบรรยากาศของการทำงานวิจัยแบบมืออาชีพ เพื่อจุดประกายให้เห็นเส้นทางอาชีพนักวิจัย/นักวิทยาศาสตร์  จึงได้ริเริ่มโครงการรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายฝึกทักษะวิจัย ณ ห้องปฏิบัติการวิจัยของศูนย์วิจัยแห่งชาติ สวทช. ภาคฤดูร้อน ปี 2561 เป็นรุ่นแรก ซึ่งมีนักเรียนจำนวน 43 คน จาก 13 โรงเรียน ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการดังกล่าว อันจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะเชื่อมโยงกับกิจกรรมพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของ สวทช. ตลอดจนช่วยบ่มเพาะเยาวชนเหล่านี้สู่เส้นทางการเป็นนักวิทยาศาสตร์ต่อไปในอนาคต

 

สำหรับ โครงการรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายฝึกทักษะวิจัยฯ ณ บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร นับเป็นสถานที่บ่มเพาะเยาวชนผู้มีใจใฝ่รักวิทยาศาสตร์ รวมทั้งการมีศูนย์วิจัยแห่งชาติของ สวทช.ทั้ง 4 ศูนย์แห่งชาติ ที่มีนักวิจัยที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ได้แก่ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ และศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ นักเรียนสายวิทย์ฯ จะได้ร่วมฝึกทักษะวิจัยร่วมกับนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ชั้นแนวหน้าของประเทศ ได้รับความรู้และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ แนวคิดการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ จากการฝึกทักษะวิจัยภายใต้ศูนย์แห่งชาติ สวทช. เรียนรู้การทำงานเป็นทีม แลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน รวมทั้งสร้างเครือข่ายการเรียนรู้และการทำงานวิจัย เพื่อที่เยาวชนจะได้บูรณาการองค์ความรู้ต่างๆ ให้เกิดประโยชน์และสร้างสรรค์ มุ่งมั่นสู่การเป็นนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ที่ดีต่อไปในอนาคต “ในช่วงปิดเทอม เด็ก ม.4-ม.5 ส่วนหนึ่งก็คงจะมุ่งไปเรียนพิเศษ เพื่อเตรียมตัวสำหรับสอบเข้ามหาวิทยาลัย ซึ่ง สวทช.เล็งเห็นว่าหากมีโครงการฝึกทักษะวิจัย เป็นทางเลือกให้กับเด็กนักเรียนมัธยมปลาย โดยเฉพาะสายวิทยาศาสตร์ แทนที่เด็กจะไปเรียนพิเศษอย่างเดียว ก็มีโครงการนี้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ให้เด็กสายวิทย์ฯ จากทั่วประเทศได้เลือกในการเรียนรู้ อย่างไรก็ตามแม้ว่าเด็กมัธยมปลายที่เลือกสายวิทยาศาสตร์มาแล้ว แต่บางส่วนอาจจะยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเรียนด้านไหน ซึ่งโครงการนี้ถือเป็นการเปิดโอกาสให้เด็กสายวิทย์ฯ ค้นหาตัวเองได้เร็วขึ้น เพื่อการเลือกเส้นทางการศึกษา ไม่ว่าจะตัดสินใจเลือกเรียนหมอ หรือเป็นนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ ก็เป็นโอกาสของเยาวชนที่ค้นหาตัวเองจากการฝึกทักษะวิจัยครั้งนี้” รองผู้อำนวยการ สวทช. กล่าว

สำหรับ โครงการดังกล่าฯ สวทช. จะอำนวยความสะดวกให้เยาวชนทั้งด้านที่พักระหว่างฝึกทักษะวิจัยตลอดช่วงเวลา 2 เดือน โดยมีนักวิจัยประกบเป็นพี่เลี้ยง ให้คำแนะนำนอกจากนั้นแล้ว สวทช. ยังสนับสนุนงบประมาณส่วนหนึ่งให้กับห้องปฏิบัติการที่เยาวชนไปร่วมฝึกทักษะ เพื่อใช้ในการทำแล็บในหัวข้อที่เยาวชนสนใจและมีความเป็นไปได้ ร่วมกับพี่ๆ นักวิจัยศูนย์แห่งชาติ ของ สวทช. นับเป็นการเปิดประสบการณ์ และเพิ่มพูนความสามารถให้กับนักเรียนมัธยมปลาย สายวิทยาศาสตร์ ซึ่งสามารถนำองค์ความรู้และประสบการณ์ที่ได้ไปใช้เป็นฐานในการศึกษาระดับสูงต่อไป

MTEC
BIOTEC
NECTEC
NANOTEC

tsp

AIMI

nctc

ผลงานวิจัยพร้อมถ่ายทอด

ฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ

 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป