หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.)

เปิดรับข้อเสนอแผนงาน/โครงการวิจัย 2 แผนงาน ได้แก่
1. แผนงานการยกระดับคุณภาพและสมรรถภาพของมนุษย์ในศตวรรษที่ 21 ด้วยมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์ Social and humanity Frontier Research
2. แผนงาน Frontier research และการพัฒนา ระบบการสร้างความสามารถเพื่อรองรับสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

ระหว่างวันที่ 22 มิ.ย.-23 ก.ค.2563 โดยสามารถพิจาณรารายละเอียดได้ที่ https://www.nxpo.or.th/B/โครงการ-flagship-ปี-63/

1 กรกฏาคม 2563 กรมประมง : กรมประมง และ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยมี นายมีศักดิ์ ภักดีคง อธิบดีกรมประมง และ ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมลงนามความร่วมมือ “การวิจัย พัฒนา และนวัตกรรมทางด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ”

เพื่อการดำเนินงานด้านการวิจัย พัฒนา และนวัตกรรม รวมทั้งการเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ตลอดจนร่วมกันกำหนดทิศทางงานวิจัยและพัฒนาด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของประเทศทั้งระบบอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของการแข่งขันในตลาดโลก และทำให้สัตว์น้ำไทยมีเอกลักษณ์เป็นอันดับหนึ่งของโลก ตลอดจนสนับสนุนให้มีการนำผลงานวิจัยมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

เมืองนวัตกรรมอาหาร (Food Innopolis) โดย FI Accelerator สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ขอเชิญผู้ประกอบการ SME ด้านอาหารและที่เกี่ยวข้อง รับชมวิดีโอคลิปการฝึกอบรม ภายใต้โครงการ “PADTHAI X : โครงการอบรมออนไลน์เพื่อเพิ่มศักยภาพในการปรับตัวสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจนวัตกรรมอาหาร ในยุค Post-COVID-19 Pandemic” ซึ่งได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากหลายสถาบัน ในช่วงสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ที่ผ่านมา อาทิ เรื่องสุขอนามัยความปลอดภัยและการมาตรฐานการผลิตอาหาร เรื่องยืดอายุการเก็บรักษาของผลิตภัณฑ์อาหาร เรื่องตกแต่งอาหารและศิลปะถ่ายภาพอาหาร เรื่องบริหารจัดการแพลตฟอร์มออนไลน์สำหรับ Food SME และเรื่องกลยุทธ์สร้างแบรนด์ให้แตกต่างและโดดเด่นในตลาดดิจิทัล เป็นต้น ผู้ประกอบการด้านอาหารที่สนใจสามารถรับชมย้อนหลังได้ที่ลิงก์แฟนเพจ https://www.facebook.com/watch/padthaibyfoodinnopolis/2519904948259605/ หรือช่อง Youtube เมืองนวัตกรรมอาหาร-FI Channel

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย (ซอฟต์แวร์พาร์ค) ร่วมกับ สมาคมเมกเกอร์ประเทศไทย และหน่วยงานพันธมิตร ขอเชิญชวนนิสิต นักศึกษา ประชาชนทั่วไป องค์กร และผู้สนใจ สมัครเข้าร่วมแข่งขัน Roboinnovator Challenge 2020 by Software Park Thailand ในรูปแบบ Self Driving Car + Logistic ชิงเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 100,000 บาท พร้อมโอกาสรับสิทธิเข้าร่วมโครงการของซอฟต์แวร์พาร์ค และการสนับสนุนสิทธิต่าง ๆ ในการเข้าถึงการทำธุรกิจเริ่มต้น และเชื่อมโยงพันธมิตร โดยจะทำการแข่งขันระหว่างวันที่ 5 - 6 กันยายน 2563 เวลา 08.00 - 17.00 น. ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ แบบรุ่น Open (ไม่จำกัดอายุผู้เข้าแข่งขัน) ด้วยภารกิจแข่งขันส่งของจากศูนย์กระจายสินค้าไปยังปลายทางด้วยหุ่นยนต์ ผู้สนใจส่งทีมแข่งขันได้ไม่เกิน 4 คนต่อทีม (รวมอาจารย์ที่ปรึกษา หากมี) ตั้งแต่บัดนี้ - 10 กรกฎาคม 2563 ภายในเวลา 15.00 น. ที่ http://roboinnovator.com/ สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2583 9992 ต่อ 1442 (จิราวรรณ) หรือแฟนเพจ www.facebook.com/RoboInnovator 

26 มิถุนายน 2563 ณ ห้องนนทบุรี สำนักงาน ป.ป.ช. : พลตำรวจเอก วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) และพลเอกบุณยวัจน์ เครือหงส์ กรรมการ ป.ป.ช. ให้เกียรติมอบรางวัล “องค์กรโปร่งใส” ครั้งที่ 9 (NACC Integrity Awards) ให้แก่ ดร.ลดาวัลย์ กระแสร์ชล รองผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เพื่อเป็นเกียรติยศแห่งคุณธรรม จริยธรรม และความซื่อสัตย์สุจริตแก่องค์กร ณ สำนักงาน ป.ป.ช.

ดร.จุฬารัตน์ ตันประเสริฐ รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะหน่วยงานภาคีเครือข่ายสนับสนุนข้อมูลและองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมแถลงข่าวและแสดงความยินดีในงานเปิดตัว “Growing Up Together และ Learning Innovation Forum : ALTV วิถีการเรียนรู้ใหม่ในศตวรรษที่ 21” ซึ่ง สวทช. ได้นำผลงาน เช่น สื่อการศึกษาแบบเปิด หรือโครงการ MOOCs (Massive Open Online Course) หลักสูตรการเรียนการสอนแบบออนไลน์ แบบเปิดเสรีสำหรับทุก ๆ คน สามารถสมัครเข้าเรียนได้โดยไม่จำกัดจำนวน เน้นในระดับการศึกษาขั้นสูงที่ในระบบการศึกษาแบบเดิมมีข้อจำกัดอยู่แต่เฉพาะในห้องเรียน และรองรับผู้เรียนในจำนวนน้อย รวมถึงการร่วมผลิตรายการสารคดี เช่น คิดวิทย์ (https://program.thaipbs.or.th/Kidwit) และสารคดีโรคอุบัติใหม่ มาสร้างการเรียนรู้วิถีชีวิตใหม่ โดยจะทดลองออกอากาศครั้งแรกวันพุธที่ 1 กรกฏาคม 2563 ทางช่องทีวีดิจิทัลหมายเลข 4 เพื่อเป็นการเรียนรู้ที่บูรณาการระหว่างบ้านและโรงเรียน โดยมุ่งเน้นเนื้อหาที่ช่วยพัฒนาสมรรถนะ เสริมทักษะที่จำเป็นให้กับทั้งเยาวชน รวมถึงบุคคลทั่วไปที่ต้องการเข้าถึงการศึกษาที่หลากหลายในยุควิถีชีวิตใหม่

กรุงเทพฯ – 4 ภาคีจากภาครัฐ และเอกชน กรมเจ้าท่า สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) บ้านปูเน็กซ์ บริษัทลูกของบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) และบริษัท สกุลฎ์ซี อินโนเวชั่น จำกัด ผนึกความร่วมมือลงนามบันทึกข้อตกลงด้าน ‘การพัฒนาการออกแบบ การผลิต และมาตรฐาน สำหรับเรือไฟฟ้าที่มีคุณภาพ เพื่อความปลอดภัยในการขนส่งทางน้ำ และส่งเสริมการพาณิชยนาวี’ โดยมีวัตถุประสงค์ในการร่วมยกระดับมาตรฐานการผลิตเรือไฟฟ้า เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งระดับประเทศ และนานาชาติ นำไปสู่การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเรือไฟฟ้าให้เติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมกระตุ้นให้ทุกภาคส่วน เล็งเห็นความสำคัญของการใช้พลังงานสะอาดในภาคอุตสาหกรรม และภาคธุรกิจมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้เรือไฟฟ้าในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

ซึ่งไม่เพียงช่วยประหยัดพลังงาน ยังช่วยลดมลพิษทางน้ำ และทางอากาศในระยะยาว อีกทั้งมีส่วนช่วยคืนความยั่งยืนให้ระบบนิเวศทางน้ำ ตลอดจนช่วยสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนในชุมชน และนักท่องเที่ยว โดยเรือท่องเที่ยวไฟฟ้าลำแรกของไทยภายใต้ความร่วมมือดังกล่าวจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการภายในปีนี้ เพื่อเป็นทางเลือกการเดินทางที่สะดวก รวดเร็ว และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมผลักดันโครงการ “วิจัย 6 ภาค สร้างนวัตกรรม ส่งต่อความยั่งยืน” ระยะที่ 2 เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ว่างงานและได้รับผลกระทบจากโควิด-19 จำนวน 1,974 อัตรา ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา รวมข้าราชการเกษียณอายุฯ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเป็นทีมทำงานวิจัยช่วยชาติ เรียนรู้เปิดรับประสบการณ์ใหม่ ส่งเสริมพัฒนาทักษะการถ่ายทอดองค์ความรู้ทั้งทางด้านวิชาการ ความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง นำไปสู่การแก้ไขปัญหาท้องถิ่นและชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน – 5 กรกฎาคม นี้ เป็นต้นไป ดูรายละเอียดโครงการได้ที่ https://www.nstda.or.th/mhesi-covid19/ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 2564 7000 ต่อ 71115, 71128, 71139

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) ขอเชิญผู้ประกอบการทุกกลุ่มอุตสาหกรรม และผู้สนใจในพื้นที่ จ.อุดรธานี และใกล้เคียงในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าร่วมสัมมนาฟรี 2 หลักสูตร ได้แก่ “หลักสูตรการยกระดับผักและผลไม้ไทยสู่มาตรฐานสากล” ในวันที่ 2 กรกฏาคม 2563 เพื่อทราบถึงมาตรฐาน ThaiGAP กับการสร้างโอกาสเข้าสู่ตลาดระดับบน สมัครได้ที่ https://bit.ly/3emFbKj และ “หลักสูตรการพัฒนาเกษตรกรรมสู่ความยั่งยืนด้วยนวัตกรรม 4.0” ในวันที่ 3 กรกฏาคม 2563 เพื่อทราบถึงแนวทางพัฒนาเป็นเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farmer) ในเรื่องการแปรรูปผลิตภัณฑ์ และออกแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อการเก็บรักษาและขนส่ง สมัครได้ที่ https://bit.ly/3fMeTkY โดยทั้งสองหลักสูตรกำหนดจัดเวลา 08.30 - 16.00 น. ณ โรงแรมเซ็นทาราและคอนเวนชันเซ็นเตอร์อุดรธานี ด่วน! รับจำนวนจำกัด 50 ท่านต่อหลักสูตร เฉพาะผู้ประกอบการที่จดทะเบียนนิติบุคคลเท่านั้น ภายใน 26 มิถุนายน 2563 นี้ สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2564 7000 ต่อ 1301, 063 915 6656

ชีวิตติดล็อกดาวน์กว่า 3 เดือน จากวิกฤตโรคระบาดโควิด-19 ซึ่งต้นเหตุสำคัญของการติดเชื้อไวรัสได้มากนั้น คือการสัมผัสเชื้อด้วยมือและนำเชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกายจากการเผลอใช้มือสัมผัสใบหน้า จมูก ปากและดวงตา ทว่าเราทุกคนต่างได้เห็นภาพคนไทยใส่ใจดูแลตัวเองด้วยการสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันตัวเอง จนเป็นที่กล่าวขานในทางชื่นชมไปทั่วโลก สอดคล้องกับผลสำรวจของบริษัท YouGov จากประเทศอังกฤษ จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 12,999 ราย ที่เผยว่าคนไทยมีพฤติกรรมการใส่หน้ากากอนามัยและการล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ป้องกันโรคโควิด-19 สูงที่สุดในอาเซียน (เทียบกับ 6 ประเทศอาเซียน ได้แก่ สิงคโปร์ เวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และไทย)

ดังนั้นโลกหลังยุคโควิด-19 จากนี้ไป ‘หน้ากากอนามัย’ ไม่เพียงเป็นของใช้จำเป็นที่ทุกคนต้องมีติดตัวไปทุกที่ แต่วิถีการใช้ชีวิตแบบไม่ประมาทก็กระตุ้นให้เกิด ‘นวัตกรรม’ ใหม่ๆ ดังเช่นนวัตกรรมปุ่มกด ‘ลิฟต์ไร้สัมผัส’ หรือ MagikTuch จากศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เพื่อให้ทุกคนเลี่ยงเชื้อโรคจากการไร้สัมผัสในชีวิตประจำวัน

วันที่ 19 มิถุนายน 2563 ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย : พิธีลงนามความร่วมมือแบบพหุพาคีออนไลน์ผ่านระบบ Webex ครั้งแรกในประเทศไทย ประกาศเจตนารมณ์ในความร่วมมือเพื่อยกระดับภาคอุตสาหกรรมไทยสู่อุตสาหกรรม 4.0 โดยการผลักดันแพลตฟอร์ม IDA หรือ Industrial IoT and Data Analytics Platform ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มไอโอที (IoT) และระบบวิเคราะห์ข้อมูลสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม ที่เชื่อมโยงข้อมูลจากเครื่องจักรการผลิต และนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและอนุรักษ์พลังงานให้ดีที่สุด ตอบสนองความจำเป็นเร่งด่วนต่อการปรับตัวของ SME ในภาคการผลิต สอดรับการเปลี่ยนแปลงรอบด้านภายหลังจากโควิด-19

ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ประธานในพิธี กล่าวว่า “โลกหลังโควิดจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมจะมีความจำเป็นในการปรับตัวของทุกภาคส่วนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะในภาคการผลิตที่มีการแข่งขันสูง และในปัจจุบันมีความผันผวนสูงเช่นเดียวกัน รัฐบาลจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องช่วยสนับสนุน SME ให้สามารถปรับใช้เทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสม และรองรับความท้าทายใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต”

ผู้อำนวยการ สวทช. ประกาศมั่นพร้อมเดินหน้าจัดตั้งศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (National Energy Technology Center: ENTEC) ตามแผนกลยุทธ์ สวทช. ฉบับที่ 6.2 (พ.ศ. 2562 - 2566) ภายหลังได้รับการเห็นชอบอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2563 ให้จัดตั้งศูนย์ดังกล่าวขึ้น เพื่อให้เป็นหน่วยงานหลักในการสร้างความเป็นเลิศในการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีพลังงานของประเทศ เกิดการเชื่อมโยงงานวิจัยและพัฒนาของกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงพลังงาน กระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานที่มีบทบาทเกี่ยวข้องต่าง ๆ เพื่อขับเคลื่อนแผนพลังงานไปสู่การปฏิบัติ พร้อมเกิดฐานองค์ความรู้ที่บูรณาการร่วมกันมากขึ้น เพื่อนำประเทศสู่อิสรภาพทางด้านเทคโนโลยี พร้อมทั้งยกตัวอย่างถึงพลังงานชีวมวล มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นพลังงานเพื่อใช้ภายในประเทศและส่งออก รวมถึงจะมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานด้านอื่น ๆ

ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า สวทช. มีแนวคิดจัดตั้งศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ หรือ National Energy Technology Center (ENTEC) ซึ่งอยู่ในแผนกลยุทธ์ สวทช. ฉบับที่ 6.2 (พ.ศ. 2562 - 2566) เพื่อให้เป็นเป็นหน่วยงานหลักในการสร้างความเป็นเลิศในการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีพลังงานของประเทศ (Power to Lead) ให้เกิดการเชื่อมโยงงานวิจัยและพัฒนาร่วมกับกระทรวงพลังงานและภาคส่วนต่าง ๆ ในการขับเคลื่อนแผนพลังงานไปสู่การปฏิบัติ และเกิดการใช้งานจริง เพื่อลดการพึ่งพิงเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และช่วยแก้ปัญหาในอุตสาหกรรมพลังงานของประเทศ โดยได้เริ่มดำเนินการศึกษาเชิงนโยบายการจัดตั้งศูนย์ฯ ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2562 และได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในช่วงเวลาต่อมา ดังนั้น หากนับตั้งแต่การศึกษาในเชิงวิชาการจนได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) รวมเป็นระยะเวลาประมาณ 1 ปี 4 เดือน เพื่อเดินหน้าในเรื่องการวิจัยและพัฒนา พร้อมบูรณาการเชื่อมโยงเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องในทุกภาคส่วนเข้ามา เพื่อความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP: ไอแทป) ให้การสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญโปรแกรม ITAP โดยอาจารย์จาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) แก่ บริษัท ลอฟท์ บิวเดอร์ จำกัด ผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้าง ที่แตกไลน์ธุรกิจ นำเทคโนโลยีระบบฟาร์มเกษตรในอาคาร หรือ Plant Factory มาใช้กับการปลูกพืชออแกนิกในห้องพักอพาร์ทเมนท์ใจกลางเมืองของบริษัทฯ ทำให้ได้ต้นแบบห้องที่ปลูกผักและผลไม้ออแกนิกชนิดต่าง ๆ เช่น สตรอว์เบอร์รี Kale และสมุนไพรเมืองหนาว อาทิ

พาสเลย์และดอกไม้กินได้ สำหรับไว้ปั่นทานได้ทุกฤดูกาล พร้อมเป็นสถานที่ดูงานของลูกค้าบริษัทฯ ที่สนใจจะทำระบบฟาร์มเกษตรในอาคารได้เห็นต้นแบบของธุรกิจประเภทนี้ เพราะผักและผลไม้ออแกนิกที่ปลูกเป็นพืชที่มีมูลค่าสูงในตลาด ราคาแพง และการลงทุนของเทคโนโลยีนี้เกษตรกรหรือผู้สนใจสามารถจะพอลงทุนได้ด้วยกำลังของตัวเอง

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมผลักดันโครงการ “วิจัย 6 ภาค สร้างนวัตกรรม ส่งต่อความยั่งยืน” ระยะที่ 2 เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ว่างงานและได้รับผลกระทบจากโควิด-19 จำนวน 1,974 อัตรา ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเป็นทีมทำงานวิจัยช่วยชาติ เรียนรู้เปิดรับประสบการณ์ใหม่ ส่งเสริมพัฒนาทักษะการถ่ายทอดองค์ความรู้ทั้งทางด้านวิชาการ ความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง นำไปสู่การแก้ไขปัญหาท้องถิ่นและชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป

เริ่มเปิดรับสมัครออนไลน์ตั้งแต่วันที่ 19 - 24 มิถุนายนนี้ ทาง https://www.nstda.or.th/mhesi-covid19/

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. หรือ โทร. 0 2564 7000 ต่อ 71115, 71128, 71139 (ในวันและเวลาราชการ)

16 มิถุนายน 2563 กรุงเทพฯ - กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และ ศูนย์ความเป็นเลิศทางด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) หรือทีเซลส์ (TCELS) โดย ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และ ดร.นเรศ ดำรงชัย ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (ทีเซลส์) จับมือร่วมลงนามความร่วมมือ “ด้านการเพิ่มศักยภาพการพัฒนานวัตกรรมและงานวิจัยทางการแพทย์ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่ในประเทศไทย”

เพื่อพัฒนาส่งเสริมและขับเคลื่อนให้เกิดงานวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์ สามารถถ่ายทอดและใช้ประโยชน์ได้จริงในเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม รวมถึงผลักดันภาคเอกชนในการทดสอบเครื่องมือแพทย์และผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลและได้รับการยอมรับจากทุกประเทศ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) พร้อมระบุช่วงแรกจะร่วมกันพัฒนายาที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ทดแทนยานำเข้าและขาดแคลนในประเทศ เพิ่มองค์ความรู้ ศักยภาพการผลิตยาเพื่อความมั่นคง และตอบสนองสถานการณ์ฉุกเฉินทางการแพทย์ เช่น โควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

(16 มิถุนายน 63) ณ ห้องประชุม SD-601 อาคารสราญวิทย์ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย : กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ องค์กรสำรวจอวกาศแห่งญี่ปุ่น หรือ แจ็กซา (Japan Aerospace Exploration Agency: JAXA) และหน่วยงานพันธมิตร ประกาศผลการแข่งขัน “โครงการ Space Flying Robot Programming Challenge 2020” หรือ SRPC2020 ผลปรากฏว่าได้ทีมวอน สเปซวาย (won-SpaceY) เป็นทีมชนะเลิศ ตัวแทนประเทศไทยเตรียมเข้าร่วมการแข่งขันรอบชิงแชมป์เอเชีย ณ ศูนย์อวกาศสึกุบะ ประเทศญี่ปุ่น ในเดือนกันยายนนี้ กับภารกิจแข่งขันเขียนโปรแกรมควบคุมหุ่นยนต์ Astrobee ซึ่งเป็นหุ่นยนต์ผู้ช่วยนักบินอวกาศ ที่ใช้งานอยู่จริงบนสถานีอวกาศนานาชาติ (International Space Station : ISS) ให้ปฏิบัติภารกิจตามที่ได้รับมอบหมาย

เมืองนวัตกรรมอาหาร (Food Innopolis) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย FI Accelerator ร่วมกับ อุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เปิดรับสมัครผู้ประกอบการ SME ด้านนวัตกรรมอาหาร (Food SME) ที่ต้องการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างโอกาสในการขยายตลาดทั้งในไทยและต่างประเทศภายใต้แนวคิด From Local to Global เข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการใน “โครงการอบรมเพื่อพัฒนาผู้ประกอบการอาหาร SME ด้านนวัตกรรมอาหารของไทยฯ ครั้งที่ 6 (PADTHAI #6)” หลักสูตรเข้มข้น 5 วัน 5 คืน จากผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจอาหารโดยตรง ระหว่างวันที่ 3 - 7 ส.ค. 63 ที่ จ.พิษณุโลก พร้อมรับโอกาสเข้าถึงแหล่งสนับสนุนทุน ตลาด เพื่อสร้างโอกาสแข่งขันธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ และการสนับสนุนอื่น ๆ อีกมากจาก Food Innopolis และเครือข่าย เปิดรับสมัครแล้วตั้งแต่วันนี้ - 5 ก.ค. 63 ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและสมัครออนไลน์เข้าร่วมโครงการได้ที่ https://forms.gle/DoS9yatcqU3dWAfC7 หรือสอบถามโทร. 091 713 5433 (กรองจิตร) และ 082 441 4169 (สันติ) และที่เพจ 

https://www.facebook.com/padthaibyfoodinnopolis

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) และโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP:ไอแทป) ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) พัฒนาวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อโดยใช้ระบบอาหารเหลว และนำเอาระบบไบโอรีแอคเตอร์ (Bioreactor) มาเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตต้นพันธุ์ของพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ เพื่อลดต้นทุน แรงงาน และระยะเวลาในการพัฒนาต้นกล้าพันธุ์ดี ให้เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร

ปัญหาอย่างหนึ่งในการผลิตพืชเศรษฐกิจของประเทศไทยคือ การขยายต้นกล้าพันธุ์ดีจากภาครัฐและภาคเอกชนออกไปสู่เกษตรกร ถ้าเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีอายุสั้น จะมีการเจริญเติบโตทางยอดของต้นได้ง่าย สามารถผลิตเมล็ดพันธุ์ลูกผสมหรือเมล็ดพันธุ์แท้ออกสู่ตลาดได้เลย ทำให้เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกรในประเทศได้ไม่ยากนัก แต่หากเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีการเจริญเติบโตช้า อย่างพืชตระกูลปาล์ม เช่น ปาล์มน้ำมัน มะพร้าว และอินทผาลัม แม้จะผลิตเมล็ดได้ แต่ยังมีข้อจำกัดในการเพาะต้นกล้าจากเมล็ดลูกผสม เพราะนอกจากต้นจากการเพาะเมล็ดจะมีลักษณะการกระจายตัวสูงแล้ว ยังใช้เวลานาน ใช้พื้นที่ และแรงงานในการจัดการดูแลสูง จำนวนต้นกล้าพันธุ์ดีที่ได้ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของภาคเกษตรกรผู้ผลิต นอกจากนั้น ในพืชที่มีลักษณะแยกเป็นต้นตัวผู้และต้นตัวเมีย เช่น อินทผาลัม การใช้ต้นกล้าจากการเพาะเมล็ดมีความเสี่ยงสูงในการที่จะได้ต้นตัวผู้มากกว่าต้นตัวเมีย ทำให้เกษตรกรผู้ผลิตอินทผาลัมเกิดความเสียหายเนื่องจากได้ผลผลิตไม่เป็นไปตามความคาดหมาย

For English-version news, please visit : NSTDA researchers honored with L’Oréal Thailand COVID-19 Solidarity awards

กรุงเทพฯ 11 มิถุนายน 2563 บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศรายชื่อ 3 นักวิจัยสตรีผู้ได้รับทุนพิเศษ เพื่องานวิจัยโควิด-19 จากโครงการทุนวิจัย ลอรีอัล ประเทศไทย เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์ ที่มีผลงานสร้างประโยชน์อย่างโดดเด่นในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19ในหลากหลายด้าน ตอกย้ำความมุ่งมั่นโครงการ LOréal Thailand COVID-19 Solidarity ในการปันน้ำใจและให้การสนับสนุนภาคส่วนต่างๆ เพื่อร่วมช่วยเหลือในช่วงวิกฤติโควิด-19

11 มิ.ย. 63 ที่สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) ถ.ศรีอยุธยา กรุงเทพฯ - ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เดินทางมาตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยมี ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และคณะผู้บริหารกระทรวง ให้การต้อนรับ พร้อมนำเสนอการใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสร้างความเข้มเข็งของประเทศ

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ใช้ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เป็นฐานในการเพิ่มมูลค่าให้กับความหลากหลายทางชีวภาพ และความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่เป็นจุดแข็งและทุนพื้นฐานสำคัญของประเทศ พัฒนาเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ต่อยอดมูลค่าเพิ่ม สร้างความเข้มแข็งจากภายในเชื่อมโยงไทยสู่ประชาคมโลก การพัฒนาเศรษฐกิจตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มุ่งเน้นให้เกิดบูรณาการการพัฒนาในทุกมิติ นำไปสู่การเดินหน้าไปด้วยกัน และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่เน้นการขับเคลื่อนในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับพื้นที่ ระดับประเทศ และระดับโลก ครอบคลุม 4 สาขายุทธศาสตร์สำคัญ ประกอบไปด้วย 1) เกษตรและอาหาร 2) สุขภาพและการแพทย์ 3) พลังงาน วัสดุและเคมีชีวภาพ และ 4) การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ สพธอ. ได้จัดทำการสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ปี 2563 เพื่อสะท้อนภาพการใช้อินเทอร์เน็ตกับ Lifestyle ของคนไทยในยุคดิจิทัล ทั้งชั่วโมงการใช้อินเทอร์เน็ต กิจกรรมออนไลน์ยอดฮิต ปัญหาที่เกิดจากการใช้งาน รวมถึงความเชื่อมั่นในการใช้อินเทอร์เน็ต และในส่วนของคำถามพิเศษ (Hot Issue) ประจำปีนี้ เรายังได้รับเสียงโหวตจากประชาชนส่วนหนึ่งให้สำรวจเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตกับการแชร์ข่าวปลอม (Fake News) เพราะเป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้ผู้คนเกิดความวิตกกังวล หลงเชื่อและได้รับผลกระทบในรูปแบบต่างๆ อีกด้วย

กรมสรรพาวุธทหารอากาศ ได้จัดทำ ตู้ปันสุขกองทัพอากาศ "อินทรีปันสุข" พร้อมทั้งใช้อุปกรณ์ต้นแบบ FaceD-Tech: AI face Tracking จาก ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ (NSD: National Security and Dual-Use Technology Center) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย FaceD-Tech: AI face Tracking เป็นอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยี AI (Artificial Intelligence) ในการวิเคราะห์และประมวลผลสำหรับการจดจำใบหน้าบุคคลที่อุปกรณ์ตรวจพบลงในฐานข้อมูลอัตโนมัติ ใช้ในการตรวจจับและทำการปลดล็อกตู้ ถ้าหากผู้ที่ยืนหน้าตู้ไม่ถูกบันทึกซ้ำหน้า ภายใน 48 ชั่วโมง ระบบจะเริ่มทำงานโดยปลดล็อคช่องเก็บของจำนวน 23 ตู้ ทำให้ผู้ที่มาบริจาคของหรือผู้ต้องการของสามารถเลือกเปิดช่องเพื่อหยิบของที่ต้องการ หรือใส่ของที่นำมาบริจาคได้ พร้อมกันนี้ พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้มอบตู้ปันสุขกองทัพอากาศ "อินทรีปันสุข" ให้กับโรงพยาบาลภูมิพล กรมการแพทย์ทหารอากาศ โดยมี ดร.ศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรม ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ (NSD: National Security and Dual-Use Technology Center) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และ คุณกุลประภา นาวานุเคราะห์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. เข้าร่วมงาน

รับสมัคร วิศวกรทดสอบ (Test Engineer) /งานวิศวกรรมซอฟต์แวร์และทดสอบผลิตภัณฑ์ (จำนวน 5 อัตรา) 

หน้าที่ความรับผิดชอบ :

  • ร่วมจัดทำแผนการทดสอบ กรณีทดสอบและรายงานการทดสอบเพื่อส่งมอบให้กับลูกค้า
  • ดำเนินการวิเคราะห์ทดสอบให้เป็นไปตามมาตรฐานวิธีวิเคราะห์ทดสอบ และ/หรือหาวิธีการวิเคราะห์ทดสอบตามที่ลูกค้ากำหนด
  • ศึกษา/พัฒนาวิธีการวิเคราะห์ทดสอบเพื่อดำเนินการพัฒนาและปรับปรุงในเป็นไปตามมาตรฐาน ให้เกิดความน่าเชื่อถือและมีประสิทธิภาพสูงสุด
  • ให้คำปรึกษา/แนะนำลูกค้าในด้านการวิเคราะห์ทดสอบ
  • ควบคุมดูแลรักษาเครื่องมือวิเคราะห์ทดสอบ อุปกรณ์ประกอบการวิเคราะห์ทดสอบให้อยู่ในสภาพดีและพร้อมใช้งาน
  • วางแผนและควบคุมการบำรุงรักษา/ส่งสอบเทียบเครื่องมือ รวมถึงควบคุมดูแลการทำงานของเจ้าหน้าที่สอบเทียบที่เข้ามาดำเนินงาน
  • ดำเนินการจัดหา/จัดซื้อครุภัณฑ์เครื่องมือวิเคราะห์ทดสอบ และอุปกรณ์ประกอบ
  • ปฏิบัติงานภายใต้ระบบคุณภาพของศูนย์ฯ ตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025, ISO 9001 และ มอก. 18001
  • เป็นเจ้าหน้าที่วิศวกรทดสอบตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
  • ปฏิบัติงานอื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชา

*สำหรับผู้ที่มีใบ Certificate ISTQB Foundation Level จะได้รับพิจารณาเป็นพิเศษ (https://www.istqb.org)

For English-version news, please visit : MHESI Minister and 8 leaders from all sectors propose BCG model for post-COVID economic recovery plan aiming to achieve 4.4 trillion THB GDP in 5 years

8 มิถุนายน 2563 กระทรวงการอุดมศีกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) โดย ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. นำทีมผู้นำในทุกภาคส่วนจำนวน 8 ท่าน ประกอบด้วยผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งจากผู้ประกอบการ ผู้แทนจากภาคอุตสาหกรรม เอกชน นักวิชาการ หน่วยงานของรัฐ และภาคสังคม เข้าพบนายกรัฐมนตรี (พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา) เพื่อหารือแนวทางการใช้โมเดล BCG (BCG: Bioeconomy, Circular Economy, Green Economy) โดยใช้องค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยในมิติต่าง ๆ ด้านความมั่นคงทางอาหาร ความมั่นคงทางสาธารณสุข ความมั่นคงทางพลังงาน หลักประกันการมีงานทำ และความยั่งยืนของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งพัฒนาตอบสนองความต้องการในแต่พื้นที่ไปสู่การเดินหน้าไปด้วยกัน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

จากข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีฯ ที่ผ่านมา มอบหมายให้กระทรวงการอุดมศีกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) เป็นหน่วยงานหลักในการเร่งรัดให้เกิดการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (BCG: Bioeconomy, Circular Economy, Green Economy) ให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมนั้น กระทรวง อว. ได้ดำเนินการจัดระดมความคิดของทุกภาคส่วน มุ่งเน้นยกระดับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเข้มแข็ง แบ่งเป็น 7 กลุ่มย่อย ประกอบด้วย 1) กลุ่มเกษตร โดยมี น.สพ.ยุคล ลิ้มแหลมทอง เป็นประธาน 2) กลุ่มอาหาร โดยมี นายธีรพงศ์ จันศิริ เป็นประธาน 3) กลุ่มยาและวัคซีน โดยมี ศ. คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร เป็นประธาน 4) กลุ่มเครื่องมือแพทย์ โดยมี ศ.ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ เป็นประธาน 5) กลุ่มพลังงานวัสดุและเคมีชีวภาพ โดยมี นายเทวินทร์ วงศ์วานิช เป็นประธาน 6) กลุ่มท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยมี นายกลินท์ สารสิน เป็นประธาน และ 7) กลุ่มเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยมี ดร.วิจารย์ สิมาฉายา เป็นประธาน การระดมสมองของผู้บริหารของบริษัทชั้นนำของไทยด้าน เกษตร อาหาร และ พลังงาน อีกทั้งยังมุ่งเน้นผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่ความเป็นผู้นำของโลกบนฐานความพร้อมของประเทศไทย จากจุดแข็งการเป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญของโลก โดยมี นายอิสระ ว่องกุศลกิจ เป็นประธาน โดยมีผู้มีส่วนร่วมเข้าเสนอความคิดเห็นประมาณ 500 คน
สำหรับเป้าหมายในการใช้ BCG โมเดลอย่างเป็นรูปธรรมที่สามารถนำมาปรับภาพลักษณ์ของประเทศไทย (Rebranding Thailand) ภายหลังการเกิดโรคระบาดโควิด – 19 รวมถึงเชื่อมโยงบนฐานหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างความเข้มแข็งจากภายในประเทศ ผ่านการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากและท้องถิ่น และเชื่อมประเทศไทยกับประชาคมโลก ซึ่งมีหลักการปรับในการขับเคลื่อนดังนี้

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP: ไอแทป) ให้การสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญภายใต้ “โครงการชนชราแห่งอนาคต” จาก บริษัท FABLAB ในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาปรับใช้กับการเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ OTOP ของผู้ประกอบการร้านมัลลิกา กิ๊ฟชอป จ.สุพรรณบุรี ด้วยการนำเทคโนโลยีระบบ Internet of Things หรือ IoT มาปรับใช้กับตุ๊กตาอัดเสียง ทำให้ได้โปรแกรมต้นแบบระบบอัดเสียงภายในตุ๊กตา ซึ่งเป็นสินค้าแฮนด์เมด เย็บมือ และเป็น niche market หรือตลาดเฉพาะกลุ่มสำหรับช่วยคลายเหงาและเป็นเพื่อนแก่ผู้สูงอายุ หนุนเสริมผลิตภัณฑ์ OTOP ของ SME หยิบเอาโอกาสความท้าทายในเรื่องสังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) มาสร้างสรรค์โมเดลธุรกิจ เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ OTOP บนฐานความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนา พร้อมการให้บริการต่าง ๆ โดยเฉพาะในภาวะสถานการณ์โควิด – 19 ศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย สวทช. พร้อมเปิดให้บริการในการเช่าพื้นที่จัดสัมมนา ประชุม และอื่น ๆ ด้วยความเชื่อมันในการใช้บริการกับผู้ใช้บริการสถานที่จัดงาน ทั้งนี้ได้เพิ่มมาตรการป้องกันและคัดกรองการแพร่ระบาดของไวรัส เมื่อเปิดใช้บริการ อีกทั้งยังได้รับการรับรองมาตรฐาน TMVS

สำหรับมาตรการในการจัดเตรียมความพร้อมประกอบด้วย การคัดกรองด้วยแบบสอบถามเพื่อคัดกรองตนเอง การสวมหน้ากากอนามัย การคัดกรองผู้ใช้บริการพื้นที่ด้วยเครื่องวัดไข้ (เครื่องวัดอุณภูมิอินฟราเรด) รวมถึงความพร้อมด้านสถานที่ในการจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์เพื่อรองรับการให้บริการ เช่น เจลแอลกอฮอล์ Face Shield สำหรับผู้ใช้บริการ การฆ่าเชื้ออุปกรณ์ด้วยรังสียูวีจาก ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ (NSD) และพ่นฆ่าเชื้อสถานที่ด้วยน้ำยาเช็ดทำความสะอาด โดยได้รับการสนับสนุนจากบริษัท คีนน์ จำกัด นอกจากนี้ยังมีความพร้อมด้านระบบการประชุมและการถ่ายทอดสด ซึ่งได้รับการดำเนินการตามมาตรการรักษาความปลอดภัยจาก สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน)

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์บริการปรึกษาการออกแบบและวิศวกรรม (DECC) ขอเชิญผู้ประกอบการสตรีทฟู้ดที่สนใจ “รถเข็นนวัตกรรมรักษ์โลก” ภายใต้โครงการการพัฒนาระบบอัจฉริยะเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมอาหาร ของ สวทช. ซึ่งมีแนวคิดที่ได้ปรับปรุงพัฒนารถเข็นจากแบบเดิมให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และตอบโจทย์วิถี New Normal ที่เน้นความสะอาด ปลอดภัย ถูกสุขลักษณะ และลดการปนเปื้อน พร้อมเป็นรถเข็นที่รักษ์โลกและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีราคาที่เหมาะสม สามารถเข้าถึงและจับจองได้ มีด้วยกัน 3 รูปแบบ คือ รถเข็นน้ำหนักเบาพร้อมระบบน้ำดี ถังบำบัดและซิงค์น้ำ และระบบที่เพิ่มเติมระบบดูดควัน ตลอดจนระบบที่เพิ่มเติมหัวเตาแก๊ส 2 หัว ผู้ประกอบการที่สนใจลงทะเบียนออนไลน์เพื่อสั่งจองรถเข็นที่ต้องการได้ที่เว็บไซต์ http://www.decc.or.th/streetfood/ คลิก “ลงทะเบียนเพื่อจองรถเข็น” ภายใน 30 มิถุนายน 2563 หรือสอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2564 6310 ต่อ 101

ตามที่โปรแกรมร่วมฯ สนับสนุนทุนวิจัยและพัฒนา กฟผ.- สวทช. ฝ่ายบริหารโครงการความร่วมมือวิจัยขนาดใหญ่ (RBC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เปิดรับข้อเสนอเชิงหลักการ (Concept Proposal) ประจำปี 25563 นั้น 

ทั้งนี้ ข้อเสนอเชิงหลักการทั้งหมด ได้ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการฯ แล้ว โดยโครงการที่ผ่านการพิจารณาและให้จัดทำข้อเสนอโครงการฉบับสมบูรณ์ (Full Proposal)  ดาวน์โหลดรายละเอียด

ติดต่อสอบถาม

คุณลัดดา สิทธิโสภาค โทรศัพท์ 0 2117 6457
คุณกิติ์สิริรัตน์ กูลเกื้อ โทรศัพท์ 0 2117 6459

E-mail: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

โปรแกรมร่วมสนับสนุนทุนวิจัยและพัฒนา กฟผ. - สวทช. ฝ่ายบริหารโครงการความร่วมมือวิจัยขนาดใหญ่ (RBC)
สานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

29 พฤษภาคม 2563 ณ ห้องประชุมเฉลิมพระเกียรติ อาคารเฉลิมพระเกียรติ คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล: มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และบริษัท เน็ตเบย์ จำกัด (มหาชน) แถลงข่าว “ความสำคัญของเทคโนโลยีการใช้หุ่นยนต์ทางการแพทย์ และนโยบายของมหาวิทยาลัยมหิดล ในการสนับสนุนการใช้ Robot ในสถานการณ์ปัจจุบัน” และ พิธีรับมอบหุ่นยนต์ Hapybot หุ่นยนต์เคลื่อนที่อัจฉริยะผู้ช่วยแพทย์ จำนวน 3 ตัว เพื่อนำไปใช้งานจริงภายในโรงพยาบาลสังกัดมหาวิทยาลัยมหิดล 3 แห่ง

ได้แก่ สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล โดยมี ศาสตราจารย์ นายแพทย์บรรจง มไหสวริยะ รักษาการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นประธานการแถลงข่าว พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ ประธานคณะกรรมการวิชาการและเทคนิคเพื่อรองรับสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ปิยะมิตร ศรีธรา คณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์วีระพงษ์ ภูมิรัตนประพิณ คณบดีคณะเวชศาสตร์เขตร้อน รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ธีระ กลลดาเรืองไกร ผู้อำนวยการศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก นายพิชิต วิวัฒน์รุจิราพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เน็ตเบย์ จำกัด (มหาชน) และ ดร.จุฬารัตน์ ตันประเสริฐ รองผู้อำนวยการ สวทช. เข้าร่วมงาน

 

            สถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (สท.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ บริษัท นาวิต้าฟู้ดส์ จำกัด พัฒนาเทคโนโลยีการเพาะปลูกเมลอน 4 สายพันธุ์ในโรงเรือนอัจฉริยะ เพื่อนำองค์ความรู้ที่ได้ไปถ่ายทอดแก่เกษตรกร ยกระดับการทำเกษตรกรรม

นักวิทยาศาสตร์ทัวโลกศึกษาค้นคว้าโดยการถอดลําดับจีโนม พบว่า ไวรัสโคโรนา หรือ SAR-CoV-2 ที่ทําให้เกิดโรคโควิด-19 สามารถติดต่อจากคนสู่คนอย่างรวดเร็ว เพราะไวรัสนีมีโปรตีนสไปก์ (ส่วนที่ยื่นออกมาจากอนุภาคคล้ายหนาม) อยู่บนผิว ซึ่งทําให้ไวรัสสามารถจับกับตัวรับทีชื่อ ACE2 Receptor ในเซลล์ของมนุษย์ได้มาก ทําให้เชื้อไวรัสเข้าสู่เซลล์ได้ดีและแพร่จากคนสู่คนได้ อย่างมีประสิทธิภาพ

For English-version news, please visit : NSTDA, the National Institute for Emergency Medicine, TOT and Kasetsart University team up to enhance emergency medical services with digital technology

28 พฤษภาคม 2563 ณ ห้องประชุม 601 อาคารเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 84 พรรษา สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ จังหวัดนนทบุรี: สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดพิธีลงนามความร่วมมือใน “การวิจัยและพัฒนาเพื่อยกระดับเทคโนโลยีสื่อสารและสารสนเทศ ในระบบการแพทย์ฉุกเฉินให้เป็นระบบดิจิทัล” ในการนำศักยภาพและทักษะความชำนาญของแต่ละหน่วยงานเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน

เพื่อการวิจัยและพัฒนายกระดับเทคโนโลยีสื่อสารและสารสนเทศของระบบการแพทย์ฉุกเฉินให้เป็นระบบดิจิทัลและปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีสื่อสารและสารสนเทศในระบบการแพทย์ฉุกเฉิน รวมถึงโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) นวัตกรรมอุปกรณ์ และระบบบริการดิจิทัล ให้ผู้ป่วยฉุกเฉินและผู้ให้บริการการแพทย์ฉุกเฉินทั้งระบบสามารถเข้าถึงได้สะดวกและรวดเร็ว รองรับและขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล “ไทยแลนด์ 4.0” โดยมี นาวาอากาศเอกสมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา และ ประธานกรรมการบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เรืออากาศเอกนายแพทย์อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) นายพิพัฒน์ ขันทอง กรรมการบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ และ ดร.ภุชงค์ อุทโยภาศ รองอธิการบดีฝ่ายสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมลงนาม

For English-version news, please visit : IMPACT Muang Thong Thani chooses Germ Saber UVC Sterilizer for disinfection in preparation for the reopening of its convention facilities

27 พฤษภาคม 2563 อิมแพ็ค เสริมความเชื่อมั่นพื้นที่เฝ้าระวังและป้องกันการแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19 ต่อเนื่อง ล่าสุดเลือกนวัตกรรมเครื่องฉายแสงยูวีฆ่าเชื้อแบบเคลื่อนที่ Germ Saber UVC Sterilizer ผลงานวิจัยร่วมของ สวทช. และ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อใช้ทำความสะอาดฆ่าเชื้อพื้นที่ภายในศูนย์ฯ มากกว่า 140,000 ตร.ม. พร้อมรองรับการเปิดบริการอีกครั้ง ภายใต้คอนเซ็ปต์ วิถีใหม่ New Normal มากกว่าความปลอดภัยคือความสมาร์ท

นายพอลล์ กาญจนพาสน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดบริการอีกครั้ง ภายหลังต้องปิดบริการตามคำสั่งทางราชการ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นานร่วม 3 เดือน ซึ่งที่ผ่านมา อิมแพ็ค ได้กำหนดมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19 โดยปฏิบัติตามคำแนะนำของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด และเมื่อเร็วๆ นี้ทางราชการได้ประกาศผ่อนปรนระยะที่ 2 อนุญาตบางกิจการเปิดบริการได้ ซึ่งรวมถึง อิมแพ็ค ในกลุ่มของการจัดงานประชุม สัมมนา จำกัดจำนวน 50 ท่าน ภายใต้การจัดการด้านสาธารณสุข ที่ต้องห่วงใยดูแลสุขภาพและความปลอดภัยในรูปแบบชีวิตวิถีใหม่ หรือ New normal ควบคู่มาตรฐานการบริการสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ด้วยคอนเซ็ปต์ อิมแพ็ค มากกว่าความปลอดภัยคือความสมาร์ท

จากปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่มีค่าเกินเกณฑ์มาตรฐาน อยู่ในระดับที่มี ผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน สํานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติจึงมุ่งพัฒนาหน้ากากอนามัยที่ป้องกัน ฝุ่นขนาดเล็ก สารพิษ และเชื้อโรค ซึ่งเมื่อเกิดการระบาดของโรค โควิด-19 ยังสามารถนํามาใช้เป็นอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา โดยเฉพาะในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์

        

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติร่วมกับกรมควบคุมโรค มุ่งประยุกต์ใช้งานวิจัยแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ในการตอบโจทย์และเสนอแนะแนวทางในการกำหนดนโยบายต่างๆ สำหรับการเฝ้าระวังและควบคุมโรคโควิด-19 ดังนี้

1, ผู้ติดเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19 ที่แท้จริงมีจำนวนเท่าใด (ทั้งกลุ่มที่แสดงอาการรุนแรง มีอาการไม่ชัดเจน และไม่แสดงอาการ)

ในช่วงแรกที่มีการระบาดของโควิด-19 ในเมืองอู่ฮั่น ประเทศไทยได้มีการตรวจคัดกรองนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น ทำให้ประเทศไทยมีข้อมูลผู้ติดเชื้อจากอู่ฮั่นที่ยังไม่แสดงอาการชัดเจน จึงได้ประมาณการจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19 ทั้งหมดในอู่ฮั่น เพื่อวิเคราะห์จำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ที่อาจมีอาการไม่รุนแรงหรือไม่แสดงอาการและมีอาการรุนแรง/ชัดเจน ด้วยแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลนักท่องเที่ยวจากเมืองอู่ฮั่นที่เดินทางเข้าสู่ประเทศไทย โดยให้จำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมดจากเมืองดังกล่าวเป็นตัวแทนประชากรในเมืองอู่ฮั่น จากการวิเคราะห์อัตราส่วนนักท่องเที่ยวเมืองอู่ฮั่นที่ติดเชื้อเทียบกับจำนวนนักท่องเที่ยวจากเมืองอู่ฮั่นทั้งหมด แล้วนำมาวิเคราะห์ทำแบบจำลอง (Modeling) เพื่อประเมินกลับไปเป็นจำนวนผู้ติดเชื้อในเมืองอู่ฮั่นทั้งหมด ผลการวิเคราะห์พบว่าจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมด รวมทั้งผู้ติดเชื้อที่มีอาการน้อยไม่ชัดเจนหรือไม่แสดงอาการใดๆ มีจำนวนรวมแล้วเท่ากับประมาณ 20 เท่าของผู้ติดเชื้อที่มีอาหารชัดเจน (อ้างอิงตามรายงานโดย WHO) จึงมีข้อเสนอแนะให้ประเทศไทยเตรียมมาตรการต่างๆ เพื่อเฝ้าระวังและรับมือการติดเชื้อภายในประเทศ

การวิเคราะห์ลายพิ มพ์เปปไทด์ (Peptide barcode) ด้วยเครื่องวัดมวล MALDI-TOF (Matrix-Assisted Laser Desorption/Ionization-Time of flight) ใช้จําแนกเชือจุลินทรีย์ เช่น แบคทีเรีย ยีสต์ และรา อาศัยการยิงแสงเลเซอร์ไปยังตัวอย่าง ที่ต้องการตรวจสอบจนเปปไทด์เกิดการแตกตัวเป็นไอออน (อนุภาคที่มีประจุ) ก่อนเดินทางไปยังตัวจับสัญญาณ (Detector) ได้ผลการตรวจสอบเป็นกลุ่มมวล เปป ไทด์เรียงลําดับจากมวลขนาดเล็ก ไปหามวลขนาด ใหญ่ ซึ่งจุลินทรีย์จ ะมี ลายพิ มพ์เปปไทด์ที่จําเพาะเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละสายพันธุ์ นอกจากนี้ยังพบว่า ลายพิมพ์มวลเปปไทด์ยังสามารถใช้แยกสายพันธุ์ไวรัสได้อีกด้วย

         โดยทั่วไปชุดตรวจเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19 แบบรวดเร็วอาศัยหลักการการจับแบบจำเพาะของโมเลกุลชีวภาพที่จับได้ดีและจำเพาะกับโปรตีนเป้าหมายของเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19 สำหรับชุดตรวจนี้อาศัยหลักการการตรวจหาโมเลกุลเป้าหมายอย่างจำเพาะและรวดเร็วด้วยเทคนิค อิมมูโนโครมาโตกราฟีชนิดไหลในแนวราบ (Lateral flow immunochromatographic assay: LFA) ซึ่งสามารถใช้ตรวจหาแอนติเจนของเช้อื ไวรัสก่อโรคโควิด -19 ได้ จึงนำมาใช้ตรวจคัดกรองการติดเชื้อไวรสัก่อโรคโควิด-19

การตรวจผู้ป่วยโรคโควิด-19 ด้วยเทคนิค Real-time RT-PCR เป็นการตรวจมาตรฐานสูงสุด (Gold standard test) หรือการตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ที่ดีที่สุดภายใต้เงื่อนไขที่เหมาะสม แต่ในการสกัดสารพันธุกรรม หรืออาร์เอ็นเอ (Ribonucleic acid, RNA) ของไวรัส SARS-CoV-2 มีข้อจำกัดคือต้องใช้เครื่องสกัดสารพันธุกรรมอัตโนมัติ (Automated) และใช้น้ำยาสกัดสารพันธุกรรมที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งมีราคาตั้งแต่ 120-300 บาท

การวิจัยและพัฒนาวิธีการสกัดอาร์เอ็นเอที่ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องสกัดสารพันธุกรรมอัตโนมัติและน้ำยาสกัดจากต่างประเทศ นอกจากจะช่วยลดต้นทุนในการตรวจตัวอย่างแล้ว ยังไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการขาดแคลนน้ำยาสกัดที่ต้องสั่งซื้อจากต่างประเทศอีกด้วย



ท่ามกลางสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 การดูแลรักษาความสะอาดของสถานที่และสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ให้ปราศจากเชื้อโรค คือสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อโรคได้ ซึ่งการฆ่าเชื้อโรคด้วยโอโซน (O3) เป็นวิธีหนึ่งที่มีประสิทธิภาพและนิยมใช้กันมานาน โดยเฉพาะในยามที่ขาดแคลนแอลกอฮอล์ หรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรค

ตามที่ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้ดำเนินโครงการสร้างผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่ (Startup Voucher) ประจำปี 2563 นั้น (ดูประกาศรับสมัคร)

บัดนี้ คณะกรรมการคัดเลือกผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการสร้างผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่ (Startup Voucher) ประจำปี 2563 ได้ดำเนินการคัดเลือกผู้มีสิทธิได้รับทุนฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงขอประกาศรายชื่อผู้ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 35 ราย

ทั้งนี้ ขอให้ผู้มีรายชื่อได้รับคัดเลือก ดำเนินการยืนยันสิทธิ โดยส่งข้อความแจ้งยืนยันสิทธิ ระบุว่า "บริษัท ...จำกัดลำดับที่ ... .ขอแจ้งยืนยันสิทธิรับทุนโครงการ Startup Voucher ประจำปี 2563" มายังอีเมล This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.  ภายในวันที่ 29 พฤษภาคม 2563 หากพ้นกำหนดดังกล่าวจะถือว่าสละสิทธิการรับทุนในครั้งนี้

ปัจจุบันมีโรคระบาดเกิดขึ้นจำนวนมาก และหลายโรคสามารถติดต่อกันผ่านพื้นที่ที่มีคนใช้งานโดยการสัมผัสร่วมกัน เช่น ที่จับประตู และปุ่มกดลิฟต์โดยสาร ดังนั้นการลดการสัมผัสที่บริเวณจุดเสี่ยง จึงสามารถช่วยลดโอกาสที่จะได้รับเชื้อโรคและลดการแพร่กระจายของโรคติดต่อเหล่านี้ได้

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ โดยศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์(NSD) ได้พัฒนานวัตกรรม ‘MagikTuch’ ลิฟต์ไร้สัมผัสเพื่อช่วยลดการเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค

หมวกแรงดันลบเป็นนวัตกรรมเพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อจากกลุ่มเฝ้าระวัง ด้วยแนวคิดประกอบง่าย ผลิตเร็ว ราคาถูกโดยประชาชนสามารถใช้พิมพ์เขียวในการดูแบบ เพื่อประกอบด้วยตัวเองได้โดยง่าย จึงเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการกระจายการใช้งานไปในวงกว้าง ลดการขาดแคลนอุปกรณ์ป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรค

จากปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่มีค่าเกินเกณฑ์มาตรฐาน อยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ มุ่งพัฒนาหน้ากากอนามัยที่ป้องกันฝุ่นขนาดเล็ก สารพิษ และเชื้อโรค ซึ่งเมื่อเกิดการระบาดของโรคโควิด-19 ยังสามารถนำมาใช้เป็นอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา โดยเฉพาะในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ ทั้งนี้ได้พัฒนาหน้ากากอนามัยโดยใช้ 2 เทคโนโลยี ดังนี้

หน้ากากอนามัย Safie Plus

เซฟีพลัส (Safie Plus) คือหน้ากากอนามัยประสิทธิภาพสูง ผลิตโดยศูนย์วิจัยเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกและเครื่องมือแพทย์ ร่วมกับศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ โดยหน้ากากมีความหนา 4 ชั้น แผ่นชั้นกรองพัฒนาด้วยเทคโนโลยีการเคลือบสารไฮดรอกซีอาปาไทต์และไทเทเนียมบนเส้นใยธรรมชาติ ซึ่งมีคุณสมบัติในการดักจับฝุ่นละอองที่มีอนุภาคขนาดเล็กและจุลินทรีย์ จึงช่วยป้องกันฝุ่น PM2.5 และป้องกันสารพิษ เช่น คาร์บอนมอนอกไซด์ รวมถึงกำจัดเชื้อจุลินทรีย์ได้ทั้งไวรัส และแบคทีเรียเมื่อถูกแสงแดด ที่สำคัญเซฟีพลัสยังถูกออกแบบให้มีความกระชับกับใบหน้า แต่ยังหายใจได้สะดวก ไม่อึดอัด ทำให้สวมใส่ได้เป็นเวลานานปัจจุบัน หน้ากากอนามัยเซฟีพลัสผ่านการทดสอบประสิทธิภาพการกรองฝุ่น PM2.5 ได้ 99% ตามมาตรฐาน ASTM F2299 จาก TÜV SÜD ประเทศสิงคโปร์ และผ่านการทดสอบประสิทธิภาพการกรองไวรัส (Viral filtration efficiency: VFE) ได้ 99% จาก Nelson Laboratory สหรัฐอเมริกา อีกทั้งยังผ่านการทดสอบประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อไวรัส H1N1 (Influenza A Virus) โดยมหาวิทยาลัยมหิดล

ระบบติดตามการกระจายหน้ากากอนามัย ของกระทรวงมหาดไทยเป็นระบบที่ใช้ในการติดตามการแจกจ่ายของกระทรวงแบบรายวัน(วันละ 1 ล้านชิ้น) ทั่วประเทศ โดยจะทำการบันทึก ตรวจรับ/แจกจ่ายหน้ากากอนามัย พร้อมกับแสดงรายงานการตรวจรับและแจกจ่ายของแต่ละหน่วยงานแยกตามพื้นที่ จากระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล หมู่บ้าน กลุ่มผู้ใช้งานแบบรายวัน เพื่อเป็นการแก้ปัญหาการบริหารจัดการหน้ากากอนามัยของกระทรวงมหาดไทยปัจจุบันกำลังเตรียมการทดสอบใช้งานใน กทม. และนนทบุรี และขยายการใช้งานให้ครอบคลุมฝ่ายปกครองทั่วประเทศ (77 จังหวัดประมาณ 1,800 คน) ต่อไป

NIEMS-Care คือ แอปพลิเคชันที่ใช้สำหรับเฝ้าระวังการระบาดของเชื้อก่อโรคโควิด-19 ในระดับชุมชนเพื่อการตอบสนองอย่างรวดเร็วโดยแต่ละครัวเรือนจะมีตัวแทนทำหน้าที่รายงานสถานะสุขภาพของสมาชิกในครัวเรือน เป็นประจำทุกวันผ่านแอปพลิเคชัน โดยมีผู้ใหญ่บ้านหรือผู้แทน และเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล(รพสต.) ทำหน้าที่ติดตามและเฝ้าระวังผ่านทางหน้าสรุปข้อมูล (Dashboard) ของแอปพลิเคชัน

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย ศูนย์พัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยี (BIC) ภายใต้ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี (TMC) สนับสนุนผู้ประกอบการที่เข้าร่วม “โครงการสร้างผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยีนวัตกรรม (Start-up Voucher)” เพื่อพัฒนาและเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการดำเนินธุรกิจให้กับผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยีนวัตกรรม การบริหารธุรกิจ การตลาด ตลอดจนการสร้างรายได้จากการขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ ความคิด ต่อยอดนวัตกรรม และอัพเดตเทคโนโลยีใหม่ ๆ ให้เกิดผลเชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อขยายธุรกิจให้เติบโตและสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล พร้อมทั้งสนับสนุนเงินทุนด้านการตลาดในอัตราร้อยละ 75 ของมูลค่าโครงการ (ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม) แต่ไม่เกิน 800,000 บาท ต่อโครงการต่อราย

นายสุรวิชญ์ ทิพยารมณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลบอลพาร์ทเนอร์อินเตอร์ฟู้ด จำกัด หนึ่งในผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ทรอปิก้า คิงส์ ผลไม้ไทยพร้อมปั่นและท็อปปิ้งสำเร็จรูป ที่เข้าร่วมโครงการฯ กล่าวว่า โครงการ Start-up Voucher เป็นโครงการจากภาครัฐที่มีประโยชน์ และช่วยส่งเสริมได้ตรงจุดในแง่ของการเร่งการเติบโตให้กับธุรกิจเกิดใหม่ หรือ Startup ให้เติบโตรอดพ้นจากช่วงเริ่มต้นกิจการที่ถือว่าเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญของธุรกิจ ด้วยการสนับสนุนงบประมาณในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ การตลาด การสื่อสาร และช่วยต่อยอดให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปได้อย่างราบรื่น นอกจากนี้ยังได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในเรื่องการบริหารแผนงานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ให้มีประสิทธิภาพ รวมทั้งการบริหารงบประมาณ การตลาด และการช่วยเหลือในเรื่องการจัดหาช่องทางการขายใหม่ ๆ เช่น พาไปออกงานแสดงสินค้าที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์อาหารในงาน Thaiflex เป็นต้น ทำให้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ เป็นที่รู้จักแพร่หลาย สำหรับบริษัทฯ ดำเนินธุรกิจที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผลไม้ไทยและสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรไทย ซึ่งถือว่าเป็นภาคส่วนที่สำคัญของประเทศ อีกทั้งยังสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับผลไม้ไทยให้เป็นที่รู้จักในตลาดโลกได้มากยิ่งขึ้น

18 พ.ค. 63 ณ ร้านข้าวเหนียวหมูหวานเฮียวัตรปังตอทอง จ.นครปฐม - กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ศูนย์บริการปรึกษาการออกแบบและวิศวกรรม (DECC) ดำเนินการส่งมอบรถเข็นรักษ์โลกให้ผู้ประกอบการสตรีทฟู้ดร้านข้าวเหนียวหมูหวานเฮียวัตรปังตอทอง ซึ่งนับเป็นรถเข็นคันแรกในโครงการพัฒนา “นวัตกรรมรถเข็นรักษ์โลกเพื่อสตรีทฟู้ด” นับแต่เปิดตัวเมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา

โดยเป็นรถเข็นโมเดลรูปแบบ 1 ที่เป็นรถเข็นน้ำหนักเบาพร้อมระบบน้ำดี ถังบำบัด และซิงค์น้ำ จำนวน 2 คัน ซึ่ง DECC สวทช. ได้พัฒนาขึ้นให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยยกระดับมาตรฐานคุณภาพและความสะอาดปลอดภัยของอาหารสตรีทฟู้ด ตอบโจทย์คำว่า “รักษ์โลก” และ “เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” โดยมี คุณกุลประภา นาวานุเคราะห์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. พร้อมด้วยผู้อำนวยการศูนย์ DECC และคณะ ร่วมส่งมอบรถเข็นรักษ์โลกแก่ คุณวิวัฒน์ กุลวิจิตร์รัตน์ เจ้าของกิจการข้าวเหนียวหมูหวานฯ เพื่อนำไปใช้งานในกิจการต่อไป พร้อมระบุเปิดโอกาสแก่ผู้ประกอบการสตรีทฟู้ดรายอื่น ๆ สามารถจับจองเป็นเจ้าของรถเข็นรักษ์โลกได้จนถึง 30 มิถุนายน 2563 นี้

สถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (สท.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ผนึก บริษัท นาวิต้าฟู้ดส์ จำกัด เก็บเกี่ยวผลผลิตเมลอนเกรดพรีเมียมจากโรงเรือนอัจฉริยะ ส่งมอบบุคลากรทางการแพทย์ รพ.ธรรมศาสตร์ฯ หน่วยงานเพื่อนบ้าน ซึ่งถือเป็นหน่วยงานพันธมิตรของ สวทช. ที่มีความใกล้ชิดและสนับสนุนการทำงานร่วมกันมาโดยตลอด เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและแทนคำขอบคุณที่ปฏิบัติหน้าที่สู้โควิด-19 อย่างเข้มแข็ง

ที่อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี: สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยสถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (สท.) นำโดยนางสาววิราภรณ์ มงคลไชยสิทธิ์ รองผู้อำนวยการ สวทช. ในฐานะผู้อำนวยการ สท. พร้อมด้วย นางกุลประภา นาวานุเคราะห์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. นายเฉลิมชัย เอี่ยมสอาด นักวิชาการ ฝ่ายถ่ายทอดเทคโนโลยีสวทช. และ นายสุวิทย์ ไตรโชค ผู้ก่อตั้งบริษัท นาวิต้าฟู้ดส์ จำกัด ฟาร์มปลูกเมลอนกว่า 30 ปี ร่วมกันลงแปลง เมลอนในโรงเรือนอัจฉริยะ บริเวณแปลงเกษตรสาธิตของ สท. ภายในพื้นที่อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตเมลอน 4 สายพันธุ์ นำไปส่งมอบแก่บุคลากรทางการแพทย์โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการทำงานต่อสู้กับวิกฤติโรคระบาดโควิด-19 ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา โดยมี ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายความยั่งยืนและบริหารศูนย์รังสิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นตัวแทนรับมอบ

For English-version news, please visit : Antifungal nanoemulsion spray for pets

นักวิจัยนาโนเทค สวทช. พัฒนาสเปรย์นาโนอิมัลชันจากสารสกัดทองพันชั่งและซาโปนิน ต้านเชื้อราที่ผิวหนังของสัตว์เลี้ยง ลดเสี่ยงติดต่อสู่คน ชูจุดแข็งด้วยสารสกัดจากพืชธรรมชาติ ลดกลิ่น-สีให้ใช้งานง่าย หวังเพิ่มค่าสมุนไพรไทย ลดใช้ยาเคมี หรือยานอกราคาสูง

ดร.ณัฎฐิกา แสงกฤช นักวิจัยจากห้องปฏิบัติการทีมวิจัยเวชศาสตร์นาโน ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า ปัจจุบันคนนิยมเลี้ยงสัตว์เลี้ยงแบบใกล้ชิดมากขึ้น ในบางครั้งต้องเผชิญกับโรคติดเชื้อที่ผิวหนังจากเชื้อราในสัตว์เลี้ยง ซึ่งเป็นโรคที่สามารถติดต่อจากสัตว์สู่คนได้ แม้ในปัจจุบันมีวิธีการรักษาและผลิตภัณฑ์ที่นำมาใช้ต้านเชื้อรา แต่ส่วนใหญ่จะมีส่วนผสมของยาหรือสารเคมีที่มีผลข้างเคียงต่อตับ กระเพาะอาหาร และลำไส้ของสัตว์เลี้ยง รวมไปถึงค่าใช้จ่ายในการรักษาค่อนข้างแพง เนื่องจากยาบางตัวต้องมีการนำเข้ามาจากต่างประเทศ จึงมีแนวคิดนำสารสกัดจากสมุนไพรที่มีอยู่ภายในประเทศ ซึ่งมีคุณสมบัติในการต้านเชื้อราและช่วยลดอาการของโรคเชื้อราบนผิวหนังของสัตว์เลี้ยงได้ โดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายและส่งผลเสียต่อมนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อม

For English-version news, please visit : Medical Devices Demand-Supply Matching System for COVID-19

12 พฤษภาคม 2563 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย : กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมมือกับบริษัท เน็ตเบย์ จำกัด (มหาชน) เครือข่ายโรงพยาบาล กลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (UHosNet) และสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข จัดแถลงข่าว “ระบบบริหารความต้องการอุปกรณ์ทางการแพทย์สู้ภัยโควิด–19 (Medical Devices Demand-Supply Matching for COVID-19)” แพลตฟอร์มเพื่อการบริจาค การจับคู่ ความต้องการและการบริหารจัดการอุปกรณ์ทางการแพทย์ในภาวะวิกฤตโควิด–19

โดยมี ดร.จุฬารัตน์ ตันประเสริฐ รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) คุณพิชิต วิวัฒน์รุจิราพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เน็ตเบย์ จำกัด (มหาชน) ร่วมงานแถลงข่าว

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์พัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยี (BIC) ขอเชิญผู้ประกอบการที่มีที่ตั้งอยู่ในเขต EEC (ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา) ทั้งบุคคลทั่วไปหรือนิติบุคคลที่มีผลิตภัณฑ์อยู่แล้ว และผู้ประกอบการที่มีสินค้าหรือบริการที่มีเทคโนโลยี ซึ่งต้องการขยายตลาดหรือต่อยอดธุรกิจด้วยการนำเทคโนโลยีมาใช้ให้สินค้าและบริการมีความยั่งยืน ภายในระยะเวลาของโครงการ (วันที่ 1 กรกฎาคม - 30 กันยายน 2563) สมัครเข้าร่วม “โครงการบ่มเพาะธุรกิจ (Incubation) ผู้ประกอบการเทคโนโลยีในสาขาที่สนับสนุนนวัตกรรมใน EECi” รับสมัครเพียง 30 รายเท่านั้น สมัครออนไลน์ที่ https://www.surveycan.com/survey227869 ตั้งแต่วันนี้ - 20 พฤษภาคม 2563 พร้อมรับโอกาสบ่มเพาะเพื่อกู้สถานการณ์พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส อบรมทำความรู้จักกับ NewNormal อย่างเจาะลึก เปิดโลกการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ และรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดแบบ one-on-one สอบถามเพิ่มเติม โทร. 095-269-5397 (สกุลพัชร์)

For English-version news, please visit : NSTDA and Kasetsart University sign agreements to collaborate on DNA Technology Laboratory and Manpower Development

8 พฤษภาคม 2563 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย : กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดพิธีลงนามความร่วมมือ “โครงการพิเศษการจัดตั้งห้องปฏิบัติการ DNA Technology และโครงการพัฒนาบัณฑิตวิจัยคุณภาพสูงด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งในการวิจัย พัฒนา และสร้างนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

โดยมี ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ดร. สมวงษ์ ตระกูลรุ่ง ผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ ดร. ชฎามาศ ธุวะเศรษฐกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ และ รองศาสตราจารย์ ดร.ศรปราชญ์ ธไนศวรรยางกูร รองอธิการบดีฝ่ายวางแผน และ รักษาการแทนรองอธิการบดี ฝ่ายวิจัยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมลงนาม

ตารางการบรรยายพิเศษ Facebook Live

Food Innopolis Special Food Talks on Food Processing: Preservation Technology Series

"เทคโนโลยีการแปรรูปและการถนอมอาหารเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในยุควิกฤติเศรษฐกิจและโควิด-19" โดยทีมวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากเครือข่ายเมืองนวัตกรรมอาหาร ทุกวันพุธ เวลา 10.00 น. ตลอดช่วงเดือนพฤษภาคม - กรกฎาคม 2563

รับชมการบรรยายพิเศษ (ย้อนหลัง)

Special Food Talks 2020 on Food Processing: Preservation Technology Series

โดย ผศ.ดร.อัศวิน อมรสิน ภาควิชาเทคโนโลยีการอาหารและโภชนศาสตร์ คณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จะมาให้ความรู้ด้านการแปรรูปและการถนอมอาหารด้วยเทคโนโลยีการฆ่าเชื้อด้วยความร้อน โดยวิธีสเตอริไลซ์ และพาสเจอไรซ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสถานการณ์โควิค-19

Special Food Talks 2020 on Food Processing: Preservation Technology Series

โดย รศ.ดร.ธีรนันท์ เจนจรัสสกุล อาจารย์ประจำภาควิชาเทคโนโลยีทางอาหาร คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาให้ความรู้ด้านการยืดอายุอาหารด้วยการใช้เทคนิคด้านบรรจุภัณฑ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสถานการณ์โควิค-19 นี้ ผู้ประกอบการสามารถประยุกต์ใช้เองได้อย่างเร่งด่วน

Shelf Life Extension for Food and Beverage : Issue on COVID-19 Pandemic

โดย ดร. พิศมัย ศรีชาเยช นักวิจัยชำนาญการประจำสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จะมาให้ความรู้ด้านเทคนิคการยืดอายุอาหารและเครื่องดื่มที่ท่านสามารถนำไปปรับใช้กับผลิตภัณฑ์ของตนเอง เพื่อให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต

"Food Safety Management : Issue on COVID 19"

โดย ผศ.ดร.นภัสรพี เหลืองสกุล สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มาให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการถึงสถานการณ์และพฤติกรรมความปลอดภัยด้านอาหารของผู้ประกอบการในปัจจุบัน และแนวโน้มในอนาคต พร้อมทั้งความรู้ในการจัดการด้านความปลอดภัยอาหาร และประยุกต์ใช้

"Challenges & Opportunities of Thai Food Industry after COVID-19 Pandemic"

โดย ผศ.ดร. อัครวิทย์ กาญจนโอภาษ CEO Food Innopolis กับความท้าทายและโอกาสของอุตสาหกรรมอาหารในประเทศไทยหลังวิกฤติโควิด-19 และการปรับตัวของผู้ประกอบการอาหารในประเทศไทยเพื่อฝ่าวิกฤต และดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนได้ในอนาคต

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยเมืองนวัตกรรมอาหาร (Food Innopolis) ขอเชิญผู้ประกอบการอาหารฟังการบรรยายพิเศษฟรี กับกิจกรรม Food Talks 2020 #4 "Shelf Life Extension for Food and Beverage : Issue on COVID-19 Pandemic" โดย ดร. พิศมัย ศรีชาเยช นักวิจัยชำนาญการประจำสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จะมาให้ความรู้ด้านเทคนิคการยืดอายุอาหารและเครื่องดื่มที่ท่านสามารถนำไปปรับใช้กับผลิตภัณฑ์ของตนเอง เพื่อให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต ในวันที่ 13 พฤษภาคม 2563 เวลา 10.00 น.-11.00 น. ทาง Facebook Live FoodInnopolis

สำนักงานสถิติแห่งชาติ ร่วมกับนักวิชาการจากหน่วยงานภายในประเทศ ได้แก่ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ (IHPP) และทีมงานด้านข้อมูลขององค์การสหประชาชาติ (UN Joint Team on Data) จัดทำการสำรวจผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยจัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบทางด้านสังคมและเศรษฐกิจต่อประชาชน รวมถึงข้อมูลสำหรับประกอบการวัดความรู้ พฤติกรรมและการปฏิบัติในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เพื่อสนับสนุนภาครัฐ ภาคเอกชนในการวางแผนและจัดทำนโยบายเพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชน ชุมชน และประเทศ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เข้าตอบแบบสอบถามออนไลน์ได้ที่ http://ittdashboard.nso.go.th/covid19survey.php

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์พัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยี (BIC) ภายใต้ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี (TMC)
ขอเชิญผู้ประกอบการนวัตกรรมและเทคโนโลยีทุกประเภทที่จดทะเบียนนิติบุคคล สมัครเข้าร่วม
โครงการบ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยีปี 2563 (Technology Business Incubation Program : Rise Up Your Business By SUCCESS 2020)
เพื่อสร้างรากฐานความแข็งแรงให้องค์กรธุรกิจ ผ่านการเรียนรู้และบ่มเพาะในกระบวนการต่าง ๆ ให้สามารถทำธุรกิจได้อย่างยั่งยืน พร้อมสร้างโอกาสขยายตลาดเพื่อต่อยอดธุรกิจให้เติบโต

เอ็มเทค สวทช. รับมอบหน้ากากทางการแพทย์จาก UNEP สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อนำมาบริจาคให้กับบุคลากรทางการแพทย์ จำนวน 20,000 ชิ้น


29 เมษายน 2563 ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ
     สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ โดย ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ ได้รับความช่วยเหลือหน้ากากทางการแพทย์ (surgical face mask) เพื่อสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จากโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Environmental Program: UNEP) ผ่าน Dongguan Tailing Electric Vehicle Co., Ltd. สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อนำมาบริจาคให้กับบุคลากรทางการแพทย์ จำนวน 20,000 ชิ้น

For English-version news, please visit : µTherm FaceSense: Multi-people Temperature Screening System

 

 ไข้สูงคือหนึ่งในอาการสำคัญของผู้ติดเชื้อก่อโรคโควิด-19 ที่ถูกนำมาใช้เป็นปัจจัยในการตรวจคัดกรองเบื้องต้นในแทบทุกพื้นที่ โดยผู้ที่มีอุณหภูมิร่างกายสูงกว่า 37.5 องศาเซลเซียส ถือเป็นผู้มีความเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง และได้รับการสอบสวนโรคเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการต่างๆ เช่น ไอ เจ็บคอ เหนื่อยหอบ รวมถึงมีความเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยโควิด-19 หรือไม่ ทำให้อุปกรณ์ตรวจวัดอุณหภูมิของร่างกายที่ได้มาตรฐานมีความสำคัญและจำเป็นอย่างมาก

For English-version news, please visit : ITAP-NSTDA pushes forward the New Aged Citizens Project Supporting local entrepreneur to develop AI for Retirement Real Estate Decision Making

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) ภายใต้ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี (TMC) ดำเนิน “โครงการชนชราแห่งอนาคต” เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ที่เกี่ยวข้อง นำเอาโอกาสความท้าทายในเรื่องสังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) มาสร้างสรรค์โมเดลธุรกิจผลิตภัณฑ์หรือบริการบนฐานความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมโดยหนึ่งในผู้ประกอบการโครงการฯ ด้านเว็บไซต์อสังหาริมทรัพย์ บริษัท สุขสบาย (ไทยแลนด์) จำกัด ได้รับการสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาระบบช่วยตัดสินใจด้านอสังหาริมทรัพย์สำหรับผู้เกษียณอายุ เป็นระบบ AI เสมือนที่ปรึกษาสถาปนิก ประเมินข้อมูลได้มากขึ้นเร็วขึ้น พร้อมให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับโครงการอสังหาริมทรัพย์ในแพลตฟอร์มที่เข้าถึงผู้ใช้บริการทั้งที่เป็นเจ้าของโครงการและผู้เกษียณอายุที่ต้องการที่พักอาศัยได้อย่างว่องไวเหมาะสมและได้มาตรฐานสากล

For English-version news, please visit : NSTDA and partners to establish a knowledge management platform for the elderly and disabled

1 พฤษภาคม 2563 ณ กระทรวงศึกษาธิการ - สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) และมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพชุมชน (มสพช.) จัดพิธีลงนามความร่วมมือ “การวิจัยและพัฒนาระบบการจัดการความรู้สนับสนุนเครือข่ายบูรณาการด้านผู้สูงอายุและคนพิการ”เพื่อเป้าหมายการสร้างความร่วมมือและกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกองค์กรภาคีเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตสำหรับผู้สูงอายุและผู้พิการ

โดยเฉพาะส่งเสริมการเข้าถึงข้อมูลที่รอบด้าน การเสริมสมรรถนะการเรียนรู้ที่ต่อเนื่อง รวมทั้งการพัฒนาบุคลากรด้านการจัดการความรู้ ผู้นำการเปลี่ยนแปลง และการสื่อสารเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ต่อยอดองค์ความรู้และภูมิปัญญาเพื่อขับเคลื่อนสู่สังคมสุขภาวะ โดยมีนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธาน

บริษัท มัมบี้คลับ จำกัด ผู้ประกอบการในโครงการบ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยี 2562 หรือ SUCCESS 2019 ของศูนย์พัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยี (BIC) ภายใต้ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี (TMC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พัฒนาแพลตฟอร์ม Mombiestreet (มัมบี้สตรีท) จากแนวคิด “ของลูก ไม่ใช้แล้ว ขายสิ! ขายได้” ให้เป็น Marketplace หรือคลังสินค้าบนโลกออนไลน์สำหรับแม่และเด็ก ที่เป็นเว็บไซต์สื่อกลางสำหรับติดต่อซื้อขายสินค้าแม่และเด็กคุณภาพดี มือสองที่ยังใหม่และดีอยู่มาก พร้อมฟีเจอร์สุดสะดวก ช่วยค้นหาสินค้าถูกใจ ทั้งยังช่วยรับส่งสินค้า ช่วยประกาศขาย และมีโชว์รูมแสดงตัวอย่างสินค้า เพิ่มความมั่นใจ ยืนยันคุณภาพ และสร้างความสบายใจให้ผู้ซื้อ ด้วยบริการที่ครบและตอบสนองทุกความต้องการแม่และเด็ก

นายกันธิ์ ศิริคุปต์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท มัมบี้คลับ จำกัด เปิดเผยว่า Mombiestreet เกิดขึ้นจากตนและภรรยา เล็งเห็นถึงโอกาสเรื่องการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เนื่องจากพบว่า บ้านที่เคยมีพื้นที่กว้างขวาง กลับดูคับแคบลงและกลายเป็นห้องเก็บของของลูก ซึ่งส่วนมากเป็นของสภาพดีแต่ไม่ได้ใช้แล้ว ซึ่งไม่แตกต่างกับบ้านของเพื่อนคนอื่น ๆ ที่ลูกโตแล้ว ที่มีสภาพของบ้านที่รก มีของเด็กอยู่ล้นบ้าน จนไม่มีทางเดิน และพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมอื่น ๆ ของครอบครัว เพราะเมื่อเด็กโตแล้ว สินค้าเด็กที่มีคุณภาพดีและส่วนใหญ่มักมีราคาสูง เพราะพ่อแม่ทุกคนตั้งใจซื้อมาให้ลูกและใช้งานอย่างทะนุถนอม สินค้าเหล่านี้มีการถูกใช้งานเพียงไม่กี่ครั้งแล้วกลายเป็นของรกบ้าน ด้วยการมองปัญหานี้เป็นโอกาส และคิดว่าน่าจะมีวิธีแก้ไขเพื่อให้ได้พื้นที่ใช้สอยกลับคืนมา ในขณะเดียวกันที่พ่อแม่มือใหม่จะได้มีโอกาสซื้อสินค้าดี มีคุณภาพ ในราคาประหยัดให้กับลูก เกิดการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างคุ้มค่าและประโยชน์สูงสุด ตนกับภรรยา จึงเกิดแนวคิดธุรกิจด้วยการสร้าง Mombiestreet ขึ้นมา เกิดเป็นแพลตฟอร์ม Marketplace หรือคลังตลาดสินค้าออนไลน์สำหรับแม่และเด็ก เพื่อเป็นแหล่งซื้อขายสินค้าแม่และเด็กคุณภาพดี ราคาสบายใจ โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถลงประกาศขายสินค้าได้ด้วยตัวเอง ขณะที่ผู้ใช้บริการสามารถใช้ได้ผ่านเว็บไซต์ mombiestreet.com หรือแอป Mombiestreet

สวทช. ขอเชิญผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการบ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยี ปี 2563 (SUCCESS 2020)

ศูนย์พัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยี (BIC) ภายใต้ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี (TMC) ขอเชิญผู้ประกอบการนวัตกรรมและเทคโนโลยีทุกประเภทที่จดทะเบียนนิติบุคคล สมัครเข้าร่วมโครงการบ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยีปี 2563 (Technology Business Incubation Program : Rise Up Your Business By SUCCESS 2020) เพื่อสร้างรากฐานความแข็งแรงให้องค์กรธุรกิจ

พบกับกิจกรรมสัมมนาพิเศษ Food Innopolis Special Food Talks

เชิญผู้ประกอบการและผู้ที่สนใจร่วมรับฟังความรู้ทางเทคโนโลยีการแปรรูปและการถนอมอาหารต่างๆที่จะช่วยผู้ประกอบการอาหารสามารถนำเทคโนโลยี มาประยุกต์ใช้กับผลิตภัณฑ์ของตนเองในยุคโควิด -19 โดยทีมวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากเครือข่ายเมืองนวัตกรรมอาหาร

โครงการสนับสนุนการทดสอบผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้ในสถานการณ์ COVID-19

โครงการ ITAP เปิด “โครงการสนับสนุนการทดสอบผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้ในสถานการณ์ COVID-19” เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพได้มีโอกาสในการเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง

กิจกรรมสนับสนุนเพื่อเร่งการนำผลงานวิจัยมาใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉินต้านภัยไวรัสโควิด-19 (Research Gap Fund fights COVID-19)

ขอเชิญผู้ประกอบการในรูปแบบนิติบุคคลเข้าร่วมโครงการ “กิจกรรมสนับสนุนเพื่อเร่งการนำผลงานวิจัยมาใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉินต้านภัยไวรัสโควิด-19 (Research Gap Fund fights COVID-19)” โดยเปิดรับข้อเสนอโครงการที่รับถ่ายทอดผลงานวิจัยหรือทรัพย์สินทางปัญญาของมหาวิทยาลัยของรัฐหรือสถาบันวิจัยของรัฐ ที่มีต้นแบบในระดับภาคสนามแล้วมาต่อยอด ในลักษณะการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ (หมดเขตรับสมัคร)

       สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สนองพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการนำองค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทั้งจากภายในประเทศและต่างประเทศ มาส่งเสริมการพัฒนาความสามารถด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศไทย

กิจกรรมที่เกิดขึ้นในโครงการ

กิจกรรมทั้งหมด

การพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

     สนับสนุนให้นักเรียน นักศึกษา ครู และนักวิทยาศาสตร์ไทยได้ไปเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ ตลอดจนการศึกษาต่อใน สถาบันวิจัย สถาบันการศึกษาชั้นนำ ในประเทศต่างๆ เช่น CERN DESY GSI และทุนการศึกษาพระราชทานเพื่อศึกษาต่อในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก

กิจกรรมทั้งหมด

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อการวิจัย

     สร้างความร่วมมือกับหน่วยงานทางวิทยาศาสตร์ สถาบันวิจัยชั้นนำของโลก เพื่อให้นักวิทยาศาสตร์ไทยได้มีโอกาสร่วม ปฏิบัติการวิจัย  เช่น วิจัยขั้วโลก ความสัมพันธ์ ไทย-เซิร์น ความร่วมมือ ไทย-จูโน เป็นต้น 

กิจกรรมทั้งหมด

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการศึกษาและคุณภาพชีวิต

     สร้างโอกาสทางด้านการศึกษาให้แก่เยาวชนอย่างเท่าเทียมกันทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น ไอซีทีเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับชุมชนชายขอบ การติดตั้งระบบเซลล์แสงอาทิตย์ในสถาบันเทคโนโลยีกำปงสปือ ราชอาณาจักรกัมพูชาและการช่วยเหลือด้านการปฏิบัติการทดลองวิทยาศาสตร์ให้แก่โรงเรียนหลัก 67 สปป. ลาว เป็นต้น

กิจกรรมทั้งหมด

ไอทีเพื่อการศึกษาและพัฒนาผู้ด้อยโอกาส

     นำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการยกระดับคุณภาพชีวิต เพิ่มโอกาสทางการศึกษาแก่นักเรียนในชนบท และเพื่อพัฒนาผู้ด้อยโอกาส ได้แก่ คนพิการ เด็กป่วยในโรงพยาบาล ผู้ต้องขัง และเยาวชนในสถานพินิจฯ

กิจกรรมทั้งหมด

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย โปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) เปิด “โครงการสนับสนุนการทดสอบผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้ในสถานการณ์ COVID-19 (Fast Track: Medicine and Medical Device Fight COVID-19)” เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพได้มีโอกาสในการเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาให้สมบูรณ์โดยเร็ว โดยครอบคลุมการสนับสนุนในส่วนการทดสอบ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ เพื่อให้เกิดความมั่นใจในผลงานวิจัยว่าสามารถนำมาใช้แก้ปัญหาให้กับประเทศได้ทันสถานการณ์ ปลอดภัยในการใช้งาน และมีประสิทธิภาพ และเป็นฐานรากของงานวิจัยด้านการแพทย์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ในระยะยาวต่อไป โดย ไอแทป สวทช. จะสนับสนุนงบประมาณสูงสุดถึง 70% แต่ไม่เกิน 400,000 บาทต่อโครงการ

หากคุณคือ ผู้ประกอบการด้านยาแผนปัจจุบัน ยาสมุนไพร เครื่องมือแพทย์ ผลิตภัณฑ์ทางการการแพทย์ หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง สนใจที่จะเข้าร่วมโครงการฯ กรอกใบสมัครได้ที่ https://bit.ly/2VPmBlZ หรืออีเมล์ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. โดยตั้งหัวข้ออีเมล์นำหน้าด้วยคำว่า “COVID-19” เปิดรับสมัครถึง 30 ธันวาคม 2563 หรือจนกว่าจะครบตามจำนวน

For English-version news, please visit : BIOTEC-NSTDA introduces COVID-19 colorimetric LAMP detection assay

เทคนิคแลมป์ หรือ Loop-mediated isothermal amplification (LAMP) คือ เทคนิคที่สามารถเพิ่มปริมาณสารพันธุกรรมทั้ง DNA และ RNA ที่อุณหภูมิในช่วง 60-65 องศาเซลเซียส สามารถเพิ่มปริมาณสารพันธุกรรมได้ถึง 1000 ล้าน (10 ยกกำลัง 9) เท่า ภายในเวลา 1 ชั่วโมง เทคนิคแลมป์เป็นเทคนิคตรวจหาสารพันธุกรรมของตัวเชื้อ เช่นเดียวกับ เทคนิค PCR และ Realtime-PCR โดย LAMP มีความไวในการตรวจวัด (sensitivity) สูงกว่า PCR และอาจเทียบเท่า Realtime-PCR และเนื่องจาก LAMP มีความจำเพาะ (specificity) กับตัวเชื้อสูง มีขั้นตอนการตรวจไม่ยุ่งยาก ใช้งานง่าย และใช้เครื่องมือราคาไม่แพง เทคนิค LAMP จึงถูกนำมาพัฒนาและประยุกต์ใช้ในการตรวจหาเชื้อในผู้ป่วย หรือผู้ที่สงสัยว่ามีการติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรียอย่างต่อเนื่อง

ในปี 2563 มีเหตุการณ์ต่าง ๆ มากมายเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาฝุ่น PM2.5 หรือแม้กระทั่งไฟป่าที่ส่งผลกระทบต่อมนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ไม่น้อย แต่หนึ่งเหตุการณ์ที่มีผลกระทบกันทั้งโลกคงหนีไม่พ้น การระบาดของโรคอุบัติใหม่ ที่รู้จักกันดีในชื่อโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือไวรัสโควิด-19 ที่คร่าชีวิตของผู้คนทั่วโลกไปแล้วกว่า 8 หมื่นราย และส่งผลมหาศาลต่อระบบเศรษฐกิจและเปลี่ยนวิถีชีวิตประจำวันของผู้คนทั่วโลกเป็นอย่างมาก ประเทศไทยเป็นอีกประเทศหนึ่งที่กำลังเผชิญกับการระบาดของไวรัสโควิด – 19 ตัวเลขของผู้ติดเชื้อในประเทศไทยมีจำนวนกว่า 2,862 ราย เสียชีวิตแล้วกว่า 49 ราย (โดยข้อมูล ณ วันที่ 22 เมษายน 2563) ซึ่งจำนวนผู้ติดเชื้อรวมถึงผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องรับมือในการเฝ้าระวังผู้มีความเสี่ยงไม่ให้มีจำนวนเพิ่มขึ้น ทำให้บุคลากรทางการแพทย์ต้องทำงานอย่างหนัก

ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีเครื่องมือที่เข้ามาช่วยคัดกรองผู้มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อไวรัสโควิด - 19 เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ กรมควบคุมโรค สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พัฒนาแอปพลิเคชัน DDC-Care: ระบบติดตามและประเมินผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคติดเชื้อไวรัสโควิด – 19 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามและประเมินสุขภาพผู้ที่มีความเสี่ยงติดเชื้อโควิด -19 และเริ่มใช้งานจริงที่สถาบันบำราศนราดูรที่แรก เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยฝ่ายวิชาการ หลักสูตร และสื่อการเรียนรู้ (ACM) ขอเชิญชวนน้อง ๆ และผู้ปกครอง ใช้เวลาว่างในช่วงปิดเทอม และ work from home จากวิกฤตโรคระบาดของไวรัส COVID-19 โดย สวทช. ได้รวบรวมการทดลองสนุก ๆ ได้ความรู้ มาเสิร์ฟถึงบ้าน กับกิจกรรม Fun Science @Home by NSTDA ทางแฟนเพจ https://www.facebook.com/sciencecamp.fanpage/ และเว็บไซต์ https://www.nstda.or.th/sciencecamp/funscience ซึ่งทางเพจจะมีการโพสต์กิจกรรมการทดลองอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งจะเน้นกิจกรรมจากโครงการมหาวิทยาลัยเด็ก ประเทศไทย ที่มี 21 สถาบัน จากอาจารย์มหาวิทยาลัย และนักวิชาการ สวทช. สสวท. ที่ร่วมกันพัฒนากิจกรรม ซึ่งจะสร้างความสนุกสนาน ได้รับความรู้ และนำไปใช้ประโยชน์ได้ พร้อมทำเองกันที่บ้านกับครอบครัวได้ จึงขอเชิญชวนเข้าชมวิดีโอคลิปการทดลองสนุก ๆ ทางวิทยาศาสตร์ เช่น สไลม์บอลบีบบริหารมือ มหัศจรรย์ถ่านดูดซับ ความลับของผิวส้ม สารสีในใบไม้ บอลลูนอากาศร้อน โยเกิร์ตทำเอง พระอาทิตย์วาดรูป เป็นต้น

ใบหูเทียม หัวใจเทียมจากเนื้อเยื่อมนุษย์ คือผลงานความสำเร็จอันน่าทึ่งจากเทคโนโลยี การพิมพ์ 3 มิติ หรือ 3D printing’ นวัตกรรมคอมพิวเตอร์สมัยใหม่ของโลก ที่หลายคนอาจไม่คาดคิดว่าจะสามารถสร้างขึ้นได้จริงในห้องปฏิบัติการ แต่ในขณะเดียวกันท่ามกลางสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ทั่วโลก การพิมพ์ 3 มิติ เป็นเทคโนโลยีที่มีศักยภาพในการนำมาใช้ผลิต หน้ากากชนิดบังใบหน้า หรือ Face Shield’เพื่อเป็นเครื่องมือป้องกันนักรบเสื้อกาวน์ให้ปลอดภัยจากไวรัสมรณะ

 

Covid เราต้องรอด!

โครงการดีๆ สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการทดสอบผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ในสถานการณ์ Covid-19

ITAP สนับสนุนงบประมาณสูงสุดถึง 70% แต่ไม่เกิน 400,000 บาทต่อโครงการ

หากท่านเป็นผู้ประกอบการด้าน ยาแผนปัจจุบันและยาสมุนไพร เครื่องมือแพทย์ ผลิตภัณฑ์ทางการการแพทย์ หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง
สามารถกรอกใบสมัครเข้าร่วมโครงการกับเรา กรอกใบสมัคร

และส่งมาที่ Email: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.  โดยตั้งหัวข้อ Email นำหน้าด้วยคำว่า “COVID-19”

“โครงการโรงประลองต้นแบบทางวิศวกรรม (Fabrication Lab)” โดยการดำเนินงานของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ที่ได้สนับสนุนโรงเรียนและวิทยาลัยเทคนิครวม 150 แห่งทั่วประเทศ เพื่อมุ่งเสริมและพัฒนานวัตกร ด้วยการสนับสนุนเครื่องมือทางวิศวกรรมและวิทยาศาสตร์ เช่น เครื่องพิมพ์ 3 มิติ และเครื่องตัดเลเซอร์ แก่สถานศึกษาต่าง ๆ เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้พัฒนาทักษะทางด้านวิศวกรรม เกิดแนวคิดในการออกแบบ คิดค้น สร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม จนเกิดเป็นชิ้นงานที่สามารถตอบโจทย์แก้ไขปัญหาหรือช่วยเหลือสังคมในชุมชนของตนเองได้ และล่าสุดกลุ่มนวัตกรเครือข่าย FabLab ที่กระจายอยู่ทั่วภูมิภาคต่าง ๆ ได้นำองค์ความรู้ที่เกิดขึ้นและเครื่องมือทางวิศวกรรมในห้องปฏิบัติการ FabLab ร่วมใจกันพัฒนาโล่หน้ากากป้องกันเชื้อ (Face Shield) และกล่องป้องกันเชื้อกระจาย (Aerosol Box) มอบแก่บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ในการป้องกันและลดความเสี่ยงในขณะปฏิบัติงาน มุ่งมั่นเป็นส่วนหนึ่งเพื่อให้กำลังใจและเสริมความมั่นใจให้บุคลากรการแพทย์ไทยกับบทบาทนักรบแนวหน้าในวิกฤตโรคระบาด COVID-19

ดร.อ้อมใจ ไทรเมฆ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. เปิดเผยว่า โครงการโรงประลองต้นแบบทางวิศวกรรม (Fabrication Lab) เพื่อพัฒนาทักษะความเป็นนวัตกรแก่เด็กและเยาวชนไทย หรือ ‘FabLab’ เป็นโครงการภายใต้ Big Rock ที่มุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากรของประเทศให้มีความพร้อมในการเข้าสู่ไทยแลนด์ 4.0 โดยได้สนับสนุนเครื่องมือทางวิศวกรรมและวิทยาศาสตร์ต่าง ๆ ให้แก่สถานศึกษาจำนวน 100 โรงเรียน และ 50 วิทยาลัยเทคนิค เช่น 3D Printer (เครื่องพิมพ์ 3 มิติ), Laser Cutter (เครื่องตัดเลเซอร์) ภายใต้การควบคุมดูแลของอาจารย์พี่เลี้ยงจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ 10 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้เด็กและเยาวชนไทยได้พัฒนาทักษะด้านวิศวกรรม ส่งเสริมความเป็นนวัตกร เกิดแนวคิดในการออกแบบ คิดค้น สร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม จนเกิดเป็นชิ้นงานที่สามารถตอบโจทย์แก้ไขปัญหาหรือช่วยเหลือสังคมในชุมชนของตนเองได้ และล่าสุดกลุ่มนวัตกรเครือข่าย FabLab ที่กระจายอยู่ทั่วภูมิภาคต่าง ๆ ได้นำองค์ความรู้ที่เกิดขึ้นและเครื่องมือทางวิศวกรรมในห้องปฏิบัติการ FabLab มาพัฒนาเป็นอุปกรณ์โล่หน้ากากป้องกันเชื้อ COVID-19 (Face Shield) และกล่องป้องกันเชื้อกระจาย (Aerosol Box) เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยลดความเสี่ยงของบุคลากรการแพทย์และสาธารณสุขจากการติดเชื้อจากผู้ป่วย ป้องกันการฟุ้งกระจายของเชื้อจากผู้ป่วยสู่บุคลากรการแพทย์ โดยได้ส่งมอบให้แก่บุคลากรทางการแพทย์แล้วหลายพื้นที่ และกำลังประดิษฐ์เพื่อนำไปมอบให้กับโรงพยาบาลอื่น ๆ ต่อไป

ทีมวิศวกร งานสนับสนุนเทคนิค (TSS)  ศูนย์บริการวิเคราะห์ทดสอบ สวทช. (NCTC) ภายใต้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ สวทช. ได้จัดทำ 3D Outdoor Portable Upper Body Shields for ARI Clinic (3D Opubs (for ARI Clinic))  หรือ กล่องป้องกันด้านหน้าครึ่งบนร่างกายแบบเคลื่อนที่ได้สำหรับคลินิกตรวจคัดกรองผู้ป่วยติดเชื้อทางเดินหายใจฉับพลัน เพื่อเป็นตัวเสริมป้องกันให้กับบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อเสริมความมั่นใจ เมื่อ PPE (อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล) เริ่มขาดแคลน ซึ่งกล่อง 3D Opubs  สามารถลดการ expode ต่อแพทย์ในขณะที่ปฏิบัติงาน สามารถ sterile ได้ง่ายและสะดวกต่อการใช้งาน ได้เงินสนับสนุนจากการรวบรวมเงินของพนักงานศูนย์บริการวิเคราะห์ทดสอบ สวทช. (NCTC) และเพื่อนๆ โดยทีมวิศวกร ได้ปรับปรุงความแข็งแรงของโครงสร้างกล่องให้ต่างจากเดิมที่ใช้งานทั่วไป   โดยทีมวิศวกร ได้ออกแบบแต่ละด้านของแผ่นอะคริลิคให้เชื่อมต่อกันแบบจิ๊กซอร์ รวมถึงการเสริมอะคริลิคฉาก ยึดติดตามรอยต่อของแผ่น นอกเหนือไปจากการเพิ่มความหนาของแผ่นอะคริลิค ให้กับกล่อง 3D Opubs เพื่อเสริมความแข็งแรงทนต่อการกระแทกหรือแตกหัก รวมถึงการออกแบบแผ่นปิดช่องสอดมือให้ง่ายต่อการใช้งานและไม่เป็นอันตรายขณะใช้งาน



กล่อง 3D Opubs พัฒนาโดย NCTC

ซึ่งได้จัดทำขึ้นทั้งหมด 31 กล่อง ที่ได้ส่งมอบให้โรงพยาบาลต่างๆ แล้ว ได้แก่
1. โรงพยาบาลบางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา
2. โรงพยาบาลมหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา
3. โรงพยาบาลเสนา จ.พระนครศรีอยุธยา
4. โรงพยาบาลบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา
5. โรงพยาบาลสังฆราช จ.พระนครศรีอยุธยา
6. โรงพยาบาลผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา
7. โรงพยาบาลภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา
8. โรงพยาบาลชลประทาน จ. นนทบุรี
9. โรงพยาบาลโคกสำโรง จ. ลพบุรี
10. โรงพยาบาลหนองแค จ. สระบุรี
11 .โรงพยาบาลวิหารแดง จ สระบุรี
12. โรงพยาบาลน่าน จ. น่าน

ส่งมอบของให้โรงพยาบาลต่างๆ



ภาพการนำไปใช้งานที่จุดตรวจผู้ป่วย


 

         สวทช. รวบรวมตัวอย่าง งานวิจัยกินได้ มีประโยชน์ซึ่งเกิดจากการวิจัยพัฒนา หรือร่วมสนับสนุนผู้ประกอบการ เป็นอาหารทางเลือกเพื่อสุขภาพในยามต้องอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ หรือทำงาน Work from Home

For English-version news, please visit : MONICA: Brain training app for seniors

MONICA Cover

ในภาวะที่สิ่งต่างๆ รอบตัวหยุดชะงักจากผลกระทบการระบาดของโรคโควิด-19 นอกจากหลายคนต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตเป็นทำงานจากบ้าน (Work From Home) แล้ว กิจวัตรประจำวันทั้งการออกกำลังกาย งานอดิเรกของคนอีกหลายช่วงวัยยังคงสาละวนอยู่ไม่พ้นรั้วบ้านนัก คิดจะออกไปสวนสาธารณะใกล้บ้านก็ทำได้ยาก เพราะหลายสวนในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ก็ออกมาตรการปิดสวนเพื่อลดการทำกิจกรรมออกกำลังกายร่วมกับคนหมู่มาก

สิ่งแวดล้อมรอบตัวที่เปลี่ยนไป ส่งผลให้สภาพทางสังคมของหลายคนเปลี่ยนแปลงด้วย ยิ่งกินระยะเวลานานนับเดือน อาจเกิดความเครียดสะสมโดยไม่รู้ตัว ซึ่งจิตแพทย์ต่างมีคำแนะนำการปฏิบัติตัว ที่เน้นให้พยายามรักษากิจวัตรและตารางประจำให้เหมือนเดิมให้มากที่สุด หรืออาจลองทำกิจกรรมใหม่ๆ ในสภาพแวดล้อมใหม่ เช่น ฝึกร้องเพลง หรือฝึกกิจกรรมต่างๆ ผ่านแอปพลิเคชัน เป็นต้น

ในยุคที่ทุกคนสามารถท่องโลกอินเทอร์เน็ตได้เพียงปลายนิ้ว หนึ่งในวิธีที่จะช่วยผ่อนคลายความตึงเครียด สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะขึ้นในบ้านได้ อาจเป็นแค่วิธีง่ายๆ เพียงโหลดเกมดีๆ สักเกม ที่ทำให้ผู้คนทุกช่วงวัยในบ้านได้ฝึกสมองร่วมกัน โดยเฉพาะใน โอกาสวันผู้สูงอายุแห่งชาติ 13 เมษายนของทุกปี เวียนมาครบรอบอีกครั้ง

psychological-health-covid-Cover

คำพูดที่แซวๆ กันในโซเชียลมีเดียก็คือ คนส่วนใหญ่จะไม่ได้ป่วยเพราะโควิดหรอก แต่จะป่วยเป็นโรคประสาท เพราะความกังวลว่าจะติดโรคโควิด-19 นี่แหละ เป็นความจริง!

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความสับสนวุ่นวายจากเหตุการณ์ฉุกเฉินในภาวะวิกฤต ไม่น่าแปลกใจที่คนส่วนใหญ่จะเกิดความวิตกกังวล ประชาชนคนทั่วไปรับมือกับภาวะแบบนี้ได้ดีไม่เท่ากัน

นักจิตวิทยาแนะนำอะไรได้บ้างไหม?

บริษัท วี เชฟ ประเทศไทย จำกัด หรือ We Chef (Thailand) หนึ่งในสตาร์ทอัพผู้เข้าร่วมบ่มเพาะในโครงการบ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยี 2562 หรือ SUCCESS 2019 ของศูนย์พัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยี (BIC) ภายใต้ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี (TMC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

จากจุดเริ่มต้นในการพัฒนาแอปพลิเคชันจองช่องจอดขายอาหารในปั้มน้ำมันผ่านมือถือ หรือ Food Truck @PT Station จนปัจจุบันขยายไปสู่การจองช่องจอดรถขายอาหารตามหมู่บ้าน ตลาด และงานอีเว้นท์ต่าง ๆ (Food Truck @Home / Food Truck @Market / Food Truck on Event) ยกนิยาม ‘เปลี่ยนครัวที่บ้านให้เป็นงาน เปลี่ยนฝีมือทำอาหารให้เป็นเงิน’ ตอบโจทย์คนรักอาหารและอยากให้คนชิม โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลรูปแบบแอปพลิเคชันเข้ามาช่วยบริหารจัดการ สร้างรายได้และยกระดับผู้ประกอบการ

ด้วยมหาวิทยาลัยคอลเลจดับลิน (University College Dublin : UCD) สาธารณรัฐไอร์แลนด์ ได้ทูลเกล้าฯ ถวายทุนการศึกษาแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อพระราชทานให้แก่นักศึกษาที่มีคุณสมบัติตามข้อกำหนดของมหาวิทยาลัยไปศึกษาต่อระดับปริญญาโท หลักสูตร 1 ปี จำนวน 2 ทุน ดังรายละเอียดต่อไปนี้

ประกาศ สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ เรื่อง การรับสมัครบุคคลเพื่อคัดเลือกเป็นผู้อำนวยการ สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ

สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) โดยคณะอนุกรรมการสรรหาและคัดเลือกผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ กำลังประกาศรับสมัครบุคคลเพื่อคัดเลือกเป็น ผู้อำนวยการ สอวช. ผู้สนใจสามารถยื่นใบสมัครได้ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2563 ถึงวันที่ 8 พฤษภาคม 2563

ด้วยสำนักงานวิจัยแห่งชาติ (วช.) จะสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมตามความต้องการของประเทศที่สามารถแก้ไขปัญหาสำคัญและเร่งด่วนที่เกิดขึ้น ซึ่งผลการวิจัยและนวัตกรรมจะต้องมีเป้าหมายของผลผลิตและผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรม  สามารถนำไปใช้ประโยชน์และแก้ไขปัญหาได้จริงอย่างทันท่วงที โดยต้องเป็นข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรมเกี่ยวกับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID-19)) ในประเด็น 4 ประเต็นสำคัญ ดังนี้

  1. การวิจัยและพัฒนาหน้ากากอนามัย N95 เพื่อใช้ทางการแพทย์
  2. การวิจัยและพัฒนาชุดป้องกันส่วนบุคคลของบุคลากรการแพทย์ (Personal protective equipment (PPE) เช่น เสื้อกาวน์ป้องกันการติดเชื้อ (Surgical gown) และชุดป้องกันร่างกาย (Safety coverall) และอื่น ๆ
  3. การวิจัยและพัฒนาเครื่องช่วยหายใจ (Ventilators/Respirators)
  4. การวิจัยและพัฒพาระบบห้องและการปรับอากาศแรงดันลบ (Negative -pressure Facilities) และโรงพยาบาลสนาม

For English-version news, please visit : NANOTEC-NSTDA offers nanofinishing services to create additional value to local textiles

ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำเสนอบริการเคลือบสิ่งทอและตกแต่งสำเร็จเส้นใยสมบัติพิเศษ จาก “โรงงานต้นแบบถ่ายทอดเทคโนโลยีสิ่งทอนาโน” ชูจุดแข็งเทคโนโลยีนาโนกับการเคลือบ 5 สมบัติ ได้แก่ กลิ่นหอม ต้านยูวี ผ้านุ่มลื่น ยับยั้งแบคทีเรีย และสะท้อนน้ำ ในขั้นตอนเดียว ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนลูกค้าเป็น 2 เท่าในปี 2563 รับความต้องการสิ่งทอสมบัติพิเศษในตลาดใหม่

ดร.ภาวดี อังค์วัฒนะ รองผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า จากความต้องการสนับสนุนและยกระดับสิ่งทอพื้นเมืองในท้องถิ่นของไทยให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น ทำให้เกิด “โรงงานต้นแบบถ่ายทอดเทคโนโลยีสิ่งทอนาโน” ภายใต้การดำเนินงานของนาโนเทค สวทช. ที่เปิดให้บริการด้านการพัฒนาและเคลือบสิ่งทอให้มีคุณสมบัติพิเศษด้วยนาโนเทคโนโลยี โดยใช้องค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น นาโนเทคโนโลยี มาพัฒนาสูตรน้ำยาเคลือบและกระบวนการตกแต่งสำเร็จเส้นใยและสิ่งทอสมบัติพิเศษ 5 สมบัติ ได้แก่

ศูนย์พัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยี (BIC) ภายใต้ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี (TMC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ดำเนินโครงการบ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยี 2562 หรือ SUCCESS 2019 ที่มีผู้ประกอบการเทคโนโลยี และ Startup เข้าร่วมโครงการจำนวน 41 บริษัท เพื่อสร้างรากฐานความแข็งแรงให้องค์กรธุรกิจ ผ่านการเรียนรู้และกระบวนการบ่มเพาะต่าง ๆ เพื่อทำธุรกิจให้ยั่งยืน พร้อมโอกาสขยายตลาด ล่าสุดกับหนึ่งในผู้ประกอบการในโครงการ ‘แพลตฟอร์มทองหล่อ’ ที่ให้บริการตัดผมและเสริมความงามแบบครบวงจรนอกสถานที่ โดยช่าง Partners มืออาชีพ เข้าตานักลงทุน Angel Fund จำนวน 10 ล้าน เพื่อต่อยอดธุรกิจให้เติบโต และเข้าถึงใจของผู้ใช้บริการให้มากยิ่งขึ้น พร้อมระบุช่วงสถานการณ์ระบาดโควิด-19 ยอดใช้งานเติบโตสูงขึ้น

นางศันสนีย์ ฮวบสมบูรณ์ ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยี (BIC) สวทช. กล่าวว่า ศูนย์พัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยี (BIC) ภายใต้ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี (TMC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ดำเนินโครงการบ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยี (SUCCESS) เพื่อเป็น โครงการสำหรับผู้บริหารกิจการ เจ้าของธุรกิจเทคโนโลยี Startup ทั้งกิจการด้านซอฟต์แวร์ ไอที เทคโนโลยีต่าง ๆ รวมถึง เทคโนโลยีนาโน เทคโนโลยีชีวภาพ และเทคโนโลยีอื่น ๆ โดยดำเนินโครงการมาแล้วถึง 17 รุ่น เหมาะสำหรับผู้ประกอบการเทคโนโลยี และ Startup ที่ต้องการสร้างรากฐานให้องค์กรธุรกิจ สามารถเติบโต และขยายฐานลูกค้าได้อย่างมั่นคง ด้วยกระบวนการเรียนรู้และบ่มเพาะ อาทิ การวินิจฉัยธุรกิจ การพบที่ปรึกษาด้านธุรกิจและอื่น ๆ การอบรมในหัวข้อเทคนิคการเจรจาต่อรอง เทคนิคการขาย การสร้างภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ การสร้างพันธมิตรภาครัฐและภาคธุรกิจต่าง ๆ เพื่อความร่วมมือในการส่งเสริมการทำธุรกิจ การขยายตลาด เช่น การออกงานแสดงสินค้า การเข้าประกวดในเวทีต่าง ๆ และการเชื่อมโยงแหล่งสนับสนุนเงินทุนหรือร่วมลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ทราฟี่ฟองดูว์ (Traffy Fondue) จากแพลตฟอร์มที่ใช้ในการรับแจ้งข้อร้องเรียนและปัญหาเมือง ทั้งขยะล้น ฟุตปาธเป็นหลุมบ่อ ไฟฟ้าดับ ผ่านระบบไลน์แชทบอทเพื่อ ถาม-ตอบ ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ที่รวดเร็ว และยังส่งต่อข้อร้องเรียนไปยังผู้รับผิดชอบโดยตรง ทั้งเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เมื่อการแก้ปัญหาแล้วเสร็จ ระบบยังตอบกลับไปยังผู้แจ้งอีกด้วย

ระบบนี้รับแจ้งเรื่องจากประชาชนผ่านไลน์แชทบอท เหมือนคุยกับผู้รับผิดชอบเรื่องนั้นๆ โดยตรง ไม่ว่าจะแจ้งเรื่องอะไร ระบบแชทบอท จะถามว่า ท่านต้องการแจ้งเรื่องอะไร ท่านต้องการแจ้งพื้นที่ไหน ท่านมีรูปถ่ายหรือข้อมูลรายละเอียดไหม เป็นต้น ซึ่งที่ผ่านมาระบบได้พัฒนารองรับการแจ้งปัญหามาอย่างต่อเนื่องทั้งปัญหาเมือง ปัญหาการเผา ลดฝุ่นควัน ตลอดจนล่าสุดปัญหาสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ทีมวิจัยก็พร้อมประยุกต์ให้ระบบรองรับการแจ้งได้

ดร.วสันต์ ภัทรอธิคม หัวหน้าทีมวิจัยระบบขนส่งและจราจรอัจฉริยะ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าเวลานี้มีความพยายามสกัดกั้นโรคโควิด-19 ระบาดกันทุกวิถีทาง ทีมวิจัยจึงประยุต์ใช้ให้ Traffy Fondue ทำงานสนองกับสถานการณ์ โดยกระทรวงมหาดไทย (มท.) ต้องการทราบว่าคนที่มีความเสี่ยงกับโรคโควิด-19 เดินทางกลับมายังภูมิลำเนามีอยู่ที่ใดบ้าง เพื่อช่วยเจ้าหน้าที่ในการคัดกรองคนที่เดินทางกลับบ้านต่างจังหวัดและมาจากพื้นที่เสี่ยงและพื้นที่กรุงเทพมหานครที่มีการระบาดอยู่มากที่สุด ให้คนเหล่านั้นต้องมีส่วนรับผิดชอบสังคม โดยต้องกักตัวเองตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข

ดร.วสันต์ ภัทรอธิคม หัวหน้าทีมวิจัยระบบขนส่งและจราจรอัจฉริยะ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค)
ดร.วสันต์ ภัทรอธิคม หัวหน้าทีมวิจัยระบบขนส่งและจราจรอัจฉริยะ
ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค)

เมื่อประชาชนเพิ่มเพื่อนในไลน์ (LINE) โดยพิมพ์ @traffyfondue ก็จะเป็นไลน์แชทบอท ให้แจ้งเมื่อพบว่ามีคนกลับมาภูมิลำเนาที่อาจมาจากพื้นที่เสี่ยง ระบบนี้จะแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองพื้นที่ เข้าไปตรวจสอบและเมื่อตอบสอบเสร็จ เจ้าหน้าที่จะตอบกลับไปยังผู้แจ้งว่าได้ดำเนินการตรวจสอบ บุคคลหรือกลุ่มเสี่ยงเหล่านั้นแล้ว ไปยังผู้แจ้ง โดยฐานข้อมูลเหล่านี้จะถูกส่งไปยังกระทรวงมหาดไทย เพื่อรวบรวมไปให้ผู้เกี่ยวข้องนำไปติดตามและป้องกันโรคในแต่ละพื้นที่ตามขั้นตอนที่ถูกต้อง

ตามที่ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่ชาติ (สวทช.) ได้ดำเนินโครงการเร่งการเติบโตของผู้ประกอบการเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมอาหาร (Food Accelerate) ประจำปี 2563 นั้น

บัดนี้ คณะกรรมการคัดเลือกผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการเร่งการเติบโตของผู้ประกอบการเทคโนโลยี ในอุตสาหกรรมอาหาร (Food Accelerate) ประจำปี 2563 ได้ดำเนินการคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงขอประกาศรายชื่อผู้ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 14 ราย ดังเอกสารดาวน์โหลด

ทั้งนี้ ขอให้ผู้มีรายชื่อที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการฯ ตามเอกสาร ดำเนินการยืนยันสิทธิ โดยแจ้งยืนยันผ่านทางอีเมล This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.  และให้ระบุว่า "แจ้งยืนยันสิทธิ Food Accelerate" ภายในวันที่ 10 เมษายน 2563 หากไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดจะถือว่าสละสิทธิ์การเข้าร่วมโครงการฯในครั้งนี้

รวมบทความ จากสื่อต่างๆ



ไบโอเทค สวทช. ดึงโนว์ฮาว ‘ไวรัสสุกร’ สู้โรคโควิด

แล็บไบโอเทค สวทช. สั่งสมความรู้เชิงลึก-ความเชี่ยวชาญด้านไวรัสก่อโรคในสัตว์เศรษฐกิจ มุ่งรับมือการเกิดโรคอุบัติใหม่และอุบัติซ้ำที่สร้างความเสียหายให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ เผยต่อยอดทักษะความรู้ช่วยแก้ปัญหาโรคโควิด อาทิ การพัฒนาวัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกัน (เผยแพร่ 8 พฤษภาคม 2563)



‘รังสียูวี’ ฆ่าโควิดบนหน้ากาก ‘ไบโอเทค’ทดสอบใช้ซ้ำปลอดภัย

จากการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ ที่ก่อโรคโควิด-19 นับเป็นภัยคุกคามสร้างความหวาดวิตกแก่ประชาชนอย่างมาก และการระบาดยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลงง่ายๆ ยิ่งทำให้เกิดการขาดแคลนหน้ากากอนามัยขั้นวิกฤติ เนื่องจากหน้ากากอนามัยแบบธรรมดาที่ใช้ทางการแพทย์ และ N95 ถือเป็นสิ่งจำเป็นที่ใช้ในการป้องกันการติดเชื้อที่แพร่ผ่านละอองฝอยในอากาศ (เผยแพร่ 2 เมษายน 2563)



สำรวจความก้าวหน้าในการพัฒนาวัคซีนทั่วโลก ระยะเวลาและโอกาสที่ไทยจะได้รับวัคซีน COVID-19

ท่ามกลางความหวาดวิตกจากสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ซึ่งตัวเลขผู้ติดเชื้อทั่วโลกกำลังจะแตะหลักล้านในไม่ช้า แสงสว่างเล็กๆ ตรงปลายอุโมงค์ที่พอจะเป็นความหวังให้กับมวลมนุษยชาติได้ ย่อมฝากไว้ที่ ‘วัคซีน’ ซึ่งเป็นทางรอดเดียวที่จะต่อสู้กับไวรัสมรณะนี้ ทว่าคำถามก็คือ นับจนถึงวันนี้ การพัฒนาวัคซีนก้าวหน้าไปถึงไหนแล้ว และหากประสบความสำเร็จ คนไทยจะมีโอกาสได้ใช้วัคซีน COVID-19 เมื่อไร (เผยแพร่ 1 เมษายน 2563)



ไวรัสสายพันธุ์อิตาลีดุกว่าสายพันธุ์เอเชียจริงหรือ?

หลังจากมีข้อมูลเผยแพร่ในโลกออนไลน์ว่า สาเหตุที่ทำให้การระบาดของโรค COVID-19 ในอิตาลีมีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก อาจมีความเป็นไปได้ที่ไวรัสโคโรน่าในอิตาลี เป็นเชื้อสายพันธุ์ที่ดุร้ายกว่าประเทศอื่นในเอเชีย ล่าสุดเฟซบุ๊กแฟนเพจ 'Virology and Cell Technology Lab - BIOTEC' ได้เผยแพร่บทความ 'ไวรัสสายพันธุ์อิตาลีดุกว่าสายพันธุ์เอเชีย : ความจริง หรือ ความเห็น?' (เผยแพร่ 23 มีนาคม 2563)




นักไวรัสวิทยาเตือนอย่าตระหนก ไวรัสกลายพันธุ์เป็นเรื่องปกติ

ความ 'ไม่สมเหตุสมผล' ของข้อสรุปเกี่ยวกับการกลายพันธุ์ของ 'ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่' เป็น S type และ L type สายพันธุ์รุนแรง (เผยแพร่ 6 มีนาคม 2563)




วิเคราะห์เจาะลึก โควิด-19 กับนักไวรัสวิทยาชาวไทย

ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าการระบาดจะก้าวเข้าสู่ระดับการระบาดใหญ่ (Pandemic) หรือไม่ ขณะที่ประเทศไทยประกาศให้โควิด-19 เป็นโรคติดต่ออันตราย ลำดับที่ 14 เพื่อยกระดับมาตรการเฝ้าระวังที่เข้มข้นมากขึ้น แต่ท่ามกลางการระบาดที่ยังคงลุกลามอย่างรุนแรง ประชาชนจำนวนไม่น้อยยังไม่รู้จักและเข้าใจเกี่ยวกับโรค โควิด-19 อย่างแท้จริง (เผยแพร่ 3 มีนาคม 2563)



5 คำถามไขปริศนาไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่กับนักไวรัสวิทยาแถวหน้าของเมืองไทย

สถานการณ์การระบาดของ ‘COVID-19’ ในประเทศจีน และอีกหลายประเทศทั่วโลกขณะนี้ นับเป็นภัยคุกคามที่สร้างความหวาดวิตกแก่ประชาชนอย่างมาก ซึ่งการระบาดยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลงง่ายๆ ประกอบกับข่าวลือและข่าวลวงที่ถาโถมบนโลกออนไลน์ ยิ่งสร้างข้อสงสัยและความตื่นตระหนกให้แก่ผู้คนจำนวนมาก (เผยแพร่ 26 กุมภาพันธ์ 2563)

สัมภาษณ์ ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา จากรายการโทรทัศน์



“ถอดรหัส” สายพันธุ์ “โควิด-19” ประเทศไทย

พบกับเรื่องราวของสายพันธุ์ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในประเทศไทย และประเมินความน่าจะเป็นต้นตอของไวรัสร้ายตัวนี้ โดยดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา ผอ.วิจัยกลุ่มนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการ ไบโอเทค สวทช. และ ผศ.นพ.ปกรัฐ หังสสูต หน่วยไวรัสวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 
ชมย้อนหลังรายการพิเศษ "ตอบโจทย์ COVID-19" (เผยแพร่ 13 เมษายน 2563)



COVID-19 อยู่ได้ในสิ่งแวดล้อมนานถึง 20 วันจริงหรือ?

รายการไทยสู้โควิด-19
สถานีโทรทัศน์ ThaiPBS
ออกอากาศ 1 เมษายน 2563



คลอรีนในสระว่ายน้ำช่วยฆ่าเชื้อ COVID-19 ได้หรือไม่ ?

สถานีโทรทัศน์ ThaiPBS
ออกอากาศ 16 มีนาคม 2563



ไขข้อข้องใจไวรัส “โควิด-19” กลายพันธุ์

ข่าวค่ำ MCOT HD-30
ออกอากาศ 11 มีนาคม 2563



รู้ รับมือ โควิด-19

รายการบ่ายโมงตรงประเด็น ThaiPBS
ออกอากาศ 6 มีนาคม 2563

(นาทีที่ 12.25 – 18.26)



แหล่งแพร่ระบาดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019

รายการ ชัวร์ก่อนแชร์ FACTSHEET MCOT HD-30
ออกอากาศ 8 กุมภาพันธ์ 2563



จุดอ่อน..จุดตายของเชื้อไวรัสโคโรนาฯ

รายการ ชัวร์ก่อนแชร์ FACTSHEET MCOT HD-30
ออกอากาศ 6 กุมภาพันธ์ 2563

ทราบกันดีแล้วว่าโรค COVID-19 ที่กำลังระบาดรุนแรงทั่วโลกขณะนี้ เกิดจากเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 ซึ่งเป็นไวรัสโคโรนาที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ซึ่งโรค COVID-19 มีสัญญาณการแสดงออกของโรคที่กว้างมาก โดยมีทั้งผู้ป่วยที่อาการรุนแรง มีอาการไม่รุนแรงเหมือนเป็นไข้หวัดทั่วไป หรืออาจไม่มีอาการเลย ที่สำคัญคือเชื้อไวรัสสามารถแพร่กระจายได้ง่ายจากคนสู่คนผ่านฝอยละอองที่เกิดจากการไอ จาม หรือการสัมผัสกับสารคัดหลั่งของผู้ป่วยที่ติดอยู่ตามพื้นผิวต่างๆ

COVID-19

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ขอเชิญผู้ประกอบการในรูปแบบนิติบุคคลเข้าร่วมโครงการ “กิจกรรมสนับสนุนเพื่อเร่งการนำผลงานวิจัยมาใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉินต้านภัยไวรัสโควิด-19 (Research Gap Fund fights COVID-19)” โดยจะเปิดรับข้อเสนอโครงการที่รับถ่ายทอดผลงานวิจัยหรือทรัพย์สินทางปัญญาของมหาวิทยาลัยของรัฐหรือสถาบันวิจัยของรัฐ ที่มีต้นแบบในระดับภาคสนามแล้วมาต่อยอด ในลักษณะการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ ที่สามารถนำไปผลิตเพื่อใช้งานในการป้องกันหรือแก้ไขปัญหาในสถานการณ์ฉุกเฉินไวรัสโควิด-19 โดยผ่านกระบวนการออกแบบและพัฒนาต้นแบบเพื่อให้ได้ตามมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ ดำเนินการวิเคราะห์ทดสอบจากหน่วยงานวิเคราะห์ทดสอบที่น่าเชื่อถือ รวมถึงสามารถดำเนินการได้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือน นับจากวันหลังลงนามในสัญญารับทุน โดยโครงการจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายไม่เกินหรือเท่ากับ 75% ต่อโครงการ ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถดาวน์โหลดเอกสารเพื่อศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม โดยสแกนตาม OR Code นี้ หรือคลิก https://www.nstda.or.th/th/230-nstda-services/research-gap-fund/13096-rgf-fights-covid19 ภายใน 20 เมษายน 2563 นี้เท่านั้น

สวทช. ร่วมกับ กรมควบคุมโรค สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในการพัฒนาแอปพลิเคชัน DDC-Care โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามและประเมินสุขภาพผู้ที่มีความเสี่ยงติดเชื้อโควิด -19 ซึ่งจะต้องกักตัวเองอยู่ภายในที่พักอาศัยเป็นระยะเวลา 14 วัน ซึ่งกรมควบคุมโรคจะประเมินความเสี่ยงจากข้อมูลสุขภาพที่ได้จากระบบ เพื่อให้คำแนะนำและช่วยเหลือได้ทันท่วงทีเมื่อมีอาการ ทั้งนี้ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่

กลุ่มที่ 1 - กลุ่มผู้ป่วยที่มาตรวจที่โรงพยาบาล และโรงพยาบาลพิจารณาว่าเป็นผู้ที่มีความเสี่ยง  จะได้รับคำแนะนำให้ติดตั้งแอปพลิเคชัน DDC-Care

กลุ่มที่ 2  ผู้ป่วยที่เดินทางเข้ามาตรวจและผลตรวจออกเป็น Positive กลุ่มผู้ที่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยจะต้องได้รับการติดตั้งแอปพลิเคชัน DDC-Care ด้วย

ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ (NSD) หน่วยงานภายใต้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ สถาบันวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพและวิศวกรรมพันธุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พัฒนาและทดสอบ นวัตกรรมหุ่นยนต์ฆ่าเชื้อโรคด้วยแสงยูวี หรือ “Germ Saber Robot” ซึ่งเป็นหุ่นยนต์ทำหน้าที่ฆ่าเชื้อก่อโรคโควิด-19 ด้วยแสงยูวี (UV) สามารถเข้าถึงการฆ่าเชื้อโรคในพื้นที่เฉพาะและจุดเสี่ยงโรคต่างๆ ได้ดี เนื่องจากระหว่างการฆ่าเชื้อโรค พื้นที่เหล่านั้นจะต้องปลอดคน เพราะการใช้แสงยูวีแม้จะสามารถฆ่าเชื้อโรคได้ดี แต่ต้องระมัดระวังหากนำไปใช้ไม่ถูกวิธีอาจเป็นอันตรายต่อมนุษย์ได้


ดร.ศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรม
ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ (NSD)

ดร.ศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรม ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ (NSD) สวทช. เปิดเผยว่า หุ่นยนต์ฆ่าเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19 ด้วยแสงยูวี หรือ “Germ Saber Robot” ที่พัฒนาขึ้นนี้ประกอบด้วยหลอดยูวี-ซี (UV-C ) ขนาดพลังงานรวม 300 วัตต์ พร้อมชุดควบคุมไฟ มีความพิเศษตรงที่สามารถบังคับให้ขับเคลื่อนไปยังจุดต่างๆ ผ่านอุปกรณ์ควบคุม “รีโมตคอนโทรล” เพื่อสั่งการให้หุ่นยนต์เดินหน้า ถอยหลัง เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวาและหมุนตัวแบบ 360 องศา เพื่อประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรคทุกสภาพพื้นที่

For English-version news, please visit : Two mobile applications supporting the fight against COVID-19

1 เมษายน 2563 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พัฒนาแพลตฟอร์ม DDC-Care: ระบบติดตามและประเมินผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคติดเชื้อ COVID-19 และ Traffy Fondue (ทราฟฟี่ฟองดูว์) แอปพลิเคชันแจ้งและติดตามปัญหาเมือง โดยมี ดร.จุฬารัตน์ ตันประเสริฐ รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

พร้อมด้วยทีมนักวิจัยจาก สวทช. ได้แก่ ดร.อนันต์ลดา โชติมงคล นักวิจัยศูนย์วิจัยเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกและเครื่องมือแพทย์ (A-MED) สวทช. ดร.นัยนา สหเวชชภัณฑ์ นักวิจัยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สวทช. และ ดร.วสันต์ ภัทรอธิคม หัวหน้าทีมวิจัยระบบขนส่งและจราจรอัจฉริยะ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สวทช. ร่วมสาธิตและเผยแพร่ผลงาน

For English-version news, please visit : NSTDA’s hornbill nest restoration project helps conserving this vulnerable species

COVER SCI UPDATE : วิกฤตินกเงือกไร้โพรงรัง สวทช. หนุนซ่อม หวังเพิ่มโอกาสขยายพันธุ์นกเงือก

สวทช. หนุนซ่อม ‘โพรงรัง’ หวังเพิ่มโอกาสขยายพันธุ์นกเงือก

ป่าฮาลา–บาลา ขึ้นชื่อว่าเป็นดินแดนของ ‘นกเงือก’ อัญมณีแห่งแดนใต้ที่นักดูนกหลายคนเฝ้าใฝ่หา เพราะผืนป่าแห่งนี้สามารถพบนกเงือกได้มากถึง 10 ชนิด จาก 13 ชนิด ที่พบในประเทศไทย รวมทั้งยังพบนกเงือกหายาก เช่น นกชนหิน นกเงือกปากย่น และนกเงือกหัวหงอก หากแต่ว่าปัจจุบันแม้ป่าฮาลา–บาลา จะเป็นถิ่นอาศัยที่มีความอุดมสมบูรณ์ แต่นกเงือกยังอยู่ในภาวะวิกฤติ เพราะไม่เพียงถูกล่าเพื่อนำลูกไปขาย หากยังต้องเผชิญอุปสรรคมากมายในการทำรัง โดยเฉพาะ ‘การขาดแคลนโพรงรัง’ หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประชากรนกเงือกลดลง

For English-version news, please visit : BIOTEC-NSTDA and University of Kent to develop a novel microalgal-based platform for combating shrimp viral diseases

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ร่วมกับ University of Kent พัฒนาวิธีการที่เกี่ยวข้องกับการใช้สาหร่ายเซลล์เดียว (microalgal-based platform) เพื่อการป้องกันโรคในอุตสาหกรรมการเลี้ยงกุ้งในประเทศไทย และประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยได้รับการสนับสนุนทุนวิจัย International Collaboration Awards 2019 จาก The Royal Society ภายใต้กรอบความร่วมมือ Global Challenges Research Fund (GCRF) สหราชอาณาจักร เป็นจำนวน 9 ล้านบาท ตั้งเป้านำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในการป้องกันการเกิดโรคตัวแดงดวงขาว และโรคหัวเหลืองได้ทั้งในประเทศไทยและระดับภูมิภาคอาเซียน

ในปี พ.ศ. 2562 รายงานจากสมาคมกุ้งไทยแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยสามารถผลิตกุ้งเลี้ยงประมาณ 290,000 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่าประมาณ 48,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าการส่งออกสูงที่สุดของประเทศ อย่างไรก็ดี อุตสาหกรรมการเลี้ยงกุ้งได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องจากจากการระบาดของโรคต่าง ๆ สร้างความสูญเสียมากถึง 60% ของผลผลิตในประเทศ และยังส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการเลี้ยงกุ้งในประเทศเพื่อนบ้านอีกด้วย การติดเชื้อไวรัสถือเป็นสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดการสูญเสียอย่างรุนแรงทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการระบาดของโรคตัวแดงดวงขาว (White Spot Syndrome Virus - WSSV) และโรคหัวเหลือง (Yellow Head Virus-YHV) และข้อมูลจากกรมประมงเมื่อไม่นานมานี้พบว่า ยังคงมีการระบาดของไวรัสดังกล่าวอยู่อย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน

กระทรวง อว. ผนึกพันธมิตร หนุนสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศรับมือโควิด-19 ด้วยนวัตกรรมการเรียนการสอนออนไลน์ ล่าสุดผนึกบนแพลตฟอร์มระดับโลกจากไมโครซอฟท์ให้นักศึกษาไทยทั่วประเทศ 2 ล้านคนใช้ฟรี ด้านหัวเว่ยมอบสิทธิส่วนลดโทรศัพท์มือถือ-แท็บเล็ต 10% สำหรับนักศึกษา พร้อมเดินหน้าหารือค่ายมือถือยักษ์ใหญ่ในเมืองไทย จัดโปรโมชั่นโมบายดาต้าราคาย่อมเยา สนับสนุนนักศึกษาเรียนออนไลน์

ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 ขยายวงกว้างขึ้นทั่วโลก กระทรวง อว. ได้เล็งเห็นถึงความปลอดภัยที่เกิดขึ้นต่อนิสิต นักศึกษา บุคลากร และประชาชนที่เกี่ยวข้องกับสถาบันอุดมศึกษา จึงมีการวางมาตรการในการรองรับสถานการณ์โควิด-19 ในส่วนของการดูแลนิสิต นักศึกษาของมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ โดยให้มีการเรียนการสอนผ่านออนไลน์ 100% เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสในพื้นที่สาธารณะและสถานศึกษา ล่าสุด กระทรวง อว. ร่วมมือกับบริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) โดยในการนำนวัตกรรมในการยกระดับการเรียนการสอนออนไลน์ โดยการใช้เครื่องมือเฉพาะทางแบบครบวงจรอย่าง แอปพลิเคชัน ไมโครซอฟท์ ทีมส์ กับบริการไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ 365 เอ 1 (Microsoft Office 365 A1) บนแพลตฟอร์มระดับโลกจากไมโครซอฟท์รองรับการใช้งานบนระบบคลาวด์แบบไม่จำกัดจำนวนผู้ใช้ เพื่อให้มหาวิทยาลัยทั้ง 150 แห่ง และนิสิต นักศึกษาอีก 2 ล้านกว่าคน ได้ใช้โปรแกรมไมโครซอฟท์ ทีมส์ ในการเรียนการสอนออนไลน์ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการใช้ซอฟต์แวร์ และนำมาใช้เป็นแพลตฟอร์มหลักสำหรับการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัย ซึ่งจะช่วยยกระดับให้การศึกษานอกสถานที่เป็นไปในรูปแบบที่มากกว่าการประชุมทางไกลผ่านวิดีโอทั่วไป

For English-version news, please visit : Germ Saber Robot: An ultraviolet (UV) sterilization robot

ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ (NSD) หน่วยงานภายใต้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ สถาบันวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพและวิศวกรรมพันธุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พัฒนาและทดสอบ นวัตกรรมหุ่นยนต์ฆ่าเชื้อโรคด้วยแสงยูวี หรือ “Germ Saber Robot” ซึ่งเป็นหุ่นยนต์ทำหน้าที่ฆ่าเชื้อก่อโรคโควิด-19 ด้วยแสงยูวี (UV) สามารถเข้าถึงการฆ่าเชื้อโรคในพื้นที่เฉพาะและจุดเสี่ยงโรคต่างๆ ได้ดี เนื่องจากระหว่างการฆ่าเชื้อโรค พื้นที่เหล่านั้นจะต้องปลอดคน เพราะการใช้แสงยูวีแม้จะสามารถฆ่าเชื้อโรคได้ดี แต่ต้องระมัดระวังหากนำไปใช้ไม่ถูกวิธีอาจเป็นอันตรายต่อมนุษย์ได้

ดร.ศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรม ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ (NSD) สวทช. เปิดเผยว่า หุ่นยนต์ฆ่าเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19 ด้วยแสงยูวี หรือ “Germ Saber Robot” ที่พัฒนาขึ้นนี้ประกอบด้วยหลอดยูวี-ซี (UV-C ) ขนาดพลังงานรวม 300 วัตต์ พร้อมชุดควบคุมไฟ มีความพิเศษตรงที่สามารถบังคับให้ขับเคลื่อนไปยังจุดต่างๆ ผ่านอุปกรณ์ควบคุม “รีโมตคอนโทรล” เพื่อสั่งการให้หุ่นยนต์เดินหน้า ถอยหลัง เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวาและหมุนตัวแบบ 360 องศา เพื่อประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรคทุกสภาพพื้นที่  “รังสีอัลตราไวโอเล็ตหรือแสง UV เป็นสเปกตรัมของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในช่วง 10 นาโนเมตรถึง 400 นาโนเมตร ซึ่งมีความถี่ที่สูงกว่าที่ตาเรามองเห็นได้ โดยหุ่นยนต์ “Germ Saber Robot” ที่พัฒนาขึ้นนี้ ใช้แสง UV-C (ความยาวคลื่นอยู่ในย่านความถี่ประมาณ 250 นาโนเมตร) เป็นแสง UV ที่มีประสิทธิภาพสูงในการกำจัดสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กหรือเชื้อโรคต่างๆ ที่ความยาวคลื่นนี้แสง UV จะทำลายดีเอ็นเอของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กอย่างไวรัส, แบคทีเรีย, เชื้อราและเชื้อโรคชนิดต่างๆ หยุดยั้งประสิทธิภาพในการแพร่พันธุ์และฆ่าพาหะเหล่านี้ในที่สุด การนำหุ่นยนต์ฆ่าเชื้อโรคก่อโรคโควิด-19 ด้วยแสงยูวี หรือ UV “Germ Saber Robot” มาใช้ประโยชน์ในช่วงที่ประเทศไทยมีการระบาดของโรคโควิด-19 จะช่วยให้สถานที่ต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายจากน้ำยาฆ่าเชื้อ ช่วยลดการตกค้างหรือปนเปื้อนของสารเคมีในน้ำยาฆ่าเชื้อ ที่สำคัญหุ่นยนต์ฆ่าเชื้อโรคสามารถฆ่าละอองฝอยของเชื้อที่ลอยในอากาศได้ และยังสามารถใช้ฆ่าเชื้อบนพื้นผิวของอุปกรณ์เฉพาะ เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์การแพทย์ ที่ไม่สามารถโดนน้ำหรือน้ำยาเคมีได้ เป็นต้น”

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ (NSD) ร่วมกับ สถาบันวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพและวิศวกรรมพันธุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พัฒนาและทดสอบนวัตกรรมหุ่นยนต์ฆ่าเชื้อโรคด้วยแสง UV “Germ Saber Robot” คือ หุ่นยนต์ทำหน้าที่ฆ่าเชื้อโรคด้วยแสง UV เหมาะสำหรับการใช้งานในพื้นที่ต่าง ๆ ในช่วงเวลาที่ไม่มีคนอยู่ แทน / เสริมการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ โดยสามารถควบคุมหุ่นยนต์ให้เคลื่อนที่ไปฆ่าเชื้อในจุดต่าง ๆ จุดละประมาณ 15 – 30 นาที และขยับไปโดยรอบ สำหรับเวอร์ชันนี้ ขับเคลื่อนด้วยการเข็นไปยังจุดต่าง ๆ โดยผู้ใช้
- ประหยัดน้ำยาฆ่าเชื้อที่อาจมีการขาดแคลน
- ลดการตกค้าง / ปนเปื้อนของสารเคมี / น้ำยาฆ่าเชื้อ
- ใข้งานได้กับพื้นที่ / อุปกรณ์ที่ไม่สามารถโดนน้ำ หรือน้ำยาเคมีได้ เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ / การแพทย์
- สามารถฆ่าเชื้อละอองที่ลอยในอากาศได้

เพื่อช่วยบรรเทาภัยจากสถานการณ์ไวรัส Covid-19 ระบาดขณะนี้ และในภาวะที่มีการขาดแคลนแอลกอฮอล์และน้ำยาฆ่าเชื้อโรค โดยมีการวางแผนนำไปทดสอบใช้งานที่ รพ. จุฬาฯ และหน่วยงานต่าง ๆ สำหรับหน่วยงาน ผู้ที่สนใจให้ผลิต หรือนำไปทดลองใช้งานติดต่อได้ที่ ดร.ศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรม ผอ.ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ โทร. 02-564-7000

ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้จัดทำวารสารวิชาการ "Unisearch Journal" โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ผลงานวิจัย ผลงานทางวิชาการ ภายใต้โครงการวิจัย โครงการบริการวิชาการ และงานที่ปรึกษาที่ดำเนินการผ่านศูนย์บริการวิชาการฯ ของคณาจารย์และนักวิจัยของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อันเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาสังคมและประเทศชาติให้กระจายไปสู่สังคมทุกภาคส่วนอย่างแพร่หลาย และเพื่อเป็นช่องทางให้สามารถนำผลการศึกษา ต่างๆไปใช้ประโยชน์ได้อย่างจริงจริง โดยมีกำหนดเผยแพร่เป็นราย 4 เดือนต่อปี

เว็บไซต์ : http://www.journal.unisearch.chula.ac.th/th

Download ไฟล์ความละเอียดสูง

“ไข่แมงดา” ที่ขึ้นชื่อว่าหอมมัน เคี้ยวอร่อย คือหนึ่งในเมนูอาหารทะเลที่ได้รับความนิยมอย่างมาก สามารถนำมาทำเมนูได้หลากหลาย โดยจะกินแบบเผากับน้ำจิ้มซีฟู้ด หรือนำมาทำเป็นยำไข่แมงดาก็ถูกปากคอซีฟู้ด แต่รู้หรือไม่ว่าในความอร่อยนั้นยังแฝงไปด้วยพิษภัยอันตราย โดยในแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตจากการรับประทานแมงดาที่มีพิษอยู่ไม่น้อย

ล่าสุดมีข่าวสาววัยกลางคนในจังหวัดสระแก้ว ซื้อไข่แมงดาจากตลาดเพื่อมาประกอบอาหารรับประทานในครอบครัว ภายหลังรับประทานไปได้ไม่นาน เกิดอาการปากชา มือเท้าชา หายใจลำบาก ต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลและเสียชีวิตในเวลาต่อมา แพทย์ระบุเหตุจากพิษของไข่แมงดาที่รับประทานเข้าไปโดยไม่ทราบว่ามีพิษ

For English-version news, please visit : MHESI announces COVID-19 action plans

13 มีนาคม 2563 ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ประชุมร่วมกับคณบดีคณะแพทยศาสตร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลโรงเรียนแพทย์ทุกแห่งทั่วประเทศ คณะแพทยศาสตร์ และโรงพยาบาลโรงเรียนแพทย์ในสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษาฯ เพื่อเตรียมความพร้อมของ อว. รองรับสถานการณ์การระบาด COVID-19 ในสถานการณ์ในแต่ละระดับ หลังจากที่องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ได้ประกาศยกระดับสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด -19 ให้เป็นโรคระบาดที่แพร่กระจายไปทั่วโลก (Pandemic) ทำให้แต่ละประเทศต้องเร่งหาแนวทางและมาตรการสำหรับรับมือให้เข้มข้นมากขึ้น โดยประเทศไทยเองก็มีความพยายามในการดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อลดอัตราการแพร่กระจายของโรค

ดร. สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า “ในภาวะการระบาดที่อาจจะยืดเยื้อยาวนาน ทำให้เราต้องวางแผนรับมือในระยะยาว เพื่อลดความตื่นตระหนกของคนในสังคม และสร้างความเชื่อมั่น ด้วยการเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ ทั้งในแง่การติดตามและตรวจสอบกลุ่มเสี่ยง การบริหารจัดการวัสดุอุปกรณ์รวมไปถึงสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต โดยอาศัยความร่วมมือจากพันธมิตรทุกภาคส่วน เช่น หน่วยงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) หน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมควบคุมโรค โรงพยาบาลและโรงเรียนแพทย์ในสังกัด อว. กลุ่มสมาคมภาคเอกชน ประกอบไปด้วย กลุ่มอุตสาหกรรมผู้ผลิตเครื่องมือแพทย์และสุขภาพ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมการค้าเฮลท์เทคไทย สมาคมการค้าเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการเทคโนโลยีรายใหม่ ฯลฯ เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมและแนวทางการกู้วิกฤตสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ในครั้ง ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 4 ประเด็น ดังนี้

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) ขอเชิญผู้ประกอบการทุกกลุ่มอุตสาหกรรม และผู้สนใจในพื้นที่ จ.อุดรธานี และใกล้เคียงในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าร่วมสัมมนาฟรี 2 หลักสูตร ได้แก่ “หลักสูตรการยกระดับผักและผลไม้ไทยสู่มาตรฐานสากล” ในวันที่ 26 มีนาคม 2563 เพื่อทราบถึงมาตรฐาน ThaiGAP กับการสร้างโอกาสเข้าสู่ตลาดระดับบน สมัครได้ที่ https://forms.gle/uyaZEjEGkY6YETaL6 และ “หลักสูตรการพัฒนาเกษตรกรรมสู่ความยั่งยืนด้วยนวัตกรรม 4.0” ในวันที่ 27 มีนาคม 2563 เพื่อทราบถึงแนวทางพัฒนาเป็นเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farmer) ในเรื่องการแปรรูปผลิตภัณฑ์ และออกแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อการเก็บรักษาและขนส่ง สมัครได้ที่ https://forms.gle/b4Segqji2Jo3ENij7 โดยทั้งสองหลักสูตรกำหนดจัดเวลา 08.30 - 16.00 น. ณ โรงแรมเซ็นทาราและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์อุดรธานี ด่วน! รับจำนวนจำกัด 50 ท่านต่อหลักสูตร เฉพาะผู้ประกอบการที่จดทะเบียนนิติบุคคลเท่านั้น ภายใน 23 มีนาคม นี้ สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2564 7000 ต่อ 1300, 063 915 6656

For English-version news, please visit : MTEC-NSTDA and CP All embark on innovative food packaging

11 มีนาคม 2563 ที่อาคารกลุ่มนวัตกรรม 2 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) ร่วมกับ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) โดยบริษัท ซีพี ฟู้ดแล็บ จำกัด หน่วยงานวิจัยอาหาร บริษัท ซีพีแรม จำกัด ลงนามความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อยกระดับการพัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์อาหารที่ใส่ใจถึงความปลอดภัยของผู้บริโภค พร้อมสนับสนุนการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนนำผลงานทางวิชาการไปใช้ต่อยอดการประยุกต์ใช้บรรจุภัณฑ์อาหารในโรงงานอุตสาหกรรมอาหารได้ เพื่อยกระดับขีดความสามารถของประเทศไทย ในการเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมอาหารของภูมิภาคเอเชีย

โดยมี นางสุวิภา วรรณสาธพ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ในฐานะ ผู้อำนวยการ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย สวทช. ให้เกียรติกล่าวต้อนรับ พร้อมกันนี้ยังมีทีมวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์พลาสติก กลุ่มวิจัยกระบวนการทางวัสดุและการผลิตอัตโนมัติ เอ็มเทค สวทช. ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของสององค์กรร่วมเป็นสักขีพยาน โดยความร่วมมือดังกล่าวครอบคลุมในเรื่องการวิจัยและพัฒนาบรรจุภัณฑ์พลาสติกสำหรับใส่อาหารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

9 ข้อน่ารู้ จากบทสรุปของผู้เชี่ยวชาญนานาชาติ 25 คน จากองค์การอนามัยโลก (WHO) ที่เข้าไปสืบสวนสถานการณ์โรคโควิด-19 ในประเทศจีน และรายงานสรุปผลจนถึงวันที่ 19 ก.พ. 63 อ่านบทความฉบับเต็ม แปลโดย ดร.นำชัย ชีววิวรรธน์ ฝ่ายสร้างสรรค์สื่อและผลิตภัณฑ์ สวทช. ได้ที่ https://www.nstda.or.th/th/nstda-knowledge/13061-who-china-joint-mission

การติดต่อ : 78-85% ติดต่อกันในครอบครัวจากละอองเสมหะ

เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล : ส่วนใหญ่ติดเชื้อจากที่บ้านหรือในช่วงแรกที่ยังไม่มีประกาศการระบาด

อัตราการป่วย : 80% ผู้ป่วยอาการไม่หนัก

การใช้เครื่องช่วยหายใจ : 5% ใช้เครื่องช่วยหายใจ 15% ใช้ออกซิเจนเข้มข้นสูง

ระยะเวลาฟื้นตัว : ผู้ป่วยหนัก 3-6 สัปดาห์ ผู้ป่วยไม่มาก 2 สัปดาห์

การแสดงอาการ : คนส่วนใหญ่ที่ได้รับเชื้อจะมีอาการในที่สุด ช้าเร็วต่างกัน

อาการคัดกรอง : อาการที่ไม่ใช่สัญญาณโรคของโควิด-19 คือ น้ำมูกไหล

อัตราการเสียชีวิต : ผู้ป่วยโควิด-19 ที่จีนมีอัตราการเสียชีวิต 3.4%

ปัจจัยการเสียชีวิต : ขึ้นกับ อายุ, สภาพร่างกายก่อนติดเชื้อ, เพศ และระบบสุขภาพที่รับมือโรค

อ้างอิง: https://www.who.int/docs/default-source/coronaviruse/who-china-joint-mission-on-covid-19-final-report.pdf

(16-24 February 2020)

For English-version news, please visit : NSTDA and Chulalongkorn University to promote technology utilization in SMEs

10 มีนาคม 2563 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดงานแถลงข่าวแสดงเจตนารมณ์ความร่วมมือ“การดำเนินงานเครือข่ายของโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม” (Innovation and Technology Assistance Program: ITAP)

โดยมี ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ และ ศาสตราจารย์ ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อเป็นการส่งเสริมการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์แก่วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Small and Medium Enterprises: SMEs) โดยมีศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นหน่วยงานกลางในการประสานงานและบริหารจัดการ

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) มุ่งมั่นเป็นหนึ่งในหน่วยงานสนับสนุนการผลิตบัณฑิตคุณภาพสู่สังคม ประกาศเปิดรับสมัครนักศึกษาระดับปริญญาโท และปริญญาเอก ขอรับทุนการศึกษาใน “โครงการสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Thailand Graduate Institute of Science and Technology: TGIST)” ประจำปี 2563 เพื่อการศึกษาวิทยานิพนธ์ภายใต้การดูแลให้คำปรึกษาของอาจารย์มหาวิทยาลัยร่วมกับนักวิจัยจากศูนย์แห่งชาติของ สวทช.

ดูรายละเอียดและสมัครได้ที่ www.nstda.or.th/tgist/ ตั้งแต่วันนี้ - 31 มีนาคม 2563 และอีกทุนคือ ประกาศรับสมัครนักศึกษาในระดับปริญญาตรีสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่กำลังจะขึ้นชั้นปีสุดท้าย เพื่อขอรับทุนการศึกษาวิจัยเพื่อปริญญานิพนธ์ ปี2563 ใน “โครงการสร้างปัญญาวิทย์ ผลิตนักเทคโน (Young Scientist and Technologist Programme: YSTP)” เพื่อโอกาสรับประสบการณ์เพิ่มเติม พร้อมแลกเปลี่ยนทัศนคติการเป็นนักวิจัยอาชีพ และพัฒนาขีดความสามารถของตนเอง ดูรายละเอียดการรับสมัครได้ที่ www.nstda.or.th/ystp/ ตั้งแต่ 1 - 31 พฤษภาคม 2563

Cover SCI UPDATE: ‘อุปกรณ์ตัดสับปะรด’ เครื่องมือช่วยเกษตรกรตัดและเก็บสับปะรดในขั้นตอนเดียว


พอกันที ‘ตัดสับปะรดแล้วได้แผล’

สับปะรดเป็นหนึ่งในผลไม้ที่นิยมปลูกกันมากในภาคใต้ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี และกระบี่ ซึ่งที่ผ่านมาเกษตรกรส่วนใหญ่ยังต้องประสบปัญหาขั้นตอนการเก็บเกี่ยวผลผลิต ที่มีต้นทุนการจ้างแรงงานถึง 2 ขั้นตอน เพราะในการเก็บสับปะรด เกษตรกรต้องใช้มีดหรือตะขอพร้าตัดก้านของผลสับปะรด แล้วใช้แรงงานคนนำตะกร้อมาเดินเก็บใส่เข่งยกขึ้นรถอีกทอด ที่สำคัญหลายครั้งเมื่อเกษตรกรเข้าไร่ไปตัดผลสับปะรด มักได้บาดแผลจากการถูกหนามใบสับปะรดตำ ถูกมีดบาด และถูกสัตว์ที่ซ่อนตัวอยู่ในพงทำร้าย ทำให้การหาแรงงานภาคเกษตรในการเก็บสับปะรดค่อนข้างยาก

For English-version news, please visit : Fabrication Lab: Creating the next generation of innovators

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้รับการสนับสนุนงบประมาณดำเนิน “โครงการโรงประลองต้นแบบทางวิศวกรรม (Fabrication Lab)” เพื่อพัฒนาทักษะความเป็นนวัตกรแก่เด็กและเยาวชนไทย ด้วยการส่งเสริมให้มีพื้นที่เรียนรู้ “โรงประลองต้นแบบทางวิศวกรรม (Fabrication Lab)” ในสถานศึกษาและแหล่งเรียนรู้ทั่วประเทศ ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมโครงงานสิ่งประดิษฐ์ของนักเรียนที่โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ 2 จ.ฉะเชิงเทรา

นำโดย ดร.อ้อมใจ ไทรเมฆ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. และคณะ เพื่อให้เห็นถึงทักษะความเป็นนวัตกรของเด็กและเยาวชนไทย ซึ่งมี 4 ผลงานโดดเด่นที่เดินสายกวาดรางวัลระดับประเทศมาแล้วภายใต้โครงการ FabLab ร่วมจัดแสดง ได้แก่ เครื่องวัดปริมาณออกซิเจนละลายน้ำด้วยแสง เครื่องตรวจจับควันบุหรี่อัจฉริยะ เครื่องช่วยเหลือผู้ดูแลผู้ป่วยติดเตียง และรถตัดหญ้าไฮเทค โดยมีผู้อำนวยการโรงเรียน ครูผู้ดูแลห้องปฏิบัติการ FabLab ครูพี่เลี้ยงจากมหาวิทยาลัยบูรพา รวมถึงตัวแทนนักเรียนที่ได้รับรางวัลนำเสนอโครงงานสิ่งประดิษฐ์

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์พัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยี (BIC) ขอเชิญผู้ประกอบการใหม่/นักวิจัย ที่สนใจจะสร้างธุรกิจหรือขยายธุรกิจด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลอดจนผู้สนใจที่มีผลิตภัณฑ์ต้นแบบและต้องการจัดตั้งธุรกิจเทคโนโลยีนวัตกรรม สมัครเข้าร่วม “โครงการสร้างผู้ประกอบการใหม่ด้วยนวัตกรรม "(TechBiz Starter)" ประจำปี 2563 ​เพื่อเสริมสร้างทักษะและสมรรถนะที่สำคัญของการเป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ด้วยแนวคิดนวัตกรรมให้ประสบความสำเร็จ​ วิเคราะห์ความเป็นไปได้ของธุรกิจทั้งด้านการตลาด การเงิน วางแผนธุรกิจ การบริหารจัดการ และเพิ่มความเข้มแข็งแก่วิสาหกิจเริ่มต้นในช่วงก่อตั้งกิจการ (3 ปีแรก) ให้ดำเนินธุรกิจอย่างมีทิศทางและสร้างโอกาสขยายธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคง

ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดใบสมัครและส่งมาที่อีเมล This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
ศูนย์พัฒนาผู้ประกอบการฯ สวทช.
โทร. 0 2564 7000 ต่อ 81490 (คุณพลอย) และ 71746 (คุณปาทินันท์)

For English-version news, please visit : Technology demonstration and showcase of smart farming technologies at Maejo University

ที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่: สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ลงนามความร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ในโครงการ “การพัฒนาแหล่งเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ชุมชน” โดยมี ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สวทช. และ ผศ.ดร.จำเนียร ยศราช อธิการบดี ม.แม่โจ้ ร่วมลงนามภายในงานสวทช.-วิทย์สัญจร จ.เชียงใหม่ ประจำปี 2563 เพื่อร่วมพัฒนาองค์ความรู้ หลักสูตร แหล่งเรียนรู้ และความร่วมมือวิชาการในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming) ยกระดับประสิทธิภาพการผลิตของภาคการเกษตรไทย

พร้อมกันนี้ คณะผู้บริหาร สวทช. และสื่อมวลชน ลงพื้นที่ ม.แม่โจ้ สัมผัสตัวอย่างความร่วมมือด้านเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะที่แปลงวิจัยลำไย และทดสอบการใช้เทคโนโลยีสถานีตรวจวัดสภาพอากาศเพื่อการเกษตร และระบบการให้น้ำอัตโนมัติสำหรับพืชไร่และพืชสวน ผ่าน Smart IoT รวมถึงเยี่ยมชมแปลงทดสอบผลิตมะเขือเทศสายพันธุ์ใหม่ของ สวทช. ในระบบเกษตรอินทรีย์

(27 ก.พ. 63 ) จังหวัดสุพรรณบุรี : กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กำหนดจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนางานวิจัยและการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อพัฒนาอาชีพและยกระดับคุณภาพชีวิตในชุมชน

โดยอาศัยความเชี่ยวชาญจากทั้งสองหน่วยงานในการสนับสนุนงานวิจัยและผลักดันให้เกิดการพัฒนาองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) อีกทั้งเป็นการร่วมกันพัฒนาแหล่งเรียนรู้ สาธิต และทดสอบเทคโนโลยีด้านเกษตรและอาหาร เพื่อยกระดับประสิทธิภาพรวมถึงคุณภาพการผลิตสินค้าเกษตรและอาหารปลอดภัย นำไปสู่การสร้างมูลค่าและรายได้ให้กับชุมชนต่อไป โดยมีนางสาววิราภรณ์ มงคลไชยสิทธิ์ รองผู้อำนวยการ สวทช. และ นายศิโรจน์ ผลพันธิน อธิการบดีมหาวิทยาลัยสวนดุสิต เป็นผู้ลงนามความร่วมมือในครั้งนี้

Cover SCI UPDATE: “Crab Bank” เครื่องอนุบาลปูม้าแบบอัตโนมัติ ช่วยฟื้นฟูปูม้าไทย


นักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี อาสาร่วมแก้ปัญหาปริมาณปูม้าลดลงจนใกล้วิกฤติ เหตุจากการทำประมงเชิงพาณิชย์อย่างขาดจิตสำนึก โดยนำภูมิปัญญาชาวบ้านเรื่องการฟื้นฟูปริมาณปูม้า ผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่ ได้เป็น “Crab Bank” เครื่องอนุบาลปูม้า ที่เพิ่มอัตราการรอดของลูกปูได้สูงถึง 10 เท่าตัว

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สวทช.) โดยเมืองนวัตกรรมอาหาร (Food Innopolis) ร่วมกับ Food Factors บริษัทในเครือบุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด และ KCG Corporation จัดงาน “การแข่งขันประกวดนวัตกรรมอาหาร Food Innopolis Innovation Contest 2020” ระหว่างวันที่ 22 - 23 กุมภาพันธ์ 2563 ณ ลาน Helix Garden ชั้น 5 ห้างเอ็มควอเทียร์ กรุงเทพฯ ในหัวข้อ Local Ingredient (วัตถุดิบพื้นถิ่น) และ Future Protein (โปรตีนแห่งอนาคต) เพื่อสนับสนุนให้นิสิตนักศึกษาระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษาในสาขาที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอาหาร รวมทั้งอาจารย์ นักวิจัย และบุคคลทั่วไปที่สนใจจากทั่วประเทศ ที่มีแนวคิดหรือผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอาหารต้นแบบ ได้ประยุกต์ใช้ความรู้และความสามารถด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลอดจนความรู้ทางธุรกิจ ในการสร้างนวัตกรรมด้านอาหาร โดยมีทีมผ่านเข้ารอบสุดท้ายจำนวน 31 ทีม แบ่งเป็นรุ่น Light Weight นิสิตนักศึกษาระดับปริญญาตรี 16 ทีม และรุ่น Heavy Weight นิสิตนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา อาจารย์ นักวิจัย และบุคคลทั่วไป จำนวน 15 ทีม ผลปรากฏว่า รางวัลชนะเลิศประเภทรุ่น Light Weight ในหัวข้อวัตถุดิบพื้นถิ่น ได้แก่ Hi-Hi (ฮิฮิ) ม.รังสิต หัวข้อโปรตีนแห่งอนาคต ได้แก่ TUwingle ม.ธรรมศาสตร์ ส่วนประเภท Heavy Weight ในหัวข้อวัตถุดิบพื้นถิ่น ได้แก่ Musava จาก ม.สงขลานครินทร์ หัวข้อโปรตีนแห่งอนาคต ได้แก่ Amimor น้ำอัดลมเพื่อสุขภาพ บริษัท วรห จำกัด และสุดยอดรางวัล Grand Prize ตัวแทนนักศึกษาไทยไปดูงานต่างประเทศ ได้แก่ TUwingle ม.ธรรมศาสตร์

โดยวันแรกของการเปิดงานได้รับเกียรติจาก ดร.ฐิตาภา สมิตินนท์ รองผู้อำนวยการ สวทช. และผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี (TMC) พร้อมด้วย ดร.อัครวิทย์ กาญจนโอภาษ รักษาการผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. และผู้อำนวยการเมืองนวัตกรรมอาหาร (Food Innopolis) ร่วมด้วยผู้บริหารหน่วยงานสนับสนุนหลักการจัดงาน Food Factors ได้แก่ คุณพร ดารีพัฒน์ Executive Vice President Food Factors และคุณตุลย์ มหาวัจน์ Marketing Activation Manager บุญรอดบริวเวอรี่ และ KCG ได้แก่ คุณตง ธีระนุสรณ์กิจ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร KCG และ ดร.วาทิต ตมะวิโมกษ์ กรรมการผู้อำนวยการ KCG ร่วมในพิธีเปิดงาน และร่วมชมงาน

3 ข้อคาใจเกี่ยวกับหน้ากากอนามัยที่ควรรู้

  • ข้อที่ 1 : หน้ากากอนามัยป้องกันเชื้อโรคได้แค่ไหน หน้ากากอนามัยทำจากวัสดุสังเคราะห์เรียงกันอย่างน้อย 3 ชั้นนอก : เคลือบกันน้ำ ช่วยป้องกันละอองฝอย เช่น น้ำลาย น้ำมูก จากผู้ป่วย ชั้นกลาง : เป็นแผ่นกรอง ช่วยดักเชื้อโรคและฝุ่น ชั้นใน : มีผิวสัมผัสนุ่ม ช่วยซึมซับละอองฝอยจากตัวเราไม่ให้แพร่กระจายออกไป
  • ข้อที่ 2 : คนป่วยโชว์ด้านสี คนสบายดีใส่ตรงข้ามจริงหรือ : ป่วยหรือไม่ป่วยก็ควรใส่ด้านสีออก เพราะการเคลือบกันน้ำช่วยป้องกันละอองฝอยที่มีเชื้อโรคจากภายนอกมาเกาะ และใส่ด้านสีขาวที่มีความนุ่มไว้ข้างในเพื่อดูดซับละอองฝอยจากตัวเรา ถ้าหันด้านสีเข้า เวลาเราไอหรือจาม ละอองฝอยจะเปียกเปื้อนหน้า ส่วนด้านนุ่มที่หันออกก็จะดูดซับเอาเชื้อโรคจากภายนอกมาสะสมไว้ใกล้ปากกับจมูกเรา
  • ข้อที่ 3 : ทิ้งหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วอย่างไรไม่ให้เป็นภาระ หน้ากากอนามัยเป็นขยะติดเชื้อ เมื่อเลิกใช้ควรพับและม้วนก่อนแยกทิ้งลงถังขยะติดเชื้อหรือแยกรวมใส่ถุงใส มัดให้แน่น แล้วทิ้งลงขยะทั่วไป


ข้อมูลจาก : กระทรวงสาธารณสุข

For English-version news, please visit : NSTDA partners with JAXA and NASA announcing Space Flying Robot Programming Challenge 2020

24 ก.พ. 63 ณ Pantip E-Sport Arena ศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์ ประตูน้ำ : กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ องค์กรสำรวจอวกาศแห่งญี่ปุ่น หรือแจ็กซ่า (Japan Aerospace Exploration Agency: JAXA) และองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐ หรือนาซา (National Aeronautics and Space Administration : NASA) และหน่วยงานพันธมิตร

แถลงข่าวเปิดตัว “โครงการแข่งขัน Space Flying Robot Programming Challenge 2020” ซึ่งได้จัดแข่งขันขึ้นเป็นครั้งแรกของประเทศไทย เปิดโอกาสให้เยาวชนไทยในทุกระดับชั้นการศึกษาจนถึงระดับปริญญาตรี เข้าร่วมการแข่งขัน โดยมีรางวัลรวมมูลค่ากว่า 200,000 บาท มุ่งส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพเยาวชนไทยในด้านสะเต็ม เตรียมบุคลากรให้พร้อมกับนโยบายประเทศไทย 4.0

For English-version news, please visit : NSTDA teams up with PPT Exploration and Production to drive EECi development

21 กุมภาพันธ์ 2563 ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จังหวัดปทุมธานี : บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) จับมือ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ลงนามความร่วมมือการสนับสนุนการพัฒนาเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor of Innovation: EECi) เพื่อร่วมวิจัยและพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรม 4.0 โดยมี นายพงศธร ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) และ ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมลงนาม

การลงนามความร่วมมือการสนับสนุนการพัฒนาเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) ในครั้งนี้ ปตท.สผ. และ สวทช. จะดำเนินกิจกรรมวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมร่วมกัน ทั้งด้านองค์ความรู้ การพัฒนาด้านบุคลากร โครงสร้างพื้นฐาน เพื่อตอบโจทย์ทางธุรกิจและช่วยยกระดับอุตสาหกรรมของประเทศต่อไปในอนาคต

กรุงเทพฯ-กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ดร.จุลเทพ ขจรไชยกูล ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ(เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เป็นตัวแทนร่วมลงนาม 'พันธมิตรภาครัฐ-เอกชน ยกระดับอุตสาหกรรมระบบรางไทย' บูรณาการความร่วมมือพันธมิตรระบบรางภาครัฐ/สถาบันการศึกษา รวม 15 หน่วยงาน สร้างสรรค์อุตสาหกรรมระบบรางไทย ครอบคลุมด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยี วิจัยและพัฒนา มาตรฐานระบบราง อุตสาหกรรมระบบราง ทดสอบและการทดลอง พัฒนาทรัพยากรบุคคล หวังช่วยเสริมประสิทธิภาพระบบขนส่งทางรางและความปลอดภัยในการให้บริการเดินรถไฟ ยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมชิ้นส่วนและผลิตภัณฑ์ระบบรางให้เป็นไปตามมาตรฐานระบบรางของประเทศและมาตรฐานสากล ช่วยเพิ่มขีดความสามารถด้านการทดสอบวิเคราะห์ด้านระบบราง สนับสนุนการผลิตชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) ทดแทนการนำเข้า สนับสนุนการผลิตบุคลากรและผู้เชี่ยวชาญวิจัยด้านระบบราง ตลอดจนวิจัยและพัฒนาแก้โจทย์ปัญหาด้านระบบรางของประเทศ สร้างความยั่งยืนให้ระบบรางของไทย

สำหรับการลงนามความร่วมมือในวันนี้ (19 กุมภาพันธ์ 2563) ได้รับเกียรติจาก ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. และ นายสุชาติ โชคชัยวัฒนากร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำคมนาคม ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนาม โดยมี ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว. และ นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง 13 หน่วยงาน ประกอบด้วย การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตขอนแก่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมลงนามอย่างเป็นทางการ

ณ ห้องบรรยาย 1 อาคารบ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 15 - 16 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยสถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (สท.) จัดอบรมเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ “ฉลาดคิด ฉลาดปลูก ฉลาดขาย ให้ได้มะเขือเทศคุณภาพ” แก่เกษตรกรและผู้สนใจภาคการเกษตร เพื่อส่งเสริมให้เป็นสมาร์ทฟาร์มเมอร์ (Smart Farmer) ที่มีความพร้อม ความรู้ และความเชี่ยวชาญในการประกอบอาชีพด้านการเกษตรตลอดห่วงโซ่การผลิตทางการเกษตร ซึ่งมีผู้เข้าร่วมอบรมมากกว่า 30 คน

ภายในงาน มีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเป็นนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญในการผลิตมะเขือเทศผลสดจาก มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมมอบความรู้ในเรื่องการผลิตมะเขือเทศ ได้แก่ ศาสตราจารย์ สุชีลา เตชะวงค์เสถียร ในเรื่อง “รู้รอบ จัดการปัจจัยการผลิตมะเขือเทศแบบครบวงจรและการผลิตมะเขือเทศอย่างไรให้ได้คุณภาพ” โดยในวันแรก เน้นการให้ข้อมูลในเรื่องของปัจจัยการผลิตมะเขือเทศผลสดที่สำคัญ เช่น การเตรียมต้นกล้า การเตรียมแปลงปลูกและระบบน้ำ การตัดแต่งกิ่งให้เหมาะสมต่อระยะการเจริญเติบโตของมะเขือเทศในแต่ละช่วง การจัดการปุ๋ยและธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของมะเขือเทศ รวมถึงการกำจัดแมลงศัตรูพืชโดยการใช้ชีวภัณฑ์ในรูปแบบต่างๆ นอกจากปัจจัยการผลิตดังกล่าวมาข้างต้นแล้ว ยังรวมไปถึงการเก็บเกี่ยว ขนย้ายและการเพิ่มมูลค่าผลผลิตให้มีมูลค่าสูงกว่าในปัจจุบันอีกด้วย

For English-version news, please visit : The first autonomous vehicle test in Thailand

กรุงเทพฯ, 20 กุมภาพันธ์ 2563 - สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.อว.) และสิริ เวนเจอร์ส นำเสนอมิติใหม่ของนวัตกรรมยานยนต์เพื่อความสะดวกสบายของการเดินทางในพื้นที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่ ครั้งแรกในไทย! กับเดโม่ “ยานยนต์ขับขี่อัตโนมัติ (Autonomous Vehicle)” จากการผนึกกำลังของ สวทช. และ วศ.อว. ในการติดตั้งเทคโนโลยีควบคุมการขับเคลื่อน ผสานกับแอปพลิเคชั่นเรียกใช้บริการยานยนต์ขับขี่อัตโนมัติสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางซึ่งพัฒนาโดยสิริ เวนเจอร์ส กางโรดแมปเข้มข้ม 8 เดือน มุ่งพัฒนา-ทดลอง-ประมวลการใช้งานยานยนต์ขับขี่อัตโนมัติในสภาวะควบคุมบนพื้นที่ SIRI VENTURES Private Prop Tech Sandbox ที่ T77 Community

โดย สวทช. และ วศ. ตั้งเป้าส่งต่อนวัตกรรมยานยนต์ขับขี่อัตโนมัติต้นแบบ สู่การขยายผลในภาคเอกชนในไตรมาส 2 นี้ ในขณะเดียวกันก็ได้เตรียมโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นในเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) เพื่อช่วยผลักดันให้เกิดเป็นอุตสาหกรรมใหม่ของประเทศ ขณะที่แสนสิริและสิริ เวนเจอร์ส วางแผนต่อยอดผลการทดสอบที่เกิดขึ้นจากความเข้าใจพฤติกรรมของลูกบ้าน สู่แนวทางการให้บริการยานยนต์ขับขี่อัตโนมัติในโครงการที่อยู่อาศัยของแสนสิริในอนาคต

19 ก.พ. 63 ณ อาคาร สวทช. (โยธี) : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เอ็กซ์วายแซดพริ้นติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด แถลงข่าวความพร้อมในการร่วมกันจัดงาน “มหกรรมประกวดเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 19 (The Nineteenth Thailand IT Contest Festival 2020: IT Contest Festival 2020)” ในระหว่างวันที่ 4 - 6 มีนาคม 2563 ณ ไอส์แลนด์ฮอลล์ ชั้น 3 ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ กรุงเทพฯ 

ภายใต้แนวคิด “I’ll find you: ค้นหาสุดยอดผลงาน STEM” โดยภายในการจัดงาน จะมีการประกวดแข่งขันสุดยอดผลงานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี คอมพิวเตอร์ โทรคมนาคม สารสนเทศ และนวัตกรรม ของเยาวชนไทยจากทั่วประเทศ รวมกว่า 260 ผลงาน จาก 3 กิจกรรม คือ การแข่งขันพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์แห่งประเทศไทย ครั้งที่ 22 (NSC 2020) จำนวน 136 ผลงาน การประกวดโครงงานของนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ครั้งที่ 22 (YSC 2020) จำนวน 64 ผลงาน และโครงการโรงประลองต้นแบบทางวิศวกรรม (Fabrication Lab) ตอน “ประลองความคิด ประดิษฐ์นวัตกรรมเพื่อชุมชน หรือ FabLab จำนวน 60 ผลงาน เพื่อสร้างค่านิยม ส่งเสริมการต่อยอด และสร้างกำลังคนรุ่นใหม่ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

17 กุมภาพันธ์ 2563 กรุงเทพมหานคร : สภาวิศวกร ร่วมกับที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สมาพันธ์สภาวิชาชีพแห่งประเทศไทย สมาคมนักเรียนทุนรัฐบาลไทย และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สลจ.) จัดงานเสวนา “รวมพลังปัญญา แก้ปัญหา ฝุ่นพิษ” พร้อมเปิดมุมมองนักวิชาการ ภาครัฐ และมหาวิทยาลัยชั้นนำของเมืองไทย ด้านคุณภาพอากาศ ภัยฝุ่น เทคโนโลยีเตือนภัย สู่การร่างนโยบายสาธารณะเสนอรัฐ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาที่ใช้ได้จริงทั้งระยะสั้นและยาวอย่างยั่งยืน เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี ของคนไทยหลังสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 กลายเป็นปัญหาเรื้อรัง

โดยภายในงานมีนักวิชาการชั้นนำของประเทศไทยร่วมเสวนา นำโดย ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นายกสภาวิศวกร ประธาน ทปอ. นายกสมาคมนักเรียนทุนรัฐบาลไทย อธิการบดี สลจ. และประธานกรรมการบริหารสมาพันธ์สภาวิชาชีพแห่งประเทศไทย ดร.ศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรม ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ (NSD) สวทช. ดร.ประเสริฐ ตปนียางกูร เลขาธิการสภาวิศวกรและอดีตกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ศ.ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล รองคณบดี ด้านยุทธศาสตร์นวัตกรรม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และอนุกรรมการสภาวิศวกร และรศ.นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล หัวหน้าสาขาโรคระบบการหายใจและวัณโรคภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล จัดเวทีเสวนาเพื่อระดมสมองนักวิชาการระดับแนวหน้าของเมืองไทย ในการฝ่าวิกฤตฝุ่นพิษ ที่กระทบเศรษฐกิจ และสุขภาพปอดของคนไทยเพื่อสร้างความยั่งยืนคุณภาพชีวิตและร่วมเป็นหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย

ที่ ริมปิงออร์แกนิคฟาร์ม จ.เชียงใหม่ : กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์พันธุ์วิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) มีการขยายผลการนำผลงานวิจัย ไวรัสเอ็น พี วี (NPV) เพื่อใช้ในการควบคุมแมลงศัตรูพืชได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในพื้นที่ ริมปิงออร์แกนิคฟาร์ม อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ตอบโจทย์ความต้องการของฟาร์มออร์แกนิค สร้างความปลอดภัยให้เกษตรกรและผู้บริโภค รวมถึงตั้งเป้านำเทคโนโลยีด้านจีโนมมาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เพื่อรองรับความต้องการภาคเกษตรกรรมในอนาคต

จากสถานการณ์ปัจจุบันที่คนยุคใหม่ให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องการรักสุขภาพ หันมาสนใจบริโภคพืชผักผลไม้มากขึ้น ดังนั้น การทำให้พืชผักผลไม้ปลอดสารพิษจึงเป็นแนวทางสำคัญเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค ประกอบกับการที่รัฐบาลมีนโยบายที่จะห้ามนำเข้าสารเคมีทางการเกษตร 3 ชนิด (พาราควอต ไกลโฟเซต คลอร์ไพริฟอส) โดยเฉพาะสารคลอร์ไพริฟอส ซึ่งเป็นสารเคมีที่เกษตรกรนิยมนำมาใช้กำจัดแมลงศัตรูพืช ดังนั้น การส่งเสริมให้เกษตรกรมาใช้สารชีวภัณฑ์ (คือ ผลิตภัณฑ์ป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่ผลิตหรือพัฒนามาจากสิ่งมีชีวิตไม่ว่าจะเป็นพืช สัตว์ หรือจุลินทรีย์) ในการกำจัดแมลงศัตรูพืช จึงเป็นทางเลือกหนึ่งให้กับเกษตรกรเพื่อใช้ทดแทนสารเคมี และเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับเกษตรกรที่มุ่งมั่นจะทำการเกษตรแบบอินทรีย์ เพื่อสุขภาพที่ดีของประชาชน

สตรีทฟู้ดอยู่คู่กับเมืองไทยมาช้านาน เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย และเป็นอาหารของประชาชนชาวไทยได้ทุกมื้อตั้งแต่อาหารเช้า ถึงอาหารมื้อค่ำ เป็นทั้งอาหารมื้อหลัก อาหารมื้อรอง เครื่องดื่ม ขนม จากอดีตถึงปัจจุบันสตรีทฟู้ดเป็นจุดขายที่โดดเด่นของประเทศ เมื่อปี 2559-2560 สำนักข่าว CNN ของสหรัฐอเมริกา ได้จัดอันดับให้กรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของประเทศไทยเป็นเมืองที่มีอาหารริมทาง (Street Food) ที่ดีที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก สตรีทฟู้ดตอบโจทย์ผู้บริโภคในเรื่องของ ความสะดวก ประหยัด หาได้ง่าย จนเป็นสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิตโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนเมือง จากการสำรวจพบว่าผู้บริโภค 76% ซื้ออาหารสตรีทฟู้ดบริโภคเป็นประจำ โดยสตรีทฟู้ดเป็นไฮไลท์ด้านวัฒนธรรมที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาท่องเที่ยวประเทศไทย ให้มาลิ้มลองอาหารไทยที่มีความหลากหลาย โดดเด่นทั้งในเรื่องของรสชาติ ที่เป็นแบบดั้งเดิม อร่อยแบบไทย ๆ รวมไปถึงการที่ได้เห็นทักษะ ลีลา และเทคนิคที่ใช้ในการประกอบอาหาร ที่นักท่องเที่ยวไม่เคยพบเห็นมาก่อน

“สวทช. โดย ศูนย์บริการปรึกษาการออกแบบและวิศวกรรม (DECC) ได้ดำเนินการพัฒนานวัตกรรมรถเข็นรักษ์โลกในเวอร์ชันที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำเร็จแล้วในวันนี้ และยังมีเป้าหมายส่งมอบนวัตกรรมรถเข็นรักษ์โลก จำนวนไม่น้อยกว่า 100 คัน ให้กับผู้ประกอบการสตรีทฟู้ดได้ใช้งานจริงในการประกอบกิจการ อีกทั้งยังมีการสนับสนุนงบประมาณบางส่วนเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระผู้ประกอบการและกระตุ้นให้เกิดการใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม โดยวางรูปแบบการพัฒนาแบ่งเป็น 4 โมเดลหลักเพื่อตอบโจทย์การใช้งานของผู้ประกอบการสตรีทฟู้ด ดังนี้

14 กุมภาพันธ์ 2563 กรุงเทพฯ - สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย ศูนย์บริการปรึกษาการออกแบบและวิศวกรรม (DECC) จัดงานแถลงข่าว “เปิดตัวนวัตกรรมรถเข็นรักษ์โลกเพื่อสตรีทฟู๊ด” ที่มีการพัฒนาและออกแบบทางวิศวกรรมจนได้รถเข็นที่เป็นนวัตกรรมต้นแบบสำหรับพ่อค้าแม่ค้าที่จะใช้ในการขายอาหารริมทาง ที่มีน้ำหนักเบา มีระบบน้ำดี ถังบำบัดและซิงค์น้ำ ระบบดูดและบำบัดควัน หัวเตาแก๊ส 2 หัว รวมถึงมีตู้เก็บความเย็นพร้อมแท่นรับพ่วงข้าง ตอบโจทย์นโยบาย BCG Economy Model เน้นพัฒนาผู้ประกอบการรายย่อยที่เป็นส่วนขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับฐานราก ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการสตรีทฟู้ดเป็นกลไกสำคัญต่อยอดเศรษฐกิจมหภาค

 ที่มีการพัฒนาและออกแบบทางวิศวกรรมจนได้รถเข็นที่เป็นนวัตกรรมต้นแบบสำหรับพ่อค้าแม่ค้าที่จะใช้ในการขายอาหารริมทาง ที่มีน้ำหนักเบา มีระบบน้ำดี ถังบำบัดและซิงค์น้ำ ระบบดูดและบำบัดควัน หัวเตาแก๊ส 2 หัว รวมถึงมีตู้เก็บความเย็นพร้อมแท่นรับพ่วงข้าง ตอบโจทย์นโยบาย BCG Economy Model เน้นพัฒนาผู้ประกอบการรายย่อยที่เป็นส่วนขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับฐานราก ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการสตรีทฟู้ดเป็นกลไกสำคัญต่อยอดเศรษฐกิจมหภาค

For English-version news, please visit : Hom Naga: New climate-resilient aromatic glutinous rice cultivar

SCI UPDATE: ‘ข้าวหอมนาคา’ ข้าวเหนียวสะเทินน้ำสะเทินบก สายพันธุ์แรกของไทย

ไบโอเทค สวทช. เปิดตัวข้าวเหนียวพันธุ์ใหม่ ‘หอมนาคา’ สะเทินน้ำสะเทินบก

‘ข้าวเหนียว’ เป็นตัวแทนความมั่นคงทางอาหารของพื้นที่ภาคเหนือและอีสาน เพราะเป็นอาหารหลักของคนในพื้นที่ แต่ด้วยบริบทที่ไม่เป็นใจ ทุ่งนาลุ่มน้ำโขงจึงต้องเผชิญภัยธรรมชาติทั้งอุทกภัยและความแห้งแล้ง จนแทบไม่เคยได้ปริมาณผลผลิตทัดเทียมพื้นที่อื่นซึ่งอุดมสมบูรณ์กว่า

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พัฒนา ‘ข้าวหอมนาคา’ ข้าวเหนียวพันธุ์ใหม่ที่ทนทานต่อภาวะน้ำท่วมฉับพลัน ทนแล้ง และทนโรค ถือเป็น ‘ข้าวเหนียวสะเทินน้ำสะเทินบก’ สายพันธุ์แรกของไทย

13 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเชียงใหม่ - สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดงาน “สวทช.-วิทย์สัญจร วิจัยเข้มแข็ง เสริมแกร่งภูมิภาค: นวัตกรรมสร้างสรรค์ พันธมิตรร่วมใจ ล้านนาก้าวไกล ด้วย วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม”

นำเสนอผลงานนวัตกรรมและบริการของ สวทช. พร้อมเดินหน้าตอบโจทย์การพัฒนาประเทศภายใต้ BCG Economy Model ขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาค ถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่การใช้ประโยชน์ในท้องถิ่นอย่างแท้จริง

(7 กุมภาพันธ์ 2563) : กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมมือกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม กระทรวงกลาโหม (กห.) ลงนามความร่วมมือ “โครงการจัดตั้งและดำเนินการศูนย์ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมแบตเตอรี่ล้ำสมัยที่ผลิตจากวัตถุดิบภายในประเทศเพื่อความมั่นคง” เพื่อเป็นหน่วยงานหลักในการวิจัยนวัตกรรมแบตเตอรี่ที่ผลิตจากวัตถุดิบภายในประเทศเพื่อความมั่นคงแบบสหสาขาวิชา และเป็นศูนย์กลางในเครือข่ายงานวิจัยนวัตกรรมแบตเตอรี่ที่ผลิตจากวัตถุดิบภายในประเทศเพื่อความมั่นคงร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน

โดยศูนย์ดังกล่าวจะอาศัยความเชี่ยวชาญของบุคลากรของทั้งสามหน่วยงาน เพื่อร่วมกันทำงานวิจัยและพัฒนาทางด้านนวัตกรรมแบตเตอรี่ฯ สร้างองค์ความรู้พื้นฐานและเชิงประยุกต์แบบสหสาขาวิชา (Multidisciplinary Basic/Applied Research) พร้อมผลักดันองค์ความรู้ เทคโนโลยี และผลงานวิจัยสู่ผู้ใช้ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมด้านนวัตกรรมแบตเตอรี่ที่ผลิตจากวัตถุดิบภายในประเทศเพื่อความมั่นคงของประเทศไทยต่อไป โดยมี รศ.นพ. สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวง อว. เป็นประธานในการลงนาม พร้อมด้วย พลเอก นภนต์ สร้างสมวงษ์ รองปลัดกลาโหม พลโท คงชีพ ตันตระวาณิชย์ ผู้แทน เจ้ากรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม กระทรวงกลาโหม ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สวทช. ร่วมลงนาม

Sciupdate Cover Whey Protein


"เครื่องดื่มเวย์โปรตีน” กำลังมาแรงในกลุ่มผู้รักสุขภาพ นักกีฬา และผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกาย ล่าสุดผู้ประกอบการไทยร่วมกับนักวิจัยไบโอเทค สวทช. พัฒนาสูตร “เวย์โปรตีนพร้อมดื่ม” ที่มีโปรตีนสูง รสชาติอร่อย ที่สำคัญยังเก็บรักษาได้นานโดยไม่ต้องแช่เย็น เพิ่มความสะดวกให้ผู้บริโภคยุคใหม่

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) และเครือข่ายพันธมิตร จัดโครงการประกวดนวัตกรรมเครื่องสำอาง (CosmeNovation) ภายใต้ โครงการเชื่อมโยงธุรกิจนวัตกรรมเครื่องสำอางสู่ตลาดต่างประเทศ ปี 2563 (CIB 2020*) เพื่อคัดเลือกผู้ประกอบการไทยที่มีความโดดเด่นด้านนวัตกรรมสารสกัด หรือสารออกฤทธิ์จากธรรมชาติเพื่อใช้ในผลิตภัณฑ์เวชสำอาง โดยเน้นสารที่มีคุณสมบัติด้านการชะลอวัย (Anti-aging) เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าร่วมงานแสดงสินค้า Cosmetic 360 ณ ประเทศฝรั่งเศส

โดยผู้ผ่านการคัดเลือกจะได้เข้าร่วมการเสริมทักษะเตรียมความพร้อม (Masterclass) จากผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 ครั้งและได้รับการช่วยเหลือด้านการทดสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัยโดยนักวิจัยพี่เลี้ยง (Mentor) พร้อมการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการทดสอบถึง 400,000 บาท นอกจากนี้ ผู้ผ่านการคัดเลือกในรอบสุดท้ายจะได้นำสินค้าไปออกแสดงในงาน Cosmetic 360 ที่ประเทศฝรั่งเศส โดยได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเดินทางมูลค่าถึง 80,000 บาท

ไม่จริง ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ผสมกับไวรัสไข้หวัดนก H5N1 จนเป็นเชื้อรุนแรง

ข้อมูลจาก: ห้องปฏิบัติการไวรัสวิทยาและเซลล์เทคโนโลยี ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สวทช.

For English-version news, please visit : NSTDA researchers pick up 2020 NRCT awards at Thailand Inventors’ Day

2 กุมภาพันธ์ 2563 นักวิจัย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เข้ารับรางวัลการวิจัยแห่งชาติในงาน “วันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2563” จัดโดย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นทุกปี เพื่อระลึกถึงวันประวัติศาสตร์ของการจดทะบียนและทูลเกล้าฯ ถวายสิทธิบัตรการประดิษฐ์ “เครื่องกลเติมอากาศที่ผิวน้ำหมุนเข้าแบบทุ่นลอย” หรือ “กังหันน้ำชัยพัฒนา” แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศ มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งเป็นสิทธิบัตรในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์พระองค์แรกของไทย และเป็นครั้งแรกของโลก รวมทั้งทรงเป็นแบบอย่างที่ดีกับนักประดิษฐ์ไทยในการสร้างสรรค์ผลงานสิ่งประดิษฐ์ที่ช่วยแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนและสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง โดยมี รศ.นพ. สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวง อว. เป็นประธาน พร้อมด้วย ดร.จุฬารัตน์ ตันประเสริฐ รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยแห่งชาติ (สวทช.) และ ดร.วรรณี ฉินศิริกุล ผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สวทช. เข้าร่วมแสดงความยินดี

โดยผลงานวิจัยที่ได้รับรางวัลประกอบด้วย รางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น รางวัลระดับดีมาก ได้แก่

“นวัตกรรมสารป้องกันน้ำยางพาราสดบูดเน่า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ การผลิตยางแผ่นรมควัน และเพิ่มคุณภาพชีวิตเกษตรชาวสวนยาง” โดย นางฉวีวรรณ คงแก้ว และคณะ จากศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ สวทช.

“OnSpec VULCAN : เครื่องเคลือบฟิล์มบางสำหรับชิปขยายสัญญาณรามาน” โดย ดร.พิทักษ์ เอี่ยมชัย และคณะ จากศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สวทช.

“KidBright: บอร์ดส่งเสริมการเรียนโค้ดติ้งและ STEM Education” โดย ดร.เสาวลักษณ์ แก้วกำเนิด และคณะ จากศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สวทช.

และรางวัลประกาศเกียรติคุณ “มายแอร์ : เครื่องประดับตรวจวัดฝุ่นด้วยเซ็นเซอร์ตรวจวัดฝุ่น PM 2.5 แบบกระเจิงแสงขนาดเล็กโดยเทคนิคการส่งผ่านฝุ่นด้วยไมโครปั๊มชนิดเปียโซเพื่อใช้ในการออกแบบเครื่องประดับสำหรับตรวจวัดค่าผุ่นและ AQI แบบฐานเวลาจริง” โดย ดร.อดิสร เตือนตรานนท์ และคณะ จาก สวทช.

31 มกราคม 2563 กรุงเทพฯ ประเทศไทย - Mr. Pirkka Tapiola เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย พร้อมเอกอัครราชทูตกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป และคณะผู้แทนทางการค้าจากประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป เป็นเจ้าภาพจัดการหารือโต๊ะกลมเพื่อเปิดโอกาสในการสร้างและขยายความร่วมมือร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

ในเรื่อง BCG Model: การพัฒนาเศรษฐกิจ 3 มิติ คือ เศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) สำหรับประเทศไทย นำโดยผู้แทนฝ่ายไทยคือ ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วย ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และผู้บริหารจาก สวทช.

1. อุณหภูมิ 2. แสงแดด
3. กรด-เบส 4. สารจำพวก Detergent/Alcohol


ข้อมูลจาก: ห้องปฏิบัติการไวรัสวิทยาและเซลล์เทคโนโลยี ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สวทช.

(30 มกราคม 63) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกและเครื่องมือแพทย์ (A-MED) ร่วมกับ วิทยาลัยแพทยศาสตร์นานาชาติจุฬาภรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และกรมการแพทย์ โดย สถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ จัดพิธีลงนามความร่วมมือทางวิชาการ

โดยมี ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สวทช. ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์อดิศว์ ทัศณรงค์ คณบดีวิทยาลัยแพทยศาสตร์นานาชาติจุฬาภรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ นายแพทย์สกานต์ บุนนาค ผู้อำนวยการสถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ กรมการแพทย์ เป็นผู้ร่วมลงนาม

1. แหล่งต้นเชื้อแพร่ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่สู่คน ยังไม่ทราบชนิด 4. ล้างมือด้วย "น้ำอุ่นหรือน้ำเปล่า" ไม่เพียงพอ
2. สาเหตุการระบาด อาจไม่ใช่ "งู" 5. สั่งของออนไลน์จากจีน โอกาส "ติดเชื้อน้อย"
3. เป็นแล้ว "หายได้" ไม่ตายทุกคน 6. การพัฒนา "ยา/วัคซีน" มีหวัง


ข้อมูลจาก: ห้องปฏิบัติการไวรัสวิทยาและเซลล์เทคโนโลยี ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สวทช.

ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) นำคณะนักวิจัยและผู้ประกอบการไทย ร่วมนำเสนองานวิจัยและศักยภาพการพัฒนาด้านนาโนเทคโนโลยีของประเทศ Thailand Pavilion ในงานนิทรรศการวิชาการนานาชาติ nano tech 2020 (The 19th International Nanotechnology Exhibition and Conference) ระหว่างวันที่ 29-31 มกราคม 2563 ณ ศูนย์นิทรรศการนานาชาติ Tokyo Big Sight กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

โดยได้รับเกียรติจาก นางสาววีรกา มุทิตาภรณ์ผู้อำนวยการกองสนเทศเศรษฐกิจ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ, นายร่มเดช พิศาลพงศ์ อัครราชทูตที่ปรึกษา สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว เปิดงาน ร่วมกับ ดร.วรรณี ฉินศิริกุล ผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ สวทช. พร้อมด้วย ดร.ภาวดี อังค์วัฒนะ ประธานคณะทำงานจัดแสดงนิทรรศการ nano tech 2020 และผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างความร่วมมือด้านการพัฒนาผลงานวิจัยและด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านนาโนสู่ภาคอุตสาหกรรม พร้อมส่งเสริมให้เกิดการลงทุนในประเทศและใน EECi ตลอดจนสร้างความร่วมมือและโครงการร่วมวิจัยกับภาคอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น

ณ โรงแรมปทุมวัน ปริ้นเซส : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์พัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยี (BIC) จัดสัมมนา "โครงการเร่งการเติมโตของผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยีในอุตสาหกรรม (Food Accelerate)" ภายใต้หัวข้อ Future Food Tech

เพื่อเร่งการเติบโตทางธุรกิจอย่างก้าวกระโดด ด้วยการเสริมสร้างศักยภาพของผู้ประกอบการเทคโนโลยีด้านนวัตกรรมอาหารที่มีมูลค่าสูง รวมถึงสร้าง platform เครือข่ายความร่วมมือและการเข้าถึงผู้เชี่ยวชาญ และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันด้านการตลาดและโอกาสขยายธุรกิจ โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมงานกว่า 200 คน โดยมีคุณเฉลิมพล ตู้จินดา ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวเปิดงาน

ท่ามกลางสถานการณ์ปัญหา ‘ฝุ่น PM2.5’ ที่มีความรุนแรงอย่างมากในหลายพื้นที่ทั่วประเทศขณะนี้ วิธีการป้องกันตนเองที่ดีที่สุด คือ ‘การใส่หน้ากากอนามัยที่สามารถป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กระดับ 2.5 ไมครอนได้’ ซึ่งปัจจุบันหน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่น PM2.5 ที่วางขายในท้องตลาดมีหลากหลายประเภท ทั้งแบบหน้ากากอนามัยทั่วไป หน้ากากป้องกัน PM2.5 หรือ หน้ากาก N95 เป็นต้น ซึ่งความแตกต่างของหน้ากากแต่ละประเภท คือประสิทธิภาพในการกรองอนุภาคฝุ่นละอองที่มีขนาดต่างกัน และปริมาณอากาศที่ไหลเข้าไปในหน้ากากโดยไม่ผ่านการกรองได้มากน้อยต่างกัน

MTEC
BIOTEC
NECTEC
NANOTEC

tsp

AIMI

nctc

ตราโลโก้ ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ (Logo of National Security and Dual-Use Technology Center: NSD)

ฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ

 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป