alt

รู้ทัน-ป้องกัน “ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่” 2019-nCoV

โรคอุบัติใหม่เป็นปัญหาที่ส่งผลโดยตรงกับความปลอดภัยในชีวิตของมนุษยชาติ สร้างผลกระทบในวงกว้างทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งในช่วง 20-30 ปี มานี้ มีโรคอุบัติใหม่เกิดขึ้นกว่า 30 โรค ส่วนมากเกิดจากการติดเชื้อจากสัตว์สู่คน และพัฒนาตัวเองจนสามารถแพร่กระจายจากคนสู่คนได้ อีกทั้งยังแพร่กระจายอย่างรวดเร็วเนื่องจากการเดินทางระหว่างประเทศซึ่งเป็นไปอย่างสะดวก ทำให้ยากต่อการเฝ้าระวังและควบคุมโรค

ล่าสุดคือ การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ '2019-nCoV' ในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีนสร้างได้ความตื่นตัวให้คนทั่วโลกเป็นอย่างมาก เฉพาะสถานการณ์ในประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุขการรายงานการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 สรุปมีผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อที่รักษาตัวในโรงพยาบาล 17 ราย กลับบ้านแล้ว 8 ราย รวมผู้ป่วยสะสม 25 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 3 กุมภาพันธ์)

ทว่าหากเราเรียนรู้และเข้าใจวิธีการป้องกันโรคอย่างถ่องแท้ จะช่วยเปลี่ยนความตื่นตระหนกตกใจ เป็นการสร้างความตระหนัก และรู้ทัน เพื่อป้องกันไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ทั้งยังเป็นการช่วยยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคได้ดี

โดยข้อมูลน่าสนใจจากเวทีเสวนาพิเศษ Science Café “จับตามอง!! โรคอุบัติใหม่ ไวรัสโคโรนา” ของคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มีนักวิจัยด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ อาทิ ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) รศ.พญ.อรุณี ธิติธัญญานนท์ ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล และ พญ.รพีพรรณ รัตนวงศ์นรา มอร์ด จากสาขาวิชาโรคติดเชื้อ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ให้ข้อมูลประชาชนเพื่อทำความรู้จักและเข้าใจป้องกันโรคอุบัติใหม่ในครั้งนี้

ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา กล่าวว่า (Coronavirus: CoV) เป็นไวรัสชนิดอาร์เอ็นเอ (RNA virus) กลุ่มใหญ่ รูปทรงของไวรัสมีส่วนที่ยื่นออกมารอบๆ คล้ายมงกุฎ (crown) หรือรัศมีของดวงอาทิตย์ จึงเป็นที่มาของชื่อ Corona ที่แปลว่ามงกุฎหรือรัศมี (ในภาษาละติน) ไวรัสโคโรนาพบได้ในสัตว์หลายชนิด ประกอบด้วย อูฐ แมว และค้างคาว เชื้อสามารถถ่ายทอดจากสัตว์ไปสู่สัตว์ได้ และบางกรณีก็สามารถถ่ายทอดจากสัตว์สู่คนได้เช่นกัน ซึ่งสายพันธุ์ใหม่ 2019-nCoV สาเหตุของโรคปอดอักเสบในเมืองอู่ฮั่นนั้นก็จัดเป็นน้องใหม่ในกลุ่มไวรัสนี้ โดยมีรุ่นพี่ในกลุ่มที่เป็นที่รู้จักกันดี ได้แก่ เชื้อก่อโรคซาร์ส (SARS: Severe Acute Respiratory Syndrome) ติดต่อมาจากแมวชะมด (Civet cats) ที่แพร่ระบาดในปี ค.ศ. 2002 และเชื้อก่อโรคเมอร์ส (MERS: Middle East Respiratory Syndrome) หรือโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง ติดต่อมาจากอูฐ ซึ่งพบการระบาดเมื่อปี ค.ศ. 2012 ทั้งนี้มีนักวิจัยได้ทำการศึกษารหัสโปรตีนของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่พบว่ารหัสโปรตีนนั้นใกล้เคียงกับเชื้อที่อยู่ในค้างคาวมงกุฎและค้างคาวเกือกม้าในจีน

“อย่างไรก็ตามแหล่งต้นเชื้อแพร่ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่สู่คน ยังไม่ทราบชนิด ซึ่งผลการถอดรหัสพันธุกรรมไวรัส nCov บ่งชี้ว่ารหัสจีโนมใกล้เคียงมากกว่า 95% กับไวรัสโคโรนาที่พบในค้างคาวเกือกม้าในเมืองยูนาน เมื่อปี ค.ศ. 2013 แต่ไวรัสดังกล่าวอาจแพร่สู่สัตว์ตัวกลางก่อนติดในคน ซึ่งปัจจุบันยังไม่ทราบชนิด” ดร.อนันต์ ระบุ

รศ.พญ.อรุณี ธิติธัญญานนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยาระดับโมเลกุลและวิวัฒนาการของโรคไข้หวัดนก และกลไกการเกิดของโรคไข้หวัดนก กล่าวว่า หากดูจากข้อมูลระบาดวิทยา พบว่าผู้ป่วย SARS มีอาการป่วยและเสียชีวิตคิดเป็นร้อยละ 10 ผู้ป่วย MERS มีอาการป่วยและเสียชีวิตคิดเป็นร้อยละ 30 สำหรับโคโรนาสายพันธุ์ใหม่หากคิดจากตัวเลขผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตแล้วพบว่ามีไม่ถึงร้อยละ 5

 

ด้าน พญ.รพีพรรณ รัตนวงศ์นรา มอร์ด อายุรแพทย์โรคติดเชื้อ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ข้อมูลเรื่องผู้ที่เสี่ยงติดเชื้อและอาการของโรค ว่า จากข้อมูลการติดเชื้อพบว่าผู้ที่ติดเชื้อมีทั้งเด็กอายุ 10 ปี ผู้ใหญ่อายุ 33 ปี และผู้สูงอายุที่มีอายุ 40 – 90 ปี ส่วนอาการของโรคโดยรวมแล้วเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นั้นจะมีระยะฟักตัว 2 – 14 วัน ผู้ติดเชื้อจะมีทั้งอาการ ไอแห้งๆ เจ็บคอ น้ำมูกไหล จาม มีไข้สูง รวมไปถึงหายใจเหนื่อยหอบ ซึ่งเป็นอาการของโรคทางเดินระบบหายใจ คล้ายคลึงกับไข้หวัด และอาจจะมีอาการท้องเสียเกิดขึ้นร่วมด้วย เชื้อสามารถแพร่ระบาดจากคนสู่คนได้ แต่สามารถป้องกันได้โดยให้ปฏิบัติตนตามที่องค์การอนามัยโลกประกาศอย่างเคร่งครัด คือ สวมหน้ากากอนามัย หากมีอาการน่าสงสัย มีอาการไข้และอาการผิดปกติทางระบบหายใจ หลังเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยง 2 – 14 วัน รีบเดินทางไปพบแพทย์ หรือสามารถโทรศัพท์สอบถามอาการได้ที่ สายด่วน กรมควบคุมโรค 1422

โดยสรุปสถานการณ์ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ขณะนี้ในประเทศไทยประเมินว่าการระบาดของโรคอาจจะยังมีอยู่ จึงอยากให้ประชาชนตระหนักถึงโรคนี้แต่ไม่ตระหนกจนเกินไป โดยรักษาสุขอนามัย รับประทานอาหารที่ปรุงสุก หมั่นล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์เจล ก่อนทานอาหาร หลังเข้าห้องน้ำ หลังจากเดินทางไปในสถานที่คนพลุกพล่าน หรือใส่หน้ากากอนามัยป้องกันเชื้อโรคหากเลี่ยงไม่ได้

ติดตามข้อมูลไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ได้ที่เพจเฟสบุ๊ก: Virology and Cell Technology Lab – BIOTEC

ขอบคุณข้อมูลจาก:

- ห้องปฏิบัติการไวรัสวิทยาและเซลล์เทคโนโลยี ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค)

- คณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล

เรียบเรียง : อาทิตย์ ลมูลปลั่ง ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สวทช. | อินโฟกราฟิก : วัชราภรณ์ สนทนา และ ฉัตรทิพย์ สุริยะ 

MTEC
BIOTEC
NECTEC
NANOTEC

tsp

AIMI

nctc

ตราโลโก้ ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ (Logo of National Security and Dual-Use Technology Center: NSD)

ฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ

 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป