Header News

alt

ปล่อยพลัง “เมกเกอร์” ในตัวคุณ

“ปล่อยพลังเมกเกอร์ในตัวคุณ” มอตโต้สั้นๆ แต่แฝงไปด้วยประกายไอเดียให้คนอ่านฉุกคิด และค้นหาความเป็นนักประดิษฐ์ในตัวเอง ..ใช่แล้ว ใครๆ ก็เป็นเมกเกอร์ได้ ซึ่งในงานมหกรรมแสดงสิ่งประดิษฐ์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ “Maker Faire Bangkok 2019: WE ARE ALL MAKERS จัดขึ้น ณ ลานหน้าศูนย์การค้าเดอะสตรีท รัชดาขึ้นเมื่อวันนที่ 19 – 20 มกราคม ที่ผ่านมาหลากหลายผลงานสุดยอดไอเดียสิ่งประดิษฐ์ถือเป็นที่ประจักษ์ต่อผู้ที่ได้เข้าไปร่วมสัมผัสประสบการณ์

“Maker Faire Bangkok 2019: WE ARE ALL MAKERS  ปล่อยพลัง เมกเกอร์ในตัวคุณ จัดโดย บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ร่วมกับ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พร้อมด้วยหน่วยงานพันธมิตรและกลุ่มเมกเกอร์ในประเทศไทยยกขบวนผลงานของเมกเกอร์จากประเทศไทยและนานาประเทศมาเต็มความจุพื้นที่กว่า 70 บูธ พร้อมกิจกรรม เวิร์กช็อป DIY ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสวัฒนธรรมเมกเกอร์ด้วยตัวเอง เพื่อจุดประกายความสนใจด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้กับคนไทย และสานต่อความสำเร็จของงานเมกเกอร์แฟร์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นมาเป็น “เมกเกอร์เนชั่นหรือประเทศแห่งนักพัฒนาที่ขับเคลื่อนด้วย วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ตามยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0

ไฮไลต์สำคัญ ในงานมีการประกาศผลและมอบรางวัลใหญ่ ให้แก่ผู้ชนะเลิศใน โครงการ Enjoy Science: Young Makers Contest ปีที่ 3 ภายใต้หัวข้อ “นวัตกรรมเพื่อโลกสีเขียว” ของนักเรียนสายสามัญและอาชีวศึกษาซึ่งปีนี้ ผู้ชนะเลิศสายสามัญ ได้แก่ ผลงาน หุ่นยนต์ขจัดคราบสกปรกบนผิวน้ำ จาก โรงเรียนสตรีพัทลุง จ.พัทลุง ผลงานดังกล่าวออกแบบลักษณะคล้ายเรือที่ลอยบนผิวน้ำ มีกลไกเครื่องจักรที่ช่วยดึงและขจัดคราบน้ำมันที่ลอยอยู่บนผิวน้ำได้ ออกแบบการใช้งานได้อย่างดีเยี่ยมและนำไปแก้ปัญหาได้จริงแล้วบริเวณคลองสายต่างๆ โดยรอบโรงเรียน ซึ่งอยู่ใกล้แหล่งจ่ายน้ำมันและมีการปนเปื้อนคราวน้ำมันในคลองอยู่บ่อยครั้ง

ส่วน ผู้ชนะเลิศสายอาชีวะ ได้แก่ ผลงาน คลีน ฮอยสเตอร์ (CLEAN OYSTER) จาก วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี จ.สุราษฎร์ธานี ได้ออกแบบเครื่องล้างหอยนางรม เพื่อลดแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษ ท้องเสีย ซึ่งน้องๆ ได้ออกแบบเครื่องล้างหอยนางรมโดยใช้วิธีธรรมชาติของหอยนางรมเอง คือใช้น้ำทะเลสะอาดมาทำความสะอาด รวมถึงดึงเมือกของเสียและแบคทีเรีย ด้วยเครื่องโปรตีนสกิมเมอร์ ซึ่งยังคงความสดใหม่ของหอยนางรมได้ดี นอกจากนี้สำหรับน้ำที่ใช้แล้วยังสามรถนำกลับมาใช้ได้อีก การทำงานของเครื่องยังใช้พลังงานไฟฟ้าจากแผงโซลาร์เซลล์ที่ติดตั้งได้บนหลังคาของรถเข็นขนาดกะทัดรัด และมีความปลอดภัยถูกสุขอนามัย เครื่องดังกล่าวสามารถนำไปใช้จริงแล้วในสถานประกอบการร้านอาหารทะเลเพื่อเพิ่มความมั่นใจแก่ลูกค้าผู้ชื่นชอบความสดจากทะเลอีกด้วย โดยทั้ง 2 ทีมได้รับรางวัลมูลค่าทีมละ 500,000 บาท และได้สิทธิ์ไปร่วมงาน Maker Faire Bay Area ณ เมืองซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกาและรางวัลอื่นๆ รวมมูลค่ากว่า 1.2 ล้านบาท

ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เปิดเผยว่า “สวทช. มีหน้าที่ในการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่ 21 และขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ไทยแลนด์ 4.0 ในหลายปีที่ผ่านมา “วัฒนธรรมเมกเกอร์” มีบทบาทในการส่งเสริมการเรียนในสาขาสะเต็ม (การเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์) ที่สนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้ ผ่านการลงมือทำการทดลอง และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในด้านต่างๆ ที่นำไปต่อยอดเป็นนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่ง สวทช. เห็นถึงความสำคัญของวัฒนธรรมเมกเกอร์นักสร้างสรรค์นวัตกรรม ฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยเพิ่มศักยภาพของคนในชาติ ทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านเทคโนโลยี เกิดเป็น “เมกเกอร์เนชั่น” ขึ้นในประเทศ สวทช. จึงมีความยินดีที่ได้ร่วมมือกับบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด และหน่วยงานพันธมิตร ผ่านการจัดงานเมกเกอร์แฟร์ที่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Chevron Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต ซึ่งนอกจากจะเป็นพื้นที่ให้เหล่าเมกเกอร์ได้มาพบปะแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ ยังเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนคนรุ่นใหม่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสังคมเมกเกอร์ในการสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ อันเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ประเทศไทยมีความเป็นเลิศทางด้าน วทน. ก้าวสู่ไทยแลนด์ 4.0 ได้อย่างมั่นคงต่อไป”

นายอาทิตย์ กริชพิพรรธ ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด กล่าวว่า “เป็นที่ยอมรับว่า เมกเกอร์ หรือนักสร้างสรรค์นวัตกรรม เป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาของประเทศ ผลงานของเมกเกอร์สามารถนำไปต่อยอดเชิงพาณิชย์ รวมถึงเป็นสิ่งให้นวัตกรรมใหม่ๆ ที่สามารถช่วยยกระดับความเป็นอยู่ของคนในสังคมให้ดีขึ้น ทั้งยังสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล ดังนั้นประเทศต่างๆ จึงให้ความสำคัญกับการสนับสนุนวัฒนธรรมเมกเกอร์ รวมถึงประเทศไทย จากนโยบายกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้ประกาศวิสัยทัศน์การขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็น เมกเกอร์เนชั่น หรือ เมืองแห่งนักพัฒนา ซึ่งเชฟรอนยินดีที่ได้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนวิสัยทัศน์นี้ กับ สวทช. องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) กลุ่มเมกเกอร์ในประเทศไทย และองค์กรพันธมิตร ภายใต้โครงการ ‘Chevron Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต ส่งเสริมการพัฒนาของวัฒนธรรมเมกเกอร์ในสังคมไทยผ่านกิจกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดงานเมกเกอร์แฟร์ เพื่อเป็นเวทีให้เมกเกอร์ได้แสดงผลงานและแนะนำวัฒนธรรมเมกเกอร์ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง และได้กลายเป็นงานเมกเกอร์แฟร์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีผู้สนใจทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้าร่วมงานกว่า 10,000 คน และการประกวดสิ่งประดิษฐ์ของเมกเกอร์เยาวชนสายสามัญและอาชีพ ในโครงการ Young Makers Contest ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน ดดยเฉพาะปีนี้เป็นที่สนใจของเยาวชนส่งผลงานเข้าร่วมประกวดรวม 399 ผลงาน และหลายผลงานยังมีศักยภาพสามารถนำไปผลิตและสร้างประโยชน์ให้กับสังคมได้จริง สะท้อนให้เห็นว่าเยาวชนไทยมีศักยภาพในการสร้างสรรค์ หรือมีความเป็นเมกเกอร์อยู่ในตัวสูงมาก ซึ่งเป็นเรื่องน่ายินดียิ่งที่โครงการดังกล่าวมีส่วนช่วยให้เกิดพลังสร้างสรรค์กระจายไปสู่ทุกภาคส่วนในสังคมไทย”

จากวัฒนธรรมเมกเกอร์ ในกลุ่มคนไม่กี่คน ที่เริ่มต้นในจากความกล้าคิด กล้าทำในสิ่งเล็กๆ และพร้อมแบ่งปันความรู้ซึ่งเป็นหัวใจหลักของเมกเกอร์เพื่อแลกเปลี่ยนไอเดียและสร้างสรรค์ผลงานประดิษฐ์ที่หลากหลาย ให้สังคมได้ไทยได้สัมผัสและใช้ประโยชน์สิ่งประดิษฐ์จากฝีมือและมันสมองของคนไทย วันนี้ ‘วัฒนธรรมเมกเกอร์ ได้เข้าไปจุดประกายความคิดให้กับใครหลายคนในสังคมไทยแล้ว

ถึงเวลาปล่อยพลัง ‘เมกเกอร์’ ในตัวคุณแล้วรึยังเป็นคำถามที่คุณเท่านั้นที่รู้

           

เกี่ยวกับโครงการ ”Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต”

โครงการระยะยาว 5 ปี ด้วยงบประมาณรวมกว่า 1,000 ล้านบาท ที่บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ริเริ่มขึ้นในปี 2558 เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้กับประเทศไทย ผ่านการศึกษาในสาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ หรือสะเต็ม (STEM) รวมถึงการศึกษาสายอาชีพหรืออาชีวศึกษาครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ โดยร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ การศึกษา สังคม และเอกชนที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย สํานักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.), สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.), องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.), สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.), สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.), สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.), และกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยมีสถาบันคีนันแห่งเอเซียเป็นผู้ดูแลโครงการ

เรียบเรียง : อาทิตย์ ลมูลปลั่ง ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สวทช.

MTEC
BIOTEC
NECTEC
NANOTEC

tsp

AIMI

nctc

ฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ

 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป