สวทช. โดย TECE โชว์นวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและคาร์บอนต่ำ ในงาน SUBCON Thailand 2026 หนุนผู้ประกอบการไทยสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ สวทช. โดย ศูนย์ความเป็นเลิศด้านยานยนต์ไฟฟ้าประเทศไทย (TECE) เข้าร่วมจัดแสดงนิทรรศการผลงานวิจัยและนวัตกรรม ในงาน SUBCON Thailand ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-16 พฤษภาคม 2569 ที่ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) บางนา จ.กรุงเทพมหานคร และได้ให้การต้อนรับคณะรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในวันเปิดงานโดยท่านเน้นย้ำถึงหลักคิด “5T” (Target, Transition, Transform, Transparency, Together) เพื่อสนับสนุนและผลักดันให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs สามารถยกระดับและเชื่อมโยงเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับโลก (Global Supply Chain) ในยุคที่อุตสาหกรรมกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่เทคโนโลยีดิจิทัล พลังงานสะอาด และ AI

ภายในงาน TECE ได้จัดแสดงผลงานวิจัยและเทคโนโลยีหลากหลายด้านที่มุ่งเน้นการประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมและภาคบริการ เพื่อสนับสนุนการยกระดับขีดความสามารถทางเทคโนโลยีของประเทศ อาทิ

1. เทคโนโลยี Hardware in the Loop กับการพัฒนาและทดสอบชุดควบคุมของชิ้นส่วนสำคัญในยานยนต์ไฟฟ้า

ผลงานนวัตกรรมนี้เกิดจากความร่วมมืออย่างบูรณาการระหว่าง ทีมวิจัยมอเตอร์และการแปลงผันกำลังงาน (MAP) ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) และ ทีมวิจัยเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงาน (ESTT) ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) โดยมีเป้าหมายในการสนับสนุนและยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งทั่วโลกกำลังให้ความสนใจ รวมถึงประเทศไทยที่มีนโยบายเชิงรุกในการส่งเสริมและเตรียมความพร้อมเข้าสู่อุตสาหกรรมนี้อย่างจริงจัง

รายละเอียดงานวิจัย

  • ทีมวิจัยได้ออกแบบและพัฒนากระบวนการทดสอบ ชุดบริหารจัดการแบตเตอรี่ (Battery Management System — BMS) และ ชุดควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้า (Motor Control Unit — MCU) โดยนำเทคนิค Hardware in the Loop (HIL) มาใช้ ซึ่งช่วยให้การทดสอบระบบควบคุมมีความแม่นยำ ปลอดภัยสูง และสอดคล้องตามมาตรฐานอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าระดับสากล
  • มุ่งเน้นการรับถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีจากต่างประเทศ พร้อมทั้งเสริมสร้างขีดความสามารถในการพัฒนาเทคโนโลยีขึ้นเองภายในประเทศ
  • มีการนำเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นไปประยุกต์ใช้งานจริงร่วมกับค่ายรถยนต์ชั้นนำ โดยร่วมมือกับ บริษัท ฉางอาน ออโต้ เซ้าท์อีส เอเชีย จำกัด ในการทดสอบผลิตภัณฑ์รวม 3 รุ่น และร่วมกับ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์–ซีพี จำกัด ในการทดสอบผลิตภัณฑ์อีก 1 รุ่น

ผลลัพธ์และประโยชน์ที่ได้รับ

งานวิจัยชิ้นนี้เป็นชิ้นส่วนสำคัญที่ช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้แก่ภาคอุตสาหกรรมไฟฟ้ายานยนต์ในประเทศ ช่วย ลดการพึ่งพาและลดต้นทุนจากการส่งไปทดสอบที่ต่างประเทศ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ประเทศไทยมีความพร้อมและพึ่งพาตนเองได้ในการผลิตและพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

2. Data Box/Data Base/CME Model

โครงการนี้ดำเนินการโดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) และ สถาบันเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (TIIS) และศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) ภายใต้การสนับสนุนของ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) มีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Economy) และบรรลุเป้าหมาย Carbon Neutrality ภายในปี 2593

เนื้อหาสำคัญของโครงการ

  • ระบบ Databox: เครื่องมือบันทึกข้อมูลการใช้พลังงานของยานยนต์ไฟฟ้าแบบเรียลไทม์ เช่น พลังงานไฟฟ้าที่ใช้จริง ระยะทาง พฤติกรรมการขับขี่ และข้อมูลการชาร์จ โดยจะส่งข้อมูลเข้าสู่คลาวด์อัตโนมัติ เพื่อใช้ในการประเมินค่า Carbon Footprint ของรถแต่ละคัน
  • ระบบ Database และ Digital Dashboard: ฐานข้อมูลกลางที่รวมและแสดงผลข้อมูลจาก Databox ในรูปแบบเข้าใจง่าย โปร่งใส รองรับกระบวนการวัด–รายงาน–ตรวจสอบ (MRV) ตามเกณฑ์องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO)
  • โมเดล CME (Coordinating and Managing Entity): ระบบบริหารจัดการคาร์บอนเครดิตแบบรวมกลุ่ม ช่วยองค์กรขนาดเล็กสามารถรวมกันขอรับรองการลดคาร์บอนและซื้อขายคาร์บอนเครดิตได้ เพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน

ผลลัพธ์และประโยชน์

ระบบ CME Model นี้เป็นรากฐานสำคัญของตลาดคาร์บอนเครดิตในอนาคตของไทย เพราะช่วยรวบรวมข้อมูลสิ่งแวดล้อมที่ตรวจสอบได้ สร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจสีเขียวอย่างยั่งยืน

3. รถต้นแบบสองแถวไฟฟ้า (EV Microbus: Prototype Development)

ผลงานนี้จัดทำโดย ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรและผู้ประกอบการไทย โดยมีเป้าหมายในการพัฒนา ระบบรถต้นแบบสองแถวไฟฟ้า (EV Microbus: Prototype Development) สำหรับขับเคลื่อนระบบขนส่งมวลชนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่สอดคล้องกับแนวทางการลดมลพิษทางอากาศและยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ

รายละเอียดงานวิจัย

  • รถต้นแบบสองแถวไฟฟ้าปรับอากาศ (E-Songthaew): พัฒนาขึ้นเพื่อเป็นโมเดลนำร่องสำหรับระบบขนส่งสาธารณะยุคใหม่ โดยออกแบบโครงสร้างตัวถังและระบบขับเคลื่อนให้เหมาะสมกับการใช้งานจริงในเชิงพาณิชย์
  • ระบบชาร์จเร็วและระยะการวิ่งที่ตอบโจทย์: ตัวรถรองรับการวิ่งระยะทางมากกว่า 100 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ที่ความเร็ว 60 กม./ชม. พร้อมเปิดระบบปรับอากาศ) และติดตั้งระบบชาร์จเร็ว (DC Fast Charging) ที่สามารถชาร์จประจุเต็มได้ภายใน 30 นาที
  • การออกแบบเพื่อความปลอดภัยและความจุสูง: โครงสร้างตัวถังรองรับผู้โดยสารได้มากกว่า 11 ที่นั่ง และผู้โดยสารยืนมากกว่า 7 คน โดยมีความสูงภายในห้องโดยสาร 1,920 มม. เพื่อความโปร่งสบาย ปลอดภัย และได้มาตรฐานสากล
  • ระบบสื่อสารอัจฉริยะภายในตัวรถ: ใช้ระบบ CAN-Protocol ในการควบคุมและสื่อสารข้อมูลระหว่างระบบขับเคลื่อน แบตเตอรี่ และหน้าจอแสดงผลของคนขับ เพื่อการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
  • ส่งเสริมห่วงโซ่อุปทานในประเทศ: มุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนาเพื่อเพิ่มสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ (Local Content) ให้มากกว่า 70% ของต้นทุนรวม และควบคุมราคาเป้าหมายให้อยู่ในระดับที่จับต้องได้ (ต่ำกว่า 1,500,000 บาท)

ผลลัพธ์และประโยชน์

งานนี้ช่วยสร้างต้นแบบรถโดยสารไฟฟ้าขนาดเล็กที่สามารถผลิตได้เองในประเทศไทย ช่วยลดการนำเข้าเทคโนโลยีและชิ้นส่วนราคาแพงจากต่างประเทศ และช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ และช่วยยกระดับความสามารถของผู้ประกอบการไทยให้พร้อมเปลี่ยนผ่านสู่ห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคตได้อย่างยั่งยืน

การเข้าร่วมจัดแสดงผลงานของ TECE สวทช. ในงาน SUBCON Thailand ครั้งนี้ สะท้อนบทบาทสำคัญของหน่วยงานวิจัยไทยในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมสู่ภาคอุตสาหกรรมอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า ระบบกักเก็บพลังงาน และเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ซึ่งเป็นทิศทางสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของประเทศ


ผลงานวิจัยที่นำเสนอ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี Hardware in the Loop สำหรับการทดสอบระบบควบคุมยานยนต์ไฟฟ้า ระบบ Databox/Database/CME Model เพื่อรองรับการบริหารจัดการข้อมูลคาร์บอนเครดิต หรือรถต้นแบบสองแถวไฟฟ้า ล้วนเป็นตัวอย่างของการพัฒนาเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ทั้งภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการ และเป้าหมายด้านความยั่งยืนของประเทศ


ทั้งนี้ TECE สวทช. จะเดินหน้าสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการทดสอบ การวิจัย และการถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทยให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล พร้อมผลักดันประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็นฐานการผลิตและพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า พลังงานสะอาด และอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำอย่างมั่นคงและยั่งยืน