TOPs

By nsd2020

Targeted Output Profile TOPs TOP1 การรับมือภัยพิบัติโรคระบาด และนวัตกรรมสำหรับชีวิตวิถีใหม่ วิจัยและพัฒนานวัตกรรมสำหรับการป้องกัน รับมือ หรือตรวจวัด เพื่อการรับมือปัญหาภัยพิบัติโรคระบาด เช่น โรค COVID-19 และโรคระบาดอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นที่กระทบต่อความมั่นคงของประเทศ นวัตกรรมการสั่งทำงานแบบไร้สัมผัส นวัตกรรม Sensors สำหรับรับมือภัยโรคระบาด หุ่นยนต์และระบบอัจฉริยะสำหรับกำจัดเชื้อโรค TOP2 การรับมือภัยต่อระบบพลังงานและนวัตกรรมด้านพลังงานสำหรับกิจการความมั่นคง วิจัยและพัฒนานวัตกรรมสำหรับการสร้างความมั่นคงและเสถียรภาพแหล่งจ่ายพลังงาน เพื่อให้เกิดความมั่นคงด้านพลังงานภายในประเทศ มุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนาจากวัตถุดิบภายในประเทศเพื่อความมั่นคงและแบตเตอรี่ปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพสูงเพื่อให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืนภายในประเทศ 1 ระบบเซลล์จ่ายพลังงานที่ประกอบขึ้นจากวัตถุดิบภายในประเทศเพื่อความมั่นคง 2 แบตเตอรี่ปลอดภัย และประสิทธิภาพสูง TOP3 การรับมือภัยพิบัติทางน้ำและอากาศเพื่อความยั่งยืน วิจัยและพัฒนานวัตกรรมสำหรับรับมือปัญหาภัยพิบัติ โดยมุ่งเน้นการรับมือกับปัญหาจากมลพิษ และเหตุการณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ เช่น มลพิษทางน้ำและอากาศ ปัญหาภัยแล้งและปัญหาไฟป่า 1 นวัตกรรมสำหรับแก้ปัญหามลพิษทางอากาศและไฟป่า 2 นวัตกรรมสำหรับแก้ปัญหามลพิษและภัยพิบัติทางน้ำ TOP4 การรับมือด้านความไม่สงบ อาชญากรรมและนวัตกรรมเพื่อสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคง วิจัยและพัฒนานวัตกรรมสำหรับนวัตกรรมสำหรับการรับมือภัยจากความไม่สงบ อาชญากรรม และสนับสนุนการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคง 1 ระบบการตรวจวัดสารเสพติด 2 อาชญากรรมด้านสารสนเทศ…

วิสัยทัศน์และพันธกิจ

By nsd2020

วิสัยทัศน์และพันธกิจ Vision And Mission                       Dual-use หรือ เทคโนโลยีที่ใช้ได้สองทาง ทั้งในกิจการพลเรือนและทางทหาร ตัวอย่างเช่น Drone jammer รบกวนสัญญาณควบคุมระยะไกล ระบบบริหารจัดการและควบคุมเสถียรภาพของแหล่งจ่ายพลังงานหรือเซลล์จ่ายพลังงาน ที่มีความสามารถในการจ่ายพลังงานสูง (High Discharge Rate) สำหรับยุทโธปกรณ์ และยานพาหนะ รวมถึงเครื่องมือสื่อสารต่างๆ นอกเหนือจากนี้ ยังรวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับตรวจสอบวัตถุระเบิด/ สารเสพติด/ ตรวจคัดกรองเชื้อวัณโรค/ โรคระบาด ในพื้นที่ชายแดน ที่มีประสิทธิภาพสูงเพื่อสร้างสถียรภาพด้านความมั่นคงให้กับประเทศ ช่วยลดการนำเข้าเครื่องมือและอุปกรณ์จากต่างประเทศ เพิ่มขีดความสามารถบุคลากรของไทยในด้านการบำรุงรักษายุทธโธปกรณ์ให้ใช้งานได้นานขึ้นอีกด้วย           วัตถุประสงค์ เพื่อวิจัยพัฒนา และ ส่งเสริม สนับสนุน การวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมล้ำสมัยที่สามารถนำไปใช้ได้ทั้งทางทหารและเชิงพาณิชย์ (Dual-Use) ให้สอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ.2561-2580) ตามนโยบายของรัฐบาลและแนวทางที่ทางคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศได้กำหนดไว้ โดยมุ่งเน้นการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มีผลกระทบสูงในหัวเรื่องสำคัญๆ ด้านความมั่นคงของประเทศ ในส่วนที่มีมิติของการใช้งานในภาคพลเรือนโดยทั่วไปร่วมด้วย อาทิ การพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อป้องกันและรับมือภัยจากความไม่สงบและอาชญากรรมในรูปแบบต่างๆ…

ความเป็นมา

By nsd2020

ความเป็นมา History            ความมั่นคงของประเทศ ได้ถูกกำหนดให้เป็นประเด็นสำคัญหนึ่งในยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ.2561-2580) โดยมีเป้าหมายสำคัญในเรื่องของการสร้างความมั่นคงปลอดภัย และพร้อมรับมือกับภัยพิบัติและภัยคุกคามในทุกรูปแบบ อีกทั้งรัฐบาลมีนโยบายในการผลักดันให้อุตสาหกรรมเทคโนโลยีป้องกันประเทศ เป็น S-Curve ตัวที่ 11 โดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม รับผิดชอบในการส่งเสริมและวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีสองทาง (Dual-Use) ที่สามารถมีการนำใช้งานได้ทั้งในภารกิจด้านความมั่นคงและสำหรับภาคพลเรือนทั่วไปเชิงพาณิชย์              สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จึงได้จัดตั้งศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ ในปี 2562 เพื่อให้เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินงานวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อความมั่นคงของประเทศที่สามารถประยุกต์ใช้งานทั้งในหน่วยงานด้านความมั่นคงและในภาคประชาชนทั่วไปเชิงพาณิชย์ อย่างสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติฯ โดยมุ่งเน้นการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการรับมือภัยจากความไม่สงบและอาชญากรรม เทคโนโลยีเพื่อการรับมือภัยต่อความมั่นคงและเสถียรภาพแหล่งจ่ายพลังงาน และเทคโนโลยีเพื่อการรับมือภัยพิบัติ และได้นำเสนอชุดโครงการใน 6 แผนงานหลัก ที่คาดว่าจะสามารถสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม และสร้างความมั่นคงให้กับประเทศได้เป็นอย่างมาก โดยมีแผนรายจ่ายงบประมาณดำเนินการ ประมาณ 500 ล้านบาท ศูนย์ฯ คาดการณ์จะมีหน่วยงานภายนอกร่วมลงทุนในการดำเนินงานด้วยมูลค่าทั้งในส่วนที่เป็นตัวเงินและไม่เป็นตัวเงินเพิ่มเติมอีกประมาณ 500 ล้านบาท ในปี…