การดูแลรักษาหลังการปลูกงา

การกำจัดวัชพืช

ในการปลูกงาช่วงต้นฝนระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ -เมษายน จะพบปัญหาเรื่องวัชพืชน้อยมาก เพราะอากาศแห้งแล้ง ดินมีความชื้นน้อย วัชพืชงอกในปริมาณน้อย แต่ถ้าปลูกงาช่วงปลายฝนระหว่างเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม จะพบปัญหาวัชพืชมาก จนบางพื้นที่ไม่สามารถเก็บเกี่ยวงาได้เลยหากไม่มีการกำจัดวัชพืช ดังนั้นการไถเตรียมดินก่อนปลูกให้ดีจะสามารถลดปัญหาวัชพืชลงได้ (โดยเฉพาะในการปลูกงาปลายฝน) สำหรับการกำจัดวัชพืชควรทำเมื่อต้นงาอายุประมาณ 30 วัน โดยกำจัดวัชพืชแบบใช้แรงงานคน หรือใช้สารเคมีกำจัดวัชพืช เช่น ใช้พาราควอท จำนวน 300 ซีซี.ต่อไร่ ฉีดพ่นวัชพืชให้ตายก่อนปลูกงา หรือใช้อะลาคลอร์ เช่น แลสโซ่ อโรซาล หรืออลาเน็ท ในอัตรา 350 -550 ซีซี.ต่อไร่ หรือเมโทลาคลอร์ เช่น ดูอัลในอัตรา 400 - 600 ซีซี.ต่อไร่ ฉีดพ่นหลังจากปลูกงาเสร็จแล้วประมาณ 3 -5 วัน ก่อนงาและวัชพืชจะงอกขึ้นมา

 

การใส่ปุ๋ย

ควรมีการใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 หรือ 16-20-0 อัตรา 15-30 กิโลกรัมต่อไร่ ในขั้นตอนการเตรียมดิน และใส่ปุ๋ยยูเรียประมาณ 3-5 กิโลกรัมต่อไร่เมื่อต้นงาอายุประมาณ 40 วัน ข้อควรระวังในการปฏิบัติ คือ ไม่ควรใส่ปุ๋ยมากกว่าที่แนะนำ เพราะจะทำให้ต้นงามีแต่ลำต้นและใบใหญ่ จะมีฝักและเมล็ดน้อย หรือทำให้งาแก่ช้าและอาจมีปริมาณน้ำมันในเมล็ดลดลง

 

การเก็บเกี่ยว

          งาระยะสุกแก่ที่สามารถเก็บเกี่ยวได้จะมีลักษณะใบล่างเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและร่วงหล่นไปเรื่อย ๆ ฝักเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีเหลือง ประมาณ 2 ใน 3 ของต้น มีจำนวน 80 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ปลูก เมล็ดค่อนข้างเต่งตึงและเปลี่ยนสีตามพันธุ์ หรือแกะฝัก (งาดำ) ที่ 3 จากยอดออกมาดู ถ้าเมล็ดมีสีน้ำตาลแสดงว่าแก่เก็บเกี่ยวได้ หรือนับอายุการเก็บเกี่ยว แต่ทั้งนี้ขึ้นกับสายพันธุ์และสภาพอากาศ สำหรับการเก็บเกี่ยวจะใช้เคียวหรือมีด โดยตัดต่ำกว่าฝักล่าง เล็กน้อย และหากต้นงามีขนาดเล็กสามารถเก็บเกี่ยวโดยวิธีถอนทั้งต้นได้ หลังจากเก็บเกี่ยวงาแล้ว นำงามามัดเป็นกำ มัดละประมาณ 10-30 ต้น ทั้งนี้ขึ้นกับสายพันธุ์ (พันธุ์ที่มีการแตกกิ่งแขนงหรือไม่) แล้วนำมาตากพิงกันกลุ่มละ 3-4 มัด โดยตากในแปลงปลูกหรือบริเวณลานตากใกล้บ้านซึ่งควรมีผ้าใบ หรือผ้าตาข่ายสีฟ้าปูรองพื้น เพื่อรองรับเมล็ดที่ร่วงหล่น การตากงาควรวางเรียงกันหรือทำแบบ 3 ขาก็ได้ ตากนานประมาณ 5 – 7 วัน หรือตากไว้จนฝักแห้ง แล้วนำมากะเทาะเมล็ด เมล็ดที่ได้นำมาทำความสะอาดโดยฝัดด้วยกระด้ง หรือใช้ตะแกรงร่อน เพื่อให้เศษฝุ่น ผง เมล็ดวัชพืช และเมล็ดงาลีบแยกออกจากเมล็ดงา นอกจากนี้ต้องไม่บ่มงาหรือนำงามากองซ้อนกันเพื่อให้เมล็ดงาสุกแก่และใบร่วง ซึ่งง่ายต่อการกะเทาะ เพราะการทำเช่นนี้จะทำให้อุณหภูมิภายในกองงาสูง และความชื้นฝักสูง จะมีผลทำให้เมล็ดมีความชื้นสูงขึ้นด้วย และจะมีกรดไขมันออกมาจากเมล็ด ทำให้เมล็ดมีกลิ่นกรด ซึ่งทำให้คุณภาพเมล็ดงาไม่ดี จะทำให้ราคาเมล็ดงาลดลงอย่างมาก

  

 

  การตากงาแบบต่าง ๆ ของเกษตรกร

 

หลังจากกะเทาะและทำความสะอาดเมล็ดงาแล้ว ควรจะลดความชื้นของเมล็ดด้วยการตากแดดประมาณ 1-2วัน ให้เมล็ดมีความชื้นประมาณ 6-7 เปอร์เซ็นต์ นำเมล็ดมาเก็บในกระสอบป่าน หรือกระสอบปุ๋ย และวางเก็บไว้ในที่ ๆ มีอากาศถ่ายเทได้ดี หากจำเป็นต้องเก็บเมล็ดไว้นานไม่ควรวางกระสอบเมล็ดไว้บนพื้นปูนซีเมนต์ ควรมีไม้รองพื้นเพื่อป้องกันความชื้นจากพื้น

 

สรุปข้อแนะนำที่สำคัญในการปลูก

1. ต้องเตรียมดินดี จะช่วยให้เมล็ดงางอกได้ดี สม่ำเสมอ และช่วยกำจัดวัชพืชด้วย

2. เลือกใช้เมล็ดพันธุ์งาสายพันธุ์ดี คือ เป็นเมล็ดตรงตามพันธุ์และมีความงอกสูง ให้ผลผลิตสูง และมีคุณภาพตามความต้องการของตลาด

3. ควรมีการกำจัดวัชพืช เมื่อต้นงามีอายุประมาณ 30 วัน

 

การเก็บเมล็ดพันธุ์

พันธุ์งาที่ปลูกทั่วไปเป็น พันธุ์แท้ ซึ่งเกษตรกรสามารถเก็บเมล็ดไว้ปลูกต่อได้ เมล็ดงาที่จะเก็บเป็นเมล็ดพันธุ์ ควรเป็นเมล็ดที่ได้จากการเคาะครั้งแรก เพราะเมล็ดจะแก่และสมบูรณ์เต็มที่ จากนั้นนำเมล็ดไปตากให้แห้งก่อนเก็บในภาชนะปิดที่มีความชื้นต่ำ ก็จะทำให้ได้เมล็ดพันธุ์ดีที่มีคุณภาพ หากเก็บเมล็ดพันธุ์งาไว้ในถุงพลาสติกชนิดหนาปิดปากถุงสนิท สามารถเก็บไว้ได้นาน 17 เดือน โดยเมล็ดยังมีความงอก 82 เปอร์เซ็นต์ และหากเก็บเมล็ดพันธุ์งาไว้ในถุงปุ๋ย ถุงผ้า และถุงกระดาษ สามารถเก็บไว้ได้นาน 8 เดือน โดยเมล็ดยังมีความงอกมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ควรคลุกเมล็ดพันธุ์ก่อนปลูกด้วยสารแคปแทน หรือ เบโนมิล อัตรา 2.5-5.0 กรัมต่อเมล็ดพันธุ์ 1 กิโลกรัม เพื่อควบคุมโรคที่เกิดจากเชื้อราในระยะต้นกล้า

 

การขนส่ง

ระหว่างการขนส่งไม่ควรให้เมล็ดงาได้รับความชื้น ยานพาหนะที่ใช้ในการขนส่งต้องสะอาด ไม่ควรเป็นรถที่ใช้บรรทุกดิน สัตว์ มูลสัตว์ ปุ๋ยเคมี หรือสารป้องกันกำจัดศัตรูพืช เพราะอาจมีการปนเปื้อน ยกเว้นว่าจะต้องมีการทำความสะอาดอย่างเหมาะสม นอกจากนี้หากต้องขนส่งเมล็ดงาในช่วงฤดูฝน ต้องมีผ้าใบคลุม เพื่อป้องกันเมล็ดงาได้รับความชื้นและได้รับความเสียหาย