ในช่วงหลายปีมานี้กระแสความนิยมเลี้ยง “ไส้เดือนดิน” มีมากขึ้น ด้วยเป็นตัวเอกที่ช่วยกำจัดขยะอินทรีย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยังให้ผลผลิตเป็นปุ๋ยมูลไส้เดือนดินและน้ำไส้เดือนดินที่ช่วยให้พืชเจริญเติบโตสวยงาม  แม้จะมีผู้สนใจเลี้ยงไส้เดือนดินมากขึ้น แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อการกำจัดขยะอินทรีย์ที่นับวันจะมีมากขึ้น

นับเป็นเรื่องดีที่วันนี้นักวิจัยไทยได้ค้นพบแมลงตัวน้อยอีกชนิดหนึ่งที่ย่อยสลายขยะอินทรีย์ได้ดีไม่น้อยกว่าไส้เดือนดิน และยังมีเป็นแหล่งอาหารโปรตีนสูงสำหรับสัตว์เศรษฐกิจ รวมทั้งมีประโยชน์ในด้านอื่นๆ อีกไม่น้อย

จาก “ไส้เดือนดิน” ถึง “หนอนแม่โจ้”

หลังจากที่ รศ.ดร.อานัฐ ตันโช คณะผลิตกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้รับทุนสนับสนุนวิจัยจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ศึกษาและพัฒนาเทคนิคการเลี้ยงไส้เดือนดินเพื่อผลิตปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพ และสามารถถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่วงกว้างแล้วนั้น “ไส้เดือนดิน” ได้ชักนำให้ทีมวิจัยได้รู้จักกับแมลงชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นในโรงเลี้ยงไส้เดือนดินของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ นำไปสู่การศึกษาวิจัยแมลงชนิดนี้อย่างจริงจังโดยได้ทุนสนับสนุนวิจัยจาก สวทช. ตั้งแต่ปี 2553

ทีมวิจัยศึกษาพบว่า แมลงดังกล่าวเป็นตัวเต็มวัยของแมลงวันลายชนิดหนึ่ง ซึ่งตัวหนอนของแมลงนี้ช่วยจัดการขยะอินทรีย์ได้ด้วย ทีมวิจัยจึงได้ศึกษาวิจัยเทคนิคการเพาะเลี้ยงที่ครบวงจรชีวิตของแมลงชนิดนี้ และตั้งชื่อหนอนแมลงนี้ว่า “หนอนแม่โจ้ (Maejo Maggots)”

รู้จัก “หนอนแม่โจ้”

หนอนแม่โจ้มีชื่อเรียกเป็นทางการว่า หนอนแมลงวันลาย (Black Soldier Fly: BSF) ชื่อวิทยาศาสตร์ Hermetia ilucens วงศ์ Strationmyidae สกุล Diptera จัดอยู่ในอันดับชั้นเดียวกับแมลงวันบ้าน แต่ต่างตระกูล

ความแตกต่างระหว่างแมลงหนอนแม่โจ้และแมลงวันบ้าน

  แมลงหนอนแม่โจ้ แมลงวันบ้าน
แหล่งที่พบ พุ่มไม้ เขตบ้านเรือน
อาหาร น้ำหวาน, น้ำ เศษอาหาร
การวางไข่ วางไข่บนเศษผัก ผลไม้ หรือในถังน้ำหมักที่มีกลิ่นเปรี้ยว วางไข่บนอาหารของมนุษย์
ลักษณะไข่ สีขาวครีมใส คล้ายเมล็ดข้าวเจ้า สีขาวครีมใส คล้ายเมล็ดข้าวเหนียว

 

แมลงหนอนแม่โจ้พบได้บริเวณพุ่มไม้ทั่วไปในธรรมชาติ กินน้ำและน้ำหวานเป็นอาหาร มีรอบวงจรชีวิต 5 ระยะ ได้แก่

  • ระยะตัวเต็มวัย (แมลง) – ขนาดลำตัวยาวประมาณ 16 มม. มีอายุ 8-15 วัน ใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในธรรมชาติที่มีพุ่มไม้ ใบไม้สีเขียว จับคู่ผสมพันธุ์ ตัวเมียจะวางไข่ไว้บริเวณใกล้ๆ กับขยะอินทรีย์ จำนวนไข่ประมาณ 400-900 ฟองต่อตัว
  • ระยะไข่ – เป็นรูปวงรี ยาวประมาณ 1 มม. สีเหลืองอ่อนหรือสีครีม ไข่จะมีสีเข้มขึ้นตามระยะเวลา ใช้เวลา 3-4 วัน ฟักเป็นตัวหนอน
  • ระยะตัวหนอน – เป็นระยะที่กินขยะอินทรีย์เป็นอาหาร มีลักษณะตัวอวบอ้วน แบน สีขาวครีม ขนาดตัวยาวตั้งแต่ 3-26 มม. น้ำหนักประมาณ 0.2 กรัม ตัวหนอนจะลอกคราบ 8 ครั้งก่อนเข้าดักแด้
  • ระยะตัวหนอนก่อนเข้าดักแด้ – ระยะรอยต่อระหว่างตัวหนอนกับดักแด้ เป็นระยะที่เหมาะนำไปใช้ประโยชน์
  • ระยะดักแด้ – ลำตัวจะมีสีดำเข็มและผิวแห้งแข็ง ใช้เวลาฟักเป็นตัวแมลงประมาณ 10-15 วัน หรือนานกว่านั้นขึ้นกับสภาพอากาศ

 

 

ปลี่ยนอาหารขยะอินทรีย์สู่อาหารสัตว์ชั้นเลิศ

ด้วยธรรมชาติของแมลงชนิดนี้ที่วางไข่บนเศษผัก ผลไม้ หรือในถังน้ำหมักที่มีกลิ่นเปรี้ยวอยู่แล้ว เมื่อไข่เจริญเติบโตเป็นหนอน ขยะอินทรีย์ต่างๆ จึงเป็นอาหารชั้นเลิศของหนอนแม่โจ้ ซึ่งหนอนแม่โจ้กินอาหารได้เร็วกว่าไส้เดือนดินถึง 5 เท่า อาหารที่กินเข้าไปจะเปลี่ยนเป็นไขมันประมาณ 30% โปรตีนประมาณ 40% มีโอเมก้า 3, 6 และ 9 ปริมาณสูง และยังมีกรดลอริกที่ยับยั้งเชื้อก่อโรคต่างๆ หนอนแม่โจ้จึงเป็นอาหารโปรตีนคุณภาพสูงสำหรับสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะสัตว์เศรษฐกิจ อาทิ ไก่ชน ปลาคาร์ฟ ปลาสวยงาม เป็นต้น

เปรียบเทียบโปรตีนในแมลงต่างๆ (แมลงน้ำหนักแห้ง 100 กรัม จะให้โปรตีนประมาณ 9-65 กรัม)

แมงมัน  65 กรัม
หนอนแม่โจ้ 42 กรัม
เนื้อไก่ 28 กรัม
ปาทังก้า 27 กรัม
หมูบด 18 กรัม
ไข่ไก่  13 กรัม
หนอนไม้ไผ่ 9 กรัม

 

ไม่เพียงหนอนแม่โจ้จะจัดการขยะอินทรีย์ได้มีประสิทธิภาพและเป็นอาหารเลี้ยงสัตว์คุณภาพสูงแล้ว หนอนแม่โจ้ยังมีประโยชน์ในด้านอื่นอีก ไม่ว่าจะเป็น ควบคุมแมลงวันบ้าน หรือการใช้มูลหนอนแม่โจ้ปลูกพืชและบำรุงดิน เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีความเป็นไปได้ที่จะผลิตหนอนแม่โจ้เพื่อเป็นอาหารมนุษย์ รวมถึงการแปรรูปหนอนแม่โจ้เป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ซึ่งต้องศึกษาวิธีการเพาะเลี้ยงที่สะอาดและถูกสุขอนามัย

ปัจจุบัน รศ.ดร.อานัฐ ตันโช และทีมวิจัยศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่ ได้ถ่ายทอดเทคนิคการผลิตหนอนแม่โจ้อย่างต่อเนื่อง โดยได้รับการตอบรับอย่างดีจากเกษตรกร/ผู้สนใจเพาะเลี้ยงและจำหน่ายหนอนแม่โจ้ ซึ่งราคาจำหน่ายหนอนแม่โจ้อยู่ที่ประมาณ 400-1,000 บาท/กิโลกรัม

คลิกอ่านเอกสารเผยแพร่ การเลี้ยงตัวหนอนแม่โจ้

# # #

 

ข้อมูลจาก คู่มือการผลิตหนอนแม่โจ้. รศ.ดร.อานัฐ ตันโช, ศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้. 2560.
เรียบเรียงโดย ฝ่ายจัดการความรู้เพื่อเกษตรและชุมชน สถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร