อำเภอยางชุมน้อย จังหวัดศรีสะเกษ ถือเป็นพื้นที่ผลิตพริกชั้นดีของประเทศไทย เกษตรกรในพื้นที่มีอาชีพผลิตพริกจำหน่ายให้กับลูกค้าในประเทศ แต่เกษตรกรยังมีรายได้น้อย ทั้งๆที่ทำการเกษตรมานาน มีความชำนาญและขยัน การผลิตพริกแบบเดิมมีต้นทุนสูง มีปัญหาโรคแมลงและใช้สารเคมีปริมาณมาก ทำให้ นางสาวสุจิตรา จันทะศิลา ที่จบการศึกษาระดับปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น และต้องการกลับบ้านมาช่วยเหลือเกษตรกรที่บ้านเกิด จัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านโนนติ้ว ตำบลโนนคูณ อำเภอยางชุมน้อย จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อ 27 สิงหาคม 2558 โดยมีนางสาวสุจิตรา จันทะศิลา เป็นประธานกลุ่ม ให้เกษตรกรผลิตพริกแห้งปลอดภัยเพื่อแปรรูปและส่งออก เช่น ผลิตพริกสายพันธุ์ “ยอดสนเข็ม 80” ป้อนให้กับบริษัทบางกอกแลปแอนด์คอสเมติก จำกัด  โดยประกันราคารับซื้อ ปัจจุบันบริษัทฯ ต้องการผลผลิตพริกแห้งพันธุ์นี้ประมาณปีละ 5 - 10 ตันต่อปี หรือ พริกสด 15-30 ตันต่อปี

ย้อนไปเมื่อ 2556 คุณสุจิตรา ชักชวนเกษตรกรยางชุมน้อยให้ผลิตแต่ไม่มีใครสนใจ จึงสร้างแปลงตัวอย่างในพื้นที่ตนเองให้ชาวบ้านเห็นเป็นรูปธรรม นำระบบการทำเกษตรที่ศึกษามาทำแปลงผลิตพริก การเพาะต้นกล้า การให้น้ำ ปุ๋ย การควบคุมโรคและแมลงด้วยเชื้อราลดการใช้สารเคมี ในช่วงแรกของการส่งเสริมปลูกพริกยอดสนเข็ม ปี 2557 - 2558 เกษตรกรผลิตพริกแห้งได้เพียง 3.5 ตันต่อปี ในปี 2559 เกษตรกร ต.โนนคูณ อ.ยางชุมน้อย 30 ครอบครัว ผลิตพริกแห้งได้เพิ่มขึ้นเป็น 4 ตัน กระทั่งในปี พ.ศ. 2560 มีเกษตรกรเข้าร่วมในวิสาหกิจชุมชนจำนวน 95 ราย มีการให้ความรู้เรื่องการผลิตในกลุ่ม มีการรวมกลุ่มทำปุ๋ยหมัก ผลิต ราไตรโคเดอร์มา บิวเวอเรีย ให้เครือข่าย ใช้คุมเพลี้ย ลดการใช้สารเคมี ลดต้นทุนการผลิตโดยการผลิตเมล็ดพันธุ์ใช้เอง ผลิตพริกแห้งได้ 5 ตัน ตามความต้องการของบริษัทฯ มีรายได้ 1.5 ล้านบาท (ราคาพริกแห้งยอดสนเข็ม 80 กิโลกรัมละ 300 บาท) เป็นการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร ส่งพริกแห้งให้กับบริษัทฯ ในอนาคตกลุ่มวิสาหกิจชุมชนมีแผนการผลิตพริกสดให้ได้ปีละ 150 ตัน ช่วงการผลิตตั้งแต่เดือน มกราคม – มีนาคม ของทุกปี

จากความเข้มแข็งของกลุ่มเกษตรกรในการผลิตพริกยอดสนเข็ม 80 บริษัท บางกอกแลป แอนด์ คอสเมติก จำกัด ให้คุณสุจิตราฯ และกลุ่มเกษตรกร ผลิตพริกแห้งพันธุ์ “อัคนีพิโรธ” ที่ได้รับการถ่ายทอดพันธุ์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยเสนอราคากิโลกรัมละ 500 บาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างการทดสอบผลิตร่วมกับการใช้เทคโนโลยีโรงเรือนเพื่อช่วยในการผลิต

กลุ่มวิสาหกิจฯ ตั้งเป้าหมายที่จะผลิตพริกแห้งปลอดภัยเพื่อแปรรูปและส่งออกและยังมีแนวคิดในการลดต้นทุนการผลิต การผลิตพริกคุณภาพ  การคัดเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสมต่อพื้นที่การผลิตของชุมชน และให้ตรงต่อความต้องการของอุตสากรรมอาหารและยาทั้งในประเทศและต่างประเทศ

นอกจากนี้ สวทช. ให้การสนับสนุนเทคโนโลยี การอบแห้ง โดยอยู่ในระหว่างทดลองนำพริกสายพันธุ์ยอดสนเข็ม อบแห้งเพื่อให้ได้สภาวะการอบทีเหมาะสม เนื่องจาก การผลิตพริกแห้งของกลุ่มวิสาหกิจยังมีปัญหาการจัดการหลังการเก็บเกี่ยว หรือการทำแห้ง ปัจจุบันใช้วิธีการตากแดด ด้วยปริมาณผลผลิตที่มากขึ้นและสภาพอากาศไม่สามารถควบคุมได้ทำให้มีปัญหาเรื่องเชื้อราในพริกจึงต้องการเทคโนโลยีการอบแห้งเพื่อยกระดับมาตรฐานผลผลิต แก้ปัญหาการเกิดเชื้อราและสารอะฟลาทอกซินตกค้างในผลผลิต ทั้งนี้

ในการรับซื้อจากบริษัทฯ เป็นลักษณะพริกตากแห้ง ซึ่งการผลิตพริกแห้งของกลุ่มวิสาหกิจยังมีปัญหาการจัดการหลังการเก็บเกี่ยว หรือการทำแห้ง ปัจจุบันใช้วิธีการตากแดด ด้วยปริมาณผลผลิตที่มากขึ้นและสภาพอากาศไม่สามารถควบคุมได้ทำให้มีปัญหาเรื่องเชื้อราในพริกจึงต้องการเทคโนโลยีการอบแห้งเพื่อยกระดับมาตรฐานผลผลิต ทั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษได้สนับสนุนงบประมาณในปี 2560 ประมาณ 1.4 ล้านบาทสำหรับการสร้างโรงอบพลังงานแสงอาทิตย์ และโรงแปรรูปพริก ให้กับกลุ่มวิสาหกิจซึ่งจะช่วยให้กลุ่มสามารถผลิตพริกแห้งที่มีคุณภาพ และสร้างมูลค่าเพิ่มของผลิตภัณฑ์พริกและผลิตภัณฑ์จากผลผลิตทางการเกษตรอื่นๆ ให้มีความหลากหลายต่อไป

 

คุณรู้หรือไม่???

พริกยอดสนเข็ม 80 เป็นพริกที่มีความเผ็ดมากเนื่องจากมีสารแคบไซซินสูง เหมาะนำไปสกัดสารแคบไซซินใช้ผสมอาหารสัตว์ ให้สัตว์ทานอาหารได้มากขึ้น ใช้ในการทำยาทาแก้ปวดเมื่อย พริกยอดสนเข็ม 80 ปรับปรุงพันธุ์ โดย ศาสตราจารย์ ดร. สุชีลา เตชะวงศ์เสถียร ผู้เชี่ยวชาญการปรับปรุงพันธุ์พริกและมะเขือเทศ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จากการสนับสนุนโดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ซึ่งให้ผลผลิตสูง ประมาณ 3,000 กิโลกรัมต่อไร่ (พริกสด) ต่อมามหาวิทยาลัยขอนแก่นถ่ายทอดพันธุ์พริกยอดสนเข็ม 80 (ความเผ็ดประมาณ 70,000 สโควิลล์) ให้บริษัทบางกอกแลปแอนด์คอสเมติก จำกัด เพื่อนำไปสกัดสารแคปไซซิน เป็นส่วนผสมในเจลทาบรรเทาอาการปวดภายใต้ยี่ห้อแคปซิกาเจลและส่งเสริมให้เกษตรกรในจังหวัดต่างๆปลูก โดยบริษัทฯ รับซื้อในรูปพริกแห้งราคากิโลกรัมละ 250-300 บาท

การพัฒนาพันธุ์พริกและการเผยแพร่สู่การนำไปใช้ประโยชน์ โดย รศ.ดร.สุชีลา เตชะเสถียร คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น