สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) สำนักคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (สกสว.) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ขอเชิญชวนนักวิจัย บุคลากรในภาคการศึกษา และผู้ประกอบการ เข้าร่วมโครงการ Leaders in Innovation Fellowships (LIF) Programme ประจำปี 2564 ภายใต้ทุน Newton Fund ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือกับ The Royal Academy of Engineering (RAEng) ประเทศอังกฤษ

วัตถุประสงค์ของโครงการ

เพื่อสนับสนุนการสร้างศักยภาพความเป็นผู้ประกอบการให้กับนักวิจัยของประเทศไทยและสนับสนุนให้ผลงานวิจัยเกิดการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ รวมถึงการสร้างเครือข่ายของนักวิจัยและผู้ประกอบการในระดับนานาชาติ

ประโยชน์ที่จะได้รับ

ผู้สมัครเข้าร่วมโครงการและผ่านการคัดเลือกจะได้เข้ารับการอบรม Introduction to Research Commercialisation ณ ประเทศไทย และนำเสนอผลงานในลักษณะ Investment Pitching กับคณะกรรมการเพื่อคัดเลือกให้เข้ารับการอบรมตามโปรแกรมของ RAEng ของประเทศอังกฤษ ซึ่งทำการอบรมทั้งในประเทศไทยและประเทศอังกฤษ

คุณสมบัติของผู้สมัคร

  1. ผู้สมัครต้องเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย พนักงานในหน่วยงานวิจัยของรัฐ ผู้ประกอบการเจ้าของนวัตกรรม หรือเป็นนักศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษา กรณีที่เป็นนักศึกษาจะต้องมีจดหมายยืนยันและอนุญาตให้เข้าร่วมโครงการจากอาจารย์ที่ปรึกษา
  2. ผู้สมัครต้องเป็นเจ้าของผลงานวิจัยที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์ (หากได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยโปรดระบุแหล่งทุนวิจัยในใบสมัครด้วย) โดยต้องเป็นงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีหรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เกี่ยวข้องกับด้าน Food, Agricultural technologies, biotechnology, chemical engineering, civil engineering, computer science, design engineering, electrical and electronic engineering, ICT, materials science, mechanical engineering, and medical engineering และต้องไม่เป็นงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับด้านความมั่นคงของประเทศ หากผลงานวิจัยนั้นมีผู้ร่วมสนับสนุนทุนจากบริษัทหรือหน่วยงานอื่นๆ ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ร่วมสนับสนุนทุนให้นำผลงานวิจัยนั้นๆ เข้าร่วมในโครงการ
  3. มีทักษะภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารในระดับดีมาก
  4. ผู้สมัครและได้รับการคัดเลือกต้องสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ตลอดระยะเวลาการอบรม

ณ อาคารซอฟต์แวร์พาร์ค ถ.แจ้งวัฒนะ จ.นนทบุรี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย (ซอฟต์แวร์พาร์ค) และเมืองนวัตกรรมอาหาร (Food Innopolis) ร่วมด้วยเครือข่ายพันธมิตร จัดงานอบรมเชิงปฏิบัติการ “Smart Food Factory 4.0 (อุตสาหกรรมอาหารในยุค 4.0)” เพื่อพัฒนาความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัย โดยมีผู้ประกอบการ SME ภาคเอกชนในอุตสาหกรรมอาหารและที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานกว่า 200 คน

ดร.ภัทราวดี พลอยกิติกูล ผู้อำนวยการเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย (ซอฟต์แวร์พาร์ค) สวทช. กล่าวว่า การอบรมเชิงปฏิบัติการ Smart Food Factory 4.0 หรืออุตสาหกรรมอาหารในยุค 4.0 ในครั้งนี้ ซอฟต์แวร์พาร์ค ร่วมมือกับ เมืองนวัตกรรมอาหาร และหน่วยงานพันธมิตร จัดขึ้น เพื่อให้ความรู้ในเรื่องการพัฒนาด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัย ด้วยการผลักดันเทคโนโลยีการผลิตอัตโนมัติ (Automation) ไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมอาหารมากยิ่งขึ้น โดยมีผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารและที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานมากกว่า 200 คน ซึ่งที่ผ่านมาตลอด 23 ปีของซอฟต์แวร์พาร์ค มีการดำเนินกิจกรรมเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการและอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยมาอย่างต่อเนื่องจนเกิดเป็นเครือข่ายอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ที่เข้มแข็ง และด้วยนโยบายการทำงานที่มุ่งเน้นขอบข่ายที่กว้างขวางขึ้น

ประกาศ รายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์การพิจารณาขั้นต้น ผู้ให้บริการร้านอาหารและเครื่องดื่ม (ร้านอาหาร Science Café) อาคารศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย (TSP – CC)

คณะกรรมการคัดเลือกผู้ให้บริการส่งเสริมคุณภาพชีวิตฯ ขอประกาศรายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์การพิจารณาขั้นต้น เพื่อนำเสนอแผนการดำเนินงานและรูปแบบการดำเนินธุรกิจ  จำนวน 2 ราย ดังนี้

  • Health Together Co.,Ltd.
  • บริษัท ครัวอรุณรุ่ง จำกัด                             

ทั้งนี้ ขอให้ผู้ผ่านเกณฑ์การพิจารณาขั้นต้นเตรียมนำเสนอแผนการดำเนินงานและรูปแบบการดำเนินธุรกิจ พร้อมรูปแบบการตกแต่งร้านให้ คณะกรรมการพิจารณา โดยเจ้าหน้าฝ่ายบริหารศูนย์ประชุมฯ จะประสานงานเพื่อนัดวันและเวลานำเสนอแผนงานต่อคณะกรรมการอีกครั้งหนึ่ง

ประกาศ ณ วันที่  16  กันยายน  2563
คณะกรรมการคัดเลือกผู้ให้บริการส่งเสริมคุณภาพชีวิต (Quality of life)
ภายในพื้นที่ความรับผิดชอบของอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย

 หน่วยงานเจ้าของเรื่อง
ฝ่ายบริหารศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาตร์ประเทศไทย
โทรศัพท์ 0 2564 7170 ต่อ 6031 (คุณอรทัย)
โทรสาร  0 2564 7160
e-mail : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

ณ บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี - สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยบ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร ดำเนินกิจกรรม “สนุกวิทย์เก่งศิลป์สู่พลังสร้างสรรค์” ภายใต้โครงการมหาวิทยาลัยเด็ก ประเทศไทย เพื่อส่งเสริมให้ครูและเด็กได้เรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านกิจกรรมศิลปะภาพสีน้ำออแกนิคที่สกัดจากดอกไม้และใบไม้ พร้อมร่วมดื่มด่ำกับการเรียนรู้ธรรมชาติ และปรากฏการณ์ธรรมชาติ ผ่านดอกไม้ ต้นไม้ ใบหญ้า แสนน่ารัก ร่วมถึงพาเด็ก ๆ ทำของเล่นทำมือเอง เพื่อความอบอุ่นในครอบครัว และเรียนรู้วิทยาศาสตร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระหว่างวันที่ 11 - 25 กันยายน 2563

14 กันยายน 2563 ณ ศูนย์เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ กระทรวงพลังงาน : กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และ กระทรวงพลังงาน ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการกำหนดกรอบทิศทางและการบริหารจัดการงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีด้านพลังงาน เพื่อร่วมกำหนดกรอบนโยบายและทิศทางงานวิจัยและพัฒนาด้านเทคโนโลยีพลังงานที่ชัดเจนสอดคล้องกับกรอบนโยบายพลังงานของชาติ ซึ่งยึดจากแผนบูรณาการพลังงานระยะยาว 20 ปี รวม 5 แผน ได้แก่ การพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ อนุรักษ์พลังงาน พลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก และบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานของประเทศอย่างยั่งยืน

โดยมี นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และ ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้เกียรติเป็นประธานและสักขีพยานในการลงนาม พร้อมด้วย นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน และ รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วยผู้บริหารร่วมลงนาม

ในงาน Healthcare 2020 ภายใต้แนวคิด สุขภาพดี วิถีใหม่ ใจชนะ ของบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) มีหัวข้อเสวนาที่น่าสนใจเข้ากับกระแสสังคมสูงวัย คือ Health Forum : MTEC กับนวัตกรรมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ซึ่งมีนักวิจัยไทยมาแชร์และโชว์นวัตกรรมการ กิน-อยู่ จากงานวิจัยที่ใช้ได้จริง เพื่อให้สังคมไทยเตรียมพร้อมสำหรับการรองรับสังคมสูงวัย ผ่านประสบการณ์และองค์ความรู้จาก 3 นักวิจัยไทย ได้แก่ ดร.ศราวุธ เลิศพลังสันติ หัวหน้าทีมวิจัยการออกแบบและแก้ปัญหาอุตสาหกรรม ดร.บุญล้อม ถาวรยุติการต์ หัวหน้าทีมวิจัยอุปกรณ์เฉพาะบุคคล และ ดร.ชัยวุฒิ กมลพิลาส นักวิจัยทีมวิจัยวัสดุศาสตร์อาหาร จากศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

จ.อุดรธานี - สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับจังหวัดอุดรธานี และเครือข่ายพันธมิตร พัฒนาพื้นที่ชุมชนแปลงใหญ่ไม้ดอกไม้ประดับบ้านห้วยสำราญเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรแห่งใหม่

ชมความงามไม้ดอกได้ตลอดปี สร้างงานสร้างอาชีพให้ชุมชน ประเดิมจัดงาน “ปทุมมาเบ่งบาน เที่ยวห้วยสำราญสุขใจ” ชมความงามปทุมมาหลากสายพันธุ์ถึง 31 ตุลาคมนี้ พร้อมเปิดตัว “ปทุมมาห้วยสำราญ” ไม้ดอกหน้าฝนสายพันธุ์ใหม่

(วันที่ 11 กันยายน 2563) ศ. (พิเศษ) ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) พร้อมด้วย ผศ.ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการ รมว.อว. นายพรชัย ตระกูลวรานนท์ อดีตรองอธิการบดี ม.ธรรมศาสตร์ ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ นพ.ปฐม สวรรค์ปัญญาเลิศ รองปลัดกระทรวง อว. รศ.ดร.พาสิทธิ์ หล่อธีรพงศ์ ที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และคณะผู้บริหาร อว. เยี่ยมชมผลงานสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยมี ดร. ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ดร.วรรณพ วิเศษสงวน ผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ดร.จุลเทพ ขจรไชยกูล ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) ดร.วรรณี ฉินศิริกุล ผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) และคณะผู้บริหาร สวทช. ให้การต้อนรับ ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี

8 กันยายน 2563 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมมือ กระทรวงกลาโหม โดย กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม (วท.กห.) ลงนามความร่วมมือ “โครงการความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศ” เพื่อสนับสนุนการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านความมั่นคง ในการขับเคลื่อนและขยายผลของงานวิจัยไปประยุกต์สู่การใช้งานจริง รวมถึงสนับสนุนและสร้างความเข้มแข็งให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมด้านนวัตกรรมความมั่นคงของประเทศอย่างยั่งยืน รวมถึงสร้างองค์ความรู้ นวัตกรรม และการถ่ายทอดเทคโนโลยี ภายใต้ยุทธศาสตร์ของ S- Curve 11

โดยมี พลโท คงชีพ ตันตระวาณิชย์ เจ้ากรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม กระทรวงกลาโหม และ ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมลงนาม

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ศูนย์พัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยี (BIC) ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี (TMC) จัดเสวนาสร้างความรู้และมุมมองทางด้านการลงทุนในธุรกิจนวัตกรรมหัวข้อ “เพิ่มโอกาสทางธุรกิจในยุค New Normal ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม” เพื่อเพิ่มโอกาสในการพัฒนาขยายธุรกิจ เชื่อมโยงภาคธุรกิจกับกลุ่มงานวิจัย และสร้างเครือข่ายนักลงทุนทางด้านธุรกิจนวัตกรรมให้กับผู้ประกอบการ

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ โดยฝ่ายวิชาการ หลักสูตร และสื่อการเรียนรู้ (ACM) และ FI Accelerator เมืองนวัตกรรมอาหาร (Food Innopolis: FI) จัดกิจกรรมค่ายวิทยาศาสตร์ “ค่ายสร้างสรรค์นวัตกรรมอาหารประเทศไทย ระดับมัธยมศึกษา (Thailand Food Innovation: Junior Bootcamp 2020)” ที่บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี เพื่อให้ความรู้ด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรมอาหารที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด ติดความรู้และแนวทางสร้างนวัตกรรมจากมรดกภูมิปัญญาอาหาร (Food Heritage Innovation) และนวัตกรรมอาหารสำหรับการใช้ชีวิตแห่งอนาคต (Future Lifestyle Food Innovation)

โดยมีเยาวชนจากทั่วประเทศระดับชั้นมัธยมปลายกว่า 150 คน จำนวน 30 ทีม เข้าร่วมกิจกรรม ก่อนจะนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้กับการพัฒนาโครงงานวิทยาศาสตร์นวัตกรรมอาหารเพื่อส่งผลงานเข้าร่วมประกวดในโครงการ Thailand Food Innopolis Innovation Contest ในระยะต่อไป โดยพิธีเปิดค่ายมี ดร.อ้อมใจ ไทรเมฆ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. ด้านพัฒนากำลังคนทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และ ดร.อัครวิทย์ กาญจนโอภาษ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. และผู้อำนวยการเมืองนวัตกรรมอาหาร (Food Innopolis) ร่วมเปิดงาน

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยศูนย์พันธุวิศกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) เล็งเห็นความสำคัญของอุตสาหกรรมมันสำปะหลัง มีการวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ ตลอดจนกระบวนการ และเทคโนโลยีต่าง ๆ มาเป็นเวลากว่า 10 ปี จึงได้ดำเนินโครงการ “Capacity Building on Circular Economy, Resource and Energy Efficiency for Productivity and Sustainability of Cassava Chain to High Value Products: Cassava Root, Native Starch, and Biogas in Mekong Countries” หรือ โครงการ CCC

เพื่อพัฒนาศักยภาพเกษตรกรผู้ผลิตมันสำปะหลัง บุคลากร และผู้ประกอบการอุตสาหกรรมมันสำปะหลังในประเทศลุ่มแม่น้ำโขงตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมมันสำปะหลังตลอดห่วงโซ่การผลิต ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมระบุล่าสุดได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนความร่วมมือแม่โขงและสาธารณรัฐเกาหลี (Mekong-Republic of Korea Cooperation Fund-MKCF) กว่า 12 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการมุ่งถ่ายทอดเทคโนโลยี ฝึกอบรมให้บุคลากรในประเทศแถบลุ่มแม่น้ำโขง

27 สิงหาคม 2563 ณ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม : ดร.ณฏฐพล วุฒิพันธุ์ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ศูนย์บริการวิเคราะห์ทดสอบ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) รับมอบใบรับรองความสามารถห้องปฏิบัติการทดสอบ มอก.17025 – 2561 (ISO/IEC 17025 : 2017) จาก นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ในฐานะที่มีมาตรฐานในการวิเคราะห์ทดสอบขั้นสูง และมีความพร้อมตามมาตรฐานการทดสอบในระดับสากล หนุนการขับเคลื่อนงานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าที่มีมาตรฐานในสากล ประหยัดต้นทุน ตอบโจทย์ไทยแลนด์ 4.0

ศูนย์บริการวิเคราะห์ทดสอบ (NCTC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดตั้งขึ้นปี พ.ศ. 2557 เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางด้านคุณภาพในการวิเคราะห์ทดสอบ โดยเป็นหน่วยงานที่ให้บริการวิเคราะห์และทดสอบด้วยวิธีมาตรฐาน ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มาตรฐานเลขที่ มอก. 17025 (ISO/IEC 17025) และเป็นศูนย์บริการวิเคราะห์ทดสอบขั้นสูง พร้อมมีมาตรฐานการทดสอบระดับสากล โดยให้บริการวิเคราะห์ทดสอบตามหลักวิธีมาตรฐานต่าง ๆ ให้กับทั้งภาครัฐและภาคเอกชน

ทีมวิจัยนาโนเทค สวทช. ลงพื้นที่วัดปากน้ำ (สมุทรคงคาราม) จังหวัดระยอง ในโครงการ “เทคโนโลยีสารเคลือบนาโนเพื่อการอนุรักษ์อาคารศาสนสถาน” ดูความก้าวหน้าจากการต่อยอดใช้ประโยชน์จากนาโนเทคโนโลยีสู่สารเคลือบพื้นผิว ลดการเกิดคราบสกปรก ตะไคร่น้ำ และเชื้อรา เพิ่มความคงทนและสวยงาม ลดต้นทุนการดูแลรักษาอาคารศาสนสถาน หนุนการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์

ดร.ภาวดี อังค์วัฒนะ รองผู้อำนวยการ ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า นาโนเทคมีพันธกิจหลักในการดำเนินการวิจัยและพัฒนาด้านนาโนเทคโนโลยีสู่ความเป็นเลิศ ซึ่งเราได้ให้ความสำคัญในการสร้างการรับรู้และเผยแพร่ผลงานวิจัยที่มีศักยภาพไปสู่กลุ่มเป้าหมายต่างๆ เพื่อให้เกิดการนำไปใช้ประโยชน์ทั้งในเชิงพาณิชย์และสังคม สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ “นาโนเทคเองให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาที่สามารถตอบความต้องการได้แบบ 360 องศา รอบด้านทุกมิติ ซึ่งในช่วงปี 2562 ที่ผ่านมา เราถ่ายทอดผลงาน 39 โครงการ ให้กับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนต่างๆ รวม 30 หน่วยงาน สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม 3,543 ล้านบาท ผลักดันให้เกิดการลงทุนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ของภาคการผลิตและบริการ มูลค่ากว่า 117 ล้านบาท” ดร.ภาวดีกล่าว

25 สิงหาคม 2563 ผู้อำนวยการ สวทช. ประกาศพร้อมเดินหน้าดำเนินงาน “ศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (Sustainable Manufacturing Center: SMC)” ภายใต้เมืองนวัตกรรมระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และ ระบบอัจฉริยะ ในเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi ARIPOLIS) ณ วังจันทร์วัลเลย์ ตำบลป่ายุบใน อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง หลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติจัดตั้งศูนย์ฯ ดังกล่าว มีนโยบายให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจและการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิต เพื่อต่อยอดการวิจัยพัฒนานำไปสู่เชิงพาณิชย์ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน

ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า ในฐานะที่ สวทช. ได้รับมอบหมายจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ให้เป็นเจ้าภาพหลักในการพัฒนา EECi ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรในทุกภาคส่วน ให้เป็นศูนย์กลางการทำวิจัยและพัฒนา เพื่อต่อยอดไปสู่การใช้งานจริงเชิงพาณิชย์และเชิงสาธารณประโยชน์ ซึ่งเป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) ตามนโยบาย Thailand 4.0 ซึ่งโครงการจัดตั้ง “ศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (Sustainable Manufacturing Center: SMC)” ภายใต้เมืองนวัตกรรมระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และ ระบบอัจฉริยะ ในเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi ARIPOLIS) ที่ได้รับการอนุมัติจาก ครม. นี้มีระยะเวลาในการดำเนินงานตั้งแต่ปี 2564 – 2568 ด้วยงบประมาณกว่า 5,000 ล้านบาท เพื่อเป็นศูนย์สาธิตด้านอุตสาหกรรมอัจฉริยะ พัฒนาแพลตฟอร์มที่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมการผลิต ผู้พัฒนาระบบ (SI) นวัตกร นักวิจัย ตลอดจนนักศึกษาในสาขาที่เกี่ยวข้อง ให้สามารถเข้ามาใช้ประโยชน์ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดเตรียมไว้ให้ ทั้งในรูปแบบการสาธิต การเรียนรู้ และการทดลองปฏิบัติจริง ได้แก่ เครื่องมือประเมินความพร้อมสู่อุตสาหกรรม 4.0 (Industry 4.0 Assessment Tools), สายการผลิตเพื่อการเรียนรู้ (Learning Station/Line) และ แพลตฟอร์มทดสอบ (testbed/sandbox) รวมไปถึงกิจกรรมวิจัยเพื่อการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และระบบอัจฉริยะ ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในการพัฒนาศักยภาพทางการแข่งขันของอุตสาหกรรมการผลิตและบริการ ยกระดับความสามารถในการแข่งขันภาคอุตสาหกรรมของประเทศ ในการเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมและศูนย์กลางรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายหลักของประเทศ เปลี่ยนวิถีการผลิตของประเทศตลอด Value Chain ครอบคลุมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และ SME รวมถึงสร้างมูลค่าเพิ่มจากการเป็นฐานเชื่อมโยงงานบูรณาการองค์ความรู้และนวัตกรรมร่วมกัน เพื่อต่อยอดการวิจัยพัฒนาสู่การสู่เชิงพาณิชย์ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง และสร้างให้เกิดผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมในการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนสอดคล้องนโยบาย BCG เพิ่มคุณภาพชีวิตและการจ้างงานของประเทศต่อไป

24 สิงหาคม 2563 ณ พื้นที่เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) วังจันทร์วัลเลย์ จ.ระยอง : ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อม ผศ.ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการ รมว.อว. รศ.ดร.จักษ์ พันธ์ชูเพชร ที่ปรึกษา รมว.อว. และ นายสำราญ รอดเพชร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวง อว. รศ. ดร.สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวง อว. และผู้บริหาร ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชมสวนทุเรียนใน อ.วังจันทร์ จ.ระยอง ซึ่งได้รับการสนับสนุนและส่งเสริมด้วยการนำเทคโนโลยี IoT มาพัฒนาเป็น “ระบบติดตามสภาวะแวดล้อมและให้น้ำทุเรียน”

โดยมี ดร.จุฬารัตน์ ตันประเสริฐ รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) คุณวิราภรณ์ มงคลไชยสิทธิ์ รองผู้อำนวยการ สวทช. และ ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สวทช. ให้การต้อนรับและนำเยี่ยมชม

(24 สิงหาคม 2563) ณ พื้นที่ก่อสร้างอาคารสำนักงานใหญ่เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) วังจันทร์วัลเลย์ จ.ระยอง : ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อม ผศ.ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการ รมว.อว. รศ.ดร.จักษ์ พันธ์ชูเพชร ที่ปรึกษา รมว.อว. และ นายสำราญ รอดเพชร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวง อว. ลงพื้นที่ตรวจความคืบหน้าการก่อสร้างอาคารสำนักงานใหญ่ EECi และเยี่ยมชมสถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) และ โรงเรียนกำเนิดวิทย์ (KVIS) รวมถึงเยี่ยมชมสวนทุเรียนใน อ.วังจันทร์ จ.ระยอง ซึ่งได้รับการสนับสนุนและส่งเสริมด้วยการนำเทคโนโลยี IoT มาพัฒนาเป็น “ระบบติดตามสภาวะแวดล้อมและให้น้ำทุเรียน”

โดยมี ดร.เจนกฤษณ์ คณาธารณา รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ดร.ชฏามาศ ธุวะเศรษฐกุล รองผู้อำนวยการ สวทช. ดร.จุฬารัตน์ ตันประเสริฐ รองผู้อำนวยการ สวทช. คุณวิราภรณ์ มงคลไชยสิทธิ์ รองผู้อำนวยการ สวทช. ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สวทช. และ ดร.วรรณพ วิเศษสงวน ผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สวทช. ให้การต้อนรับและนำเยี่ยมชม

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) และโครงการบริหารจัดการนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ (IM) ภายใต้ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี (TMC) จัดอบรมวิชาการ Master Class EP II ในเรื่อง Global Gateway for Cosmetic Industry ภายใต้โครงการเชื่อมโยงธุรกิจนวัตกรรมเครื่องสำอางสู่ตลาดต่างประเทศ ปี 2563 ระยะที่ 1 เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี แก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง และนักวิจัยพี่เลี้ยง กว่า 50 คน เพื่อให้ความรู้ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติสู่เชิงพาณิชย์ ก่อนที่จะคัดเลือกผู้ประกอบการ 3 ราย ร่วมงาน COSMETIC-360 ครั้งถัดไปที่ประเทศฝรั่งเศส เพื่อขยายตลาดต่างประเทศ สร้างภาพลักษณ์ด้านคุณภาพของผลิตภัณฑ์ไทย

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดเวที Innovation Pitch 2020 ครั้งที่ 4 สำหรับผู้ประกอบการเทคโนโลยีที่สนใจนำเสนอธุรกิจให้กับนักลงทุนและกลุ่มธุรกิจ เพื่อสร้างโอกาสในการร่วมลงทุน และระดมเงินทุน การต่อยอดเทคโนโลยีร่วมกัน การถ่ายทอดเทคโนโลยี การขอรับรองธุรกิจ Start-Up การขึ้นบัญชีนวัตกรรม การเข้าร่วมโครงการภาษี 300% การประเมินและจัดอันดับเทคโนโลยี และการให้คำปรึกษา ITAP ร่วมวิจัย-จ้างวิจัย หรือการส่งเสริมความร่วมมือในรูปแบบอื่น ๆ ในวันที่ 27 สิงหาคม 2563 นี้ เวลา 11.00 – 12.00 น. ผ่าน Cisco Webex Event ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนได้ที่ https://forms.gle/SECBEYE1tJgVmjy96 และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณธญา วรรณเสน อีเมล์ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. โทร 025647000 ต่อ 71693

กรุงเทพฯ - กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย (ซอฟต์แวร์พาร์ค) จัดเวทีนำเสนอผลงาน AI Innovation Jumpstart Batch2 BKK : Demo Day ภายใต้ “โครงการพัฒนาทักษะบุคลากรด้านระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และระบบอัจฉริยะ (ARI Skill Development Project)” จำนวน 20 ผลงาน ใน 6 กลุ่มอุตสาหกรรม

เพื่อนำเสนอผลงานที่พร้อมจะพัฒนาสินค้าและบริการ และนำเสนอต่อนักลงทุนแล้ว รวมถึงเป็นการเตรียมความพร้อมรองรับ ARIPOLIS หรือเมืองนวัตกรรมระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ในเขตพื้นที่ EECi ด้วยส่วนหนึ่ง เพื่อยกระดับขีดความสามารถของประเทศไทยต่อไป พร้อมกันนี้ ทุกทีมยังได้รับทุนสนับสนุนการพัฒนาต้นแบบนวัตกรรมเชิงพาณิชย์ ทีมละ 100,000 บาท โดยมี 3 ผลงานเข้าตาคว้า Popular Vote รางวัลละ 5,000 บาท

17 สิงหาคม 2563 ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว กรุงเทพฯ : มูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นและนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ประจำปี 2563 ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 38 โดยภายในงานได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในพิธี และกล่าวแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัล โดยมี ศ.ดร.จำรัส ลิ้มตระกูล ประธานคณะกรรมการรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น และนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นประจำปี 2563

ประกอบด้วย ดร.วรรณพ วิเศษสงวน ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จากสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอาหาร ผลงานวิจัย “ผู้สร้างสรรค์ต่อยอดภูมิปัญญาอาหารหมักไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ทางอาหารและเทคโนโลยีชีวภาพ ร่วมกับพันธมิตรสร้างทางเลือกในการแก้ไขปัญหาในการผลิตและแปรรูป ยกระดับคุณภาพและมาตรฐานสร้างอุตสาหกรรมอาหารใหม่มูลค่าเพิ่มด้วยนวัตกรรม” และ ศ.ดร.สุทธิชัย อัสสะบำรุงรัตน์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากสาขาวิศวกรรมเคมี ผลงานวิจัย "เครื่องปฏิกรณ์แบบหลายหน้าที่ (Multifunctional reactor) และการรวมกระบวนการ (Process intensification) สำหรับอุตสาหกรรมเคมี ปิโตรเคมี และไบโอรีไฟเนอรี" พร้อมด้วยนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ ประจำปี 2563 ประกอบด้วย ดร.พิชญ พัฒนสัตยวงศ์ สำนักวิชาวิทยาการโมเลกุล สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) ผลงานวิจัย “วัสดุไฮบริดเพื่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ยุคใหม่” และ รศ.ดร.ทวีธรรม ลิมปานุภาพ หัวหน้าสาขาวิชาเคมี วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล ผลงานวิจัย “การใช้แบบจำลองคอมพิวเตอร์เพื่อศึกษาปฏิกิริยาเคมีและการพัฒนาสื่อการสอนวิทยาศาสตร์” เข้าร่วมงาน

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี (TMC) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) และสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย จัดประชุมเสวนาการจัดตั้งภาคีเครือข่ายเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานไทย (Thailand Energy Storage Technology Alliance: TESTA) เพื่อเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้สู่การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมในการกักเก็บพลังงานให้กับประเทศ โดยมี ดร.สุมิตรา จรสโรจน์กุล ผู้อำนวยการนวัตกรรมพลังงาน ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) เป็นประธานเปิดงาน พร้อมทีมผู้เชี่ยวชาญ นำโดย ดร.พิมพา ลิ้มทองกุล หัวหน้าทีมวิจัยวัสดุและงานระบบเพื่อใช้ประโยชน์ทางพลังงานไฟฟ้า เอ็มเทค สวทช. เป็นผู้แนะนำเกี่ยวกับ TESTA พร้อมเปิดเวทีเสวนาในหัวข้อ แนวโน้มสถานการณ์ระบบกักเก็บพลังงานของประเทศไทย โดยมีตัวแทนจาก กระทรวงพลังงาน สภาอุตสาหกรรม บริษัท พีอีซี เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)  (GPSC) ให้เกียรติร่วมเสนอแนวความคิดและแบ่งปันความรู้ในครั้งนี้

บริษัท พนัส แอสเซมบลีย์ จำกัด ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช) โดย ศูนย์พัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยี (BIC) และสมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (สปปท.) กำหนดจัดงาน Panus Thailand LogTech Award 2020 ระหว่างวันที่ 21-23 สิงหาคม 2563 ซึ่งเข้าสู่ปีที่ 4 ด้วยเล็งเห็นความสำคัญของความคิดสร้างสรรค์เชิงเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยเฉพาะเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) อินเทอร์เน็ตแห่งสรรพสิ่ง (IoT) Robotics & Machine Learning และนวัตกรรมต่าง ๆ ที่จะเป็นตัวแปรสำคัญในการขับเคลื่อนโลกในยุคต่อไป โดยปรับการประกวดเป็นรูปแบบการแข่งขันแฮกกาธอนเอไอออนไลน์ ในธีม “AI for New Normal Economy” เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการนำนวัตกรรม AI มาประยุกต์ใช้จริงในโลกธุรกิจยุค New Normal โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ บุคคลทั่วไป หรือนิสิตและนักศึกษาที่สนใจ เข้าร่วมสมัครเข้าแข่งขัน เพื่อแชร์และใช้ความคิดความสามารถ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครได้ที่ https://hackathon.aiat.or.th/ หรือ www.facebook.com/LogtechLifebyPANUS

ประกาศ เรื่อง รับสมัครผู้ให้บริการร้านอาหารและเครื่องดื่ม อาคารศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย (TSP – CC)

ด้วยฝ่ายบริหารศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย มีความประสงค์รับสมัครผู้ให้บริการร้านอาหารและเครื่องดื่ม สำหรับผู้มาใช้บริการของศูนย์ประชุมฯ และบริหารจัดการห้องอาหาร Science Cafe เพื่อใช้ในการรับรองผู้บริหาร และลูกค้าทั่วไป โดยร้านอาหารตั้งอยู่ ชั้น 2 อาคารศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย(อาคาร14) พื้นที่ประมาณ 230 ตารางเมตร จำนวนที่นั่ง 80 ที่นั่ง

ผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติดังนี้

  1. ไม่เป็นพนักงานหรือบุคลากรของ สวทช.
  2. เป็นผู้มีประสบการณ์ด้านการให้บริการร้านอาหารและเครื่องดื่มสำหรับผู้มารับบริการจำนวนมาก มาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ปี
  3. มีประสบการณ์บริหารร้านอาหาร หรือห้องอาหารที่ให้บริการภายในหน่วยงาน สำหรับการรับรองลูกค้าและผู้บริหาร ที่มีจำนวนที่นั่งไม่ต่ำกว่า 80 ที่นั่ง
  4. มีเสถียรภาพทางการเงินที่มั่นคง เพียงพอ ที่จะสามารถดำเนินธุรกิจได้ต่อเนื่อง
  5. หากมีใบประกาศรับรองมาตรฐานความสะอาด, รสชาติ ฯลฯ จะได้รับการพิจารณาด้วย

ที่บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี - สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยงานส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชนที่มีศักยภาพสูง (JSTP) ฝ่ายพัฒนาบุคลากรวิจัย

เปิดตัวพร้อมปฐมนิเทศและแสดงความยินดีแก่เยาวชนนักเรียนนักศึกษาผู้ได้รับทุน JSTP รุ่นที่ 22 จำนวน 18 คน และทุน JSTP-SCB รุ่นที่ 1-2 จำนวน 10 คน รวม 28 คน เพื่อมุ่งผลักดันเยาวชนเข้าสู่อาชีพวิจัย โดยจะสนับสนุนทุนการศึกษาและทุนทำวิจัย รวมถึงโอกาสฝึกทักษะวิจัยกับนักวิจัย สวทช. หรือตามสถาบันการศึกษาและสถาบันวิจัย ตลอดจนประสบการณ์เข้าค่ายวิทยาศาสตร์ต่าง ๆ เป็นการสร้างอนาคตของชาติ เพื่อก้าวเป็นกำลังสำคัญของประเทศไทยต่อไป


เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ประจำปี 2563 สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคล ในวันที่ 6 สิงหาคม 2563 เวลา 08.00 น. นายณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) นำบุคลากรในสังกัด ร่วมกิจกรรมถวายพระพรชัยมงคล พร้อมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เพลงสดุดีพระแม่ไทย และลงนามถวายพระพรหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณโดยพร้อมเพรียงกัน ณ ห้องโถงชั้น 1 (หน้าห้องประชุม 101) อาคารสำนักงานกลาง

ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำสื่อมวลชนลงพื้นที่ภาคใต้ เยี่ยมชม “เครื่องเก็บขยะในทะเลโดยใช้เทคโนโลยีนาโน” และ “เครื่องกำจัดขยะเศษอาหารเป็นปุ๋ยอัตโนมัติ” นวัตกรรมเยาวชนจากโครงการลดเปลี่ยนโลกกับโตโยต้า ที่มองปัญหาภายในชุมชนเป็นโจทย์สร้างนวัตกรรมต้นแบบสู่การใช้ประโยชน์ในระดับชุมชนในอนาคต เตรียมความพร้อมประกวดรอบชิงชนะเลิศ 4 - 6 กย. นี้

โครงการลดเปลี่ยนโลกกับโตโยต้าเป็นการขยายผล ต่อยอดความสำเร็จของโครงการโตโยต้าเมืองสีเขียวที่เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 ด้วยหวังสร้างจิตสำนึกให้สังคมไทยตระหนักถึงปัญหาด้านภาวะโลกร้อน พร้อมทั้งหาแนวทางแก้ไขให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น จึงเกิดเป็นความร่วมมือระหว่าง โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย และศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ สวทช. พร้อมกับแนวคิดใหม่ ที่ตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อมและสถานการณ์มลภาวะในปัจจุบัน จึงมุ่งส่งเสริมและสนับสนุนการขับเคลื่อนการดำเนินงานเพื่อลดมลพิษ ลดภาวะโลกร้อนในชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงให้ความสำคัญกับสถานศึกษาในการนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม มาพัฒนาเพื่อปรับใช้ในการจัดการปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ.2561 - 2580) และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560 - 2564)

โปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP: ไอแทป) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ให้การสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญแก่ผู้ประกอบการเกษตร “สวนทวีทรัพย์” จ.ชุมพร ในการพัฒนาสินค้าเกษตรด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี บนพื้นที่กว่า 100 ไร่ กับผลไม้หลากชนิด เช่น ทุเรียน ส้มโชกุน มังคุด เป็นต้น โดยผลไม้ทุเรียนของสวนทวีทรัพย์ได้รับการรับรองมาตรฐาน ThaiGAP

ซึ่งเป็นมาตรฐานระบบการผลิตสินค้าเกษตรที่มีความปลอดภัยของภาคเอกชน ช่วยยกระดับสินค้าและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรของผู้ประกอบการให้ขยายช่องทางการตลาดในสินค้าระดับพรีเมียม เช่น ส่งไฮเปอร์มาร์เก็ตรูปแบบค้าส่งได้ เพิ่มรายได้จากผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรโดยจำหน่ายออนไลน์ได้มากขึ้น รวมถึงยังสนับสนุนการทำนวัตกรรม Freeze Dried (ฟรีซดราย) หรือเทคโนโลยีการทำแห้งเยือกแข็งแบบสุญญากาศ ให้แก่ผู้ประกอบการสวนทวีทรัพย์ในการเพิ่มมูลค่าสินค้า สร้างความมั่นใจด้านคุณภาพ ความปลอดภัยต่อผู้บริโภค และสามารถส่งจำหน่ายยังต่างประเทศได้

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) และ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) จัดงาน “Tips & Trick: Communicate Your Research Effectively For TAIST-Tokyo Tech students” ภายใต้โครงการสนับสนุนการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการของนักศึกษาโครงการ Thailand Advanced Institute of Science and Technology and Tokyo Institute of Technology (TAIST-Tokyo Tech) โดยมี ดร.ชฎามาศ ธุวะเศรษฐกุล รองผู้อำนวยการ สวทช. คุณอัจฉริยา เจริญศักดิ์ ผู้จัดการฝ่ายกิจการเพื่อสังคม บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ ดร.อ้อมใจ ไทรเมฆ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. พร้อมด้วย ศ.ดร.สุภาพรรณ เสราภิณ และ ศ.นพ.สุทัศน์ ฟู่เจริญ ที่ปรึกษาศูนย์พัฒนาผู้นิพนธ์ Professional Authorship Center (PAC) เข้าร่วมงาน

3 สิงหาคม 2563 ณ โครงการฟาร์มทดสอบและสาธิตมีนเกษตร “สองน้ำ” มูลนิธิชัยพัฒนา จ.ฉะเชิงเทรา : กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์พันธุ์วิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) และ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค)

นำองค์ความรู้และเทคโนโลยีต่าง ๆ จากการวิจัยและพัฒนามาทดลองใช้งานในโครงการฟาร์มทดสอบและสาธิตมีนเกษตร “สองน้ำ” มูลนิธิชัยพัฒนา ซึ่งความร่วมมือนี้จะเป็นต้นแบบระบบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่สามารถขยายผลให้เกษตรกร และสร้างเป็นเครือข่ายการเรียนรู้ร่วมกันอย่างเข้มแข็ง และให้เกษตรกรนำไปประยุกต์ใช้เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์น้ำของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน

เมืองทองธานี จ.นนทบุรี : การนำเสนอมุมมองต่อการนำ BCG Economy โมเดลมาเป็นเครื่องมือในการสร้างโอกาสเพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทยให้ก้าวเดินต่อไปได้ด้วยการอาศัยจุดแข็งของประเทศ พร้อมกับการดำเนินการวิถีใหม่ ด้วยการ Reinventing ประเทศไทย ในด้านต่าง ๆ โดยผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 9 ท่าน ซึ่งได้ให้ข้อเสนอแนะว่า ประเทศไทยมีโอกาสในการแข่งขันบนเวทีโลกอย่างน้อยใน 5 เรื่อง คือ 1. Hygienic Kitchen of the World เป็นแหล่งผลิตอาหารของโลกที่มีคุณภาพ มาตรฐาน ความปลอดภัย และความสะอาด เพื่อนำไปสู่ความมั่นคงด้านอาหาร โภชนาการระดับประเทศและโลกในทุกสถานการณ์ 2. High Value-Added Products from Innovation and Creativity สร้างความมั่งคั่งจากการเพิ่มมูลค่าภาคการผลิตและบริการด้วยนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์  3. Healthy People สร้างความสามารถในการพึ่งพาตนเองด้านสุขภาพและการแพทย์ 4. Happy Destination การท่องเที่ยวที่เน้นความปลอดภัย รูปแบบใหม่ ยั่งยืน กระจายรายได้สู่ชุมชน 5. Harmonious and Sustainable Society การพัฒนาที่สมดุลและการประยุกต์ใช้หลักการของเศรษฐกิจหมุนเวียน

29 กรกฎาคม 2563 ณ อาคาร สวทช. โยธี : กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดพิธีลงนามข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) โครงการระบบครุภัณฑ์โรงงานต้นแบบไบโอรีไฟเนอรี ตำบลป่ายุบใน อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง 1 ระบบ ร่วมกับคณะผู้สังเกตการณ์ จากองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เพื่อความคุ้มค่า โปร่งใส มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล

โดยมี ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และ ดร.บูรณวงศ์ เสาวพฤกษ์ ผู้สังเกตการณ์ จากองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) พร้อมด้วยคณะผู้สังเกตการณ์ฯ และผู้บริหารร่วมลงนาม


เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
28 กรกฎาคม 2563 สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคลและถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน ประจำปี 2563

โดยวันที่ 23 กรกฎาคม 2563 เวลา 08.00 น. นายณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) นำบุคลากรในสังกัด ร่วมกิจกรรมถวายพระพรชัยมงคลและ ถวายสัตย์ปฏิญาณฯ พร้อมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เพลงสดุดีจอมราชา และลงนามถวายพระพรหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณโดยพร้อมเพรียงกัน ณ ห้องโถงชั้น 1 (หน้าห้องประชุม 101) อาคารสำนักงานกลาง

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) ขอเชิญผู้ประกอบการทุกกลุ่มอุตสาหกรรม และผู้สนใจในพื้นที่ จ.กระบี่ และใกล้เคียง เข้าร่วมสัมมนา 2 หลักสูตร ได้แก่ “Circular Economy for Tourism: ออกแบบเศรษฐกิจหมุนเวียนปรับเปลี่ยนเพื่อยั่งยืน ” ในวันที่ 13 สิงหาคม 2563 เวลา 12.30 – 16.30 น. เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการให้สามารถพลิกพื้น ต่อยอด รวมถึงเพิ่มกำไรให้ธุรกิจอย่างยั่งยืนด้วย Circular Economy สมัครได้ที่ http://1ab.in/biw รับเฉพาะผู้ประกอบการที่จดทะเบียนนิติบุคคลเท่านั้น (รับจำนวน 2 คน /นิติบุคคล) และ หัวข้อ “การยกระดับผักและผลไม้ไทยสู่มาตรฐานสากลและการพัฒนาเกษตรกรรมสู่ความยั่งยืนด้วยนวัตกรรม 4.0” ในวันที่ 14 สิงหาคม 2563 เวลา 08.30 – 16.00 น. เพื่อการสร้างโอกาสในการเข้าสู่ตลาดระดับบนโดยมาตรฐาน ThaiGAP สมัครได้ที่ http://1ab.in/bix (รับจำนวน 1 คน /นิติบุคคล) โดยทั้งสองหลักสูตรกำหนดจัด ณ โรงแรมเวเคชั่น วิลเลจ พระนางอินน์ จังหวัดกระบี่ ด่วน! รับจำนวนจำกัด 50 ท่านต่อหลักสูตร หมดเขตรับสมัครวันที่ 7 สิงหาคม 2563 นี้ สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2564 7000 ต่อ 1301, 063 915 6656 (พนิตา) อีเมล This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

สภานโยบายอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) จับมือ กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม (วท.กห.) และ ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดประชุมเชิงปฎิบัติการเพื่อจัดทำแผนที่นำทางเพื่อความมั่นคงของประเทศหรือการประยุกต์เชิงพาณิชย์ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วม รับฟังความเห็นของผู้เกี่ยวข้องและรวบรวมข้อมูลความต้องการใช้งานเทคโนโลยีนี้ของภาครรัฐ เอกชน ภาคธุรกิจและสังคม เพื่อการจัดทำแผนที่นำทางเทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศ หรือการประยุกต์เชิงพาณิชย์ ที่จะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งต่อความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม และประชาชน

รวมทั้งขับเคลื่อนการสร้างความเข็มแข็งของการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศหรือการประยุกต์เชิงพาณิชย์ ที่ให้ความสำคัญและเห็นประโยชน์ของความร่วมมือการพัฒนาองค์ความรู้โดยเน้นในเรื่อง Technology Road Map และเน้นความสำคัญของการใช้วัตถุดิบที่มีภายในประเทศและการพัฒนาโดยคนไทย เพื่อพัฒนาให้เกิดการต่อยอด ขยายผล และนับว่าเป็นการช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มและการพัฒนาสินค้าเพื่อความมั่นคงของประเทศ หรือการประยุกต์เชิงพาณิชย์ โดยมี พลโท คงชีพ ตันตระวาณิชย์ เจ้ากรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม เป็นประธาน พร้อมด้วย ดร.กิติพงค์ พร้อมวงค์ ผู้อำนวยการ สอวช. พลตำรวจโทปิยะ อุทาโย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ ดร.ศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรม ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ สวทช. เข้าร่วมงาน

BCG banner

“การประชุมสมัชชา BCG : โมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” 

จัดโดย : 

  • กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย
    • สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.)
    • สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)
    • สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) และ
    • สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

วันพุธที่ 15 กรกฎาคม 2563 เวลา 8.00 – 16.00 น. ณ ศูนย์การประชุมอิมแพค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี 


พิธีเปิดงานประชุมสมัชชาและแสดงปาฐกถาพิเศษเรื่อง “BCG: โมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน”
โดย พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย โปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) ร่วมกับ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (Thailand Creative & Design Center: TCDC) และ Fablab Thailand จัดสัมมนาภายใต้โครงการชนชราแห่งอนาคต ในหัวข้อ “The Global Reset : โลกเปลี่ยน เราปรับ" เพื่อนำเสนอแนวโน้มใหม่สำหรับพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้วิถีแบบ New Normal และ Next Normal ให้รองรับและอำนวยความสะดวกต่อวิถีชีวิตของผู้สูงอายุที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในระดับสากลให้แก่ผู้ประกอบการไทยด้วยความคิดสร้างสรรค์ โดยมี คุณชนากานต์ สันตยานนท์ ที่ปรึกษาโปรแกรม ITAP สวทช. และคุณกัลยา โกวิทวิสิทธิ์ จาก FABLAB Thailand เป็นวิทยากร พร้อมทีม ร่วมแบ่งปันความรู้เพื่อเสริมองค์ความรู้และความเข้าใจ ได้แก่ แพลตฟอร์ม การบริการ และวัสดุ อีกทั้งยังยกทัพ 3 ผู้ประกอบการที่ได้รับการสนับสนุนจาก ITAP สวทช. ได้แก่ บริษัท I PAY IT FORWARD จำกัด (Young HAPPY) บริษัท บลิสเอสเตท จำกัด และบริษัท สุขสบาย (ไทยแลนด์) จำกัด มาแชร์ประสบการณ์อีกด้วย

เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เฉลิมพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 10 สปสช. ธ.ก.ส. และ สวทช. ร่วมเปิดตัวเครื่องตรวจวัดสุขภาพเบื้องต้นอัตโนมัติ “มิติใหม่ ธ.ก.ส. ธนาคาร กับ สุขภาพ” ส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ดูแลประชาชน กระจายติดตั้งครบ 100 เครื่องแล้ว ณ สาขา ธ.ก.ส. ทั่วประเทศ ประชาชนเข้ารับบริการฟรี

วันที่ 22 กรกฎาคม 2563 นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) นายนิพัฒน์ เกื้อสกุล รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และ ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สวทช. ร่วมแถลงข่าว เปิดตัวเครื่องตรวจวัดสุขภาพเบื้องต้นอัตโนมัติ “มิติใหม่ ธ.ก.ส. ธนาคาร กับ สุขภาพ” เพื่อมุ่งสร้างสุขภาพที่ดีให้กับประชาชน พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่และนักวิจัยทั้ง 3 หน่วยงานเข้าร่วมงาน ณ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ หลักสี่ กทม.

นายประจักษ์ บุญยัง ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน แถลงว่า ในวันนี้ (20 กรกฎาคม 2563) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาต้นแบบปัญญาประดิษฐ์เพื่อการตรวจสอบ (Artificial Intelligence for Audit) ซึ่งเป็นการประสานความร่วมมือระหว่างสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน กับ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ สพร. และศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือ NECTEC โดยมี ดร. สุพจน์ เธียรวุฒิ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล และ ดร. ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว ณ ห้องคำนึง ชาญเลขา สำนักงาน การตรวจเงินแผ่นดิน

ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน กล่าวว่า สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินมีเป้าหมายในการเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบในทุก ๆ ด้าน โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการตรวจสอบ จึงได้ร่วมมือกับ สพร. และ สวทช. โดย NECTEC ในการศึกษา วิจัยและพัฒนาต้นแบบปัญญาประดิษฐ์เพื่อการตรวจสอบ การวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) ทางการเงิน การคลัง โดยเฉพาะการใช้จ่ายเงินงบประมาณ และการจัดซื้อจัดจ้างซึ่งมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างมากได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เพื่อส่งสัญญาณเตือน และกำหนดมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อการเงินการคลังของรัฐได้อย่างเหมาะสมและทันต่อสถานการณ์

ดร.จุฬารัตน์ ตันประเสริฐ รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และ คุณแอนดรูว์ กลาส ผู้อำนวยการ บริติช เคานซิล ประเทศไทย พร้อมหน่วยงานพันธมิตร ร่วมงานการแข่งขัน FameLab Thailand 2020 รอบชิงชนะเลิศ ในวันที่ 18 กรกฎาคม 2563 ณ True Space อาคาร เซ็นเตอร์พอยท์ ออฟ สยามสแควร์ และมอบรางวัลให้กับผู้ชนะเลิศการแข่งขันในปีนี้ ได้แก่ นายสุปรีดิ์ พินิจสุนทร จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ในหัวข้อ “โฟมคาร์บอนนาโนสำหรับดูดซับคราบน้ำมันจากแหล่งน้ำเสีย” (Carbon nano-sponge for oil sorption from polluted water) และยังได้รับรางวัล Research Award รับเงินรางวัล 60,000 บาท อีก 1 รางวัลด้วย

สำหรับการแข่งขัน FameLab Thailand เปิดโอกาสให้ผู้เข้าแข่งขันได้ใช้เวลา 3 นาที ในการบอกเล่าเรื่องราวทางวิทยาศาสตร์อย่างชัดเจน ถูกต้อง กระชับและได้ใจความ ต่อหน้าคณะกรรมการและผู้ฟัง โดยผู้ชนะเลิศจากการแข่งขันจะมีโอกาสเป็นตัวแทนประเทศไทย เข้าร่วมการแข่งขัน FameLab International ณ สหราชอาณาจักร และได้รับสิทธิ์ในการเลือกเยี่ยมชมห้องแล็บในทวีปยุโรป สร้างเครือข่ายจากคนในแวดวงการสื่อสารด้านวิทยาศาสตร์ทั่วโลก

เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2563 เวลา 13.00 - 15.30น. ที่ผ่านมา สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับสมาคมการค้าและบริการสุขภาพผู้สูงอายุไทย จัดสัมมนา "ฝ่าวิกฤต !!! พลิกโรงแรมเป็นเวลเนส (TRANSFROM HOTEL TO GREEN HYGIENE WELLNESS) เพื่อผู้ประกอบการโรงแรม ผ่านช่องทาง Webinar ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิสาขาต่างๆ นำโดย

  • ดร.นพัฐกานต์ เกิดแสง (ผู้เชี่ยวชาญการทำธุรกิจ Nursing Home และ Wellness)
  • รศ.ดร.นพ.กำพล ศรีวัฒนกุล (แพทย์ผู้เชี่ยวชาญการดูแลสุขภาพ)
  • ดร.วสันต์ อริยพุทธรัตน์ (ผู้ก่อตั้ง และ CEO บริษัท คีนน์ จำกัด ธุรกิจ Hygiene)

เพื่อให้ความรู้ด้น TREND AND DEMAND ของคนสูงวัยต่างชาติทั่วโลกในการหาที่พำนักระยะยาว วิเคราะห์พฤติกรรมนักท่องเที่ยวสูงอายุต่างชาติเรื่องมาตรฐานการดูแลสุขภาพ การ Transform โรงแรมสู่ Wellness และ Hygiene Care สำหรับงาน Wellness ผู้สนใจสามารถติดตามย้อนหลังได้ที่ https://drive.google.com/file/d/1GzrcZb0o-4TFC7PzVMcMZDcBrZiVT3SG/view หากท่านใดสนใจเข้าร่วมโครงการ "เปลี่ยนโรงแรมเป็นเวลเนส" Transform Hotel to Green Hygiene Wellness" กรุณาคลิ๊ก หรือ สแกน QR Code 

16 กรกฎาคม 2563 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย : กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล พัฒนาวิธีสกัดอาร์เอ็นเอ (RNA) ของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (SARS-CoV-2) จากตัวอย่างแบบง่าย และ ชุดตรวจโรค COVID-19 ด้วยเทคนิคแลมป์เปลี่ยนสีในขั้นตอนเดียว เพื่อประหยัดงบประมาณและลดการนำเข้าชุดสกัดอาร์เอ็นเอ และชุดตรวจจากต่างประเทศ พร้อมด้วยการลงนามความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาด้านสุขภาพและการแพทย์ ระหว่าง คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล กับ สวทช.

โดยมี ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ศาสตราจารย์ นายแพทย์บรรจง มไหสวริยะ อธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ดร.วรรณพ วิเศษสงวน ผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สวทช. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์วีระพงษ์ ภูมิรัตนประพิณ คณบดีคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล และคณะนักวิจัยร่วมให้ข้อมูล

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) เยี่ยมชมผู้ประกอบการเครื่องปั่นดินเผาในโคราช ห้างหุ้นส่วนจำกัด โคราชแสงสุวรรณพ็อตเทอร์รี่ อ.เมือง จ.นครราชสีมา ที่ได้รับการสนับสนุนจากโปรแกรม ITAP

โดยมี ดร.นันทิยา วิริยบัณฑร ผู้อำนวยการโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และ ผศ.ดร.อนุรัตน์ ภูวานคำ ผู้เชี่ยวชาญโปรแกรม ITAP เครือข่ายมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) และอาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมเซรามิก มทส. เข้าเยี่ยมชม ซึ่งมี น.ส.ทศพร คลังบุญครอง กรรมการผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด โคราชแสงสุวรรณพ็อตเทอร์รี่ ให้การต้อนรับ

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้รับสนับสนุนงบประมาณดำเนิน “โครงการโรงประลองต้นแบบทางวิศวกรรม (Fabrication Lab: FABLAB)” เพื่อพัฒนาทักษะความเป็นนวัตกรแก่เด็กและเยาวชนไทย โดยการส่งเสริมให้มีพื้นที่เรียนรู้ในสถานศึกษาทั่วประเทศ ในการเข้าเยี่ยมชมผลงานสิ่งประดิษฐ์ของนักเรียนวิทยาลัยเทคนิคลพบุรี จังหวัดลพบุรี นำโดย ดร.อ้อมใจไทรเมฆ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. และคณะ เพื่อให้เห็นถึงความเป็นนวัตกรของนักเรียนภายใต้โครงการโรงประลองต้นแบบทางวิศวกรรม (Fabrication Lab: FABLAB) ซึ่งมีด้วยกัน 4 ผลงาน

ได้แก่ เครื่องจ่ายยาอัตโนมัติ เครื่องดูแลต้นบอนไซ การใช้งานเครื่องมือใน FABLAB สร้างชิ้นงาน เช่นการออกแบบชั้นใส่เอกสารในสำนักงาน หรือการสร้างอุปกรณ์ช่วยเหลือทางการแพทย์ และ การใช้งานเครื่องมือและอุปกรณ์ใน FABLAB เพื่อสร้างสื่อจำลองการทำงานของเครื่องจักรอัตโนมัติ โดยมีผู้อำนวยวิทยาลัยเทคนิคลพบุรี ครูผู้ดูแลห้องปฏิบัติการ FABLAB ครูพี่เลี้ยงจาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี รวมถึงตัวแทนนักเรียนนำเสนอผลงานในครั้งนี้

(15 กรกฎาคม 2563) ณ อิมแพ็คฟอรั่ม ห้องแกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม ศูนย์การแสดงสินค้าอิมแพ็ค เมืองทองธานี จ.นนทบุรี : กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) และ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดการประชุมสมัชชา “BCG : โมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” เพื่อแสดงให้เห็นถึงโอกาสและศักยภาพของประเทศไทยในการพัฒนาประเทศในทุก ๆ ด้านจากการใช้โมเดลเศรษฐกิจ BCG และเป็นการร่วมกันกำหนดเป้าหมายการพัฒนา รวมถึงผลิตภัณฑ์เป้าหมาย หรือสิ่งที่ต้องการให้เกิดการขับเคลื่อน เช่น ปรับแก้กฎหมาย ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน สร้างตลาด มาตรการทางการเงิน การเร่งรัดความสามารถด้านการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยี การกระจายความรู้ และเทคโนโลยีไปสู่ภาคส่วนต่าง ๆ ผลักดันเศรษฐกิจ 4.4 ล้านล้านบาท

นอกจากนี้ยังมีพิธีลงนามความร่วมมือ “โครงการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (BCG โมเดล) สร้างความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” จากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และสถาบันการเงิน จำนวน 18 หน่วยงาน หนุนการลงทุนให้เกิดผลกระทบไม่น้อยกว่า 40,000 ล้านบาท และมีผู้ได้รับผลประโยชน์ไม่น้อยกว่า 50,000 คน โดยมี พลเอกประยุทธ์ จันทโอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน และแสดงปาฐกถาเรื่อง “BCG : โมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” พร้อมด้วย ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และผู้บริหารหน่วยงาน เข้าร่วมงาน

สวทช. เปิดเวทีให้ข้อมูลโครงการจัดหาระบบครุภัณฑ์โรงงานต้นแบบไบโอรีไฟเนอรี่ในเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) ตำบลป่ายุบใน อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง และรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมเสนอราคา ในวันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม 2563 เวลา 8.30 - 12.00 น. ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จังหวัดปทุมธานี 

คลิกรายละเอียดเพิ่มเติม

ผู้สนใจจะเข้าร่วมรับฟังความคิดเห็น สามารถแจ้งความประสงค์ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
โทร 02 117 8306
ภายในวันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม 2563


อาคารของโรงงานต้นแบบไบโอรีไฟเนอรี่แบบ Non-GMP และ GMP ที่ ตำบลป่ายุบใน อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง

ศูนย์พัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยี (BIC) ภายใต้ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี (TMC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ให้การสนับสนุนทางจังหวัดกระบี่ ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบมั่นใจ สะอาด และปลอดภัย ในพื้นที่ พร้อมช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมที่พักในจังหวัดให้ได้รับมอบมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยเพื่อนักท่องเที่ยว (SHA) ซึ่งภาพรวมธุรกิจการท่องเที่ยวในปัจจุบันเริ่มกลับมาฟื้นตัวหลังสถานการณ์คลายล็อกดาวน์ และมาตรการภาครัฐเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยวในช่วงนี้ กับการรับรองมาตรฐาน SHA ให้แก่สถานที่ประกอบการท่องเที่ยว

ซึ่งเน้นในเรื่องคุณภาพความสะอาดตามหลักสากล ดังเช่น ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรม อ่าวนางปริ๊นซ์วิลล์ รีสอร์ท แอนด์ สปา ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก สวทช. ในการพัฒนานวัตกรรมด้าน Green Hotel ที่เป็นเทคโนโลยีสะอาดและประหยัดพลังงาน ซึ่งมีส่วนช่วยทำให้รีสอร์ทได้รับมาตรฐาน SHA ทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ โรงแรม/ที่พัก (Resort) สุขภาพและความงาม (Spa) และบริษัทนำเที่ยว (Travel & Tour) ได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมเปิดบ้านต้อนรับนักท่องเที่ยวให้กลับมาคึกคัก มั่นใจ และปลอดภัย ตะลุยเมืองกระบี่อย่างสบายใจ

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) และ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ขอเชิญผู้ประกอบการ นักวิชาการ นักวิจัย ตัวแทนหน่วยงานภาครัฐ ผู้แทนชุมชน และผู้สนใจ มีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศหลังโควิด เข้าร่วม “การประชุมสมัชชา BCG : โมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ในวันพุธที่ 15 กรกฎาคม 2563 ระหว่างเวลา 8.00 – 16.00 น. ณ ศูนย์การประชุมอิมแพค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี พร้อมกันนี้สามารถรับชมการประชุมออนไลน์ (Live) ได้ทาง Facebook NSTDA-สวทช. (คลิก)

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยศูนย์พัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยี (BIC) ภายใต้ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี (TMC) นำเทคโนโลยีจากผู้ประกอบการในโครงการบ่มเพาะธุรกิจ นำร่องที่ แอปพลิเคชัน QueQ (คิวคิว) เข้าไปเสริมศักยภาพการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ ช่วยบริหารจัดการความหนาแน่นของนักท่องเที่ยวในช่วงสถานการณ์หลังคลายล็อกดาวน์ รวมถึงความหนาแน่นของการจอดเรือในท่าเทียบเรือของอ่าวไร่เลย์แหลมพระนาง

เพื่อยกระดับคุณภาพของการท่องเที่ยวในพื้นที่อ่าว ตอบโจทย์ “ไร่เลย์ โมเดล” ที่มุ่งจัดระเบียบและแผนพัฒนาการท่องเที่ยวในพื้นที่ พร้อมเดินหน้าทำงานร่วมกับจังหวัดกระบี่ นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่พร้อมใช้จาก สวทช. และพันธมิตร ส่งต่อเพื่อใช้งานจริงในพื้นที่ ช่วยแก้ปัญหาภาคธุรกิจท่องเที่ยวกระบี่ และเป็นจังหวัดต้นแบบท่องเที่ยวตามวิถีใหม่

สวทช. นำร่องโครงการจัดตั้งโรงงานต้นแบบไบโอรีไฟเนอรีในเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) ผลักดันประเทศไทยสู่ผู้นำด้านอุตสาหกรรมฐานชีวภาพระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

วันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๖๓ ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ Eastern Economic Corridor of Innovation (EECi) จัดการประชุม kick-off โครงการข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) สำหรับโครงการระบบครุภัณฑ์โรงงานต้นแบบไบโอรีไฟเนอรี ตำบลป่ายุบใน อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง ซึ่งโครงการดังกล่าวฯ ได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต (คณะกรรมการ ค.ป.ท.) ให้เข้าร่วมโครงการข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๓ โดยมีผู้สังเกตการณ์ที่ได้รับการคัดเลือกรายชื่อจากองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เข้าร่วมประชุมด้วย

(8 กรกฎาคม 2563) ณ ศาลากลางจังหวัดกระบี่ - สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ จังหวัดกระบี่ แถลงข่าว “สวทช. สนับสนุน จ.กระบี่ (Krabi We Care) ต้อนรับนักท่องเที่ยววิถีใหม่ (New Normal) เที่ยวกระบี่อย่างมั่นใจ ปลอดภัย ด้วย Hygiene Technology สะอาดตั้งแต่ก้าวแรก” นำโดย พ.ต.ท. ม.ล. กิติบดี ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ และ ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สวทช. โดยได้ส่งมอบนวัตกรรมพร้อมใช้จาก สวทช. และพันธมิตรให้กับจังหวัด 4 ผลงาน คือ เครื่องก้าวสะอาด ผลิตภัณฑ์ BENZION แอป QueQ และแพลตฟอร์ม Traffy Fondue รวมถึงเปิด “สำนักงานประสานงาน สวทช.” ซึ่งจะตั้งอยู่ที่ศาลากลางจังหวัดกระบี่ เพื่อเชื่อมโยงการพัฒนาเชิงพื้นที่ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พร้อมกันนี้ได้สาธิตฆ่าเชื้อไวรัสและแบคทีเรียด้วยผลิตภัณฑ์ BENZION บนเรือยอร์ชของผู้ประกอบการภาคท่องเที่ยวกระบี่ เพื่อสร้างความมั่นใจและปลอดภัย และประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยวกระบี่ในช่วงฟื้นตัวหลังคลายล็อกดาวน์

‘ร้านอาหารข้างทาง’ หรือ ‘สตรีทฟู้ด’ (Street Food) ขึ้นชื่อว่าเป็นเสน่ห์และเอกลักษณ์ที่สร้างชื่อให้กับประเทศไทยอย่างมาก ยิ่งเฉพาะในกรุงเทพฯ ถือเป็นแดนสวรรค์ของนักชิมที่จะได้สัมผัสกับอาหารที่หลากหลายแถมเลือกทานได้ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ โดยสำนักข่าว CNN เคยยกให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีอาหารริมทางดีที่สุดในโลก 2 ปีซ้อน ถือเป็นหนึ่งในไฮไลต์ที่ดึงดูดนักนักเที่ยวให้มาลองลิ้มชิมรสอาหารไทย ที่นอกจากมีวัตถุดิบให้เลือกมากมายแล้วยังมีความคุ้มค่าด้านราคาที่ไม่แพง

สตรีทฟู้ดไม่เพียงช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวได้อย่างดี แต่ยังสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ประเทศอย่างมาก ข้อมูลจากยูโรมอนิเตอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (Euromonitor International) บริษัทวิจัยระดับโลก เปิดเผยเมื่อปลายปีที่แล้ว ระบุว่ามูลค่าตลาดธุรกิจอาหารไทยโดยรวม ในปี 2560 อยู่ที่ 410,000 ล้านบาทต่อปี ในจำนวนนี้มากกว่า 60 – 70% เป็นร้านอาหารประเภทสตรีทฟู้ด ซึ่งมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 276,000 ล้านบาท และคาดว่าในปี 2564 จะเพิ่มขึ้นเป็น 340,000 ล้านบาท คิดเป็นอัตราขยายตัวเฉลี่ย 5.3% ต่อปี

ดังนั้นเพื่อยกระดับสตรีทฟู้ดไทย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์บริการปรึกษาการออกแบบและวิศวกรรม (DECC) ได้พัฒนา ‘นวัตกรรมรถเข็นรักษ์โลกเพื่อสตรีทฟู้ด’ ด้วยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาช่วยยกระดับมาตรฐานทั้งความอร่อย ความสะอาด ถูกสุขอนามัย รวมทั้งยังมีระบบที่ช่วยลดการสร้างมลพิษและขยะของเสีย เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

โปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP: ไอแทป) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ขอเชิญผู้ประกอบการ SME ที่สนใจเข้าร่วมสัมมนา ฟรี! ในหัวข้อ “The Global Reset : การเปลี่ยนแปลงของโลกอันเนื่องมาจากวิกฤติการณ์ COVID-19 ส่งผลให้เกิดการพลิกระบบโลกใหม่” ภายใต้โครงการชนชราแห่งอนาคต เพื่อทราบถึงแนวโน้มใหม่สำหรับผลิตภัณฑ์ภายใต้วิถีแบบ New Normal และ Next Normal พร้อมการเสวนาใน 3 ประเด็น ได้แก่ การพัฒนาแพลตฟอร์ม วัสดุ (material) และบริการ (service) นำโดยวิทยากรจาก สวทช. TCDC ร่วมด้วย FabLab Thailand และผู้ประกอบการนวัตกรรมในโครงการชนชราแห่งอนาคต ในวันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม 2563 เวลา 08.30 - 16.00 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 9 อาคารสำนักวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ กรุงเทพฯ ผู้ประกอบการที่สนใจลงทะเบียนออนไลน์ได้ที่ https://forms.gle/2Ssy8PfsHYSwLG8M7 ตั้งแต่วันนี้ - 15 กรกฎาคม 2563 ขอสงวนสิทธิ์ 1 คน/นิติบุคคลเฉพาะที่จดทะเบียนเท่านั้น สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2564 7000 ต่อ 1368, 1381, 1301 หรืออีเมล This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย (ซอฟต์แวร์พาร์ค) ขอเชิญผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ ที่มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์และบริการ รวมถึงผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่ต้องการประยุกต์ใช้และขอรับรองมาตรฐาน CMMI® สมัครเข้าร่วม “โครงการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการได้รับมาตรฐาน CMMI® (Capability Maturity Model Integration Promotion Project) ปี 2563” เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพกระบวนการพัฒนาและการบริการให้มีคุณภาพด้านซอฟต์แวร์ที่ดี เป็นมาตรฐานที่ยอมรับและได้รับความนิยมแพร่หลายทั่วโลก พร้อมสร้างศักยภาพอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยสู่สากล โดยโครงการฯ จะให้ทุนสนับสนุนสูงสุดรายละ 800,000 บาท แก่ผู้ประกอบการที่ผ่านประเมินมาตรฐาน CMMI® แล้วอย่างเป็นทางการ เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ - 31 กรกฎาคม 2563 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.swpark.or.th/cmmi/ หรือสอบถามงานปรึกษาด้านไอที โทร. 0 2583 9992 ต่อ 1431-3 หรือ อีเมล This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.)

เปิดรับข้อเสนอแผนงาน/โครงการวิจัย 2 แผนงาน ได้แก่
1. แผนงานการยกระดับคุณภาพและสมรรถภาพของมนุษย์ในศตวรรษที่ 21 ด้วยมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์ Social and humanity Frontier Research
2. แผนงาน Frontier research และการพัฒนา ระบบการสร้างความสามารถเพื่อรองรับสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

ระหว่างวันที่ 22 มิ.ย.-23 ก.ค.2563 โดยสามารถพิจาณรารายละเอียดได้ที่ https://www.nxpo.or.th/B/โครงการ-flagship-ปี-63/

1 กรกฏาคม 2563 กรมประมง : กรมประมง และ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยมี นายมีศักดิ์ ภักดีคง อธิบดีกรมประมง และ ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมลงนามความร่วมมือ “การวิจัย พัฒนา และนวัตกรรมทางด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ”

เพื่อการดำเนินงานด้านการวิจัย พัฒนา และนวัตกรรม รวมทั้งการเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ตลอดจนร่วมกันกำหนดทิศทางงานวิจัยและพัฒนาด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของประเทศทั้งระบบอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของการแข่งขันในตลาดโลก และทำให้สัตว์น้ำไทยมีเอกลักษณ์เป็นอันดับหนึ่งของโลก ตลอดจนสนับสนุนให้มีการนำผลงานวิจัยมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

เมืองนวัตกรรมอาหาร (Food Innopolis) โดย FI Accelerator สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ขอเชิญผู้ประกอบการ SME ด้านอาหารและที่เกี่ยวข้อง รับชมวิดีโอคลิปการฝึกอบรม ภายใต้โครงการ “PADTHAI X : โครงการอบรมออนไลน์เพื่อเพิ่มศักยภาพในการปรับตัวสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจนวัตกรรมอาหาร ในยุค Post-COVID-19 Pandemic” ซึ่งได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากหลายสถาบัน ในช่วงสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ที่ผ่านมา อาทิ เรื่องสุขอนามัยความปลอดภัยและการมาตรฐานการผลิตอาหาร เรื่องยืดอายุการเก็บรักษาของผลิตภัณฑ์อาหาร เรื่องตกแต่งอาหารและศิลปะถ่ายภาพอาหาร เรื่องบริหารจัดการแพลตฟอร์มออนไลน์สำหรับ Food SME และเรื่องกลยุทธ์สร้างแบรนด์ให้แตกต่างและโดดเด่นในตลาดดิจิทัล เป็นต้น ผู้ประกอบการด้านอาหารที่สนใจสามารถรับชมย้อนหลังได้ที่ลิงก์แฟนเพจ https://www.facebook.com/watch/padthaibyfoodinnopolis/2519904948259605/ หรือช่อง Youtube เมืองนวัตกรรมอาหาร-FI Channel

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย (ซอฟต์แวร์พาร์ค) ร่วมกับ สมาคมเมกเกอร์ประเทศไทย และหน่วยงานพันธมิตร ขอเชิญชวนนิสิต นักศึกษา ประชาชนทั่วไป องค์กร และผู้สนใจ สมัครเข้าร่วมแข่งขัน Roboinnovator Challenge 2020 by Software Park Thailand ในรูปแบบ Self Driving Car + Logistic ชิงเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 100,000 บาท พร้อมโอกาสรับสิทธิเข้าร่วมโครงการของซอฟต์แวร์พาร์ค และการสนับสนุนสิทธิต่าง ๆ ในการเข้าถึงการทำธุรกิจเริ่มต้น และเชื่อมโยงพันธมิตร โดยจะทำการแข่งขันระหว่างวันที่ 5 - 6 กันยายน 2563 เวลา 08.00 - 17.00 น. ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ แบบรุ่น Open (ไม่จำกัดอายุผู้เข้าแข่งขัน) ด้วยภารกิจแข่งขันส่งของจากศูนย์กระจายสินค้าไปยังปลายทางด้วยหุ่นยนต์ ผู้สนใจส่งทีมแข่งขันได้ไม่เกิน 4 คนต่อทีม (รวมอาจารย์ที่ปรึกษา หากมี) ตั้งแต่บัดนี้ - 10 กรกฎาคม 2563 ภายในเวลา 15.00 น. ที่ http://roboinnovator.com/ สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2583 9992 ต่อ 1442 (จิราวรรณ) หรือแฟนเพจ www.facebook.com/RoboInnovator 

26 มิถุนายน 2563 ณ ห้องนนทบุรี สำนักงาน ป.ป.ช. : พลตำรวจเอก วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) และพลเอกบุณยวัจน์ เครือหงส์ กรรมการ ป.ป.ช. ให้เกียรติมอบรางวัล “องค์กรโปร่งใส” ครั้งที่ 9 (NACC Integrity Awards) ให้แก่ ดร.ลดาวัลย์ กระแสร์ชล รองผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เพื่อเป็นเกียรติยศแห่งคุณธรรม จริยธรรม และความซื่อสัตย์สุจริตแก่องค์กร ณ สำนักงาน ป.ป.ช.

ดร.จุฬารัตน์ ตันประเสริฐ รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะหน่วยงานภาคีเครือข่ายสนับสนุนข้อมูลและองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมแถลงข่าวและแสดงความยินดีในงานเปิดตัว “Growing Up Together และ Learning Innovation Forum : ALTV วิถีการเรียนรู้ใหม่ในศตวรรษที่ 21” ซึ่ง สวทช. ได้นำผลงาน เช่น สื่อการศึกษาแบบเปิด หรือโครงการ MOOCs (Massive Open Online Course) หลักสูตรการเรียนการสอนแบบออนไลน์ แบบเปิดเสรีสำหรับทุก ๆ คน สามารถสมัครเข้าเรียนได้โดยไม่จำกัดจำนวน เน้นในระดับการศึกษาขั้นสูงที่ในระบบการศึกษาแบบเดิมมีข้อจำกัดอยู่แต่เฉพาะในห้องเรียน และรองรับผู้เรียนในจำนวนน้อย รวมถึงการร่วมผลิตรายการสารคดี เช่น คิดวิทย์ (https://program.thaipbs.or.th/Kidwit) และสารคดีโรคอุบัติใหม่ มาสร้างการเรียนรู้วิถีชีวิตใหม่ โดยจะทดลองออกอากาศครั้งแรกวันพุธที่ 1 กรกฏาคม 2563 ทางช่องทีวีดิจิทัลหมายเลข 4 เพื่อเป็นการเรียนรู้ที่บูรณาการระหว่างบ้านและโรงเรียน โดยมุ่งเน้นเนื้อหาที่ช่วยพัฒนาสมรรถนะ เสริมทักษะที่จำเป็นให้กับทั้งเยาวชน รวมถึงบุคคลทั่วไปที่ต้องการเข้าถึงการศึกษาที่หลากหลายในยุควิถีชีวิตใหม่

กรุงเทพฯ – 4 ภาคีจากภาครัฐ และเอกชน กรมเจ้าท่า สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) บ้านปูเน็กซ์ บริษัทลูกของบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) และบริษัท สกุลฎ์ซี อินโนเวชั่น จำกัด ผนึกความร่วมมือลงนามบันทึกข้อตกลงด้าน ‘การพัฒนาการออกแบบ การผลิต และมาตรฐาน สำหรับเรือไฟฟ้าที่มีคุณภาพ เพื่อความปลอดภัยในการขนส่งทางน้ำ และส่งเสริมการพาณิชยนาวี’ โดยมีวัตถุประสงค์ในการร่วมยกระดับมาตรฐานการผลิตเรือไฟฟ้า เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งระดับประเทศ และนานาชาติ นำไปสู่การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเรือไฟฟ้าให้เติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมกระตุ้นให้ทุกภาคส่วน เล็งเห็นความสำคัญของการใช้พลังงานสะอาดในภาคอุตสาหกรรม และภาคธุรกิจมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้เรือไฟฟ้าในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

ซึ่งไม่เพียงช่วยประหยัดพลังงาน ยังช่วยลดมลพิษทางน้ำ และทางอากาศในระยะยาว อีกทั้งมีส่วนช่วยคืนความยั่งยืนให้ระบบนิเวศทางน้ำ ตลอดจนช่วยสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนในชุมชน และนักท่องเที่ยว โดยเรือท่องเที่ยวไฟฟ้าลำแรกของไทยภายใต้ความร่วมมือดังกล่าวจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการภายในปีนี้ เพื่อเป็นทางเลือกการเดินทางที่สะดวก รวดเร็ว และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมผลักดันโครงการ “วิจัย 6 ภาค สร้างนวัตกรรม ส่งต่อความยั่งยืน” ระยะที่ 2 เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ว่างงานและได้รับผลกระทบจากโควิด-19 จำนวน 1,974 อัตรา ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา รวมข้าราชการเกษียณอายุฯ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเป็นทีมทำงานวิจัยช่วยชาติ เรียนรู้เปิดรับประสบการณ์ใหม่ ส่งเสริมพัฒนาทักษะการถ่ายทอดองค์ความรู้ทั้งทางด้านวิชาการ ความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง นำไปสู่การแก้ไขปัญหาท้องถิ่นและชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน – 5 กรกฎาคม นี้ เป็นต้นไป ดูรายละเอียดโครงการได้ที่ https://www.nstda.or.th/mhesi-covid19/ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 2564 7000 ต่อ 71115, 71128, 71139

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) ขอเชิญผู้ประกอบการทุกกลุ่มอุตสาหกรรม และผู้สนใจในพื้นที่ จ.อุดรธานี และใกล้เคียงในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าร่วมสัมมนาฟรี 2 หลักสูตร ได้แก่ “หลักสูตรการยกระดับผักและผลไม้ไทยสู่มาตรฐานสากล” ในวันที่ 2 กรกฏาคม 2563 เพื่อทราบถึงมาตรฐาน ThaiGAP กับการสร้างโอกาสเข้าสู่ตลาดระดับบน สมัครได้ที่ https://bit.ly/3emFbKj และ “หลักสูตรการพัฒนาเกษตรกรรมสู่ความยั่งยืนด้วยนวัตกรรม 4.0” ในวันที่ 3 กรกฏาคม 2563 เพื่อทราบถึงแนวทางพัฒนาเป็นเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farmer) ในเรื่องการแปรรูปผลิตภัณฑ์ และออกแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อการเก็บรักษาและขนส่ง สมัครได้ที่ https://bit.ly/3fMeTkY โดยทั้งสองหลักสูตรกำหนดจัดเวลา 08.30 - 16.00 น. ณ โรงแรมเซ็นทาราและคอนเวนชันเซ็นเตอร์อุดรธานี ด่วน! รับจำนวนจำกัด 50 ท่านต่อหลักสูตร เฉพาะผู้ประกอบการที่จดทะเบียนนิติบุคคลเท่านั้น ภายใน 26 มิถุนายน 2563 นี้ สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2564 7000 ต่อ 1301, 063 915 6656

ชีวิตติดล็อกดาวน์กว่า 3 เดือน จากวิกฤตโรคระบาดโควิด-19 ซึ่งต้นเหตุสำคัญของการติดเชื้อไวรัสได้มากนั้น คือการสัมผัสเชื้อด้วยมือและนำเชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกายจากการเผลอใช้มือสัมผัสใบหน้า จมูก ปากและดวงตา ทว่าเราทุกคนต่างได้เห็นภาพคนไทยใส่ใจดูแลตัวเองด้วยการสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันตัวเอง จนเป็นที่กล่าวขานในทางชื่นชมไปทั่วโลก สอดคล้องกับผลสำรวจของบริษัท YouGov จากประเทศอังกฤษ จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 12,999 ราย ที่เผยว่าคนไทยมีพฤติกรรมการใส่หน้ากากอนามัยและการล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ป้องกันโรคโควิด-19 สูงที่สุดในอาเซียน (เทียบกับ 6 ประเทศอาเซียน ได้แก่ สิงคโปร์ เวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และไทย)

ดังนั้นโลกหลังยุคโควิด-19 จากนี้ไป ‘หน้ากากอนามัย’ ไม่เพียงเป็นของใช้จำเป็นที่ทุกคนต้องมีติดตัวไปทุกที่ แต่วิถีการใช้ชีวิตแบบไม่ประมาทก็กระตุ้นให้เกิด ‘นวัตกรรม’ ใหม่ๆ ดังเช่นนวัตกรรมปุ่มกด ‘ลิฟต์ไร้สัมผัส’ หรือ MagikTuch จากศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เพื่อให้ทุกคนเลี่ยงเชื้อโรคจากการไร้สัมผัสในชีวิตประจำวัน

วันที่ 19 มิถุนายน 2563 ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย : พิธีลงนามความร่วมมือแบบพหุพาคีออนไลน์ผ่านระบบ Webex ครั้งแรกในประเทศไทย ประกาศเจตนารมณ์ในความร่วมมือเพื่อยกระดับภาคอุตสาหกรรมไทยสู่อุตสาหกรรม 4.0 โดยการผลักดันแพลตฟอร์ม IDA หรือ Industrial IoT and Data Analytics Platform ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มไอโอที (IoT) และระบบวิเคราะห์ข้อมูลสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม ที่เชื่อมโยงข้อมูลจากเครื่องจักรการผลิต และนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและอนุรักษ์พลังงานให้ดีที่สุด ตอบสนองความจำเป็นเร่งด่วนต่อการปรับตัวของ SME ในภาคการผลิต สอดรับการเปลี่ยนแปลงรอบด้านภายหลังจากโควิด-19

ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ประธานในพิธี กล่าวว่า “โลกหลังโควิดจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมจะมีความจำเป็นในการปรับตัวของทุกภาคส่วนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะในภาคการผลิตที่มีการแข่งขันสูง และในปัจจุบันมีความผันผวนสูงเช่นเดียวกัน รัฐบาลจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องช่วยสนับสนุน SME ให้สามารถปรับใช้เทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสม และรองรับความท้าทายใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต”

ผู้อำนวยการ สวทช. ประกาศมั่นพร้อมเดินหน้าจัดตั้งศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (National Energy Technology Center: ENTEC) ตามแผนกลยุทธ์ สวทช. ฉบับที่ 6.2 (พ.ศ. 2562 - 2566) ภายหลังได้รับการเห็นชอบอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2563 ให้จัดตั้งศูนย์ดังกล่าวขึ้น เพื่อให้เป็นหน่วยงานหลักในการสร้างความเป็นเลิศในการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีพลังงานของประเทศ เกิดการเชื่อมโยงงานวิจัยและพัฒนาของกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงพลังงาน กระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานที่มีบทบาทเกี่ยวข้องต่าง ๆ เพื่อขับเคลื่อนแผนพลังงานไปสู่การปฏิบัติ พร้อมเกิดฐานองค์ความรู้ที่บูรณาการร่วมกันมากขึ้น เพื่อนำประเทศสู่อิสรภาพทางด้านเทคโนโลยี พร้อมทั้งยกตัวอย่างถึงพลังงานชีวมวล มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นพลังงานเพื่อใช้ภายในประเทศและส่งออก รวมถึงจะมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานด้านอื่น ๆ

ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า สวทช. มีแนวคิดจัดตั้งศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ หรือ National Energy Technology Center (ENTEC) ซึ่งอยู่ในแผนกลยุทธ์ สวทช. ฉบับที่ 6.2 (พ.ศ. 2562 - 2566) เพื่อให้เป็นเป็นหน่วยงานหลักในการสร้างความเป็นเลิศในการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีพลังงานของประเทศ (Power to Lead) ให้เกิดการเชื่อมโยงงานวิจัยและพัฒนาร่วมกับกระทรวงพลังงานและภาคส่วนต่าง ๆ ในการขับเคลื่อนแผนพลังงานไปสู่การปฏิบัติ และเกิดการใช้งานจริง เพื่อลดการพึ่งพิงเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และช่วยแก้ปัญหาในอุตสาหกรรมพลังงานของประเทศ โดยได้เริ่มดำเนินการศึกษาเชิงนโยบายการจัดตั้งศูนย์ฯ ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2562 และได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในช่วงเวลาต่อมา ดังนั้น หากนับตั้งแต่การศึกษาในเชิงวิชาการจนได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) รวมเป็นระยะเวลาประมาณ 1 ปี 4 เดือน เพื่อเดินหน้าในเรื่องการวิจัยและพัฒนา พร้อมบูรณาการเชื่อมโยงเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องในทุกภาคส่วนเข้ามา เพื่อความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP: ไอแทป) ให้การสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญโปรแกรม ITAP โดยอาจารย์จาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) แก่ บริษัท ลอฟท์ บิวเดอร์ จำกัด ผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้าง ที่แตกไลน์ธุรกิจ นำเทคโนโลยีระบบฟาร์มเกษตรในอาคาร หรือ Plant Factory มาใช้กับการปลูกพืชออแกนิกในห้องพักอพาร์ทเมนท์ใจกลางเมืองของบริษัทฯ ทำให้ได้ต้นแบบห้องที่ปลูกผักและผลไม้ออแกนิกชนิดต่าง ๆ เช่น สตรอว์เบอร์รี Kale และสมุนไพรเมืองหนาว อาทิ

พาสเลย์และดอกไม้กินได้ สำหรับไว้ปั่นทานได้ทุกฤดูกาล พร้อมเป็นสถานที่ดูงานของลูกค้าบริษัทฯ ที่สนใจจะทำระบบฟาร์มเกษตรในอาคารได้เห็นต้นแบบของธุรกิจประเภทนี้ เพราะผักและผลไม้ออแกนิกที่ปลูกเป็นพืชที่มีมูลค่าสูงในตลาด ราคาแพง และการลงทุนของเทคโนโลยีนี้เกษตรกรหรือผู้สนใจสามารถจะพอลงทุนได้ด้วยกำลังของตัวเอง

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมผลักดันโครงการ “วิจัย 6 ภาค สร้างนวัตกรรม ส่งต่อความยั่งยืน” ระยะที่ 2 เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ว่างงานและได้รับผลกระทบจากโควิด-19 จำนวน 1,974 อัตรา ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเป็นทีมทำงานวิจัยช่วยชาติ เรียนรู้เปิดรับประสบการณ์ใหม่ ส่งเสริมพัฒนาทักษะการถ่ายทอดองค์ความรู้ทั้งทางด้านวิชาการ ความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง นำไปสู่การแก้ไขปัญหาท้องถิ่นและชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป

เริ่มเปิดรับสมัครออนไลน์ตั้งแต่วันที่ 19 - 24 มิถุนายนนี้ ทาง https://www.nstda.or.th/mhesi-covid19/

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. หรือ โทร. 0 2564 7000 ต่อ 71115, 71128, 71139 (ในวันและเวลาราชการ)

16 มิถุนายน 2563 กรุงเทพฯ - กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และ ศูนย์ความเป็นเลิศทางด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) หรือทีเซลส์ (TCELS) โดย ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และ ดร.นเรศ ดำรงชัย ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (ทีเซลส์) จับมือร่วมลงนามความร่วมมือ “ด้านการเพิ่มศักยภาพการพัฒนานวัตกรรมและงานวิจัยทางการแพทย์ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่ในประเทศไทย”

เพื่อพัฒนาส่งเสริมและขับเคลื่อนให้เกิดงานวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์ สามารถถ่ายทอดและใช้ประโยชน์ได้จริงในเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม รวมถึงผลักดันภาคเอกชนในการทดสอบเครื่องมือแพทย์และผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลและได้รับการยอมรับจากทุกประเทศ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) พร้อมระบุช่วงแรกจะร่วมกันพัฒนายาที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ทดแทนยานำเข้าและขาดแคลนในประเทศ เพิ่มองค์ความรู้ ศักยภาพการผลิตยาเพื่อความมั่นคง และตอบสนองสถานการณ์ฉุกเฉินทางการแพทย์ เช่น โควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

(16 มิถุนายน 63) ณ ห้องประชุม SD-601 อาคารสราญวิทย์ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย : กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ องค์กรสำรวจอวกาศแห่งญี่ปุ่น หรือ แจ็กซา (Japan Aerospace Exploration Agency: JAXA) และหน่วยงานพันธมิตร ประกาศผลการแข่งขัน “โครงการ Space Flying Robot Programming Challenge 2020” หรือ SRPC2020 ผลปรากฏว่าได้ทีมวอน สเปซวาย (won-SpaceY) เป็นทีมชนะเลิศ ตัวแทนประเทศไทยเตรียมเข้าร่วมการแข่งขันรอบชิงแชมป์เอเชีย ณ ศูนย์อวกาศสึกุบะ ประเทศญี่ปุ่น ในเดือนกันยายนนี้ กับภารกิจแข่งขันเขียนโปรแกรมควบคุมหุ่นยนต์ Astrobee ซึ่งเป็นหุ่นยนต์ผู้ช่วยนักบินอวกาศ ที่ใช้งานอยู่จริงบนสถานีอวกาศนานาชาติ (International Space Station : ISS) ให้ปฏิบัติภารกิจตามที่ได้รับมอบหมาย

เมืองนวัตกรรมอาหาร (Food Innopolis) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย FI Accelerator ร่วมกับ อุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เปิดรับสมัครผู้ประกอบการ SME ด้านนวัตกรรมอาหาร (Food SME) ที่ต้องการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างโอกาสในการขยายตลาดทั้งในไทยและต่างประเทศภายใต้แนวคิด From Local to Global เข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการใน “โครงการอบรมเพื่อพัฒนาผู้ประกอบการอาหาร SME ด้านนวัตกรรมอาหารของไทยฯ ครั้งที่ 6 (PADTHAI #6)” หลักสูตรเข้มข้น 5 วัน 5 คืน จากผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจอาหารโดยตรง ระหว่างวันที่ 3 - 7 ส.ค. 63 ที่ จ.พิษณุโลก พร้อมรับโอกาสเข้าถึงแหล่งสนับสนุนทุน ตลาด เพื่อสร้างโอกาสแข่งขันธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ และการสนับสนุนอื่น ๆ อีกมากจาก Food Innopolis และเครือข่าย เปิดรับสมัครแล้วตั้งแต่วันนี้ - 5 ก.ค. 63 ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและสมัครออนไลน์เข้าร่วมโครงการได้ที่ https://forms.gle/DoS9yatcqU3dWAfC7 หรือสอบถามโทร. 091 713 5433 (กรองจิตร) และ 082 441 4169 (สันติ) และที่เพจ 

https://www.facebook.com/padthaibyfoodinnopolis

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) และโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP:ไอแทป) ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) พัฒนาวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อโดยใช้ระบบอาหารเหลว และนำเอาระบบไบโอรีแอคเตอร์ (Bioreactor) มาเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตต้นพันธุ์ของพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ เพื่อลดต้นทุน แรงงาน และระยะเวลาในการพัฒนาต้นกล้าพันธุ์ดี ให้เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร

ปัญหาอย่างหนึ่งในการผลิตพืชเศรษฐกิจของประเทศไทยคือ การขยายต้นกล้าพันธุ์ดีจากภาครัฐและภาคเอกชนออกไปสู่เกษตรกร ถ้าเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีอายุสั้น จะมีการเจริญเติบโตทางยอดของต้นได้ง่าย สามารถผลิตเมล็ดพันธุ์ลูกผสมหรือเมล็ดพันธุ์แท้ออกสู่ตลาดได้เลย ทำให้เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกรในประเทศได้ไม่ยากนัก แต่หากเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีการเจริญเติบโตช้า อย่างพืชตระกูลปาล์ม เช่น ปาล์มน้ำมัน มะพร้าว และอินทผาลัม แม้จะผลิตเมล็ดได้ แต่ยังมีข้อจำกัดในการเพาะต้นกล้าจากเมล็ดลูกผสม เพราะนอกจากต้นจากการเพาะเมล็ดจะมีลักษณะการกระจายตัวสูงแล้ว ยังใช้เวลานาน ใช้พื้นที่ และแรงงานในการจัดการดูแลสูง จำนวนต้นกล้าพันธุ์ดีที่ได้ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของภาคเกษตรกรผู้ผลิต นอกจากนั้น ในพืชที่มีลักษณะแยกเป็นต้นตัวผู้และต้นตัวเมีย เช่น อินทผาลัม การใช้ต้นกล้าจากการเพาะเมล็ดมีความเสี่ยงสูงในการที่จะได้ต้นตัวผู้มากกว่าต้นตัวเมีย ทำให้เกษตรกรผู้ผลิตอินทผาลัมเกิดความเสียหายเนื่องจากได้ผลผลิตไม่เป็นไปตามความคาดหมาย

For English-version news, please visit : NSTDA researchers honored with L’Oréal Thailand COVID-19 Solidarity awards

กรุงเทพฯ 11 มิถุนายน 2563 บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศรายชื่อ 3 นักวิจัยสตรีผู้ได้รับทุนพิเศษ เพื่องานวิจัยโควิด-19 จากโครงการทุนวิจัย ลอรีอัล ประเทศไทย เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์ ที่มีผลงานสร้างประโยชน์อย่างโดดเด่นในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19ในหลากหลายด้าน ตอกย้ำความมุ่งมั่นโครงการ LOréal Thailand COVID-19 Solidarity ในการปันน้ำใจและให้การสนับสนุนภาคส่วนต่างๆ เพื่อร่วมช่วยเหลือในช่วงวิกฤติโควิด-19

11 มิ.ย. 63 ที่สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) ถ.ศรีอยุธยา กรุงเทพฯ - ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เดินทางมาตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยมี ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และคณะผู้บริหารกระทรวง ให้การต้อนรับ พร้อมนำเสนอการใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสร้างความเข้มเข็งของประเทศ

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ใช้ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เป็นฐานในการเพิ่มมูลค่าให้กับความหลากหลายทางชีวภาพ และความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่เป็นจุดแข็งและทุนพื้นฐานสำคัญของประเทศ พัฒนาเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ต่อยอดมูลค่าเพิ่ม สร้างความเข้มแข็งจากภายในเชื่อมโยงไทยสู่ประชาคมโลก การพัฒนาเศรษฐกิจตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มุ่งเน้นให้เกิดบูรณาการการพัฒนาในทุกมิติ นำไปสู่การเดินหน้าไปด้วยกัน และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่เน้นการขับเคลื่อนในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับพื้นที่ ระดับประเทศ และระดับโลก ครอบคลุม 4 สาขายุทธศาสตร์สำคัญ ประกอบไปด้วย 1) เกษตรและอาหาร 2) สุขภาพและการแพทย์ 3) พลังงาน วัสดุและเคมีชีวภาพ และ 4) การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ สพธอ. ได้จัดทำการสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ปี 2563 เพื่อสะท้อนภาพการใช้อินเทอร์เน็ตกับ Lifestyle ของคนไทยในยุคดิจิทัล ทั้งชั่วโมงการใช้อินเทอร์เน็ต กิจกรรมออนไลน์ยอดฮิต ปัญหาที่เกิดจากการใช้งาน รวมถึงความเชื่อมั่นในการใช้อินเทอร์เน็ต และในส่วนของคำถามพิเศษ (Hot Issue) ประจำปีนี้ เรายังได้รับเสียงโหวตจากประชาชนส่วนหนึ่งให้สำรวจเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตกับการแชร์ข่าวปลอม (Fake News) เพราะเป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้ผู้คนเกิดความวิตกกังวล หลงเชื่อและได้รับผลกระทบในรูปแบบต่างๆ อีกด้วย

กรมสรรพาวุธทหารอากาศ ได้จัดทำ ตู้ปันสุขกองทัพอากาศ "อินทรีปันสุข" พร้อมทั้งใช้อุปกรณ์ต้นแบบ FaceD-Tech: AI face Tracking จาก ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ (NSD: National Security and Dual-Use Technology Center) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย FaceD-Tech: AI face Tracking เป็นอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยี AI (Artificial Intelligence) ในการวิเคราะห์และประมวลผลสำหรับการจดจำใบหน้าบุคคลที่อุปกรณ์ตรวจพบลงในฐานข้อมูลอัตโนมัติ ใช้ในการตรวจจับและทำการปลดล็อกตู้ ถ้าหากผู้ที่ยืนหน้าตู้ไม่ถูกบันทึกซ้ำหน้า ภายใน 48 ชั่วโมง ระบบจะเริ่มทำงานโดยปลดล็อคช่องเก็บของจำนวน 23 ตู้ ทำให้ผู้ที่มาบริจาคของหรือผู้ต้องการของสามารถเลือกเปิดช่องเพื่อหยิบของที่ต้องการ หรือใส่ของที่นำมาบริจาคได้ พร้อมกันนี้ พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้มอบตู้ปันสุขกองทัพอากาศ "อินทรีปันสุข" ให้กับโรงพยาบาลภูมิพล กรมการแพทย์ทหารอากาศ โดยมี ดร.ศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรม ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ (NSD: National Security and Dual-Use Technology Center) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และ คุณกุลประภา นาวานุเคราะห์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. เข้าร่วมงาน

รับสมัคร วิศวกรทดสอบ (Test Engineer) /งานวิศวกรรมซอฟต์แวร์และทดสอบผลิตภัณฑ์ (จำนวน 5 อัตรา) 

หน้าที่ความรับผิดชอบ :

  • ร่วมจัดทำแผนการทดสอบ กรณีทดสอบและรายงานการทดสอบเพื่อส่งมอบให้กับลูกค้า
  • ดำเนินการวิเคราะห์ทดสอบให้เป็นไปตามมาตรฐานวิธีวิเคราะห์ทดสอบ และ/หรือหาวิธีการวิเคราะห์ทดสอบตามที่ลูกค้ากำหนด
  • ศึกษา/พัฒนาวิธีการวิเคราะห์ทดสอบเพื่อดำเนินการพัฒนาและปรับปรุงในเป็นไปตามมาตรฐาน ให้เกิดความน่าเชื่อถือและมีประสิทธิภาพสูงสุด
  • ให้คำปรึกษา/แนะนำลูกค้าในด้านการวิเคราะห์ทดสอบ
  • ควบคุมดูแลรักษาเครื่องมือวิเคราะห์ทดสอบ อุปกรณ์ประกอบการวิเคราะห์ทดสอบให้อยู่ในสภาพดีและพร้อมใช้งาน
  • วางแผนและควบคุมการบำรุงรักษา/ส่งสอบเทียบเครื่องมือ รวมถึงควบคุมดูแลการทำงานของเจ้าหน้าที่สอบเทียบที่เข้ามาดำเนินงาน
  • ดำเนินการจัดหา/จัดซื้อครุภัณฑ์เครื่องมือวิเคราะห์ทดสอบ และอุปกรณ์ประกอบ
  • ปฏิบัติงานภายใต้ระบบคุณภาพของศูนย์ฯ ตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025, ISO 9001 และ มอก. 18001
  • เป็นเจ้าหน้าที่วิศวกรทดสอบตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
  • ปฏิบัติงานอื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชา

*สำหรับผู้ที่มีใบ Certificate ISTQB Foundation Level จะได้รับพิจารณาเป็นพิเศษ (https://www.istqb.org)

For English-version news, please visit : MHESI Minister and 8 leaders from all sectors propose BCG model for post-COVID economic recovery plan aiming to achieve 4.4 trillion THB GDP in 5 years

8 มิถุนายน 2563 กระทรวงการอุดมศีกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) โดย ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. นำทีมผู้นำในทุกภาคส่วนจำนวน 8 ท่าน ประกอบด้วยผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งจากผู้ประกอบการ ผู้แทนจากภาคอุตสาหกรรม เอกชน นักวิชาการ หน่วยงานของรัฐ และภาคสังคม เข้าพบนายกรัฐมนตรี (พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา) เพื่อหารือแนวทางการใช้โมเดล BCG (BCG: Bioeconomy, Circular Economy, Green Economy) โดยใช้องค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยในมิติต่าง ๆ ด้านความมั่นคงทางอาหาร ความมั่นคงทางสาธารณสุข ความมั่นคงทางพลังงาน หลักประกันการมีงานทำ และความยั่งยืนของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งพัฒนาตอบสนองความต้องการในแต่พื้นที่ไปสู่การเดินหน้าไปด้วยกัน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

จากข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีฯ ที่ผ่านมา มอบหมายให้กระทรวงการอุดมศีกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) เป็นหน่วยงานหลักในการเร่งรัดให้เกิดการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (BCG: Bioeconomy, Circular Economy, Green Economy) ให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมนั้น กระทรวง อว. ได้ดำเนินการจัดระดมความคิดของทุกภาคส่วน มุ่งเน้นยกระดับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเข้มแข็ง แบ่งเป็น 7 กลุ่มย่อย ประกอบด้วย 1) กลุ่มเกษตร โดยมี น.สพ.ยุคล ลิ้มแหลมทอง เป็นประธาน 2) กลุ่มอาหาร โดยมี นายธีรพงศ์ จันศิริ เป็นประธาน 3) กลุ่มยาและวัคซีน โดยมี ศ. คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร เป็นประธาน 4) กลุ่มเครื่องมือแพทย์ โดยมี ศ.ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ เป็นประธาน 5) กลุ่มพลังงานวัสดุและเคมีชีวภาพ โดยมี นายเทวินทร์ วงศ์วานิช เป็นประธาน 6) กลุ่มท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยมี นายกลินท์ สารสิน เป็นประธาน และ 7) กลุ่มเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยมี ดร.วิจารย์ สิมาฉายา เป็นประธาน การระดมสมองของผู้บริหารของบริษัทชั้นนำของไทยด้าน เกษตร อาหาร และ พลังงาน อีกทั้งยังมุ่งเน้นผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่ความเป็นผู้นำของโลกบนฐานความพร้อมของประเทศไทย จากจุดแข็งการเป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญของโลก โดยมี นายอิสระ ว่องกุศลกิจ เป็นประธาน โดยมีผู้มีส่วนร่วมเข้าเสนอความคิดเห็นประมาณ 500 คน
สำหรับเป้าหมายในการใช้ BCG โมเดลอย่างเป็นรูปธรรมที่สามารถนำมาปรับภาพลักษณ์ของประเทศไทย (Rebranding Thailand) ภายหลังการเกิดโรคระบาดโควิด – 19 รวมถึงเชื่อมโยงบนฐานหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างความเข้มแข็งจากภายในประเทศ ผ่านการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากและท้องถิ่น และเชื่อมประเทศไทยกับประชาคมโลก ซึ่งมีหลักการปรับในการขับเคลื่อนดังนี้

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP: ไอแทป) ให้การสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญภายใต้ “โครงการชนชราแห่งอนาคต” จาก บริษัท FABLAB ในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาปรับใช้กับการเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ OTOP ของผู้ประกอบการร้านมัลลิกา กิ๊ฟชอป จ.สุพรรณบุรี ด้วยการนำเทคโนโลยีระบบ Internet of Things หรือ IoT มาปรับใช้กับตุ๊กตาอัดเสียง ทำให้ได้โปรแกรมต้นแบบระบบอัดเสียงภายในตุ๊กตา ซึ่งเป็นสินค้าแฮนด์เมด เย็บมือ และเป็น niche market หรือตลาดเฉพาะกลุ่มสำหรับช่วยคลายเหงาและเป็นเพื่อนแก่ผู้สูงอายุ หนุนเสริมผลิตภัณฑ์ OTOP ของ SME หยิบเอาโอกาสความท้าทายในเรื่องสังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) มาสร้างสรรค์โมเดลธุรกิจ เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ OTOP บนฐานความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนา พร้อมการให้บริการต่าง ๆ โดยเฉพาะในภาวะสถานการณ์โควิด – 19 ศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย สวทช. พร้อมเปิดให้บริการในการเช่าพื้นที่จัดสัมมนา ประชุม และอื่น ๆ ด้วยความเชื่อมันในการใช้บริการกับผู้ใช้บริการสถานที่จัดงาน ทั้งนี้ได้เพิ่มมาตรการป้องกันและคัดกรองการแพร่ระบาดของไวรัส เมื่อเปิดใช้บริการ อีกทั้งยังได้รับการรับรองมาตรฐาน TMVS

สำหรับมาตรการในการจัดเตรียมความพร้อมประกอบด้วย การคัดกรองด้วยแบบสอบถามเพื่อคัดกรองตนเอง การสวมหน้ากากอนามัย การคัดกรองผู้ใช้บริการพื้นที่ด้วยเครื่องวัดไข้ (เครื่องวัดอุณภูมิอินฟราเรด) รวมถึงความพร้อมด้านสถานที่ในการจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์เพื่อรองรับการให้บริการ เช่น เจลแอลกอฮอล์ Face Shield สำหรับผู้ใช้บริการ การฆ่าเชื้ออุปกรณ์ด้วยรังสียูวีจาก ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ (NSD) และพ่นฆ่าเชื้อสถานที่ด้วยน้ำยาเช็ดทำความสะอาด โดยได้รับการสนับสนุนจากบริษัท คีนน์ จำกัด นอกจากนี้ยังมีความพร้อมด้านระบบการประชุมและการถ่ายทอดสด ซึ่งได้รับการดำเนินการตามมาตรการรักษาความปลอดภัยจาก สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน)

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์บริการปรึกษาการออกแบบและวิศวกรรม (DECC) ขอเชิญผู้ประกอบการสตรีทฟู้ดที่สนใจ “รถเข็นนวัตกรรมรักษ์โลก” ภายใต้โครงการการพัฒนาระบบอัจฉริยะเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมอาหาร ของ สวทช. ซึ่งมีแนวคิดที่ได้ปรับปรุงพัฒนารถเข็นจากแบบเดิมให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และตอบโจทย์วิถี New Normal ที่เน้นความสะอาด ปลอดภัย ถูกสุขลักษณะ และลดการปนเปื้อน พร้อมเป็นรถเข็นที่รักษ์โลกและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีราคาที่เหมาะสม สามารถเข้าถึงและจับจองได้ มีด้วยกัน 3 รูปแบบ คือ รถเข็นน้ำหนักเบาพร้อมระบบน้ำดี ถังบำบัดและซิงค์น้ำ และระบบที่เพิ่มเติมระบบดูดควัน ตลอดจนระบบที่เพิ่มเติมหัวเตาแก๊ส 2 หัว ผู้ประกอบการที่สนใจลงทะเบียนออนไลน์เพื่อสั่งจองรถเข็นที่ต้องการได้ที่เว็บไซต์ http://www.decc.or.th/streetfood/ คลิก “ลงทะเบียนเพื่อจองรถเข็น” ภายใน 30 มิถุนายน 2563 หรือสอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2564 6310 ต่อ 101

ตามที่โปรแกรมร่วมฯ สนับสนุนทุนวิจัยและพัฒนา กฟผ.- สวทช. ฝ่ายบริหารโครงการความร่วมมือวิจัยขนาดใหญ่ (RBC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เปิดรับข้อเสนอเชิงหลักการ (Concept Proposal) ประจำปี 25563 นั้น 

ทั้งนี้ ข้อเสนอเชิงหลักการทั้งหมด ได้ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการฯ แล้ว โดยโครงการที่ผ่านการพิจารณาและให้จัดทำข้อเสนอโครงการฉบับสมบูรณ์ (Full Proposal)  ดาวน์โหลดรายละเอียด

ติดต่อสอบถาม

คุณลัดดา สิทธิโสภาค โทรศัพท์ 0 2117 6457
คุณกิติ์สิริรัตน์ กูลเกื้อ โทรศัพท์ 0 2117 6459

E-mail: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

โปรแกรมร่วมสนับสนุนทุนวิจัยและพัฒนา กฟผ. - สวทช. ฝ่ายบริหารโครงการความร่วมมือวิจัยขนาดใหญ่ (RBC)
สานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

29 พฤษภาคม 2563 ณ ห้องประชุมเฉลิมพระเกียรติ อาคารเฉลิมพระเกียรติ คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล: มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และบริษัท เน็ตเบย์ จำกัด (มหาชน) แถลงข่าว “ความสำคัญของเทคโนโลยีการใช้หุ่นยนต์ทางการแพทย์ และนโยบายของมหาวิทยาลัยมหิดล ในการสนับสนุนการใช้ Robot ในสถานการณ์ปัจจุบัน” และ พิธีรับมอบหุ่นยนต์ Hapybot หุ่นยนต์เคลื่อนที่อัจฉริยะผู้ช่วยแพทย์ จำนวน 3 ตัว เพื่อนำไปใช้งานจริงภายในโรงพยาบาลสังกัดมหาวิทยาลัยมหิดล 3 แห่ง

ได้แก่ สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล โดยมี ศาสตราจารย์ นายแพทย์บรรจง มไหสวริยะ รักษาการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นประธานการแถลงข่าว พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ ประธานคณะกรรมการวิชาการและเทคนิคเพื่อรองรับสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ปิยะมิตร ศรีธรา คณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์วีระพงษ์ ภูมิรัตนประพิณ คณบดีคณะเวชศาสตร์เขตร้อน รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ธีระ กลลดาเรืองไกร ผู้อำนวยการศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก นายพิชิต วิวัฒน์รุจิราพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เน็ตเบย์ จำกัด (มหาชน) และ ดร.จุฬารัตน์ ตันประเสริฐ รองผู้อำนวยการ สวทช. เข้าร่วมงาน

 

            สถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (สท.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ บริษัท นาวิต้าฟู้ดส์ จำกัด พัฒนาเทคโนโลยีการเพาะปลูกเมลอน 4 สายพันธุ์ในโรงเรือนอัจฉริยะ เพื่อนำองค์ความรู้ที่ได้ไปถ่ายทอดแก่เกษตรกร ยกระดับการทำเกษตรกรรม

นักวิทยาศาสตร์ทัวโลกศึกษาค้นคว้าโดยการถอดลําดับจีโนม พบว่า ไวรัสโคโรนา หรือ SAR-CoV-2 ที่ทําให้เกิดโรคโควิด-19 สามารถติดต่อจากคนสู่คนอย่างรวดเร็ว เพราะไวรัสนีมีโปรตีนสไปก์ (ส่วนที่ยื่นออกมาจากอนุภาคคล้ายหนาม) อยู่บนผิว ซึ่งทําให้ไวรัสสามารถจับกับตัวรับทีชื่อ ACE2 Receptor ในเซลล์ของมนุษย์ได้มาก ทําให้เชื้อไวรัสเข้าสู่เซลล์ได้ดีและแพร่จากคนสู่คนได้ อย่างมีประสิทธิภาพ

For English-version news, please visit : NSTDA, the National Institute for Emergency Medicine, TOT and Kasetsart University team up to enhance emergency medical services with digital technology

28 พฤษภาคม 2563 ณ ห้องประชุม 601 อาคารเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 84 พรรษา สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ จังหวัดนนทบุรี: สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดพิธีลงนามความร่วมมือใน “การวิจัยและพัฒนาเพื่อยกระดับเทคโนโลยีสื่อสารและสารสนเทศ ในระบบการแพทย์ฉุกเฉินให้เป็นระบบดิจิทัล” ในการนำศักยภาพและทักษะความชำนาญของแต่ละหน่วยงานเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน

เพื่อการวิจัยและพัฒนายกระดับเทคโนโลยีสื่อสารและสารสนเทศของระบบการแพทย์ฉุกเฉินให้เป็นระบบดิจิทัลและปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีสื่อสารและสารสนเทศในระบบการแพทย์ฉุกเฉิน รวมถึงโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) นวัตกรรมอุปกรณ์ และระบบบริการดิจิทัล ให้ผู้ป่วยฉุกเฉินและผู้ให้บริการการแพทย์ฉุกเฉินทั้งระบบสามารถเข้าถึงได้สะดวกและรวดเร็ว รองรับและขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล “ไทยแลนด์ 4.0” โดยมี นาวาอากาศเอกสมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา และ ประธานกรรมการบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เรืออากาศเอกนายแพทย์อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) นายพิพัฒน์ ขันทอง กรรมการบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ และ ดร.ภุชงค์ อุทโยภาศ รองอธิการบดีฝ่ายสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมลงนาม

For English-version news, please visit : IMPACT Muang Thong Thani chooses Germ Saber UVC Sterilizer for disinfection in preparation for the reopening of its convention facilities

27 พฤษภาคม 2563 อิมแพ็ค เสริมความเชื่อมั่นพื้นที่เฝ้าระวังและป้องกันการแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19 ต่อเนื่อง ล่าสุดเลือกนวัตกรรมเครื่องฉายแสงยูวีฆ่าเชื้อแบบเคลื่อนที่ Germ Saber UVC Sterilizer ผลงานวิจัยร่วมของ สวทช. และ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อใช้ทำความสะอาดฆ่าเชื้อพื้นที่ภายในศูนย์ฯ มากกว่า 140,000 ตร.ม. พร้อมรองรับการเปิดบริการอีกครั้ง ภายใต้คอนเซ็ปต์ วิถีใหม่ New Normal มากกว่าความปลอดภัยคือความสมาร์ท

นายพอลล์ กาญจนพาสน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดบริการอีกครั้ง ภายหลังต้องปิดบริการตามคำสั่งทางราชการ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นานร่วม 3 เดือน ซึ่งที่ผ่านมา อิมแพ็ค ได้กำหนดมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19 โดยปฏิบัติตามคำแนะนำของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด และเมื่อเร็วๆ นี้ทางราชการได้ประกาศผ่อนปรนระยะที่ 2 อนุญาตบางกิจการเปิดบริการได้ ซึ่งรวมถึง อิมแพ็ค ในกลุ่มของการจัดงานประชุม สัมมนา จำกัดจำนวน 50 ท่าน ภายใต้การจัดการด้านสาธารณสุข ที่ต้องห่วงใยดูแลสุขภาพและความปลอดภัยในรูปแบบชีวิตวิถีใหม่ หรือ New normal ควบคู่มาตรฐานการบริการสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ด้วยคอนเซ็ปต์ อิมแพ็ค มากกว่าความปลอดภัยคือความสมาร์ท

จากปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่มีค่าเกินเกณฑ์มาตรฐาน อยู่ในระดับที่มี ผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน สํานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติจึงมุ่งพัฒนาหน้ากากอนามัยที่ป้องกัน ฝุ่นขนาดเล็ก สารพิษ และเชื้อโรค ซึ่งเมื่อเกิดการระบาดของโรค โควิด-19 ยังสามารถนํามาใช้เป็นอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา โดยเฉพาะในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์

        

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติร่วมกับกรมควบคุมโรค มุ่งประยุกต์ใช้งานวิจัยแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ในการตอบโจทย์และเสนอแนะแนวทางในการกำหนดนโยบายต่างๆ สำหรับการเฝ้าระวังและควบคุมโรคโควิด-19 ดังนี้

1, ผู้ติดเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19 ที่แท้จริงมีจำนวนเท่าใด (ทั้งกลุ่มที่แสดงอาการรุนแรง มีอาการไม่ชัดเจน และไม่แสดงอาการ)

ในช่วงแรกที่มีการระบาดของโควิด-19 ในเมืองอู่ฮั่น ประเทศไทยได้มีการตรวจคัดกรองนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น ทำให้ประเทศไทยมีข้อมูลผู้ติดเชื้อจากอู่ฮั่นที่ยังไม่แสดงอาการชัดเจน จึงได้ประมาณการจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19 ทั้งหมดในอู่ฮั่น เพื่อวิเคราะห์จำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ที่อาจมีอาการไม่รุนแรงหรือไม่แสดงอาการและมีอาการรุนแรง/ชัดเจน ด้วยแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลนักท่องเที่ยวจากเมืองอู่ฮั่นที่เดินทางเข้าสู่ประเทศไทย โดยให้จำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมดจากเมืองดังกล่าวเป็นตัวแทนประชากรในเมืองอู่ฮั่น จากการวิเคราะห์อัตราส่วนนักท่องเที่ยวเมืองอู่ฮั่นที่ติดเชื้อเทียบกับจำนวนนักท่องเที่ยวจากเมืองอู่ฮั่นทั้งหมด แล้วนำมาวิเคราะห์ทำแบบจำลอง (Modeling) เพื่อประเมินกลับไปเป็นจำนวนผู้ติดเชื้อในเมืองอู่ฮั่นทั้งหมด ผลการวิเคราะห์พบว่าจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมด รวมทั้งผู้ติดเชื้อที่มีอาการน้อยไม่ชัดเจนหรือไม่แสดงอาการใดๆ มีจำนวนรวมแล้วเท่ากับประมาณ 20 เท่าของผู้ติดเชื้อที่มีอาหารชัดเจน (อ้างอิงตามรายงานโดย WHO) จึงมีข้อเสนอแนะให้ประเทศไทยเตรียมมาตรการต่างๆ เพื่อเฝ้าระวังและรับมือการติดเชื้อภายในประเทศ

การวิเคราะห์ลายพิ มพ์เปปไทด์ (Peptide barcode) ด้วยเครื่องวัดมวล MALDI-TOF (Matrix-Assisted Laser Desorption/Ionization-Time of flight) ใช้จําแนกเชือจุลินทรีย์ เช่น แบคทีเรีย ยีสต์ และรา อาศัยการยิงแสงเลเซอร์ไปยังตัวอย่าง ที่ต้องการตรวจสอบจนเปปไทด์เกิดการแตกตัวเป็นไอออน (อนุภาคที่มีประจุ) ก่อนเดินทางไปยังตัวจับสัญญาณ (Detector) ได้ผลการตรวจสอบเป็นกลุ่มมวล เปป ไทด์เรียงลําดับจากมวลขนาดเล็ก ไปหามวลขนาด ใหญ่ ซึ่งจุลินทรีย์จ ะมี ลายพิ มพ์เปปไทด์ที่จําเพาะเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละสายพันธุ์ นอกจากนี้ยังพบว่า ลายพิมพ์มวลเปปไทด์ยังสามารถใช้แยกสายพันธุ์ไวรัสได้อีกด้วย

         โดยทั่วไปชุดตรวจเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19 แบบรวดเร็วอาศัยหลักการการจับแบบจำเพาะของโมเลกุลชีวภาพที่จับได้ดีและจำเพาะกับโปรตีนเป้าหมายของเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19 สำหรับชุดตรวจนี้อาศัยหลักการการตรวจหาโมเลกุลเป้าหมายอย่างจำเพาะและรวดเร็วด้วยเทคนิค อิมมูโนโครมาโตกราฟีชนิดไหลในแนวราบ (Lateral flow immunochromatographic assay: LFA) ซึ่งสามารถใช้ตรวจหาแอนติเจนของเช้อื ไวรัสก่อโรคโควิด -19 ได้ จึงนำมาใช้ตรวจคัดกรองการติดเชื้อไวรสัก่อโรคโควิด-19

การตรวจผู้ป่วยโรคโควิด-19 ด้วยเทคนิค Real-time RT-PCR เป็นการตรวจมาตรฐานสูงสุด (Gold standard test) หรือการตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ที่ดีที่สุดภายใต้เงื่อนไขที่เหมาะสม แต่ในการสกัดสารพันธุกรรม หรืออาร์เอ็นเอ (Ribonucleic acid, RNA) ของไวรัส SARS-CoV-2 มีข้อจำกัดคือต้องใช้เครื่องสกัดสารพันธุกรรมอัตโนมัติ (Automated) และใช้น้ำยาสกัดสารพันธุกรรมที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งมีราคาตั้งแต่ 120-300 บาท

การวิจัยและพัฒนาวิธีการสกัดอาร์เอ็นเอที่ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องสกัดสารพันธุกรรมอัตโนมัติและน้ำยาสกัดจากต่างประเทศ นอกจากจะช่วยลดต้นทุนในการตรวจตัวอย่างแล้ว ยังไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการขาดแคลนน้ำยาสกัดที่ต้องสั่งซื้อจากต่างประเทศอีกด้วย



ท่ามกลางสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 การดูแลรักษาความสะอาดของสถานที่และสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ให้ปราศจากเชื้อโรค คือสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อโรคได้ ซึ่งการฆ่าเชื้อโรคด้วยโอโซน (O3) เป็นวิธีหนึ่งที่มีประสิทธิภาพและนิยมใช้กันมานาน โดยเฉพาะในยามที่ขาดแคลนแอลกอฮอล์ หรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรค

ตามที่ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้ดำเนินโครงการสร้างผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่ (Startup Voucher) ประจำปี 2563 นั้น (ดูประกาศรับสมัคร)

บัดนี้ คณะกรรมการคัดเลือกผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการสร้างผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่ (Startup Voucher) ประจำปี 2563 ได้ดำเนินการคัดเลือกผู้มีสิทธิได้รับทุนฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงขอประกาศรายชื่อผู้ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 35 ราย

ทั้งนี้ ขอให้ผู้มีรายชื่อได้รับคัดเลือก ดำเนินการยืนยันสิทธิ โดยส่งข้อความแจ้งยืนยันสิทธิ ระบุว่า "บริษัท ...จำกัดลำดับที่ ... .ขอแจ้งยืนยันสิทธิรับทุนโครงการ Startup Voucher ประจำปี 2563" มายังอีเมล This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.  ภายในวันที่ 29 พฤษภาคม 2563 หากพ้นกำหนดดังกล่าวจะถือว่าสละสิทธิการรับทุนในครั้งนี้

ปัจจุบันมีโรคระบาดเกิดขึ้นจำนวนมาก และหลายโรคสามารถติดต่อกันผ่านพื้นที่ที่มีคนใช้งานโดยการสัมผัสร่วมกัน เช่น ที่จับประตู และปุ่มกดลิฟต์โดยสาร ดังนั้นการลดการสัมผัสที่บริเวณจุดเสี่ยง จึงสามารถช่วยลดโอกาสที่จะได้รับเชื้อโรคและลดการแพร่กระจายของโรคติดต่อเหล่านี้ได้

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ โดยศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์(NSD) ได้พัฒนานวัตกรรม ‘MagikTuch’ ลิฟต์ไร้สัมผัสเพื่อช่วยลดการเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค

หมวกแรงดันลบเป็นนวัตกรรมเพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อจากกลุ่มเฝ้าระวัง ด้วยแนวคิดประกอบง่าย ผลิตเร็ว ราคาถูกโดยประชาชนสามารถใช้พิมพ์เขียวในการดูแบบ เพื่อประกอบด้วยตัวเองได้โดยง่าย จึงเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการกระจายการใช้งานไปในวงกว้าง ลดการขาดแคลนอุปกรณ์ป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรค

จากปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่มีค่าเกินเกณฑ์มาตรฐาน อยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ มุ่งพัฒนาหน้ากากอนามัยที่ป้องกันฝุ่นขนาดเล็ก สารพิษ และเชื้อโรค ซึ่งเมื่อเกิดการระบาดของโรคโควิด-19 ยังสามารถนำมาใช้เป็นอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา โดยเฉพาะในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ ทั้งนี้ได้พัฒนาหน้ากากอนามัยโดยใช้ 2 เทคโนโลยี ดังนี้

หน้ากากอนามัย Safie Plus

เซฟีพลัส (Safie Plus) คือหน้ากากอนามัยประสิทธิภาพสูง ผลิตโดยศูนย์วิจัยเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกและเครื่องมือแพทย์ ร่วมกับศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ โดยหน้ากากมีความหนา 4 ชั้น แผ่นชั้นกรองพัฒนาด้วยเทคโนโลยีการเคลือบสารไฮดรอกซีอาปาไทต์และไทเทเนียมบนเส้นใยธรรมชาติ ซึ่งมีคุณสมบัติในการดักจับฝุ่นละอองที่มีอนุภาคขนาดเล็กและจุลินทรีย์ จึงช่วยป้องกันฝุ่น PM2.5 และป้องกันสารพิษ เช่น คาร์บอนมอนอกไซด์ รวมถึงกำจัดเชื้อจุลินทรีย์ได้ทั้งไวรัส และแบคทีเรียเมื่อถูกแสงแดด ที่สำคัญเซฟีพลัสยังถูกออกแบบให้มีความกระชับกับใบหน้า แต่ยังหายใจได้สะดวก ไม่อึดอัด ทำให้สวมใส่ได้เป็นเวลานานปัจจุบัน หน้ากากอนามัยเซฟีพลัสผ่านการทดสอบประสิทธิภาพการกรองฝุ่น PM2.5 ได้ 99% ตามมาตรฐาน ASTM F2299 จาก TÜV SÜD ประเทศสิงคโปร์ และผ่านการทดสอบประสิทธิภาพการกรองไวรัส (Viral filtration efficiency: VFE) ได้ 99% จาก Nelson Laboratory สหรัฐอเมริกา อีกทั้งยังผ่านการทดสอบประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อไวรัส H1N1 (Influenza A Virus) โดยมหาวิทยาลัยมหิดล

ระบบติดตามการกระจายหน้ากากอนามัย ของกระทรวงมหาดไทยเป็นระบบที่ใช้ในการติดตามการแจกจ่ายของกระทรวงแบบรายวัน(วันละ 1 ล้านชิ้น) ทั่วประเทศ โดยจะทำการบันทึก ตรวจรับ/แจกจ่ายหน้ากากอนามัย พร้อมกับแสดงรายงานการตรวจรับและแจกจ่ายของแต่ละหน่วยงานแยกตามพื้นที่ จากระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล หมู่บ้าน กลุ่มผู้ใช้งานแบบรายวัน เพื่อเป็นการแก้ปัญหาการบริหารจัดการหน้ากากอนามัยของกระทรวงมหาดไทยปัจจุบันกำลังเตรียมการทดสอบใช้งานใน กทม. และนนทบุรี และขยายการใช้งานให้ครอบคลุมฝ่ายปกครองทั่วประเทศ (77 จังหวัดประมาณ 1,800 คน) ต่อไป

NIEMS-Care คือ แอปพลิเคชันที่ใช้สำหรับเฝ้าระวังการระบาดของเชื้อก่อโรคโควิด-19 ในระดับชุมชนเพื่อการตอบสนองอย่างรวดเร็วโดยแต่ละครัวเรือนจะมีตัวแทนทำหน้าที่รายงานสถานะสุขภาพของสมาชิกในครัวเรือน เป็นประจำทุกวันผ่านแอปพลิเคชัน โดยมีผู้ใหญ่บ้านหรือผู้แทน และเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล(รพสต.) ทำหน้าที่ติดตามและเฝ้าระวังผ่านทางหน้าสรุปข้อมูล (Dashboard) ของแอปพลิเคชัน

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย ศูนย์พัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยี (BIC) ภายใต้ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี (TMC) สนับสนุนผู้ประกอบการที่เข้าร่วม “โครงการสร้างผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยีนวัตกรรม (Start-up Voucher)” เพื่อพัฒนาและเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการดำเนินธุรกิจให้กับผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยีนวัตกรรม การบริหารธุรกิจ การตลาด ตลอดจนการสร้างรายได้จากการขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ ความคิด ต่อยอดนวัตกรรม และอัพเดตเทคโนโลยีใหม่ ๆ ให้เกิดผลเชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อขยายธุรกิจให้เติบโตและสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล พร้อมทั้งสนับสนุนเงินทุนด้านการตลาดในอัตราร้อยละ 75 ของมูลค่าโครงการ (ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม) แต่ไม่เกิน 800,000 บาท ต่อโครงการต่อราย

นายสุรวิชญ์ ทิพยารมณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลบอลพาร์ทเนอร์อินเตอร์ฟู้ด จำกัด หนึ่งในผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ทรอปิก้า คิงส์ ผลไม้ไทยพร้อมปั่นและท็อปปิ้งสำเร็จรูป ที่เข้าร่วมโครงการฯ กล่าวว่า โครงการ Start-up Voucher เป็นโครงการจากภาครัฐที่มีประโยชน์ และช่วยส่งเสริมได้ตรงจุดในแง่ของการเร่งการเติบโตให้กับธุรกิจเกิดใหม่ หรือ Startup ให้เติบโตรอดพ้นจากช่วงเริ่มต้นกิจการที่ถือว่าเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญของธุรกิจ ด้วยการสนับสนุนงบประมาณในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ การตลาด การสื่อสาร และช่วยต่อยอดให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปได้อย่างราบรื่น นอกจากนี้ยังได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในเรื่องการบริหารแผนงานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ให้มีประสิทธิภาพ รวมทั้งการบริหารงบประมาณ การตลาด และการช่วยเหลือในเรื่องการจัดหาช่องทางการขายใหม่ ๆ เช่น พาไปออกงานแสดงสินค้าที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์อาหารในงาน Thaiflex เป็นต้น ทำให้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ เป็นที่รู้จักแพร่หลาย สำหรับบริษัทฯ ดำเนินธุรกิจที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผลไม้ไทยและสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรไทย ซึ่งถือว่าเป็นภาคส่วนที่สำคัญของประเทศ อีกทั้งยังสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับผลไม้ไทยให้เป็นที่รู้จักในตลาดโลกได้มากยิ่งขึ้น

18 พ.ค. 63 ณ ร้านข้าวเหนียวหมูหวานเฮียวัตรปังตอทอง จ.นครปฐม - กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ศูนย์บริการปรึกษาการออกแบบและวิศวกรรม (DECC) ดำเนินการส่งมอบรถเข็นรักษ์โลกให้ผู้ประกอบการสตรีทฟู้ดร้านข้าวเหนียวหมูหวานเฮียวัตรปังตอทอง ซึ่งนับเป็นรถเข็นคันแรกในโครงการพัฒนา “นวัตกรรมรถเข็นรักษ์โลกเพื่อสตรีทฟู้ด” นับแต่เปิดตัวเมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา

โดยเป็นรถเข็นโมเดลรูปแบบ 1 ที่เป็นรถเข็นน้ำหนักเบาพร้อมระบบน้ำดี ถังบำบัด และซิงค์น้ำ จำนวน 2 คัน ซึ่ง DECC สวทช. ได้พัฒนาขึ้นให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยยกระดับมาตรฐานคุณภาพและความสะอาดปลอดภัยของอาหารสตรีทฟู้ด ตอบโจทย์คำว่า “รักษ์โลก” และ “เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” โดยมี คุณกุลประภา นาวานุเคราะห์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. พร้อมด้วยผู้อำนวยการศูนย์ DECC และคณะ ร่วมส่งมอบรถเข็นรักษ์โลกแก่ คุณวิวัฒน์ กุลวิจิตร์รัตน์ เจ้าของกิจการข้าวเหนียวหมูหวานฯ เพื่อนำไปใช้งานในกิจการต่อไป พร้อมระบุเปิดโอกาสแก่ผู้ประกอบการสตรีทฟู้ดรายอื่น ๆ สามารถจับจองเป็นเจ้าของรถเข็นรักษ์โลกได้จนถึง 30 มิถุนายน 2563 นี้

สถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (สท.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ผนึก บริษัท นาวิต้าฟู้ดส์ จำกัด เก็บเกี่ยวผลผลิตเมลอนเกรดพรีเมียมจากโรงเรือนอัจฉริยะ ส่งมอบบุคลากรทางการแพทย์ รพ.ธรรมศาสตร์ฯ หน่วยงานเพื่อนบ้าน ซึ่งถือเป็นหน่วยงานพันธมิตรของ สวทช. ที่มีความใกล้ชิดและสนับสนุนการทำงานร่วมกันมาโดยตลอด เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและแทนคำขอบคุณที่ปฏิบัติหน้าที่สู้โควิด-19 อย่างเข้มแข็ง

ที่อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี: สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยสถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (สท.) นำโดยนางสาววิราภรณ์ มงคลไชยสิทธิ์ รองผู้อำนวยการ สวทช. ในฐานะผู้อำนวยการ สท. พร้อมด้วย นางกุลประภา นาวานุเคราะห์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. นายเฉลิมชัย เอี่ยมสอาด นักวิชาการ ฝ่ายถ่ายทอดเทคโนโลยีสวทช. และ นายสุวิทย์ ไตรโชค ผู้ก่อตั้งบริษัท นาวิต้าฟู้ดส์ จำกัด ฟาร์มปลูกเมลอนกว่า 30 ปี ร่วมกันลงแปลง เมลอนในโรงเรือนอัจฉริยะ บริเวณแปลงเกษตรสาธิตของ สท. ภายในพื้นที่อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตเมลอน 4 สายพันธุ์ นำไปส่งมอบแก่บุคลากรทางการแพทย์โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการทำงานต่อสู้กับวิกฤติโรคระบาดโควิด-19 ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา โดยมี ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายความยั่งยืนและบริหารศูนย์รังสิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นตัวแทนรับมอบ

For English-version news, please visit : Antifungal nanoemulsion spray for pets

นักวิจัยนาโนเทค สวทช. พัฒนาสเปรย์นาโนอิมัลชันจากสารสกัดทองพันชั่งและซาโปนิน ต้านเชื้อราที่ผิวหนังของสัตว์เลี้ยง ลดเสี่ยงติดต่อสู่คน ชูจุดแข็งด้วยสารสกัดจากพืชธรรมชาติ ลดกลิ่น-สีให้ใช้งานง่าย หวังเพิ่มค่าสมุนไพรไทย ลดใช้ยาเคมี หรือยานอกราคาสูง

ดร.ณัฎฐิกา แสงกฤช นักวิจัยจากห้องปฏิบัติการทีมวิจัยเวชศาสตร์นาโน ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า ปัจจุบันคนนิยมเลี้ยงสัตว์เลี้ยงแบบใกล้ชิดมากขึ้น ในบางครั้งต้องเผชิญกับโรคติดเชื้อที่ผิวหนังจากเชื้อราในสัตว์เลี้ยง ซึ่งเป็นโรคที่สามารถติดต่อจากสัตว์สู่คนได้ แม้ในปัจจุบันมีวิธีการรักษาและผลิตภัณฑ์ที่นำมาใช้ต้านเชื้อรา แต่ส่วนใหญ่จะมีส่วนผสมของยาหรือสารเคมีที่มีผลข้างเคียงต่อตับ กระเพาะอาหาร และลำไส้ของสัตว์เลี้ยง รวมไปถึงค่าใช้จ่ายในการรักษาค่อนข้างแพง เนื่องจากยาบางตัวต้องมีการนำเข้ามาจากต่างประเทศ จึงมีแนวคิดนำสารสกัดจากสมุนไพรที่มีอยู่ภายในประเทศ ซึ่งมีคุณสมบัติในการต้านเชื้อราและช่วยลดอาการของโรคเชื้อราบนผิวหนังของสัตว์เลี้ยงได้ โดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายและส่งผลเสียต่อมนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อม

For English-version news, please visit : Medical Devices Demand-Supply Matching System for COVID-19

12 พฤษภาคม 2563 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย : กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมมือกับบริษัท เน็ตเบย์ จำกัด (มหาชน) เครือข่ายโรงพยาบาล กลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (UHosNet) และสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข จัดแถลงข่าว “ระบบบริหารความต้องการอุปกรณ์ทางการแพทย์สู้ภัยโควิด–19 (Medical Devices Demand-Supply Matching for COVID-19)” แพลตฟอร์มเพื่อการบริจาค การจับคู่ ความต้องการและการบริหารจัดการอุปกรณ์ทางการแพทย์ในภาวะวิกฤตโควิด–19

โดยมี ดร.จุฬารัตน์ ตันประเสริฐ รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) คุณพิชิต วิวัฒน์รุจิราพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เน็ตเบย์ จำกัด (มหาชน) ร่วมงานแถลงข่าว

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์พัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยี (BIC) ขอเชิญผู้ประกอบการที่มีที่ตั้งอยู่ในเขต EEC (ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา) ทั้งบุคคลทั่วไปหรือนิติบุคคลที่มีผลิตภัณฑ์อยู่แล้ว และผู้ประกอบการที่มีสินค้าหรือบริการที่มีเทคโนโลยี ซึ่งต้องการขยายตลาดหรือต่อยอดธุรกิจด้วยการนำเทคโนโลยีมาใช้ให้สินค้าและบริการมีความยั่งยืน ภายในระยะเวลาของโครงการ (วันที่ 1 กรกฎาคม - 30 กันยายน 2563) สมัครเข้าร่วม “โครงการบ่มเพาะธุรกิจ (Incubation) ผู้ประกอบการเทคโนโลยีในสาขาที่สนับสนุนนวัตกรรมใน EECi” รับสมัครเพียง 30 รายเท่านั้น สมัครออนไลน์ที่ https://www.surveycan.com/survey227869 ตั้งแต่วันนี้ - 20 พฤษภาคม 2563 พร้อมรับโอกาสบ่มเพาะเพื่อกู้สถานการณ์พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส อบรมทำความรู้จักกับ NewNormal อย่างเจาะลึก เปิดโลกการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ และรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดแบบ one-on-one สอบถามเพิ่มเติม โทร. 095-269-5397 (สกุลพัชร์)

For English-version news, please visit : NSTDA and Kasetsart University sign agreements to collaborate on DNA Technology Laboratory and Manpower Development

8 พฤษภาคม 2563 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย : กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดพิธีลงนามความร่วมมือ “โครงการพิเศษการจัดตั้งห้องปฏิบัติการ DNA Technology และโครงการพัฒนาบัณฑิตวิจัยคุณภาพสูงด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งในการวิจัย พัฒนา และสร้างนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

โดยมี ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ดร. สมวงษ์ ตระกูลรุ่ง ผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ ดร. ชฎามาศ ธุวะเศรษฐกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ และ รองศาสตราจารย์ ดร.ศรปราชญ์ ธไนศวรรยางกูร รองอธิการบดีฝ่ายวางแผน และ รักษาการแทนรองอธิการบดี ฝ่ายวิจัยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมลงนาม

ตารางการบรรยายพิเศษ Facebook Live

Food Innopolis Special Food Talks on Food Processing: Preservation Technology Series

"เทคโนโลยีการแปรรูปและการถนอมอาหารเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในยุควิกฤติเศรษฐกิจและโควิด-19" โดยทีมวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากเครือข่ายเมืองนวัตกรรมอาหาร ทุกวันพุธ เวลา 10.00 น. ตลอดช่วงเดือนพฤษภาคม - กรกฎาคม 2563

รับชมการบรรยายพิเศษ (ย้อนหลัง)

Special Food Talks 2020 on Food Processing: Preservation Technology Series

โดย ผศ.ดร.อัศวิน อมรสิน ภาควิชาเทคโนโลยีการอาหารและโภชนศาสตร์ คณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จะมาให้ความรู้ด้านการแปรรูปและการถนอมอาหารด้วยเทคโนโลยีการฆ่าเชื้อด้วยความร้อน โดยวิธีสเตอริไลซ์ และพาสเจอไรซ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสถานการณ์โควิค-19

Special Food Talks 2020 on Food Processing: Preservation Technology Series

โดย รศ.ดร.ธีรนันท์ เจนจรัสสกุล อาจารย์ประจำภาควิชาเทคโนโลยีทางอาหาร คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาให้ความรู้ด้านการยืดอายุอาหารด้วยการใช้เทคนิคด้านบรรจุภัณฑ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสถานการณ์โควิค-19 นี้ ผู้ประกอบการสามารถประยุกต์ใช้เองได้อย่างเร่งด่วน

Shelf Life Extension for Food and Beverage : Issue on COVID-19 Pandemic

โดย ดร. พิศมัย ศรีชาเยช นักวิจัยชำนาญการประจำสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จะมาให้ความรู้ด้านเทคนิคการยืดอายุอาหารและเครื่องดื่มที่ท่านสามารถนำไปปรับใช้กับผลิตภัณฑ์ของตนเอง เพื่อให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต

"Food Safety Management : Issue on COVID 19"

โดย ผศ.ดร.นภัสรพี เหลืองสกุล สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มาให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการถึงสถานการณ์และพฤติกรรมความปลอดภัยด้านอาหารของผู้ประกอบการในปัจจุบัน และแนวโน้มในอนาคต พร้อมทั้งความรู้ในการจัดการด้านความปลอดภัยอาหาร และประยุกต์ใช้

"Challenges & Opportunities of Thai Food Industry after COVID-19 Pandemic"

โดย ผศ.ดร. อัครวิทย์ กาญจนโอภาษ CEO Food Innopolis กับความท้าทายและโอกาสของอุตสาหกรรมอาหารในประเทศไทยหลังวิกฤติโควิด-19 และการปรับตัวของผู้ประกอบการอาหารในประเทศไทยเพื่อฝ่าวิกฤต และดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนได้ในอนาคต

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยเมืองนวัตกรรมอาหาร (Food Innopolis) ขอเชิญผู้ประกอบการอาหารฟังการบรรยายพิเศษฟรี กับกิจกรรม Food Talks 2020 #4 "Shelf Life Extension for Food and Beverage : Issue on COVID-19 Pandemic" โดย ดร. พิศมัย ศรีชาเยช นักวิจัยชำนาญการประจำสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จะมาให้ความรู้ด้านเทคนิคการยืดอายุอาหารและเครื่องดื่มที่ท่านสามารถนำไปปรับใช้กับผลิตภัณฑ์ของตนเอง เพื่อให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต ในวันที่ 13 พฤษภาคม 2563 เวลา 10.00 น.-11.00 น. ทาง Facebook Live FoodInnopolis

สำนักงานสถิติแห่งชาติ ร่วมกับนักวิชาการจากหน่วยงานภายในประเทศ ได้แก่ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ (IHPP) และทีมงานด้านข้อมูลขององค์การสหประชาชาติ (UN Joint Team on Data) จัดทำการสำรวจผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยจัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบทางด้านสังคมและเศรษฐกิจต่อประชาชน รวมถึงข้อมูลสำหรับประกอบการวัดความรู้ พฤติกรรมและการปฏิบัติในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เพื่อสนับสนุนภาครัฐ ภาคเอกชนในการวางแผนและจัดทำนโยบายเพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชน ชุมชน และประเทศ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เข้าตอบแบบสอบถามออนไลน์ได้ที่ http://ittdashboard.nso.go.th/covid19survey.php

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์พัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยี (BIC) ภายใต้ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี (TMC)
ขอเชิญผู้ประกอบการนวัตกรรมและเทคโนโลยีทุกประเภทที่จดทะเบียนนิติบุคคล สมัครเข้าร่วม
โครงการบ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยีปี 2563 (Technology Business Incubation Program : Rise Up Your Business By SUCCESS 2020)
เพื่อสร้างรากฐานความแข็งแรงให้องค์กรธุรกิจ ผ่านการเรียนรู้และบ่มเพาะในกระบวนการต่าง ๆ ให้สามารถทำธุรกิจได้อย่างยั่งยืน พร้อมสร้างโอกาสขยายตลาดเพื่อต่อยอดธุรกิจให้เติบโต

เอ็มเทค สวทช. รับมอบหน้ากากทางการแพทย์จาก UNEP สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อนำมาบริจาคให้กับบุคลากรทางการแพทย์ จำนวน 20,000 ชิ้น


29 เมษายน 2563 ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ
     สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ โดย ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ ได้รับความช่วยเหลือหน้ากากทางการแพทย์ (surgical face mask) เพื่อสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จากโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Environmental Program: UNEP) ผ่าน Dongguan Tailing Electric Vehicle Co., Ltd. สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อนำมาบริจาคให้กับบุคลากรทางการแพทย์ จำนวน 20,000 ชิ้น

For English-version news, please visit : µTherm FaceSense: Multi-people Temperature Screening System

 

 ไข้สูงคือหนึ่งในอาการสำคัญของผู้ติดเชื้อก่อโรคโควิด-19 ที่ถูกนำมาใช้เป็นปัจจัยในการตรวจคัดกรองเบื้องต้นในแทบทุกพื้นที่ โดยผู้ที่มีอุณหภูมิร่างกายสูงกว่า 37.5 องศาเซลเซียส ถือเป็นผู้มีความเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง และได้รับการสอบสวนโรคเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการต่างๆ เช่น ไอ เจ็บคอ เหนื่อยหอบ รวมถึงมีความเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยโควิด-19 หรือไม่ ทำให้อุปกรณ์ตรวจวัดอุณหภูมิของร่างกายที่ได้มาตรฐานมีความสำคัญและจำเป็นอย่างมาก

For English-version news, please visit : ITAP-NSTDA pushes forward the New Aged Citizens Project Supporting local entrepreneur to develop AI for Retirement Real Estate Decision Making

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) ภายใต้ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี (TMC) ดำเนิน “โครงการชนชราแห่งอนาคต” เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ที่เกี่ยวข้อง นำเอาโอกาสความท้าทายในเรื่องสังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) มาสร้างสรรค์โมเดลธุรกิจผลิตภัณฑ์หรือบริการบนฐานความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมโดยหนึ่งในผู้ประกอบการโครงการฯ ด้านเว็บไซต์อสังหาริมทรัพย์ บริษัท สุขสบาย (ไทยแลนด์) จำกัด ได้รับการสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาระบบช่วยตัดสินใจด้านอสังหาริมทรัพย์สำหรับผู้เกษียณอายุ เป็นระบบ AI เสมือนที่ปรึกษาสถาปนิก ประเมินข้อมูลได้มากขึ้นเร็วขึ้น พร้อมให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับโครงการอสังหาริมทรัพย์ในแพลตฟอร์มที่เข้าถึงผู้ใช้บริการทั้งที่เป็นเจ้าของโครงการและผู้เกษียณอายุที่ต้องการที่พักอาศัยได้อย่างว่องไวเหมาะสมและได้มาตรฐานสากล

For English-version news, please visit : NSTDA and partners to establish a knowledge management platform for the elderly and disabled

1 พฤษภาคม 2563 ณ กระทรวงศึกษาธิการ - สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) และมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพชุมชน (มสพช.) จัดพิธีลงนามความร่วมมือ “การวิจัยและพัฒนาระบบการจัดการความรู้สนับสนุนเครือข่ายบูรณาการด้านผู้สูงอายุและคนพิการ”เพื่อเป้าหมายการสร้างความร่วมมือและกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกองค์กรภาคีเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตสำหรับผู้สูงอายุและผู้พิการ

โดยเฉพาะส่งเสริมการเข้าถึงข้อมูลที่รอบด้าน การเสริมสมรรถนะการเรียนรู้ที่ต่อเนื่อง รวมทั้งการพัฒนาบุคลากรด้านการจัดการความรู้ ผู้นำการเปลี่ยนแปลง และการสื่อสารเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ต่อยอดองค์ความรู้และภูมิปัญญาเพื่อขับเคลื่อนสู่สังคมสุขภาวะ โดยมีนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธาน

บริษัท มัมบี้คลับ จำกัด ผู้ประกอบการในโครงการบ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยี 2562 หรือ SUCCESS 2019 ของศูนย์พัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยี (BIC) ภายใต้ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี (TMC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พัฒนาแพลตฟอร์ม Mombiestreet (มัมบี้สตรีท) จากแนวคิด “ของลูก ไม่ใช้แล้ว ขายสิ! ขายได้” ให้เป็น Marketplace หรือคลังสินค้าบนโลกออนไลน์สำหรับแม่และเด็ก ที่เป็นเว็บไซต์สื่อกลางสำหรับติดต่อซื้อขายสินค้าแม่และเด็กคุณภาพดี มือสองที่ยังใหม่และดีอยู่มาก พร้อมฟีเจอร์สุดสะดวก ช่วยค้นหาสินค้าถูกใจ ทั้งยังช่วยรับส่งสินค้า ช่วยประกาศขาย และมีโชว์รูมแสดงตัวอย่างสินค้า เพิ่มความมั่นใจ ยืนยันคุณภาพ และสร้างความสบายใจให้ผู้ซื้อ ด้วยบริการที่ครบและตอบสนองทุกความต้องการแม่และเด็ก

นายกันธิ์ ศิริคุปต์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท มัมบี้คลับ จำกัด เปิดเผยว่า Mombiestreet เกิดขึ้นจากตนและภรรยา เล็งเห็นถึงโอกาสเรื่องการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เนื่องจากพบว่า บ้านที่เคยมีพื้นที่กว้างขวาง กลับดูคับแคบลงและกลายเป็นห้องเก็บของของลูก ซึ่งส่วนมากเป็นของสภาพดีแต่ไม่ได้ใช้แล้ว ซึ่งไม่แตกต่างกับบ้านของเพื่อนคนอื่น ๆ ที่ลูกโตแล้ว ที่มีสภาพของบ้านที่รก มีของเด็กอยู่ล้นบ้าน จนไม่มีทางเดิน และพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมอื่น ๆ ของครอบครัว เพราะเมื่อเด็กโตแล้ว สินค้าเด็กที่มีคุณภาพดีและส่วนใหญ่มักมีราคาสูง เพราะพ่อแม่ทุกคนตั้งใจซื้อมาให้ลูกและใช้งานอย่างทะนุถนอม สินค้าเหล่านี้มีการถูกใช้งานเพียงไม่กี่ครั้งแล้วกลายเป็นของรกบ้าน ด้วยการมองปัญหานี้เป็นโอกาส และคิดว่าน่าจะมีวิธีแก้ไขเพื่อให้ได้พื้นที่ใช้สอยกลับคืนมา ในขณะเดียวกันที่พ่อแม่มือใหม่จะได้มีโอกาสซื้อสินค้าดี มีคุณภาพ ในราคาประหยัดให้กับลูก เกิดการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างคุ้มค่าและประโยชน์สูงสุด ตนกับภรรยา จึงเกิดแนวคิดธุรกิจด้วยการสร้าง Mombiestreet ขึ้นมา เกิดเป็นแพลตฟอร์ม Marketplace หรือคลังตลาดสินค้าออนไลน์สำหรับแม่และเด็ก เพื่อเป็นแหล่งซื้อขายสินค้าแม่และเด็กคุณภาพดี ราคาสบายใจ โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถลงประกาศขายสินค้าได้ด้วยตัวเอง ขณะที่ผู้ใช้บริการสามารถใช้ได้ผ่านเว็บไซต์ mombiestreet.com หรือแอป Mombiestreet

สวทช. ขอเชิญผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการบ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยี ปี 2563 (SUCCESS 2020)

ศูนย์พัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยี (BIC) ภายใต้ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี (TMC) ขอเชิญผู้ประกอบการนวัตกรรมและเทคโนโลยีทุกประเภทที่จดทะเบียนนิติบุคคล สมัครเข้าร่วมโครงการบ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยีปี 2563 (Technology Business Incubation Program : Rise Up Your Business By SUCCESS 2020) เพื่อสร้างรากฐานความแข็งแรงให้องค์กรธุรกิจ

พบกับกิจกรรมสัมมนาพิเศษ Food Innopolis Special Food Talks

เชิญผู้ประกอบการและผู้ที่สนใจร่วมรับฟังความรู้ทางเทคโนโลยีการแปรรูปและการถนอมอาหารต่างๆที่จะช่วยผู้ประกอบการอาหารสามารถนำเทคโนโลยี มาประยุกต์ใช้กับผลิตภัณฑ์ของตนเองในยุคโควิด -19 โดยทีมวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากเครือข่ายเมืองนวัตกรรมอาหาร

โครงการสนับสนุนการทดสอบผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้ในสถานการณ์ COVID-19

โครงการ ITAP เปิด “โครงการสนับสนุนการทดสอบผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้ในสถานการณ์ COVID-19” เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพได้มีโอกาสในการเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง

กิจกรรมสนับสนุนเพื่อเร่งการนำผลงานวิจัยมาใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉินต้านภัยไวรัสโควิด-19 (Research Gap Fund fights COVID-19)

ขอเชิญผู้ประกอบการในรูปแบบนิติบุคคลเข้าร่วมโครงการ “กิจกรรมสนับสนุนเพื่อเร่งการนำผลงานวิจัยมาใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉินต้านภัยไวรัสโควิด-19 (Research Gap Fund fights COVID-19)” โดยเปิดรับข้อเสนอโครงการที่รับถ่ายทอดผลงานวิจัยหรือทรัพย์สินทางปัญญาของมหาวิทยาลัยของรัฐหรือสถาบันวิจัยของรัฐ ที่มีต้นแบบในระดับภาคสนามแล้วมาต่อยอด ในลักษณะการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ (หมดเขตรับสมัคร)

       สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สนองพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการนำองค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทั้งจากภายในประเทศและต่างประเทศ มาส่งเสริมการพัฒนาความสามารถด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศไทย

กิจกรรมที่เกิดขึ้นในโครงการ

กิจกรรมทั้งหมด

การพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

     สนับสนุนให้นักเรียน นักศึกษา ครู และนักวิทยาศาสตร์ไทยได้ไปเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ ตลอดจนการศึกษาต่อใน สถาบันวิจัย สถาบันการศึกษาชั้นนำ ในประเทศต่างๆ เช่น CERN DESY GSI และทุนการศึกษาพระราชทานเพื่อศึกษาต่อในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก

กิจกรรมทั้งหมด

  • ทุนพระราชทาน

     สืบเนื่องจากตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 มหาวิทยาลัยหลายแห่งได้ทูลเกล้าฯ ถวายทุนการศึกษาให้แก่นักศึกษาในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ
สยามบรมราชกุมารี โดยเป็นทุนการศึกษาระดับปริญญาโท-ปริญญาเอก และทุนนักวิจัยเพื่อรับทุนวิจัยหลังปริญญาเอก ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ข้อมูลเพิ่มเติม

  • GYSS

โครงการการคัดเลือกผู้แทนเข้าร่วมการประชุม
Global Young Scientists Summit: GYSS

ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้รับสนองพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐา
ธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรม
ราชกุมารี ที่ทรงมีพระประสงค์ให้นักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ของไทย ได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมการประชุม Global Young Scientists Summit (GYSS) ณ สาธารณรัฐ
สิงคโปร์ เพื่อให้ได้รับแรงบันดาลใจ และเป็นการเปิด
โลกทัศน์ทางวิชาการ อีกทั้งได้มีโอกาสเรียนรู้ความก้าวหน้าทางวิทยาการใหม่ๆ จากประสบการณ์จริงของ
นักวิจัย และ/หรือนักวิทยาศาสตร์ที่มีผลงานทาง
วิทยาศาสตร์ในระดับสากล ข้อมูลเพิ่มเติม

  • DESY

โครงการไทย-เดซี เพื่อพัฒนากำลังคนและ
การวิจัยพัฒนา

     สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตน
ราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนิน
ไปเยี่ยมชม สถาบันเดซี ( Deutsches Electronen-
Synchrotron :DESY) ในวันที่ 21 สิงหาคม 2545 ณ
เมืองแฮมบวร์ก ประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน และทางสถาบันเดซีได้ทูลเกล้าฯ ถวายทุนโครงการ
นักศึกษาภาคฤดูร้อนเดซี ( DESY Summer Student Program) เป็นเวลา 3 ปี จำนวนปีละ 1 ทุน เพื่อให้
นักศึกษาไทยในสาขาวิทยาศาสตร์ ธรรมชาติ ซึ่งผ่าน
หลักสูตรในระดับและต่อมาพระองค์ท่านได้โปรดเกล้าฯ ให้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
แห่งชาติ ดำเนินการประกาศ รับสมัครเยาวชนไทยที่มี
คุณสมบัติ เหมาะสม เพื่อคัดเลือกเข้าร่วมกิจกรรม
ดังข้างต้น ข้อมูลเพิ่มเติม

  • LINDAU

โครงการการคัดเลือกผู้แทนเข้าร่วมการประชุม
ผู้ได้รับรางวัลโนเบล ณ เมืองลินเดา
สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี

ในปี พ.ศ. 2552 สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยีแห่งชาติ ได้รับสนองพระราชดำริ
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตน
ราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงมีพระประสงค์ให้นิสิต นักศึกษา นักวิจัย และนักวิทยาศาสตร์ของไทยได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมการประชุมผู้ได้รับรางวัล โนเบล ณ เมืองลินเดา เพื่อเปิดโลกทัศน์ทางวิชาการ อีกทั้งได้มีโอกาสเรียนรู้ความก้าวหน้าทางวิทยาการใหม่ ๆ จากประสบการณ์จริงของนักวิจัย และ/ หรือนักวิทยาศาสตร์ผู้เคยได้รับรางวัลโนเบลในอดีตจำนวนมาก ที่ได้รับเชิญให้มานำเสนอผลงานในการประชุมดังกล่าว ข้อมูลเพิ่มเติม



วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อการวิจัย

     สร้างความร่วมมือกับหน่วยงานทางวิทยาศาสตร์ สถาบันวิจัยชั้นนำของโลก เพื่อให้นักวิทยาศาสตร์ไทยได้มีโอกาสร่วม ปฏิบัติการวิจัย  เช่น วิจัยขั้วโลก ความสัมพันธ์ ไทย-เซิร์น ความร่วมมือ ไทย-จูโน เป็นต้น 

กิจกรรมทั้งหมด

  • HCMR

เจ้าชายอากิโน โนมิยะ ฟูมิฮิโต ทรงก่อตั้งสมาคม Biosophia Studies โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินการศึกษาและวิจัยเรื่องความสัมพันธ์หรือความเกี่ยวโยงระหว่างความเชื่อของมนุษย์กับหลักการวิทยาศาสตร์ ในเรื่องวิวัฒนาการของไก่ป่ามาเป็นไก่บ้านหรือไก่ชน และได้เคยนำความเกี่ยวกับเรื่องนี้กราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เมื่อคราวเสด็จเยือนประเทศไทย ข้อมูลเพิ่มเติม
  • CERN

โครงการความสัมพันธ์ไทย – เซิร์น ประเทศไทยมีความร่วมมือทางวิชาการกับองค์การวิจัยนิวเคลียร์ยุโรป หรือเซิร์น (The European Organization for Nuclear Research: CERN) มาอย่างต่อเนื่อง เกิดขึ้นด้วยพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ในปี พ.ศ. 2561 มีการยกระดับความร่วมมือกับเซิร์นจากระดับหน่วยงานขึ้นเป็นระดับรัฐบาล โดยมีการลงนามความตกลงความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยโดยกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในขณะนั้น กับเซิร์น เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2561 ณ วังสระปทุม โดยมีสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีทรงประทับเป็นสักขีพยานในพิธีการลงนามดังกล่าว ข้อมูลเพิ่มเติม
  • Jülich

โครงการความร่วมมือกับจูลิช (Jülich) ตามพระราชดำริฯ ศูนย์วิจัยจูลิช (Jülich Research Center) เป็นสมาชิกของสมาคมเฮ็ล์มโฮล์ท (Helmholtz Association) ของสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีและเป็นศูนย์วิจัยหลากสาขาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติได้มีการลงนาม บันทึกความความเข้าใจเรื่องความร่วมมือด้านการพัฒนาเศรษฐกิจฐานชีวภาพอย่างยั่งยืน โดยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นประทับเป็นประธานการลงนามความร่วมมือระหว่าง สวทช. กับจูลิช เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2561 ข้อมูลเพิ่มเติม


วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการศึกษาและคุณภาพชีวิต

     สร้างโอกาสทางด้านการศึกษาให้แก่เยาวชนอย่างเท่าเทียมกันทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น ไอซีทีเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับชุมชนชายขอบ การติดตั้งระบบเซลล์แสงอาทิตย์ในสถาบันเทคโนโลยีกำปงสปือ ราชอาณาจักรกัมพูชาและการช่วยเหลือด้านการปฏิบัติการทดลองวิทยาศาสตร์ให้แก่โรงเรียนหลัก 67 สปป. ลาว เป็นต้น

กิจกรรมทั้งหมด

  • โรงเรียนในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

สืบเนื่องจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานพระราชานุญาตให้ มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ดำเนินโครงการพระราชทานความช่วยเหลือโรงเรียนในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยเมื่อเดือนธันวาคม 2558 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ณ โรงเรียนวัฒนธรรมชนเผ่าเด็กกำพร้าแขวงเวียงจันทน์ (หลัก 67) ข้อมูลเพิ่มเติม
  • โครงการไอซีทีเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับชุมชนชายขอบ

โครงการนำร่องการบริหารระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และไอซีทีเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับชุมชนชายขอบ (ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา (กศน.), รร.ตชด. และ สพฐ.) ในพื้นที่โครงการตามพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ด้วยสถานศึกษาและศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชาวไทยภูเขาในพื้นที่โครงการตามพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งตั้งอยู่ในเขตจังหวัดตาก เชียงใหม่ และแม่ฮ่องสอน เป็นพื้นที่ห่างไกลและประสบปัญหาขาดแคลนไฟฟ้าเพื่อใช้สำหรับการเรียนการสอน ในปี พ.ศ. ๒๕๕๑ สำนักงานโครงการสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี (สสท.) ได้แจ้งความประสงค์ที่จะติดตั้งระบบการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์มายังสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ซึ่งขณะนั้นได้ดำเนินงานโครงการวิจัยและพัฒนาต้นแบบสายการผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ ในปีนั้น สวทช. จึงได้นำแผงเซลล์แสงอาทิตย์ที่ผลิตจากต้นแบบสายการผลิตมาประยุกต์ใช้งา นให้เป็นแหล่งผลิตกระแสไฟฟ้าแก่ศูนย์การเรียนรู้ในท้องถิ่นทุรกันดาร และมีการดำเนินงานต่อเนื่องตลอดมาจดถึงปัจจุบัน อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

ไอทีเพื่อการศึกษาและพัฒนาผู้ด้อยโอกาส

     นำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการยกระดับคุณภาพชีวิต เพิ่มโอกาสทางการศึกษาแก่นักเรียนในชนบท และเพื่อพัฒนาผู้ด้อยโอกาส ได้แก่ คนพิการ เด็กป่วยในโรงพยาบาล ผู้ต้องขัง และเยาวชนในสถานพินิจฯ

กิจกรรมทั้งหมด

  • เพื่อเด็กป่วยในโรงพยาบาล

โครงการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อเด็กป่วยในโรงพยาบาล

ดำเนินงานในการใช้ไอซีทีเพื่อให้เด็กป่วยในโรงพยาบาลได้เรียนและเล่นอย่างมีความสุข ส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ของเด็กป่วยในโรงพยาบาลให้ได้รับโอกาสการศึกษาต่อเนื่องและเท่าเทียมผ่านสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศและวิทยาศาสตร์ ตลอดจนพัฒนาศักยภาพบุคลากรการแพทย์และครูให้มีทักษะในการดูแลเด็กป่วยในโรงพยาบาลและสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศในการพัฒนาการเรียนรู้และทักษะการดำรงชีวิตของเด็กป่วยต่อไปได้ ข้อมูลเพิ่มเติม

  • เพื่อคนพิการ

โครงการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อคนพิการ ดำเนินงานเพื่อส่งเสริมให้คนพิการและผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับความรู้และสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศและเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก ในการพัฒนาศักยภาพของคนพิการในด้านต่างๆ ทั้งการฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย การดำรงชีวิตประจำวัน การศึกษาและการประกอบอาชีพ รวมทั้งศึกษาวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อให้คนพิการได้ใช้งานในราคาที่ย่อมเยากว่านำเข้าจากต่างประเทศ ข้อมูลเพิ่มเติม
  • ไอซีทีสร้างรายได้

โครงการส่งเสริมการใช้ไอซีทีสร้างรายได้ ในกลุ่มโรงเรียน ทสรช.

ดำเนินงานเพื่อพัฒนาผู้เรียนด้านการทำธุรกิจ e-Commerce ส่งเสริมให้มีการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง และสามารถประยุกต์ใช้ไอซีทีในการเพิ่มช่องทางการขายสินค้าของโรงเรียนหรือชุมชน เกิดการสร้างรายได้ให้แก่โรงเรียน และ/หรือนักเรียน ครอบครัว ชุมชน ได้ต่อไป ข้อมูลเพิ่มเติม

  • เรียนรู้ภาษาบาลี

โครงการพัฒนาบทเรียนออนไลน์และสื่อส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาบาลี

ดำเนินงานเพื่อช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาบาลี ช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนครูผู้สอน ให้พระภิกษุสามเณรสามารถเรียนรู้กับผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหา เรียนรู้ง่าย สะดวก น่าสนใจ และสามารถนำสื่อที่พัฒนาแล้ว ไปใช้อย่างสะดวก โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็น พระภิกษุสามเณรในกลุ่มโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญ กลุ่มหลักสูตรบาลีสนามหลวง นักเรียนที่เตรียมสอบ PAT 7.6 ภาษาบาลี กลุ่มการเรียนบาลีตามอัธยาศัย ตลอดจนผู้ต้องขังที่อยู่ในเรือนจำ

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย โปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) เปิด “โครงการสนับสนุนการทดสอบผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้ในสถานการณ์ COVID-19 (Fast Track: Medicine and Medical Device Fight COVID-19)” เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพได้มีโอกาสในการเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาให้สมบูรณ์โดยเร็ว โดยครอบคลุมการสนับสนุนในส่วนการทดสอบ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ เพื่อให้เกิดความมั่นใจในผลงานวิจัยว่าสามารถนำมาใช้แก้ปัญหาให้กับประเทศได้ทันสถานการณ์ ปลอดภัยในการใช้งาน และมีประสิทธิภาพ และเป็นฐานรากของงานวิจัยด้านการแพทย์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ในระยะยาวต่อไป โดย ไอแทป สวทช. จะสนับสนุนงบประมาณสูงสุดถึง 70% แต่ไม่เกิน 400,000 บาทต่อโครงการ

หากคุณคือ ผู้ประกอบการด้านยาแผนปัจจุบัน ยาสมุนไพร เครื่องมือแพทย์ ผลิตภัณฑ์ทางการการแพทย์ หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง สนใจที่จะเข้าร่วมโครงการฯ กรอกใบสมัครได้ที่ https://bit.ly/2VPmBlZ หรืออีเมล์ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. โดยตั้งหัวข้ออีเมล์นำหน้าด้วยคำว่า “COVID-19” เปิดรับสมัครถึง 30 ธันวาคม 2563 หรือจนกว่าจะครบตามจำนวน

For English-version news, please visit : BIOTEC-NSTDA introduces COVID-19 colorimetric LAMP detection assay

เทคนิคแลมป์ หรือ Loop-mediated isothermal amplification (LAMP) คือ เทคนิคที่สามารถเพิ่มปริมาณสารพันธุกรรมทั้ง DNA และ RNA ที่อุณหภูมิในช่วง 60-65 องศาเซลเซียส สามารถเพิ่มปริมาณสารพันธุกรรมได้ถึง 1000 ล้าน (10 ยกกำลัง 9) เท่า ภายในเวลา 1 ชั่วโมง เทคนิคแลมป์เป็นเทคนิคตรวจหาสารพันธุกรรมของตัวเชื้อ เช่นเดียวกับ เทคนิค PCR และ Realtime-PCR โดย LAMP มีความไวในการตรวจวัด (sensitivity) สูงกว่า PCR และอาจเทียบเท่า Realtime-PCR และเนื่องจาก LAMP มีความจำเพาะ (specificity) กับตัวเชื้อสูง มีขั้นตอนการตรวจไม่ยุ่งยาก ใช้งานง่าย และใช้เครื่องมือราคาไม่แพง เทคนิค LAMP จึงถูกนำมาพัฒนาและประยุกต์ใช้ในการตรวจหาเชื้อในผู้ป่วย หรือผู้ที่สงสัยว่ามีการติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรียอย่างต่อเนื่อง

ในปี 2563 มีเหตุการณ์ต่าง ๆ มากมายเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาฝุ่น PM2.5 หรือแม้กระทั่งไฟป่าที่ส่งผลกระทบต่อมนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ไม่น้อย แต่หนึ่งเหตุการณ์ที่มีผลกระทบกันทั้งโลกคงหนีไม่พ้น การระบาดของโรคอุบัติใหม่ ที่รู้จักกันดีในชื่อโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือไวรัสโควิด-19 ที่คร่าชีวิตของผู้คนทั่วโลกไปแล้วกว่า 8 หมื่นราย และส่งผลมหาศาลต่อระบบเศรษฐกิจและเปลี่ยนวิถีชีวิตประจำวันของผู้คนทั่วโลกเป็นอย่างมาก ประเทศไทยเป็นอีกประเทศหนึ่งที่กำลังเผชิญกับการระบาดของไวรัสโควิด – 19 ตัวเลขของผู้ติดเชื้อในประเทศไทยมีจำนวนกว่า 2,862 ราย เสียชีวิตแล้วกว่า 49 ราย (โดยข้อมูล ณ วันที่ 22 เมษายน 2563) ซึ่งจำนวนผู้ติดเชื้อรวมถึงผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องรับมือในการเฝ้าระวังผู้มีความเสี่ยงไม่ให้มีจำนวนเพิ่มขึ้น ทำให้บุคลากรทางการแพทย์ต้องทำงานอย่างหนัก

ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีเครื่องมือที่เข้ามาช่วยคัดกรองผู้มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อไวรัสโควิด - 19 เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ กรมควบคุมโรค สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พัฒนาแอปพลิเคชัน DDC-Care: ระบบติดตามและประเมินผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคติดเชื้อไวรัสโควิด – 19 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามและประเมินสุขภาพผู้ที่มีความเสี่ยงติดเชื้อโควิด -19 และเริ่มใช้งานจริงที่สถาบันบำราศนราดูรที่แรก เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยฝ่ายวิชาการ หลักสูตร และสื่อการเรียนรู้ (ACM) ขอเชิญชวนน้อง ๆ และผู้ปกครอง ใช้เวลาว่างในช่วงปิดเทอม และ work from home จากวิกฤตโรคระบาดของไวรัส COVID-19 โดย สวทช. ได้รวบรวมการทดลองสนุก ๆ ได้ความรู้ มาเสิร์ฟถึงบ้าน กับกิจกรรม Fun Science @Home by NSTDA ทางแฟนเพจ https://www.facebook.com/sciencecamp.fanpage/ และเว็บไซต์ https://www.nstda.or.th/sciencecamp/funscience ซึ่งทางเพจจะมีการโพสต์กิจกรรมการทดลองอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งจะเน้นกิจกรรมจากโครงการมหาวิทยาลัยเด็ก ประเทศไทย ที่มี 21 สถาบัน จากอาจารย์มหาวิทยาลัย และนักวิชาการ สวทช. สสวท. ที่ร่วมกันพัฒนากิจกรรม ซึ่งจะสร้างความสนุกสนาน ได้รับความรู้ และนำไปใช้ประโยชน์ได้ พร้อมทำเองกันที่บ้านกับครอบครัวได้ จึงขอเชิญชวนเข้าชมวิดีโอคลิปการทดลองสนุก ๆ ทางวิทยาศาสตร์ เช่น สไลม์บอลบีบบริหารมือ มหัศจรรย์ถ่านดูดซับ ความลับของผิวส้ม สารสีในใบไม้ บอลลูนอากาศร้อน โยเกิร์ตทำเอง พระอาทิตย์วาดรูป เป็นต้น

ใบหูเทียม หัวใจเทียมจากเนื้อเยื่อมนุษย์ คือผลงานความสำเร็จอันน่าทึ่งจากเทคโนโลยี การพิมพ์ 3 มิติ หรือ 3D printing’ นวัตกรรมคอมพิวเตอร์สมัยใหม่ของโลก ที่หลายคนอาจไม่คาดคิดว่าจะสามารถสร้างขึ้นได้จริงในห้องปฏิบัติการ แต่ในขณะเดียวกันท่ามกลางสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ทั่วโลก การพิมพ์ 3 มิติ เป็นเทคโนโลยีที่มีศักยภาพในการนำมาใช้ผลิต หน้ากากชนิดบังใบหน้า หรือ Face Shield’เพื่อเป็นเครื่องมือป้องกันนักรบเสื้อกาวน์ให้ปลอดภัยจากไวรัสมรณะ

 

Covid เราต้องรอด!

โครงการดีๆ สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการทดสอบผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ในสถานการณ์ Covid-19

ITAP สนับสนุนงบประมาณสูงสุดถึง 70% แต่ไม่เกิน 400,000 บาทต่อโครงการ

หากท่านเป็นผู้ประกอบการด้าน ยาแผนปัจจุบันและยาสมุนไพร เครื่องมือแพทย์ ผลิตภัณฑ์ทางการการแพทย์ หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง
สามารถกรอกใบสมัครเข้าร่วมโครงการกับเรา กรอกใบสมัคร

และส่งมาที่ Email: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.  โดยตั้งหัวข้อ Email นำหน้าด้วยคำว่า “COVID-19”

“โครงการโรงประลองต้นแบบทางวิศวกรรม (Fabrication Lab)” โดยการดำเนินงานของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ที่ได้สนับสนุนโรงเรียนและวิทยาลัยเทคนิครวม 150 แห่งทั่วประเทศ เพื่อมุ่งเสริมและพัฒนานวัตกร ด้วยการสนับสนุนเครื่องมือทางวิศวกรรมและวิทยาศาสตร์ เช่น เครื่องพิมพ์ 3 มิติ และเครื่องตัดเลเซอร์ แก่สถานศึกษาต่าง ๆ เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้พัฒนาทักษะทางด้านวิศวกรรม เกิดแนวคิดในการออกแบบ คิดค้น สร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม จนเกิดเป็นชิ้นงานที่สามารถตอบโจทย์แก้ไขปัญหาหรือช่วยเหลือสังคมในชุมชนของตนเองได้ และล่าสุดกลุ่มนวัตกรเครือข่าย FabLab ที่กระจายอยู่ทั่วภูมิภาคต่าง ๆ ได้นำองค์ความรู้ที่เกิดขึ้นและเครื่องมือทางวิศวกรรมในห้องปฏิบัติการ FabLab ร่วมใจกันพัฒนาโล่หน้ากากป้องกันเชื้อ (Face Shield) และกล่องป้องกันเชื้อกระจาย (Aerosol Box) มอบแก่บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ในการป้องกันและลดความเสี่ยงในขณะปฏิบัติงาน มุ่งมั่นเป็นส่วนหนึ่งเพื่อให้กำลังใจและเสริมความมั่นใจให้บุคลากรการแพทย์ไทยกับบทบาทนักรบแนวหน้าในวิกฤตโรคระบาด COVID-19

ดร.อ้อมใจ ไทรเมฆ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. เปิดเผยว่า โครงการโรงประลองต้นแบบทางวิศวกรรม (Fabrication Lab) เพื่อพัฒนาทักษะความเป็นนวัตกรแก่เด็กและเยาวชนไทย หรือ ‘FabLab’ เป็นโครงการภายใต้ Big Rock ที่มุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากรของประเทศให้มีความพร้อมในการเข้าสู่ไทยแลนด์ 4.0 โดยได้สนับสนุนเครื่องมือทางวิศวกรรมและวิทยาศาสตร์ต่าง ๆ ให้แก่สถานศึกษาจำนวน 100 โรงเรียน และ 50 วิทยาลัยเทคนิค เช่น 3D Printer (เครื่องพิมพ์ 3 มิติ), Laser Cutter (เครื่องตัดเลเซอร์) ภายใต้การควบคุมดูแลของอาจารย์พี่เลี้ยงจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ 10 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้เด็กและเยาวชนไทยได้พัฒนาทักษะด้านวิศวกรรม ส่งเสริมความเป็นนวัตกร เกิดแนวคิดในการออกแบบ คิดค้น สร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม จนเกิดเป็นชิ้นงานที่สามารถตอบโจทย์แก้ไขปัญหาหรือช่วยเหลือสังคมในชุมชนของตนเองได้ และล่าสุดกลุ่มนวัตกรเครือข่าย FabLab ที่กระจายอยู่ทั่วภูมิภาคต่าง ๆ ได้นำองค์ความรู้ที่เกิดขึ้นและเครื่องมือทางวิศวกรรมในห้องปฏิบัติการ FabLab มาพัฒนาเป็นอุปกรณ์โล่หน้ากากป้องกันเชื้อ COVID-19 (Face Shield) และกล่องป้องกันเชื้อกระจาย (Aerosol Box) เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยลดความเสี่ยงของบุคลากรการแพทย์และสาธารณสุขจากการติดเชื้อจากผู้ป่วย ป้องกันการฟุ้งกระจายของเชื้อจากผู้ป่วยสู่บุคลากรการแพทย์ โดยได้ส่งมอบให้แก่บุคลากรทางการแพทย์แล้วหลายพื้นที่ และกำลังประดิษฐ์เพื่อนำไปมอบให้กับโรงพยาบาลอื่น ๆ ต่อไป

ทีมวิศวกร งานสนับสนุนเทคนิค (TSS)  ศูนย์บริการวิเคราะห์ทดสอบ สวทช. (NCTC) ภายใต้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ สวทช. ได้จัดทำ 3D Outdoor Portable Upper Body Shields for ARI Clinic (3D Opubs (for ARI Clinic))  หรือ กล่องป้องกันด้านหน้าครึ่งบนร่างกายแบบเคลื่อนที่ได้สำหรับคลินิกตรวจคัดกรองผู้ป่วยติดเชื้อทางเดินหายใจฉับพลัน เพื่อเป็นตัวเสริมป้องกันให้กับบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อเสริมความมั่นใจ เมื่อ PPE (อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล) เริ่มขาดแคลน ซึ่งกล่อง 3D Opubs  สามารถลดการ expode ต่อแพทย์ในขณะที่ปฏิบัติงาน สามารถ sterile ได้ง่ายและสะดวกต่อการใช้งาน ได้เงินสนับสนุนจากการรวบรวมเงินของพนักงานศูนย์บริการวิเคราะห์ทดสอบ สวทช. (NCTC) และเพื่อนๆ โดยทีมวิศวกร ได้ปรับปรุงความแข็งแรงของโครงสร้างกล่องให้ต่างจากเดิมที่ใช้งานทั่วไป   โดยทีมวิศวกร ได้ออกแบบแต่ละด้านของแผ่นอะคริลิคให้เชื่อมต่อกันแบบจิ๊กซอร์ รวมถึงการเสริมอะคริลิคฉาก ยึดติดตามรอยต่อของแผ่น นอกเหนือไปจากการเพิ่มความหนาของแผ่นอะคริลิค ให้กับกล่อง 3D Opubs เพื่อเสริมความแข็งแรงทนต่อการกระแทกหรือแตกหัก รวมถึงการออกแบบแผ่นปิดช่องสอดมือให้ง่ายต่อการใช้งานและไม่เป็นอันตรายขณะใช้งาน



กล่อง 3D Opubs พัฒนาโดย NCTC

ซึ่งได้จัดทำขึ้นทั้งหมด 31 กล่อง ที่ได้ส่งมอบให้โรงพยาบาลต่างๆ แล้ว ได้แก่
1. โรงพยาบาลบางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา
2. โรงพยาบาลมหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา
3. โรงพยาบาลเสนา จ.พระนครศรีอยุธยา
4. โรงพยาบาลบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา
5. โรงพยาบาลสังฆราช จ.พระนครศรีอยุธยา
6. โรงพยาบาลผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา
7. โรงพยาบาลภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา
8. โรงพยาบาลชลประทาน จ. นนทบุรี
9. โรงพยาบาลโคกสำโรง จ. ลพบุรี
10. โรงพยาบาลหนองแค จ. สระบุรี
11 .โรงพยาบาลวิหารแดง จ สระบุรี
12. โรงพยาบาลน่าน จ. น่าน

ส่งมอบของให้โรงพยาบาลต่างๆ



ภาพการนำไปใช้งานที่จุดตรวจผู้ป่วย


 

         สวทช. รวบรวมตัวอย่าง งานวิจัยกินได้ มีประโยชน์ซึ่งเกิดจากการวิจัยพัฒนา หรือร่วมสนับสนุนผู้ประกอบการ เป็นอาหารทางเลือกเพื่อสุขภาพในยามต้องอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ หรือทำงาน Work from Home

For English-version news, please visit : MONICA: Brain training app for seniors

MONICA Cover

ในภาวะที่สิ่งต่างๆ รอบตัวหยุดชะงักจากผลกระทบการระบาดของโรคโควิด-19 นอกจากหลายคนต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตเป็นทำงานจากบ้าน (Work From Home) แล้ว กิจวัตรประจำวันทั้งการออกกำลังกาย งานอดิเรกของคนอีกหลายช่วงวัยยังคงสาละวนอยู่ไม่พ้นรั้วบ้านนัก คิดจะออกไปสวนสาธารณะใกล้บ้านก็ทำได้ยาก เพราะหลายสวนในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ก็ออกมาตรการปิดสวนเพื่อลดการทำกิจกรรมออกกำลังกายร่วมกับคนหมู่มาก

สิ่งแวดล้อมรอบตัวที่เปลี่ยนไป ส่งผลให้สภาพทางสังคมของหลายคนเปลี่ยนแปลงด้วย ยิ่งกินระยะเวลานานนับเดือน อาจเกิดความเครียดสะสมโดยไม่รู้ตัว ซึ่งจิตแพทย์ต่างมีคำแนะนำการปฏิบัติตัว ที่เน้นให้พยายามรักษากิจวัตรและตารางประจำให้เหมือนเดิมให้มากที่สุด หรืออาจลองทำกิจกรรมใหม่ๆ ในสภาพแวดล้อมใหม่ เช่น ฝึกร้องเพลง หรือฝึกกิจกรรมต่างๆ ผ่านแอปพลิเคชัน เป็นต้น

ในยุคที่ทุกคนสามารถท่องโลกอินเทอร์เน็ตได้เพียงปลายนิ้ว หนึ่งในวิธีที่จะช่วยผ่อนคลายความตึงเครียด สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะขึ้นในบ้านได้ อาจเป็นแค่วิธีง่ายๆ เพียงโหลดเกมดีๆ สักเกม ที่ทำให้ผู้คนทุกช่วงวัยในบ้านได้ฝึกสมองร่วมกัน โดยเฉพาะใน โอกาสวันผู้สูงอายุแห่งชาติ 13 เมษายนของทุกปี เวียนมาครบรอบอีกครั้ง

psychological-health-covid-Cover

คำพูดที่แซวๆ กันในโซเชียลมีเดียก็คือ คนส่วนใหญ่จะไม่ได้ป่วยเพราะโควิดหรอก แต่จะป่วยเป็นโรคประสาท เพราะความกังวลว่าจะติดโรคโควิด-19 นี่แหละ เป็นความจริง!

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความสับสนวุ่นวายจากเหตุการณ์ฉุกเฉินในภาวะวิกฤต ไม่น่าแปลกใจที่คนส่วนใหญ่จะเกิดความวิตกกังวล ประชาชนคนทั่วไปรับมือกับภาวะแบบนี้ได้ดีไม่เท่ากัน

นักจิตวิทยาแนะนำอะไรได้บ้างไหม?

บริษัท วี เชฟ ประเทศไทย จำกัด หรือ We Chef (Thailand) หนึ่งในสตาร์ทอัพผู้เข้าร่วมบ่มเพาะในโครงการบ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยี 2562 หรือ SUCCESS 2019 ของศูนย์พัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยี (BIC) ภายใต้ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี (TMC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

จากจุดเริ่มต้นในการพัฒนาแอปพลิเคชันจองช่องจอดขายอาหารในปั้มน้ำมันผ่านมือถือ หรือ Food Truck @PT Station จนปัจจุบันขยายไปสู่การจองช่องจอดรถขายอาหารตามหมู่บ้าน ตลาด และงานอีเว้นท์ต่าง ๆ (Food Truck @Home / Food Truck @Market / Food Truck on Event) ยกนิยาม ‘เปลี่ยนครัวที่บ้านให้เป็นงาน เปลี่ยนฝีมือทำอาหารให้เป็นเงิน’ ตอบโจทย์คนรักอาหารและอยากให้คนชิม โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลรูปแบบแอปพลิเคชันเข้ามาช่วยบริหารจัดการ สร้างรายได้และยกระดับผู้ประกอบการ

ด้วยมหาวิทยาลัยคอลเลจดับลิน (University College Dublin : UCD) สาธารณรัฐไอร์แลนด์ ได้ทูลเกล้าฯ ถวายทุนการศึกษาแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อพระราชทานให้แก่นักศึกษาที่มีคุณสมบัติตามข้อกำหนดของมหาวิทยาลัยไปศึกษาต่อระดับปริญญาโท หลักสูตร 1 ปี จำนวน 2 ทุน ดังรายละเอียดต่อไปนี้

ประกาศ สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ เรื่อง การรับสมัครบุคคลเพื่อคัดเลือกเป็นผู้อำนวยการ สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ

สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) โดยคณะอนุกรรมการสรรหาและคัดเลือกผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ กำลังประกาศรับสมัครบุคคลเพื่อคัดเลือกเป็น ผู้อำนวยการ สอวช. ผู้สนใจสามารถยื่นใบสมัครได้ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2563 ถึงวันที่ 8 พฤษภาคม 2563

ด้วยสำนักงานวิจัยแห่งชาติ (วช.) จะสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมตามความต้องการของประเทศที่สามารถแก้ไขปัญหาสำคัญและเร่งด่วนที่เกิดขึ้น ซึ่งผลการวิจัยและนวัตกรรมจะต้องมีเป้าหมายของผลผลิตและผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรม  สามารถนำไปใช้ประโยชน์และแก้ไขปัญหาได้จริงอย่างทันท่วงที โดยต้องเป็นข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรมเกี่ยวกับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID-19)) ในประเด็น 4 ประเต็นสำคัญ ดังนี้

  1. การวิจัยและพัฒนาหน้ากากอนามัย N95 เพื่อใช้ทางการแพทย์
  2. การวิจัยและพัฒนาชุดป้องกันส่วนบุคคลของบุคลากรการแพทย์ (Personal protective equipment (PPE) เช่น เสื้อกาวน์ป้องกันการติดเชื้อ (Surgical gown) และชุดป้องกันร่างกาย (Safety coverall) และอื่น ๆ
  3. การวิจัยและพัฒนาเครื่องช่วยหายใจ (Ventilators/Respirators)
  4. การวิจัยและพัฒพาระบบห้องและการปรับอากาศแรงดันลบ (Negative -pressure Facilities) และโรงพยาบาลสนาม

For English-version news, please visit : NANOTEC-NSTDA offers nanofinishing services to create additional value to local textiles

ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำเสนอบริการเคลือบสิ่งทอและตกแต่งสำเร็จเส้นใยสมบัติพิเศษ จาก “โรงงานต้นแบบถ่ายทอดเทคโนโลยีสิ่งทอนาโน” ชูจุดแข็งเทคโนโลยีนาโนกับการเคลือบ 5 สมบัติ ได้แก่ กลิ่นหอม ต้านยูวี ผ้านุ่มลื่น ยับยั้งแบคทีเรีย และสะท้อนน้ำ ในขั้นตอนเดียว ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนลูกค้าเป็น 2 เท่าในปี 2563 รับความต้องการสิ่งทอสมบัติพิเศษในตลาดใหม่

ดร.ภาวดี อังค์วัฒนะ รองผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า จากความต้องการสนับสนุนและยกระดับสิ่งทอพื้นเมืองในท้องถิ่นของไทยให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น ทำให้เกิด “โรงงานต้นแบบถ่ายทอดเทคโนโลยีสิ่งทอนาโน” ภายใต้การดำเนินงานของนาโนเทค สวทช. ที่เปิดให้บริการด้านการพัฒนาและเคลือบสิ่งทอให้มีคุณสมบัติพิเศษด้วยนาโนเทคโนโลยี โดยใช้องค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น นาโนเทคโนโลยี มาพัฒนาสูตรน้ำยาเคลือบและกระบวนการตกแต่งสำเร็จเส้นใยและสิ่งทอสมบัติพิเศษ 5 สมบัติ ได้แก่

ศูนย์พัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยี (BIC) ภายใต้ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี (TMC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ดำเนินโครงการบ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยี 2562 หรือ SUCCESS 2019 ที่มีผู้ประกอบการเทคโนโลยี และ Startup เข้าร่วมโครงการจำนวน 41 บริษัท เพื่อสร้างรากฐานความแข็งแรงให้องค์กรธุรกิจ ผ่านการเรียนรู้และกระบวนการบ่มเพาะต่าง ๆ เพื่อทำธุรกิจให้ยั่งยืน พร้อมโอกาสขยายตลาด ล่าสุดกับหนึ่งในผู้ประกอบการในโครงการ ‘แพลตฟอร์มทองหล่อ’ ที่ให้บริการตัดผมและเสริมความงามแบบครบวงจรนอกสถานที่ โดยช่าง Partners มืออาชีพ เข้าตานักลงทุน Angel Fund จำนวน 10 ล้าน เพื่อต่อยอดธุรกิจให้เติบโต และเข้าถึงใจของผู้ใช้บริการให้มากยิ่งขึ้น พร้อมระบุช่วงสถานการณ์ระบาดโควิด-19 ยอดใช้งานเติบโตสูงขึ้น

นางศันสนีย์ ฮวบสมบูรณ์ ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยี (BIC) สวทช. กล่าวว่า ศูนย์พัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยี (BIC) ภายใต้ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี (TMC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ดำเนินโครงการบ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยี (SUCCESS) เพื่อเป็น โครงการสำหรับผู้บริหารกิจการ เจ้าของธุรกิจเทคโนโลยี Startup ทั้งกิจการด้านซอฟต์แวร์ ไอที เทคโนโลยีต่าง ๆ รวมถึง เทคโนโลยีนาโน เทคโนโลยีชีวภาพ และเทคโนโลยีอื่น ๆ โดยดำเนินโครงการมาแล้วถึง 17 รุ่น เหมาะสำหรับผู้ประกอบการเทคโนโลยี และ Startup ที่ต้องการสร้างรากฐานให้องค์กรธุรกิจ สามารถเติบโต และขยายฐานลูกค้าได้อย่างมั่นคง ด้วยกระบวนการเรียนรู้และบ่มเพาะ อาทิ การวินิจฉัยธุรกิจ การพบที่ปรึกษาด้านธุรกิจและอื่น ๆ การอบรมในหัวข้อเทคนิคการเจรจาต่อรอง เทคนิคการขาย การสร้างภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ การสร้างพันธมิตรภาครัฐและภาคธุรกิจต่าง ๆ เพื่อความร่วมมือในการส่งเสริมการทำธุรกิจ การขยายตลาด เช่น การออกงานแสดงสินค้า การเข้าประกวดในเวทีต่าง ๆ และการเชื่อมโยงแหล่งสนับสนุนเงินทุนหรือร่วมลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ

biotec

mtec

nectec
nanotec
entec

tsp

AIMI

nctc

ตราโลโก้ ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ (Logo of National Security and Dual-Use Technology Center: NSD)

 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป