ตามที่ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่ชาติ (สวทช.) ได้ดำเนินโครงการเร่งการเติบโตของผู้ประกอบการเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมอาหาร (Food Accelerate) ประจำปี 2563 นั้น

บัดนี้ คณะกรรมการคัดเลือกผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการเร่งการเติบโตของผู้ประกอบการเทคโนโลยี ในอุตสาหกรรมอาหาร (Food Accelerate) ประจำปี 2563 ได้ดำเนินการคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงขอประกาศรายชื่อผู้ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 14 ราย ดังเอกสารดาวน์โหลด

ทั้งนี้ ขอให้ผู้มีรายชื่อที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการฯ ตามเอกสาร ดำเนินการยืนยันสิทธิ โดยแจ้งยืนยันผ่านทางอีเมล This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.  และให้ระบุว่า "แจ้งยืนยันสิทธิ Food Accelerate" ภายในวันที่ 10 เมษายน 2563 หากไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดจะถือว่าสละสิทธิ์การเข้าร่วมโครงการฯในครั้งนี้



‘รังสียูวี’ ฆ่าโควิดบนหน้ากาก ‘ไบโอเทค’ทดสอบใช้ซ้ำปลอดภัย

จากการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ ที่ก่อโรคโควิด-19 นับเป็นภัยคุกคามสร้างความหวาดวิตกแก่ประชาชนอย่างมาก และการระบาดยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลงง่ายๆ ยิ่งทำให้เกิดการขาดแคลนหน้ากากอนามัยขั้นวิกฤติ เนื่องจากหน้ากากอนามัยแบบธรรมดาที่ใช้ทางการแพทย์ และ N95 ถือเป็นสิ่งจำเป็นที่ใช้ในการป้องกันการติดเชื้อที่แพร่ผ่านละอองฝอยในอากาศ (เผยแพร่ 2 เมษายน 2563)



สำรวจความก้าวหน้าในการพัฒนาวัคซีนทั่วโลก ระยะเวลาและโอกาสที่ไทยจะได้รับวัคซีน COVID-19

ท่ามกลางความหวาดวิตกจากสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ซึ่งตัวเลขผู้ติดเชื้อทั่วโลกกำลังจะแตะหลักล้านในไม่ช้า แสงสว่างเล็กๆ ตรงปลายอุโมงค์ที่พอจะเป็นความหวังให้กับมวลมนุษยชาติได้ ย่อมฝากไว้ที่ ‘วัคซีน’ ซึ่งเป็นทางรอดเดียวที่จะต่อสู้กับไวรัสมรณะนี้ ทว่าคำถามก็คือ นับจนถึงวันนี้ การพัฒนาวัคซีนก้าวหน้าไปถึงไหนแล้ว และหากประสบความสำเร็จ คนไทยจะมีโอกาสได้ใช้วัคซีน COVID-19 เมื่อไร (เผยแพร่ 1 เมษายน 2563)



ไวรัสสายพันธุ์อิตาลีดุกว่าสายพันธุ์เอเชียจริงหรือ?

หลังจากมีข้อมูลเผยแพร่ในโลกออนไลน์ว่า สาเหตุที่ทำให้การระบาดของโรค COVID-19 ในอิตาลีมีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก อาจมีความเป็นไปได้ที่ไวรัสโคโรน่าในอิตาลี เป็นเชื้อสายพันธุ์ที่ดุร้ายกว่าประเทศอื่นในเอเชีย ล่าสุดเฟซบุ๊กแฟนเพจ 'Virology and Cell Technology Lab - BIOTEC' ได้เผยแพร่บทความ 'ไวรัสสายพันธุ์อิตาลีดุกว่าสายพันธุ์เอเชีย : ความจริง หรือ ความเห็น?' (เผยแพร่ 23 มีนาคม 2563)




นักไวรัสวิทยาเตือนอย่าตระหนก ไวรัสกลายพันธุ์เป็นเรื่องปกติ

ความ 'ไม่สมเหตุสมผล' ของข้อสรุปเกี่ยวกับการกลายพันธุ์ของ 'ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่' เป็น S type และ L type สายพันธุ์รุนแรง (เผยแพร่ 6 มีนาคม 2563)




วิเคราะห์เจาะลึก โควิด-19 กับนักไวรัสวิทยาชาวไทย

ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าการระบาดจะก้าวเข้าสู่ระดับการระบาดใหญ่ (Pandemic) หรือไม่ ขณะที่ประเทศไทยประกาศให้โควิด-19 เป็นโรคติดต่ออันตราย ลำดับที่ 14 เพื่อยกระดับมาตรการเฝ้าระวังที่เข้มข้นมากขึ้น แต่ท่ามกลางการระบาดที่ยังคงลุกลามอย่างรุนแรง ประชาชนจำนวนไม่น้อยยังไม่รู้จักและเข้าใจเกี่ยวกับโรค โควิด-19 อย่างแท้จริง (เผยแพร่ 3 มีนาคม 2563)



5 คำถามไขปริศนาไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่กับนักไวรัสวิทยาแถวหน้าของเมืองไทย

สถานการณ์การระบาดของ ‘COVID-19’ ในประเทศจีน และอีกหลายประเทศทั่วโลกขณะนี้ นับเป็นภัยคุกคามที่สร้างความหวาดวิตกแก่ประชาชนอย่างมาก ซึ่งการระบาดยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลงง่ายๆ ประกอบกับข่าวลือและข่าวลวงที่ถาโถมบนโลกออนไลน์ ยิ่งสร้างข้อสงสัยและความตื่นตระหนกให้แก่ผู้คนจำนวนมาก (เผยแพร่ 26 กุมภาพันธ์ 2563)

ทราบกันดีแล้วว่าโรค COVID-19 ที่กำลังระบาดรุนแรงทั่วโลกขณะนี้ เกิดจากเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 ซึ่งเป็นไวรัสโคโรนาที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ซึ่งโรค COVID-19 มีสัญญาณการแสดงออกของโรคที่กว้างมาก โดยมีทั้งผู้ป่วยที่อาการรุนแรง มีอาการไม่รุนแรงเหมือนเป็นไข้หวัดทั่วไป หรืออาจไม่มีอาการเลย ที่สำคัญคือเชื้อไวรัสสามารถแพร่กระจายได้ง่ายจากคนสู่คนผ่านฝอยละอองที่เกิดจากการไอ จาม หรือการสัมผัสกับสารคัดหลั่งของผู้ป่วยที่ติดอยู่ตามพื้นผิวต่างๆ

COVID-19

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ขอเชิญผู้ประกอบการในรูปแบบนิติบุคคลเข้าร่วมโครงการ “กิจกรรมสนับสนุนเพื่อเร่งการนำผลงานวิจัยมาใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉินต้านภัยไวรัสโควิด-19 (Research Gap Fund fights COVID-19)” โดยจะเปิดรับข้อเสนอโครงการที่รับถ่ายทอดผลงานวิจัยหรือทรัพย์สินทางปัญญาของมหาวิทยาลัยของรัฐหรือสถาบันวิจัยของรัฐ ที่มีต้นแบบในระดับภาคสนามแล้วมาต่อยอด ในลักษณะการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ ที่สามารถนำไปผลิตเพื่อใช้งานในการป้องกันหรือแก้ไขปัญหาในสถานการณ์ฉุกเฉินไวรัสโควิด-19 โดยผ่านกระบวนการออกแบบและพัฒนาต้นแบบเพื่อให้ได้ตามมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ ดำเนินการวิเคราะห์ทดสอบจากหน่วยงานวิเคราะห์ทดสอบที่น่าเชื่อถือ รวมถึงสามารถดำเนินการได้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือน นับจากวันหลังลงนามในสัญญารับทุน โดยโครงการจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายไม่เกินหรือเท่ากับ 75% ต่อโครงการ ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถดาวน์โหลดเอกสารเพื่อศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม โดยสแกนตาม OR Code นี้ หรือคลิก https://www.nstda.or.th/th/230-nstda-services/research-gap-fund/13096-rgf-fights-covid19 ภายใน 20 เมษายน 2563 นี้เท่านั้น

สวทช. รวบรวมงานวิจัยเพื่อต่อสู้ภัยโรคโควิค (Covid-19)

  

{tab Germ Saber Robot ฆ่าเชื้อ COVID-19 }

Germ Saber Robot ฆ่าเชื้อก่อโรคโควิด-19 ด้วยแสงยูวี

ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ (NSD) หน่วยงานภายใต้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ สถาบันวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพและวิศวกรรมพันธุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พัฒนาและทดสอบ นวัตกรรมหุ่นยนต์ฆ่าเชื้อโรคด้วยแสงยูวี หรือ “Germ Saber Robot” ซึ่งเป็นหุ่นยนต์ทำหน้าที่ฆ่าเชื้อก่อโรคโควิด-19 ด้วยแสงยูวี (UV) สามารถเข้าถึงการฆ่าเชื้อโรคในพื้นที่เฉพาะและจุดเสี่ยงโรคต่างๆ ได้ดี เนื่องจากระหว่างการฆ่าเชื้อโรค พื้นที่เหล่านั้นจะต้องปลอดคน เพราะการใช้แสงยูวีแม้จะสามารถฆ่าเชื้อโรคได้ดี แต่ต้องระมัดระวังหากนำไปใช้ไม่ถูกวิธีอาจเป็นอันตรายต่อมนุษย์ได้


ดร.ศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรม
ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ (NSD)

ดร.ศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรม ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ (NSD) สวทช. เปิดเผยว่า หุ่นยนต์ฆ่าเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19 ด้วยแสงยูวี หรือ “Germ Saber Robot” ที่พัฒนาขึ้นนี้ประกอบด้วยหลอดยูวี-ซี (UV-C ) ขนาดพลังงานรวม 300 วัตต์ พร้อมชุดควบคุมไฟ มีความพิเศษตรงที่สามารถบังคับให้ขับเคลื่อนไปยังจุดต่างๆ ผ่านอุปกรณ์ควบคุม “รีโมตคอนโทรล” เพื่อสั่งการให้หุ่นยนต์เดินหน้า ถอยหลัง เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวาและหมุนตัวแบบ 360 องศา เพื่อประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรคทุกสภาพพื้นที่

1 เมษายน 2563 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พัฒนาแพลตฟอร์ม DDC-Care: ระบบติดตามและประเมินผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคติดเชื้อ COVID-19 และ Traffy Fondue (ทราฟฟี่ฟองดูว์) แอปพลิเคชันแจ้งและติดตามปัญหาเมือง โดยมี ดร.จุฬารัตน์ ตันประเสริฐ รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

พร้อมด้วยทีมนักวิจัยจาก สวทช. ได้แก่ ดร.อนันต์ลดา โชติมงคล นักวิจัยศูนย์วิจัยเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกและเครื่องมือแพทย์ (A-MED) สวทช. ดร.นัยนา สหเวชชภัณฑ์ นักวิจัยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สวทช. และ ดร.วสันต์ ภัทรอธิคม หัวหน้าทีมวิจัยระบบขนส่งและจราจรอัจฉริยะ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สวทช. ร่วมสาธิตและเผยแพร่ผลงาน

COVER SCI UPDATE : วิกฤตินกเงือกไร้โพรงรัง สวทช. หนุนซ่อม หวังเพิ่มโอกาสขยายพันธุ์นกเงือก

สวทช. หนุนซ่อม ‘โพรงรัง’ หวังเพิ่มโอกาสขยายพันธุ์นกเงือก

ป่าฮาลา–บาลา ขึ้นชื่อว่าเป็นดินแดนของ ‘นกเงือก’ อัญมณีแห่งแดนใต้ที่นักดูนกหลายคนเฝ้าใฝ่หา เพราะผืนป่าแห่งนี้สามารถพบนกเงือกได้มากถึง 10 ชนิด จาก 13 ชนิด ที่พบในประเทศไทย รวมทั้งยังพบนกเงือกหายาก เช่น นกชนหิน นกเงือกปากย่น และนกเงือกหัวหงอก หากแต่ว่าปัจจุบันแม้ป่าฮาลา–บาลา จะเป็นถิ่นอาศัยที่มีความอุดมสมบูรณ์ แต่นกเงือกยังอยู่ในภาวะวิกฤติ เพราะไม่เพียงถูกล่าเพื่อนำลูกไปขาย หากยังต้องเผชิญอุปสรรคมากมายในการทำรัง โดยเฉพาะ ‘การขาดแคลนโพรงรัง’ หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประชากรนกเงือกลดลง

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ร่วมกับ University of Kent พัฒนาวิธีการที่เกี่ยวข้องกับการใช้สาหร่ายเซลล์เดียว (microalgal-based platform) เพื่อการป้องกันโรคในอุตสาหกรรมการเลี้ยงกุ้งในประเทศไทย และประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยได้รับการสนับสนุนทุนวิจัย International Collaboration Awards 2019 จาก The Royal Society ภายใต้กรอบความร่วมมือ Global Challenges Research Fund (GCRF) สหราชอาณาจักร เป็นจำนวน 9 ล้านบาท ตั้งเป้านำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในการป้องกันการเกิดโรคตัวแดงดวงขาว และโรคหัวเหลืองได้ทั้งในประเทศไทยและระดับภูมิภาคอาเซียน

ในปี พ.ศ. 2562 รายงานจากสมาคมกุ้งไทยแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยสามารถผลิตกุ้งเลี้ยงประมาณ 290,000 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่าประมาณ 48,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าการส่งออกสูงที่สุดของประเทศ อย่างไรก็ดี อุตสาหกรรมการเลี้ยงกุ้งได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องจากจากการระบาดของโรคต่าง ๆ สร้างความสูญเสียมากถึง 60% ของผลผลิตในประเทศ และยังส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการเลี้ยงกุ้งในประเทศเพื่อนบ้านอีกด้วย การติดเชื้อไวรัสถือเป็นสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดการสูญเสียอย่างรุนแรงทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการระบาดของโรคตัวแดงดวงขาว (White Spot Syndrome Virus - WSSV) และโรคหัวเหลือง (Yellow Head Virus-YHV) และข้อมูลจากกรมประมงเมื่อไม่นานมานี้พบว่า ยังคงมีการระบาดของไวรัสดังกล่าวอยู่อย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน

กระทรวง อว. ผนึกพันธมิตร หนุนสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศรับมือโควิด-19 ด้วยนวัตกรรมการเรียนการสอนออนไลน์ ล่าสุดผนึกบนแพลตฟอร์มระดับโลกจากไมโครซอฟท์ให้นักศึกษาไทยทั่วประเทศ 2 ล้านคนใช้ฟรี ด้านหัวเว่ยมอบสิทธิส่วนลดโทรศัพท์มือถือ-แท็บเล็ต 10% สำหรับนักศึกษา พร้อมเดินหน้าหารือค่ายมือถือยักษ์ใหญ่ในเมืองไทย จัดโปรโมชั่นโมบายดาต้าราคาย่อมเยา สนับสนุนนักศึกษาเรียนออนไลน์

ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 ขยายวงกว้างขึ้นทั่วโลก กระทรวง อว. ได้เล็งเห็นถึงความปลอดภัยที่เกิดขึ้นต่อนิสิต นักศึกษา บุคลากร และประชาชนที่เกี่ยวข้องกับสถาบันอุดมศึกษา จึงมีการวางมาตรการในการรองรับสถานการณ์โควิด-19 ในส่วนของการดูแลนิสิต นักศึกษาของมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ โดยให้มีการเรียนการสอนผ่านออนไลน์ 100% เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสในพื้นที่สาธารณะและสถานศึกษา ล่าสุด กระทรวง อว. ร่วมมือกับบริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) โดยในการนำนวัตกรรมในการยกระดับการเรียนการสอนออนไลน์ โดยการใช้เครื่องมือเฉพาะทางแบบครบวงจรอย่าง แอปพลิเคชัน ไมโครซอฟท์ ทีมส์ กับบริการไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ 365 เอ 1 (Microsoft Office 365 A1) บนแพลตฟอร์มระดับโลกจากไมโครซอฟท์รองรับการใช้งานบนระบบคลาวด์แบบไม่จำกัดจำนวนผู้ใช้ เพื่อให้มหาวิทยาลัยทั้ง 150 แห่ง และนิสิต นักศึกษาอีก 2 ล้านกว่าคน ได้ใช้โปรแกรมไมโครซอฟท์ ทีมส์ ในการเรียนการสอนออนไลน์ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการใช้ซอฟต์แวร์ และนำมาใช้เป็นแพลตฟอร์มหลักสำหรับการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัย ซึ่งจะช่วยยกระดับให้การศึกษานอกสถานที่เป็นไปในรูปแบบที่มากกว่าการประชุมทางไกลผ่านวิดีโอทั่วไป

ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ (NSD) หน่วยงานภายใต้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ สถาบันวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพและวิศวกรรมพันธุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พัฒนาและทดสอบ นวัตกรรมหุ่นยนต์ฆ่าเชื้อโรคด้วยแสงยูวี หรือ “Germ Saber Robot” ซึ่งเป็นหุ่นยนต์ทำหน้าที่ฆ่าเชื้อก่อโรคโควิด-19 ด้วยแสงยูวี (UV) สามารถเข้าถึงการฆ่าเชื้อโรคในพื้นที่เฉพาะและจุดเสี่ยงโรคต่างๆ ได้ดี เนื่องจากระหว่างการฆ่าเชื้อโรค พื้นที่เหล่านั้นจะต้องปลอดคน เพราะการใช้แสงยูวีแม้จะสามารถฆ่าเชื้อโรคได้ดี แต่ต้องระมัดระวังหากนำไปใช้ไม่ถูกวิธีอาจเป็นอันตรายต่อมนุษย์ได้

ดร.ศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรม ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ (NSD) สวทช. เปิดเผยว่า หุ่นยนต์ฆ่าเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19 ด้วยแสงยูวี หรือ “Germ Saber Robot” ที่พัฒนาขึ้นนี้ประกอบด้วยหลอดยูวี-ซี (UV-C ) ขนาดพลังงานรวม 300 วัตต์ พร้อมชุดควบคุมไฟ มีความพิเศษตรงที่สามารถบังคับให้ขับเคลื่อนไปยังจุดต่างๆ ผ่านอุปกรณ์ควบคุม “รีโมตคอนโทรล” เพื่อสั่งการให้หุ่นยนต์เดินหน้า ถอยหลัง เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวาและหมุนตัวแบบ 360 องศา เพื่อประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรคทุกสภาพพื้นที่  “รังสีอัลตราไวโอเล็ตหรือแสง UV เป็นสเปกตรัมของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในช่วง 10 นาโนเมตรถึง 400 นาโนเมตร ซึ่งมีความถี่ที่สูงกว่าที่ตาเรามองเห็นได้ โดยหุ่นยนต์ “Germ Saber Robot” ที่พัฒนาขึ้นนี้ ใช้แสง UV-C (ความยาวคลื่นอยู่ในย่านความถี่ประมาณ 250 นาโนเมตร) เป็นแสง UV ที่มีประสิทธิภาพสูงในการกำจัดสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กหรือเชื้อโรคต่างๆ ที่ความยาวคลื่นนี้แสง UV จะทำลายดีเอ็นเอของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กอย่างไวรัส, แบคทีเรีย, เชื้อราและเชื้อโรคชนิดต่างๆ หยุดยั้งประสิทธิภาพในการแพร่พันธุ์และฆ่าพาหะเหล่านี้ในที่สุด การนำหุ่นยนต์ฆ่าเชื้อโรคก่อโรคโควิด-19 ด้วยแสงยูวี หรือ UV “Germ Saber Robot” มาใช้ประโยชน์ในช่วงที่ประเทศไทยมีการระบาดของโรคโควิด-19 จะช่วยให้สถานที่ต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายจากน้ำยาฆ่าเชื้อ ช่วยลดการตกค้างหรือปนเปื้อนของสารเคมีในน้ำยาฆ่าเชื้อ ที่สำคัญหุ่นยนต์ฆ่าเชื้อโรคสามารถฆ่าละอองฝอยของเชื้อที่ลอยในอากาศได้ และยังสามารถใช้ฆ่าเชื้อบนพื้นผิวของอุปกรณ์เฉพาะ เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์การแพทย์ ที่ไม่สามารถโดนน้ำหรือน้ำยาเคมีได้ เป็นต้น”

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ (NSD) ร่วมกับ สถาบันวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพและวิศวกรรมพันธุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พัฒนาและทดสอบนวัตกรรมหุ่นยนต์ฆ่าเชื้อโรคด้วยแสง UV “Germ Saber Robot” คือ หุ่นยนต์ทำหน้าที่ฆ่าเชื้อโรคด้วยแสง UV เหมาะสำหรับการใช้งานในพื้นที่ต่าง ๆ ในช่วงเวลาที่ไม่มีคนอยู่ แทน / เสริมการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ โดยสามารถควบคุมหุ่นยนต์ให้เคลื่อนที่ไปฆ่าเชื้อในจุดต่าง ๆ จุดละประมาณ 15 – 30 นาที และขยับไปโดยรอบ สำหรับเวอร์ชันนี้ ขับเคลื่อนด้วยการเข็นไปยังจุดต่าง ๆ โดยผู้ใช้
- ประหยัดน้ำยาฆ่าเชื้อที่อาจมีการขาดแคลน
- ลดการตกค้าง / ปนเปื้อนของสารเคมี / น้ำยาฆ่าเชื้อ
- ใข้งานได้กับพื้นที่ / อุปกรณ์ที่ไม่สามารถโดนน้ำ หรือน้ำยาเคมีได้ เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ / การแพทย์
- สามารถฆ่าเชื้อละอองที่ลอยในอากาศได้

เพื่อช่วยบรรเทาภัยจากสถานการณ์ไวรัส Covid-19 ระบาดขณะนี้ และในภาวะที่มีการขาดแคลนแอลกอฮอล์และน้ำยาฆ่าเชื้อโรค โดยมีการวางแผนนำไปทดสอบใช้งานที่ รพ. จุฬาฯ และหน่วยงานต่าง ๆ สำหรับหน่วยงาน ผู้ที่สนใจให้ผลิต หรือนำไปทดลองใช้งานติดต่อได้ที่ ดร.ศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรม ผอ.ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ โทร. 02-564-7000

ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้จัดทำวารสารวิชาการ "Unisearch Journal" โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ผลงานวิจัย ผลงานทางวิชาการ ภายใต้โครงการวิจัย โครงการบริการวิชาการ และงานที่ปรึกษาที่ดำเนินการผ่านศูนย์บริการวิชาการฯ ของคณาจารย์และนักวิจัยของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อันเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาสังคมและประเทศชาติให้กระจายไปสู่สังคมทุกภาคส่วนอย่างแพร่หลาย และเพื่อเป็นช่องทางให้สามารถนำผลการศึกษา ต่างๆไปใช้ประโยชน์ได้อย่างจริงจริง โดยมีกำหนดเผยแพร่เป็นราย 4 เดือนต่อปี

เว็บไซต์ : http://www.journal.unisearch.chula.ac.th/th

Download ไฟล์ความละเอียดสูง

“ไข่แมงดา” ที่ขึ้นชื่อว่าหอมมัน เคี้ยวอร่อย คือหนึ่งในเมนูอาหารทะเลที่ได้รับความนิยมอย่างมาก สามารถนำมาทำเมนูได้หลากหลาย โดยจะกินแบบเผากับน้ำจิ้มซีฟู้ด หรือนำมาทำเป็นยำไข่แมงดาก็ถูกปากคอซีฟู้ด แต่รู้หรือไม่ว่าในความอร่อยนั้นยังแฝงไปด้วยพิษภัยอันตราย โดยในแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตจากการรับประทานแมงดาที่มีพิษอยู่ไม่น้อย

ล่าสุดมีข่าวสาววัยกลางคนในจังหวัดสระแก้ว ซื้อไข่แมงดาจากตลาดเพื่อมาประกอบอาหารรับประทานในครอบครัว ภายหลังรับประทานไปได้ไม่นาน เกิดอาการปากชา มือเท้าชา หายใจลำบาก ต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลและเสียชีวิตในเวลาต่อมา แพทย์ระบุเหตุจากพิษของไข่แมงดาที่รับประทานเข้าไปโดยไม่ทราบว่ามีพิษ

13 มีนาคม 2563 ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ประชุมร่วมกับคณบดีคณะแพทยศาสตร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลโรงเรียนแพทย์ทุกแห่งทั่วประเทศ คณะแพทยศาสตร์ และโรงพยาบาลโรงเรียนแพทย์ในสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษาฯ เพื่อเตรียมความพร้อมของ อว. รองรับสถานการณ์การระบาด COVID-19 ในสถานการณ์ในแต่ละระดับ หลังจากที่องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ได้ประกาศยกระดับสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด -19 ให้เป็นโรคระบาดที่แพร่กระจายไปทั่วโลก (Pandemic) ทำให้แต่ละประเทศต้องเร่งหาแนวทางและมาตรการสำหรับรับมือให้เข้มข้นมากขึ้น โดยประเทศไทยเองก็มีความพยายามในการดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อลดอัตราการแพร่กระจายของโรค

ดร. สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า “ในภาวะการระบาดที่อาจจะยืดเยื้อยาวนาน ทำให้เราต้องวางแผนรับมือในระยะยาว เพื่อลดความตื่นตระหนกของคนในสังคม และสร้างความเชื่อมั่น ด้วยการเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ ทั้งในแง่การติดตามและตรวจสอบกลุ่มเสี่ยง การบริหารจัดการวัสดุอุปกรณ์รวมไปถึงสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต โดยอาศัยความร่วมมือจากพันธมิตรทุกภาคส่วน เช่น หน่วยงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) หน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมควบคุมโรค โรงพยาบาลและโรงเรียนแพทย์ในสังกัด อว. กลุ่มสมาคมภาคเอกชน ประกอบไปด้วย กลุ่มอุตสาหกรรมผู้ผลิตเครื่องมือแพทย์และสุขภาพ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมการค้าเฮลท์เทคไทย สมาคมการค้าเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการเทคโนโลยีรายใหม่ ฯลฯ เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมและแนวทางการกู้วิกฤตสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ในครั้ง ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 4 ประเด็น ดังนี้

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) ขอเชิญผู้ประกอบการทุกกลุ่มอุตสาหกรรม และผู้สนใจในพื้นที่ จ.อุดรธานี และใกล้เคียงในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าร่วมสัมมนาฟรี 2 หลักสูตร ได้แก่ “หลักสูตรการยกระดับผักและผลไม้ไทยสู่มาตรฐานสากล” ในวันที่ 26 มีนาคม 2563 เพื่อทราบถึงมาตรฐาน ThaiGAP กับการสร้างโอกาสเข้าสู่ตลาดระดับบน สมัครได้ที่ https://forms.gle/uyaZEjEGkY6YETaL6 และ “หลักสูตรการพัฒนาเกษตรกรรมสู่ความยั่งยืนด้วยนวัตกรรม 4.0” ในวันที่ 27 มีนาคม 2563 เพื่อทราบถึงแนวทางพัฒนาเป็นเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farmer) ในเรื่องการแปรรูปผลิตภัณฑ์ และออกแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อการเก็บรักษาและขนส่ง สมัครได้ที่ https://forms.gle/b4Segqji2Jo3ENij7 โดยทั้งสองหลักสูตรกำหนดจัดเวลา 08.30 - 16.00 น. ณ โรงแรมเซ็นทาราและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์อุดรธานี ด่วน! รับจำนวนจำกัด 50 ท่านต่อหลักสูตร เฉพาะผู้ประกอบการที่จดทะเบียนนิติบุคคลเท่านั้น ภายใน 23 มีนาคม นี้ สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2564 7000 ต่อ 1300, 063 915 6656

11 มีนาคม 2563 ที่อาคารกลุ่มนวัตกรรม 2 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) ร่วมกับ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) โดยบริษัท ซีพี ฟู้ดแล็บ จำกัด หน่วยงานวิจัยอาหาร บริษัท ซีพีแรม จำกัด ลงนามความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อยกระดับการพัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์อาหารที่ใส่ใจถึงความปลอดภัยของผู้บริโภค พร้อมสนับสนุนการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนนำผลงานทางวิชาการไปใช้ต่อยอดการประยุกต์ใช้บรรจุภัณฑ์อาหารในโรงงานอุตสาหกรรมอาหารได้ เพื่อยกระดับขีดความสามารถของประเทศไทย ในการเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมอาหารของภูมิภาคเอเชีย

โดยมี นางสุวิภา วรรณสาธพ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ในฐานะ ผู้อำนวยการ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย สวทช. ให้เกียรติกล่าวต้อนรับ พร้อมกันนี้ยังมีทีมวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์พลาสติก กลุ่มวิจัยกระบวนการทางวัสดุและการผลิตอัตโนมัติ เอ็มเทค สวทช. ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของสององค์กรร่วมเป็นสักขีพยาน โดยความร่วมมือดังกล่าวครอบคลุมในเรื่องการวิจัยและพัฒนาบรรจุภัณฑ์พลาสติกสำหรับใส่อาหารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

9 ข้อน่ารู้ จากบทสรุปของผู้เชี่ยวชาญนานาชาติ 25 คน จากองค์การอนามัยโลก (WHO) ที่เข้าไปสืบสวนสถานการณ์โรคโควิด-19 ในประเทศจีน และรายงานสรุปผลจนถึงวันที่ 19 ก.พ. 63 อ่านบทความฉบับเต็ม แปลโดย ดร.นำชัย ชีววิวรรธน์ ฝ่ายสร้างสรรค์สื่อและผลิตภัณฑ์ สวทช. ได้ที่ https://www.nstda.or.th/th/nstda-knowledge/13061-who-china-joint-mission

การติดต่อ : 78-85% ติดต่อกันในครอบครัวจากละอองเสมหะ

เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล : ส่วนใหญ่ติดเชื้อจากที่บ้านหรือในช่วงแรกที่ยังไม่มีประกาศการระบาด

อัตราการป่วย : 80% ผู้ป่วยอาการไม่หนัก

การใช้เครื่องช่วยหายใจ : 5% ใช้เครื่องช่วยหายใจ 15% ใช้ออกซิเจนเข้มข้นสูง

ระยะเวลาฟื้นตัว : ผู้ป่วยหนัก 3-6 สัปดาห์ ผู้ป่วยไม่มาก 2 สัปดาห์

การแสดงอาการ : คนส่วนใหญ่ที่ได้รับเชื้อจะมีอาการในที่สุด ช้าเร็วต่างกัน

อาการคัดกรอง : อาการที่ไม่ใช่สัญญาณโรคของโควิด-19 คือ น้ำมูกไหล

อัตราการเสียชีวิต : ผู้ป่วยโควิด-19 ที่จีนมีอัตราการเสียชีวิต 3.4%

ปัจจัยการเสียชีวิต : ขึ้นกับ อายุ, สภาพร่างกายก่อนติดเชื้อ, เพศ และระบบสุขภาพที่รับมือโรค

อ้างอิง: https://www.who.int/docs/default-source/coronaviruse/who-china-joint-mission-on-covid-19-final-report.pdf

(16-24 February 2020)

10 มีนาคม 2563 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดงานแถลงข่าวแสดงเจตนารมณ์ความร่วมมือ“การดำเนินงานเครือข่ายของโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม” (Innovation and Technology Assistance Program: ITAP)

โดยมี ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ และ ศาสตราจารย์ ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อเป็นการส่งเสริมการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์แก่วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Small and Medium Enterprises: SMEs) โดยมีศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นหน่วยงานกลางในการประสานงานและบริหารจัดการ

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) มุ่งมั่นเป็นหนึ่งในหน่วยงานสนับสนุนการผลิตบัณฑิตคุณภาพสู่สังคม ประกาศเปิดรับสมัครนักศึกษาระดับปริญญาโท และปริญญาเอก ขอรับทุนการศึกษาใน “โครงการสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Thailand Graduate Institute of Science and Technology: TGIST)” ประจำปี 2563 เพื่อการศึกษาวิทยานิพนธ์ภายใต้การดูแลให้คำปรึกษาของอาจารย์มหาวิทยาลัยร่วมกับนักวิจัยจากศูนย์แห่งชาติของ สวทช.

ดูรายละเอียดและสมัครได้ที่ www.nstda.or.th/tgist/ ตั้งแต่วันนี้ - 31 มีนาคม 2563 และอีกทุนคือ ประกาศรับสมัครนักศึกษาในระดับปริญญาตรีสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่กำลังจะขึ้นชั้นปีสุดท้าย เพื่อขอรับทุนการศึกษาวิจัยเพื่อปริญญานิพนธ์ ปี2563 ใน “โครงการสร้างปัญญาวิทย์ ผลิตนักเทคโน (Young Scientist and Technologist Programme: YSTP)” เพื่อโอกาสรับประสบการณ์เพิ่มเติม พร้อมแลกเปลี่ยนทัศนคติการเป็นนักวิจัยอาชีพ และพัฒนาขีดความสามารถของตนเอง ดูรายละเอียดการรับสมัครได้ที่ www.nstda.or.th/ystp/ ตั้งแต่ 1 - 31 พฤษภาคม 2563

Cover SCI UPDATE: ‘อุปกรณ์ตัดสับปะรด’ เครื่องมือช่วยเกษตรกรตัดและเก็บสับปะรดในขั้นตอนเดียว


พอกันที ‘ตัดสับปะรดแล้วได้แผล’

สับปะรดเป็นหนึ่งในผลไม้ที่นิยมปลูกกันมากในภาคใต้ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี และกระบี่ ซึ่งที่ผ่านมาเกษตรกรส่วนใหญ่ยังต้องประสบปัญหาขั้นตอนการเก็บเกี่ยวผลผลิต ที่มีต้นทุนการจ้างแรงงานถึง 2 ขั้นตอน เพราะในการเก็บสับปะรด เกษตรกรต้องใช้มีดหรือตะขอพร้าตัดก้านของผลสับปะรด แล้วใช้แรงงานคนนำตะกร้อมาเดินเก็บใส่เข่งยกขึ้นรถอีกทอด ที่สำคัญหลายครั้งเมื่อเกษตรกรเข้าไร่ไปตัดผลสับปะรด มักได้บาดแผลจากการถูกหนามใบสับปะรดตำ ถูกมีดบาด และถูกสัตว์ที่ซ่อนตัวอยู่ในพงทำร้าย ทำให้การหาแรงงานภาคเกษตรในการเก็บสับปะรดค่อนข้างยาก

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้รับการสนับสนุนงบประมาณดำเนิน “โครงการโรงประลองต้นแบบทางวิศวกรรม (Fabrication Lab)” เพื่อพัฒนาทักษะความเป็นนวัตกรแก่เด็กและเยาวชนไทย ด้วยการส่งเสริมให้มีพื้นที่เรียนรู้ “โรงประลองต้นแบบทางวิศวกรรม (Fabrication Lab)” ในสถานศึกษาและแหล่งเรียนรู้ทั่วประเทศ ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมโครงงานสิ่งประดิษฐ์ของนักเรียนที่โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ 2 จ.ฉะเชิงเทรา

นำโดย ดร.อ้อมใจ ไทรเมฆ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. และคณะ เพื่อให้เห็นถึงทักษะความเป็นนวัตกรของเด็กและเยาวชนไทย ซึ่งมี 4 ผลงานโดดเด่นที่เดินสายกวาดรางวัลระดับประเทศมาแล้วภายใต้โครงการ FabLab ร่วมจัดแสดง ได้แก่ เครื่องวัดปริมาณออกซิเจนละลายน้ำด้วยแสง เครื่องตรวจจับควันบุหรี่อัจฉริยะ เครื่องช่วยเหลือผู้ดูแลผู้ป่วยติดเตียง และรถตัดหญ้าไฮเทค โดยมีผู้อำนวยการโรงเรียน ครูผู้ดูแลห้องปฏิบัติการ FabLab ครูพี่เลี้ยงจากมหาวิทยาลัยบูรพา รวมถึงตัวแทนนักเรียนที่ได้รับรางวัลนำเสนอโครงงานสิ่งประดิษฐ์

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์พัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยี (BIC) ขอเชิญผู้ประกอบการใหม่/นักวิจัย ที่สนใจจะสร้างธุรกิจหรือขยายธุรกิจด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลอดจนผู้สนใจที่มีผลิตภัณฑ์ต้นแบบและต้องการจัดตั้งธุรกิจเทคโนโลยีนวัตกรรม สมัครเข้าร่วม “โครงการสร้างผู้ประกอบการใหม่ด้วยนวัตกรรม "(TechBiz Starter)" ประจำปี 2563 ​เพื่อเสริมสร้างทักษะและสมรรถนะที่สำคัญของการเป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ด้วยแนวคิดนวัตกรรมให้ประสบความสำเร็จ​ วิเคราะห์ความเป็นไปได้ของธุรกิจทั้งด้านการตลาด การเงิน วางแผนธุรกิจ การบริหารจัดการ และเพิ่มความเข้มแข็งแก่วิสาหกิจเริ่มต้นในช่วงก่อตั้งกิจการ (3 ปีแรก) ให้ดำเนินธุรกิจอย่างมีทิศทางและสร้างโอกาสขยายธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคง

ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดใบสมัครและส่งมาที่อีเมล This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
ศูนย์พัฒนาผู้ประกอบการฯ สวทช.
โทร. 0 2564 7000 ต่อ 81490 (คุณพลอย) และ 71746 (คุณปาทินันท์)

ที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่: สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ลงนามความร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ในโครงการ “การพัฒนาแหล่งเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ชุมชน” โดยมี ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สวทช. และ ผศ.ดร.จำเนียร ยศราช อธิการบดี ม.แม่โจ้ ร่วมลงนามภายในงานสวทช.-วิทย์สัญจร จ.เชียงใหม่ ประจำปี 2563 เพื่อร่วมพัฒนาองค์ความรู้ หลักสูตร แหล่งเรียนรู้ และความร่วมมือวิชาการในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming) ยกระดับประสิทธิภาพการผลิตของภาคการเกษตรไทย

พร้อมกันนี้ คณะผู้บริหาร สวทช. และสื่อมวลชน ลงพื้นที่ ม.แม่โจ้ สัมผัสตัวอย่างความร่วมมือด้านเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะที่แปลงวิจัยลำไย และทดสอบการใช้เทคโนโลยีสถานีตรวจวัดสภาพอากาศเพื่อการเกษตร และระบบการให้น้ำอัตโนมัติสำหรับพืชไร่และพืชสวน ผ่าน Smart IoT รวมถึงเยี่ยมชมแปลงทดสอบผลิตมะเขือเทศสายพันธุ์ใหม่ของ สวทช. ในระบบเกษตรอินทรีย์

(27 ก.พ. 63 ) จังหวัดสุพรรณบุรี : กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กำหนดจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนางานวิจัยและการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อพัฒนาอาชีพและยกระดับคุณภาพชีวิตในชุมชน

โดยอาศัยความเชี่ยวชาญจากทั้งสองหน่วยงานในการสนับสนุนงานวิจัยและผลักดันให้เกิดการพัฒนาองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) อีกทั้งเป็นการร่วมกันพัฒนาแหล่งเรียนรู้ สาธิต และทดสอบเทคโนโลยีด้านเกษตรและอาหาร เพื่อยกระดับประสิทธิภาพรวมถึงคุณภาพการผลิตสินค้าเกษตรและอาหารปลอดภัย นำไปสู่การสร้างมูลค่าและรายได้ให้กับชุมชนต่อไป โดยมีนางสาววิราภรณ์ มงคลไชยสิทธิ์ รองผู้อำนวยการ สวทช. และ นายศิโรจน์ ผลพันธิน อธิการบดีมหาวิทยาลัยสวนดุสิต เป็นผู้ลงนามความร่วมมือในครั้งนี้

Cover SCI UPDATE: “Crab Bank” เครื่องอนุบาลปูม้าแบบอัตโนมัติ ช่วยฟื้นฟูปูม้าไทย


นักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี อาสาร่วมแก้ปัญหาปริมาณปูม้าลดลงจนใกล้วิกฤติ เหตุจากการทำประมงเชิงพาณิชย์อย่างขาดจิตสำนึก โดยนำภูมิปัญญาชาวบ้านเรื่องการฟื้นฟูปริมาณปูม้า ผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่ ได้เป็น “Crab Bank” เครื่องอนุบาลปูม้า ที่เพิ่มอัตราการรอดของลูกปูได้สูงถึง 10 เท่าตัว

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สวทช.) โดยเมืองนวัตกรรมอาหาร (Food Innopolis) ร่วมกับ Food Factors บริษัทในเครือบุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด และ KCG Corporation จัดงาน “การแข่งขันประกวดนวัตกรรมอาหาร Food Innopolis Innovation Contest 2020” ระหว่างวันที่ 22 - 23 กุมภาพันธ์ 2563 ณ ลาน Helix Garden ชั้น 5 ห้างเอ็มควอเทียร์ กรุงเทพฯ ในหัวข้อ Local Ingredient (วัตถุดิบพื้นถิ่น) และ Future Protein (โปรตีนแห่งอนาคต) เพื่อสนับสนุนให้นิสิตนักศึกษาระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษาในสาขาที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอาหาร รวมทั้งอาจารย์ นักวิจัย และบุคคลทั่วไปที่สนใจจากทั่วประเทศ ที่มีแนวคิดหรือผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอาหารต้นแบบ ได้ประยุกต์ใช้ความรู้และความสามารถด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลอดจนความรู้ทางธุรกิจ ในการสร้างนวัตกรรมด้านอาหาร โดยมีทีมผ่านเข้ารอบสุดท้ายจำนวน 31 ทีม แบ่งเป็นรุ่น Light Weight นิสิตนักศึกษาระดับปริญญาตรี 16 ทีม และรุ่น Heavy Weight นิสิตนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา อาจารย์ นักวิจัย และบุคคลทั่วไป จำนวน 15 ทีม ผลปรากฏว่า รางวัลชนะเลิศประเภทรุ่น Light Weight ในหัวข้อวัตถุดิบพื้นถิ่น ได้แก่ Hi-Hi (ฮิฮิ) ม.รังสิต หัวข้อโปรตีนแห่งอนาคต ได้แก่ TUwingle ม.ธรรมศาสตร์ ส่วนประเภท Heavy Weight ในหัวข้อวัตถุดิบพื้นถิ่น ได้แก่ Musava จาก ม.สงขลานครินทร์ หัวข้อโปรตีนแห่งอนาคต ได้แก่ Amimor น้ำอัดลมเพื่อสุขภาพ บริษัท วรห จำกัด และสุดยอดรางวัล Grand Prize ตัวแทนนักศึกษาไทยไปดูงานต่างประเทศ ได้แก่ TUwingle ม.ธรรมศาสตร์

โดยวันแรกของการเปิดงานได้รับเกียรติจาก ดร.ฐิตาภา สมิตินนท์ รองผู้อำนวยการ สวทช. และผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี (TMC) พร้อมด้วย ดร.อัครวิทย์ กาญจนโอภาษ รักษาการผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. และผู้อำนวยการเมืองนวัตกรรมอาหาร (Food Innopolis) ร่วมด้วยผู้บริหารหน่วยงานสนับสนุนหลักการจัดงาน Food Factors ได้แก่ คุณพร ดารีพัฒน์ Executive Vice President Food Factors และคุณตุลย์ มหาวัจน์ Marketing Activation Manager บุญรอดบริวเวอรี่ และ KCG ได้แก่ คุณตง ธีระนุสรณ์กิจ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร KCG และ ดร.วาทิต ตมะวิโมกษ์ กรรมการผู้อำนวยการ KCG ร่วมในพิธีเปิดงาน และร่วมชมงาน

3 ข้อคาใจเกี่ยวกับหน้ากากอนามัยที่ควรรู้

  • ข้อที่ 1 : หน้ากากอนามัยป้องกันเชื้อโรคได้แค่ไหน หน้ากากอนามัยทำจากวัสดุสังเคราะห์เรียงกันอย่างน้อย 3 ชั้นนอก : เคลือบกันน้ำ ช่วยป้องกันละอองฝอย เช่น น้ำลาย น้ำมูก จากผู้ป่วย ชั้นกลาง : เป็นแผ่นกรอง ช่วยดักเชื้อโรคและฝุ่น ชั้นใน : มีผิวสัมผัสนุ่ม ช่วยซึมซับละอองฝอยจากตัวเราไม่ให้แพร่กระจายออกไป
  • ข้อที่ 2 : คนป่วยโชว์ด้านสี คนสบายดีใส่ตรงข้ามจริงหรือ : ป่วยหรือไม่ป่วยก็ควรใส่ด้านสีออก เพราะการเคลือบกันน้ำช่วยป้องกันละอองฝอยที่มีเชื้อโรคจากภายนอกมาเกาะ และใส่ด้านสีขาวที่มีความนุ่มไว้ข้างในเพื่อดูดซับละอองฝอยจากตัวเรา ถ้าหันด้านสีเข้า เวลาเราไอหรือจาม ละอองฝอยจะเปียกเปื้อนหน้า ส่วนด้านนุ่มที่หันออกก็จะดูดซับเอาเชื้อโรคจากภายนอกมาสะสมไว้ใกล้ปากกับจมูกเรา
  • ข้อที่ 3 : ทิ้งหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วอย่างไรไม่ให้เป็นภาระ หน้ากากอนามัยเป็นขยะติดเชื้อ เมื่อเลิกใช้ควรพับและม้วนก่อนแยกทิ้งลงถังขยะติดเชื้อหรือแยกรวมใส่ถุงใส มัดให้แน่น แล้วทิ้งลงขยะทั่วไป


ข้อมูลจาก : กระทรวงสาธารณสุข

24 ก.พ. 63 ณ Pantip E-Sport Arena ศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์ ประตูน้ำ : กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ องค์กรสำรวจอวกาศแห่งญี่ปุ่น หรือแจ็กซ่า (Japan Aerospace Exploration Agency: JAXA) และองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐ หรือนาซา (National Aeronautics and Space Administration : NASA) และหน่วยงานพันธมิตร

แถลงข่าวเปิดตัว “โครงการแข่งขัน Space Flying Robot Programming Challenge 2020” ซึ่งได้จัดแข่งขันขึ้นเป็นครั้งแรกของประเทศไทย เปิดโอกาสให้เยาวชนไทยในทุกระดับชั้นการศึกษาจนถึงระดับปริญญาตรี เข้าร่วมการแข่งขัน โดยมีรางวัลรวมมูลค่ากว่า 200,000 บาท มุ่งส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพเยาวชนไทยในด้านสะเต็ม เตรียมบุคลากรให้พร้อมกับนโยบายประเทศไทย 4.0

21 กุมภาพันธ์ 2563 ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จังหวัดปทุมธานี : บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) จับมือ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ลงนามความร่วมมือการสนับสนุนการพัฒนาเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor of Innovation: EECi) เพื่อร่วมวิจัยและพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรม 4.0 โดยมี นายพงศธร ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) และ ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมลงนาม

การลงนามความร่วมมือการสนับสนุนการพัฒนาเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) ในครั้งนี้ ปตท.สผ. และ สวทช. จะดำเนินกิจกรรมวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมร่วมกัน ทั้งด้านองค์ความรู้ การพัฒนาด้านบุคลากร โครงสร้างพื้นฐาน เพื่อตอบโจทย์ทางธุรกิจและช่วยยกระดับอุตสาหกรรมของประเทศต่อไปในอนาคต

กรุงเทพฯ-กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ดร.จุลเทพ ขจรไชยกูล ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ(เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เป็นตัวแทนร่วมลงนาม 'พันธมิตรภาครัฐ-เอกชน ยกระดับอุตสาหกรรมระบบรางไทย' บูรณาการความร่วมมือพันธมิตรระบบรางภาครัฐ/สถาบันการศึกษา รวม 15 หน่วยงาน สร้างสรรค์อุตสาหกรรมระบบรางไทย ครอบคลุมด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยี วิจัยและพัฒนา มาตรฐานระบบราง อุตสาหกรรมระบบราง ทดสอบและการทดลอง พัฒนาทรัพยากรบุคคล หวังช่วยเสริมประสิทธิภาพระบบขนส่งทางรางและความปลอดภัยในการให้บริการเดินรถไฟ ยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมชิ้นส่วนและผลิตภัณฑ์ระบบรางให้เป็นไปตามมาตรฐานระบบรางของประเทศและมาตรฐานสากล ช่วยเพิ่มขีดความสามารถด้านการทดสอบวิเคราะห์ด้านระบบราง สนับสนุนการผลิตชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) ทดแทนการนำเข้า สนับสนุนการผลิตบุคลากรและผู้เชี่ยวชาญวิจัยด้านระบบราง ตลอดจนวิจัยและพัฒนาแก้โจทย์ปัญหาด้านระบบรางของประเทศ สร้างความยั่งยืนให้ระบบรางของไทย

สำหรับการลงนามความร่วมมือในวันนี้ (19 กุมภาพันธ์ 2563) ได้รับเกียรติจาก ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. และ นายสุชาติ โชคชัยวัฒนากร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำคมนาคม ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนาม โดยมี ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว. และ นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง 13 หน่วยงาน ประกอบด้วย การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตขอนแก่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมลงนามอย่างเป็นทางการ

ณ ห้องบรรยาย 1 อาคารบ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 15 - 16 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยสถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (สท.) จัดอบรมเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ “ฉลาดคิด ฉลาดปลูก ฉลาดขาย ให้ได้มะเขือเทศคุณภาพ” แก่เกษตรกรและผู้สนใจภาคการเกษตร เพื่อส่งเสริมให้เป็นสมาร์ทฟาร์มเมอร์ (Smart Farmer) ที่มีความพร้อม ความรู้ และความเชี่ยวชาญในการประกอบอาชีพด้านการเกษตรตลอดห่วงโซ่การผลิตทางการเกษตร ซึ่งมีผู้เข้าร่วมอบรมมากกว่า 30 คน

ภายในงาน มีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเป็นนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญในการผลิตมะเขือเทศผลสดจาก มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมมอบความรู้ในเรื่องการผลิตมะเขือเทศ ได้แก่ ศาสตราจารย์ สุชีลา เตชะวงค์เสถียร ในเรื่อง “รู้รอบ จัดการปัจจัยการผลิตมะเขือเทศแบบครบวงจรและการผลิตมะเขือเทศอย่างไรให้ได้คุณภาพ” โดยในวันแรก เน้นการให้ข้อมูลในเรื่องของปัจจัยการผลิตมะเขือเทศผลสดที่สำคัญ เช่น การเตรียมต้นกล้า การเตรียมแปลงปลูกและระบบน้ำ การตัดแต่งกิ่งให้เหมาะสมต่อระยะการเจริญเติบโตของมะเขือเทศในแต่ละช่วง การจัดการปุ๋ยและธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของมะเขือเทศ รวมถึงการกำจัดแมลงศัตรูพืชโดยการใช้ชีวภัณฑ์ในรูปแบบต่างๆ นอกจากปัจจัยการผลิตดังกล่าวมาข้างต้นแล้ว ยังรวมไปถึงการเก็บเกี่ยว ขนย้ายและการเพิ่มมูลค่าผลผลิตให้มีมูลค่าสูงกว่าในปัจจุบันอีกด้วย

กรุงเทพฯ, 20 กุมภาพันธ์ 2563 - สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.อว.) และสิริ เวนเจอร์ส นำเสนอมิติใหม่ของนวัตกรรมยานยนต์เพื่อความสะดวกสบายของการเดินทางในพื้นที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่ ครั้งแรกในไทย! กับเดโม่ “ยานยนต์ขับขี่อัตโนมัติ (Autonomous Vehicle)” จากการผนึกกำลังของ สวทช. และ วศ.อว. ในการติดตั้งเทคโนโลยีควบคุมการขับเคลื่อน ผสานกับแอปพลิเคชั่นเรียกใช้บริการยานยนต์ขับขี่อัตโนมัติสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางซึ่งพัฒนาโดยสิริ เวนเจอร์ส กางโรดแมปเข้มข้ม 8 เดือน มุ่งพัฒนา-ทดลอง-ประมวลการใช้งานยานยนต์ขับขี่อัตโนมัติในสภาวะควบคุมบนพื้นที่ SIRI VENTURES Private Prop Tech Sandbox ที่ T77 Community

โดย สวทช. และ วศ. ตั้งเป้าส่งต่อนวัตกรรมยานยนต์ขับขี่อัตโนมัติต้นแบบ สู่การขยายผลในภาคเอกชนในไตรมาส 2 นี้ ในขณะเดียวกันก็ได้เตรียมโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นในเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) เพื่อช่วยผลักดันให้เกิดเป็นอุตสาหกรรมใหม่ของประเทศ ขณะที่แสนสิริและสิริ เวนเจอร์ส วางแผนต่อยอดผลการทดสอบที่เกิดขึ้นจากความเข้าใจพฤติกรรมของลูกบ้าน สู่แนวทางการให้บริการยานยนต์ขับขี่อัตโนมัติในโครงการที่อยู่อาศัยของแสนสิริในอนาคต

19 ก.พ. 63 ณ อาคาร สวทช. (โยธี) : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เอ็กซ์วายแซดพริ้นติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด แถลงข่าวความพร้อมในการร่วมกันจัดงาน “มหกรรมประกวดเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 19 (The Nineteenth Thailand IT Contest Festival 2020: IT Contest Festival 2020)” ในระหว่างวันที่ 4 - 6 มีนาคม 2563 ณ ไอส์แลนด์ฮอลล์ ชั้น 3 ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ กรุงเทพฯ 

ภายใต้แนวคิด “I’ll find you: ค้นหาสุดยอดผลงาน STEM” โดยภายในการจัดงาน จะมีการประกวดแข่งขันสุดยอดผลงานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี คอมพิวเตอร์ โทรคมนาคม สารสนเทศ และนวัตกรรม ของเยาวชนไทยจากทั่วประเทศ รวมกว่า 260 ผลงาน จาก 3 กิจกรรม คือ การแข่งขันพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์แห่งประเทศไทย ครั้งที่ 22 (NSC 2020) จำนวน 136 ผลงาน การประกวดโครงงานของนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ครั้งที่ 22 (YSC 2020) จำนวน 64 ผลงาน และโครงการโรงประลองต้นแบบทางวิศวกรรม (Fabrication Lab) ตอน “ประลองความคิด ประดิษฐ์นวัตกรรมเพื่อชุมชน หรือ FabLab จำนวน 60 ผลงาน เพื่อสร้างค่านิยม ส่งเสริมการต่อยอด และสร้างกำลังคนรุ่นใหม่ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

17 กุมภาพันธ์ 2563 กรุงเทพมหานคร : สภาวิศวกร ร่วมกับที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สมาพันธ์สภาวิชาชีพแห่งประเทศไทย สมาคมนักเรียนทุนรัฐบาลไทย และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สลจ.) จัดงานเสวนา “รวมพลังปัญญา แก้ปัญหา ฝุ่นพิษ” พร้อมเปิดมุมมองนักวิชาการ ภาครัฐ และมหาวิทยาลัยชั้นนำของเมืองไทย ด้านคุณภาพอากาศ ภัยฝุ่น เทคโนโลยีเตือนภัย สู่การร่างนโยบายสาธารณะเสนอรัฐ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาที่ใช้ได้จริงทั้งระยะสั้นและยาวอย่างยั่งยืน เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี ของคนไทยหลังสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 กลายเป็นปัญหาเรื้อรัง

โดยภายในงานมีนักวิชาการชั้นนำของประเทศไทยร่วมเสวนา นำโดย ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นายกสภาวิศวกร ประธาน ทปอ. นายกสมาคมนักเรียนทุนรัฐบาลไทย อธิการบดี สลจ. และประธานกรรมการบริหารสมาพันธ์สภาวิชาชีพแห่งประเทศไทย ดร.ศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรม ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ (NSD) สวทช. ดร.ประเสริฐ ตปนียางกูร เลขาธิการสภาวิศวกรและอดีตกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ศ.ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล รองคณบดี ด้านยุทธศาสตร์นวัตกรรม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และอนุกรรมการสภาวิศวกร และรศ.นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล หัวหน้าสาขาโรคระบบการหายใจและวัณโรคภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล จัดเวทีเสวนาเพื่อระดมสมองนักวิชาการระดับแนวหน้าของเมืองไทย ในการฝ่าวิกฤตฝุ่นพิษ ที่กระทบเศรษฐกิจ และสุขภาพปอดของคนไทยเพื่อสร้างความยั่งยืนคุณภาพชีวิตและร่วมเป็นหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย

ที่ ริมปิงออร์แกนิคฟาร์ม จ.เชียงใหม่ : กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์พันธุ์วิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) มีการขยายผลการนำผลงานวิจัย ไวรัสเอ็น พี วี (NPV) เพื่อใช้ในการควบคุมแมลงศัตรูพืชได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในพื้นที่ ริมปิงออร์แกนิคฟาร์ม อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ตอบโจทย์ความต้องการของฟาร์มออร์แกนิค สร้างความปลอดภัยให้เกษตรกรและผู้บริโภค รวมถึงตั้งเป้านำเทคโนโลยีด้านจีโนมมาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เพื่อรองรับความต้องการภาคเกษตรกรรมในอนาคต

จากสถานการณ์ปัจจุบันที่คนยุคใหม่ให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องการรักสุขภาพ หันมาสนใจบริโภคพืชผักผลไม้มากขึ้น ดังนั้น การทำให้พืชผักผลไม้ปลอดสารพิษจึงเป็นแนวทางสำคัญเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค ประกอบกับการที่รัฐบาลมีนโยบายที่จะห้ามนำเข้าสารเคมีทางการเกษตร 3 ชนิด (พาราควอต ไกลโฟเซต คลอร์ไพริฟอส) โดยเฉพาะสารคลอร์ไพริฟอส ซึ่งเป็นสารเคมีที่เกษตรกรนิยมนำมาใช้กำจัดแมลงศัตรูพืช ดังนั้น การส่งเสริมให้เกษตรกรมาใช้สารชีวภัณฑ์ (คือ ผลิตภัณฑ์ป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่ผลิตหรือพัฒนามาจากสิ่งมีชีวิตไม่ว่าจะเป็นพืช สัตว์ หรือจุลินทรีย์) ในการกำจัดแมลงศัตรูพืช จึงเป็นทางเลือกหนึ่งให้กับเกษตรกรเพื่อใช้ทดแทนสารเคมี และเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับเกษตรกรที่มุ่งมั่นจะทำการเกษตรแบบอินทรีย์ เพื่อสุขภาพที่ดีของประชาชน

สตรีทฟู้ดอยู่คู่กับเมืองไทยมาช้านาน เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย และเป็นอาหารของประชาชนชาวไทยได้ทุกมื้อตั้งแต่อาหารเช้า ถึงอาหารมื้อค่ำ เป็นทั้งอาหารมื้อหลัก อาหารมื้อรอง เครื่องดื่ม ขนม จากอดีตถึงปัจจุบันสตรีทฟู้ดเป็นจุดขายที่โดดเด่นของประเทศ เมื่อปี 2559-2560 สำนักข่าว CNN ของสหรัฐอเมริกา ได้จัดอันดับให้กรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของประเทศไทยเป็นเมืองที่มีอาหารริมทาง (Street Food) ที่ดีที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก สตรีทฟู้ดตอบโจทย์ผู้บริโภคในเรื่องของ ความสะดวก ประหยัด หาได้ง่าย จนเป็นสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิตโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนเมือง จากการสำรวจพบว่าผู้บริโภค 76% ซื้ออาหารสตรีทฟู้ดบริโภคเป็นประจำ โดยสตรีทฟู้ดเป็นไฮไลท์ด้านวัฒนธรรมที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาท่องเที่ยวประเทศไทย ให้มาลิ้มลองอาหารไทยที่มีความหลากหลาย โดดเด่นทั้งในเรื่องของรสชาติ ที่เป็นแบบดั้งเดิม อร่อยแบบไทย ๆ รวมไปถึงการที่ได้เห็นทักษะ ลีลา และเทคนิคที่ใช้ในการประกอบอาหาร ที่นักท่องเที่ยวไม่เคยพบเห็นมาก่อน
 
“สวทช. โดย ศูนย์บริการปรึกษาการออกแบบและวิศวกรรม (DECC) ได้ดำเนินการพัฒนานวัตกรรมรถเข็นรักษ์โลกในเวอร์ชันที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำเร็จแล้วในวันนี้ และยังมีเป้าหมายส่งมอบนวัตกรรมรถเข็นรักษ์โลก จำนวนไม่น้อยกว่า 100 คัน ให้กับผู้ประกอบการสตรีทฟู้ดได้ใช้งานจริงในการประกอบกิจการ อีกทั้งยังมีการสนับสนุนงบประมาณบางส่วนเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระผู้ประกอบการและกระตุ้นให้เกิดการใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม โดยวางรูปแบบการพัฒนาแบ่งเป็น 4 โมเดลหลักเพื่อตอบโจทย์การใช้งานของผู้ประกอบการสตรีทฟู้ด ดังนี้

1) รถเข็นน้ำหนักเบาพร้อมระบบน้ำดี, ถังบำบัดและซิงค์น้ำ

2) รถเข็นน้ำหนักเบาพร้อมระบบน้ำดี, ถังบำบัดและซิงค์น้ำ +ระบบดูดควัน

3) รถเข็นน้ำหนักเบาพร้อมระบบน้ำดี, ถังบำบัดและซิงค์น้ำ+ ระบบดูดควัน + หัวเตาแก๊ส 2 หัว 

4) ระบบตู้เก็บความเย็นพร้อมแท่นรับพ่วงข้าง

ซึ่งภายใต้โครงการนี้ สวทช. จะทำให้ราคาเป้าหมายของรถเข็นนวัตกรรรมรักษ์โลก เป็นราคาที่ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงได้ อีกทั้งยังช่วยให้พ่อค้าแม่ค้าสตรีทฟู้ดควบคุมต้นทุนและคุณภาพได้ และลูกค้าเองได้ประโยชน์ ได้ดูแลสิ่งแวดล้อม เนื่องจากรถเข็นนวัตกรรมรักษ์โลกนี้ จะข่วยลดปริมาณการปล่อยชองเสียและส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วย

โครงการนี้ ธนาคารออมสินจะช่วยแบ่งเบาภาระให้กับผู้ประกอบการ โดยมีงบประมาณสนับสนุนส่วนหนึ่งเพื่อให้ผู้ประกอบการได้ใช้รถเข็นนวัตกรรรมรักษ์โลกนี้ ในราคาเพียง 20,000 บาท และยังมีแคมเปญเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำจากธนาคารออมสิน ซึ่งเป็นแคมเปญพิเศษที่จัดขึ้นเพื่อผู้ประกอบการภายในโครงการนี้เท่านั้น จำกัดเพียง 100 รายแรก จึงขอเชิญชวนผู้ประกอบการพ่อค้าแม่ค้าเข้ารับเอกสิทธิ์ดังกล่าวโดยสมัครเข้าร่วมโครงการ

ดาวน์โหลดรายละเอียดและแบบฟอร์มใบสมัคร DOC | PDF

14 กุมภาพันธ์ 2563 กรุงเทพฯ - สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย ศูนย์บริการปรึกษาการออกแบบและวิศวกรรม (DECC) จัดงานแถลงข่าว “เปิดตัวนวัตกรรมรถเข็นรักษ์โลกเพื่อสตรีทฟู๊ด” ที่มีการพัฒนาและออกแบบทางวิศวกรรมจนได้รถเข็นที่เป็นนวัตกรรมต้นแบบสำหรับพ่อค้าแม่ค้าที่จะใช้ในการขายอาหารริมทาง ที่มีน้ำหนักเบา มีระบบน้ำดี ถังบำบัดและซิงค์น้ำ ระบบดูดและบำบัดควัน หัวเตาแก๊ส 2 หัว รวมถึงมีตู้เก็บความเย็นพร้อมแท่นรับพ่วงข้าง ตอบโจทย์นโยบาย BCG Economy Model เน้นพัฒนาผู้ประกอบการรายย่อยที่เป็นส่วนขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับฐานราก ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการสตรีทฟู้ดเป็นกลไกสำคัญต่อยอดเศรษฐกิจมหภาค

 ที่มีการพัฒนาและออกแบบทางวิศวกรรมจนได้รถเข็นที่เป็นนวัตกรรมต้นแบบสำหรับพ่อค้าแม่ค้าที่จะใช้ในการขายอาหารริมทาง ที่มีน้ำหนักเบา มีระบบน้ำดี ถังบำบัดและซิงค์น้ำ ระบบดูดและบำบัดควัน หัวเตาแก๊ส 2 หัว รวมถึงมีตู้เก็บความเย็นพร้อมแท่นรับพ่วงข้าง ตอบโจทย์นโยบาย BCG Economy Model เน้นพัฒนาผู้ประกอบการรายย่อยที่เป็นส่วนขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับฐานราก ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการสตรีทฟู้ดเป็นกลไกสำคัญต่อยอดเศรษฐกิจมหภาค

SCI UPDATE: ‘ข้าวหอมนาคา’ ข้าวเหนียวสะเทินน้ำสะเทินบก สายพันธุ์แรกของไทย

ไบโอเทค สวทช. เปิดตัวข้าวเหนียวพันธุ์ใหม่ ‘หอมนาคา’ สะเทินน้ำสะเทินบก

‘ข้าวเหนียว’ เป็นตัวแทนความมั่นคงทางอาหารของพื้นที่ภาคเหนือและอีสาน เพราะเป็นอาหารหลักของคนในพื้นที่ แต่ด้วยบริบทที่ไม่เป็นใจ ทุ่งนาลุ่มน้ำโขงจึงต้องเผชิญภัยธรรมชาติทั้งอุทกภัยและความแห้งแล้ง จนแทบไม่เคยได้ปริมาณผลผลิตทัดเทียมพื้นที่อื่นซึ่งอุดมสมบูรณ์กว่า

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พัฒนา ‘ข้าวหอมนาคา’ ข้าวเหนียวพันธุ์ใหม่ที่ทนทานต่อภาวะน้ำท่วมฉับพลัน ทนแล้ง และทนโรค ถือเป็น ‘ข้าวเหนียวสะเทินน้ำสะเทินบก’ สายพันธุ์แรกของไทย

13 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเชียงใหม่ - สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดงาน “สวทช.-วิทย์สัญจร วิจัยเข้มแข็ง เสริมแกร่งภูมิภาค: นวัตกรรมสร้างสรรค์ พันธมิตรร่วมใจ ล้านนาก้าวไกล ด้วย วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม”

นำเสนอผลงานนวัตกรรมและบริการของ สวทช. พร้อมเดินหน้าตอบโจทย์การพัฒนาประเทศภายใต้ BCG Economy Model ขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาค ถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่การใช้ประโยชน์ในท้องถิ่นอย่างแท้จริง

(7 กุมภาพันธ์ 2563) : กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมมือกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม กระทรวงกลาโหม (กห.) ลงนามความร่วมมือ “โครงการจัดตั้งและดำเนินการศูนย์ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมแบตเตอรี่ล้ำสมัยที่ผลิตจากวัตถุดิบภายในประเทศเพื่อความมั่นคง” เพื่อเป็นหน่วยงานหลักในการวิจัยนวัตกรรมแบตเตอรี่ที่ผลิตจากวัตถุดิบภายในประเทศเพื่อความมั่นคงแบบสหสาขาวิชา และเป็นศูนย์กลางในเครือข่ายงานวิจัยนวัตกรรมแบตเตอรี่ที่ผลิตจากวัตถุดิบภายในประเทศเพื่อความมั่นคงร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน

โดยศูนย์ดังกล่าวจะอาศัยความเชี่ยวชาญของบุคลากรของทั้งสามหน่วยงาน เพื่อร่วมกันทำงานวิจัยและพัฒนาทางด้านนวัตกรรมแบตเตอรี่ฯ สร้างองค์ความรู้พื้นฐานและเชิงประยุกต์แบบสหสาขาวิชา (Multidisciplinary Basic/Applied Research) พร้อมผลักดันองค์ความรู้ เทคโนโลยี และผลงานวิจัยสู่ผู้ใช้ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมด้านนวัตกรรมแบตเตอรี่ที่ผลิตจากวัตถุดิบภายในประเทศเพื่อความมั่นคงของประเทศไทยต่อไป โดยมี รศ.นพ. สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวง อว. เป็นประธานในการลงนาม พร้อมด้วย พลเอก นภนต์ สร้างสมวงษ์ รองปลัดกลาโหม พลโท คงชีพ ตันตระวาณิชย์ ผู้แทน เจ้ากรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม กระทรวงกลาโหม ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สวทช. ร่วมลงนาม

Sciupdate Cover Whey Protein


"เครื่องดื่มเวย์โปรตีน” กำลังมาแรงในกลุ่มผู้รักสุขภาพ นักกีฬา และผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกาย ล่าสุดผู้ประกอบการไทยร่วมกับนักวิจัยไบโอเทค สวทช. พัฒนาสูตร “เวย์โปรตีนพร้อมดื่ม” ที่มีโปรตีนสูง รสชาติอร่อย ที่สำคัญยังเก็บรักษาได้นานโดยไม่ต้องแช่เย็น เพิ่มความสะดวกให้ผู้บริโภคยุคใหม่

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) และเครือข่ายพันธมิตร จัดโครงการประกวดนวัตกรรมเครื่องสำอาง (CosmeNovation) ภายใต้ โครงการเชื่อมโยงธุรกิจนวัตกรรมเครื่องสำอางสู่ตลาดต่างประเทศ ปี 2563 (CIB 2020*) เพื่อคัดเลือกผู้ประกอบการไทยที่มีความโดดเด่นด้านนวัตกรรมสารสกัด หรือสารออกฤทธิ์จากธรรมชาติเพื่อใช้ในผลิตภัณฑ์เวชสำอาง โดยเน้นสารที่มีคุณสมบัติด้านการชะลอวัย (Anti-aging) เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าร่วมงานแสดงสินค้า Cosmetic 360 ณ ประเทศฝรั่งเศส

โดยผู้ผ่านการคัดเลือกจะได้เข้าร่วมการเสริมทักษะเตรียมความพร้อม (Masterclass) จากผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 ครั้งและได้รับการช่วยเหลือด้านการทดสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัยโดยนักวิจัยพี่เลี้ยง (Mentor) พร้อมการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการทดสอบถึง 400,000 บาท นอกจากนี้ ผู้ผ่านการคัดเลือกในรอบสุดท้ายจะได้นำสินค้าไปออกแสดงในงาน Cosmetic 360 ที่ประเทศฝรั่งเศส โดยได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเดินทางมูลค่าถึง 80,000 บาท

ไม่จริง ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ผสมกับไวรัสไข้หวัดนก H5N1 จนเป็นเชื้อรุนแรง

ข้อมูลจาก: ห้องปฏิบัติการไวรัสวิทยาและเซลล์เทคโนโลยี ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สวทช.

2 กุมภาพันธ์ 2563 นักวิจัย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เข้ารับรางวัลการวิจัยแห่งชาติในงาน “วันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2563” จัดโดย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นทุกปี เพื่อระลึกถึงวันประวัติศาสตร์ของการจดทะบียนและทูลเกล้าฯ ถวายสิทธิบัตรการประดิษฐ์ “เครื่องกลเติมอากาศที่ผิวน้ำหมุนเข้าแบบทุ่นลอย” หรือ “กังหันน้ำชัยพัฒนา” แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศ มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งเป็นสิทธิบัตรในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์พระองค์แรกของไทย และเป็นครั้งแรกของโลก รวมทั้งทรงเป็นแบบอย่างที่ดีกับนักประดิษฐ์ไทยในการสร้างสรรค์ผลงานสิ่งประดิษฐ์ที่ช่วยแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนและสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง โดยมี รศ.นพ. สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวง อว. เป็นประธาน พร้อมด้วย ดร.จุฬารัตน์ ตันประเสริฐ รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยแห่งชาติ (สวทช.) และ ดร.วรรณี ฉินศิริกุล ผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สวทช. เข้าร่วมแสดงความยินดี

โดยผลงานวิจัยที่ได้รับรางวัลประกอบด้วย รางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น รางวัลระดับดีมาก ได้แก่

“นวัตกรรมสารป้องกันน้ำยางพาราสดบูดเน่า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ การผลิตยางแผ่นรมควัน และเพิ่มคุณภาพชีวิตเกษตรชาวสวนยาง” โดย นางฉวีวรรณ คงแก้ว และคณะ จากศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ สวทช.

“OnSpec VULCAN : เครื่องเคลือบฟิล์มบางสำหรับชิปขยายสัญญาณรามาน” โดย ดร.พิทักษ์ เอี่ยมชัย และคณะ จากศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สวทช.

“KidBright: บอร์ดส่งเสริมการเรียนโค้ดติ้งและ STEM Education” โดย ดร.เสาวลักษณ์ แก้วกำเนิด และคณะ จากศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สวทช.

และรางวัลประกาศเกียรติคุณ “มายแอร์ : เครื่องประดับตรวจวัดฝุ่นด้วยเซ็นเซอร์ตรวจวัดฝุ่น PM 2.5 แบบกระเจิงแสงขนาดเล็กโดยเทคนิคการส่งผ่านฝุ่นด้วยไมโครปั๊มชนิดเปียโซเพื่อใช้ในการออกแบบเครื่องประดับสำหรับตรวจวัดค่าผุ่นและ AQI แบบฐานเวลาจริง” โดย ดร.อดิสร เตือนตรานนท์ และคณะ จาก สวทช.

31 มกราคม 2563 กรุงเทพฯ ประเทศไทย - Mr. Pirkka Tapiola เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย พร้อมเอกอัครราชทูตกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป และคณะผู้แทนทางการค้าจากประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป เป็นเจ้าภาพจัดการหารือโต๊ะกลมเพื่อเปิดโอกาสในการสร้างและขยายความร่วมมือร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

ในเรื่อง BCG Model: การพัฒนาเศรษฐกิจ 3 มิติ คือ เศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) สำหรับประเทศไทย นำโดยผู้แทนฝ่ายไทยคือ ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วย ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และผู้บริหารจาก สวทช.

1. อุณหภูมิ 2. แสงแดด
3. กรด-เบส 4. สารจำพวก Detergent/Alcohol


ข้อมูลจาก: ห้องปฏิบัติการไวรัสวิทยาและเซลล์เทคโนโลยี ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สวทช.

(30 มกราคม 63) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกและเครื่องมือแพทย์ (A-MED) ร่วมกับ วิทยาลัยแพทยศาสตร์นานาชาติจุฬาภรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และกรมการแพทย์ โดย สถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ จัดพิธีลงนามความร่วมมือทางวิชาการ

โดยมี ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สวทช. ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์อดิศว์ ทัศณรงค์ คณบดีวิทยาลัยแพทยศาสตร์นานาชาติจุฬาภรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ นายแพทย์สกานต์ บุนนาค ผู้อำนวยการสถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ กรมการแพทย์ เป็นผู้ร่วมลงนาม

1. แหล่งต้นเชื้อแพร่ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่สู่คน ยังไม่ทราบชนิด 4. ล้างมือด้วย "น้ำอุ่นหรือน้ำเปล่า" ไม่เพียงพอ
2. สาเหตุการระบาด อาจไม่ใช่ "งู" 5. สั่งของออนไลน์จากจีน โอกาส "ติดเชื้อน้อย"
3. เป็นแล้ว "หายได้" ไม่ตายทุกคน 6. การพัฒนา "ยา/วัคซีน" มีหวัง


ข้อมูลจาก: ห้องปฏิบัติการไวรัสวิทยาและเซลล์เทคโนโลยี ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สวทช.

ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) นำคณะนักวิจัยและผู้ประกอบการไทย ร่วมนำเสนองานวิจัยและศักยภาพการพัฒนาด้านนาโนเทคโนโลยีของประเทศ Thailand Pavilion ในงานนิทรรศการวิชาการนานาชาติ nano tech 2020 (The 19th International Nanotechnology Exhibition and Conference) ระหว่างวันที่ 29-31 มกราคม 2563 ณ ศูนย์นิทรรศการนานาชาติ Tokyo Big Sight กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

โดยได้รับเกียรติจาก นางสาววีรกา มุทิตาภรณ์ผู้อำนวยการกองสนเทศเศรษฐกิจ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ, นายร่มเดช พิศาลพงศ์ อัครราชทูตที่ปรึกษา สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว เปิดงาน ร่วมกับ ดร.วรรณี ฉินศิริกุล ผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ สวทช. พร้อมด้วย ดร.ภาวดี อังค์วัฒนะ ประธานคณะทำงานจัดแสดงนิทรรศการ nano tech 2020 และผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างความร่วมมือด้านการพัฒนาผลงานวิจัยและด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านนาโนสู่ภาคอุตสาหกรรม พร้อมส่งเสริมให้เกิดการลงทุนในประเทศและใน EECi ตลอดจนสร้างความร่วมมือและโครงการร่วมวิจัยกับภาคอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น

ณ โรงแรมปทุมวัน ปริ้นเซส : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์พัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยี (BIC) จัดสัมมนา "โครงการเร่งการเติมโตของผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยีในอุตสาหกรรม (Food Accelerate)" ภายใต้หัวข้อ Future Food Tech

เพื่อเร่งการเติบโตทางธุรกิจอย่างก้าวกระโดด ด้วยการเสริมสร้างศักยภาพของผู้ประกอบการเทคโนโลยีด้านนวัตกรรมอาหารที่มีมูลค่าสูง รวมถึงสร้าง platform เครือข่ายความร่วมมือและการเข้าถึงผู้เชี่ยวชาญ และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันด้านการตลาดและโอกาสขยายธุรกิจ โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมงานกว่า 200 คน โดยมีคุณเฉลิมพล ตู้จินดา ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวเปิดงาน

ท่ามกลางสถานการณ์ปัญหา ‘ฝุ่น PM2.5’ ที่มีความรุนแรงอย่างมากในหลายพื้นที่ทั่วประเทศขณะนี้ วิธีการป้องกันตนเองที่ดีที่สุด คือ ‘การใส่หน้ากากอนามัยที่สามารถป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กระดับ 2.5 ไมครอนได้’ ซึ่งปัจจุบันหน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่น PM2.5 ที่วางขายในท้องตลาดมีหลากหลายประเภท ทั้งแบบหน้ากากอนามัยทั่วไป หน้ากากป้องกัน PM2.5 หรือ หน้ากาก N95 เป็นต้น ซึ่งความแตกต่างของหน้ากากแต่ละประเภท คือประสิทธิภาพในการกรองอนุภาคฝุ่นละอองที่มีขนาดต่างกัน และปริมาณอากาศที่ไหลเข้าไปในหน้ากากโดยไม่ผ่านการกรองได้มากน้อยต่างกัน

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) ขอเชิญผู้ประกอบการทุกกลุ่มอุตสาหกรรม และผู้สนใจทั่วไป ในพื้นที่จังหวัดเชียงรายและใกล้เคียงในเขตภาคเหนือ เข้าร่วมสัมมนาฟรี!! 2 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตร 1: การยกระดับผักและผลไม้ไทย สู่มาตรฐานสากล วันพฤหัสบดีที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 เพื่อรับทราบถึงมาตรฐานของเอกชนและภาครัฐเพื่ออนาคตเกษตร 4.0 และการพัฒนาระบบมาตรฐานเพื่อเข้าสู่สากล รวมถึงการสร้างโอกาสในการเข้าสู่ตลาดระดับบนโดยมาตรฐาน ThaiGAP และหลักสูตร 2: การพัฒนาเกษตรกรรมสู่ความยั่งยืนด้วยนวัตกรรม 4.0 วันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 เพื่อรับทราบถึงแนวทางการพัฒนาเป็นเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farmer) โดยทั้ง 2 หลักสูตรจะจัดขึ้นระหว่างเวลา 08.30 - 16.00 น. ณ โรงแรมแกรนด์ วิสต้า จ.เชียงราย ด่วน! รับเพียง 50 ท่านต่อหลักสูตร เฉพาะผู้ประกอบการที่จดทะเบียนนิติบุคคลเท่านั้น หมดเขตรับสมัครภายใน 14 กุมภาพันธ์ นี้ ผู้สนใจแจ้งความประสงค์ได้ที่อีเมล This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. หรือสอบถาม โทร. 063 915 6656, 0 2564 7000 ต่อ 1301

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ สถาบันอุดมศึกษาชั้นนำของประเทศ จัดกิจกรรมบรรยายพิเศษและนำเสนอรายงานความก้าวหน้าผลการศึกษาวิจัยเพื่อปริญญานิพนธ์ ทุนปริญญานิพนธ์ โครงการสร้างปัญญาวิทย์ ผลิตนักเทคโน (YSTP: Young Scientist and Technologist Program) และนำเสนอรายงานความก้าวหน้าผลงานวิจัยเพื่อวิทยานิพนธ์ ทุนระดับบัณฑิตศึกษา โครงการทุนสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทย (TGIST: Thailand Graduate Institute Science and Technology) เพื่อเพิ่มพูนความรู้ สร้างความเข้าใจ และรับทราบวิสัยทัศน์และพันธกิจงานพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจากผู้บริหารของ สวทช. รวมถึงได้รับการแบ่งปันประสบการณ์ทางวิชาการและประสบการณ์ชีวิตจากนักวิจัยรุ่นพี่ อีกทั้งได้นำเสนอผลการปฏิบัติงานวิจัยภายใต้ความร่วมมือระหว่างอาจารย์ที่ปรึกษามหาวิทยาลัย และนักวิจัย สวทช. รวมถึงการแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็นร่วมกันระหว่างอาจารย์ นักวิจัย และนักศึกษาทุน สร้างความมุ่งมั่นในการทำวิจัย พร้อมประสบการณ์ก่อนการไปนำเสนอผลงานในเวทีวิชาการทั้งในและต่างประเทศ

27 ม.ค. 63 ณ อาคารสำนักงานกลาง อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี - ศ.ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ ที่ปรึกษาอาวุโสผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และประธานกรรมการคณะกรรมการเทคนิคด้านเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกและเครื่องมือแพทย์ ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกและเครื่องมือแพทย์ (A-MED)

รับมอบใบรับรองการบริหารจัดการคุณภาพอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ ISO 13485:2016 จาก คุณฉัตวิทัย ตันตราภรณ์ General Manager จากบริษัท TÜV SÜD (Thailand) จำกัด เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้งานและผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมในการที่จะรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อนำไปใช้ผลิตในเชิงพาณิชย์

หากเอ่ยถึงวัตถุดิบที่ใช้ปูพื้นหรือทำถนนคงต้องยกนิ้วให้ “ยางมะตอย (Asphalt)” เพราะด้วยคุณสมบัติเด่นที่มีความยืดหยุ่นสูง รับแรงกระแทกได้ดี พื้นผิวมีความขรุขระเล็กน้อยช่วยลดการลื่นไถล อีกทั้งยังทนทานต่อสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย ทว่าแม้จะมีคุณสมบัติดีเพียงไร ที่ผ่านมาการใช้งานก็ยังถูกจำกัดอยู่เฉพาะพื้นที่ขนาดใหญ่เท่านั้น

22 มกราคม 2563 ณ บางแสน จ.ชลบุรี : กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย โปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) ร่วมกับ ภาควิชาเทคโนโลยีการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ศูนย์วิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมระบบไซเบอร์-กายภาพทางการผลิต และสำนักวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) จัดสัมมนาหัวข้อ “บรรจุภัณฑ์สำหรับ SME: ไม่รู้ ไม่รอด” เพื่อให้ผู้ประกอบการ SME ในเขตจังหวัดชลบุรีและจังหวัดใกล้เคียงในเขตพื้นที่ EEC กว่า 100 ราย

ได้รับความรู้และคำปรึกษาแนะนำในการพัฒนาระบบอุตสาหกรรมด้วยการพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรม และการผลิตบรรจุภัณฑ์รูปแบบต่างๆ ให้มีคุณสมบัติในการใช้งานที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการทางการตลาด และวิถีชีวิตของผู้บริโภคสมัยใหม่ พร้อมทั้งการลดต้นทุนบรรจุภัณฑ์ เพื่อการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด และแข่งขันได้ในตลาดโลก

22 มกราคม 2563 ณ สำนักงานใหญ่ การบินไทย ถนนวิภาวดีรังสิต - นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ โครงการบริหารจัดการห่วงโซ่การผลิตอาหารเพื่อลดการสูญเสียทางด้านทรัพยากร (Food Waste Management) ระหว่างบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด กับ Food Innopolis สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

โดยมี นายณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ นายสุเมธ ดำรงชัยธรรม กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทยฯ และ นางชาริตา ลีลายุทธ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ฯ ร่วมลงนาม พร้อมด้วยพลอากาศเอก ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ประธานกรรมการ บริษัท การบินไทยฯ ร่วมในพิธี

กรุงเทพฯ - บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ร่วมกับ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พร้อมหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน และกลุ่มเมกเกอร์ในประเทศไทย จัดงาน “Maker Faire Bangkok 2020: THE FUTURE WE MAKE” มหกรรมการแสดงผลงานสิ่งประดิษฐ์และการรวมตัวของเมกเกอร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีเมกเกอร์ชาวไทยและต่างประเทศร่วมแสดงผลงาน สิ่งประดิษฐ์ และนวัตกรรมหลากหลายแขนง กว่า 60 บูธ

พร้อมด้วยเวิร์กช็อปอีกมากมายที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้สัมผัสวัฒนธรรมเมกเกอร์และเข้ามามีส่วนร่วมในการเนรมิตอนาคตที่ดีให้แก่ประเทศไทยและโลกใบนี้ด้วยตัวคุณเอง โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18 - 19 มกราคม 2563 ณ ลานหน้าศูนย์การค้าเดอะสตรีท รัชดา โดยผลการประกวดโครงการ “Enjoy Science: Young Makers Contest ปี 4” ภายใต้งาน Maker Faire Bangkok 2020

ด้วยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยาง (Nanyang Technological University : NTU) สาธารณรัฐสิงคโปร์ ได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายทุนการศึกษาแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อพระราชทานแก่นักเรียนไทยที่มีคุณสมบัติตามข้อกำหนดของมหาวิทยาลัย ไปศึกษาต่อในสาขาวิศวกรรมศาสตร์ ระดับปริญญาเอก ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยาง ประจำปีการศึกษา 2563 (ค.ศ. 2020) หลักสูตรภาษาอังกฤษ จำนวน 2 ทุน (ไม่มีข้อผูกพันการชดใช้ทุน) ดังรายละเอียดต่อไปนี้

  • ประกาศรับสมัครคัดเลือก [pdf]
  • ใบสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อรับทุนการศึกษาไปศึกษาวิชา ณ มหาวิทยาลัยซีอานเจียวทง [pdf] [docx]

ด้วยมหาวิทยาลัยซีอานเจียวทง (Xi'an Jiaotong University : XJTU) สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายทุนการศึกษาแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อพระราชทานแก่นักเรียนไทยที่มีคุณสมบัติ ตามข้อกำหนดของมหาวิทยาลัยไปศึกษาระดับปริญญาโทในสาขาวิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือการจัดการด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยซีอานเจียวทง สาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำปีการศึกษา 2563 (ค.ศ. 2020) หลักสูตรภาษาอังกฤษ จำนวน 3 ทุน (ไม่มีข้อผูกพันการชดใช้ทุน) ดังรายละเอียดต่อไปนี้

  • ประกาศรับสมัครคัดเลือก  [pdf]
  • ใบสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อรับทุนการศึกษาไปศึกษาวิชา ณ มหาวิทยาลัยซีอานเจียวทง [pdf] [docx]

‘แบรนด์ตะขาบห้าตัว’ ผู้ผลิตยาอมลูกกลอนแก้ไอชื่อดัง ซึ่งได้รับความนิยมจากคนไทยมากว่า 80 ปี ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ใช้นวัตกรรมพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ‘ยาแก้ไอแบบสเปร์ยพ่น’ ขยายฐานกลุ่มเป้าหมายใน 14 ประเทศ เตรียมเปิดตัวแล้วในไตรมาสแรกปี 2563

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) ร่วมกับ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และ ศูนย์วิจัยและพัฒนามาตรฐานสินค้าเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ขอเชิญผู้ประกอบการ SME ในภาคการผลิตและจำหน่ายสินค้าเกษตรและอาหาร และผู้ที่สนใจการค้าและการลงทุน เข้าร่วมกิจกรรม ศึกษาดูงานนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการเกษตร พร้อมเข้าชมงาน BIOFACH JAPAN PAVILION in Foodex Japan 2020 ซึ่งเป็นงานแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการเกษตร ผลิตภัณฑ์อาหาร และมาตรฐานการผลิตที่เป็นสากล เพื่อทราบถึงแนวโน้มการพัฒนาเทคโนโลยี และหารือความร่วมมือทางการค้าและการลงทุน เพิ่มช่องทางการค้าให้กับผู้ประกอบการไทย ณ ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 8 - 13 มีนาคม 2563 ด่วน! รับสมัครเพียง 20 ท่าน ภายใน 14 กุมภาพันธ์ 2563 สำรองที่นั่งได้ที่อีเมล This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. หรือสอบถามเพิ่มเติม โทร. 093 956 1556

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดกิจกรรมมหาวิทยาลัยเด็ก ประเทศไทย ตอน สนุกกับเอนไซม์และนวัตกรรมอาหาร แก่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 110 คน จากโรงเรียนในเขตจังหวัดปทุมธานี และจังหวัดระยอง เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2563 ณ ห้องออดิทอเรียม บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร อุทยานวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย เพื่อสนับสนุนส่งเสริมให้นักเรียนช่างสังเกต รู้จักคิด รู้จักตั้งคำถาม และค้นหาคำตอบ ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในช่วงอายุที่สามารถเรียนรู้ได้สูงสุด สร้างเครือข่ายมหาวิทยาลัยและหน่วยงานพัฒนาเยาวชนวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนากิจกรรมที่มีประสิทธิภาพตามแนวทางโครงการมหาวิทยาลัยเด็ก นำร่องการพัฒนาหลักสูตรและคู่มือกิจกรรมเสริมการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ โดยใช้แนวทาง การลงมือทำด้วยตัวเอง (hands-on) และนำต้นแบบขยายผลสู่โรงเรียน วางรากฐานระยะยาวในการเตรียมพร้อมและสร้างนักวิทยาศาสตร์ วิศวกรรุ่นใหม่ ให้ประเทศไทยมีบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพิ่มขึ้น ทั้งด้านคุณภาพและปริมาณ

ทำเนียบรัฐบาล : พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานและเข้าเยี่ยมชมกิจกรรมงาน “วันเด็กแห่งชาติประจำปี 2563” ในวันที่ 11 มกราคม 2563 ตั้งแต่เวลา 08.00 - 15.00 น. ซึ่ง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมจัดงานวันเด็กฯ ภายใต้หัวข้อ "KidLab with KidBright" เพื่อพัฒนาทักษะความเป็นนวัตกรกับเด็กและเยาวชนไทย ด้วยบอร์ดสมองกลฝังตัวคิดไบร์ท (KidBright) อุปกรณ์เสริมสำหรับการเรียนรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ และวิทยาการคำนวณ เพิ่มความสนุกสนาน กระตุ้น และส่งเสริมเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) ทำให้เกิดคิดสร้างสรรค์ และสามารถต่อยอดสู่การพัฒนาต่อยอดความรู้และเทคโนโลยีด้วยตนเองได้ในอนาคต

ในการนี้ ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สวทช. นางกุลประภา นาวานุเคราะห์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. ดร.กัลยา อุดมวิฑิต รองผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สวทช. ผู้บริหาร และนักวิจัย ให้การต้อนรับ ณ ห้องสีฟ้า ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล จังหวัดกรุงเทพมหานคร

ประกาศรายชื่อผู้ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ


สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์พัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยี (BIC) ขอเชิญผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร สมัครเข้าร่วม “โครงการเร่งการเติบโตของผู้ประกอบการเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมอาหาร (Food Accelerate)” เพื่อเร่งการเติบโตทางธุรกิจอย่างก้าวกระโดด โดยเสริมสร้างศักยภาพของผู้ประกอบการเทคโนโลยีด้านนวัตกรรมอาหารที่มีมูลค่าสูง รวมถึงสร้าง platform เครือข่ายความร่วมมือและการเข้าถึงผู้เชี่ยวชาญ และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันด้านการตลาดและโอกาสขยายธุรกิจ ซึ่ง สวทช. ให้การสนับสนุนผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการในลักษณะเงินสนับสนุนรูปแบบ matching fund ไม่เกิน 75% ของค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง ในวงเงินไม่เกิน 800,000 บาท (แปดแสนบาทถ้วน) มีระยะเวลาการสนับสนุนไม่เกิน 10 เดือน ตลอดจนได้รับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญแบบตัวต่อตัว การออกตลาดในรูปแบบการออกบูธนิทรรศการทั้งในและต่างประเทศ

ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดใบสมัครและส่งมาที่อีเมล This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
ศูนย์พัฒนาผู้ประกอบการฯ สวทช.
โทร. 0 2564 7000 ต่อ 5544 (คุณปาทินันท์), 81490 (คุณพลอย), 81486 (คุณดวงธิดา), 5547 (คุณปฤษฎา)

ศูนย์พัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
ขอเชิญเจ้าของธุรกิจสมัครเข้าร่วมโครงการ Startup Voucher ปีที่ 5
เพื่อคว้าเงินสนับสนุนสูงสุด 800,000 บาท เพื่อสร้างโอกาสในการขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ เร่งเพิ่มรายได้ และขยายธุรกิจให้เติบโต

เพียงคุณมีสินค้าหรือบริการที่ใช่ มีแผนการตลาดที่ชัด โอกาสในการเปิดตลาด และสร้างรายได้อย่างก้าวกระโดด

อย่าช้า !!! ทุนมีจำนวนจำกัด รับสมัครแล้ววันนี้ ถึง 29 กุมภาพันธ์ 2563

สอบถามเพิ่มเติม โทรศัพท์ 0 2564 7000 ต่อ 81498 (คุณชญานันท์) , 5544 (คุณปาทินันท์), 81486 (คุณดวงธิดา)
หรือ สมัครได้ทาง Email: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดงาน "ถนนสายวิทยาศาสตร์รับวันเด็กแห่งชาติ ปี 2563" ภายใต้แนวคิด “นักวิทย์ฯน้อยเพื่อโลกสีเขียว” สอดรับแนวคิด BCG Model ตามภารกิจหลักของกระทรวงฯ จุดประกายให้เยาวชนไทยเกิดกระบวนการคิดแบบวิทยาศาสตร์เพื่อสร้างเศรษฐกิจใหม่ ในการนี้ ดร.จุฬารัตน์ ตันประเสริฐ รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และคณะผู้บริหารเข้าร่วมพิธีเปิดงาน ณ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ฯ ซอยโยธี ถนนพระรามที่ 6 กรุงเทพฯ

ในปีนี้ สวทช. ได้นำกิจกรรม Makers go Green เป็นกิจกรรมที่น้อง ๆ จะได้เรียนรู้และทดลองประกอบรถจากอุปกรณ์ที่เตรียมไว้ และประกอบเป็นรถจะนำไปวิ่งในรางที่ประกอบขึ้นมา โดยน้อง ๆ จะได้ใช้จินตนาการ ความรู้ และแรงบันดาลใจที่มีอยู่สร้างสรรค์รถตามแบบฉบับของตนเอง รวมทั้งนำมาทดสอบการวิ่งและปรับปรุงสมรรถนะของรถที่สร้างให้ดีขึ้น ซึ่งกิจกรรมนี้จะทำให้น้อง ๆ ได้รู้จักการใช้ทักษะในด้านต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น

ณ ห้องประชุมราชพฤกษ์ อาคารนวมินทรราชินี ชั้น 1 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ วิจัย พัฒนา การสร้างนวัตกรรมและการพัฒนาบัณฑิตวิจัยคุณภาพสูง

โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.สุชาติ เซี่ยงฉิน อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และ ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมลงนาม เพื่อมุ่งเน้นการทำงานวิจัย พัฒนา สร้างนวัตกรรม และการผลิตบัณฑิตวิจัยคุณภาพสูง ร่วมกับ สวทช. เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันโดยรวมของประเทศ

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดงาน “ตะลุยวันเด็ก! บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร” ประจำปี 2563 เมื่อวันที่ 8 - 9 มกราคม 2563 ณ บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี

เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองวันเด็กแห่งชาติ และสร้างความสนุกสนานผสมผสานความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้กับเยาวชนผ่านฐานกิจกรรมที่มีมากกว่า 10 สถานี

8 มกราคม 2563 นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความร่วมมือ MOU : Good Partnerships การพัฒนาการเผยแพร่ความรู้วิทยาศาสตร์ ระหว่าง กระทรวงศึกษาธิการ โดยมี นายดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการสำนักงาน กศน. กับ ผศ.รวิน ระวิวงศ์ ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) นางชฎามาศ ธุวะเศรษฐกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พร้อมด้วย นางพรพรรณ ไวทยางกูร ผู้อำนวยการศูนย์ระดับภูมิภาคว่าด้วยสะเต็มศึกษาของซีมีโอ (SEAMEO STEM-ED) และนายสุกิจ อุทินทุ ศูนย์ระดับภูมิภาคว่าด้วยปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อความยั่งยืนของซีมีโอ (SEAMEO SEPS) ซึ่งเป็นพันธมิตรที่มีบทบาทสำคัญด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา (ท้องฟ้าจำลอง) เอกมัย และ นายกมล รอดคล้าย ที่ปรึกษา รมช.ศธ. นายสมเกียรติ ตันดิลกตระกูล ผู้ช่วยเลขานุการ รมว.ศธ. นายพะโยม ชิณวงศ์ ประธานคณะทำงาน รมช.ศธ. ผู้บริหารศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั่วประเทศ และหน่วยงานพันธมิตร ครู บุคลากร และนักเรียนนักศึกษาเข้าร่วมจำนวนมาก เพื่อวางรากฐานในด้านวิธีคิด วิธีเรียนรู้ พฤติกรรม และการนำองค์ความรู้ไปใช้ เพื่อพัฒนาประเทศได้อย่างยั่งยืนต่อไป

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวตอนหนึ่งว่า กระทรวงศึกษาธิการขานรับแนวนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติ และกำหนดเป็นจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อการพัฒนาและเตรียมคนไทยทุกช่วงวัยเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 พร้อมปรับปรุงรูปแบบการเรียนรู้ มุ่งสู่ระบบการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีด้านวิศวกรรม คณิตศาสตร์ โปรแกรมเมอร์ และภาษาต่างประเทศ ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ของในหลวงรัชกาลที่ 9 สู่การปฏิบัติอย่างยั่งยืน ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580)

ประกาศรับสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อรับทุนการศึกษา ไปศึกษาวิชา ณ สถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสโกลโกโว
(Skolkovo Institute of Science and Technology: Skoltech) สหพันธรัฐรัสเซีย ประจำปีการศึกษา 2563 (ค.ศ. 2020) หลักสูตรภาษาอังกฤษ

(รับสมัครถึงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563)

ด้วยสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสโกลโกโว (Skolkovo Institute of Science and Technology: Skoltech) สหพันธรัฐรัสเซีย ทูลเกล้าฯ ถวายทุนการศึกษาแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อพระราชทานแก่นักเรียนไทยที่มีคุณสมบัติตามข้อกำหนดของสถาบันไปศึกษาต่อระดับปริญญาโท ในสาขาวิชาด้านวิศวกรรมศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์ (Energy System, Materials Science และ Data Science) ที่สถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสโกลโกโว จำนวน 3 ทุน ประจำปีการศึกษา 2563 (ค.ศ. 2020) หลักสูตรภาษาอังกฤษ ดังรายละเอียดต่อไปนี้

ประกาศมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีเรื่อง รับสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อรับทุนการศึกษา ไปศึกษาวิชา ณ สถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสโกลโกโว (Skolkovo Institute of Science and Technology: Skoltech) สหพันธรัฐรัสเซีย ประจำปีการศึกษา 2563 (ค.ศ. 2020) หลักสูตรภาษาอังกฤษ

ผู้สนใจสามารถเข้าไปศึกษาข้อมูลและวิธีการสมัครได้ที่ : https://princess-it.org/th/scholarship/skoltech/2020/recruit-06012563.html

ดร.ธีรวัฒน์ วิวัฒน์พาณิชย์ นักวิจัยจาก ทีมวิจัยวิศวกรรมโปรตีน-ลิแกนด์และชีววิทยาโมเลกุล กลุ่มวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพระดับโมเลกุลทางการแพทย์ ได้รับการคัดเลือกเป็นหนึ่งในนักวิจัย 5 ท่านที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย (finalists) จากผู้สมัครทั้งหมด 121 คน ใน 37 ประเทศทั่วโลก ให้เข้าร่วมการฝึกทักษะการระดมทุนประเภท crowdfunding โดย Social Entrepreneurship to Spur Health (SESH) และ โปรแกรมพิเศษเพื่อวิจัยและฝึกอบรมด้านโรคเขตร้อน (The Special Programme for Research and Training in Tropical Diseases, TDR Global) เพื่อการระดมทุนวิจัยในโครงการ การศึกษาการยับยั้งการถ่ายทอดของเชื้อซิกาจากแม่สู่ลูก (Blocking Zika virus maternal-to-fetal transmission) ในปัจจุบันนักวิจัยในกลุ่มประเทศรายได้ปานกลางถึงต่ำประสบปัญหาการเข้าถึงแหล่งทุนวิจัยด้านโรคติดเชื้อ (infectious disease) การระดมทุนในรูปแบบ crowdfunding จึงเป็นทางเลือกใหม่ในการจัดหาทุนวิจัยสำหรับงานวิจัยในสาขาดังกล่าว SESH และ TDR Global จึงได้ริเริ่มโครงการ “Crowdfund your own research” โดยได้เปิดรับข้อเสนอโครงการจากนักวิจัยในกลุ่มประเทศรายได้ปานกลางถึงต่ำโดยมีคณะกรรมการอาสาสมัครประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญซึ่งเป็นสมาชิกของ TDR Global เป็นผู้พิจารณาคัดเลือกข้อเสนอโครงการ โดยนักวิจัยที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย (finalists) ได้รับเชิญให้เข้าร่วมการฝึกอบรมที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในระหว่างวันที่ 13-14 พฤศจิกายน 2562 กับผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสาร และผู้เชี่ยวชาญด้าน crowdfunding เพื่อสร้างทักษะในการออกแบบและจัดทำการประชาสัมพันธ์โครงการเพื่อให้ประสบความสำเร็จในการระดมทุน

  

โครงการการศึกษาการยับยั้งการถ่ายทอดของเชื้อซิกาจากแม่สู่ลูก (Blocking Zika virus maternal-to-fetal transmission) โดย ดร.ธีรวัฒน์ฯ และคณะ มุ่งพัฒนาระบบการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเยื่อบุมดลูก (endometrium) และเซลล์ทารก (trophoblast cells) ในระบบอวัยวะจำลองแบบสามมิติ (organoids) เพื่อนำมาศึกษากระบวนการการติดเชื้อและการแพร่เชื้อไวรัสซิกาจากแม่สู่ลูก โดยคณะวิจัยจะพัฒนาเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเยื่อบุมดลูกและเซลล์ทารกเพื่อมาใช้ทดสอบแอนติบอดีที่มีการศึกษาเบื้องต้นมาแล้วว่ามีคุณสมบัติสามารถยับยั้งได้ทั้งเชื้อไวรัสเด็งกี่และเชื้อไวรัสซิกา

ณ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ: กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) โดย ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ผู้แทนกระทรวงฯ ร่วมกับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) โดย นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวง กษ. และอีก 8 หน่วยงาน

ประกอบด้วย กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงการคลัง กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) ลงนามบันทึกความร่วมมือการพัฒนาระบบฐานข้อมูลด้านการเกษตรแห่งชาติ ซึ่งจะเป็นฐานข้อมูลด้านการเกษตรที่ต่อยอดมาจากฐานข้อมูลเกษตรกรกลาง (Farmer ONE) ซึ่งเดิมมีหน่วยงานเพียง 3 หน่วยงานที่เริ่มดำเนินการในระยะต้น ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ชื่อเดิมของกระทรวง อว.) และสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (ชื่อเดิมของสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์: สพร.)

ณ ห้องจามจุรี บอลรูม โรงแรมปทุมวันปริ๊นเซส กรุงเทพฯ : สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) จัดงานสัมมนา “Thailand Plus Package ขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศไทย” ระดมภาครัฐ เอกชน มหาวิทยาลัย แลกเปลี่ยนมุมมองของการพัฒนาบุคลากรทักษะสูง และรูปแบบการสร้างกำลังคนแนวใหม่ให้ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรม

ผศ.ดร.พูลศักดิ์ โกษียาภรณ์ รักษาการผู้ช่วยผู้อำนวยการ สอวช. เปิดเผยว่า ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศไทยประสบกับสภาวะแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ ทั้งการท้าทายของเทคโนโลยีใหม่ๆ ความสามารถในการแข่งขัน รวมถึงปัญหาผลิตภาพการผลิต ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ส่งผลให้ประเทศไทยมีความจำเป็นที่ต้องเตรียมพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วโดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) มาเป็นเครื่องมือในการรับมือที่ในปัจจุบันภาคเอกชนได้มีการนำ วทน. มาช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต มีการยกระดับกระบวนการผลิตไปสู่การใช้เทคโนโลยีที่ช่วยในการผลิตสินค้าตามความต้องการของผู้บริโภครายบุคคลมากยิ่งขึ้น สร้างสินค้าที่เป็นนวัตกรรม และสามารถรองรับการเติบโตของภาคการผลิตและบริการอย่างเพียงพอในเชิงปริมาณและคุณภาพ ในทางเดียวกันภาครัฐเองก็ได้มีการมุ่งเน้นสนับสนุนให้เกิดการวิจัยและพัฒนาในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่เป็นสาขาอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ และสาขาอุตสาหกรรมที่เป็น New Engines of Growth หรือเครื่องยนต์สร้างการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจตัวใหม่ ที่จะสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนให้กับประเทศไทยในศตวรรษที่ 21 ทั้งนี้ การที่ประเทศไทยจะสามารถดำเนินงานไปยังทิศทางดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น จำเป็นต้องใช้บุคลากรที่มีความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์และคณิตศาสตร์ (Science, Technology, Engineering and Mathematics : STEM) เพิ่มมากขึ้นทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ


WBAF Thailand Office invites you to the
World Business Angels Investment 2020 (WBAF 2020)
17-19 February 2020. Istanbul, Turkey


WBAF 2020 is the biggest event for the world’s early and post-early stage equity and capital markets. It is a unique opportunity not only for angel investors, VCs and policymakers to exchange ideas on best practice and collaboration, but also for industry and business leaders to forge new connections and pursue businessopportunities.  And for the first time ever, 100 world-wide selected start-ups and scale-ups will pitch their businesses on the Global Fund Raising Stage (GFRS).

Date 17 – 19 February 2020
Venue Swissôtel The Bosphorus Hotel, Istanbul
Registration deadline 24th January 2020
Hi-light activities
  • 32 panel discussions at 7 summits
    • Angel Investors Summit 2020
    • CEO Investors Summit 2020
    • Global Startups Summit 2020
    • Fintech Summit 2020
    • Global Woman Leaders Summit 2020
    • Science, Technology & Innovation Summit 2020
    • FDI Summit 2020
  • Global Fundraising Stage for 100 selected entrepreneurs
  • WBAF World Excellence Awards and VIP Gala Dinner
  • Technology Science Park and startup visits
Target audience Investors, Government officials, Industrial private sectors
Price 44,700 Baht per person (Double occupancy) / 54,400 Baht per person (Single occupancy)
*This price excludes VAT and WBAF2020 Full Pass tickets
Download 1. Registration Form [English|Thai]
2. Fact sheet [English|Thai]

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดงานแถลงข่าวผลงาน สวทช. ประจำปี 2562 “NSTDA Beyond Limits: Sustainability Impact วิถีสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” นำเสนอผลสรุปและเผยผลงานโชว์ศักยภาพงานวิจัย สวทช. ประจำปี 2562 ที่สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม พร้อมทิศทางการวิจัยและพัฒนา รวมถึงผลงานสำคัญที่จะเกิดขึ้นในปี 2563 กับไฮไลท์สำคัญกับการนำเสนอบทบาทของ สวทช. (NSTDA BCG in Action) ในเรื่อง BCG Economy Model

ที่จะส่งเสริมเศรษฐกิจแบบทั่วถึง ตอบโจทย์นโยบายรัฐบาลและประเทศ ใน 4 อุตสาหกรรมหลัก คือ เกษตรและอาหาร สุขภาพและการแพทย์ พลังงานและวัสดุและเคมีชีวภาพ และท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ รวมถึงการพัฒนา Big Data เพื่อสนับสนุนและรองรับอุตสาหกรรมต่าง ๆ นำโดย ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สวทช. พร้อมด้วยผู้อำนวยการศูนย์วิจัยแห่งชาติทั้ง 4 ศูนย์ (ไบโอเทค เนคเทค เอ็มเทค และนาโนเทค)

19 ธ.ค. 62 กรุงเทพฯ - สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ประกาศผู้ได้รับเป็นนักวิจัยแกนนำ ประจำปี 2562 จำนวน 3 ท่าน ได้แก่ ศาสตราจารย์ (เชี่ยวชาญพิเศษ) ดร.นพ.นิพนธ์ ฉัตรทิพากร นักวิจัยผู้เชี่ยวชาญด้านสรีวิทยาทางไฟฟ้าและพยาธิสรีรวิทยาของหัวใจ ม.เชียงใหม่ ในงานวิจัยเกี่ยวกับการป้องกันผลกระทบจากเคมีบำบัดต่อหัวใจและสมอง ศ.ดร.สมนึก ตั้งเติมสิริกุล ม.ธรรมศาสตร์ นักวิจัยผู้เชี่ยวชาญด้านคอนกรีตเทคโนโลยี ในงานวิจัยเกี่ยวกับเทคโนโลยีวัสดุและนวัตกรรมคอนกรีตก่อสร้าง และ ศ.ดร.สุขสันติ์ หอพิบูลสุข ม.เทคโนโลยีสุรนารี นักวิจัยผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมถนน ในงานวิจัยที่เกี่ยวกับนวัตกรรมออกแบบถนน เพื่อให้นักวิจัยแกนนำที่มีศักยภาพสูง เกิดการรวมกลุ่มทำวิจัยที่เข้มแข็งในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สร้างสรรค์งานวิจัยใหม่หรือต่อยอดงานวิจัย ที่ส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมและเชื่อมโยงระหว่างภาคความรู้ ภาคการผลิตและบริการ และภาคสังคม พร้อมยกระดับการวิจัยและพัฒนาของประเทศไทย

ศ.ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่ปรึกษาอาวุโสผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า นักวิจัยมีส่วนสำคัญในการผลิตผลงานวิจัยเพื่อออกมาขับเคลื่อนการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย และนวัตกรรมของประเทศ นักวิจัยแกนนำ นับเป็นนักวิจัยที่เป็นแกนนำในทุกด้านของการวิจัยและพัฒนา ทั้งแกนนำการวิจัย และแกนนำในการสร้างนักวิจัยรุ่นใหม่ ๆ ซึ่งจะเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในประชาคมวิจัยของประเทศ ท่ามกลางความท้าทายที่หลากหลาย ซึ่งคาดหวังให้ผลงานของนักวิจัยแกนนำ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในบริบทที่เกี่ยวข้อง สร้างรากฐานที่เข้มแข็งทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของประเทศ รวมถึงกลุ่มผู้ใช้ประโยชน์จะได้มีการส่งเสริมให้เกิดการใช้งานจากเทคโนโลยี งานวิจัย และนวัตกรรมที่จะเกิดขึ้นจากโครงการของนักวิจัยแกนนำ

19 ธันวาคม 2562 ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ. ปทุมธานี : บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย เปิดตัวงาน “โครงการลดเปลี่ยนโลกกับโตโยต้า” บูรณาการความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมผ่านโครงการประกวด 2 ระดับ ได้แก่ “ชุมชนลดเปลี่ยนโลก” และ “นวัตกรรมเยาวชนลดเปลี่ยนโลก โดยมี ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานฯ พร้อมด้วย นายนินนาท ไชยธีรภิญโญ ประธานคณะกรรมการ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สวทช. และ ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ร่วมงาน

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ได้ดำเนินกิจกรรม “โตโยต้า ลดเมืองร้อน ด้วยมือเรา” หนึ่งในกิจกรรมภายใต้โครงการโตโยต้าเมืองสีเขียว มาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 ด้วยความมุ่งหวังในการสร้างจิตสำนึกให้สังคมไทยได้ตระหนักถึงปัญหาด้านภาวะโลกร้อน พร้อมทั้งหาแนวทางแก้ไข เปิดโอกาสให้โรงเรียน ชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจากทั่วประเทศ จัดทำแผนงานส่งเข้าประกวดเพื่อรณรงค์การลดภาวะโลกร้อนภายในชุมชนของตน โดยตลอดระยะเวลา 14 ปี ได้สนับสนุนงบประมาณให้แก่โรงเรียน 299 แห่ง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 238 แห่ง และ ชุมชน 162 แห่ง ทั่วประเทศ เกิดเป็นโครงการที่สามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 23,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ในปีนี้

นายกฯ ชมผลงานวิจัย “นักเทคโนโลยีดีเด่นประจำปี 2562 และนวัตกรรมตอบโจทย์ BCG ของ สวทช. อว. เครื่องปรับอากาศประหยัดไฟสูง และเครื่องฟอกอากาศที่สามารถกรอง PM2.5  ของ บริษัท ซัยโจเด็นกิ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด,  เครื่องปรับอากาศพลังงานแสงอาทิตย์ PAC SolarAire และเครื่องทำน้ำร้อนจากเครื่องปรับอากาศ PAC Frenergy รถมินิบัสอลูมิเนียม และโครงการ KidBright” โดย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

ณ ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพฯ - ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ชมตัวอย่างผลงาน “นักเทคโนโลยีดีเด่นประจำปี 2562” จากมูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์ และ สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) ได้แก่ เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สามมิติแบบรังสีทรงกรวย และ “แพลตฟอร์มเทคโนโลยีฐานด้านการบูรณาการระบบเพื่องานหุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ และปัญญาประดิษฐ์ สำหรับใช้งานในระบบอุตสาหกรรม” เพื่อเชิดชูเกียรติและแสดงความยินดีต่อนักเทคโนโลยีไทยที่สร้างผลงานด้านการวิจัยและการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งผลักดันให้ผลงานวิจัยได้เชื่อมโยงไปสู่ตลาดธุรกิจได้อย่างแท้จริง โดยเฉพาะผลงานที่ขึ้นบัญชีนวัตกรรม เครื่องปรับอากาศประหยัดไฟสูง และเครื่องฟอกอากาศที่สามารถกรอง PM2.5 บริษัท ซัยโจเด็นกิ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และนวัตกรรมประหยัดพลังงาน ประกอบด้วย เครื่องปรับอากาศพลังงานแสงอาทิตย์ PAC SolarAire และเครื่องทำน้ำร้อนจากเครื่องปรับอากาศ PAC Frenergy

การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) เป็นรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย มีวัตถุประสงค์ในการประกอบและส่งเสริมธุรกิจการประปา โดยผลิต จัดส่งและจำหน่ายน้ำประปา เพื่อประโยชน์ของรัฐและสุขภาพอนามัยของประชาชน

ด้วยการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) มีความประสงค์จะรับสมัครบุคคลเพื่อรับการคัดเลือกเข้าดำรงตำแหน่งผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค

ผู้สนใจขอรับใบสมัครได้ที่
กองทรัพยากรบุคคล ฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคลอาคาร 3 ชั้น 4 การประปาส่วนภูมิภาค สำนักงานใหญ่
หรือดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ https://www.pwa.co.th/news/view/78513

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย โปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย (ITAP) จัดสัมมนาในหัวข้อ “การพัฒนาผลิตภัทฑ์และกลยุทธ์การตลาดในยุค Marketing 4.0” เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม ที่ผ่านมา ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ในการพัฒนาและออกแบบผลิตภัณฑ์ให้กับผู้ประกอบการในการนำไปต่อยอดเพิ่มมูลค่าของสินค้าและรายได้ โดยมี คุณณฐมน ตัณฑ์เกยูร ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดและพัฒนาผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ จาก Central Group เป็นวิทยากร

นอกจากนี้ ไอแทป สวทช. ยังมีกลไกต่าง ๆ ในการสนับสนุนและขับเคลื่อนภาคธุรกิจโดยเฉพาะ SMEs ด้วยบริการด้านการให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ การจับคู่และเจรจาธุรกิจ รวมถึงจัดอบรม สัมมนาให้ความรู้ เพื่อช่วยเหลือ SMEs ไทยอย่างรอบด้าน สำหรับการสัมมนาครั้งนี้ มีผู้ประกอบการเข้าร่วมงานมากกว่า 30 ราย โดยมีการให้คำปรึกษาในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เดิม ปรับปรุง และพัฒนาให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น และสร้างโอกาสในการแข่งขันทางการตลาดทั้งในและนอกประเทศต่อไป

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา ณ ห้อง Auditorium อาคารศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี : อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย (Thailand Science Park) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดกิจกรรม “Innovation Network Center” แก่ผู้ประกอบการ SME และผู้เช่าพื้นที่ในอุทยานวิทยาศาสตร์กว่า 200 คน เพื่อให้เป็นเวทีเครือข่ายแลกเปลี่ยนความรู้ในเรื่องการพัฒนานวัตกรรมระหว่างกัน โดยมีนางสุวิภา วรรณสาธพ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวเปิดงานและให้การต้อนรับ

ไฮไลท์ในงาน Innovation Network Center ได้แก่ การเสวนาในหัวข้อเรื่อง “โอกาสและความท้าทายสินค้านวัตกรรมไทย” โดยมีผู้ร่วมเสวนา ประกอบด้วย คุณประพันธ์ วิไลเลิศ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยเด็นทอล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ดร.นพดล โปธิตา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เชียงใหม่ เอ็นไวรอนเม้นท์โปรเทค จำกัด คุณธนัฐณ์ มีศรี Sales & Marketing Director บริษัท คีนน์ จำกัด และคุณสุดารัตน์ พุกบุญมี นักวิเคราะห์อาวุโส งานส่งเสริมนวัตกรรมสู่เชิงพาณิชย์ ฝ่ายบริการทางการเงินเพื่อนวัตกรรม สวทช. เพื่อให้เป็นเวทีแลกเปลี่ยนข้อมูลจากผู้ประกอบการสินค้านวัตกรรมโดยคนไทยที่มีคุณภาพผ่านมาตรฐาน

เมืองนวัตกรรมอาหาร (Food Innopolis) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย FI Accelerator ร่วมกับ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เปิดรับสมัครผู้ประกอบการ SMEs ทายาทธุรกิจด้านนวัตกรรมอาหาร ที่ต้องการพัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ รวมถึงบุคลากรที่รับผิดชอบการพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมอาหารขององค์กร โดยต้องจดทะเบียนนิติบุคคลมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 ปี เข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการใน “โครงการอบรมเพื่อพัฒนาผู้ประกอบการอาหาร SMEs ด้านนวัตกรรมอาหารของไทย ครั้งที่ 5 (PADTHAI #5)” หลักสูตรเข้มข้น 5 วัน 5 คืน จากผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจอาหารโดยตรง พร้อมรับโอกาสมากมาย เช่น การเข้าถึงแหล่งสนับสนุนทุน ตลาด และการแข่งขันนำเสนอแผนธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ เปิดรับสมัครวันนี้ - 6 ม.ค. 63 และจะฝึกอบรมแบบเข้มข้น 3 - 7 ก.พ. 63 ณ โรงแรมแสนโฮเทล จ.เชียงราย มีค่าใช้จ่ายลงทะเบียนฝึกอบรม ดูข้อมูลเพิ่มเติมและลิงค์สมัครที่ https://forms.gle/KPrgbi19gq59o1DXA หรือเพจเฟซบุ๊ก PADTHAI by Food Innopolis สอบถามโทร. 091-713-5433 (กรองจิตร), 082-441-4169 (สันติ)

กรุงเทพฯ – 12 ธันวาคม 2562 – บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ร่วมกับ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และกลุ่มเมกเกอร์ในประเทศไทย เตรียมสานต่อความสำเร็จของงานเมกเกอร์แฟร์เป็นปีที่ 5 ด้วยการจัดงาน “Maker Faire Bangkok 2020: The Future We Make” มหกรรมแสดงผลงานของสุดยอดเมกเกอร์ชาวไทยและต่างประเทศ

ซึ่งจะเผยให้เห็นถึงความสำเร็จของงานเมกเกอร์แฟร์ในการสร้างความเปลี่ยนแปลง พัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคม อันจะนำมาซึ่งอนาคตที่ก้าวไกลของประเทศไทยและโลกใบนี้ด้วยผลงาน สิ่งประดิษฐ์ และนวัตกรรมหลากหลายแขนงจากฝีมือของเหล่าเมกเกอร์ ที่มาร่วมจัดแสดงจากทั่วไทยและต่างประเทศจนเต็มความจุของพื้นที่ พร้อมด้วยกิจกรรมเวิร์คช็อปอีกมากมายที่จะช่วยส่งเสริมวัฒนธรรมเมกเกอร์ให้มีการเติบโตอย่างยั่งยืนในประเทศไทยเพื่อก้าวไปเป็นศูนย์กลางของเมกเกอร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ระหว่างวันที่ 18 – 19 มกราคม 2563 ณ ลานหน้าศูนย์การค้าเดอะสตรีท รัชดา สามารถเข้าชมฟรีได้ตลอดทั้งงาน

นักวิจัยนาโนเทค สวทช. กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พัฒนาสารตั้งต้นเภสัชรังสีจากสารประกอบโบรอนอินทรีย์ สำหรับใช้จับสัญญาณมะเร็งด้วยเครื่องเพทสแกน ชูจุดเด่นที่กระบวนการเตรียมสารใช้สภาวะที่ไม่รุนแรง ทำให้จำเพาะกับเซลล์มะเร็งในระยะเริ่มต้นได้ และมีความคงตัว ก่อนต่อยอดงานวิจัยโดยเพิ่มสารเรืองแสง หวังเป็นไกด์นำทางแพทย์ผ่าตัดรักษามะเร็งได้แม่นยำยิ่งขึ้น และปูทางเภสัชรังสีพันธุ์ไทย ลดการนำเข้าจากต่างประเทศ

ดร.กันตพัฒน์ จันทร์แสนภักดิ์ ทีมวิจัยวัสดุตอบสนองระดับนาโน กลุ่มวิจัยวัสดุตอบสนองและเซ็นเซอร์ระดับนาโน ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า ปกติแล้ว สารเภสัชรังสีที่ใช้เพื่อการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคในทางการแพทย์ของประเทศไทย จะต้องนำเข้าวัตถุดิบที่เป็นสารตั้งต้นจากต่างประเทศ ก่อนจะผ่านเครื่องไซโคลตรอนเพื่อผลิตเภสัชรังสี ซึ่งสารเภสัชรังสีต้องเติมฟลูออรีน-18 ซึ่งเป็นธาตุกัมมันตรังสีที่นิยมใช้อย่างแพร่หลายในเทคนิคโพซิตรอนอีมิสชันโทโมกราฟี (Positron Emission Tomography; PET) หรือเรียกสั้น ๆ ว่าเทคนิคเพท สำหรับเครื่องเพทสแกน ซึ่งเทคนิคโพซิตรอนอีมิสชันโทโมกราฟี หรือเพทสแกน เป็นเทคนิคที่มีความสำคัญมากในการวินิจฉัยทางการแพทย์ เช่น การวินิจฉัยโรคมะเร็ง โรคเบาหวาน หรือโรคความจำเสื่อม เป็นต้น โดยเทคนิคดังกล่าวต้องอาศัยการฉีดสารเภสัชรังสีที่เตรียมได้จากธาตุไอโซโทปรังสี ได้แก่ ฟลูออรีน-18 ให้กับผู้ป่วย เพื่อติดตามโรค แต่ปัญหาหนึ่งของการเตรียมสารเภสัชรังสีในปัจจุบัน คือ การใช้สภาวะการเตรียมที่รุนแรง เช่น มีความเป็นกรดสูงและใช้อุณหภูมิสูง ส่งผลให้สารเภสัชรังสีบางชนิดที่เป็นอนุพันธ์ของสารชีวโมเลกุลขนาดใหญ่ เช่น เปปไทด์ โปรตีน หรือแอนติบอดี้ สลายตัว โดยปัจจุบันการแก้ปัญหาดังกล่าว สามารถทำได้โดยการติดฉลากในสารตัวกลางที่เป็นตัวรับฟลูออรีน-18 (18F captor) ก่อน แล้วจึงนำไปต่อกับโมเลกุลเปปไทด์หรือโปรตีนโดยใช้สภาวะที่ไม่รุนแรงภายหลัง ทำให้กระบวนการผลิตซับซ้อนกว่าเดิม

“สุวิทย์” ขานรับนโยบายรัฐบาล งดใช้ถุงพลาสติก ดีเดย์ 1 ม.ค. 2563 นี้ ผนึกภาคเอกชน-SMEs ไทย สร้างนวัตกรรมถุงพลาสติกย่อยสลาย 100% จากแป้งมันสำปะหลัง ปฏิวัติรูปแบบถุงพลาสติกไทย ตอกย้ำแนวคิดนำนวัตกรรมต่อยอดผลผลิตทางการเกษตรแบบดั้งเดิมเพิ่มมูลค่าให้สินค้าการเกษตร ตอบโจทย์ BCG Economy

วันที่ 9 ธันวาคม 2562 อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี: นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พร้อมด้วยสื่อมวลชน เข้าเยี่ยมชมกระบวนการพัฒนาผลิตพลาสติกชีวภาพ ด้วยการนำแป้งมันมาพัฒนาเป็นพลาสติก ณ โรงงาน บริษัท เอสเอ็มเอส คอร์ปอเรชั่น จำกัด ที่ร่วมวิจัยและพัฒนา "ถุงพลาสติกย่อยสลายได้สำหรับขยะเศษอาหาร” กับ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช. โดยมีบริษัท ทานตะวันอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) สนับสนุนกระบวนการเป่าขึ้นรูปถุงพลาสติกย่อยสลายได้

ตามที่มีประกาศมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ลงวันที่ 15 กันยายน 2562 เรื่อง รับสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อรับทุนไปศึกษาวิชา ณ มหาวิทยาลัยคอลเลจดับลิน (University College Dublin) สาธารณรัฐไอร์แลนด์ ประจำปีการศึกษา 2562 ภาคเรียนที่ 2 หลักสูตรภาษาอังกฤษ และประกาศมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ลงวันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 เรื่อง รายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการสัมภาษณ์เพื่อรับทุนไปศึกษาวิชา ณ มหาวิทยาลัยคอลเลจดับลิน (University College Dublin) สาธารณรัฐไอร์แลนด์ ประจำปีการศึกษา 2562 ภาคเรียนที่ 2 หลักสูตรภาษาอังกฤษ ไปแล้วนั้น

บัดนี้ คณะกรรมการคัดเลือกนักศึกษาเพื่อรับทุนไปศึกษาวิชาระดับปริญญาโท ด้านกฎหมาย (LLM) ณ มหาวิทยาลัยคอลเลจดับลิน (University College Dublin: UCD) สาธารณรัฐไอร์แลนด์ ประจำปีการศึกษา 2562 ภาคเรียนที่ 2 หลักสูตรภาษาอังกฤษ ได้ดำเนินการสัมภาษณ์ผู้สมัคร และประมวลผลการประเมินความเหมาะสมของบุคคลเพื่อรับทุนเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงขอประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับทุนดังกล่าว โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

ระหว่างวันที่ 5 - 6 ธันวาคม 2562 ณ กรุงเบอร์ลิน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ภายในงาน International Dialogue on STEM EDUCATION 2019 (IDos 2019) มีการจัดงานรวมตัวนักการศึกษาทั่วโลกมากกว่า 100 คนจาก 5 ทวีป โดยบ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนทวีปเอเชีย ในการนำเสนอแนวทางพัฒนากิจกรรมเยาวชน ในหัวข้อ How do we empower children through STEM education to contribute to creating sustainable societies ? ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับแนวทางที่จะช่วยส่งเสริมเด็ก ๆ ผ่านการศึกษาและเรียนรู้ด้านสะเต็ม เพื่อมีส่วนร่วมในการสร้างสังคมที่ยั่งยืน โดยมีองค์การสหประชาชาติ (UN) และรัฐบาลเยอรมัน พร้อมด้วยมูลนิธิต่าง ๆ ร่วมมือกัน เช่น มูลนิธิบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย มูลนิธิซีเมนส์ เป็นต้น

การคัดเลือกผู้แทนดังกล่าว มาจากมติกรรมการจัดงาน 14 ประเทศ คัดเลือกหน่วยงานที่มีความโดดเด่นและมีความคิดสร้างสรรค์ในการจัดกิจกรรมด้านสะเต็มศึกษา (STEM Education) ภายในงานจะมีตัวแทนจาก 5 ทวีปนำเสนอและเป็นผู้นำกิจกรรม เช่น ผู้อำนวยการวิทยาศาสตร์ศึกษาจากสมิธโซเนียน สหรัฐอเมริกา ผู้อำนวยการวิทยาการการศึกษาสถาบันออสเตรเลีย ผู้จัดการความร่วมมือต่างประเทศจากสถาบันลูมาฟินแลนด์ ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์การศึกษาความร่วมมือต่างประเทศเคนยา และผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายวิชาการ หลักสูตร และสื่อการเรียนรู้ บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร สวทช. จากประเทศไทย

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติเป็นหน่วยงานของรัฐ ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งมีระบบการบริหารที่มิใช่ระบบราชการ จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พ.ศ. 2534 แบ่งส่วนงานภายใน เป็น 5 ส่วน ได้แก่ สำนักงานกลาง ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ และศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ เพื่อดำเนินการและให้การสนับสนุนการวิจัย พัฒนาและวิศวกรรม ในสาขาเทคโนโลยีชีวภาพ โลหะและวัสดุ อิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ และนาโนเทคโนโลยี

เนื่องจากผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ คนปัจจุบันจะหมดวาระการดำรงตำแหน่งในวันที่ 31 กรกฎาคม 2563 สำนักงานฯ จึงประสงค์จะรับสมัครบุคคลเพื่อคัดเลือกเป็นผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ ในการนี้สำนักงานฯ จึงใคร่เชิญชวนผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมสมัครเข้ารับการคัดเลือกเป็นผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ โดยมีรายละเอียดตามเอกสารดังต่อไปนี้

นักวิจัยนาโนเทค สวทช. กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พัฒนาเทคนิคการเคลือบแบบสารละลายรูปวงเดือนสำหรับการเคลือบฟิล์มบางสารกึ่งตัวนำไฟฟ้าแบบสารละลาย ช่วยจัดเรียงอนุภาคระดับไมโครเมตรถึงนาโนเมตรของพอลิเมอร์และควอนตัมดอต ให้เก็บพลังงานจากแสงได้ที่ความยาวคลื่นกว้างขึ้น ปูทางพัฒนาเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดเพอรอฟสไกต์ที่ประสิทธิภาพและเสถียรภาพสูงขึ้น เทียบเคียงชนิดซิลิคอน แต่ต้นทุนถูกกว่า หวังสร้างนวัตกรรมไทยใช้เอง ไม่ง้อของนอก

ดร.อนุศิษย์ แก้วประจักร์ ทีมวิจัยนวัตกรรมเคลือบนาโน กลุ่มวิจัยวัสดุผสมและการเคลือบนาโน ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า เซลล์แสงอาทิตย์มีอยู่ 3 รุ่น รุ่นแรก เป็นเซลล์แสงอาทิตย์ที่ทำจากผลึกซิลิคอน ที่เดิมมีต้นทุนสูงมาก ด้วยต้องใช้ซิลิคอนความบริสุทธิ์สูง อุณหภูมิในการหลอมเหลวสูง และกระบวนการที่ซับซ้อน ทำให้ราคาสูงในช่วงแรก แต่ปัจจุบันเริ่มจับต้องได้ รุ่นที่ 2 เป็นเซลล์แสงอาทิตย์ฟิล์มบาง ที่ใช้กระบวนการเตรียมฟิล์มบางในสุญญากาศสูง ใช้สารที่มีราคาแพงและสารบางตัวมีความเป็นพิษสูง และสุดท้ายคือ เซลล์แสงอาทิตย์อุบัติใหม่ ซึ่ง เซลล์แสงอาทิตย์อุบัติใหม่ ได้แก่ เซลล์แสงอาทิตย์ชนิดสีย้อมไวแสง เซลล์แสงอาทิตย์แบบควอนตัมดอท เซลล์แสงอาทิตย์แบบสารอินทรีย์ และเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดเพอรอฟสไกต์ ซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ต้นทุนถูก มีหลายสีสัน และมีความยืดหยุ่นสูง สามารถทำการเตรียมได้ด้วยวิธีการเคลือบฟิล์มบางแบบสารละลาย ในปัจจุบันเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดเพอรอฟสไกต์ในระดับห้องปฏิบัติการก็มีประสิทธิภาพที่ใกล้เคียงกับเซลล์แสงอาทิตย์แบบซิลิคอนแล้ว จึงคาดว่าจะสามารถแทนที่เซลล์แสงอาทิตย์แบบซิลิคอนได้ในอนาคต

3 ธันวาคม 2562 ณ ลานสยามดิสคัฟเวอรี่ พลาซ่า: กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ร่วมจัดกิจกรรมในโครงการ “Circular Living Campaign 2019” โดย สวทช. ได้นำ ไอออนเฟรซ (IonFresh) เครื่องกรองอากาศแบบไฟฟ้าสถิต (Electrostatic Air Purifier)

ซึ่งพัฒนาโดย ทีมวิจัยศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ สวทช. ติดตั้งที่บริเวณใต้ต้นคริสต์มาส Magical Christmas Tree โดยเครื่อง IonFresh จะช่วยลดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 มีอัตราการกรองอากาศ 5,000 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง เพื่อกรองอากาศให้กับประชาชนทั่วไปเป็นของขวัญในช่วงเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปี กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้น ณ ลานสยาม ดิสคัฟเวอรี่ พลาซ่า ตั้งแต่บัดนี้ ถึง 11 มกราคม 2563

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) ขอเชิญผู้ประกอบการ SME ในจังหวัดชลบุรี และพื้นที่ใกล้เคียงในเขต EEC เข้าร่วมสัมมนา ฟรี ! ในหัวข้อ “บรรจุภัณฑ์สำหรับ SME: ไม่รู้ ไม่รอด” เพื่อรับทราบถึงบทบาทของบรรจุภัณฑ์ที่มีต่อธุรกิจสมัยใหม่ ประเภทและคุณสมบัติของบรรจุภัณฑ์ ขั้นตอนการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ และบรรจุภัณฑ์มาตรฐาน เพื่อร่วมกันยกระดับอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ไทยและที่เกี่ยวข้องให้พัฒนาด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม เกิดการพัฒนาทั้งในด้านใช้งาน ความสวยงาม และความคิดสร้างสรรค์ต่อการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในวันพุธที่ 22 มกราคม 2563 เวลา 09.00 - 16.30 น. ณ โรงแรมเดอะไทด์ รีสอร์ท บางแสน จ.ชลบุรี รับจำนวนจำกัดเพียง 50 ท่านเท่านั้น สงวนสิทธิ์เฉพาะผู้ประกอบการที่จดทะเบียนนิติบุคคล (บจก. หจก. หสม.) ไม่เกิน 2 คน/นิติบุคคล ภายในวันที่ 7 มกราคม 2563 ลงทะเบียนฟรีได้ที่อีเมล์ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. (แจ้งชื่อบริษัท ชื่อ-นามสกุล ผู้เข้าอบรม และเบอร์ติดต่อกลับ) สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2564 7000 ต่อ 1301, 1368, 1381

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำ 3 บริการภาคเอกชน (NSTDA Services) ภายใต้ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี (TMC) เปิดบูธ SME คลินิก ให้คำปรึกษาผู้ประกอบการและ SME ในการพัฒนาและยกระดับเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อความเติบโตที่ยั่งยืน ประกอบด้วย เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย (ซอฟต์แวร์พาร์ค) อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย (Thailand Science Park) และโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) ในงาน CEBIT ASEAN THAILAND 2019 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 - 29 พฤศจิกายน 2562 ณ ฮอลล์ 7 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

SME Clinic โดย สวทช. ภายในงานดังกล่าว เป็นคลินิกเทคโนโลยีที่รับความต้องการของผู้ประกอบการและ SME เป็นบริการภาคเอกชนที่มีความโดดเด่นในแต่ละส่วน อย่างซอฟต์แวร์พาร์ค จะทำหน้าที่ในด้านการจับคู่ทางธุรกิจ (Business Matching) และจับคู่นวัตกรรม (Innovation Matching) ระหว่างผู้ประกอบการด้วยกันเอง เช่น ระหว่างเจ้าของนวัตกรรมกับผู้ใช้งานจริง
ขณะที่อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จะทำหน้าที่ในเรื่องการบริการให้เช่าพื้นที่คุณภาพสูงพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อทำวิจัยและพัฒนา และท้ายสุดกับโปรแกรม ITAP (ไอแทป) จะทำหน้าที่สนับสนุนผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการด้านการวิจัยและพัฒนา เข้าไปให้คำปรึกษา และแก้ไขปัญหาถึงในโรงงาน พร้อมทั้งสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการทำโครงการด้วย

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ผลักดันหน่วยงานใหม่ภายใต้ สวทช. ได้แก่ ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ หรือ National Security and Dual-Use Technology Center (NSD)

เพื่อขับเคลื่อน New S-Curve ที่ 11 การพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ตามนโยบายประเทศไทย 4.0 ล่าสุดเปิดตัวศูนย์ NSD พร้อมนำ 5 นวัตกรรมภายใต้ศูนย์ฯ จัดแสดงในงาน Defense & Security 2019 และร่วมจัดสัมมนาให้ความรู้ในเรื่องเทคโนโลยีกราฟีนกับการป้องกันประเทศ

27 พฤศจิกายน 2562 สามย่านมิตรทาวน์ กรุงเทพฯ: กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค-สวทช.) ประกาศเปิดตัว KidBright AI ในงานวันรวมพลคน KidBright: KidBright Developer Conference 2019 (KDC19) ภายใต้แนวคิด “Empowered coding with AI”พร้อมแสดงศักยภาพ ความก้าวหน้าของโครงการ KruKid ผ่านผลงานการเข้าประกวดรอบสุดท้าย 20 โครงงาน

ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ประธานเปิดงาน “วันรวมพลคน KidBright” กล่าวว่า “โครงการสื่อการสอนโปรแกรมมิ่งในโรงเรียน (Coding at School Powered by KidBright) ได้รับการจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการบิ๊กร็อก (Big Rock) เมื่อปี 2560 โดย ส่งมอบ KidBright จำนวน 2 แสนบอร์ด ให้กับนักเรียนชั้นมัธยมต้นทั่วประเทศ สามารถสร้างระบบนิเวศในเชิงเศรษฐกิจและสังคม โครงการนี้ได้ขับเคลื่อนไปอย่างสมบูรณ์ เป็นหนึ่งในโครงการส่งเสริมและสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจภายในประเทศ หรือ Big Rock Project เพื่อส่งเสริมและสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจภายในประเทศทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯในขณะนั้น เพื่อมุ่งตอบโจทย์ 3 นโยบายหลัก “วิทย์สร้างคน-วิทย์แก้จน-วิทย์เสริมแกร่ง และในวันนี้ ผมขอประกาศการก้าวเข้าสู่ AI Nation

26 พ.ย.62 : สามารถ และ สวทช. หนุนสร้างโอกาสให้เกิดนักธุรกิจตัวจริงด้านเทคโนโลยี มอบรางวัลชนะเลิศในโครงการ Young Technopreneur 2019 ให้กับผลงานสุดยอดความคิดสร้างสรรค์ ไฮโดรเจล (Hydrogel) - ติดทน - เส้นขนสัตว์ นวัตกรรมซีรัมอาบแห้ง สูตรเจลน้ำ รุกกลุ่มคนรักสัตว์ ตอบโจทย์ด้านนวัตกรรมใหม่ ที่มีแผนธุรกิจชัดเจน

นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.สามารถคอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า “ผลงานของน้องๆในปีนี้ มีการพัฒนาด้านความคิดสร้างสรรค์ทั้งในส่วนของนวัตกรรม และแผนธุรกิจที่ชัดเจนมีความไปได้ทางธุรกิจมากขึ้น ซึ่งคณะกรรมการที่มาจากภาครัฐและเอกชนได้ร่วมกันพิจารณาตัดสินอย่างเข้มข้น

24 พฤศจิกายน 2562 สมาคมนักเรียนทุนรัฐบาลไทย ทำพิธีมอบเข็มประกาศเกียรติคุณนักเรียนทุนรัฐบาลไทยดีเด่น และดาวรุ่ง เพื่อเชิดชูเกียรติ โดยมี ศ.ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และจัดให้มีปาฐกถาพิเศษ จาก ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง นักเรียนทุนรัฐบาลไทยดีเด่น ปี 2557 ในหัวข้อ “Shaping Thailand’ s Education in the Age of the Fourth Industrial Revaluation”

ซึ่งในการนี้ ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้รับการคัดเลือกจากสมาคมฯ เข้ารับมอบเข็มประกาศเกียรติคุณนักเรียนทุนรัฐบาลไทยดีเด่น ประจำปี 2562 สาขาวิศวกรรมอุตสาหกรรม / บริหารงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อเชิดชูเกียรตินักเรียนทุนรัฐบาลไทย พร้อมกันนี้ ผู้บริหาร สวทช. เข้าร่วมแสดงความยินดี

ตามที่มีประกาศมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ลงวันที่ 15 กันยายน 2562 เรื่อง รับสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อรับทุนไปศึกษาวิชา ณมหาวิทยาลัยคอลเลจดับลิน (University College Dublin) สาธารณรัฐไอร์แลนด์ ประจำปีการศึกษา 2562 ภาคเรียนที่ 2 หลักสูตรภาษาอังกฤษ ไปแล้วนั้น

บัดนี้ คณะกรรมการคัดเลือกนักศึกษาเพื่อรับทุนไปศึกษาวิชาระดับปริญญาโท ด้านกฎหมาย (LLM) ณ มหาวิทยาลัยคอลเลจดับลิน (University College Dublin; UCD) สาธารณรัฐไอร์แลนด์ ประจำปีการศึกษา 2562 ภาคเรียนที่ 2 หลักสูตรภาษาอังกฤษ ได้ดำเนินการคัดเลือกผู้มีสิทธิเข้ารับการสัมภาษณ์เสร็จสิ้นแล้ว จึงขอประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการสัมภาษณ์เพื่อรับทุนดังกล่าว ดังต่อไปนี้

22 พฤศจิกายน 2562 ณ บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศ จ.ปทุมธานี - สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 1 (สพป.ปทุมธานี เขต 1) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รวมถึงหน่วยงานเอกชนที่ให้การสนับสนุนคือ มูลนิธินายห้างโรงปูนผู้หนึ่ง จัดอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “แนวทางการจัดการเรียนรู้ Coding ด้วยสถานการณ์ PM2.5” ระหว่างวันที่ 22 - 24 พฤศจิกายน 2562 เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาจากสถานการณ์ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ที่สร้างผลกระทบต่อสุขภาพและการดำเนินชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะกับเยาวชน ผู้สูงอายุ และประชาชนในพื้นที่ พร้อมสร้างความตระหนักและความรู้ความเข้าใจเรื่องสถานการณ์ PM2.5 ให้แก่บุคคลในพื้นที่ ด้วยการนำรูปแบบการเรียนรู้ที่ทันสมัยเรื่องโค้ดดิ้ง (Coding) กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงเรื่องค่าฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐาน มาใช้เป็นแนวทางจัดการเรียนการรู้ในห้องเรียน จะส่งผลให้เด็กสนุกกับการเรียนรู้ได้มากยิ่งขึ้น

โดยมีปลัดอาวุโสอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย ดร.อ้อมใจ ไทรเมฆ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. และศึกษานิเทศก์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 1 ตลอดจนวิทยากรจาก ม.ธรรมศาสตร์ ม.เชียงใหม่ ผู้บริหารโรงเรียน และครูผู้เข้ารับการอบรม จำนวน 162 คน จากโรงเรียน สังกัด สพป.ปทุมธานี เขต 1 จำนวน 103 โรงเรียน

เมื่อเร็วๆนี้ ที่เทศบาลตำบลคำพอุง อ.โพธิ์ชัย จ.ร้อยเอ็ด - สวทช. ลงนามบันทึกความร่วมมือกับจังหวัดร้อยเอ็ด มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน และเครือเบทาโกร เดินหน้าโครงการ Smart Tambol Model นำร่องที่เทศบาลตำบลคำพอุง พัฒนาชุมชนเชิงพื้นที่แบบองค์รวม 5 ด้านด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม

ธธ.ก.ส. จับมือ สวทช. ร่วมพัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรมการเกษตรดิจิทัล เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการ SMEs เกษตร นำเทคโนโลยีมาเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของห่วงโซ่คุณค่าอุตสาหกรรมการเกษตร รวมถึงการพัฒนาทางการเงินและการสาธารณสุข เพื่อนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของเกษตรกรไทย

วันนี้ (21 พฤศจิกายน 2562) ณ โถงชั้น 2 ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ บางเขน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วย “ความร่วมมือทางวิชาการและถ่ายทอดเทคโนโลยี”

โดยมี นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กับ ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมลงนาม เพื่อร่วมมือและส่งเสริมการสร้างระบบนิเวศด้านนวัตกรรมการเกษตรดิจิทัล สุขภาพการแพทย์สาธารณสุข สังคม และองค์กร โดยใช้กลุ่มเทคโนโลยีเป้าหมาย หรือ Technology Development Groups (TDGs) นำไปวิเคราะห์เชิงยุทธศาสตร์ข้อมูล ต่อยอดเพื่อสร้างความยั่งยืนและความสามารถในการแข่งขันให้แก่อุตสาหกรรมภาคเกษตรไทย

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยงานส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชนที่มีศักยภาพสูง ฝ่ายพัฒนาบุคลากรวิจัย ให้ความร่วมมือกับสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย คัดเลือก 16 เยาวชนไทยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย

เพื่อเป็นทูตเยาวชนวิทยาศาสตร์ในโครงการ JENESYS 2019 ศึกษาดูงานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวัฒนธรรมถึงประเทศญี่ปุ่น จำนวน 9 วัน ระหว่างวันที่ 25 พฤศจิกายน - 3 ธันวาคม 2562 ณ กรุงโตเกียว และจังหวัดนีงาตะ ประเทศญี่ปุ่น โดยจัดพิธีแสดงความยินดีและปฐมนิเทศทูตเยาวชน JENESYS 2019 เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการเดินทาง เมื่อวันที่ 16 พ.ย. 62 ที่ผ่านมา ณ บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสถาบันพัฒนาบุคลากรแห่งอนาคต (Career for the Future Academy) ภายใต้ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี (TMC) ร่วมกับ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สอวช.) คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ United Nations Industrial Development Organization (UNIDO) และพันธมิตรโครงการฯ จัดกิจกรรมอบรมเพิ่มพูนความรู้แก่พี่เลี้ยงและผู้ประกอบการ ภายใต้โครงการ GEF UNIDO Cleantech Programme for SMEs in Thailand ระหว่างวันที่ 11 - 15 พฤศจิกายน 2562 ณ โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค กรุงเทพฯ เพื่อให้ผู้เข้าอบรมเข้าใจและสามารถนำความรู้ที่ได้รับจากวิทยากรไปปรับใช้กับการทำงานตามบทบาทต่อไป

โดยมี ดร.ศิริชัย กิตติวราพงศ์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาบุคลากรแห่งอนาคต สวทช. ร่วมกับ ดร.ชาญเดช พิสิษฐ์ไพบูลย์ ผู้จัดการโครงการ GCIP-Thailand กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมอบรม โดยการอบรมครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากวิทยากร Mr. Kevin Braithwaite : Vice President, Network for Global Innovation (NGIN) และ Ms. Chloe Soroquere : Senior Trainer for GCIP since 2016

ฝ่ายบริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (STKS) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ให้การสนับสนุนการจัดโครงการพัฒนาการฝึกอบรมผ่านระบบเครือข่ายสารสนเทศ (e-Learning) ใหักับสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ผ่านหลักสูตร "การสร้างสรรค์สื่ออย่างมีมาตรฐาน บนพื้นฐานของการไม่ละเมิดลิขสิทธิ์" และ "การผลิตบทเรียนอย่างง่าย และการติดตั้ง/บริหารบทเรียนด้วย Moodle" เพื่อให้สำนักงานการตรวจเเงินแผ่นดิน มีระบบการเรียนรู้ผ่านสื่อสารสนเทศ e-learning ที่มีประสิทธิภาพผ่านระบบ http://lms.audit.go.th ได้สำเร็จ และดำเนินการขยายผลสู่การเผยแพร่ความรู้ด้านการเงินผ่านระบบสื่อสาระออนไลน์แบบเปิด (https://mooc.learn.in.th) ในอนาคตต่อไป

ที่คณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล พญาไท - กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย เมืองนวัตกรรมอาหาร หรือฟู้ดอินโนโพลิส ร่วมกับฟู้ดอินโนโพลิสส่วนขยาย ที่คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และบริษัท เวิลด์เทค เอนเตอร์ไพรส์ จากัดจัดพิธีเปิดศูนย์การเรียนรู้ด้านกลิ่นรสอาหาร (MUSC-WTE-GERSTEL: Food Innopolis Learning Center of Flavor and Aroma) เพื่อเพิ่มและพัฒนาศักยภาพงานวิจัยในการวิเคราะห์กลิ่นรสที่แม่นยำมากขึ้น ตอบโจทย์ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารด้านกลิ่นรสของประเทศ

โดยมี ดร.อัครวิทย์ กาญจนโอภาษ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. และซีอีโอเมืองนวัตกรรมอาหาร รศ.ดร.สิทธิวัฒน์ เลิศศิริ คณบดี คณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล นายสนธิ ดำรงศิลป์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เวิลด์เทค เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด และคุณแตน สุรการพินิจ ผู้จัดการภาคพื้นเอเชีย บริษัท GERSTEL, Germany ร่วมงานเปิดตัว

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส กรุงเทพฯ : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์พัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยี (BIC) ภายใต้ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี (TMC) ร่วมกับ สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมกิจการอุทยานวิทยาศาสตร์ (สอว.) สองหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) แถลงข่าวผลความร่วมมือการพัฒนาศักยภาพการจัดการหน่วยบ่มเพาะธุรกิจใน “โครงการยกระดับขีดความสามารถของหน่วยบ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยีด้วย Maturity Model” ที่ดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 จนครบทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ

โดยการประเมินขีดความสามารถของหน่วยบ่มเพาะฯ ต่าง ๆ ทางโครงการฯ มอบหมายให้ศูนย์พัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยี สวทช. เป็นผู้ดำเนินการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลจากหน่วยบ่มเพาะฯ โดยดึงผู้เชี่ยวชาญระดับสูงระดับโลกสถาบัน CREEDA (ครีด้า) ประเมินและยกระดับขีดความสามารถหน่วยบ่มเพาะฯ ตามอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคต่าง ๆ ด้วยรูปแบบ Maturity Model ที่ให้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย การส่งเสริมกิจกรรมด้านการบ่มเพาะฯ ซึ่งปีนี้ดำเนินการไป 8 แห่ง ได้แก่ ม.วลัยลักษณ์ ม.ราชภัฏอุตรดิตถ์ ม.ราชภัฏพิบูลสงคราม ม.แม่ฟ้าหลวง ม.แม่โจ้ ม.นเรศวร ม.มหาสารคาม และ ม.เทคโนโลยีสุรนารี

วันที่ 13 พฤศจิกายน2562 ณ ห้องคริสตัล 1-2 ชั้น 3 โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค: สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช. ร่วมกับสมาคมอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพไทย (TBiA) และพันธมิตรภาคเอกชนร่วมแถลงข่าว "ถุงพลาสติกสลายตัวได้สำหรับขยะอินทรีย์ จากแล็บสู่การขยายผลเพื่อใช้งานจริง” ซึ่งเป็นการนำ "ถุงพลาสติกสลายตัวได้สำหรับขยะอินทรีย์” ผลงานวิจัยของเอ็มเทค สวทช. ที่ร่วมกับ บริษัท เอสเอ็มเอส คอร์ปอเรชั่น จำกัด พัฒนาสูตรพลาสติกชีวภาพมาแปรรูปเป็นพลาสติกและทำการผสมสูตรเพื่อเพิ่มสมบัติทางวิศวกรรมให้เหมาะสมกับการนำไปขึ้นรูปเป็นฟิล์มบาง

โดยได้รับความร่วมมือจากภาคีอุตสาหกรรมพลาสติก ได้แก่ บริษัท โททาล คอร์เบียน พีแอลเอ (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท บีเอเอสเอฟ (ไทย) จำกัด ผู้สนับสนุนวัตถุดิบเม็ดพลาสติกชีวภาพ และบริษัท ทานตะวันอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) สนับสนุนกระบวนการเป่าขึ้นรูปถุงพลาสติกสลายตัวได้ สำหรับใช้แยกขยะอินทรีย์ใน “งานกาชาด 2562” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-24 พฤศจิกายนนี้ ที่สวนลุมพินี

เพราะอาหารที่เราบริโภคอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เป็นสิ่งที่ส่งผลถึงความอยู่ได้และอยู่ดีของมนุษย์ อาหารจึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับทุกหน่วยในสังคม ปัจจุบันประชากรโลกกว่า 821 ล้านคน จากทั้งหมด 7,700 ล้านคน กำลังเผชิญกับวิกฤตขาดแคลนอาหารทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ มีการคาดการณ์ว่าภายในปี ค.ศ. 2050 จำนวนประชากรโลกจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็น 9,000 ล้านคน และเพิ่มขึ้นเป็น 11,900 ล้านคนในปี ค.ศ. 2100 จึงมีความกังวลเกี่ยวกับการผลิตอาหารให้สามารถตอบสนองความต้องการได้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ รวมทั้งต้องคำนึงถึงการจำกัดผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ

เพื่อเตรียมการสู่อนาคตและสนับสนุนนโยบายรัฐบาลที่กำหนดให้อุตสาหกรรมอาหารเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เมืองนวัตกรรมอาหาร หรือฟู้ดอินโนโพลิส สังกัดสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) ได้จัดงานประชุมนานาชาติ Food Innopolis International Symposium 2019 ขึ้นเป็นครั้ง 2 ในประเทศไทย ระหว่างวันที่ 9 - 14 พฤศจิกายน 2562 เพื่อตอกย้ำความสำคัญของนวัตกรรมอาหารและกระบวนการเกษตรอุตสาหกรรม และกระบวนการการผลิตอาหารที่ยั่งยืน โดยปีนี้มีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญกว่า 30 ท่าน จากประเทศไทยและจากทั่วโลก เข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและถ่ายทอดประสบการณ์ ภายใต้แนวคิด “FROM TRADITION TO INNOVATION – The Art & Science of Food”

ณ หอประชุมไพรินทร์ สถาบันวิทยสิริเมธี จังหวัดระยอง : ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “การพัฒนานักศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของสถาบันให้เป็นบัณฑิตวิจัยคุณภาพสูง ในสาขาที่ตอบสนองความต้องการของประเทศ” ระหว่าง สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กับ สถาบันวิทยสิริเมธี โดยมี ศ. ดร.จำรัส ลิ้มตระกูล อธิการบดี สถาบันวิทยสิริเมธี และ ดร.ชฎามาศ ธุวะเศรษฐกุล รองผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมลงนามฯ พร้อมด้วย ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร นายกสภาสถาบัน สถาบันวิทยสิริเมธี และนายไกรฤทธิ์ อุชุกานนท์ชัย ประธานกรรมการ ปตท. ให้เกียรติร่วมเป็นสักขีพยาน เพื่อมุ่งเน้นการทำงานวิจัยเป็นหลักร่วมกับ สวทช. พร้อมยกระดับทักษะ ความรู้ ความสามารถ เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศในระดับนานาชาติ

โดยร่วมกันสนับสนุนทุนวิจัยและทุนการศึกษา รวมถึงจัดหาทุนจากหน่วยงานภายนอก ทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ อีกทั้งยังร่วมพัฒนาหลักสูตรปริญญาเอกที่มุ่งเน้นการทำงานวิจัยเป็นหลัก และสนับสนุนห้องปฏิบัติการวิจัย เครื่องมือ วัสดุ และอุปกรณ์การวิจัย โดยจะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลการวิจัย รวมทั้งถ่ายทอดผลงานวิจัยและเทคโนโลยีที่ได้พัฒนาขึ้น เพื่อให้เกิดการนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อไป

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย โปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) ภายใต้ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี (TMC) ให้การสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญโปรแกรม ITAP จากบริษัท อินเทลลิเจ็น ซิสเท็ม คอร์ปเปอร์เรชั่น จำกัด ในโครงการพัฒนาระบบบริหารจัดการงานจองและจัดการข้อมูลการจองในธุรกิจเดินเรือและรับส่งผู้โดยสารทางทะเลและชายฝั่งเพื่อการท่องเที่ยวออนไลน์ (Tourism Online ERP)

สำหรับบริษัท นิกรมารีน จำกัด เพื่อพัฒนาระบบ ERP การท่องเที่ยวออนไลน์ ซึ่งเป็นระบบสารสนเทศเพื่อการบรูณาการข้อมูล และกระบวนการทำงานภายในองค์กร ตั้งแต่เตรียมฐานข้อมูลบริการ คู่ค้า และลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ ลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล เกิดเป็นระบบฐานข้อมูลเดียวกันที่เป็นข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ที่สามารถนำไปวิเคราะห์ต่อยอดกลยุทธ์ในอนาคตได้ สร้างความเข้มแข็งให้ธุรกิจท่องเที่ยวไทยยั่งยืนด้วยนวัตกรรม

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย ศูนย์พัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยี (BIC) ภายใต้ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี (TMC) สนับสนุนผู้ประกอบการธุรกิจนวัตกรรมใหม่ในโครงการ Startup Voucher (โครงการสร้างผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยีนวัตกรรม) ปี 2561 ในการขยายผลการใช้นวัตกรรมของสตาร์ทอัพเฮลท์เทค เรื่องนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการใช้ยา (Pharma Safe smart medication care platform) โรงพยาบาลกระบี่ จ.กระบี่

พร้อมเดินหน้าสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการแพทย์และสุขภาพ ส่งเสริมการเป็นโรงพยาบาลอัจฉริยะ (Smart Hospital) ตามนโยบายประเทศไทย 4.0 ต่อไป

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย ศูนย์พัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยี (BIC) ภายใต้ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี (TMC) ให้การสนับสนุนการจับคู่นวัตกรรม (Innovation Matching) ระหว่าง ผู้ประกอบการนวัตกรรมด้านประหยัดพลังงาน (Energy Saving Innovation) บริษัท แพค คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด กับ ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมท่องเที่ยวใน จ.กระบี่

ด้วยการนำนวัตกรรมประหยัดพลังงานในระบบทำน้ำร้อนและระบบปรับอากาศ ไปใช้งานจริงในโรงแรมอ่าวนาง ปริ้นซ์วิลล์ วิลล่า รีสอร์ท แอนด์ สปา จ.กระบี่

ผู้ประกอบการมันสำปะหลังไทย รับลูก เตรียมสร้างแล็บเฉพาะกิจ นำ 2 เทคโนโลยีจาก ไบโอเทค สวทช. ช่วยเกษตรกรไร่มันฯ ‘คัดกรองท่อนพันธุ์มันปลอดโรค’ เพื่อแก้ปัญหา ‘โรคใบด่าง
มันสำปะหลัง’ หวังป้องกันผลผลิตเป็นศูนย์!! หากเกษตรกรนำท่อนพันธุ์ติดโรคไปปลูกซ้ำ ช่วง พฤศจิกายน 62-มีนาคม 63 นี้

จากกรณีมีรายงานพบ ‘โรคใบด่างมันสำปะหลัง’ โรคอุบัติใหม่ในพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังหลายแห่งในประเทศไทย ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัสชนิด Sri Lankan cassava mosaic virus (SLCMV) โดยสาเหตุสำคัญของการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว คือการนำท่อนพันธุ์ที่เป็นโรคใบด่างมันสำปะหลังมาปลูก เนื่องจากเกษตรกรไม่สามารถแยกต้นที่เป็นโรคได้ เพราะท่อนพันธุ์ยังไม่มีใบให้สังเกตลักษณะผิดปกติ ทำให้เกิดการแพร่ระบาดในพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังหลักของประเทศ ในกรณีที่ระบาดรุนแรงสร้างความเสียหายต่อผลผลิตได้ถึง 80-100 เปอร์เซ็นต์

ณ โคราช ฮอลล์ ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซานครราชสีมา - สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย (ซอฟต์แวร์พาร์ค) ภายใต้ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี (TMC) ให้การสนับสนุนสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา ในการเข้าร่วมจัดงานแสดงนิทรรศการและจัดสัมมนาภายในงาน “Northeast TECH 19 มหกรรมเทคโนโลยีอีสาน” ใน 4 หัวข้อสัมมนาเพื่อให้ความรู้ในเรื่องการนำเทคโนโลยีและหลักการจัดการต่าง ๆ แก่ผู้ประกอบการในภูมิภาค

เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในธุรกิจหรือโรงงานอุตสาหกรรม พร้อมนำทีมผู้ประกอบการร่วมออกบูธแสดงสินค้าแก่ผู้เข้าชมงานตลอดงาน (31 ต.ค. - 3 พ.ย. 62) คาดให้มีการนำเอาเทคโนโลยีไปใช้ในธุรกิจหรือในโรงงานมากยิ่งขึ้น หวังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในภูมิภาค และเสริมสร้างเศรษฐกิจของประเทศโดยรวมให้เติบโตยิ่งขึ้น

For English-version news, please visit : NSTDA Vice President elected as president of IASP Asia Pacific Division

นางสุวิภา วรรณสาธพ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้รับการเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคของสมาคมอุทยานวิทยาศาสตร์นานาชาติ (International Association of Science Parks and Areas of Innovation, IASP) นับเป็นก้าวสำคัญของไทย ที่จะเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของธุรกิจด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) ในเวทีโลก

เมื่อเร็วๆนี้ สมาคมอุทยานวิทยาศาสตร์นานาชาติ ได้จัดงานประชุมนานาชาติ 36TH IASP WORLD CONFERENCE 2019 ณ เมืองน็องต์ ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นการรวมเครือข่ายของอุทยานวิทยาศาสตร์และ Area of Innovation จากทั่วโลก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และเสริมสร้างขีดความสามารถการแข่งขันของผู้ประกอบการนวัตกรรม อันนำไปสู่การเติบโตของภาคเศรษฐกิจระดับโลก ตลอดจนการถ่ายทอดด้านองค์ความรู้และเทคโนโลยีสู่ Science, technology & research parks (STPs) ทั่วโลก


‘ทานผักน้อย ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป’ เมื่อผู้ประกอบการไทยใส่ใจนวัตกรรมแปรรูปผักสดจากแหล่งปลูกคุณภาพดีสู่ผลิตภัณฑ์ ‘BioVeggie’ ผักอัดเม็ดที่รวบรวมผัก 12 ชนิดไว้ในเม็ดเดียว ทางเลือกใหม่ในการรับประทานผักที่สะดวก ตอบโจทย์ผู้รักสุขภาพทุกเพศทุกวัย ที่สำคัญยังพัฒนาต่อยอดสู่ ‘Gummy V’ เยลลี่ กัมมี่ รสผลไม้รวมผสมผักรวม 5 ชนิด ที่มีทั้งกากใยและวิตามินซีสูง เพื่อกระตุ้นให้เด็กๆ รักการทานผัก และได้รับสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากยิ่งขึ้น

คณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วุฒิสภา นำโดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณไกรสิทธิ์ ตันติศิรินทร์ รองประธานคณะกรรมาธิการฯ  นายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล รองประธานคณะกรรมาธิการฯ และกรรมาธิการและคณะ เข้าเยี่ยมชมสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยมี ดร.ลดาวัลย์ กระแสร์ชล รองผู้อำนวยการ สวทช. และ ดร.ฐิตาภา สมิตินนท์ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี สวทช. พร้อมคณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับ เพื่อร่วมหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการนำผลงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) ไปใช้ประโยชน์

หลังจากนั้น คณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วุฒิสภา ได้เยี่ยมชมผลงานวิจัยและห้องปฏิบัติการของ สวทช. โดย ศูนย์วิจัยแห่งชาติ (ไบโอเทค เอ็มเทค เนคเทคและ นาโนเทค) ที่ได้รับการถ่ายทอดไปใช้ประโยชน์ในภาคเอกชน เกษตรกร ชุมชน และสังคม ประกอบด้วย ระบบบริหารจัดการข้อมูลการพัฒนาคนแบบชี้เป้า (Thai People Map and Analytics Platform: TPMAP) สามารถใช้ระบุปัญหาความยากจนในระดับบุคคล ครัวเรือน ชุมชน ท้องถิ่น/ท้องที่ จังหวัด ประเทศ หรือปัญหาความยากจนรายประเด็น ทำให้การแก้ปัญหาตรงกับกลุ่มเป้าหมายมากขึ้นและสามารถออกแบบนโยบาย โครงการในการแก้ปัญหาให้ตรงกับความต้องการหรือสภาพปัญหาได้ TPMAP เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค – สวทช)

Thailand Data Protection Guidelines 2.0 : แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (TDPG 2.0) โดย ศูนย์วิจัยกฎหมายและการพัฒนา คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (LDRC)

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 2562 เป็นกฎหมายที่มีวัตถุประสงค์ที่เรียบง่าย (Simple) นั่นก็คือต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่า ข้อมูลส่วนบุคคลของเราจะถูกนำไปใช้อย่างเป็นธรรมและโปร่งใส คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนชาวไทยไม่ให้ถูกนำไปใช้งานในทางที่ผิด การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจึงเป็นการสร้างความเชื่อมั่น ให้กับประชาชนว่าข้อมูลส่วนบุคคลจะได้รับการคุ้มครองไม่ว่าจะในโลก Offline และ Online เพื่อให้ประชาชนมั่นใจในการให้ข้อมูลตัวเองกับภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อพัฒนาต่อยอดธุรกิจและการบริการ

ศูนย์ LDRC มีความตั้งใจที่จะช่วยสร้างมาตรฐานในเรื่องดังกล่าวให้ปรากฎ โดยกระบวนการศึกษาค้นคว้าทางวิชาการและการรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วน โดยแนวปฏิบัติ TDPG 2.0 นี้ เป็นเวอร์ชั่นที่ 2 มีเนื้อหาอ้างอิงกับกฎหมายที่ได้ตราขึ้นมาแล้ว พร้อมทั้งเพิ่มเนื้อหาที่จำเป็นต่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มเติมขึ้น จากเวอร์ชั่นแรก (TDPG1.0) เช่น

- Data Protection Officer (DPO)
- Data Protection Impact Assessment (DPIA)
- Anonymisation / Pseudonymisation
- Cross-border Data Transfer

28 ตุลาคม 2562 ณ บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยฝ่ายวิชาการ หลักสูตร และสื่อการเรียนรู้ (ACM) จัดกิจกรรม “มหาวิทยาลัยเด็ก ประเทศไทย ตอน นักวิทย์ พิชิตภัยพิบัติ” แก่นักเรียนชั้นประถมปลาย จำนวนกว่า 100 คนจากทั่วประเทศ

ซึ่งได้รับการสนับสนุนการจัดกิจกรรมโดยโครงการ Chevron Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต เพื่อให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้เกี่ยวกับปรากฏการณ์ภัยพิบัติในท้องทะเล การพิทักษ์ปะการัง อันตรายจากฝุ่น PM2.5 การนำความรู้ด้านนาโนเทคโนโลยีมาใช้ป้องกันฝุ่น PM2.5 และการนำใบไม้จากธรรมชาติมาประดิษฐ์เป็นภาชนะ เพื่อพิทักษ์รักษาระบบนิเวศของโลกให้สมดุล ผ่านกิจกรรมการทดลองทางวิทยาศาสตร์ให้เด็ก ๆ ลงมือทำด้วยตนเอง ได้รับความรู้ทางวิทยาศาสตร์พร้อมความสนุกระหว่างทำกิจกรรม และมีเจตคติที่ดีต่อวิทยาศาสตร์

เมืองนวัตกรรมอาหาร (Food Innopolis) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย FI Accelerator ร่วมกับพันธมิตร Food Factors ในเครือบริษัทบุญรอดบริวเวอรี่ และสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) ขอเชิญผู้ประกอบการ SME และผู้สนใจด้านนวัตกรรมอาหาร เข้าร่วมกิจกรรม Pre-Conference Events: Food Innopolis International Symposium (FIIS) 2019 ซึ่งเป็นกิจกรรมก่อนงานงานประชุมนานาชาติด้านนวัตกรรมการผลิตและความยั่งยืนของอาหารโลก ในวันเสาร์และอาทิตย์ที่ 9 - 10 พ.ย. 62 ประกอบด้วย 3 กิจกรรม

ได้แก่ 9 พ.ย. (09.00 - 18.30 น.) งาน HACKABEER “The First Beer Waste Hackathon in Thailand” จุดประกายความคิดร่วมค้นหาแนวทางแก้ปัญหาของเหลือทิ้งในกระบวนการผลิตเบียร์ ที่ห้อง X04 A-B ชั้น 10 อาคาร KX Knowledge Xchange (https://forms.gle/Lw77H3VevoRMPUEY6) 10 พ.ย. (09.00 - 16.00 น.) งาน TASTE (PADTHAI #3 Demo Day) เส้นทางสู่ธุรกิจนวัตกรรมอาหารขยายสู่ตลาดโลก ที่ The Society by MCFIVA ชั้น 22 เกษรทาวเวอร์ (https://forms.gle/o3wbhebiPRpbSJEWA) และที่เดียวกันช่วงค่ำ 10 พ.ย. (17.00 - 21.00 น.) งาน FI FoodTech Battle Ground “Pitching-Networking-Matchmaking” ชมการพิชชิ่งของสตาร์ทอัพ (https://forms.gle/1QZw1bDTRFzHX4pp9) ผู้สนใจลงทะเบียนและดูรายละเอียดเพิ่มเติมของแต่ละงานได้ตามลิงค์ข้างต้น หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์งาน FIIS2019 ได้ที่ www.fiisthailand.com สอบถามเพิ่มเติม อีเมล: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

ปัญหาขยะพลาสติกกลายเป็นผู้ร้ายในวันที่สถานการณ์สิ่งแวดล้อมทั่วโลกเลวร้ายเนื่องจากการปนเปื้อนของไมโครพลาสติก ที่คร่าชีวิตสัตว์ทะเลนับไม่ถ้วนรวมถึงได้คืบคลานเข้ามาปนเปื้อนกับเมนูอาหารของมนุษย์ในชีวิตประจำวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นการนำกลับมาใช้ซ้ำอย่างคุ้มค่า ไม่สร้างขยะเพิ่ม และไม่ทิ้งให้ปนเปื้อนกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งอาจจะเป็นหนทางที่เราทุกคนต้องหันกลับมาทบทวนการใช้พลาสติกและลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง

พนัส แอสเซมบลีย์ และ สวทช. โดยศูนย์พัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยี (BIC) นำทีม พา 3 สุดยอดสตาร์ทอัพ LogTech 2019 เข้าร่วมงานนวัตกรรมด้าน Logistics ที่ประเทศเยอรมนี และเบลเยี่ยม พร้อมเยี่ยมชม Startup Incubator ที่ประเทศลักเซมเบิร์ก ระหว่างวันที่ 10 - 16 ตุลาคม 2562

ระหว่างวันที่ 10 - 16 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา ทางโครงการ Panus Thailand LogTech Award 2019 โดยคุณพนัส วัฒนชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท พนัส แอสเซมบลีย์ จำกัด และ คุณศันสนีย์ ฮวบสมบูรณ์ ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยี (BIC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) นำทีมผู้ชนะเลิศในประเภทนิติบุคคลและบุคคลทั่วไป ได้แก่ ทีม บริษัท ชิปป๊อป จำกัด กับผลงาน Online logistic booking (ผู้ชนะเลิศอันดับ 1) ทีม บริษัท โอแซดที โรโบติกส์ จํากัด (รองชนะเลิศอันดับ 1) กับผลงานซอฟต์แวร์นําทางตัวเองโดยอัตโนมัติสําหรับโดรนในที่ที่ไม่มี GPS เพื่อการเช็คสต๊อกแบบอัตโนมัติ และทีม บริษัท ไอเวิร์ค อินเตอร์แอ็คทีฟ จำกัด (รองชนะเลิศอันดับ 2) กับผลงาน Airtalk - Logistic Collaboration แพลตฟอร์มให้บริการในรูปแบบแอปพลิเคชันและเว็บไซต์รวบรวมระบบขนส่งและการสื่อสาร เดินทางสู่ประเทศเยอรมนี เพื่อศึกษาดูงานนิทรรศการระดับนานาชาติเพื่อเทคโนโลยีและการบริการในท่าอากาศยาน “Inter Airport Europe 2019” ณ เมืองมิวนิค ต่อด้วยการพาเยี่ยมชม Luxembourg City Incubator หนึ่งใน Incubator ที่ใหญ่ที่สุดซึ่งตั้งอยู่ใน House of Startups ประเทศลักเซมเบิร์ก ก่อนจะปิดท้ายด้วยการเข้าร่วมงานมหกรรมด้าน Logistics ระดับโลก “Transport & Logistics Antwerp 2019” ณ เมืองแอนต์เวิร์ป ประเทศเบลเยี่ยม

For English-version news, please visit : Thai youths take home awards from an international science fair in Korea

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ขอแสดงความยินดีกับเยาวชนไทย โครงการประกวดโครงงานของนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ (YSC) ที่ชนะการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ Korea Science and Engineering Fair KSEF International 2019 (KSEF 2019) ณ ประเทศเกาหลี ได้แก่ นายปิยะวัฒน์ แก้วยม นายพศิน อ่ำวงศ์ และ นายวิชยุตม์ เกิดไชย นักเรียนโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย พิษณุโลก ผู้พัฒนาโครงการ “การพัฒนาอัลกอริทึมตรวจนับจำนวนรถเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณรถกับมลพิษของอากาศบริเวณที่การจราจรหนาแน่นในเขตชุมชนจังหวัดพิษณุโลก” ซึ่งมี นางณัฐภัสสร เหล่าเนตร์ และนางดวงใจ พรหมมา เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา คว้าชัยได้ถึง 3 รางวัล คือ รางวัลเหรียญเงิน และ 2 รางวัล Special Award จาก International Avicenna Research Center: IARC และ Indonesian Young Scientist Association: IYSA ในงาน Korea Science and Engineering Fair KSEF International 2019

นายวิชยุตม์ เกิดไชย นักเรียนโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย พิษณุโลก ตัวแทนเพื่อนในทีมกล่าวว่า ตนเองและเพื่อน ๆ สังเกตพบว่า ช่วงเวลาเร่งด่วน การจราจรบริเวณหน้าโรงเรียนค่อนข้างหนาแน่น มีรถจอด รถเคลื่อนที่ช้า และมีการปล่อยควันพิษจำนวนมาก จากการศึกษาในชั้นเรียนพบว่า ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) ซึ่งได้จากกระบวนสันดาปที่ไม่สมบูรณ์ของสารประกอบคาร์บอนที่อยู่ในเครื่องยนต์ของรถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือรถอื่น ๆ เป็นหนึ่งในก๊าซที่เมื่อได้รับเข้าร่างกายในระดับหนึ่งจะส่งผลให้ร่างกายเกิดอาการอ่อนเพลีย สมองขาดออกซิเจน และถ้าได้รับก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ในปริมาณมากอาจทำให้ร่างกายเกิดอาการขาดออกซิเจนเฉียบพลันถึงขั้นเสียชีวิตได้ และเมื่อมีโอกาสไปเข้าค่ายเรื่องการบินโดรน จึงได้นำแนวคิดมาปรึกษาเพื่อน ๆ ในการนำวีดิโอจากโดรน มาทำ Image Processing พัฒนาอัลกอริทึมตรวจนับจำนวนและชนิดของรถ พร้อมคำนวณปริมาณ CO ที่เกิดจากการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงของรถตามเวลาจริง พร้อมนับการไหลของรถต่อ 1 หน่วยเวลาเพื่อที่จะนำข้อมูลไปเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาปรับปรุงแก้ไขในพื้นที่ได้ในอนาคต

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยงานส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชนที่มีศักยภาพสูง (JSTP) ฝ่ายพัฒนาบุคลากรวิจัย ร่วมกับ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (SCB) จัดกิจกรรม “ค่ายถนนนักวิจัยรุ่นเยาว์” ปีที่ 6 เพื่อให้เป็นค่ายวิทยาศาสตร์ที่ส่งเสริมนักเรียนที่มีศักยภาพสูง ให้ได้รับโอกาสบ่มเพาะเรียนรู้ เปิดโลกวิทยาศาสตร์ผ่านกิจกรรมตามแนวทางสะเต็มศึกษา พร้อมฝึกกระบวนการคิดทางวิทยาศาสตร์และพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ปูเส้นทางสู่การเป็นนักวิทยาศาสตร์ต่อไปในอนาคต

โดยมีน้อง ๆ นักเรียนที่ได้รับคัดเลือกจาก สสวท. จำนวน 35 คนจาก 13 โรงเรียนทั่วประเทศ เข้าร่วมกิจกรรม ระหว่างวันที่ 15 -18 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา ณ บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย เมืองนวัตกรรมอาหาร (Food Innopolis) และ สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) ขอเชิญผู้บริหาร ผู้ประกอบการ ในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา รวมถึงนักวิจัย และนัก R & D หรือนวัตกรรมของบริษัทด้านอาหาร ตลอดจนสตาร์ทอัพที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมงาน Food Innopolis International Symposium (FIIS) 2019 ภายใต้หัวข้อ “From Traditional to Innovation: The Art & Science of Food” ระหว่างวันที่ 9 - 14 พฤศจิกายน 2019 โดยจะมีงานเปิดตัวและประชุมหลัก (12-13 พ.ย.) ณ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทลแบงค็อกฯ กรุงเทพฯ เพื่อเชื่อมโยงและสร้างเครือข่ายนวัตกรรมอาหารทั่วโลก ทั้งในอาเซียน เอเชียแปซิฟิก ยุโรป และสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะเป็นเวทีสำหรับมืออาชีพในระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ เพื่อแสดงและแบ่งปันเทคโนโลยีพร้อมสร้างโอกาสทางธุรกิจ ตลอดจนพบกับกูรูด้านนวัตกรรมอาหารจากทั่วโลกที่มาร่วมถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ เช่น อเมริกา อิสราเอล อินโดนีเซีย อิตาลี และสหราชอาณาจักร เป็นต้น ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนได้ที่ http://tiny.cc/pnfxcz โดยมีค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมงาน ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.fiisthailand.com หรือโทร. 0 2319 7677 ต่อ 122, 149

ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ผนึกกำลังทีมไทยทั้งภาครัฐและเอกชน เข้าร่วมงาน Cosmetic 360 ํ โดยนาโนเทค สวทช.

นำ 2 งานวิจัยสารสกัดสมุนไพรไทย ทั้งสารสกัดกระชายดำภายใต้ชื่อ BG139 และ สารสกัดบัวบก-ใบหมี่ภายใต้ชื่อ Litzella อวดโฉมในงาน COSME 360 ํ ที่ฝรั่งเศส หวังต่อยอดใช้ประโยชน์ด้านเวชสำอางเชิงพาณิชย์ กรุยทางสู่ ‘ไทย คอสเมโพลิส’ (Thai Cosmepolis) ดันไทยเป็นศูนย์กลางด้านเครื่องสำอางในระดับโลก โดยได้รับเกียรติจาก นายศรัณย์ เจริญสุวรรณ เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำสาธารณรัฐฝรั่งเศส เข้าร่วมชมบูธนิทรรศการภายในงานด้วย

For English-version news, please visit : Inventors of DentiiScan 2.0 named Outstanding Technologist 2019

17 ตุลาคม 2562- โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทลแบงค็อก, อะ ลักช์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล กรุงเทพฯ : มูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์ร่วมกับสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้จัดงานแสดงความความยินดีแก่นักเทคโนโลยีดีเด่นและนักเทคโนโลยีรุ่นใหม่ ประจำปี พ.ศ. 2562 ในปีนี้ผลงานวิจัยพัฒนา “เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สามมิติแบบลำรังสีทรงกรวย” ของ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

ได้รับรางวัลนักเทคโนโลยีดีเด่น ซึ่ง ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ ที่ปรึกษาอาวุโส สวทช. และผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ผู้อำนวยการโครงการ “เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สามมิติแบบลำรังสีทรงกรวย” ได้เข้ารับพระราชทานรางวัล “นักเทคโนโลยีดีเด่นประจำปี 2562” แล้ว จาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อวันจันทร์ที่ 7 ตุลาคม 2562 ในวโรกาสที่ทรงเสด็จพระราชดำเนินเปิดงานการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 45 (วทท.45) ของ สมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย  <ข่าวในพระราชสำนัก https://youtu.be/xbKh58O2sbc >

15 ตุลาคม 2562 ณ บ้านวิทยาศาสตร์สิรินทร อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย : ดร.อ้อมใจ ไทรเมฆ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย คุณบุษกร ตรีสวัสดิ์ ผู้อำนวยการ ผู้บริหารสายกิจกรรมองค์กรเพื่อสังคม ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ร่วมเป็นประธานเปิดกิจกรรม “ถนนนักวิจัยรุ่นเยาว์” ครั้งที่ 6 ระหว่างวันที่ 15 - 18 ตุลาคม 2562

เพื่อมุ่งพัฒนาและบ่มเพาะศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของเยาวชนไทย ผ่านกิจกรรมเสริมสร้างประสบการณ์ในรูปแบบต่าง ๆ การฝึกอบรม กิจกรรมค่าย และการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ เพื่อให้เยาวชนได้ฝึกฝน เรียนรู้ และทำวิจัยภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากนักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำของไทย เป็นการบ่มเพาะเยาวชนเหล่านี้สู่เส้นทางการเป็นนักวิทยาศาสตร์ต่อไปในอนาคต

10 ต.ค. 62 ณ โรงแรมเซ็นจูรี่พาร์ค กรุงเทพฯ - กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) ร่วมกับ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (TCELS) จัดงานสัมมนา Functional Food: Trend of Future - Health Claim - Market Strategy แก่ผู้ประกอบการในกลุ่มผู้ผลิตอาหารฟังก์ชั่น อาหารผู้สูงอายุ และอาหารเพื่อสุขภาพ กว่า 120 คน เพื่อให้ผู้ผลิตอาหารฟังก์ชั่นได้ข้อมูลครบทุกมิติ ทั้งทิศทางสินค้าอาหารฟังก์ชั่นจากข้อมูลเจาะลึกพฤติกรรมผู้บริโภค แนวโน้มเทคโนโลยีนวัตกรรมอาหารสุขภาพจากการวิเคราะห์แผนที่สิทธิบัตรเพื่อค้นหาโอกาสในการทำตลาดอาหารฟังก์ชั่น พร้อมเข้าใจหลักคิดและข้อกำหนดของ อย. และความเข้าใจที่ผู้ผลิตอาหารควรรู้เกี่ยวกับแนวทางทำธุรกิจอาหารฟังก์ชั่นและอาหารสำหรับผู้สูงอายุ

ดร.จุลเทพ ขจรไชยกูล ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ลงนามสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิผลงานวิจัยแพ็กแบตเตอรี่ และเครื่องชาร์จสำหรับการใช้งานด้านยุทโธปกรณ์เพื่อผลิตและขายผลิตภัณฑ์ ให้กับ บริษัท ออสก้าโฮลดิ้ง จำกัด

โดยมี คุณบุษราภรณ์ พรไพศาลศักดิ์ กรรมการบริษัท ร่วมลงนาม พร้อมด้วยทีมวิจัยจากเอ็มเทค สวทช. และเนคเทค สวทช. ร่วมเป็นสักขีพยานในครั้งนี้ เมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ อาคารเอ็มเทค อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี

For English-version news, please visit : Study of raptors’ migration route helps promote species conservation and eco-tourism

เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติเขาดินสอ ต.บางสน อ.ปะทิว จ.ชุมพร: สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรรม(อว.) นำโดย น.ส.วิราภรณ์ มงคลไชยสิทธิ์ รองผู้อำนวยการ สวทช. นางกุลประภา นาวานุเคราะห์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. นางวรรณิพา ทองสิมา ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารวิจัยเพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์ชาติ สวทช. นางรังสิมา ตัณฑเลขา ผู้อำนวยการโปรแกรมการบริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพและการใช้ประโยชน์ สวทช. และคณะวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ลงพื้นที่จัยการใช้เครื่องส่งสัญญาณดาวเทียมพลังงานแสงอาทิตย์ติดตามเส้นทางเหยี่ยวอพยพ ณ เขาดินสอ ต.บางสน อ.ปะทิว จ.ชุมพร

โดยความร่วมมือระหว่าง สวทช. มจธ. กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย และมูลนิธิศึกษาธรรมชาติเขาดินสอ โดยมีนายคณัสชนม์ ศรีเจริญ นายอำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร นายสมชาย เสมมณี ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชุมพร และ ผศ.ดร.พิสิษฐ์ เพ่งอัมพร ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดชุมพร ให้การต้อนรับ

เมืองนวัตกรรมอาหาร (Food Innopolis) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย FI Accelerator ขอเชิญผู้ประกอบการ SMEs ด้านอาหาร และบุคลากรของหน่วยงานที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมอาหารขององค์กร และจดทะเบียนนิติบุคคลมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 ปี พร้อมมีความมุ่งมั่นที่จะก้าวจากธุรกิจ Local สู่ Global เข้าร่วม “โครงการอบรมเพื่อพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs ด้านนวัตกรรมอาหารของไทย (PAD THAI ครั้งที่ 4)” โดยการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างโอกาสในการขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ ภายใต้แนวคิด From Local to Global ซึ่งผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับการอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตรเข้มข้นจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านโดยตรง รวมถึงโอกาสอื่น ๆ อีกมากจาก Food Innopolis สวทช. ผู้สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครออนไลน์ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ - 31 ต.ค. นี้ ที่ https://forms.gle/GsoC4rtiu5nWHgZL6 สอบถามเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก PADTHAI by Food Innopolis หรือผู้ดูแลโครงการ โทร. 091-7135433 (กรองจิตร), 082-441-4169 (สันติ)

ด้วยสถาบันวิจัยไอออนหนัก GSI: GSI Helmholtz Centre for Heavy Ion Research (https://www.gsi.de/en/start/news.htm) ทูลเกล้าฯ ถวายทุนการศึกษาภาคฤดูร้อน แด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อพระราชทานให้แก่นักศึกษาวิชาฟิสิกส์ของไทย จำนวน 2 ทุนต่อปี เพื่อเข้าร่วมโครงการอบรมภาคฤดูร้อน HGS-HIRe Summer Student Program at GSI (Website : https://hgs-hire.de/summer-program/)

โครงการนักศึกษาภาคฤดูร้อน HGS-HIRe Summer Student Program at GSI เป็นโครงการที่จัดขึ้นโดยความร่วมมือของ Helmholtz Graduate School for Hadron and Ion Research และ ศูนย์วิจัยไอออนหนัก GSI ซึ่งเปิดโอกาสให้นักศึกษาสาขาฟิสิกส์และสาขาวิทยาศาสตร์ธรรมชาติที่เกี่ยวข้องจากยุโรป และประเทศที่มีความร่วมมือกับ GSI ได้เข้าร่วมในโปรแกรมดังกล่าวในช่วงฤดูร้อนของปี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการ จึงได้เปิดรับสมัครนักศึกษาผู้สนใจเข้าร่วมโปรแกรมฤดูร้อนดังกล่าว ตั้งแต่บัดนี้ ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2562

จำนวนทุนที่เปิดรับ: จำนวน 2 ทุน

คุณสมบัติผู้สมัคร:

  1. สัญชาติไทย
  2. เป็นนิสิต/นักศึกษาที่กาลังศึกษาชั้นปริญญาตรีปีที่ 3-4 หรือ บัณฑิตศึกษาปีที่ 1-2
  3. อายุไม่เกิน 25 ปี ณ วันที่ปิดรับสมัคร
  4. เกรดเฉลี่ยไม่ต่ากว่า 3.25
  5. กำลังศึกษาอยู่ในสาขาวิชาฟิสิกส์ และมีความรู้ หรือเคยได้ศึกษาในหลักสูตรใดหลักสูตรหนึ่งต่อไปนี้ (1) Nuclear Physics (2) High Energy Physics (3) Atomic Physics หรือหลักสูตรที่เกี่ยวข้อง และมีผลการเรียนในวิชาที่เกี่ยวข้องอยู่ในระดับดี
  6. สามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ดี-ดีมาก
  7. สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ตลอดโครงการ

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งอุทกภัยที่ทำให้เกิดความเสียหายในหลายพื้นที่ของจังหวัดอุบลราชธานี ทำให้ประชาชนหลายพันครัวเรือนต้องเผชิญกับความสูญเสีย แม้ระดับน้ำจะทยอยลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังต้องการความช่วยเหลือและการฟื้นฟู ทั้งนี้ อว. ได้นำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปมอบเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่ฯ โดยจัดทำ “โครงการฟื้นฟูช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยหลังน้ำลด”

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี นำทีมโดย นายจำลอง พรมสวัสดิ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธาน พร้อมด้วยนายองอาจ ปัญญาชาติรักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ดร.สุธี ผู้เจริญชนะชัย รองผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และผู้บริหารจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ ในการนี้ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) ได้นำผลงานวิจัยและนวัตกรรม “มุ้งฆ่ายุงนาโนสมบัติพิเศษ” ไปบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องที่ประสบความเดือดร้อน

For English-version news, please visit : NSTDA to employ nanotechnology to create value to Thai dairy industry

ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) ลงนามความร่วมมือกับองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อพัฒนากิจการโคนมแบบครบวงจร หวังยกระดับกิจการโคนมด้วย วทน. เดินหน้าวิจัย ‘นมผงพันธุ์ไทย-นมอัดเม็ดพรีเมี่ยม-ผลิตภัณฑ์จากนมเพื่อผู้สูงวัย’ เฟสแรก 63-65 พร้อมลุยตลาดต่างประเทศ นำร่องบุกอาเซียนปี 64

นโยบายของรัฐบาลที่มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพน้ำนมดิบให้ได้มาตรฐานและปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค ซึ่งจะส่งผลให้น้ำนมดิบมีปริมาณเพิ่มขึ้น และมีคุณภาพดีขึ้น โดยข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คาดการณ์ว่า ปี 2562 นี้ ความต้องการบริโภคนมจะเพิ่มขึ้น จากการที่หลายภาคส่วนร่วมกันรณรงค์การบริโภคนมของประชาชนในประเทศ โดยในปี 2562 คาดว่า มีปริมาณการบริโภค 1,332,180 ตัน เพิ่มขึ้นถึง 8% จาก 1,233,483 ตัน ของปี 2561 ในขณะเดียวกัน การส่งออก - การนำเข้าผลิตภัณฑ์นมจะมีปริมาณเพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้ประกอบการในตลาดนมพาณิชย์มีการผลิตเพิ่มขึ้น อีกทั้งภาครัฐและภาคเอกชนมีการร่วมมือกันสนับสนุนการขยายตลาดส่งออกนมสู่ประเทศในภูมิภาคอาเซียนเพิ่มมากขึ้น

ณ อาคารซอฟต์แวร์พาร์ค ถ.แจ้งวัฒนะ : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย (ซอฟต์แวร์พาร์ค) ร่วมกับบริษัท เว็ลธ์ แมเนจเม้นท์ ซิสเท็ม จำกัด ผู้พัฒนาเว็บไซต์ www.WealthMagik.com จัดเวทีนำเสนอผลงานรอบสุดท้ายในโครงการ “Software Park - WealthMagik เงินออมสร้างชาติ Awards Season 4” โครงการประกวดพัฒนาสื่อการ์ตูนแอนิเมชันที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย จาก 2 หมวดการแข่งขัน แบ่งเป็น 3 ประเภท รวม 14 ทีม ได้แก่ หมวดการ์ตูนแอนิเมชันประเภทนักเรียนนักศึกษาและประเภทบุคคลทั่วไป และหมวดวีดิทัศน์เรื่องสั้น (Short Video) ชิงเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 275,000 บาท

เพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์และศักยภาพด้านไอทีให้กับนักเรียน นักศึกษา และบุคคลทั่วไป รวมถึงสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการวางแผนการออมลงทุนกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ ผลปรากฏว่า ในหมวดการ์ตูนแอนิเมชัน ทีม WinWin จากผลงาน The Supporter คว้ารางวัลชนะเลิศประเภทนักเรียนนักศึกษา รับทุนการศึกษา 40,000 บาท ขณะที่ประเภทบุคคลทั่วไป ทีมร้อนเงิน จากผลงาน Pass it on คิดจะออม คิดถึงพ่อ คว้ารางวัลชนะเลิศ รับเงินรางวัล 80,000 บาท ส่วนหมวดวีดิทัศน์เรื่องสั้น ทีมขายไตเรียน จากผลงาน Decode (ถอดรหัสรวย) คว้ารางวัลชนะเลิศ รับเงินรางวัล 40,000 บาท

MTEC
BIOTEC
NECTEC
NANOTEC

tsp

AIMI

nctc

ตราโลโก้ ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ (Logo of National Security and Dual-Use Technology Center: NSD)

ฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ

 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป