อาทิตย์สโมสรกับวิษณุ

 

ไม่ค่อยจะประสีประสาในเรื่องทางวิทยาศาสตร์กับใครเค้าเท่าไรนัก วันก่อนมีคนมาเชื้อเชิญให้ไปอภิปรายร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิอีกหลายท่าน เรื่องการพัฒนาวิทยาศาสตร์ในประเทศไทย จึงต้องจ้องหน้าและถามว่ามาผิดวิกผิดโรงหรือเปล่า ถ้าให้ไปพูดเรื่องกฎหมาย การเมืองการปกครอง หรือแม้แต่ขนมนมเนยข้าวปลาอาหารยังพอว่า  ถ้าชวนไปตั้งวงเสวนาเรื่องวิทยาศาสตร์ บอกตรงๆ ว่าไม่ถนัด เกรงจะไปขายขี้เท่อซะมากกว่า คนไทยเราก็เป็นอย่างนี้นะครับ เราได้อบรมได้ฝึกฝนมาในทางอื่นมาก แต่ให้ความสำคัญในเรื่องทางวิทยาศาสตร์น้อยไป

 

วันนี้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกับโลกเป็นเรื่องเดียวกัน เวลาเราพูดถึงคลื่นลูกใหม่ ลูกที่หนึ่ง ลูกที่สอง ที่สาม เราพูดถึงการพัฒนาในเรื่องต่างๆ พูดถึงโลกาภิวัฒน์ มันจะหนักไปในเรื่องวิทยาศาสตร์ เรื่องเทคโนโลยีเป็นสิ่งสำคัญ แม้แต่ปรากฏการณ์ที่โลกจะต้องเผชิญจากนี้ไป ท่านผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่านก็ได้อธิบายตรงกันว่า ต้องอาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ทางเทคโนโลยีเข้าไปมีส่วนแก้ไขเป็นอย่างมาก

 

วันก่อนที่ผมไปฟัง ฯพณฯ ท่านองคมนตรี คุณหมอเกษม วัฒนชัย ท่านบรรยายเอาไว้ดีมาก ท่านเป็นนักคิด นักเขียน นักพูด นักอ่าน อ่านแล้วมาย่อยเป็นข้อความสั้นๆ ให้ฟัง ฟังแล้วก็ตื่นตาตื่นใจไปตามๆ กัน ท่านบรรยายว่าโลกจากนี้ไปจะเผชิญภัยอันตรายสำคัญ 4 ประการ คือ 1  ภัยอันตรายอันเนื่องจากปัญหาประชากรล้นโลก เพราะว่าประชากรจะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น คนที่อยู่ในวัยสูงอายุ จะมีอายุยืนยาวนานมากขึ้น ปัญหานี้จะทำให้ประชากรในแต่ละประเทศมากขึ้น ในขณะที่พื้นแผ่นดินที่จะให้อยู่อาศัยไม่ได้เพิ่มตาม มีแต่ลดลง และในขณะที่ข้าวปลาอาหารกำลังจะลดน้อยถอยลง ไม่สามารถหามาชดเชยได้ ปัญหาประการที่ 2 เป็นปัญหาที่สืบเนื่องมาจากเรื่องของการเปลี่ยนแปลงดินฟ้าอากาศ ไม่ว่าจะเป็นภาวะโลกร้อน ไม่ว่าจะเป็นภาวะหิมะละลาย ก้อนน้ำแข็งละลาย ซึ่งน้ำในทะเล ในมหาสมุทรจะมีระดับที่สูงขึ้นเป็นเมตรๆ ประเทศที่บ้านเมืองที่อยู่ชายตลิ่งชายฝั่งทั้งหลายจะประสบภัยอันตรายเรื่องน้ำท่วม ปัญหาอุทกภัยจะเกิดขึ้นทั่วไป เรื่องอย่างนี้ไม่ต้องอาศัยนอตราดามูสหรือไม่ต้องอาศัยโหรที่ไหนพยากรณ์ เรามองจากเหตุการณ์ในประเทศเรา ก็รู้สึกได้ว่าดินฟ้าอากาศเปลี่ยนแปลงไป ไม่เหมือน 10 ปี 20 ปีที่แล้ว แล้วลองคิดดูว่าอีก 10 ปี 20 ปีข้างหน้า มันจะขนาดไหน  ปัญหาประการที่ 3 ท่านองคมนตรีสรุปมาจากที่ท่านได้อ่านและท่านได้วิสาสะจากผู้รู้ชาวต่างชาติมามากว่ามันคือปัญหาเรื่องการขาดแคลนพลังงาน เพราะพลังงานนั้นส่วนใหญ่เราได้มากจากฟอสซิลใต้ดิน มันไม่มีเพิ่มมันมีแต่จะลด เพราะฉะนั้นน้ำมันก็ดี แก๊สธรรมชาติก็ดีจะลดลง เราจะหาพลังงานมาจากไหนที่ชดเชยได้ จะไบโอดีเซล พลังงานแสงอาทิตย์ จะพลังงานลมก็ต้องเร่งคิดเร่งทำ และสุดท้ายก็คือปัญหาเรื่องการขาดแคลนอาหารและน้ำจืด เรื่องอย่างนี้ประมาทไม่ได้นะครับ 

 

ในสมัยก่อนฝรั่งต้องออกรบทัพจับศึกเพื่อหาเกลือมาใช้หมักอาหารเก็บเอาไว้ได้เป็นปีๆ ต้องทำสงครามกัน ต่อมาก็ออกเดินทางเพื่อหาเครื่องเทศ  และวันนี้ก็มาเป็นเรื่องของการที่อาจจจะออกยกทัพจับศึกกันเพื่อที่จะแย่งข้าวปลาอาหาร แย่งน้ำจืด เมื่อตอนเราเด็กๆ เราไม่เคยคิดว่าจะมีการบรรจุน้ำธรรมดา หรือน้ำจืดใส่ขวดขาย วันนี้มันราคาแพง ในบางประเทศราคาแพงกว่าน้ำมันเสียอีก เหล่านี้มันเป็นปัญหาของโลกที่จะต้องอาศัยวิทยาศาสตร์เข้าไปช่วย เทคโนโลยีเข้าไปช่วย พูดอย่างนี้เหมือนจะทำท่าจะสาธกวิทยาศาสตร์เป็นการโต ความจริงจำขี้ปากเค้ามาเล่า 

เมื่อไม่กี่วันมานี้ผมมีเหตุต้องไปไปนั่งฟังท่านรัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์ ท่านวีระชัย และท่านผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ได้อธิบายให้ฟัง ฟังแล้วผมไม่ค่อยจะเชื่อ ท่านเอาเอกสารมาเปิดให้ดู ดูแล้วก็ตื่นเต้น ตื่นเต้นคนเดียวไม่ได้ ต้องเอามาเล่าสู่กันฟังครับ 

 

ท่านผู้ที่เป็นขาประจำของรายการอาทิตย์สโมสรทุกท่าน เรามีข่าวร้ายที่เราได้ยินมาเยอะตลอดปี คนนั้นรบกับคนนี้ คนนี้ตีกับคนนั้น คนนั้นวิวาทบาทหมางกับคนนี้ เรามาฟังข่าวดีซะบ้างว่า ขณะที่โลกจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องการการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เรื่องอย่างนี้จำเป็นเป็นอย่างมาก สวทช. หรือสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ เป็นหน่วยงานเล็กๆ เป็นส่วนราชการก็ไม่ใช่ รัฐวิสาหกิจก็ไม่เชิง ตั้งในกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้ทำอะไรหลายอย่างเหลือเกินที่เป็นคุณูปการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแก่ประเทศไทย เพียงแต่ว่าทำแล้วมันสะดุดอยู่เพียงแค่นั้น ไม่ได้นำมาขยายต่อ

 

ปัญหานี้ประสบอยู่เช่นเดียวกับอีกหลายปัญหา ว่าคนที่จะคิดให้นั้นมีอยู่ในประเทศไทย ปัญหาคือ คนที่จะสานต่อนั้นไม่มี อาจจะอ้างว่า ขาดเงิน อาจจะอ้างว่า มีระเบียบวาระแห่งชาติเรื่องอื่นที่เร่งด่วนกว่า แต่ถ้าท่านผู้ชมหรือท่านที่ได้รับฟังรายการอาทิตย์สโมสรท่านจะได้รู้ว่า เราได้พัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีมาไม่ใช่เล่น เพียงแต่ว่า ขอให้ต่อยอดเท่านั้น เรามีกระทรวงวิทยาศาสตร์มานานแล้วครับ แรกๆ ก็เป็นเรื่องของวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อม ต่อมาก็เปลี่ยนชื่อเป็นวิทยาศาสตร์และพลังงาน บัดนี้สิ่งแวดล้อมก็แยกออกไปตั้งเป็นกระทรวง พลังงานก็แยกออกไปตั้งเป็นอีกกระทรวง ก็เหลือกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งฟังดูแล้วหลายคนคงนึกว่าเป็นกระทรวงที่โลกลืม คือ ไม่รู้ว่าทำอะไร ความจริงก็สุ่มทำอยู่เงียบๆ  เงียบจนบางทีเราก็ลืมและไม่รู้จักจริงๆ แต่สังเกตมั้ยครับว่า เวลาปรับ ครม. ตั้งรัฐบาลใครเป็นรัฐมนตรีอยู่กระทรวงฯ นี้ เป็นอันเอะอะโวยวาย ไม่พอใจทั้งนั้น บางทีย้ายจากกระทรวงเกรดหรือระดับที่ถือว่าดี ไปอยู่กระทรวงนี้ ถือว่าเป็นการหมิ่นประมาท ลดชั้นวรรณะทีเดียว แต่สังเกตว่ารายไหนก็รายนั้น เมื่อมาอยู่กระทรวงนี้ จะเป็นเพราะเป็นจุดอ่อน ปมด้อย อย่างไรไม่ทราบ ท่านก็ฟิตขึ้นมา เหมือนอย่างที่กวีบรรยายสมัยก่อนว่า โดยมุมานะหฤทัย อดสูดูกษัย คือ มุมานะ ฮึดขึ้นมาเพื่อจะทำอะไรให้เป็นชิ้นเป็นอันและมันก็เป็นชิ้นเป็นอันขึ้นมายิ่งกว่ากระทรวงเกรดเอหรือกระทรวงใหญ่ๆ ซะอีก ดูสมัยก่อนที่คุณดำรง ลัทธิพิพัฒน์ มาอยู่กระทรวงวิทยาศาสตร์นี้ซิครับ ดูสมัยที่คุณพิจิตร รัตนกุล ย้ายมาอยู่ที่กระทรวงนี้ซิครับ ดูจากตอนสมัยที่คุณสุวัฒน์ ลิปตพัลลภมาอยู่กระทรวงนี้ซิครับ ดูจากตอนที่ ท่านรัฐมนตรี พินิจ จารุสมบัติ มาอยู่กระทรวงนี้ซิครับ ท่านไปด้วยที่รู้ว่าเป็นกระทรวงเล็ก คนก็น้อย คนก็น้อย  งบประมาณก็น้อย รัฐบาลดูจะไม่ใส่ใจมากนัก แต่พอไปแล้วกลับพลิกฟื้นคืนให้โด่งดัง ชูโรงตีปีปทำให้มีผลงานออกมา ไม่มีอะไรมากหรอกครับ สิ่งที่อยากได้จากนักการเมืองคือ 1 อย่าไปแทรกแซง เขาทำของเขาได้ 2 หาเงินหางบประมาณให้เขา จัดระเบียบสวัสดิการให้เขา ให้เขามีกำลังใจที่จะทำงาน และช่วยตีปีบบอกกล่าวป่าวร้องให้เขา เหล่านี้เป็นผลงานที่่ฝ่ายประจำเขาทำออกมาได้ทั้งนั้น ยิ่งกระทรวงที่ว่านี้มีนักวิทยาศาสตร์ ทั้งที่อยู่ประจำ ภายนอกและเครือข่ายอีกมาก ถ้าหากว่า ระดมกันขึ้นมาแล้วเอาทำงานได้เยอะ ใครจะเป็นเชื่อว่า 20 ปีที่ผ่านมา กระทรวงนี้ โดยหน่วยงานที่ทำกล่าวสักครู่ว่า สวทช. ได้ทำอะไรหลายอย่าง หน่วยงานนี้ ความจริงก็ไม่ได้ใหญ่โต เรามีคณะวิทยาศาสตร์ คณะแพทย์ คณะวิศวะ ที่วิจัย และทำอะไรของเขาอยู่ได้มากมาย ที่สำคัญเรามีบริษัทเอกชนที่วิจัยของเขาเหมือนกัน แต่หลายเรื่องทำเองโดยลำพังไม่ได้ ต้องอาศัยผู้อำนาจจากรัฐ 

 

รัฐก็ให้สวทช. สำนักงานชื่อยาวๆ นี่แหละครับ คณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาตินี่ ไปช่วยจัดการดูแลแทนรัฐ ไปดูแลอย่างไร 

1. สำนักงานนี้ไปหาคนที่สามารถ จากมหาวิทยาลัยหรือจากที่ไหนก็ได้ ในก็ได้ นอกประเทศก็ได้มาวิจัย 

2. วิจัยเสร็จแล้วก็ส่งไปให้เอกชน ก็ไปทำไปผลิต หลายเจ้าก็เอาไปทำไปผลิตมีกำรี้กำไรมากมาย นอกจากจะทำในเรื่องวิจัยแล้ว บางครั้ง เขาอาจะเป็นตัวกลางประสานในด้านเทคโนโลยีจากต่างประเทศให้ถ่ายเทถ่ายทอดถ่ายโอนมาสู่นักประดิษฐ์ในเมืองไทย บริษัทในเมืองไทย พวกนี้ถ้าทำเองคงไม่โก้ไม่หรูไม่งามเหมือนกับที่หน่วยงานของรัฐเข้าไปจัดการ 

3. บางเรื่องหน่วยงานนี้จะประสานหางบประมาณมาให้ เพราะว่าเอกชนนั้น หลายเรื่องเขาก็คิดเองได้ เขาขาดอย่างเดียวคือทุน ก็ต้องมีคนหาทุนให้ ต้องกมีการส่งเสริมการลงทุนให้ แล้วก็ 

4. สำคัญก็คือบางที หน่วยงานของรัฐนี้จะไปชักชวนกันหลายหน่วยเข้ามาในการที่จะไปร่วมทุนเพื่อผลิตอะไรออกมา น่ารู้ครับว่า เขาผลิตอะไรออกมาบ้าง เขาได้จดทะเบียนสิทธิบัตรอะไรบ้างว่าเป็นของไทย และได้ทำอะไรจนได้รางวัลระดับชาติ ระดับภูมิภาค ระดับโลก เรื่องอย่างนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เมื่อไม่รู้มันก็คือไม่รู้ แต่พอรู้แล้วก็อดปลื้ม อดปิติ อดขนลุกขนพองไม่ได้ว่า เราก็มีนักวิทยาศาสตร์ที่ทำอะไรได้เป็นชิ้นเป็นอันมาก สำคัญแต่ว่า มันวางไว้บนหิ้ว หรือวางไว้บนพื้น หรือว่าไว้อยู่ในห้างในร้าน หรือเราจะต่อยอดไปจนกระทั่งขายไปได้ทั่วโลกเท่านั้น หรือกลับมาช่วยประเทศได้อย่างจริงจังเท่านั้น เดี๋ยวอีกสักครู่ ผมจะกลับมาเล่าเรื่องนี้ให้ท่านผู้ชมทั้งหลายได้ทราบครับ 

 

อาทิตย์สโมสรอาทิตย์นี้มาแปลกแหวกแนวไปสักนิดหนึ่ง เราหยุดพูดถึงชื่อบ้านนามเมืองหยุดพูดถึงเรื่องข้าวปลาอาหาร หยุดพูดถึงเรื่องการนำเที่ยว แต่มาพูดถึงเรื่องหนัก แต่ด้วยความที่ผมไม่ค่อยรู้เรื่องนัก เพราะฉะนั้นจะพยายามทำให้เรื่องหนักมันกลายเป็นเรื่องเบา คือพูดถึงเรื่องการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของไทย ในช่วงต้นได้เรียนให้ท่านผู้ชมทั้งหลายได้ทราบว่าปัญหาของโลกต่อไปนี้มีมากมายต้องอาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามาช่วยแน่นอนว่ายังต้องอาศัยอย่างอื่นอีกด้วยแต่เรื่องวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นเรื่องสำคัญที่เราจะทิ้งไม่ได้เป็นเครื่องมือที่จะใช้ในการพัฒนาและแก้ปัญหาหลายอย่างได้แต่เราต้องควบคุมให้อยู่ในร่องในรอยเท่านั้น วันนี้ยังไม่ถึงขั้นต้องควบคุมหรอกเราส่งเสริมให้มันรุ่งเรืองเฟื่องฟูเสียก่อนเป็นอันดับแรก ใครจะไปนึกว่าประเทศของเรานี้มีการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมามาก ความจริงหากประเดิมเริ่มแรกจับความเมื่อร้อยกว่าปีโน้นเมื่อครั้ง รัชกาลที่ 4 ได้ทรงพยากรณ์การเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงล่วงหน้าและถูกต้องเป๊ะตามวันเวลานาทีและสถานที่ ที่ทรงพยากรณ์ล่วงหน้าไว้ตั้งหลายปีจนกระทั่งฝรั่งมังค่าทั้งหลายตื่นเต้นใครที่มาดูเป็นอันว่าอัศจรรย์ใจกันทั้งนั้น จนกระทั่งวันนี้เราได้ถวายพระราชสมัญญาว่า "ทรงเป็นองค์บิดาของวิทยาศาสตร์ไทย" นั่นก็เป็นเรื่องหนึ่งไปแล้ว

 

หลังจากนั้นมาเราคนไทยยังได้พัฒนาอะไรอีกเยอะแน่นอนบางครั้งบางเรื่องเป็นองค์ความรู้ของเราเกือบจะเรียกว่าร้อยเปอร์เซ็นต์ บางเรื่องก็เอาของเค้ามาพัฒนาต่อ พัฒนาอย่างไรก็ถือว่าเป็นเรื่องของคนไทย วันนี้มันเป็นประเด็นอยู่ที่ว่าไทยทำแต่ต่อไปนี้ไทยจะทำอย่างไรจะให้ไทยเอาไปใช้ไทยเอาไปขายและให้ไทยเจริญได้อย่าให้มันหยุดนิ่งอยู่กับที่ ผมได้เรียนให้ทราบในช่วงต้นขออนุญาตที่จะหยิบโพยขึ้นมาเพราะว่าถ้าพูดไปจากความทรงจำมันจะหายหกตกหล่นเนื่องจากว่ามันมีศัพท์แสงทางวิทยาศาสตร์อยู่มาก หน่วยงานเล็กๆ ของรัฐที่เรียกว่า สวทช. สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ไม่ใช่ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ สังกัดอยู่ในกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีหน้าที่ที่จะให้ทุนทางเอกชนเพื่อที่จะไปพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ มีหน้าที่ส่งเสริมนักวิทยาศาสตร์รุ่นจิ๋ว รุ่นเยาว์ รุ่นกลาง รุ่นใหญ่ ไปจนกระทั่งถึงศาสตราจารย์ให้พัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และนำไปต่อยอด มีหน้าที่ในการที่จะวิจัยแต่วิจัยมันเป็นกระดาษที่คุณเอากระดาษนี้ไปอ่านแล้วคุณเอาไปทำออกมาเป็นสินค้าและผลิตให้ได้ทีเถอะ ขณะเดียวกันก็มีหน้าที่ประสานขอความร่วมมือให้ต่างชาติเค้ามีการถ่ายทอดหรือถ่ายโอนเทคโนโลยีให้เข้ามายังนักวิทยาศาสตร์หรือนักประดิษฐ์ของไทย

 

ท่านผู้ชมคงรู้จักบุหงารำไป หลายท่านไปงานแต่งงาน เอาดอกไม้แห้งใส่ถุง ฝีมือคนไทยเป็นที่ขึ้นชื่อในเรื่องนี้  ใช้วางไว้ในตู้เสื้อผ้าบ้าง วางไว้ในรถบ้าง ส่งกลิ่นหอม หอมอย่างไรแต่ก็อยู่ได้ประมาณ 1 เดือนเท่านั้น แล้วกลิ่นก็จาง วันนี้ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์มีการวิจัยและพัฒนาจนกระทั่งทำให้กลิ่นหอมอยู่ไปได้ 2-4 เดือน คงทนถาวร คุณภาพดี ราคาอาจจะสูงขึ้นนิดหน่อย แต่มันเพิ่ม สิ่งที่เราเรียกว่า คุณค่า แค่บุหงารำไปก็ได้พัฒนามาจนเป็นเรื่องเป็นราวในเวลานี้ วันนี้เราจะปล่อยให้สินค้าเราเป็นเพียงลักษณะสินค้า OTOP สินค้าพื้นบ้านอย่างเดียวไม่ได้ ต้องเอามาทำให้ดีขึ้น สินค้าบางประเทศก็ไม่ได้มีอะไรดีมาก แต่หีบห่อดีเหลือเกิน ที่เราเรียกว่า Packaging วันนี้เราต้องทำทั้งคุณภาพ ทั้งหีบห่อ ทั้งปริมาณ และทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อเพิ่มคุณค่า 

 

เถ้าแกลบ ขี้เถ้า หรือแกลบ เวลาเขาทำไฟฟ้าจะเหลือเศษ เสร็จแล้วก็เขี่ยโยนทิ้งลงแม่น้ำ วันนี้เอามาวิจัย เอาเถ้าแกลบนั้นมาอัดเป็นเม็ด เป็นชิ้น แล้วเอามาใช้บำบัดน้ำเสียได้เป็นการเพิ่มมูลค่า และนำไปใช้ประโยชน์ได้ วันนี้เป็นสินค้าที่ผลิตเป็นล่ำเป็นสันส่งออกได้ นี่ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่น่าตื่นเต้นอยู่ไม่ใช่เล่น 

 

มะม่วงเวลาออกลูก ภยันตรายมีตั้งแต่กระรอกไปจิกไปแทะ สัตว์ไปแทะ บางครั้งก็งอม ก็เน่า ก็ร่วง ลมพัดก็หลุดจากขั้ว สิ่งที่ชาวสวนทำคือ พยายามหาถุงไปห่อเอาไว้ แรกๆ ก็ใช้ถุงพลาสติก ปรากฏว่า อบ ร้อน สุดท้ายมะม่วงก็เน่า บางครั้งก็เอาถุงกระดาษไปใส่ พอลมพัดถุงก็เตลิดเปิดเปิง ปลิวไป วันนี้ได้มีการวิจัยและทำออกมาจนกระทั่งกลายเป็นถุงชนิดหนึ่ง เป็นชนิดพิเศษที่เอาไปหุ้มหรือห่อผลมะม่วงหรือผลหมากรากไม้ใดๆ จะเป็นกระท้อน ส้มโอ ซึ่งสามารถเก็บเอาไว้ได้อย่างดี ไม่เป็นพิษเป็นภัยใดๆ ต่อผลไม้ ผมมารู้ด้วยความตกใจว่า ถุงจากนอกที่เราสั่งซื้อเข้ามาเพื่อใช้หุ้มห่อผลไม้ตามต้น ปีหนึ่งๆ เรานำเข้าประมาณ 2 พันล้าน ชิ้นต่อปี คิดเป็นมูลค่าที่เราต้องซื้อจากต่างประเทศ  สองพันล้านเจ็ดร้อยล้านบาทต่อปี วันนี้เราผลิตถุงโพลีเทคขึ้นมาได้ คุณภาพดีและเหนือกว่าต่างประเทศด้วยซ้ำ ข้อสำคัญก็คือ ราคาถูก และใช้ได้วนแล้ววนอีก ได้อีกหลายครั้งทำออกมาแล้วได้ราคาถูก คุณภาพดี ที่สำคัญคงทน ถาวร 

 

การที่เราสามารถผลิตสินค้าเอง ทำให้ประหยัดเงินตรในการนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้ได้มีการวิจัย และเอกชนนำไปผลิต ตั้งแต่ที่ได้ผลิตออกมานั้นลดการนำเข้าจากต่างประเทศเป็นอันมาก ซึ่งปัญหาอยู่ที่ว่าเราจะต่อยอดต่อไปได้อย่างไรให้ดีขึ้นกว่าปัจจุบัน

 

น้ำปลา

ประเทศไทยเป็นประเทศที่ผลิตน้ำปลาอร่อยที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง คนไทยบริโภคน้ำปลากันเกือบทุกครัวเรือน ปัญหาอยู่ที่ปลากะตักที่ใช้ผลิตน้ำปลานั้นจะต้องหมักกับเกลือและใช้เวลานานปี  ปีครึ่ง หรือ สองปี กว่าจะได้น้ำปลาออกมา  ในวันนี้ ด้วยกระบวนการทางวิจัย กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสามารถทำให้การผลิตน้ำปลาใช้เวลาเพียงหก ถึง แปดเดือน ลดลงจากเดิมเป็นอันมาก โดยยังคงความโอชารส  ความอร่อย คุณภาพ ความสะอาดไว้เป็นอันมาก

 

น้ำส้มสายชู

จากการเก็บตัวอย่างน้ำส้มสายชูในตลาดไปตรวจสอบ พบว่ามีสิ่งแปลกปลอม มีมลพิษ มีสิ่งเจือปนแปลกปลอมหลายอย่าง ซึ่งหากสะสมในร่างกายจะทำให้เกิดอันตราย  ดังนั้นจึงมีการวิจัย และทดลองหมัก โดยใช้วัตถุดิบเช่นข้าวโพดอ่อน นำมาหมักเป็นน้ำส้มสายชู ทำให้ได้น้ำส้มที่มีคุณภาพ โอชารส สะอาดสะอ้าน และไม่มีมลพิษสิ่งแปลกปลอมใดใดตกค้างอยู่เลย เวลานี้เป็นสินค้าส่งออกที่มีชื่อเสียงมาก

 

อิฐ

อิฐที่นำมาใช้ในการก่อสร้าง จุดอ่อนของอิฐคืออุ้มน้ำได้ ทำให้เกิดตะไคร่น้ำนานไปก็ทำให้เกิดการผุพัง เสื่อมโทรมเสียหาย บางครั้งก็เป็นที่อาศัยของต้นไม้ซึ่งนักวิจัยก็ไปสังเกตว่าทำไมน้ำกลิ้งบนใบบัวได้ โดยที่ไม่ดูดซึมไปในใบบัว จึงไปทำการแยกแยะว่าใบบัวมีสารอะไร มีความพิเศษอย่างไร แล้วจึงนำมาทำเป็นวัสดุในทางเคมีมาทำเป็นน้ำยา และนำไปเคลือบอิฐ กลายเป็นอิฐที่ไม่ซึมซับน้ำเมื่อไม่ซึบซับน้ำก็แห้ง ก็คงทน ที่สำคัญใช้กี่ปีก็ไม่เกิดตะไคร่น้ำ ซึ่งอยู่ที่ว่าจะยอดอย่างไรให้เอกชนมีทุนแล้วเอานำไปทำเป็นสินค้า ให้เป็นสินค้าที่แพร่หลายและส่งออกได้มากขึ้นยื่งกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน 

 

โซล่าเซลล์ 

โซล่าเซลล์ซึ่งเป็นแผงที่รับแสงอาทิตย์และนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ วันนี้ได้รการทดลองและนำไปใช้ในโครงการพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ถึง 38 แห่ง และอยู่ในระหว่างติดตามผล ว่าดีอย่างไร จะได้ขยายผลให้กว้างขวางออกไป 

 

แม้กระทั่งมะพร้าวอ่อน เวลาเปิดต้องตัด ต้องเฉาะ ยากลำบาก วันนี้ มีการวิจัยออกมาแล้ว มีเครื่องมือเปิดมะพร้าว เอามะพร้าวใส่ไปในเครื่อง จะเป็นกี่ลูก กี่ผลก็ตามใช้เวลาประเดี๋ยวเดียว เปิดฝาออกมาได้หมด และก็สะอาดด้วย เครื่องมือชนิดนี้ เอาไปจดทะเบียนสิทธิบัตรเรียบร้อยแล้ว 

 

อย่างสามล้อสกายแล็ป ที่ดูจะมีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักกันดี ยางพาราสกัดน้ำยางออกมา วันนี้วิจัยแล้วส่งผลวิจัยให้โรงงานเอาไปทำ ก็เอาไปทำยางตีนตะขาบของรถถัง รถเกราะ ซึ่งประหยัดเงินตราที่จะต้องสั่งซื้อจากต่างประเทศไปได้เป็นอันมาก ทดแทนการนำเข้าได้เป็นอย่างดี เมืองไทยเป็นประเทศที่ปลูกอ้อยมาก สุดท้ายก็ต้องตัดอ้อย เวลาตัดก็ต้องใช้มีด ใช้พร้าตัด ใช้แรงงานคน วันนี้ก็ประดิษฐ์เครื่องมือที่จะตัดอ้อย โดยไม่ต้องใช้แรงงานคน ตัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็สามารถฉุด ลาก กระชาก ขึ้นไปวางไว้บนรถได้ ระหว่างนั้นก็จะมีการกรองเอาเศษอิฐ เศษหิน เศษดิน เศษทราย ออก และในที่สุดก็ตัดออกเป็นท่อนๆ พอไปถึงโรงงานก็เป็นท่อนอ้อย ท่อนเล็กๆ แล้วก็เอาไปหีบ ไปบีบ เอาน้ำออกมา ก็ทำเป็นน้ำตาลได้ ข้อสำคัญมีดพร้าที่ใช้ตัด จุดอ่อนคือว่า มันต้องคม พอตัดไปตัดมามันไม่คม ต้องลับ พอลับก็เสียเวลา สามารถผลิตมีดพร้าที่ใช้ตัดอ้อยโดยไม่ต้องลับหรือนานๆ ลับที เวลานี้เป็นที่นิยมกันมาก เป็นผลมาจากนักวิทยาศาสตร์ไทย ครู อาจารย์ไทย ศาสตราจารย์เมืองไทยวิจัย และเอาผลวิจัยนั้นมาทำให้เป็นสินค้า เป็นวัสดุขึ้นมาทั้งนั้น แม้กระทั่งเสื้อเกราะกันกระสุน ซึ่งเราต้องนำเข้าจากต่างประเทศ วันนี้ก็ผลิตได้แล้ว 

 

ที่พูดกันนี้ ดูจะเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โตระดับนักวิทยาศาสตร์ระดับชาติ ระดับศาสตราจารย์ แล้วก็ไปร่วมมือกับบริษัทเอกชน ท่านผู้ชมทราบหรือไม่ว่า แม้กระทั่งนักเรียนรุ่นจิ๋ว รุ่นเยาว์ ถ้าหากว่าให้ความรู้พวกเค้าดีๆ บวกกับความคิดริเริ่มกับมันสมองเขา เขาก็ไปทำอะไรของเราได้เยอะแยะมากมาย ใครจะไปเชื่อ เหลือเชื่อที่จะเรียนให้ทราบว่า มีนักเรียนไทยอยู่ 3 คน ช้างเผือกเกิดในป่าจริงๆ เป็นเด็กนักเรียนบ้านนอกอยู่สุราษฎร์ธานี เอ่ยชื่อไว้ตรงนี้ นายพรวสุ พงศ์ธีระวรรณ นางสาวธัญพิชา พงศ์ชัยไพบูลย์  และนางสาวอารดา สังขนิตย์ ผู้หญิง 2 ผู้ชาย 1 มาจากสุราษฎร์ธานีพิทยา ท่านคิดประดิษฐ์ของท่านกันขึ้นมาเอง นักเรียนตัวเล็กๆ เหล่านี้ คิดอะไร คิดว่าควรจะเอาเกล็ดปลาที่เวลาขูด ขอดแล้วทิ้งเอามาทำเป็นพลาสติก อะไรที่ต้องทำด้วยพลาสติกแทนที่จะใช้เม็ดพลาสติก ก็ทำจากเกล็ดปลา ทำออกมาแล้วเป็นเรื่องเป็นราว เพราะว่าใช้แล้วได้ผล ไปประกวดในประเทศไทยได้รางวัลที่ 2 ส่งไปประกวดระดับโลกได้รางวัลที่ 1 รางวัลนั้นเป็นรางวัลที่มีชื่อเสียงมาก เพราะว่าก่อนที่เราจะได้ปีนี้ 10 ปีที่แล้ว รางวัลนี้ให้แต่กูเกิล 10 ปีต่อมาคนที่ได้คือ นักเรียนไทย 3 คนนี้ ได้รางวัลคิดเป็นเงินเกือบ 2 ล้านบาทไทย และที่สำคัญคือ MIT สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ ที่ใครๆ ก็รู้จัก เห็นเกียรติคุณความสามารถของ นักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ไทยรุ่นเยาว์ นักเรียนจากสุราษฎร์ ช้างเผือก 3 เชือกนี้ ได้ขอเอาชื่อเด็กไทยทั้ง 3 คน ไปตั้งชื่อเป็นดาวเคราะห์น้อยที่ค้นพบใหม่เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่นักวิทยาศาสตร์เด็กเล็กๆ  จากสุราษฎร์ธานี 

 

เรื่องอย่างนี้เป็นเรื่องที่น่าปลื้มปิติ ต้องเล่ากันให้มากๆ เพราะเรากำลังจะได้รัฐบาลในไม่ช้า รัฐบาลใหม่จะต้องให้ความสำคัญและสนใจวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จะใส่ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 ก็ใส่เถอะครับ จะใส่ในนโยบายรัฐบาลก็ใส่เถอะครับ แต่อย่าใส่เพียงเป็นวาทกรรม ใส่แล้วต้องเอามาทำให้เป็นจริง เรายังมีเรื่องต้องวิจัยอีกเยอะ จะเป็นเรื่องน้ำจืด เรื่องข้าว เรื่องอ้อย น้ำตาล มัน สิ่งเหล่านี้เป็นสินค้าที่ส่งออกสำคัญ แต่นับวัน ใครต่อใครก็จะแย่งชิงกันไปหมด เราก็ลดพื้นที่ในการปลูก การทำ ถ้าเราวิจัยออกมา และมีเอกชนนำไปพัฒนาต่อ รัฐอุดหนุนอย่างจริงจัง ให้ประเทศเป็นประเทศทางวิทยาศาสตร์ เราก็จะฟื้นจากวิกฤตทั้งหลายได้ ข้อสำคัญปลูกฝังให้เด็กไทยรักวิทยาศาสตร์ตั้งแต่เด็กๆ จะมีกี่คนที่พูดและบอกว่า โตขึ้นหนูจะเป็นนักวิทยาศาสตร์ เราต้องการผลิตอย่างนี้ อาทิตย์สโมสร จึงนำเรื่องดีๆ เหล่านี้ มาเล่าให้ฟัง เพื่อที่ว่าท่านจะได้นำไปคิดต่อ

 

 

วิษณุ เครืองาม. อาทิตย์สโมสรกับวิษณุ ตอน วิทยาศาสตร์กับการพัฒนาประเทศ. ช่อง TNN24 ทาง สวทช. ได้นำขึ้นเผยแพร่ไว้ใน (http://www.nstda.or.th/vdo-nstda/artidsamosorn) วันที่ 22 เดือนมิถุยายน 2554.

biotec

mtec

nectec
nanotec
entec

ตราโลโก้ ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี (Logo of Technology Management Center: TMC)

tsp

AIMI

nctc

ตราโลโก้ ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ (Logo of National Security and Dual-Use Technology Center: NSD)

ฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ

 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป