การประกอบอาชีพ

การประกอบอาชีพ

การประกอบอาชีพ

อาชีพรับจ้างเป็นอาชีพหลักของชุมชน แต่การเกษตร ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ จักสาน และกิจกรรมเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตรเป็นกิจกรรมเพื่อยังชีพ และช่วยลดรายจ่าย ผลผลิตที่เหลือแบ่งขายเพิ่มรายได้ในครอบครัว และแจกจ่ายให้เพื่อนบ้าน พืชที่ปลูกเป็นหลักคือ ข้าว ซึ่งนิยมปลูกพันธุ์ข้าวเหนียวแพร่ 1 ซึ่งเป็นข้าวเหนียวนาสวนไม่ไวต่อช่วงแสง ความสูงประมาณ 120 เซนติเมตร ทรงกอตั้งตรง แข็ง ใบสีเขียวมีขน การแก่ของใบค่อนข้างช้า กาบใบและปล้องมีสีเขียว ใบธงตั้งคอรวงยาว ลักษณะรวงยาวและแน่น ระแง้ค่อนข้างถี่ ลักษณะข้าวเปลือกมีเมล็ดเรียวยาวสีน้ำตาล อายุเก็บเกี่ยว 120-130 วัน มีความต้านทานต่อเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล โรคใบหงิก ขอบใบแห้ง และโรคไหม้ แต่ไม่ต้านทานต่อแมลงบั่วซึ่งพบมากในพื้นที่ และให้ผลผลิตประมาณ 600-700 กิโลกรัมต่อไร่นอกจากนี้เกษตรกรยังนิยมปลูกพันธุ์พื้นเมืองเพราะสามารถต้าน ทานโรคและแมลงได้ดี จากการสำรวจผลผลิตปี 2551 พบว่า เกษตรกร 39 ครัวเรือน มีที่นาเป็นของตนเอง 22 ราย  เฉลี่ย 3-4 ไร่ต่อครัวเรือน ผลผลิตข้าวที่ได้เฉลี่ย 300 – 400 กิโลกรัม/ไร่ ทั้งนี้ขึ้นกับปัจจัยด้านพื้นที่ด้วย

ตั้งแต่ปี 2547 สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) เข้าไปสนับสนุนการดำเนินงานในพื้นที่ในรูปแบบโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ ชุมชน มีการสาธิต การศึกษาเรียนรู้ร่วมกับชุมชน และการฝึกอบรมเพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจในการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มาปรับประยุกต์ใช้กับวิถีชีวิตโดยเฉพาะด้านการประกอบอาชีพและยกระดับคุณภาพ ชีวิต

ชาจากต้นอ่อนข้าวสาลี
ข้าวสาลี
ข้าวสาลีเป็นธัญพืชเมืองหนาว แม้ไม่ใช่พืชหลักสำหรับเกษตรกรไทย แต่ในบางพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบน ข้าวสาลีเป็นพืชทางเลือกหนึ่งของเกษตรกร ที่มีความสำคัญต่อการสร้างรายได้ เนื่องจากข้าวสาลีเป็นพืชที่ชอบอากาศหนาว และปลูกได้ในพื้นที่ที่มีน้ำจำกัด ซึ่งไม่เหมาะกับพืชหลังนาชนิดอื่นๆ พื้นที่บ้านผาคับ อ.บ่อเกลือ จ.น่าน เป็นแหล่งปลูกข้าวสาลีของจังหวัดน่าน โดยปลูกต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2546 ซึ่งเป็นปี่ที่เริ่มต้นโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและเพิ่มมูลค่าผลผลิต ของข้าวสาลีเพื่อการใช้ประโยชน์พื้นที่นาในฤดูแล้ง ที่สนับสนุนโดย ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
นอกจากแปรรูปข้าวสาลีเป็นแป้งข้าวสาลีและผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น เส้นบะหมี่ ขนม และเบเกอรี่ ดร.ปัทมา ศิริธัญญา และคณะ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ลำปาง พัฒนาผลิตภัณฑ์ชาจากต้นอ่อนของข้าวสาลี ซึ่งมีโปร-วิตามินเอ วิตามินบีรวม ซี อี และเค เป็นจำนวนมาก ช่วยรักษาโรคภูมิแพ้ และเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ นอกจากนี้น้ำต้นข้าวสาลีมีโปรตีนอยู่ร้อยละ 25 ซึ่งสูงมากเมื่อเทียบกับเนื้อปลา ไข่ หรือถั่วต่างๆ ทำให้ผลิตภัณฑ์ชาข้าวสาลีได้รับความนิยมอย่างมาก

ข้าวโพดหวาน
มีการทดลองปลูกข้าวโพดหวานหลังฤดูกาลทำนา ตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา พบว่า ได้รับความสนใจจากเกษตรกร และปัจจุบันเป็นที่รู้จักของชุมชนว่าเป็นแหล่งผลิตข้าวโพดหวานคุณภาพดีของ อ.บ่อเกลือ เกษตรกรปลูกเพื่อบริโภคในครัวเรือน และส่วนหนึ่งเหลือจำหน่ายในพื้นที่ สร้างรายได้ที่ดีให้กับครัวเรือน ที่สำคัญมีการเรียนรู้ในการปลูกและดูแลจนเริ่มมีความชำนาญและความมั่นใจที่ จะปลูกเป็นอาชีพเสริมหลังนา
DSC01164 ข้าวโพดหวาน มะเขือเทศ

มะเขือเทศ
เริ่มจากการทดลองปลูกมะเขือเทศ 2 สายพันธุ์ ได้แก่ พันธุ์สีดาผลใหญ่ และพันธุ์สแน็คสลิม ซึ่งเป็นพันธุ์สำหรับบริโภคสด เหมาะสำหรับรับประทานเป็นอาหารสุขภาพ ปัจจุบันเกษตรกรเลือกผลิตมะเขือเทศพันธุ์สแน็คสลิม ซึ่งเป็นมะเขือเทศสายพันธุ์ใหม่ รสชาติดี เพื่อจำหน่ายผลสด โดยการดูแลด้วยวิธีทางธรรมชาติ ปราศจากสารเคมีที่เป็นอันตราย และไบโอเทคช่วยประสานในเรื่องการตลาด ทำให้เกษตรกรมีรายได้และยึดเป็นอาชีพทางเลือกที่ดีอีกอาชีพหนึ่ง ในปี 2552 เกษตรกรทดลองปลูกมะเขือเทศนอกฤดูเป็นปีแรก ซึ่งให้ผลผลิตดี เนื้อหวานกรอบ รสชาติดี และที่สำคัญไม่ต้องแข่งขันกับมะเขือเทศพันธุ์อื่นๆ ถือเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญสำหรับการผลิตทางการค้า

เรปซีด (ผักกาดเขียว/ผักกาดพื้นเมือง)เป็นพันธุ์พื้น เมืองที่เกษตรกรในพื้นที่นิยมปลูก เพื่อใช้บริโภคในครัวเรือน หรือเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้เอง เริ่มปลูกในเดือนพฤศจิกายน และเก็บเกี่ยวในเดือนกุมภาพันธ์ พบว่ามีพันธุ์ปนค่อนข้างมาก จึงต้องคัดเลือกพันธุ์ที่ให้ผลผลิตและเมล็ดพันธุ์ที่ดี โดยดูจากลักษณะของลำต้น และการแตกแขนงจำนวนมาก เพื่อให้เกษตรกรมีเมล็ดพันธุ์ดีไว้ใช้ต่อไป
เมล็ดพันธุ์ ไข่ไก่ไก่ไข่

การเลี้ยงไก่ไข่ระบบเกษตรธรรมชาติ
เพื่อเป็นแหล่งอาหารโปรตีนคุณภาพดีในชุมชน โดยจัดกระบวนการเรียนรู้ ปรับประยุกต์ใช้เทคโนโลยีผสมผสานกับภูมิปัญญาท้องถิ่น พัฒนาระบบการเลี้ยงและการจัดการฟาร์มไก่ที่ยั่งยืนในชุมชน สร้างอาชีพทางเลือกและรายได้ อีกทั้งใช้ประโยชน์จากมูลไก่เป็นแหล่งปุ๋ยอินทรีย์ ผลจากการดำเนินงานทำให้เกษตรกรเกิดแนวคิดในการผลิตอาหารโปรตีนเพื่อบริโภค และสร้างรายได้ในครัวเรือน มีการปรับใช้วัสดุในท้องถิ่นในการจัดทำโรงเรือน คอก เล้า และผลิตอาหารไก่ ตลอดจนการนำความรู้ทางวิชาการมาประยุกต์ใช้ทำให้ไก่มีสุขภาพแข็งแรง ให้ผลผลิตดี และเกิดรายได้เสริมเฉลี่ยสุทธิประมาณ 7,000 บาท/ปี

เอกสารเผยแพร่เรื่องข้าวสาลี
เอกสารเผยแพร่เรื่องชาข้าวสาลี
เอกสารเผยแพร่เรื่องเมล็ดพันธุ์
เอกสารเผยแพร่ชุมชนวิทยาศาสตร์ ผาคับ

อาชีพรับจ้างเป็นอาชีพหลักของชุมชน แต่การเกษตร ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ จักสาน และกิจกรรมเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตรเป็นกิจกรรมเพื่อยังชีพ และช่วยลดรายจ่าย ผลผลิตที่เหลือแบ่งขายเพิ่มรายได้ในครอบครัว และแจกจ่ายให้เพื่อนบ้าน พืชที่ปลูกเป็นหลักคือ ข้าว ซึ่งนิยมปลูกพันธุ์ข้าวเหนียวแพร่ 1 ซึ่งเป็นข้าวเหนียวนาสวนไม่ไวต่อช่วงแสง ความสูงประมาณ 120 เซนติเมตร ทรงกอตั้งตรง แข็ง ใบสีเขียวมีขน การแก่ของใบค่อนข้างช้า กาบใบและปล้องมีสีเขียว ใบธงตั้งคอรวงยาว ลักษณะรวงยาวและแน่น ระแง้ค่อนข้างถี่ ลักษณะข้าวเปลือกมีเมล็ดเรียวยาวสีน้ำตาล อายุเก็บเกี่ยว 120-130 วัน มีความต้านทานต่อเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล โรคใบหงิก ขอบใบแห้ง และโรคไหม้ แต่ไม่ต้านทานต่อแมลงบั่วซึ่งพบมากในพื้นที่ และให้ผลผลิตประมาณ 600-700 กิโลกรัมต่อไร่นอกจากนี้เกษตรกรยังนิยมปลูกพันธุ์พื้นเมืองเพราะสามารถต้าน ทานโรคและแมลงได้ดี จากการสำรวจผลผลิตปี 2551 พบว่า เกษตรกร 39 ครัวเรือน มีที่นาเป็นของตนเอง 22 ราย  เฉลี่ย 3-4 ไร่ต่อครัวเรือน ผลผลิตข้าวที่ได้เฉลี่ย 300 – 400 กิโลกรัม/ไร่ ทั้งนี้ขึ้นกับปัจจัยด้านพื้นที่ด้วยตั้งแต่ปี 2547 สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) เข้าไปสนับสนุนการดำเนินงานในพื้นที่ในรูปแบบโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ ชุมชน มีการสาธิต การศึกษาเรียนรู้ร่วมกับชุมชน และการฝึกอบรมเพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจในการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มาปรับประยุกต์ใช้กับวิถีชีวิตโดยเฉพาะด้านการประกอบอาชีพและยกระดับคุณภาพ ชีวิต

ชาจากต้นอ่อนข้าวสาลี
ข้าวสาลี
ข้าวสาลีเป็นธัญพืชเมืองหนาว แม้ไม่ใช่พืชหลักสำหรับเกษตรกรไทย แต่ในบางพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบน ข้าวสาลีเป็นพืชทางเลือกหนึ่งของเกษตรกร ที่มีความสำคัญต่อการสร้างรายได้ เนื่องจากข้าวสาลีเป็นพืชที่ชอบอากาศหนาว และปลูกได้ในพื้นที่ที่มีน้ำจำกัด ซึ่งไม่เหมาะกับพืชหลังนาชนิดอื่นๆ พื้นที่บ้านผาคับ อ.บ่อเกลือ จ.น่าน เป็นแหล่งปลูกข้าวสาลีของจังหวัดน่าน โดยปลูกต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2546 ซึ่งเป็นปี่ที่เริ่มต้นโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและเพิ่มมูลค่าผลผลิต ของข้าวสาลีเพื่อการใช้ประโยชน์พื้นที่นาในฤดูแล้ง ที่สนับสนุนโดย ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
นอกจากแปรรูปข้าวสาลีเป็นแป้งข้าวสาลีและผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น เส้นบะหมี่ ขนม และเบเกอรี่ ดร.ปัทมา ศิริธัญญา และคณะ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ลำปาง พัฒนาผลิตภัณฑ์ชาจากต้นอ่อนของข้าวสาลี ซึ่งมีโปร-วิตามินเอ วิตามินบีรวม ซี อี และเค เป็นจำนวนมาก ช่วยรักษาโรคภูมิแพ้ และเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ นอกจากนี้น้ำต้นข้าวสาลีมีโปรตีนอยู่ร้อยละ 25 ซึ่งสูงมากเมื่อเทียบกับเนื้อปลา ไข่ หรือถั่วต่างๆ ทำให้ผลิตภัณฑ์ชาข้าวสาลีได้รับความนิยมอย่างมาก

ข้าวโพดหวาน
มีการทดลองปลูกข้าวโพดหวานหลังฤดูกาลทำนา ตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา พบว่า ได้รับความสนใจจากเกษตรกร และปัจจุบันเป็นที่รู้จักของชุมชนว่าเป็นแหล่งผลิตข้าวโพดหวานคุณภาพดีของ อ.บ่อเกลือ เกษตรกรปลูกเพื่อบริโภคในครัวเรือน และส่วนหนึ่งเหลือจำหน่ายในพื้นที่ สร้างรายได้ที่ดีให้กับครัวเรือน ที่สำคัญมีการเรียนรู้ในการปลูกและดูแลจนเริ่มมีความชำนาญและความมั่นใจที่ จะปลูกเป็นอาชีพเสริมหลังนา
DSC01164 ข้าวโพดหวาน มะเขือเทศ

มะเขือเทศ
เริ่มจากการทดลองปลูกมะเขือเทศ 2 สายพันธุ์ ได้แก่ พันธุ์สีดาผลใหญ่ และพันธุ์สแน็คสลิม ซึ่งเป็นพันธุ์สำหรับบริโภคสด เหมาะสำหรับรับประทานเป็นอาหารสุขภาพ ปัจจุบันเกษตรกรเลือกผลิตมะเขือเทศพันธุ์สแน็คสลิม ซึ่งเป็นมะเขือเทศสายพันธุ์ใหม่ รสชาติดี เพื่อจำหน่ายผลสด โดยการดูแลด้วยวิธีทางธรรมชาติ ปราศจากสารเคมีที่เป็นอันตราย และไบโอเทคช่วยประสานในเรื่องการตลาด ทำให้เกษตรกรมีรายได้และยึดเป็นอาชีพทางเลือกที่ดีอีกอาชีพหนึ่ง ในปี 2552 เกษตรกรทดลองปลูกมะเขือเทศนอกฤดูเป็นปีแรก ซึ่งให้ผลผลิตดี เนื้อหวานกรอบ รสชาติดี และที่สำคัญไม่ต้องแข่งขันกับมะเขือเทศพันธุ์อื่นๆ ถือเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญสำหรับการผลิตทางการค้า

เรปซีด (ผักกาดเขียว/ผักกาดพื้นเมือง)เป็นพันธุ์พื้น เมืองที่เกษตรกรในพื้นที่นิยมปลูก เพื่อใช้บริโภคในครัวเรือน หรือเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้เอง เริ่มปลูกในเดือนพฤศจิกายน และเก็บเกี่ยวในเดือนกุมภาพันธ์ พบว่ามีพันธุ์ปนค่อนข้างมาก จึงต้องคัดเลือกพันธุ์ที่ให้ผลผลิตและเมล็ดพันธุ์ที่ดี โดยดูจากลักษณะของลำต้น และการแตกแขนงจำนวนมาก เพื่อให้เกษตรกรมีเมล็ดพันธุ์ดีไว้ใช้ต่อไป
เมล็ดพันธุ์ ไข่ไก่ไก่ไข่

การเลี้ยงไก่ไข่ระบบเกษตรธรรมชาติ
เพื่อเป็นแหล่งอาหารโปรตีนคุณภาพดีในชุมชน โดยจัดกระบวนการเรียนรู้ ปรับประยุกต์ใช้เทคโนโลยีผสมผสานกับภูมิปัญญาท้องถิ่น พัฒนาระบบการเลี้ยงและการจัดการฟาร์มไก่ที่ยั่งยืนในชุมชน สร้างอาชีพทางเลือกและรายได้ อีกทั้งใช้ประโยชน์จากมูลไก่เป็นแหล่งปุ๋ยอินทรีย์ ผลจากการดำเนินงานทำให้เกษตรกรเกิดแนวคิดในการผลิตอาหารโปรตีนเพื่อบริโภค และสร้างรายได้ในครัวเรือน มีการปรับใช้วัสดุในท้องถิ่นในการจัดทำโรงเรือน คอก เล้า และผลิตอาหารไก่ ตลอดจนการนำความรู้ทางวิชาการมาประยุกต์ใช้ทำให้ไก่มีสุขภาพแข็งแรง ให้ผลผลิตดี และเกิดรายได้เสริมเฉลี่ยสุทธิประมาณ 7,000 บาท/ปี

เอกสารเผยแพร่เรื่องข้าวสาลี
เอกสารเผยแพร่เรื่องชาข้าวสาลี
เอกสารเผยแพร่เรื่องเมล็ดพันธุ์
เอกสารเผยแพร่ชุมชนวิทยาศาสตร์ ผาคับ

Leave a Reply