การจัดการนาข้าวผสมผสานอินทรีย์

ครอบครัวทัศนิยเริ่มทดลองแบ่งพื้นที่ทำนา อินทรีย์ครั้งแรกเมื่อปี 2536 เมื่อพบว่าผลผลิตที่ได้ไม่แตกต่างจากการทำนาด้วยการใส่ปุ๋ยเคมี จึงได้ขยายพื้นที่ปลูกและพัฒนากระบวนการผลิตข้าวอินทรีย์ให้ดียิ่งขึ้น ทั้งด้วยปรับพื้นที่แปลงนาให้มีความสม่ำเสมอและขนาดใหญ่เพื่อความสะดวกต่อ การจัดการ การใส่ปุ๋ยหมักอินทรีย์ ปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ด และรดด้วยน้ำหมักชีวภาพ ตลอดรวมถึงการแสวงหาพันธุ์ข้าวใหม่ๆที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงและเป็นที่ ต้องการของผู้บริโภคมาทดลองปลูก โดยเฉพาะ “ข้าวหอมนิล” ซึ่งคุณปิยะทัศน์ได้นำมาปลูกขยายพันธุ์และเพิ่มพื้นที่ปลูกได้มากขึ้นเป็น 5 ไร่ ในปีการผลิต 2551 นี้ กว่าจะถึงวันนี้คุณปิยทัศน์ใช้เวลานานหลายปีในการเรียนรู้ลักษณะการเจริญ เติบโตและการจัดการแปลงนาข้าวหอมนิลอินทรีย์ ดังมีรายละเอียดสรุปไว้ในตารางที่ 2.2.2

ตารางที่ 2.2.2 เปรียบเทียบลักษณะและกระบวนการปลูกข้าวหอมนิลอินทรีย์กับข้าวหอมมะลิ 105

ลักษณะ/กิจกรรม ข้าวหอมมะลิ 105 หอมนิล
เตรียมแปลงกล้า พฤษภาคม-มิถุนายน กรกฎาคม (ต้นเดือน)
การปักดำ กรกฎาคม สิงหาคม*
การดูแลรักษา ปักดำได้ทุกพื้นที่ ปักดำกลางพื้นที่*
การแตกกอ สูงกว่า น้อยกว่า
อายุเก็บเกี่ยว ยาว สั้น
ผลผลิตต่อไร่ สูงกว่า ต่ำกว่า
ความหอมของข้าว น้อยกว่า มากกว่า
สีเมล็ดข้าว ขาว สีนิลหรือสีดำ
เปอร์เซ็นต์การขัดสี สูงกว่า ต่ำกว่าเล็กน้อย
ปริมาณโปรตีน ต่ำกว่า สูงกว่า
การตอบสนองต่อช่วงแสง ตอบสนองหรือไวแสง ไม่ตอบสนองต่อไม่ไวแสง
ความต้องการของตลาด คงที่ เพิ่มขึ้น

* ข้าวหอมนิลออกดอกเร็วและมีกลิ่นหอมดังนั้นจึงปักดำช้ากลางแปลงนา เพื่อเป็นการป้องกันนกกินผลผลิตข้าว ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญในการปลูกข้าวหอมนิล

ครอบครัวทัศนิยเป็นครอบครัวที่ให้ควาลมสำคัญในเรื่องอาหารเพื่อสุขภาพ จึงได้ซื้อโรงสีข้าวขนาดกล้องขนาดเล็กราคาประมาณเจ็ดหมื่นบาท เพื่อสีข้าวหอมนิลและข้าวหอมมะลิกล้องสำหรับการบริโภคในครัวเรือน จำหน่ายให้กับลูกค้า และได้แกลบเป็นผลพลอดได้สำหรับการทำปุ๋ยหมักและใช้เป็นวัสดุคลุมแปลงปลูกผัก ซึ่งเป็นการสร้างงานและสร้างรายได้ให้กับครอบครัวเพิ่มขึ้น

Leave a Reply