ข้อมูลพื้นฐานของชุมชน
 
 
         บ้านหนองหอย เป็นชุมชนที่ในเขตอำเภอเมือง แต่อยู่ลึก พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าและทุ่งนา แม้จะมีน้ำคลองชลประทานไหลผ่านแต่ก็ไม่ทั่วถึง บางพื้นที่อาศัยได้เฉพาะน้ำฝนตามธรรมชาติิเท่านั้น อาชีพส่วนใหญ่ ทำนา ควบคู่ไปกับการปลูกพริก ซึ่งการปลูกพริกของชาวบ้านหนองหอยถือเป็นกิจกรรม ที่ทำรายได้มหาศาลให้กับชุมชน บางปีที่ราคาพริกขึ้นสูงถึงกระสอบละ 1,000 ถึง 1,200 บาท ทำรายได้ให้กับชุมชนได้บางคนมีรถขนส่งพริกเอง แต่ถึงกระนั้นก็ตามการปลูกพริกก็ส่งผลให้เกิดการใช้ สารเคมีอย่างมาก ทุกๆ 7 วัน จะต้องฉีดยาฆ่าแมลง เกษตรกรบางรายได้รับผลข้างเคียง จนต้องเลิกปลูกไปเลยก็มี กิจกรรมประเพณีที่ชาวบ้านร่วมกันจัดเป็นประจำ คือ กิจกรรมการทำปราสาทผึ้งโบราณมีขบวนแห่ ซึ่งแต่ละคุ้มจะมีการจัดรูปขบวนอย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งก่อนจะเป็นปราสาทผึ้งต้องอาศัยการร่วมแรงร่วมใจนาน หลายวันหลายคืน ช่วยเหลือกัน ลงขัน ลงแรง นับได้ว่าเป็นกิจกรรมที่สามารถสร้างความสามัคคีให้กับ ชุมชนได้เป็นอย่างดี และยังคงถือปฏิบัติมาจนปัจจุบัน
  ข้อมูลประชากร
           บ้านหนองหอย มี 366 ครัวเรือน ประชากร 1,429 คน
 
  การศึกษา
 
           มีโรงเรียน 1 โรงเรียน ขยายโอกาสถึง มัธยมศึกษาปีที่ 3
 
  จุดเด่นของชุมชน
 
 
  • ด้านทรัพยากร มีแหล่งน้ำธรรมชาติอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก มีคลองชลประทานไหลผ่าน 
  • ด้านเศรษฐกิจเนื่องจากอยู่ไม่ไกลตัวเมือง การขนส่งผลผลิตทางการเกษตรจึงสะดวกสบาย พ่อค้ามารับถึงที่
  • บ้านหนองหอย เป็นชุมชนที่อยู่ติดกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ วิทยาเขตสกลนคร ด้านทิศตะวันตก ซึ่งจะมีอาจารย์ นักศึกษา เข้าไปเรียนรู้ และสำรวจข้อมูลอยู่เรื่อยๆ นับเป็น ศูนย์เรียนรู้อีกที่ของอาจารย์และนักศึกษามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์์เฉลิมพระเกียรติ วิทยาเขตสกลนคร
 
  จุดด้อยของชุมชน
 
 
         ที่ถูกมองว่าเป็นปัญหาในขณะนี้คือเรื่องการใช้สารเคมีในการปลูกพริก ซึ่งนับวันถ้าราคาพริกสูง ปริมาณการใช้สารเคมีก็จะสูงตามไปด้วย แม้ส่วนใหญ่จะเห็นพิษภัยจากสารเคมีก็ตาม แต่ยังไม่มีทางออก ความรู้ในการลด ละเลิกการใช้สารเคมี จึงยังต้องอาศัยสารเคมีอยู่  จากการได้เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ของงานชุมชนวิทยาศาสตร์ ได้รับความรู้เรื่องเตาเผาถ่านถัง 200 ลิตร การเก็บน้ำส้มควันไม้ ประโยชน์จากน้ำส้มควันไม้ เกษตรกรส่วนหนึ่งจึงหันมาทดลองใช้น้ำส้มควันไม้ในการปลูกพริก ด้วยความตระหนักถึงปัญหาจากสารเคม ีจึงเป็นจุดหนึ่งที่จะได้พัฒนาต่อไป