สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการรับรองโครงการวิจัยและพัฒนา - งานกระตุ้นการวิจัยและพัฒนาภาคเอกชน : สวทช. (NSTDA)

5. เงื่อนไขการขอยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลฯ

เงื่อนไขการขอยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลฯ มีดังนี้

5.1 โครงการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ให้ถือว่าเป็นการวิจัยอุตสาหกรรมขั้นพื้นฐานหรือการวิจัยเชิงประยุกต์ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่จ่ายค่าจ้างทำการวิจัยและพัฒนา จะได้รับสิทธิยกเว้น ภาษีเงินได้ตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้น รัษฎากร (ฉบับที่ 297) พ.ศ. 2539

5.2 ผู้ทำการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี ต้องเป็นผู้มีรายชื่อที่ได้รับอนุมัติจากกรมสรรพากรให้เป็นผู้รับทำการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี ตามประกาศกระทรวงการคลังเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 3) เรื่อง กำหนดหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนที่รับทำการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี ลงวันที่16 ธันวาคม 2539

5.3 การออกใบรับ ให้ปฏิบัติดังนี้

(ก) กรณีรับทำการวิจัยและพัฒนาให้กับบุคคลอื่น ให้ออกใบรับในนามของหน่วยงานที่ได้รับการประกาศในราชกิจจานุเบกษานั้น โดยให้แยกใบรับสำหรับรายได้จากกิจการดังกล่าวต่างหากจากรายได้จากกิจการอื่น

(ข) กรณีทำการวิจัยและพัฒนาให้กับตนเอง ให้ออกใบรับให้กับตนเองเสมือนเป็นการรับทำวิจัยและพัฒนาให้กับบุคคลอื่นตาม (ก)

 

6. การยื่นขอเป็นผู้รับทำวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี

6.1 ติดต่อขอรับแบบคำขออนุมัติเป็นผู้รับทำการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี (ว.พ.01) ได้ที่ สำนักงานมาตรฐานการกำกับและตรวจสอบภาษี กรมสรรพากร ชั้น18 อาคาร กรมสรรพากร เลขที่ 90 ซอยพหลโยธิน 7 เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400 โทร. 0-2272-8296 , 0-2272-9122 www.rd.go.th

6.2 ให้ผู้รับทำการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี กรอกแบบคำขอฯ (ว.พ.01) พร้อมแนบเอกสาร หลักฐานประกอบแบบคำขอฯ ยื่นต่ออธิบดีกรมสรรพากร ณ สำนักงานตรวจสอบภาษี (ศูนย์บริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่) กรมสรรพากร หรือยื่น ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่ใน ท้องที่ที่สำนักงานใหญ่ของหน่วยงานของผู้รับทำการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีตั้งอยู่

 

7. ขั้นตอนการพิจารณารับรองโครงการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี

เจ้าของโครงการยื่นแบบคำขอรับรองโครงการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี ต่อสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการรับรองโครงการวิจัยและพัฒนา สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

7.1 โครงการฯ ทั่วไป หลังจากสำนักงานฯ ได้รับข้อเสนอโครงการแล้ว จะนำส่งโครงการให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินเบื้องต้น ก่อนที่จะนำเสนอต่อคณะกรรมการฯ เพื่อพิจารณารับรองต่อไป

7.1.1 เอกสารประกอบการยื่นแบบคำขอฯ

(ก) ข้อเสนอโครงการ

(ข) สำเนาหนังสือรับรองบริษัท/นิติบุคคล ของเจ้าของโครงการ

(ค) สำเนาแบบคำขอเป็นผู้รับทำการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี ว.พ.01 ของ ผู้ทำวิจัย(1)

7.1.2 ขั้นตอนการพิจารณารับรองโครงการฯ แสดงดังรูปที่ 1

หมายเหตุ :

(1) ผู้ทำวิจัย ต้องได้รับอนุมัติจากกรมสรรพากรให้เป็นผู้รับทำการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและได้มีการลงในประกาศราชกิจจานุเบกษา

 

 

รูปที่ 1 แสดงขั้นตอนการพิจารณารับรองโครงการ สำหรับโครงการลักษณะตามข้อ 7.1

7.2 โครงการฯ ที่รับจ้างทำวิจัยโดยหน่วยงานของรัฐ/สถาบันอุดมศึกษาของรัฐและเอกชน และหน่วยงานที่ไม่แสวงกำไรที่คณะกรรมการรับรองโครงการวิจัยและพัฒนาเห็นชอบ หลังจากสำนักงานฯ ได้รับข้อเสนอโครงการฯ ซึ่งมีการว่าจ้าง “ผู้ทำวิจัย”(1) ที่เป็นหน่วยงานของรัฐ/สถาบันอุดมศึกษาของรัฐและเอกชน และหน่วยงานที่ไม่แสวงกำไรที่คณะกรรมการรับรองโครงการวิจัยและพัฒนาเห็นชอบ จะนำเสนอโครงการ(2) ต่อคณะกรรมการฯ เพื่อพิจารณารับรอง โดยไม่ผ่านขั้นตอนการประเมินโครงการฯ เบื้องต้นจากผู้เชี่ยวชาญ

7.2.1 เอกสารประกอบการยื่นแบบคำขอฯ

(ก) ข้อเสนอโครงการ

(ข) สัญญาจ้างวิจัย หรือ กรณีที่ไม่สามารถเปิดเผยเอกสารดังกล่าวได้ ให้ใช้ แบบฟอร์มที่สามารถแสดงและยืนยันได้ว่ามีการทำสัญญาจ้างวิจัย ซึ่งจะต้องประกอบด้วยข้อมูล ชื่อหน่วยงานที่ทำการรับรอง เลขที่เอกสาร ชื่อ/ที่อยู่/เลขประจำตัวผู้เสียภาษี ของคู่สัญญาทุกฝ่าย ชื่อ/ระยะเวลาโครงการ และค่าจ้างวิจัย

(ค) สำเนาหนังสือรับรองบริษัท/นิติบุคคล ของเจ้าของโครงการ

(ง) สำเนาแบบคำขอเป็นผู้รับทำการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี ว.พ.01 ของผู้ทำวิจัย

7.2.2 ขั้นตอนการพิจารณารับรองโครงการฯ แสดงดังรูปที่ 2

หมายเหตุ :

(1) ผู้ทำวิจัย ต้องได้รับอนุมัติจากกรมสรรพากรให้เป็นผู้รับทำการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและได้มีการลงในประกาศราชกิจจานุเบกษา

(2) งบประมาณในข้อเสนอโครงการ ต้องตรงกับค่าจ้างวิจัยที่ระบุในสัญญาจ้างวิจัย หากไม่ตรงกัน โครงการจะถูกนำส่งให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินเบื้องต้นก่อนที่จะนำเสนอต่อคณะกรรมการฯ เพื่อพิจารณารับรองต่อไป

7.3 โครงการร่วมวิจัย(1) หลังจากสำนักงานฯ ได้รับข้อเสนอโครงการฯ ร่วมวิจัย ซึ่งเป็นโครงการที่ผู้ทำวิจัย”(2) มีการทำสัญญาร่วมวิจัย กับหน่วยงานของรัฐ/สถาบันอุดมศึกษาของรัฐและเอกชน และหน่วยงานที่ไม่แสวงกำไร จะนำเสนอโครงการ(3) ต่อคณะกรรมการฯ เพื่อพิจารณารับรอง โดยไม่ผ่านขั้นตอนการประเมินโครงการฯ เบื้องต้นจากผู้เชี่ยวชาญ

7.3.1 เอกสารประกอบการยื่นแบบคำขอฯ

(ก) ข้อเสนอโครงการ

(ข) สัญญาร่วมวิจัย หรือ กรณีที่ไม่สามารถเปิดเผยเอกสารดังกล่าวได้ ให้ใช้ แบบฟอร์มที่สามารถแสดงและยืนยันได้ว่ามีการทำสัญญาร่วมวิจัย ซึ่งจะต้องประกอบด้วยข้อมูล ชื่อหน่วยงานที่ทำการรับรอง เลขที่เอกสาร ชื่อ/ที่อยู่/เลขประจำตัวผู้เสียภาษี ของคู่สัญญาทุกฝ่าย ชื่อ/ระยะเวลาโครงการ และค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการที่แต่ละฝ่ายต้องรับผิดชอบ

(ค) สำเนาหนังสือรับรองบริษัท/นิติบุคคล ของเจ้าของโครงการ

(ง) สำเนาแบบคำขอเป็นผู้รับทำการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี ว.พ.01 ของผู้ทำวิจัย

7.3.2 ขั้นตอนการพิจารณารับรองโครงการฯ แสดงดังรูปที่ 2

หมายเหตุ :

(1) โครงการร่วมวิจัยหมายถึง การที่หน่วยงานตั้งแต่ 2 หน่วยงานขึ้นไปตกลงทำการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีร่วมกันโดยมีการทำสัญญาหรือข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร ถึงเนื้อหางานที่แต่ละฝ่ายจะรับผิดชอบดำเนินการโดยตีมูลค่าออกมาเป็นตัวเงิน และมีการระบุถึงสิทธิในผลงานที่เกิดจากโครงการร่วมวิจัยนั้นของแต่ละฝ่ายอย่างชัดเจน

(2) ผู้ทำวิจัย ต้องได้รับอนุมัติจากกรมสรรพากรให้เป็นผู้รับทำการวิจัยและพัฒนา เทคโนโลยี และได้มีการลงในประกาศราชกิจจานุเบกษา

(3) งบประมาณในข้อเสนอโครงการ ต้องตรงกับงบประมาณที่ระบุในสัญญาร่วมวิจัยเฉพาะส่วนของเจ้าของผู้ทำวิจัย หากไม่ตรงกัน โครงการจะถูกนำส่งให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินเบื้องต้น ก่อนที่จะนำเสนอต่อคณะกรรมการฯ เพื่อพิจารณารับรองต่อไป

7.4 โครงการที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากโครงการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย (iTAP) หลังจากสำนักงานฯ ได้รับข้อเสนอโครงการ(1) ที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก iTAP จะนำเสนอโครงการ(2) ต่อคณะกรรมการฯ เพื่อพิจารณารับรอง โดยไม่ผ่านขั้นตอนการประเมินโครงการฯ เบื้องต้นจากผู้เชี่ยวชาญ

7.4.1 เอกสารประกอบการยื่นแบบคำขอฯ

(ก) ข้อเสนอโครงการ

(ข) เอกสารการอนุมัติสนับสนุนจากโครงการ iTAP

(ค) บันทึกข้อตกลงระหว่างผู้ทำวิจัยฯ กับผู้เชี่ยวชาญ

(ง) สำเนาหนังสือรับรองบริษัท/นิติบุคคล ของเจ้าของโครงการ

(จ) สำเนาแบบคำขอเป็นผู้รับทำการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี ว.พ.01 ของผู้ทำวิจัย

7.4.2 ขั้นตอนการพิจารณารับรองโครงการฯ แสดงดังรูปที่ 2

หมายเหตุ :

(1) ผู้ทำวิจัย ต้องได้รับอนุมัติจากกรมสรรพากรให้เป็นผู้รับทำการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี และได้มีการลงในประกาศราชกิจจานุเบกษา

(2) งบประมาณในข้อเสนอโครงการฯ ต้องตรงกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงเฉพาะส่วนของเจ้าของโครงการ หากไม่ตรงกัน โครงการจะถูกนำส่งให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินเบื้องต้นก่อนที่จะนำเสนอต่อคณะกรรมการฯ เพื่อพิจารณารับรองต่อไป

รูปที่ 2 แสดงขั้นตอนการพิจารณารับรองโครงการ สำหรับโครงการลักษณะตามข้อ 7.2 - 7.4

 

 

8. ค่าธรรมเนียมการขอรับรองโครงการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี

โครงการละ 2,000 บาท (สองพันบาทถ้วน)

 


Page 2 of 2

Main Menu

search

ติดต่อ

สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการรับรองโครงการวิจัยและพัฒนา

งานกระตุ้นการวิจัยและพัฒนาภาคเอกชน

ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

เลขที่ 111 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ถนนพหลโยธิน

ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 12120

โทรศัพท์ : 0-2564-7000 ต่อ 1328 - 1332

โทรสาร : 0-2564-7081

http:// www.nstda.or.th/rdp

E - mail : rdc@nstda.or.th