<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>NSTDA PR</title>
	<atom:link href="http://www.nstda.or.th/pr/?feed=rss2" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.nstda.or.th/pr</link>
	<description>สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ</description>
	<lastBuildDate>Mon, 12 Nov 2012 08:08:43 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>สวทช.แถลงมอบทุน 20 ล้านแก่ 2 นักวิจัยแกนนำ สานต่องานวิจัยเพื่อพัฒนาด้านทันตกรรม และด้านการเกษตร หวังจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อสังคม และประเทศชาติ</title>
		<link>http://www.nstda.or.th/pr/?p=832</link>
		<comments>http://www.nstda.or.th/pr/?p=832#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 12 Nov 2012 08:08:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>nstda-pr</dc:creator>
				<category><![CDATA[Press release]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nstda.or.th/pr/?p=832</guid>
		<description><![CDATA[



สวทช.แถลงมอบทุน 20 ล้านแก่ 2 นักวิจัยแกนนำ สานต่องานวิจัยเพื่อพัฒนาด้านทันตกรรม และด้านการเกษตร หวังจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อสังคม และประเทศชาติ  
 
12   พ.ย. 2555  ณ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี :  สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดแถลงข่าวและพิธีมอบทุนนักวิจัยแกนนำ ประจำปี 2555  แก่ ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ ภวสันต์ คณะทันตแพทยศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ภายใต้โครงการ การพัฒนาเซลล์ต้นกำเนิดจากเนื้อเยื่อฟันเพื่องานวิศวกรรมเนื้อเยื่อกระดูกและเนื้อเยื่อปริทันต์ และรศ.ดร.อภิชาติ วรรณวิจิตร คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ภายใต้โครงการเทคโนโลยีก่อกลายพันธุ์ทั้งจีโนมเพื่อเพิ่มศักยภาพการปรับปรุงพันธุ์ข้าวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  โดย ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า



“ปัจจุบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของมนุษย์มากยิ่งขึ้น  ดังนั้นการส่งเสริมและสนับสนุนงานวิจัย เพื่อให้เกิดการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ สวทช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ทำหน้าที่ในการหากลไก และนโยบาย ที่เอื้อให้นักวิจัยได้ทำงานอย่างเต็มศักยภาพ และสร้างผลงานวิจัยที่เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศกลไกหนึ่งที่ สวทช. ได้ดำเนินการ คือ การให้ทุนวิจัยขนาดใหญ่เป็นระยะเวลาต่อเนื่อง  แก่นักวิจัยที่มีขีดความสามารถสูง ได้มาทำงานร่วมกัน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div>
<div style="zoom: 1; margin-bottom: 20px; font-size: 13px; line-height: 1.5em; word-wrap: break-word;"><span></p>
<div>
<p style="font-size: 13px; line-height: 1.5em; margin: 0px;"><span><img style="max-width: 493px; padding: 0px; margin: 0px; border: 0px initial initial;" src="http://sphotos-f.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-prn1/s720x720/530750_501946119840079_1619303050_n.jpg" alt="" /></span></p>
<p style="font-size: 13px; line-height: 1.5em; margin: 0px;"><strong>สวทช.แถลงมอบทุน 20 ล้านแก่ 2 นักวิจัยแกนนำ สานต่องานวิจัยเพื่อพัฒนาด้านทันตกรรม และด้านการเกษตร หวังจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อสังคม และประเทศชาติ </strong><strong> </strong></p>
<p style="font-size: 13px; line-height: 1.5em; margin: 0px;"><strong> <span><img style="max-width: 493px; padding: 0px; margin: 0px; border: 0px initial initial;" src="http://sphotos-d.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash3/s720x720/579144_501944539840237_748895818_n.jpg" alt="" /></span></strong></p>
<p style="font-size: 13px; line-height: 1.5em; margin: 0px;">12   พ.ย. 2555  ณ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี :  สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดแถลงข่าวและพิธีมอบทุนนักวิจัยแกนนำ ประจำปี 2555  แก่ ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ ภวสันต์ คณะทันตแพทยศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ภายใต้โครงการ การพัฒนาเซลล์ต้นกำเนิดจากเนื้อเยื่อฟันเพื่องานวิศวกรรมเนื้อเยื่อกระดูกและเนื้อเยื่อปริทันต์ และรศ.ดร.อภิชาติ วรรณวิจิตร คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ภายใต้โครงการเทคโนโลยีก่อกลายพันธุ์ทั้งจีโนมเพื่อเพิ่มศักยภาพการปรับปรุงพันธุ์ข้าวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  โดย ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า</p>
<p style="font-size: 13px; line-height: 1.5em; margin: 0px;">
<p style="font-size: 13px; line-height: 1.5em; margin: 0px;"><span><img style="max-width: 493px; padding: 0px; margin: 0px; border: 0px initial initial;" src="http://sphotos-h.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash3/s720x720/598358_501944446506913_581697185_n.jpg" alt="" /></span></p>
<p style="font-size: 13px; line-height: 1.5em; margin: 0px;">
<p style="font-size: 13px; line-height: 1.5em; margin: 0px;">“ปัจจุบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของมนุษย์มากยิ่งขึ้น  ดังนั้นการส่งเสริมและสนับสนุนงานวิจัย เพื่อให้เกิดการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ สวทช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ทำหน้าที่ในการหากลไก และนโยบาย ที่เอื้อให้นักวิจัยได้ทำงานอย่างเต็มศักยภาพ และสร้างผลงานวิจัยที่เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศกลไกหนึ่งที่ สวทช. ได้ดำเนินการ คือ การให้ทุนวิจัยขนาดใหญ่เป็นระยะเวลาต่อเนื่อง  แก่นักวิจัยที่มีขีดความสามารถสูง ได้มาทำงานร่วมกัน ใน “<strong>โครงการทุนนักวิจัยแกนนำ</strong>”   จากการดำเนินการของโครงการขนาดใหญ่ดังกล่าว นับเป็นแนวทางที่ได้ผลดี ที่สร้างแรงจูงใจให้นักวิจัยสร้างผลงานที่เป็นประโยชน์กับประเทศ ทั้งในด้านสาธารณสุข ด้านเกษตรกรรม ด้านอุตสาหกรรม อีกทั้งยังช่วยพัฒนานักวิจัยรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพให้กับประเทศอีกด้วย</p>
<p style="font-size: 13px; line-height: 1.5em; margin: 0px;"><span><img style="max-width: 493px; padding: 0px; margin: 0px; border: 0px initial initial;" src="http://sphotos-e.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc6/s720x720/602525_501943109840380_1657884345_n.jpg" alt="" /></span><span><img style="max-width: 493px; padding: 0px; margin: 0px; border: 0px initial initial;" src="http://sphotos-f.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc7/s720x720/408081_501944499840241_311066936_n.jpg" alt="" /></span></p>
<p style="font-size: 13px; line-height: 1.5em; margin: 0px;">เมื่อต้นปี 2555 สวทช. ได้เปิดรับสมัครข้อเสนอโครงการทุนนักวิจัยแกนนำ และได้รับข้อเสนอโครงการ จากนักวิจัยชั้นนำและมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ จากหลากหลายสถาบันทั่วประเทศ จำนวน 16 โครงการ ซึ่งทุกโครงการได้ผ่านการพิจารณา จากทั้งผู้เชี่ยวชาญในสาขา และคณะกรรมการทุนนักวิจัยแกนนำ  โดยการพิจารณาคัดเลือก จากคุณสมบัติ และศักยภาพของหัวหน้าโครงการที่จะนำทีมวิจัยให้บรรลุจุดมุ่งหมาย ทั้งในด้านการสร้างความเข้มแข็งของกลุ่มวิจัย การพัฒนากำลังคน รวมไปถึงมีศักยภาพในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านวิชาการ เข้ากับภาคการผลิตและบริการ โดยสามารถสร้างสรรค์ผลงานวิจัยที่มีสามารถนำไปพัฒนาต่อยอด จนมีศักยภาพเพียงพอที่จะนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงสาธารณประโยชน์ หรือเชิงพาณิชย์ได้</p>
<p style="font-size: 13px; line-height: 1.5em; margin: 0px;">
<p style="font-size: 13px; line-height: 1.5em; margin: 0px;"><span><img style="max-width: 493px; padding: 0px; margin: 0px; border: 0px initial initial;" src="http://sphotos-e.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash4/s720x720/390013_501945929840098_1011267608_n.jpg" alt="" /></span></p>
<p style="font-size: 13px; line-height: 1.5em; margin: 0px;">
<p style="font-size: 13px; line-height: 1.5em; margin: 0px;">สำหรับทุนนักวิจัยแกนนำ ประจำปี 2555 ท่านแรก ศ.ดร.ทพ.ประสิทธิ์ ภวสันต์ สังกัด คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากโครงการวิจัยเรื่อง “การพัฒนาเซลล์ต้นกำเนิดจากเนื้อเยื่อฟันเพื่องานวิศวกรรมเนื้อเยื่อกระดูกและเนื้อเยื่อปริทันต์” รับทุนนักวิจัยแกนนำ จำนวน 20,000,000 บาท</p>
<p style="font-size: 13px; line-height: 1.5em; margin: 0px;">
<p style="font-size: 13px; line-height: 1.5em; margin: 0px;">ศ.ดร.ทพ.ประสิทธิ์ ภวสันต์ เป็นนักวิจัยที่ได้อุทิศตนให้กับการทำวิจัย โดยเป็นผู้บุกเบิกงานวิจัยด้าน cell and tissue engineering  ของประเทศ และเป็นที่ยอมรับอย่างสูงในวงการทันตแพทย์ของประเทศ โครงการนี้มีจะพัฒนาองค์ความรู้ทางด้านเซลล์ต้นกำเนิดจากเนื้อเยื่อฟัน โดยมุ่งเน้นที่กระบวนการในการควบคุมภาวะความเป็นเซลล์ต้นกำเนิด และการแปรสภาพเป็นเซลล์สร้างกระดูก เพื่อที่จะสามารถเพิ่มจำนวนเซลล์ต้นกำเนิดในห้องปฏิบัติการให้ได้จำนวนมากเพียงพอต่อการนำไปใช้งานทางด้านวิศวกรรมเนื้อเยื่อกระดูก รวมทั้งพัฒนาโครงร่างเทียมที่เหมาะสม และศึกษากลไกการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายที่มีต่อเซลล์ต้นกำเนิดจากฟันเพื่อป้องกันผลข้างเคียงจากระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งผลงานดังกล่าวจะเป็นการสร้างองค์ความรู้ใหม่ของเซลล์ต้นกำเนิด อันจะสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในทางคลีนิกต่อไปได้</p>
<p style="font-size: 13px; line-height: 1.5em; margin: 0px;">
<p style="font-size: 13px; line-height: 1.5em; margin: 0px;"><span><img style="max-width: 493px; padding: 0px; margin: 0px; border: 0px initial initial;" src="http://sphotos-d.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash4/s720x720/3721_501946066506751_216577237_n.jpg" alt="" /></span></p>
<p style="font-size: 13px; line-height: 1.5em; margin: 0px;">
<p style="font-size: 13px; line-height: 1.5em; margin: 0px;">ท่านที่สอง รศ.ดร.อภิชาติ วรรณวิจิตร สังกัด ภาควิชาพืชไร่นา คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จากโครงการวิจัย เรื่อง “เทคโนโลยีก่อกลายพันธุ์ทั้งจีโนมเพื่อเพิ่มศักยภาพการปรับปรุงพันธุ์ข้าวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” รับมอบทุนนักวิจัยแกนนำ จำนวน 19,930,000 บาท</p>
<p style="font-size: 13px; line-height: 1.5em; margin: 0px;">สำหรับ รศ.ดร.อภิชาติ   วรรณวิจิตร เป็นนักวิจัยข้าวระดับนานาชาติ มีประสบการณ์การทำงานวิจัยทางพันธุศาสตร์พืชไร่ มานานกว่า 20 ปี สร้างผลงานในรูปแบบการออกพันธุ์ข้าวใหม่ๆ ผลงานเป็นที่ประจักษ์จนได้รับรางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2549 และรางวัลเกียรติคุณบุคคลดีเด่นของชาติ สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประจำปี 2555 โครงการนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาพันธุ์ข้าวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีความสามารถในการต้านทานโรคและแมลงศัตรูพืชในระดับสูง พอที่เกษตรกรไม่จำเป็นต้องใช้สารควบคุมศัตรูพืชอีกต่อไป ข้าวเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมยังต้อง สามารถอยู่รอดให้ผลผลิตได้แม้เกิดมหาอุทกภัย ต้องผจญกับอุณหภูมิสูง/ต่ำกว่าปกติ สภาวะแห้งแล้งและดินเค็ม นอกจากนี้ข้าวพันธุ์กลายทั้งที่ถูกค้นพบแล้วและกำลังถูกค้นพบใหม่ จะเป็นแหล่งความรู้ที่ทำให้เกิดความเข้าใจพันธุกรรมของข้าว ในการค้นหาและเข้าใจหน้าที่ของยีนใหม่ๆ ได้อย่างชัดเจน การเตรียมความพร้อมเหล่านี้ จะเพิ่มศักยภาพในการปรับปรุงพันธุ์ข้าวเพื่อรองรับปัญหาต่างๆที่จะเกิดขึ้น นับว่ามีประโยชน์มากสำหรับประเทศไทย</p>
<p style="font-size: 13px; line-height: 1.5em; margin: 0px;">
<p style="font-size: 13px; line-height: 1.5em; margin: 0px;">ด้าน ศ.นพ.ประสิทธิ์ ผลิตผลการพิมพ์ เลขานุการทุนนักวิจัยแกนนำ  สวทช.กล่าวเสริมว่า”สวทช. ได้ให้การสนับสนุนทุนนักวิจัยแกนนำตั้งแต่ปี 2552-2554 ไปแล้ว ทั้งสิ้น 5 โครงการ ผลจากการดำเนินงานของโครงการแต่ละโครงการมีผลการดำเนินงานที่ดีเยี่ยม สามารถผลิตผลงานที่มีคุณภาพในระดับสูง ไม่ว่าจะเป็น ผลิตภัณฑ์ต้นแบบ 3 ต้นแบบ คือ ชุดตรวจฮีโมโกลบินอี แบบรวดเร็ว ข้าวกึ่งสำเร็จรูป และข้าวกล้องงอกที่ผลิตจากข้าวเปลือก ผลงานตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติมากกว่า 100 เรื่อง สิทธิบัตร 9 เรื่อง มีการผลิตบุคลากรในระดับปริญญาโท ปริญญาเอก และหลังปริญญาเอก รวม 165 คน อีกทั้งยังมีการนำผลงานวิจัยไปเผยแพร่ใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์อีกหลากหลายผลงานแล้ว”</p>
<p style="font-size: 13px; line-height: 1.5em; margin: 0px;"><span><img style="max-width: 493px; padding: 0px; margin: 0px; border: 0px initial initial;" src="http://sphotos-b.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash3/s720x720/559014_501943589840332_598794630_n.jpg" alt="" /></span></p>
</div>
<p></span></div>
<form id="ub35y8h20" style="padding: 0px; margin: 0px;" action="http://www.facebook.com/ajax/ufi/modify.php" method="post">
<div id="ub35y8h10" style="width: 398px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden; padding: 0px; margin: 0px;">
<ul id=".reactRoot[21]" style="list-style-type: none; padding: 0px; margin: 0px;">
<li id=".reactRoot[21].[0]" style="margin-bottom: -2px; margin-top: 0px;"><em> </em></li>
<li id=".reactRoot[21].[1][3]" style="background-color: #edeff4; margin-top: 1px; padding: 0px;">
<div id=".reactRoot[21].[1][3]." style="zoom: 1; position: relative;">
<div id=".reactRoot[21].[1][3]..[1]">
<div id=".reactRoot[21].[1][3]..[1]." style="overflow-x: hidden; overflow-y: hidden; margin-top: 1px; margin-bottom: 4px; margin-right: 5px; padding-top: 5px;">
<div id=".reactRoot[21].[1][3]..[1]..">
<div id=".reactRoot[21].[1][3]..[1]...[0]" style="background-color: #ffffff; position: relative;">
<div id=".reactRoot[21].[1][3]..[1]...[0].[1]" style="background-image: initial; background-attachment: initial; background-origin: initial; background-clip: initial; background-color: transparent; border-top-width: 1px; border-right-width: 0px; border-bottom-width: 1px; border-left-width: 0px; cursor: default; position: relative; zoom: 1; background-position: initial initial; background-repeat: initial initial; border: initial solid #bdc7d8;">
<div id=".reactRoot[21].[1][3]..[1]...[0].[1]." style="border-top-width: 0px; border-right-width: 1px; border-bottom-width: 0px; border-left-width: 1px; border: initial solid #bdc7d8;">
<div id=".reactRoot[21].[1][3]..[1]...[0].[1]..[1]" style="overflow-x: hidden; overflow-y: hidden; zoom: 1;"><textarea id=".reactRoot[21].[1][3]..[1]...[0].[1]..[1]." style="font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; font-size: 13px; -webkit-appearance: none; border-top-left-radius: 0px; border-top-right-radius: 0px; border-bottom-right-radius: 0px; border-bottom-left-radius: 0px; max-width: 100%; color: #777777; resize: none; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden; display: block; height: 20px; background-color: transparent; box-sizing: border-box; outline-width: 0px; outline-style: initial; outline-color: initial; width: 350px; background-image: initial; background-attachment: initial; background-origin: initial; background-clip: initial; zoom: 1; line-height: 1.28; background-position: initial initial; background-repeat: initial initial; padding: 3px; margin: 0px; border: 0px solid #bdc7d8;" title="เขียนความคิดเห็น" name="add_comment_text"></textarea></div>
</div>
</div>
</div>
</div>
</div>
</div>
</div>
</li>
</ul>
</div>
</form>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nstda.or.th/pr/?feed=rss2&amp;p=832</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>“สวทช.” และ “สามารถ” หนุน 26 ผลงานเด่นมอบทุน วิจัยกว่าครึ่งล้าน สร้าง “เถ้าแก่น้อย เทคโนโลยี”</title>
		<link>http://www.nstda.or.th/pr/?p=826</link>
		<comments>http://www.nstda.or.th/pr/?p=826#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 05 Nov 2012 09:39:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>nstda-pr</dc:creator>
				<category><![CDATA[Press release]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nstda.or.th/pr/?p=826</guid>
		<description><![CDATA[
 
5 พ.ย. 2555 ณ โรงแรมพูลแมน แบงก์กอก คิง เพาเวอร์ : สวทชและกลุ่มสามารถ ร่วมสร้างนักธุรกิจเทคโนโลยีป้อนสู่ตลาด ผ่านโครงการเถ้าแก่น้อยเทคโนโลยี มุ่งส่งเสริมความรู้ พัฒนาทักษะ หวังขยายฐานนักธุรกิจรุ่นใหม่ในสายเทคโนโลยี ล่าสุด มีจำนวนผลงานที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายจำนวน 26 ผลงานเด่น พร้อมรับทุนพัฒนาผลงานต้นแบบ ทุนละ 20,000 บาท รวมมูลค่ากว่า  500,000 บาท


นายวรวัจน์  เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า “ การจะผลักดันให้ประเทศไทยแข็งแกร่งและ เจริญรุ่งเรืองบนเวทีเศรษฐกิจระดับโลกได้นั้น วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีถือเป็นส่วนประกอบสำคัญส่วนหนึ่ง ที่จะทำให้เราไปถึงจุดหมายนั้น ซึ่งถือว่าเป็นบทบาทหน้าที่สำคัญของ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทตคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)  ในการมุ่งพัฒนาความสามารถอันเหนือ ชั้นด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาช่วยให้ภาคการเกษตรและภาค อุตสาหกรรมสามารถดำเนินงานได้ดีและมีประสิทธิภาพสูงขึ้น เริ่มตั้งแต่การสร้างผลงานวิจัยเชิงลึกหรือเรียกว่างานวิจัยต้นน้ำ เพื่อการนำไปต่อยอดและใช้ประโยชน์ ตลอดจนการผลักดันและส่งเสริมให้นำผลงานวิจัยออกสู่เชิงพาณิชย์


สำหรับการร่วมมือกับ พันธมิตรในภาคเอกชน อย่างกลุ่มบริษัทสามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีแนวคิดร่วมกันในการสร้างเถ้าแก่น้อย และได้ให้การสนับสนุนโครงการในด้านต่างๆ รวมถึงการให้ทุนสนับสนุนการสร้างผลิตภัณฑ์ต้นแบบของน้องๆ เถ้าแก่น้อยในอนาคต ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่น่าชื่นชม และแสดงให้เห็นว่าการพัฒนาประเทศในยุคปัจจุบันนั้น ภาครัฐไม่ได้เป็นคนผลักดันเพียงอย่างเดียว [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="font-size: 13px; line-height: 1.5em; margin: 0px;"><strong><span><img style="max-width: 493px; padding: 0px; margin: 0px; border: 0px initial initial;" src="http://sphotos-a.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash3/s720x720/599037_499147376786620_1378882093_n.jpg" alt="" /></span></strong></p>
<p style="font-size: 13px; line-height: 1.5em; margin: 0px;"><strong> </strong></p>
<p style="font-size: 13px; line-height: 1.5em; margin: 0px;"><strong>5 พ.ย. 2555 ณ โรงแรมพูลแมน แบงก์กอก คิง เพาเวอร์ : สวทชและกลุ่มสามารถ ร่วมสร้างนักธุรกิจเทคโนโลยีป้อนสู่ตลาด ผ่านโครงการเถ้าแก่น้อยเทคโนโลยี มุ่งส่งเสริมความรู้ พัฒนาทักษะ หวังขยายฐานนักธุรกิจรุ่นใหม่ในสายเทคโนโลยี ล่าสุด มีจำนวนผลงานที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายจำนวน 26 ผลงานเด่น พร้อมรับทุนพัฒนาผลงานต้นแบบ ทุนละ 20,000 บาท รวมมูลค่ากว่า  500,000 บาท</strong></p>
<p style="font-size: 13px; line-height: 1.5em; margin: 0px;">
<p style="font-size: 13px; line-height: 1.5em; margin: 0px;">
<p style="font-size: 13px; line-height: 1.5em; margin: 0px;"><strong>นายวรวัจน์  เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี </strong>กล่าวว่า “ การจะผลักดันให้ประเทศไทยแข็งแกร่งและ เจริญรุ่งเรืองบนเวทีเศรษฐกิจระดับโลกได้นั้น วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีถือเป็นส่วนประกอบสำคัญส่วนหนึ่ง ที่จะทำให้เราไปถึงจุดหมายนั้น ซึ่งถือว่าเป็นบทบาทหน้าที่สำคัญของ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทตคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)  ในการมุ่งพัฒนาความสามารถอันเหนือ ชั้นด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาช่วยให้ภาคการเกษตรและภาค อุตสาหกรรมสามารถดำเนินงานได้ดีและมีประสิทธิภาพสูงขึ้น เริ่มตั้งแต่การสร้างผลงานวิจัยเชิงลึกหรือเรียกว่างานวิจัยต้นน้ำ เพื่อการนำไปต่อยอดและใช้ประโยชน์ ตลอดจนการผลักดันและส่งเสริมให้นำผลงานวิจัยออกสู่เชิงพาณิชย์</p>
<p style="font-size: 13px; line-height: 1.5em; margin: 0px;">
<p style="font-size: 13px; line-height: 1.5em; margin: 0px;">
<p style="font-size: 13px; line-height: 1.5em; margin: 0px;">สำหรับการร่วมมือกับ พันธมิตรในภาคเอกชน อย่างกลุ่มบริษัทสามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีแนวคิดร่วมกันในการสร้างเถ้าแก่น้อย และได้ให้การสนับสนุนโครงการในด้านต่างๆ รวมถึงการให้ทุนสนับสนุนการสร้างผลิตภัณฑ์ต้นแบบของน้องๆ เถ้าแก่น้อยในอนาคต ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่น่าชื่นชม และแสดงให้เห็นว่าการพัฒนาประเทศในยุคปัจจุบันนั้น ภาครัฐไม่ได้เป็นคนผลักดันเพียงอย่างเดียว หากแต่มีภาคเอกชนซึ่งร่วมด้วยอย่างเป็นปึกแผ่น ทั้งการให้องค์ความรู้ lesson learned จริงๆ ในการประกอบธุรกิจจนประสบความสำเร็จกับน้องๆ และการสนับสนุนเงินทุนให้น้องได้สร้างผลิตภัณฑ์ต้นแบบ เพื่อการนำเข้าสู่ตลาด การได้นำผลิตภัณฑ์ออกขายกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของน้องๆ ในโครงการเถ้าแก่น้อยได้จริง นอกจากนี้การที่ สวทช. นำที่ปรึกษา และการให้คำแนะนำเพิ่มเติมทางเทคนิคในการปรับผลิตภัณฑ์ให้ดีขึ้น เหมาะและพร้อมสู่ตลาดมากขึ้น ก็จะนำมาซึ่ง การปรับปรุง และปรับตัวของโครงการหรือผลิตภัณฑ์ทั้ง 26 โครงการเพื่อให้สามารถออกสู่เชิงพาณิชย์ได้จริง สามารถได้ลูกค้ารายแรกได้จริงอีกด้วย</p>
<p style="font-size: 13px; line-height: 1.5em; margin: 0px;">
<p style="font-size: 13px; line-height: 1.5em; margin: 0px;"><span><img style="max-width: 493px; padding: 0px; margin: 0px; border: 0px initial initial;" src="http://sphotos-h.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash4/s720x720/417106_499147576786600_810927858_n.jpg" alt="" /></span></p>
<p style="font-size: 13px; line-height: 1.5em; margin: 0px;">
<p style="font-size: 13px; line-height: 1.5em; margin: 0px;"><strong>นายเจริญรัฐ วิไลลักษณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)</strong> เปิดเผยว่าจากความร่วมมือระหว่าง Samart Innovation Awards โดย “กลุ่ม บริษัทสามารถ” และ “ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ” ภายใต้ “สวทช.” ในการเตรียมความพร้อมและสร้างโอกาสทางธุรกิจให้แก่นักพัฒนาด้าน เทคโนโลยีรุ่นใหม่ ด้วยการจัดโครงการ “เถ้าแก่น้อยเทคโนโลยี” ขึ้นเป็นครั้งแรกในปีนี้ โดยจุดเด่นของโครงการฯ นอกจากจะเป็นการประกวดแนวคิดและผลงานทางด้านเทคโนโลยีที่มีคุณค่าทาง เศรษฐกิจและทางสังคมแล้ว ยังมีการเสริมความรู้และทักษะที่จำเป็นต่อการเริ่มต้นและดำเนิน ธุรกิจ รวมทั้ง ที่สำคัญ คือ การเปิดโอกาสให้ผู้ชนะการประกวดนำเสนอแผนงานต่อภาคธุรกิจเอกชนที่มีความสนใจ และมีความพร้อมในการร่วมลงทุนอีกด้วย โดยหลังจากเปิดตัวโครงการฯ ไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา มีกระแสตอบรับที่ดีและมีจำนวนผลงานที่ส่งเข้าประกวดทั้งสิ้นถึง 120 ผลงาน และผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายจำนวน 26 ผลงาน ซึ่งกลุ่มบริษัทสามารถจะให้การสนับสนุนทุนวิจัย เพื่อนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ จำนวน 26 ทุนๆ ละ 20,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 520,000 บาท ทั้งนี้ การนำเสนอผลงานในรอบสุดท้ายจะเกิดขึ้นในเดือน ธ.ค 55 และประกาศผลในต้นปีหน้า ทั้งนี้ผู้ชนะเลิศยังจะได้รับเงินรางวัลจาก Samart Innovation Awards 2012  จำนวน  200,000 บาทอีกด้วย</p>
<p style="font-size: 13px; line-height: 1.5em; margin: 0px;">
<p style="font-size: 13px; line-height: 1.5em; margin: 0px;"><span><img style="max-width: 493px; padding: 0px; margin: 0px; border: 0px initial initial;" src="http://sphotos-c.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc7/s720x720/374029_499147736786584_878947398_n.jpg" alt="" /></span></p>
<p style="font-size: 13px; line-height: 1.5em; margin: 0px;">
<p style="font-size: 13px; line-height: 1.5em; margin: 0px;"><strong>ดร</strong><strong>.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล</strong> ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เปิดเผยถึงความเข้มข้นในการตัดสินว่า “การคัดเลือกผู้เข้ารอบ 26 ทีมเพื่อให้ได้รับทุนวิจัยฯนั้น ต้องผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มข้นจากคณะกรรมผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา ทั้งด้านการตลาด การเงิน และเทคโนโลยี เพื่อให้สามารถพัฒนา Idea to market ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยแบ่งผลงานที่ได้รับทุนฯเป็น 3 ประเภท  ได้แก่ ประเภท Digital Content &amp; Mobile Application จำนวน 7 โครงการ ประเภท Enterprise Software จำนวน 9 โครงการ และประเภท Machinery, Material &amp; Medical Technology จำนวน 10 โครงการ</p>
<p style="font-size: 13px; line-height: 1.5em; margin: 0px;">
<p style="font-size: 13px; line-height: 1.5em; margin: 0px;">
<p style="font-size: 13px; line-height: 1.5em; margin: 0px;">จากนี้ไปทั้ง 26 ทีมที่ได้รับทุนฯ  จะต้องผลิตผลงานต้นแบบหรือ Product Prototype ของตนเองให้สำเร็จ สามารถทำงานได้จริงตามที่ได้ออกแบบไว้และตรงกับความต้องการของตลาดให้มากที่สุด โดย สวทช.จะนำ กลไกต่างๆที่สวทช.มีช่วยสนับสนุนให้ผลงานสามารถออกสู่เชิงพาณิชย์ ได้จริง อาทิเช่น การเชื่อมโยงผลงานต่าง ๆ เข้าสู่ศูนย์แห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสวทช. เพื่อสนับสนุนความเป็นเลิศของผลิตภัณฑ์ , การพาออกสู่ตลาดผ่านงานแสดงสินค้าด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม, การให้ความรู้เพื่อเสริมทักษะการเป็นผู้ประกอบการ และการเป็นพี่เลี้ยงในการให้คำแนะนำในช่วงเริ่มต้นธุรกิจ ผ่านกลไกศูนย์บ่มเพาะธุรกิจของสวทช.เป็นต้น</p>
<p style="font-size: 13px; line-height: 1.5em; margin: 0px;">
<p style="font-size: 13px; line-height: 1.5em; margin: 0px;">
<p style="font-size: 13px; line-height: 1.5em; margin: 0px;">โครงการเถ้าแก่น้อยเทคโนโลยี ที่สวทช.ร่วมกับกลุ่มบริษัทสามารถนี้ เป็นงานที่ท้าทายและสำคัญมาก เป็นเสมือนการดึงพลังคนรุ่นใหม่ ไฟแรง ที่มีความรู้ ความสามารถ ให้เติบโตเป็นเจ้าของธุรกิจได้เร็วขึ้น อันจะส่งผลต่อการพัฒนาศักยภาพการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการด้าน เทคโนโลยีของไทย” ดร.ทวีศักดิ์ กล่าวปิดท้าย</p>
<p style="font-size: 13px; line-height: 1.5em; margin: 0px;">
<p style="font-size: 13px; line-height: 1.5em; margin: 0px;">
<p style="font-size: 13px; line-height: 1.5em; margin: 0px;"><span><img style="max-width: 493px; padding: 0px; margin: 0px; border: 0px initial initial;" src="http://sphotos-e.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash4/s720x720/222424_499147866786571_1769951837_n.jpg" alt="" /></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nstda.or.th/pr/?feed=rss2&amp;p=826</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สวทช./ก.วิทย์ฯ  เปิดเวที NSTDA Investors’ Day 2012  โชว์นวัตกรรมเด่นแห่งปี ดึงนักลงทุนพบนักวิจัยต่อยอดธุรกิจสู่เชิงพาณิชย์  หวังผลักดันเศรษฐกิจไทย สู่AEC พร้อมเผยการจัดอันดับ 10 เทคโนโลยีที่น่าจับตามองสำหรับธุรกิจ</title>
		<link>http://www.nstda.or.th/pr/?p=820</link>
		<comments>http://www.nstda.or.th/pr/?p=820#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 21 Sep 2012 02:45:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>nstda-pr</dc:creator>
				<category><![CDATA[Press release]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nstda.or.th/pr/?p=820</guid>
		<description><![CDATA[สวทช./ก.วิทย์ฯ  เปิดเวที NSTDA Investors’ Day 2012  โชว์นวัตกรรมเด่นแห่งปี
ดึงนักลงทุนพบนักวิจัยต่อยอดธุรกิจสู่เชิงพาณิชย์  หวังผลักดันเศรษฐกิจไทย สู่ AEC พร้อมเผยการจัดอันดับ 10 เทคโนโลยีที่น่าจับตามองสำหรับธุรกิจ
20 กันยายน 2555 ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ : พลเอกยุทธศักดิ์    ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานเปิดงาน NSTDA Investors’ Day  ประจำปี 2555  ภายใต้แนวคิด “นักวิจัยคิด นักธุรกิจลงทุน หนุนเศรษฐกิจไทยสู่ AEC” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำผลงานวิจัยออกสู่ภาคอุตสาหกรรมและส่งเสริมให้เกิดการลงทุน ด้วยการเปิดเวทีนำผลงานวิจัยที่มีศักยภาพพร้อมสำหรับการลงทุนหรือนำไปต่อยอดได้เสนอต่อผู้ประกอบการภาคธุรกิจ ซึ่งปีนี้ สวทช.นำเสนอ 5 ผลงานเด่น ประกอบด้วย Do–Dee ชุดทดสอบออกซิเจนละลายน้ำแบบพกพา , แผ่นรักษาสิว , Eco – Catal [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow: hidden;">สวทช./ก.วิทย์ฯ  เปิดเวที NSTDA Investors’ Day 2012  โชว์นวัตกรรมเด่นแห่งปี</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow: hidden;">ดึงนักลงทุนพบนักวิจัยต่อยอดธุรกิจสู่เชิงพาณิชย์  หวังผลักดันเศรษฐกิจไทย สู่ AEC พร้อมเผยการจัดอันดับ 10 เทคโนโลยีที่น่าจับตามองสำหรับธุรกิจ</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow: hidden;">20 กันยายน 2555 ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ : พลเอกยุทธศักดิ์    ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานเปิดงาน NSTDA Investors’ Day  ประจำปี 2555  ภายใต้แนวคิด “นักวิจัยคิด นักธุรกิจลงทุน หนุนเศรษฐกิจไทยสู่ AEC” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำผลงานวิจัยออกสู่ภาคอุตสาหกรรมและส่งเสริมให้เกิดการลงทุน ด้วยการเปิดเวทีนำผลงานวิจัยที่มีศักยภาพพร้อมสำหรับการลงทุนหรือนำไปต่อยอดได้เสนอต่อผู้ประกอบการภาคธุรกิจ ซึ่งปีนี้ สวทช.นำเสนอ 5 ผลงานเด่น ประกอบด้วย Do–Dee ชุดทดสอบออกซิเจนละลายน้ำแบบพกพา , แผ่นรักษาสิว , Eco – Catal ตัวเร่งปฎิกิริยาของแข็งจากเปลือกไข่เพื่อการผลิตไบโอดีเซล ,  F4 – KIT ชุดเครื่องตรวจจับจุลชีพ ฯ และ DustDETEC เครื่องวัดวิเคราะห์ขนาดฝุ่นละอองฯ นอกจากนี้ยังมีผลงานเด่นจาก 4 หน่วยงานพันธมิตร อาทิ ผลิตภัณฑ์นวดสลายเซลล์ลูไลท์, คลังแอนติบอดี้มนุษย์ เทคโนโลยีการผลิตโลหะกึ่งของแข็งด้วยการปล่อยฟองแก๊ส(GISS) และระบบผลิตก๊าซชีวภาพจากเศษอาหาร</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow: hidden;">นอกจาก 5 ผลงานเด่นแล้ว สวทช.ยังมีอีก 43 ผลงาน ที่ผ่านการคัดสรรและมีศักยภาพพร้อมสำหรับการลงทุนมาจัดแสดงด้วย และภายในงานยังมีการบรรยายพิเศษ เรื่อง ความสำคัญของตลาดทุนกับการขับเคลื่อนธุรกิจเทคโนโลยีของไทย โดย ดร.วรพล โสคติยานุรักษ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.)  และการจัดอันดับ 10 เทคโนโลยีที่น่าจับตามองสำหรับธุรกิจ  โดย ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการสวทช.</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow: hidden;">โดย พลเอกยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า  “วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม จะมีบทบาทสำคัญในการสร้างผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันผู้ประกอบการไทยให้ก้าวไปสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC เนื่องจากมองว่าวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมนั้นสามารถนำไปเชื่อมเพื่อลดช่องว่างในการพัฒนาระหว่างประเทศในกลุ่มประชาคมอาเซียนได้  ทั้งนี้รัฐบาลเองได้พยายามเดินหน้าผนึกกำลังความเข้มแข็งให้กับกลุ่มประชาคมอาเซียน โดยอาศัยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเป็นตัวขับเคลื่อน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ อีกทั้งยังสามารถนำมาช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิต แก้ปัญหาโรคระบาด รวมถึงแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม  ยกระดับทักษะ คุณภาพของกลุ่มประชาคมอาเซียนในการรับมือกับความผันผวนของสภาพ ภูมิอากาศ หรือภัยพิบัติต่างๆ ได้อีกด้วย</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow: hidden;">ทั้งนี้งานดังกล่าวที่จัดขึ้น โดย สวทช. กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการพัฒนาบุคลากรในการสร้างงานวิจัยที่ตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและชุมชน และผลักดันให้เกิดการลงทุนในธุรกิจเทคโนโลยีซึ่งสนับสนุนงานวิจัยที่เป็นของคนไทย โดยสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลเพื่อสร้างความมั่งคั่งและยั่งยืนให้แก่เศรษฐกิจของประเทศ และใช้ความเจริญทางเศรษฐกิจบนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนั้นกลับมาพัฒนาสังคม ชุมชน และผู้ด้อยโอกาสด้วย”</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow: hidden;">ด้าน ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า “นโยบายหลักของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี การวิจัย และนวัตกรรมในหลากหลายมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำผลงานวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ไปเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดการลงทุน ซึ่งอาจเกิดจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน รวมทั้งสถาบันการศึกษาขั้นสูง เพื่อให้เกิดการวิจัยและพัฒนา และถ่ายทอดเทคโนโลยี ให้นำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่น ภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม และภาคการบริการ โดยเฉพาะในสาขาที่ประเทศไทยมีศักยภาพสูงและจำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ โดยที่ สวทช. ซึ่งเป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่เป็นกำลังสำคัญของการพัฒนาวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อนำไปสู่การต่อยอดหรือขยายผลสู่เชิงพาณิชย์ ผ่านการสนับสนุนในด้านต่างๆ เพื่อเร่งนำผลงานวิจัยออกสู่ภาคอุตสาหกรรม และส่งเสริมให้เกิดการลงทุน ผ่านการจัดกิจกรรม NSTDA Investors’Day  ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี  ซึ่งเป็นการนำผลงานวิจัยที่มีความพร้อมและมีศักยภาพในการลงทุนมาจัดแสดง และเป็นเวทีให้แก่นักวิจัยนำเสนอผลงานต่อนักลงทุนและผู้ประกอบธุรกิจ เพื่อให้ภาคธุรกิจมาผนึกกำลังกับหน่วยงานภาครัฐที่ทำวิจัยและพัฒนางานด้านวิทยาศาสตร์ ให้สามารถสร้างเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจ และสร้างธุรกิจเทคโนโลยีให้ประสบความสำเร็จในอนาคตได้”</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow: hidden;">ดร. ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวเสริมว่า “การจัดงานในครั้งนี้ สวทช. จัดขึ้นเป็นปีที่ 3 แล้ว ซึ่ง 2 ปีที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับจากนักลงทุนที่สนใจเข้าเจรจาธุรกิจเป็นจำนวนมาก และบางผลงานได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่ภาคเอกชนไปแล้ว และบางผลงานอยู่ระหว่างการพิจารณาลงทุนร่วมกับภาคเอกชน โดยมีตัวอย่างความสำเร็จของบริษัทวินเซนส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนที่มองเห็นศักยภาพทางการตลาดเชิงพาณิชย์ นำไปผลิตเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ i-sensors เพื่อใช้วัดระดับค่าความเป็นกรดด่างของคุณภาพน้ำแบบอัตโนมัติ โดยที่ระบบจะแสดงค่าที่วัดได้จาก Sensors ต่างๆ และสามารถแสดงผลบน Google earth ได้ ซึ่งถือเป็นเรื่องน่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง และยังเป็นก้าวแรกของความสำเร็จในการจัดเวทีให้นักวิจัยไทยได้นำเสนอผลงานแก่นักลงทุนและนักอุตสาหกรรม โดยนอกจากจะเป็นโอกาสให้นักวิจัยได้นำเสนอผลงานแล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งเวทีที่เปิดให้นักวิจัยได้พบปะ พูดคุย และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนักลงทุน นักอุตสาหกรรม เพื่อนำไปพัฒนาและคิดค้นนวัตกรรมที่ตอบสนองความต้องการของตลาด หรือภาคอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง ความสำเร็จในการจัดงานในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากหน่วยงานพันธมิตร และผู้สนับสนุนการจัดงานหลายบริษัท หลายองค์กร ที่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันให้เกิดผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยี อาทิ สมาคมไทยผู้ประกอบธุรกิจเงินร่วมลงทุน, สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย(วว.), มหาวิทยาลัยขอนแก่น(มข.), มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี(มทส.), มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์(ม.อ.), ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน), ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน), บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด, ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) เป็นต้น</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow: hidden;">ทั้งนี้ กิจกรรมภายในงาน จัดให้มีการเจรจาธุรกิจในลักษณะแบบตัวต่อตัว หรือ One on One Matching เพื่อให้เกิดการลงทุนจริงในเชิงพาณิชย์ และกิจกรรมนำเสนอผลงานวิจัยและเทคโนโลยีต่อนักลงทุนในช่วง Investment Pitching โดยเฉพาะการนำเสนอ 5 ผลงานเด่นจาก สวทช. ที่มีศักยภาพพร้อมสำหรับการลงทุน รวมถึงการจัดโหวตให้คะแนนผลงานที่น่าลงทุนมากที่สุดและผลงานที่นำเสนอได้ดีที่สุดอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีการเปิดเผยถึงการจัดอันดับ 10 เทคโนโลยีที่น่าจับตามอง (10 Technologies to Watch) รวมถึงการเสวนาให้ความรู้ในหัวข้อ “ธุรกิจมั่งคั่งด้วยเทคโนโลยี รับมือเปิดเสรีทางการค้า” และ “นักวิจัยคิด นักธุรกิจลงทุน หนุนเศรษฐกิจไทยสู่ AEC”  โดยเชื่อว่ากิจกรรมที่กล่าวมาข้างต้น จะสร้างความเชื่อมั่นและทำให้เกิดธุรกิจเทคโนโลยีที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูง อันจะนำไปสู่การเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในภาคการผลิตและบริการ รวมถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืน ตลอดจนผลักดันให้ประเทศไทยแข็งแกร่งและพร้อมต่อการเปิดเสรีอาเซียนในปี 2558 ที่จะถึงนี้ได้”  ดร.ทวีศักดิ์ กล่าว.</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow: hidden;">************************************</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow: hidden;">สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow: hidden;">จุดประกายความคิด สร้างโอกาสธุรกิจไทย ส่งมอบผลงานวิจัย พัฒนาไทยสู่สังคมฐานความรู้ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี</div>
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif;"><span><img class="photo_img img" style="max-width: 493px; margin: 0px; padding: 0px;" src="http://sphotos-f.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc6/s720x720/246614_479711755396849_982812920_n.jpg" alt="" /></span></p>
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif;">
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif;">
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif;">
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif;">20 กันยายน 2555 ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ : พลเอกยุทธศักดิ์    ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานเปิดงาน NSTDA Investors’ Day  ประจำปี 2555  ภายใต้แนวคิด “นักวิจัยคิด นักธุรกิจลงทุน หนุนเศรษฐกิจไทยสู่ AEC” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำผลงานวิจัยออกสู่ภาคอุตสาหกรรมและส่งเสริมให้เกิดการลงทุน ด้วยการเปิดเวทีนำผลงานวิจัยที่มีศักยภาพพร้อมสำหรับการลงทุนหรือนำไปต่อยอดได้เสนอต่อผู้ประกอบการภาคธุรกิจ ซึ่งปีนี้ สวทช.นำเสนอ 5 ผลงานเด่น ประกอบด้วย Do–Dee ชุดทดสอบออกซิเจนละลายน้ำแบบพกพา , แผ่นรักษาสิว , Eco – Catal ตัวเร่งปฎิกิริยาของแข็งจากเปลือกไข่เพื่อการผลิตไบโอดีเซล ,  F4 – KIT ชุดเครื่องตรวจจับจุลชีพ ฯ และ DustDETEC เครื่องวัดวิเคราะห์ขนาดฝุ่นละอองฯ นอกจากนี้ยังมีผลงานเด่นจาก 4 หน่วยงานพันธมิตร อาทิ ผลิตภัณฑ์นวดสลายเซลล์ลูไลท์, คลังแอนติบอดี้มนุษย์ เทคโนโลยีการผลิตโลหะกึ่งของแข็งด้วยการปล่อยฟองแก๊ส(GISS) และระบบผลิตก๊าซชีวภาพจากเศษอาหาร</p>
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif;">
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif;">
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif;">นอกจาก 5 ผลงานเด่นแล้ว สวทช.ยังมีอีก 43 ผลงาน ที่ผ่านการคัดสรรและมีศักยภาพพร้อมสำหรับการลงทุนมาจัดแสดงด้วย และภายในงานยังมีการบรรยายพิเศษ เรื่อง ความสำคัญของตลาดทุนกับการขับเคลื่อนธุรกิจเทคโนโลยีของไทย โดย ดร.วรพล โสคติยานุรักษ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.)  และการจัดอันดับ 10 เทคโนโลยีที่น่าจับตามองสำหรับธุรกิจ  โดย ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการสวทช.</p>
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif;">
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif;"><span><img class="photo_img img" style="max-width: 493px; margin: 0px; padding: 0px;" src="http://sphotos-b.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-prn1/s720x720/150360_479711885396836_132220890_n.jpg" alt="" /></span></p>
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif;">
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif;">โดย พลเอกยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า  “วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม จะมีบทบาทสำคัญในการสร้างผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันผู้ประกอบการไทยให้ก้าวไปสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC เนื่องจากมองว่าวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมนั้นสามารถนำไปเชื่อมเพื่อลดช่องว่างในการพัฒนาระหว่างประเทศในกลุ่มประชาคมอาเซียนได้  ทั้งนี้รัฐบาลเองได้พยายามเดินหน้าผนึกกำลังความเข้มแข็งให้กับกลุ่มประชาคมอาเซียน โดยอาศัยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเป็นตัวขับเคลื่อน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ อีกทั้งยังสามารถนำมาช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิต แก้ปัญหาโรคระบาด รวมถึงแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม  ยกระดับทักษะ คุณภาพของกลุ่มประชาคมอาเซียนในการรับมือกับความผันผวนของสภาพ ภูมิอากาศ หรือภัยพิบัติต่างๆ ได้อีกด้วย</p>
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif;">
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif;"><span><img class="photo_img img" style="max-width: 493px; margin: 0px; padding: 0px;" src="http://sphotos-g.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash4/s720x720/391576_479711962063495_323804829_n.jpg" alt="" /></span></p>
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif;">
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif;">ทั้งนี้งานดังกล่าวที่จัดขึ้น โดย สวทช. กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการพัฒนาบุคลากรในการสร้างงานวิจัยที่ตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและชุมชน และผลักดันให้เกิดการลงทุนในธุรกิจเทคโนโลยีซึ่งสนับสนุนงานวิจัยที่เป็นของคนไทย โดยสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลเพื่อสร้างความมั่งคั่งและยั่งยืนให้แก่เศรษฐกิจของประเทศ และใช้ความเจริญทางเศรษฐกิจบนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนั้นกลับมาพัฒนาสังคม ชุมชน และผู้ด้อยโอกาสด้วย”</p>
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif;">
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif;">
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif;">ด้าน ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า “นโยบายหลักของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี การวิจัย และนวัตกรรมในหลากหลายมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำผลงานวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ไปเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดการลงทุน ซึ่งอาจเกิดจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน รวมทั้งสถาบันการศึกษาขั้นสูง เพื่อให้เกิดการวิจัยและพัฒนา และถ่ายทอดเทคโนโลยี ให้นำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่น ภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม และภาคการบริการ โดยเฉพาะในสาขาที่ประเทศไทยมีศักยภาพสูงและจำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ โดยที่ สวทช. ซึ่งเป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่เป็นกำลังสำคัญของการพัฒนาวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อนำไปสู่การต่อยอดหรือขยายผลสู่เชิงพาณิชย์ ผ่านการสนับสนุนในด้านต่างๆ เพื่อเร่งนำผลงานวิจัยออกสู่ภาคอุตสาหกรรม และส่งเสริมให้เกิดการลงทุน ผ่านการจัดกิจกรรม NSTDA Investors’Day  ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี  ซึ่งเป็นการนำผลงานวิจัยที่มีความพร้อมและมีศักยภาพในการลงทุนมาจัดแสดง และเป็นเวทีให้แก่นักวิจัยนำเสนอผลงานต่อนักลงทุนและผู้ประกอบธุรกิจ เพื่อให้ภาคธุรกิจมาผนึกกำลังกับหน่วยงานภาครัฐที่ทำวิจัยและพัฒนางานด้านวิทยาศาสตร์ ให้สามารถสร้างเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจ และสร้างธุรกิจเทคโนโลยีให้ประสบความสำเร็จในอนาคตได้”</p>
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif;">
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif;"><span><img class="photo_img img" style="max-width: 493px; margin: 0px; padding: 0px;" src="http://sphotos-d.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc6/s720x720/228037_479711802063511_790014767_n.jpg" alt="" /></span></p>
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif;">
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif;">ดร. ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวเสริมว่า “การจัดงานในครั้งนี้ สวทช. จัดขึ้นเป็นปีที่ 3 แล้ว <strong>ซึ่ง</strong> <strong>2 ปีที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับจาก</strong><strong>นักลงทุนที่สนใจเข้าเจรจาธุรกิจเป็นจำนวนมาก และบางผลงานได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่ภาคเอกชนไปแล้ว และบางผลงานอยู่ระหว่างการพิจารณาลงทุนร่วมกับภาคเอกชน โดยมีตัวอย่างความสำเร็จของบริษัทวินเซนส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนที่มองเห็นศักยภาพทางการตลาดเชิงพาณิชย์ นำไปผลิตเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ </strong><strong>i-sensors เพื่อใช้วัดระดับค่าความเป็นกรดด่างของคุณภาพน้ำแบบอัตโนมัติ โดยที่ระบบจะแสดงค่าที่วัดได้จาก Sensors ต่างๆ และสามารถแสดงผลบน Google earth ได้</strong> ซึ่งถือเป็นเรื่องน่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง และยังเป็นก้าวแรกของความสำเร็จในการจัดเวทีให้นักวิจัยไทยได้นำเสนอผลงานแก่นักลงทุนและนักอุตสาหกรรม โดยนอกจากจะเป็นโอกาสให้นักวิจัยได้นำเสนอผลงานแล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งเวทีที่เปิดให้นักวิจัยได้พบปะ พูดคุย และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนักลงทุน นักอุตสาหกรรม เพื่อนำไปพัฒนาและคิดค้นนวัตกรรมที่ตอบสนองความต้องการของตลาด หรือภาคอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง ความสำเร็จในการจัดงานในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากหน่วยงานพันธมิตร และผู้สนับสนุนการจัดงานหลายบริษัท หลายองค์กร ที่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันให้เกิดผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยี อาทิ สมาคมไทยผู้ประกอบธุรกิจเงินร่วมลงทุน, สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย(วว.), มหาวิทยาลัยขอนแก่น(มข.), มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี(มทส.), มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์(ม.อ.), ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน), ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน), บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด, ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) เป็นต้น</p>
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif;">
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif;"><span><img class="photo_img img" style="max-width: 493px; margin: 0px; padding: 0px;" src="http://sphotos-h.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash4/s720x720/422661_479711908730167_1939345347_n.jpg" alt="" /></span></p>
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif;">
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif;">ทั้งนี้ กิจกรรมภายในงาน จัดให้มีการเจรจาธุรกิจในลักษณะแบบตัวต่อตัว หรือ One on One Matching เพื่อให้เกิดการลงทุนจริงในเชิงพาณิชย์ และกิจกรรมนำเสนอผลงานวิจัยและเทคโนโลยีต่อนักลงทุนในช่วง Investment Pitching โดยเฉพาะการนำเสนอ 5 ผลงานเด่นจาก สวทช. ที่มีศักยภาพพร้อมสำหรับการลงทุน รวมถึงการจัดโหวตให้คะแนนผลงานที่น่าลงทุนมากที่สุดและผลงานที่นำเสนอได้ดีที่สุดอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีการเปิดเผยถึงการจัดอันดับ 10 เทคโนโลยีที่น่าจับตามอง (10 Technologies to Watch) รวมถึงการเสวนาให้ความรู้ในหัวข้อ “ธุรกิจมั่งคั่งด้วยเทคโนโลยี รับมือเปิดเสรีทางการค้า” และ “นักวิจัยคิด นักธุรกิจลงทุน หนุนเศรษฐกิจไทยสู่ AEC”  โดยเชื่อว่ากิจกรรมที่กล่าวมาข้างต้น จะสร้างความเชื่อมั่นและทำให้เกิดธุรกิจเทคโนโลยีที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูง อันจะนำไปสู่การเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในภาคการผลิตและบริการ รวมถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืน ตลอดจนผลักดันให้ประเทศไทยแข็งแกร่งและพร้อมต่อการเปิดเสรีอาเซียนในปี 2558 ที่จะถึงนี้ได้”  ดร.ทวีศักดิ์ กล่าว.</p>
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif;">
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif;"><span><img id="uond4kr9" class="photo_img img" style="max-width: 493px; margin: 0px; padding: 0px;" src="http://sphotos-c.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash3/s720x720/557136_479713168730041_130432445_n.jpg" alt="" /></span></p>
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif;">
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif;">************************************</p>
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif;"><strong>สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ </strong><strong>(สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี</strong></p>
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif;"><strong>จุดประกายความคิด สร้างโอกาสธุรกิจไทย </strong><strong>ส่งมอบผลงานวิจัย พัฒนาไทยสู่สังคมฐานความรู้ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nstda.or.th/pr/?feed=rss2&amp;p=820</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ก.วิทย์ฯ ติดปีกเศรษฐกิจไทยสู่ AEC จัด งาน NSTDA Investors’ Day 2012 โชว์นวัตกรรมเด่นแห่งปี ดึงนักลงทุนพบนักวิจัยต่อยอดธุรกิจ เพิ่มศักยภาพการแข่งขัน</title>
		<link>http://www.nstda.or.th/pr/?p=814</link>
		<comments>http://www.nstda.or.th/pr/?p=814#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 11 Sep 2012 02:48:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>nstda-pr</dc:creator>
				<category><![CDATA[Press release]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nstda.or.th/pr/?p=814</guid>
		<description><![CDATA[





 
เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2555 สำนักงานพัฒนาวิทยา ศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้จัดแถลงข่าวเปิดตัวงาน NSTDA Investors’ Day  ประจำปี 2555 ณ ห้องโถงกระทรวงวิทยาศาสตร์ ชั้น 1 อาคารพระจอมเกล้า กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยงานดังกล่าวมีกำหนดจัดขึ้นในวันพฤหัสบดี ที่ 20 กันยายน 2555 เวลา 08.00-16.30 น. ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ภายใต้แนวคิด“นักวิจัยคิด นักธุรกิจลงทุน หนุนเศรษฐกิจไทยสู่ AEC” ทั้งนี้ เพื่อให้กลุ่มนักธุรกิจเป้าหมายมีโอกาสเข้าถึงผลงานของนักวิจัยไทย ที่มีศักยภาพในเชิงพาณิชย์ และสื่อถึงความสำคัญของการสร้างธุรกิจเทคโนโลยีเพื่อรับมือกับผล กระทบของการเปิดเสรีทางการค้าของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558




ดร. ปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งเป็นประธานในการแถลงข่าวครั้งนี้เปิดเผยว่า กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ มีนโยบายเร่งด่วนที่จะพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นสังคมที่อยู่บนพื้นฐาน ขององค์ความรู้ โดยเฉพาะการเร่งสร้างนักวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนางานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ ขณะเดียวกันก็มีบทบาทหน้าที่ในการสนับสนุนและผลักดันผลงานเหล่านั้น ให้เป็นที่จับต้องได้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div style="margin-bottom: 10px; border-bottom-width: 1px; border-bottom-style: solid; border-bottom-color: #aaaaaa; padding-bottom: 0.5em; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 10.666666984558105px;">
<div style="zoom: 1;">
<h2 style="font-size: 18px; color: #1c2a47; margin: 0px; padding: 0px; outline: none; text-align: justify;"><img style="max-width: 493px; margin: 0px; padding: 0px;" src="http://a4.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-prn1/s720x720/601495_475663822468309_2099978419_n.jpg" alt="" /></h2>
</div>
</div>
<div style="zoom: 1; margin-bottom: 20px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 1.5em; word-wrap: break-word; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif;">
<p style="margin: 0px; line-height: 1.5em;"><span style="line-height: 1.5em; font-size: 13.333333015441895px;"> </span></p>
<p style="margin: 0px; line-height: 1.5em;">เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2555 สำนักงานพัฒนาวิทยา ศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้จัดแถลงข่าวเปิดตัวงาน NSTDA Investors’ Day  ประจำปี 2555 ณ ห้องโถงกระทรวงวิทยาศาสตร์ ชั้น 1 อาคารพระจอมเกล้า กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยงานดังกล่าวมีกำหนดจัดขึ้นในวันพฤหัสบดี ที่ 20 กันยายน 2555 เวลา 08.00-16.30 น. ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ภายใต้แนวคิด<strong>“นักวิจัยคิด นักธุรกิจลงทุน หนุนเศรษฐกิจไทยสู่ </strong><strong>AEC” </strong>ทั้งนี้ เพื่อให้กลุ่มนักธุรกิจเป้าหมายมีโอกาสเข้าถึงผลงานของนักวิจัยไทย ที่มีศักยภาพในเชิงพาณิชย์ และสื่อถึงความสำคัญของการสร้างธุรกิจเทคโนโลยีเพื่อรับมือกับผล กระทบของการเปิดเสรีทางการค้าของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558</p>
<p style="margin: 0px; line-height: 1.5em;">
<p style="margin: 0px; line-height: 1.5em;"><span><img style="max-width: 493px; margin: 0px; padding: 0px;" src="http://a7.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-prn1/s720x720/561501_475663925801632_2032533153_n.jpg" alt="" /></span></p>
<p style="margin: 0px; line-height: 1.5em;"><span><img style="max-width: 493px; margin: 0px; padding: 0px;" src="http://a3.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc6/s720x720/271052_475664055801619_1368996703_n.jpg" alt="" /></span></p>
<p style="margin: 0px; line-height: 1.5em;">
<p style="margin: 0px; line-height: 1.5em;">ดร. ปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งเป็นประธานในการแถลงข่าวครั้งนี้เปิดเผยว่า กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ มีนโยบายเร่งด่วนที่จะพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นสังคมที่อยู่บนพื้นฐาน ขององค์ความรู้ โดยเฉพาะการเร่งสร้างนักวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนางานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ ขณะเดียวกันก็มีบทบาทหน้าที่ในการสนับสนุนและผลักดันผลงานเหล่านั้น ให้เป็นที่จับต้องได้ รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีออกสู่ภาคเอกชน เพื่อผลิตเป็นสินค้าและบริการที่เกื้อหนุนเศรษฐกิจ และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ  โดยเฉพาะในสาขาที่ประเทศไทยมีศักยภาพสูง เช่นสาขาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและการลดภาวะโลกร้อน ฯลฯ เพื่อรองรับการเปิดเสรีอาเซียนที่จะมาถึงในอีก 3 ปีข้างหน้า</p>
<p style="margin: 0px; line-height: 1.5em;">
<p style="margin: 0px; line-height: 1.5em;">“เราต้องเร่งสร้างผล งานวิจัยเพื่อนำออกสู่อุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันกับชาติอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นนวัตกรรมใหม่ๆ ที่เราคิดขึ้นมาได้ หรือจะเป็นการต่อยอดงานวิจัยที่มีอยู่แล้ว แต่ยังไม่ลงตัว หรือไม่ตรงกับความต้องการของตลาด หรือไม่สามารถผลิตออกสู่เชิงพาณิชย์ได้ เราก็สามารถเอามาต่อยอดให้ทันสมัย และถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ภาคอุตสาหกรรมได้ โดยให้ตอบรับกับกระแสสังคม” ดร. ปลอดประสพฯ กล่าว</p>
<p style="margin: 0px; line-height: 1.5em;">
<p style="margin: 0px; line-height: 1.5em;"><span><img style="max-width: 493px; margin: 0px; padding: 0px;" src="http://a3.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash3/s720x720/534445_475664619134896_1754023049_n.jpg" alt="" /></span></p>
<p style="margin: 0px; line-height: 1.5em;">
<p style="margin: 0px; line-height: 1.5em;">ดร. ปลอดประสพฯ ยังระบุอีกว่าการตอบรับจากภาคเอกชนจะเป็นตัวชี้วัดที่ดีและเป็นตัว กระตุ้นให้นักวิจัยเกิดความภูมิใจและเข้าใจความต้องการของภาค อุตสาหกรรมมากขึ้น อันจะนำไปสู่การปรับกระบวนความคิดในการคิดค้นงานวิจัยที่สามารถนำ ออกสู่เชิงพาณิชย์ได้ง่ายขึ้นและมีต้นทุนที่ถูกลง  ซึ่งจะเป็นการเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยให้ก้าวไปข้าง หน้าอย่างรวดเร็ว</p>
<p style="margin: 0px; line-height: 1.5em;">
<p style="margin: 0px; line-height: 1.5em;">
<p style="margin: 0px; line-height: 1.5em;">ด้าน ดร. ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการ สวทช. ได้เปิดเผยถึงภาพรวมของการจัดงาน NSTDA Investors’ Day ว่า สวทช. ได้จัดงานดังกล่าวขึ้นเป็นประจำทุกปี และจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ในปีนี้  โดยมีเจ้าภาพร่วม หน่วยงานพันธมิตร และผู้สนับสนุนการจัดงานซึ่งประกอบด้วย สมาคมไทยผู้ประกอบธุรกิจเงินร่วมลงทุน สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุรนารี (มทส.) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด ตลาด หลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.)</p>
<p style="margin: 0px; line-height: 1.5em;">
<p style="margin: 0px; line-height: 1.5em;">ดร. ทวีศักดิ์ฯ ยังกล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน NSTDA Investors’ Day ว่างานนี้จัดขึ้นเพื่อนำเสนอผลงานวิจัยและเทคโนโลยีที่ได้รับการ คัดเลือกแล้วว่ามีศักยภาพสูงในการลงทุน โดยจุดเด่นภาย ในงานปีนี้ได้แก่ การเปิดให้มีการ เจรจาธุรกิจแบบ One on One Matching เพื่อ ให้เกิดการลงทุนจริงในเชิงพาณิชย์ และกิจกรรมนำเสนอผลงาน วิจัยและเทคโนโลยีต่อนักลงทุนในช่วง Investment Pitching โดย เฉพาะการนำเสนอ 5 ผลงานเด่นจาก สวทช. ที่มีศักยภาพพร้อมสำหรับการลงทุนในปีนี้ซึ่งได้แก่ แผ่นแปะรักษาสิว (Q ACNES) ตัว เร่งปฏิกิริยาของแข็งจาก เปลือกไข่เพื่อการผลิตไบโอดีเซล (Eco–Catal) เครื่อง มือตรวจวินิจฉัยใส้เดือนฝอย (F4-KIT) (From Farm to Fine Fork KIT <strong>)</strong> ชุดทดสอบออกซิเจน ละลายน้ำแบบพกพา (DO-DEE) และเครื่องวัดและ วิเคราะห์ขนาดฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศ (DustDETEC)</p>
<p style="margin: 0px; line-height: 1.5em;">
<p style="margin: 0px; line-height: 1.5em;"><span><img style="max-width: 493px; margin: 0px; padding: 0px;" src="http://a5.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash3/s720x720/558680_475664129134945_2090293188_n.jpg" alt="" /></span></p>
<p style="margin: 0px; line-height: 1.5em;"><span><img style="max-width: 493px; margin: 0px; padding: 0px;" src="http://a2.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-prn1/s720x720/538924_475664242468267_1360226513_n.jpg" alt="" /></span></p>
<p style="margin: 0px; line-height: 1.5em;">
<p style="margin: 0px; line-height: 1.5em;">สำหรับผลงานที่น่า สนใจจากหน่วยงานพันธมิตรอื่นๆ ได้แก่ ระบบผลิตก๊าซชีวภาพจากเศษอาหาร เทคโนโลยีการผลิตโลหะกึ่งของแข็งด้วยการปล่อยฟองแก๊ส คลังแอนติบอดี้มนุษย์ และครีมนวดสลายเซลลูไลท์ เป็นต้น นอกจากนี้ภายในงานยังมีโซนการจัดแสดงนิทรรศการผลงานเทคโนโลยีต่างๆ อีกกว่า 27 ผลงาน เพื่อให้นักลงทุนได้เลือกสรร หากสนใจสามารถพูดคุย แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกับนักวิจัยได้ ณ บูธนั้นๆ รวมทั้งโซนของการจัดจำหน่ายสินค้าเทคโนโลยีของ สวทช. ทั้งนี้ภายในงานยังสามารถร่วมรับฟังการ บรรยายพิเศษเรื่อง “ความสำคัญของตลาดทุนกับการขับเคลื่อนธุรกิจเทคโนโลยีของไทย” และ “10 เทคโนโลยีที่น่าจับ ตามองสำหรับธุรกิจ (10 Technologies to Watch)” รวม ทั้งการเสวนาให้ความรู้ในหัวข้อ “ธุรกิจมั่งคั่งด้วยเทคโนโลยี รับมือเปิดเสรีทางการค้า” และ “นักวิจัยคิด นักธุรกิจลงทุน หนุนเศรษฐกิจไทยสู่ AEC”</p>
<p style="margin: 0px; line-height: 1.5em;">
<p style="margin: 0px; line-height: 1.5em;"><span><img style="max-width: 493px; margin: 0px; padding: 0px;" src="http://a4.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash3/s720x720/548254_475664299134928_977738152_n.jpg" alt="" /></span></p>
<p style="margin: 0px; line-height: 1.5em;">
<p style="margin: 0px; line-height: 1.5em; text-align: justify;">อนึ่งงาน NSTDA Investors&#8217; Day ปีแรกจัดขึ้นเมื่อเดือนกันยายน 2553 ภายใต้แนวคิด “ธุรกิจเทคโนโลยี ของดีสำหรับนักลงทุน” ปีที่สองจัดขึ้นเมื่อเดือนกันยายน 2554 ภายใต้แนวคิด “ลงทุนในธุรกิจเทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ เพื่อความมั่งคั่งและยั่งยืน” โดยมีกลุ่มนักลงทุนและนักธุรกิจให้ความสนใจและมีกระแสตอบรับเพิ่มมากขึ้นทุกปี</p>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nstda.or.th/pr/?feed=rss2&amp;p=814</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สวทช./นาโนเทค กระทรวงวิทย์ฯ ทุ่มกว่า 300 ล้านบาท จัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศด้านนาโนเทคโนโลยี กับ 8 สถาบันการศึกษาชั้นนำ พร้อมต่อยอดองค์ความรู้งานวิจัยขยายผลสู่เชิงพาณิชย์ หวังเป็นผู้นำด้านสินค้านาโนในอีก 10 ปีข้างหน้า</title>
		<link>http://www.nstda.or.th/pr/?p=802</link>
		<comments>http://www.nstda.or.th/pr/?p=802#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 30 Aug 2012 02:50:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>nstda-pr</dc:creator>
				<category><![CDATA[Press release]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nstda.or.th/pr/?p=802</guid>
		<description><![CDATA[
 

 


29 สิงหาคม 2555 ณ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี : ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วม มือการจัดตั้งและดำเนินงานศูนย์ร่วมวิจัยเครือข่ายพันธมิตรความเป็นเลิศด้านนาโน เทคโนโลยี และร่วมปาฐกถาเรื่อง“นโยบาย ของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ในการผลักดันการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม”



โดยพิธีลงนามดังกล่าว สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)โดยศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ/นาโนเทค ได้ร่วมกับสถาบันการศึกษาชั้นนำทั้ง 8 มหาวิทยาลัย ประกอบด้วย  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รพ.ศิริราช มหาวิทยาลัยมหิดล  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และมหาวิทยาลัย เทคโนโลยีสุรนารี  จัดตั้ง”โครงการศูนย์ ร่วมวิจัยเครือข่ายพันธมิตรความเป็นเลิศด้านนาโนเทคโนโลยี”เพื่อสนับสนุน กลุ่มวิจัยที่มีความเป็นเลิศเฉพาะทางในการทำวิจัยด้านนาโนเทคโนโลยี ที่มีหัวข้อวิจัยสอดคล้องกับแผนที่นำทางด้านเทคโนโลยี (Technology Road Map : TRM) หรือการวิจัยแบบมุ่งเป้าของศูนย์นาโนเทค โดยเป็นการสร้างกลุ่มวิจัยที่มีความเป็นเลิศเฉพาะทาง สามารถ นำไปต่อยอดใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้ ตลอดจนสามารถตอบสนองความต้องการของ ประเทศได้ในลักษณะ พันธมิตรระหว่างศูนย์แห่งชาติ และมหาวิทยาลัย เป็นโครงการในระยะเวลา 5 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; text-align: justify;">
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; text-align: justify;"><strong> <span><img style="max-width: 493px; margin: 0px; padding: 0px;" src="http://a6.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc7/s720x720/293186_470787086289316_1648686573_n.jpg" alt="" /></span></strong></p>
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; text-align: justify;">
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; text-align: justify;"><strong> </strong></p>
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; text-align: justify;">
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; text-align: justify;">
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; text-align: justify;">29 สิงหาคม 2555 ณ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี : ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วม มือการจัดตั้งและดำเนินงานศูนย์ร่วมวิจัยเครือข่ายพันธมิตรความเป็นเลิศด้านนาโน เทคโนโลยี และร่วมปาฐกถาเรื่อง“นโยบาย ของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ในการผลักดันการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม”</p>
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; text-align: justify;">
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; text-align: justify;">
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; text-align: justify;">
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; text-align: justify;">โดยพิธีลงนามดังกล่าว สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)โดยศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ/นาโนเทค ได้ร่วมกับสถาบันการศึกษาชั้นนำทั้ง 8 มหาวิทยาลัย ประกอบด้วย  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รพ.ศิริราช มหาวิทยาลัยมหิดล  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และมหาวิทยาลัย เทคโนโลยีสุรนารี  จัดตั้ง”โครงการศูนย์ ร่วมวิจัยเครือข่ายพันธมิตรความเป็นเลิศด้านนาโนเทคโนโลยี”เพื่อสนับสนุน กลุ่มวิจัยที่มีความเป็นเลิศเฉพาะทางในการทำวิจัยด้านนาโนเทคโนโลยี ที่มีหัวข้อวิจัยสอดคล้องกับแผนที่นำทางด้านเทคโนโลยี (Technology Road Map : TRM) หรือการวิจัยแบบมุ่งเป้าของศูนย์นาโนเทค โดยเป็นการสร้างกลุ่มวิจัยที่มีความเป็นเลิศเฉพาะทาง สามารถ นำไปต่อยอดใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้ ตลอดจนสามารถตอบสนองความต้องการของ ประเทศได้ในลักษณะ พันธมิตรระหว่างศูนย์แห่งชาติ และมหาวิทยาลัย เป็นโครงการในระยะเวลา 5 ปี  งบประมาณขั้นต้นในเฟสแรก 300 ล้านบาท</p>
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; text-align: justify;">
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; text-align: justify;"><span><img style="max-width: 493px; margin: 0px; padding: 0px;" src="http://a6.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash3/s720x720/527875_470786919622666_1107864726_n.jpg" alt="" /></span></p>
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; text-align: justify;">
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; text-align: justify;">
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; text-align: justify;">
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; text-align: justify;">ดร.ปลอดประสพฯ รมว.วท. กล่าวว่า “โครงการ จัดตั้งศูนย์ร่วมวิจัยเครือข่ายพันธมิตรความเป็นเลิศด้านนาโน เทคโนโลยี การดำเนินการครั้งนี้ถือว่าเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญในการผนึก กำลังความร่วมมือของหน่วยงานที่ทำ งานด้านนาโนเทคโนโลยีชั้นนำของประเทศ ซึ่งทุกท่านคง ตระหนักดีว่า ปัจจุบันนาโนเทคโนโลยีเป็นเทคโนโลยีที่ทั่วโลกให้ความสำคัญสูง เป็นเทคโนโลยีที่มีบทบาทอย่างมากสำหรับภาคสังคมและภาคอุตสาหกรรม และเป็นปัจจัยสำคัญอย่าง หนึ่งที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม ประเทศไทยได้นำนาโนเทคโนโลยีมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต หรือเพิ่มมูลค่าในผลิตภัณฑ์ต่างๆ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรม   สิ่ง ทอ อาหารและการเกษตร เครื่องสำอาง และอุตสาหกรรมทางการแพทย์ พราะฉะนั้นความร่วมมือของ 9 หน่วยงานเพื่อการทำงานวิจัยและพัฒนา ถือเป็นก้าวสำคัญก้าวหนึ่งของงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และเป็นแนวทางการพัฒนาการทำงานวิจัยและ พัฒนาที่ถูกต้อง และมีความสอดคล้องกับนโยบายการ พัฒนานาโนเทคโนโลยีของประเทศ ซึ่งในขณะนี้อยู่ในระหว่างการ เสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อใช้เป็นแนวทางให้กับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นการกำหนดกรอบการทำงานการวิจัยด้านนาโนเทคโนโลยีไปในทิศ ทางเดียวกัน และอีกทั้งให้เกิดความสอดคล้องของการดำเนิน งานตามแผนที่กำหนดไว้ ในอีก 10 ปีข้างหน้าอีกด้วย</p>
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; text-align: justify;">
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; text-align: justify;">
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; text-align: justify;">
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; text-align: justify;">ดังนั้น คาดหวังว่าโครงการนี้ นอกจากงานวิจัยและพัฒนาแล้ว ยังถือว่าเป็นจุดเริ่มของความร่วมมือของหน่วยงานภายใต้กระทรวงวิทยา ศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีต่อภาคการศึกษา และยังจะมีโอกาสขยายผลความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เป็นต้นว่า ภาคเอกชน,ภาคอุตสาหกรรม ฯลฯ อันจะทำให้เกิดความสำเร็จอย่างรวดเร็ว สามารถตอบโจทย์ของประเทศได้ในหลายมิติ และหวังว่าโครงการนี้ จะนำไปสู่การพัฒนานาโนเทคโนโลยีของชาติ สร้างสรรงานที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมอย่างสูง นำมาพัฒนาและส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน ให้มีความเจริญก้าวหน้าและเป็นที่ยอมรับของสังคมโลก”</p>
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; text-align: justify;">
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; text-align: justify;">
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; text-align: justify;"><span><img style="max-width: 493px; margin: 0px; padding: 0px;" src="http://a4.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash3/s720x720/539062_470786699622688_940847533_n.jpg" alt="" /></span></p>
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; text-align: justify;">
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; text-align: justify;">
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; text-align: justify;">
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; text-align: justify;">ด้าน ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล  ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวเสริมว่า “สวทช.โดยศูนย์นาโน เทคในฐานะหน่วยงานหลักในการพัฒนาด้านนาโนเทคโนโลยีจึงจัดทำโครงการ ศูนย์ร่วมวิจัยเครือข่ายพันธมิตรความเป็นเลิศด้านนาโนเทคโนโลยีร่วมกับสถาบันการ ศึกษา โดยไม่จำกัดว่าจะเป็นสถาบันภาครัฐหรือภาคเอกชน ที่มีศักยภาพในการผลิตผลงานและบุคลากรด้านนาโนเทคโนโลยีบน พื้นฐานของแผนที่นำทางการวิจัยและพัฒนานาโน เทคโนโลยีเพื่อนำประโยชน์มา สู่ประเทศไทย เล็งเห็นว่า ในแต่ละมหาวิทยาลัยมีบุคลากรที่มีความรู้ความชำนญในการดำเนินงานวิจัยที่ หลากหลาย  การสนับสนุนให้เกิดการร่วมกลุ่มวิจัยเพื่อให้มีเป้าหมาย และทิศทางของงานวิจัยที่ตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรม เป็นแนวทางที่เป็นประโยชน์ เสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันได้ของประเทศ  ซึ่งโครงการจัดตั้งศูนย์ร่วม วิจัยเครือข่ายพันธมิตรความเป็นเลิศด้านนาโนเทคโนโลยี ซึ่งสวทช.โดยศูนย์นาโนเทคร่วมดำเนินการกับศูนย์ความเป็นเลิศด้าน นาโนเทคโนโลยี ทั้ง 8 แห่ง โดยแบ่งออกเป็น 9 ด้าน ได้แก่  การวินิจฉัย และรักษามะเร็ง,ด้าน อาหารและการเกษตร,ด้านระบบนำส่งยา,ด้านวัสดุนาโนขั้นสูงสำหรับการผลิตและกักเก็บพลังงาน,ด้านวัสดุนาโนเพื่อสมบัติเฉพาะทางขั้นสูง,ด้านวัสดุและระบบอัจฉริยะ,ด้าน วัสดุนาโนไฮบริดสำหรับพลังงานทางเลือก,ด้าน นาโนเทคโลยีสีเขียว และด้านอุปกรณ์นาโนอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น ทั้งนี้กรอบความร่วมมือมีระยะเวลา 5 ปี ใช้งบประมาณทั้งหมดกว่า 300 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมให้เกิดกลุ่มวิจัยขนาด ใหญ่ที่มีผลงานวิจัยพื้นฐานเพื่อต่อยอดองค์ความรู้ และผลงานวิจัยแบบปรับประยุกต์ที่ตอบสนองภาคการผลิตของประเทศ<strong> </strong>เพื่อให้เกิดประสิทธิผลและ ประสิทธิภาพสูงสุดทางงานวิจัยและพัฒนาต่อการพัฒนาศักยภาพและ ความสามารถในการแข่งขันของประเทศต่อไป”</p>
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; text-align: justify;">
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; text-align: justify;">
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; text-align: justify;"><span><img style="max-width: 493px; margin: 0px; padding: 0px;" src="http://a2.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc6/s720x720/217929_470787416289283_1745359575_n.jpg" alt="" /></span></p>
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; text-align: justify;">
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; text-align: justify;">
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; text-align: justify;">
<p style="margin: 0px; font-size: 13.333333015441895px; line-height: 19.5px; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; text-align: justify;">สวทช.เองซึ่งมีบทบาทสำคัญในการกำหนดเป้าหมายและมุ่ง มั่นพัฒนางานวิจัยให้เกิดการนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงทั้งในเชิง เศรษฐกิจและสังคม รวมถึงพัฒนางานวิจัยที่สามารถรับมือกับสภาพปัญหาได้ทันเหตุการณ์ <strong> </strong><strong>ทั้ง ในแง่การคิดค้นสิ่งใหม่ๆไปล่วงหน้า และการสนับสนุนภาคเอกชนในด้านการบริการวิจัยให้เอกชน การรับจ้างทดสอบ หรือแม้กระทั่งการร่วมลงทุนตั้งบริษัทกับเอกชน เพื่อนำนวัตกรรมใหม่ๆออกสู่ตลาดอย่างรวดเร็ว</strong><strong> </strong>และโดยอาศัยองค์ความรู้และงานวิจัย ต่างๆที่ สวทช.ได้ริเริ่มดำเนินการไว้ และการทำงานที่เชื่อมโยงกับหน่วยงานหลักๆ ในภาครัฐและเอกชนทั้งในและต่างประเทศ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nstda.or.th/pr/?feed=rss2&amp;p=802</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สวทช. กระทรวงวิทย์ ฯ เปิดตัวศูนย์นวัตกรรมการพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะฯ หรือ TOPIC  เน้นจับมือเอกชนสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีมูลค่าทางการตลาดสูง นำร่องด้วยนวัตกรรมใหม่บนนิตยสารและบรรจุภัณฑ์อัจฉริยะหรือ Smart Magazine  และ Smart Packaging</title>
		<link>http://www.nstda.or.th/pr/?p=796</link>
		<comments>http://www.nstda.or.th/pr/?p=796#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 27 Mar 2012 06:47:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>nstda-pr</dc:creator>
				<category><![CDATA[Press release]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nstda.or.th/pr/?p=796</guid>
		<description><![CDATA[
 
27 มีนาคม 2555 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย รังสิต ปทุมธานี ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานเปิดศูนย์นวัตกรรมการพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์และอิเล็กทรอนิกส์อินทรีย์ (Thailand Organic @ Printed Electronics Innovation Center ) หรือ  TOPIC เพื่อเป็นศูนย์กลางการผลิตนวัตกรรมใหม่ของอิเล็กทรอนิกส์แบบพิมพ์ได้ ( Organic &#38; Printed Electronics) เน้นความร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อพลิกโฉมอุตสาหกรรมการพิมพ์ไทยให้ก้าวสู่นวัตกรรมแห่งโลกอนาคต   นำร่องด้วยนวัตกรรมใหม่บนนิตยสารและบรรจุภัณฑ์ด้วยหมึกพิมพ์นำไฟฟ้าครั้งแรกในประเทศไทย หวังปลุกชีพอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ทั้งการโฆษณา สิ่งทอ บรรจุภัณฑ์พาณิชย์ รวมถึงผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเด็ก ฯลฯ เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการขยายตลาดการค้าให้ภาคธุรกิจไทยเติบโตได้อย่างมีศักยภาพทั้งในและต่างประเทศ โดย ดร.ทวีศักดิ์ฯ เปิดเผยว่า
“อุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ถือเป็นอีกอุตสาหกรรมหลักในประเทศไทยที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจและมีศักยภาพเป็นผู้นำด้านการพิมพ์ของอาเซียน แต่ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันอุตสาหกรรมการพิมพ์กำลังประสบกับวัฏจักร “ขาลง” ซึ่งฉุดอุตสาหกรรมต่อเนื่องทั้งระบบให้ตกต่ำอีกด้วย ดังนั้นประเทศไทยจึงต้องเร่งหาเทคโนโลยี ที่จะมาเปลี่ยนแปลงหรือสร้างมูลค่าเพิ่มทางด้านสิ่งพิมพ์อย่างเร่งด่วน สวทช. เองซึ่งมีบทบาทสำคัญในการกำหนดเป้าหมายและมุ่งมั่นพัฒนางานวิจัยให้เกิดการนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงทั้งในเชิงเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงพัฒนางานวิจัยที่สามารถรับมือกับสภาพปัญหาได้ทันเหตุการณ์  ทั้งในแง่การคิดค้นสิ่งใหม่ๆ ไปล่วงหน้า และการสนับสนุนภาคเอกชนในด้านการบริการวิจัยให้เอกชน การรับจ้างทดสอบ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;">
<a href="http://www.nstda.or.th/pr/wp-content/gallery/nstda-pr/553561_10150696519422940_611902939_9534191_991158258_n.jpg" title="" class="shutterset_singlepic613" >
	<img class="ngg-singlepic" src="http://www.nstda.or.th/pr/wp-content/gallery/cache/613__320x240_553561_10150696519422940_611902939_9534191_991158258_n.jpg" alt="553561_10150696519422940_611902939_9534191_991158258_n" title="553561_10150696519422940_611902939_9534191_991158258_n" />
</a>
</p>
<p><strong> </strong></p>
<p>27 มีนาคม 2555 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย รังสิต ปทุมธานี ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานเปิดศูนย์นวัตกรรมการพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์และอิเล็กทรอนิกส์อินทรีย์ (Thailand Organic @ Printed Electronics Innovation Center ) หรือ  TOPIC เพื่อเป็นศูนย์กลางการผลิตนวัตกรรมใหม่ของอิเล็กทรอนิกส์แบบพิมพ์ได้ ( Organic &amp; Printed Electronics) เน้นความร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อพลิกโฉมอุตสาหกรรมการพิมพ์ไทยให้ก้าวสู่นวัตกรรมแห่งโลกอนาคต   นำร่องด้วยนวัตกรรมใหม่บนนิตยสารและบรรจุภัณฑ์ด้วยหมึกพิมพ์นำไฟฟ้าครั้งแรกในประเทศไทย หวังปลุกชีพอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ทั้งการโฆษณา สิ่งทอ บรรจุภัณฑ์พาณิชย์ รวมถึงผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเด็ก ฯลฯ เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการขยายตลาดการค้าให้ภาคธุรกิจไทยเติบโตได้อย่างมีศักยภาพทั้งในและต่างประเทศ โดย ดร.ทวีศักดิ์ฯ เปิดเผยว่า</p>
<p>“อุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ถือเป็นอีกอุตสาหกรรมหลักในประเทศไทยที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจและมีศักยภาพเป็นผู้นำด้านการพิมพ์ของอาเซียน แต่ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันอุตสาหกรรมการพิมพ์กำลังประสบกับวัฏจักร “ขาลง” ซึ่งฉุดอุตสาหกรรมต่อเนื่องทั้งระบบให้ตกต่ำอีกด้วย ดังนั้นประเทศไทยจึงต้องเร่งหาเทคโนโลยี ที่จะมาเปลี่ยนแปลงหรือสร้างมูลค่าเพิ่มทางด้านสิ่งพิมพ์อย่างเร่งด่วน สวทช. เองซึ่งมีบทบาทสำคัญในการกำหนดเป้าหมายและมุ่งมั่นพัฒนางานวิจัยให้เกิดการนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงทั้งในเชิงเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงพัฒนางานวิจัยที่สามารถรับมือกับสภาพปัญหาได้ทันเหตุการณ์ <strong> </strong><strong>ทั้งในแง่การคิดค้นสิ่งใหม่ๆ ไปล่วงหน้า และการสนับสนุนภาคเอกชนในด้านการบริการวิจัยให้เอกชน การรับจ้างทดสอบ หรือแม้กระทั่งการร่วมลงทุนตั้งบริษัทกับเอกชน เพื่อนำนวัตกรรมใหม่ๆ ออกสู่ตลาดอย่างรวดเร็ว</strong><strong> </strong>และโดยอาศัยองค์ความรู้และงานวิจัยต่างๆ ที่ สวทช.ได้ริเริ่มดำเนินการไว้ และการทำงานที่เชื่อมโยงกับหน่วยงานหลักๆ ในภาครัฐและเอกชนทั้งในและต่างประเทศ สวทช.ได้ประสบความสำเร็จในการพัฒนาหมึกพิมพ์นำไฟฟ้า ที่สามารถพิมพ์ลงบนพื้นผิวต่างๆ ทำให้เราก้าวข้ามข้อจำกัดของอุตสาหกรรมการพิมพ์และอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสรรวัสดุที่มีคุณสมบัติหลากหลาย ก่อให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ อาทิ Smart Packaging บรรจุภัณฑ์ที่สามารถแสดงข้อมูลหรือภาพเคลื่อนไหวบนหีบห่อ เพื่อแสดงวิธีการใช้งานผลิตภัณฑ์ บอกคุณภาพของสินค้ากระตุ้นการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค และสามารถส่งข้อมูลกลับมายังผู้ผลิตเพื่อการปรับปรุงคุณภาพสินค้าในอนาคต หรือ หมึกพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่สามารถนำมาใช้พิมพ์ RFID ไปพร้อมกับการพิมพ์ฉลากบรรจุภัณฑ์ ในราคาที่ถูกกว่า RFID แบบที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ,  E-paper หรือกระดาษอิเล็กทรอนิกส์ที่ม้วนได้ สามารถติดลงบนพื้นผิวโค้งงอเพื่อใช้ในงานโฆษณา หรือสิ่งพิมพ์อัจฉริยะ  จอแสดงผลชนิด OLED ซึ่งนำไปเป็นส่วนประกอบในกล้องดิจิตอลหรือโทรศัพท์มือถือ ซึ่งจะให้ภาพที่คมชัดยิ่งขึ้น มีสีสันงดงาม ใช้พลังงานน้อยลง และต้นทุนการผลิตที่ต่ำ หรือเซลล์แสงอาทิตย์ที่เป็นฟิล์มบาง น้ำหนักเบาสามารถคลุมลงบนหลังคาหรือห่อหุ้มอาคารแทนการใช้ฟิลม์กรองแสงและสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ในตัว ,อาคารประหยัดพลังงาน ที่นำเทคโนโลยีกระจกอัจฉริยะ ซึ่งสามารถควบคุมปริมาณแสงและความร้อนจากภายนอกที่จะส่องเข้าไปในตัวอาคารในระดับที่ต้องการ ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมการก่อสร้างอาคารอนุรักษ์พลังงาน หรือแม้แต่นวัตกรรมทางการแพทย์เช่น  เซ็นเซอร์ตรวจวัดน้ำตาลและไขมันในเลือด และเซ็นเซอร์เพื่อการตรวจสอบคุณภาพอาหาร เช่น สารตกค้างในอาหาร  ด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์สามารถสร้างเซ็นเซอร์ที่มีราคาถูก ใช้แล้วทิ้ง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบทำให้การบริโภคอาหารมีความปลอดภัย ตลอดจนเป็นการเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น</p>
<p>ทั้งนี้ ศูนย์นวัตกรรมการพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์ฯ จะเป็นศูนย์รวมเครือข่ายการทำงานระหว่างภาครัฐ และเอกชน โดยจะมีห้องปฏิบัติการ และบริการทางเทคนิค เพื่อบริการแก่ภาคอุตสาหกรรม รวมถึงการให้คำปรึกษาในการใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ด้วยหมึกอิเล็กทรอนิกส์ หรือหมึกนำไฟฟ้า  นอกจากนี้ ไทยยังเข้าร่วมเป็นสมาชิกของ Organic Electronics Association หรือ O-EA ซึ่งเป็นสมาคมด้านอิเล็กทรอนิกส์และอินทรีย์ระดับโลกเพื่อเชื่อมโยงงานวิจัยระหว่างกลุ่มสมาชิกของ O-EA ที่มีอยู่ทั่วโลก ซึ่งจะทำให้ไทยมีฐานข้อมูล และเครือข่ายการพัฒนางานวิจัยที่กว้างมากขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นการปฏิวัติวงการพิมพ์ของไทยให้ก้าวไปสู่โลกอนาคต ซึ่งผมมั่นใจว่าภาคธุรกิจที่เข้ามาร่วมกับ สวทช.จะได้รับประโยชน์จากนวัตกรรมใหม่นี้ที่สามารถนำไปสร้างมูลค่าเพิ่มแก่สินค้าและบริการได้หลากหลายให้สามารถแข่งขันได้  ตลอดจนเป็นทางเลือกใหม่ให้แก่ผู้บริโภคได้เข้าถึงนวัตกรรมใหม่ๆที่ใช้ประโยชน์ได้จริงในชีวิตอีกด้วย” ดร.ทวีศักดิ์กล่าว</p>
<p>ภาคเอกชนรายใดสนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ call center สวทช. 0 2564 8000</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nstda.or.th/pr/?feed=rss2&amp;p=796</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สวทช. ประกาศผลรางวัล “นวัตกรรมไทย สู้ภัยน้ำท่วม” อาทิ ระบบแจ้งขอความช่วยเหลือผ่าน GPS และ Social Network, หลอดดูดเซรามิกกรองน้ำดื่มฉุกเฉิน, ลำดีอินโนฟู้ดส์ อาหารพร้อมบริโภค ฯลฯ เป็นต้น หวังนำผลงานสานต่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในอนาคต</title>
		<link>http://www.nstda.or.th/pr/?p=784</link>
		<comments>http://www.nstda.or.th/pr/?p=784#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 26 Mar 2012 08:55:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>nstda-pr</dc:creator>
				<category><![CDATA[Press release]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nstda.or.th/pr/?p=784</guid>
		<description><![CDATA[
26 มีนาคม 2555 ณ อาคารศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี มีการจัดแถลงข่าวประกาศผลรางวัลโครงการ “นวัตกรรมไทย สู้ภัยน้ำท่วม” ขึ้น โดย สวทช. ได้คัดเลือกและจัดพิธีมอบรางวัลให้แก่นวัตกรรมเพื่อรับมือน้ำท่วมที่มีความโดดเด่นทั้งด้านเทคนิค การใช้งาน และศักยภาพทั้งเชิงพาณิชย์ และเชิงสังคม ผู้แข่งขันที่ผลงานผ่านการคัดเลือกจะได้รับการสนับสนุนจาก สวทช. ผ่านกลไกสนับสนุนการนำผลงานต่างๆออกสู่เชิงพาณิชย์ของ สวทช. รวมถึงรางวัลเพื่อเป็นการให้กำลังใจและเชิดชูเกียรติแก่ผู้คิดค้นนวัตกรรมที่สร้างคุณประโยชน์ต่อผู้อื่น อันจะช่วยสร้างโอกาสและกระตุ้นให้เกิดการสร้างงานวัตกรรมในระดับชาติต่อไป
ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล กล่าวว่า “มหาอุทกภัยครั้งที่ผ่านมาได้สร้างความเสียหายให้กับชีวิตและทรัพย์สินของราษฎร การคมนาคมขนส่ง เศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศ เกิดปัญหาโรคระบาดและความเครียดของประชาชน ในสถานการณ์ดังกล่าว การช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นเรื่องเร่งด่วนและจำเป็นที่จะต้องแข่งขันกับเวลา ผลงานที่ได้รับการคัดเลือกให้รับรางวัลครั้งนี้สามารถตอบโจทย์ได้ครบทุกเงื่อนไข แต่งานนวัตกรรมจะเกิดขึ้นและจบไป หากไม่ได้รับการเผยแพร่ และพัฒนาต่อยอดให้ออกสู่เชิงพาณิชย์ได้ สวทช. จึงขอใช้เวทีการจัดงานสัมมนาวิชาการประจำปี 2512 ในครั้งนี้ เป็นเวทีแสดงความชื่นชม และส่งเสริมการสร้างสรรค์ผลงานเหล่านี้ให้ทรงคุณค่ายิ่งๆขึ้นไป “
ด้านคุณสุวิภา วรรณสาธพ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า สวทช. ในฐานะหน่วยงานภาครัฐที่มีพันธกิจในการส่งเสริมงานวิจัยพัฒนา การออกแบบ และวิศวกรรม จนสามารถถ่ายทอดไปสู่การใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ สวทช. ได้จัดการประกวดในงานประชุมวิชาการประจำปีของ สวทช. ครั้งนี้ขึ้นเป็นปีแรก ในหัวข้อ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;">
<a href="http://www.nstda.or.th/pr/wp-content/gallery/nstda-pr/537889_10150694448917940_611902939_9527516_305624039_n.jpg" title="" class="shutterset_singlepic610" >
	<img class="ngg-singlepic" src="http://www.nstda.or.th/pr/wp-content/gallery/cache/610__320x240_537889_10150694448917940_611902939_9527516_305624039_n.jpg" alt="537889_10150694448917940_611902939_9527516_305624039_n" title="537889_10150694448917940_611902939_9527516_305624039_n" />
</a>
</p>
<p style="text-align: justify;"><strong>26 </strong><strong>มีนาคม </strong><strong>2555 </strong><strong>ณ อาคาร</strong><strong>ศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย</strong><strong> จ</strong><strong>.</strong><strong>ปทุมธานี มีการ</strong><strong>จัดแถลงข่าวประกาศผลรางวัลโครงการ</strong><strong> </strong><strong>“นวัตกรรมไทย สู้ภัยน้ำท่วม”</strong><strong> ขึ้น โดย </strong><strong>สวทช</strong><strong>. ได้คัดเลือกและจัดพิธีมอบรางวัลให้แก่นวัตกรรมเพื่อรับมือน้ำท่วมที่มีความโดดเด่นทั้งด้านเทคนิค การใช้งาน และศักยภาพทั้งเชิงพาณิชย์ และเชิงสังคม ผู้แข่งขันที่ผลงานผ่านการคัดเลือกจะได้รับการสนับสนุนจาก สวทช. ผ่านกลไกสนับสนุนการนำผลงานต่างๆออกสู่เชิงพาณิชย์ของ สวทช. รวมถึงรางวัลเพื่อเป็นการให้กำลังใจและเชิดชูเกียรติแก่ผู้คิดค้นนวัตกรรมที่สร้างคุณประโยชน์ต่อผู้อื่น อันจะช่วยสร้างโอกาสและกระตุ้นให้เกิดการสร้างงานวัตกรรมในระดับชาติต่อไป</strong></p>
<p style="text-align: justify;">ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล กล่าวว่า “มหาอุทกภัยครั้งที่ผ่านมาได้สร้างความเสียหายให้กับชีวิตและทรัพย์สินของราษฎร การคมนาคมขนส่ง เศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศ เกิดปัญหาโรคระบาดและความเครียดของประชาชน ในสถานการณ์ดังกล่าว การช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นเรื่องเร่งด่วนและจำเป็นที่จะต้องแข่งขันกับเวลา ผลงานที่ได้รับการคัดเลือกให้รับรางวัลครั้งนี้สามารถตอบโจทย์ได้ครบทุกเงื่อนไข แต่งานนวัตกรรมจะเกิดขึ้นและจบไป หากไม่ได้รับการเผยแพร่ และพัฒนาต่อยอดให้ออกสู่เชิงพาณิชย์ได้ สวทช. จึงขอใช้เวทีการจัดงานสัมมนาวิชาการประจำปี 2512 ในครั้งนี้ เป็นเวทีแสดงความชื่นชม และส่งเสริมการสร้างสรรค์ผลงานเหล่านี้ให้ทรงคุณค่ายิ่งๆขึ้นไป “</p>
<p style="text-align: justify;">ด้านคุณสุวิภา วรรณสาธพ<strong> </strong>ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า สวทช. ในฐานะหน่วยงานภาครัฐที่มีพันธกิจในการส่งเสริมงานวิจัยพัฒนา การออกแบบ และวิศวกรรม จนสามารถถ่ายทอดไปสู่การใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ สวทช. ได้จัดการประกวดในงานประชุมวิชาการประจำปีของ สวทช. ครั้งนี้ขึ้นเป็นปีแรก ในหัวข้อ “นวัตกรรมไทย สู้ภัยน้ำท่วม” โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อกระตุ้นและเปิดโอกาสให้ผู้มีความคิดสร้างสรรค์ได้ลงมือคิดและทำ รวมทั้งส่งเสริมให้งานนวัตกรรมชิ้นนั้นได้รับการต่อยอดออกสู่เชิงพาณิชย์ ก่อให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมโดยรวม ผลรางวัลแบ่งเป็น <strong>รางวัลชนะเลิศ</strong> 1 รางวัล ได้รับโล่รางวัลจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี        <strong>รางวัลชมเชย</strong> 2 รางวัล ได้รับโล่รางวัลจาก สวทช.” โดยมีคณะกรรมการตัดสินรางวัลผู้ส่งคุณวุฒิ จำนวน 5 ท่าน จากภาครัฐและภาคธุรกิจเอกชน ในครั้งนี้มีผลงานที่ได้รับรางวัลโครงการ “นวัตกรรมไทย สู้ภัยน้ำท่วม” จำนวน 3 ผลงาน จากผลงานที่ส่งเข้าประกวด ทั้งหมด 21 ผลงาน แบ่งเป็นผลงานที่ได้รับรางวัล ดังนี้</p>
<ul style="text-align: justify;">
<li><strong>รางวัลชนะเลิศ</strong> ได้แก่ ผลงาน i lert you  โดย บริษัท อรุณสวัสดิ์ ดอท คอม จำกัด ระบบแจ้งขอความช่วยเหลือผ่าน GPS และ Social Network โดยอาศัยหลักการให้ผู้ที่มีโทรศัพท์มือถือสามารถส่ง Location ไปให้กับคนใน Social network เป็นทั้งผู้ขอความช่วยเหลือ และป้องกันดูแลเมื่อเกิดเหตุภัยอันตราย</li>
</ul>
<pre style="text-align: justify;">·       <strong>รางวัลชมเชย</strong> ได้แก่ ผลงานหลอดดูดกรองน้ำดื่มฉุกเฉิน โดย ผศ.ดร.ธนากร วาสนาเพียรพงศ์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลักการใช้กรองน้ำดื่มได้ทันที โดยการจุ่มหลอดดูดเซรามิกกรองน้ำดื่มฉุกเฉินในน้ำ</pre>
<pre style="text-align: justify;">·       <strong>รางวัลชมเชย</strong> ได้แก่ ผลงานลำดีอินโนฟู้ดส์ จากบริษัท เชียงใหม่วนัสนันท์ จำกัดหลักการเป็นอาหารพร้อมบริโภค ไม่ต้องผ่านกระบวนการปรุงสุก สามารถรับประทานได้ทันที</pre>
<p style="text-align: justify;">สวทช.ในฐานะหน่วยงานที่ส่งเสริมการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ ซึ่งสนับสนุนให้เกิดการกระตุ้นการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปใช้แก้ปัญหาต่างๆ ของประเทศ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อการรับมือน้ำท่วม ซึ่งเป็นภัยพิบัติร้ายแรงที่สร้างความเสียหายอย่างมากในปี 2554 ในปีนี้ สวทช. จึงได้กำหนดจัดงานประชุมวิชาการประจำปี สวทช. (NAC 2012) ในหัวข้อ “รู้ สู้พิบัติภัยไปกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” ระหว่างวันที่ 24-28 มีนาคม 2555 และได้จัดโครงการประกวด “นวัตกรรมไทย สู้ภัยน้ำท่วม” ขึ้น โดยคัดเลือกและมอบรางวัลให้แก่นวัตกรรมเพื่อรับมือน้ำท่วมที่มีความโดดเด่นทั้งด้านเทคนิค การใช้งาน และศักยภาพเชิงพาณิชย์ อีกทั้งยังเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจและสังคมโดยรวม รวมถึงเพื่อเป็นการให้กำลังใจและเชิดชูเกียรติแก่ผู้คิดค้นนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสถานการณ์น้ำท่วมของประเทศ นอกจากนี้การเกิดขึ้นของนวัตกรรมเหล่านี้ ยังสามารถขยายผลไปสู่เชิงพาณิชย์ได้ อันจะช่วยสร้างโอกาสและกระตุ้นให้เกิดการสร้างงานวัตกรรมในระดับชาติต่อไป</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nstda.or.th/pr/?feed=rss2&amp;p=784</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เอ็มเทค จับมือ มธ. จัด “โครงการผ่าตัดแก้ไขความพิการของกะโหลกศีรษะและใบหน้าให้กับผู้ป่วยยากไร้จำนวน 84 ราย”</title>
		<link>http://www.nstda.or.th/pr/?p=778</link>
		<comments>http://www.nstda.or.th/pr/?p=778#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 16 Sep 2011 09:35:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>nstda-pr</dc:creator>
				<category><![CDATA[Press release]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nstda.or.th/pr/?p=778</guid>
		<description><![CDATA[




เอ็มเทค จับมือ มธ. จัด “โครงการผ่าตัดแก้ไขความพิการของกะโหลกศีรษะและใบหน้าให้กับผู้ป่วยยากไร้จำนวน 84 ราย” เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชในวโรกาสทรงมีพระชนมายุครบ 84 พรรษา และเพื่อฉลองวาระครบรอบ 25 ปี การก่อตั้งศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ และวาระครบรอบ 24 ปี การก่อตั้งโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ
16 กันยายน 2554  ห้องประชุม M 506 อาคารเอ็มเทค อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกับโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จัดการแถลงข่าวโครงการผ่าตัดแก้ไขความพิการของกะโหลกศีรษะและใบหน้าให้กับผู้ป่วยยากไร้จำนวน 84 ราย ในระยะเวลา 1 ปี โดยผู้ป่วยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย  เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชในวโรกาสทรงเจริญพระชนมายุครบ 84 พรรษา  และฉลองวาระครบรอบ 25 ปี การก่อตั้งศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ และวาระครบรอบ 24 ปี การก่อตั้งโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร.วีระศักดิ์ อุดมกิจเดชา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div>
<div><img src="http://a7.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash4/s720x720/316208_264349616933065_100000740875295_899036_1779783640_n.jpg" alt="" /></div>
</div>
<div>
<div>
<p>เอ็มเทค จับมือ มธ. จัด “โครงการผ่าตัดแก้ไขความพิการของกะโหลกศีรษะและใบหน้าให้กับผู้ป่วยยากไร้จำนวน 84 ราย” เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชในวโรกาสทรงมีพระชนมายุครบ 84 พรรษา และเพื่อฉลองวาระครบรอบ 25 ปี การก่อตั้งศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ และวาระครบรอบ 24 ปี การก่อตั้งโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ</p>
<p>16 กันยายน 2554  ห้องประชุม M 506 อาคารเอ็มเทค อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกับโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จัดการแถลงข่าวโครงการผ่าตัดแก้ไขความพิการของกะโหลกศีรษะและใบหน้าให้กับผู้ป่วยยากไร้จำนวน 84 ราย ในระยะเวลา 1 ปี โดยผู้ป่วยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย  เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชในวโรกาสทรงเจริญพระชนมายุครบ 84 พรรษา  และฉลองวาระครบรอบ 25 ปี การก่อตั้งศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ และวาระครบรอบ 24 ปี การก่อตั้งโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร.วีระศักดิ์ อุดมกิจเดชา ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ และรองศาสตราจารย์ ดร. กำพล รุจิวิชชญ์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารศูนย์รังสิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ให้เกียรติเป็นประธานในการแถลงข่าวร่วมกับ รองศาสตราจารย์นายแพทย์ศุภชัย ฐิติอาชากุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ดร.กฤษณ์ไกรพ์ สิทธิเสรีประทีป และรศ.นพ.ภัทรวิทย์ รักษ์กุล หัวหน้าโครงการวิจัย</p>
<p>รองศาสตราจารย์ ดร.วีระศักดิ์ อุดมกิจเดชา ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ  (เอ็มเทค) กล่าวว่า นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 เป็นต้นมา การใช้วัสดุฝังในจากเทคโนโลยีการสร้างต้นแบบรวดเร็วได้รับการตอบรับเป็นอย่างดียิ่งจากศัลยแพทย์ไทยในสถานพยาบาลชั้นนำทั่วประเทศ และมีแนวโน้มการใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีจำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดใส่วัสดุฝังในจากเทคโนโลยีนี้แล้วมากกว่า 900 ราย จากสถานพยาบาลกว่า 70 แห่งทั่วประเทศ (นับถึงสิงหาคม พ.ศ. 2554) โดยวัสดุฝังในที่ผลิตขึ้นโดยเอ็มเทคนี้มีมูลค่าอยู่ที่ 10,000 – 50,000 บาท (ราคาขึ้นอยู่กับขนาดและความซับซ้อนของวัสดุฝังใน) ซึ่งเป็นราคาที่ถูกกว่าชิ้นงานที่สั่งจากต่างประเทศมาก แต่เนื่องจากเทคโนโลยีดังกล่าวเป็นเทคโนโลยีที่ไม่สามารถเบิกจ่ายได้ตามสวัสดิการต่างๆ ของประชาชน จึงทำให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงการใช้วัสดุฝังในจากเทคโนโลยีต้นแบบรวดเร็วทางการแพทย์ได้ ทำให้เทคโนโลยีถูกจำกัดเฉพาะในผู้ป่วยที่มีรายได้สูงเท่านั้น ดังนั้นเพื่อให้ผู้ป่วยที่ยากไร้ได้มีโอกาสมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและทัดเทียมกับผู้ป่วยอื่น เอ็มเทคจึงร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จัดทำโครงการผ่าตัดแก้ไขความพิการของกะโหลกศีรษะและใบหน้าให้กับผู้ป่วยยากไร้จำนวน 84 ราย ในระยะเวลา 1 ปี โดยผู้ป่วยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย  เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชในวโรกาสทรงเจริญพระชนมายุครบ 84 พรรษา  และฉลองวาระครบรอบ 25 ปี การก่อตั้งศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ และวาระครบรอบ 24 ปี การก่อตั้งโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ในปี พ.ศ. 2554</p>
<p><span><img src="http://a3.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash4/s720x720/316208_264349610266399_100000740875295_899034_1522774439_n.jpg" alt="" /></span></p>
<p>ด้าน ดร.กฤษณ์ไกรพ์ สิทธิเสรีประทีป หัวหน้าโครงการวิจัย ฯ เอ็มเทค กล่าวว่าในปี พ.ศ. 2542      เอ็มเทคได้ริเริ่มงานวิจัยและพัฒนาการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีต้นแบบรวดเร็วในทางการแพทย์ ร่วมกับสถาบันทางการแพทย์ชั้นนำในประเทศหลายแห่ง จนสามารถขึ้นรูปหุ่นจำลองทางการแพทย์ 3 มิติ (Medical Models) เครื่องมือช่วยในการผ่าตัดเฉพาะบุคคล (Customized Surgical Tools) และวัสดุฝังในเฉพาะบุคคล (Customized Implants) ของอวัยวะต่างๆ ของผู้ป่วย เพื่อนำมาใช้ในการวินิจฉัย วางแผนการผ่าตัด และทดแทนอวัยวะที่เสียหาย/สูญเสีย ได้โดยอาศัยข้อมูลจากเครื่อง CT scan ของผู้ป่วยเป็นพื้นฐานในการออกแบบ ซึ่งจุดเด่นของการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีนี้คือ สามารถสร้างชิ้นงานได้ล่วงหน้าก่อนการผ่าตัด ชิ้นงานมีความสวยงาม และรูปทรงพอดีกับสรีระของผู้ป่วยแต่ละบุคคล ทำให้เพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการรักษาผู้ป่วย กล่าวคือทำให้ระยะเวลาการผ่าตัดและการดมยาสลบลดลง จึงลดความเสี่ยงของผู้ป่วยในการติดเชื้อลงได้ ผลการผ่าตัดมีความสวยงามมากขึ้น มีความสมดุลกับโครงสร้างกะโหลกศีรษะของแต่ละบุคคล คนไข้ฟื้นตัวได้เร็ว และใช้ระยะเวลาพักฟื้นในโรงพยาบาลน้อยลง เป็นการลดค่าใช้จ่ายทั้งต่อตัวผู้ป่วยและโรงพยาบาล อีกทั้งศัลยแพทย์สามารถลดขั้นตอนการปั้นแต่งกะโหลกศีรษะเทียมด้วยมือ (วิธีดั้งเดิม) ที่สามารถกระทำในห้องผ่าตัดหลังจากที่เปิดแผลผ่าตัดแล้วเท่านั้น โดยใช้กะโหลกศีรษะเทียมที่เตรียมไว้ล่วงหน้าซึ่งมีขนาดพอดีกับช่องโหว่ของกะโหลกศีรษะมาปลูกถ่ายในคนไข้ได้ทันที</p>
<p><span><img src="http://a8.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc7/s720x720/296073_264351613599532_100000740875295_899039_864189699_n.jpg" alt="" /></span></p>
<p>ดร.กฤษณ์ไกรพ์ สิทธิเสรีประทีป ยังกล่าวต่ออีกว่า คุณสมบัติของผู้ป่วยที่จะเข้าร่วมโครงการจะต้องเป็นผู้ป่วยคนไทยที่มีความพิการของกะโหลกศีรษะและใบหน้า มีฐานะยากไร้ ซึ่งไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีต้นแบบรวดเร็วทางการแพทย์ ไม่จำกัดถิ่นที่อยู่อาศัย  แต่สามารถเดินทางมาผ่าตัดได้ที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติได้ ไม่ว่าจะเดินทางตัวตนเอง หรือประสานงานส่งตัวผ่านโรงพยาบาลอื่น  ทั้งนี้ การคัดกรองผู้ป่วยยากไร้ โครงการจะให้ทีมบุคลากรของห้องปฏิบัติการต้นแบบรวดเร็วทางการแพทย์ของเอ็มเทค ศัลยแพทย์ และหน่วยสังคมสงเคราะห์ของโรงพยาบาลฯ เป็นผู้ประเมิน สำหรับค่าใช้จ่ายที่ผู้ป่วยจะได้รับการสนับสนุนจากโครงการจะมีค่าวัสดุฝังในจากเทคโนโลยีต้นแบบรวดเร็วทางการแพทย์ และค่าวัสดุสำหรับยึดติดกะโหลกศีรษะเข้ากับวัสดุฝังใน (สนับสนุนโดยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ), ค่าทำ CT Scan, ค่าห้องผ่าตัด, ค่าศัลยแพทย์, ค่ายาและเวชภัณฑ์ และค่าห้องพักฟื้น (สนับสนุนโดยโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ) จึงกล่าวได้ว่า ผู้ป่วยที่เข้าร่วมโครงการไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ในการผ่าตัดรักษา</p>
<p>ผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการสามารถลงทะเบียนออนไลน์ได้ที่ www.medical-rp.org, www.mtec.or.th หรือติดต่อ คุณยุพาพร แก้วพรม โทร. 085 834 8460; ห้องปฏิบัติการต้นแบบรวดเร็วทางการแพทย์ หน่วยวิจัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ โทร. 0 2564 6500 ต่อ 4021, 4026; แผนกผู้ป่วยนอกศัลยกรรม โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ โทร. 0 2926 9137-8 ดร.กฤษณ์ไกรพ์ กล่าวเสริม</p></div>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nstda.or.th/pr/?feed=rss2&amp;p=778</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ซอฟต์แวร์พาร์ค กระตุ้นอุตสาหกรรมไอทีไทยตื่นตัวรับมือ AEC 2015 ในงาน &#8220;Software Park Annual Conference 2011&#8243;</title>
		<link>http://www.nstda.or.th/pr/?p=769</link>
		<comments>http://www.nstda.or.th/pr/?p=769#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 15 Sep 2011 06:21:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>nstda-pr</dc:creator>
				<category><![CDATA[Press release]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nstda.or.th/pr/?p=769</guid>
		<description><![CDATA[
ซอฟต์แวร์พาร์ค กระตุ้นอุตสาหกรรมไอทีไทยตื่นตัวรับมือ AEC2015 ในงาน Software Park Annual Conference 2011” 
เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย(Software Park Thailand) เดินหน้าผลักดันอุตสาหกรรมไอทีไทย เตรียมความพร้อมรับมือ AEC2015 ในงาน Software Park Annual Conference 2011 ภายใต้หัวข้อ“การเตรียมความพร้อมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยสู่เวทีอาเซียนในปี 2015” หวังเสริมสร้างความรู้ พัฒนาทักษะ เครือข่ายความร่วมมือกับองค์กรหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน กระตุ้นผู้ประกอบการ บุคลากรไอที ปักธงเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดอาเซียน
รศ.ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อำนวยการเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย (ซอฟต์แวร์พาร์ค) เปิดเผยว่า เพื่อส่งเสริมให้ภาคธุรกิจและบุคลากรในวงการไอทีของไทย ตระหนักถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการเปิดตลาดสู่เวทีอาเซียนในปี 2015 งานสัมมนาวิชาการประจำปีของซอฟต์แวร์พาร์ค Software Park Annual Conference 2011 ซึ่งถูกสร้างสรรค์ขึ้นภายใต้แนวคิด “การเตรียมความพร้อมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยสู่เวทีอาเซียนในปี 2015” มุ่งเน้นให้อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยเตรียมความพร้อมในการปรับตัวเข้าสู่เวที AEC2015 โดยเฉพาะการปรับตัวรับมือในเรื่องการเคลื่อนย้ายแรงงาน การเร่งพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านไอที ให้แข่งขันได้ในเวทีนานาชาติ รวมทั้งการเพิ่มพูนความรู้ ทักษะให้กับบุคลากรทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ภายในงานมีกิจกรรมที่เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจและพัฒนาศักยภาพของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยในหลากหลายมิติ แบ่งเป็น

•	การประชุมสัมมนาวิชาการ โดยผู้ทรงคุณวุฒิ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;">
<a href="http://www.nstda.or.th/pr/wp-content/gallery/nstda-pr/software-1.jpg" title="" class="shutterset_singlepic598" >
	<img class="ngg-singlepic" src="http://www.nstda.or.th/pr/wp-content/gallery/cache/598__320x240_software-1.jpg" alt="software-1" title="software-1" />
</a>
</p>
<p style="text-align: justify;"><strong>ซอฟต์แวร์พาร์ค กระตุ้นอุตสาหกรรมไอทีไทยตื่นตัวรับมือ AEC2015 ในงาน Software Park Annual Conference 2011” </strong></p>
<p style="text-align: justify;">เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย(Software Park Thailand) เดินหน้าผลักดันอุตสาหกรรมไอทีไทย เตรียมความพร้อมรับมือ AEC2015 ในงาน Software Park Annual Conference 2011 ภายใต้หัวข้อ“การเตรียมความพร้อมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยสู่เวทีอาเซียนในปี 2015” หวังเสริมสร้างความรู้ พัฒนาทักษะ เครือข่ายความร่วมมือกับองค์กรหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน กระตุ้นผู้ประกอบการ บุคลากรไอที ปักธงเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดอาเซียน</p>
<p style="text-align: justify;">รศ.ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อำนวยการเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย (ซอฟต์แวร์พาร์ค) เปิดเผยว่า เพื่อส่งเสริมให้ภาคธุรกิจและบุคลากรในวงการไอทีของไทย ตระหนักถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการเปิดตลาดสู่เวทีอาเซียนในปี 2015 งานสัมมนาวิชาการประจำปีของซอฟต์แวร์พาร์ค Software Park Annual Conference 2011 ซึ่งถูกสร้างสรรค์ขึ้นภายใต้แนวคิด “การเตรียมความพร้อมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยสู่เวทีอาเซียนในปี 2015” มุ่งเน้นให้อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยเตรียมความพร้อมในการปรับตัวเข้าสู่เวที AEC2015 โดยเฉพาะการปรับตัวรับมือในเรื่องการเคลื่อนย้ายแรงงาน การเร่งพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านไอที ให้แข่งขันได้ในเวทีนานาชาติ รวมทั้งการเพิ่มพูนความรู้ ทักษะให้กับบุคลากรทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ภายในงานมีกิจกรรมที่เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจและพัฒนาศักยภาพของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยในหลากหลายมิติ แบ่งเป็น</p>
<p style="text-align: justify;">
•	การประชุมสัมมนาวิชาการ โดยผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญ ผู้บริหารจากภาครัฐและเอกชน เพื่อเป็นเวทีในการนำเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย ทั้งในด้านการพัฒนาธุรกิจ การสร้างโอกาสทางการตลาด การพัฒนาทักษะและศักยภาพบุคลากรไอที รวมทั้งการเสนอความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว<br />
•	การจัดนิทรรศการ แบ่งเป็น 3 ส่วน ประกอบด้วย บูธแสดงสินค้า และบริการขององค์กร หน่วยงานที่สนับสนุนการจัดงาน อาทิ บริษัทเจ้าของเทคโนโลยีชั้นนำ ภาคการศึกษา บริษัทฝึกอบรมด้านไอที บริษัทที่ปรึกษาไอที และการปรับปรุงกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ บริษัทจัดหางาน ร้านหนังสือ และสื่อด้านไอที บูธประชาสัมพันธ์ซอฟต์แวร์พาร์ค และเครือข่ายพันธมิตร TSPA และ หอเกียรติยศ Software Park Thailand’s Hall of Fame 2011 เพื่อเผยแพร่ผลงาน และแสดงศักยภาพของผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ไทยที่สร้างชื่อเสียงให้กับสังคมและประเทศ โดยในปีนี้มีผู้ได้รับใบประกาศเกียรติคุณ”Software Park Thailand Hall of the Fame 2011 จำนวน 3 องค์กร ประกอบด้วย</p>
<p style="text-align: justify;">
1.กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม เป็นหน่วยงานภาครัฐที่มีวิสัยทัศน์ ในการส่งเสริมภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมให้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งให้ความสำคัญและส่งเสริม การนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้าไปใช้ในการเพิ่มผลผลิตในภาคอุตสาหกรรม โดยได้จัดโครงการเสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่ และโครงการบ่มเพาะวิสาหกิจ เพื่อกระตุ้นการจัดตั้งธุรกิจและสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการซอฟต์แวร์และไอที ซึ่งถือว่าเป็น Supply Side ของเทคโนโลยีต่างๆ ให้สามารถเติบโตเป็นผู้ผลิตซอฟต์แวร์ที่มีคุณภาพ รวมทั้งโครงการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันอุตสาหกรรมไทย ด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ ECIT ที่ช่วยเหลือและสนับสนุนผู้ประกอบการในภาคการผลิต ซึ่งถือเป็น Demand Side ให้สามารถมีโอกาสในการนำไอทีหรือซอฟต์แวร์ของคนไทยไปใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งโครงการดังกล่าว ได้ส่งผลให้ผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ไทย สามารถขยายตลาด และพัฒนาซอฟต์แวร์ เพื่อให้บริการแก่กลุ่มลูกค้าในโครงการฯโดยในระหว่างปี 2551-2554 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้จัดสรรงบประมาณ กว่า 120 ล้านบาทในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมด้วยไอที ในปัจจุบัน โครงการ ECIT ถือได้ว่าเป็นโครงการที่ประสบผลสำเร็จที่สามารถเพิ่มศักยภาพให้แก่ผู้ประกอบการและตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง</p>
<p style="text-align: justify;">
2.มูลนิธิโอเพ่นแคร์ เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ดำเนินงานภายใต้วัตถุประสงค์เพื่อ “ป้องกันและบรรเทา” ความเสียหายจากภัยพิบัติจากภัยธรรมชาติต่างๆ โดยนำเทคโนโลยีสารสนเทศ มาทำหน้าที่เป็นศูนย์รวบรวมและกระจายข้อมูลที่เป็นประโยชน์จากหน่วยงานภาครัฐและองค์กรต่างๆและส่งกระจายต่อเพื่อให้ผู้ประสบภัยในพื้นที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับรู้อย่างทันท่วงที โดยมีความเชื่อมั่นว่าเมื่อทุกฝ่ายได้รับข้อมูลที่  “ถูกต้อง รวดเร็ว” จะทำให้สามารถตัดสินใจในสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างดี โดยไม่ได้ตั้งรับแต่เพียงฝ่ายเดียว ซึ่งผลงานดังกล่าวได้ส่งผลและเป็นคุณูปการต่อผู้ประสบภัยและต่อสาธารณะเป็นอย่างดียิ่ง และส่งผลทำให้สามารถลดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินอันจะเกิดจากภัยพิบัติต่างๆได้อย่างมหาศาล</p>
<p style="text-align: justify;">
3.อาจารย์ปริญญา หอมเอนก เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการไอที ในฐานะผู้เชี่ยวชาญระบบความปลอดภัยสารสนเทศ หรือ IT Security และเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกระบบความปลอดภัยสารสนเทศของประเทศไทย ตลอดเวลา 20 ปีที่ผ่านมา อาจารย์ปริญญา ได้สั่งสมความรู้และประสบการณ์มากมาย โดยได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่ได้รับประกาศนียบัตรรับรองวิชาชีพจากสถาบันสากลต่างๆ มากที่สุดในประเทศไทย ทั้งในด้านใบรับรองผู้เชี่ยวชาญระดับสากล หรือ International Certificate ต่างๆ อาทิ ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ ด้านการวิเคราะห์สถาปัตยกรรมความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ ด้านการทดสอบเจาะระบบ การตรวจสอบการทุจริต การกู้ระบบในภาวะวิกฤติ ตลอดจนเป็นที่ปรึกษาด้านมาตรฐานต่างๆ ด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศให้แก่องค์กรภาครัฐและภาคเอกชนตลอดระยะเวลากว่าสิบปี นอกจากนั้นยังได้รับการยอมรับในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และได้รับเชิญให้เป็นหนึ่งในคณะผู้แก้ไขเนื้อหาโครงสร้างในการออกข้อสอบของสถาบัน International information Systems Security Certification Consortium หรือ (ISC)2  และยังเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ร่วมก่อตั้งสมาคมความมั่นคงปลอดภัยระบบสารสนเทศ Thailand Information Security Association (TISA) และปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการและเลขานุการ รวมทั้งเป็นกรรมการและที่ปรึกษาขององค์กรวิชาชีพด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศระดับโลก หลายองค์กร<br />
รศ.ดร.ธนชาติ กล่าวต่อไปว่า หากอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยมีการเตรียมความพร้อมรับมือ AEC2015ในทุกมิติและมีการร่วมมือวางแผนประสานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน เชื่อได้ว่าจะทำให้อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยสามารถแข่งขันได้อย่างมีศักยภาพและมีโอกาสที่จะขยายตลาดไปยังตลาดอาเซียนได้อย่างแท้จริง ในส่วนของซอฟต์แวร์พาร์ค ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.)กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งมีบทบาทสนับสนุนและส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ของประเทศ พร้อมที่จะสนับสนุนและส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ของไทยให้เข้มแข็งและเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างต่อเนื่อง<br />
**********************</p>
<p style="text-align: justify;">เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย : โทรศัพท์ 0 2583 9992 ต่อ 1420-5:	โทรสาร  0 2583 2884</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nstda.or.th/pr/?feed=rss2&amp;p=769</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กระทรวงวิทย์ ฯ ร่วมมือ กระทรวงสาธารณสุข สานต่อโครงการ ฝังรากฟันเทียม ให้บริการประชาชน เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา  84 พรรษาในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ โดยมี นายกรัฐมนตรี ร่วมเป็นประธาน</title>
		<link>http://www.nstda.or.th/pr/?p=754</link>
		<comments>http://www.nstda.or.th/pr/?p=754#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 08 Sep 2011 08:16:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>nstda-pr</dc:creator>
				<category><![CDATA[Press conference]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nstda.or.th/pr/?p=754</guid>
		<description><![CDATA[เรียน    บรรณาธิการ 
 ตามที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและกระทรวงสาธารณสุขได้จัดทำบันทึกความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางทันตกรรม (2550-2555) โดยรับสนองพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ทรงห่วงใยพสกนิกรผู้สูงอายุโดยเฉพาะผู้ด้อยโอกาสให้ได้รับการรักษาด้วยทันตกรรมรากฟันเทียมที่มีราคาถูกที่ผลิตได้ในประเทศ อันส่งผลให้ผู้สูงอายุโดยเฉพาะผู้ด้อยโอกาสได้เข้าถึงการรักษาด้วยรากฟันเทียมอย่างเท่าเทียมกัน ทั้งนี้ โครงการระยะแรกจะสิ้นสุดลงในวันที่ 18 มกราคม 2555 ซึ่งการดำเนินงานภายใต้บันทึกความร่วมมือดังกล่าวมีผลการดำเนินงานที่เด่นชัด อาทิ โครงการรากฟันเทียมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ที่ได้ให้บริการรากฟันเทียมแก่ผู้ด้อยโอกาสไปแล้วจำนวน 10,000 ราย โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณให้คณะทำงานได้เข้าเฝ้าละอองธุลีพระบาทกราบบังคมทูลรายงาน พร้อมทั้งได้พระราชทานคำแนะนำเพื่อนำมาปรับปรุงโครงการไปแล้วนั้น
กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯและกระทรวงสาธารณสุขพิจารณาแล้วเห็นว่าเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษาในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จึงได้ร่วมกันขยายเวลาของบันทึกความร่วมมือด้านการพัฒนาเทคโนโลยีทางทันตกรรมต่อไป เพื่อให้ประชาชนไทยได้รับการรักษาโรคช่องปากและฟันอย่างมีประสิทธิภาพด้วยค่าใช้จ่ายที่ต่ำตามพระราชดำริฯ โดยกำหนดให้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางทันตกรรม ครั้งที่ 2 ในวันจันทร์ที่  12 กันยายน  2554 เวลา 11.00  - 13.00 น. ณ ห้องประชุมกมลทิพย์ โรงแรมสยามซิตี้ ถนน ศรีอยุธยา เขตราชเทวี กรุงเทพ ฯ  ทั้งนี้ ฯพณ นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เรียน    บรรณาธิการ </strong><strong></strong></p>
<p><strong> </strong>ตามที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและกระทรวงสาธารณสุขได้จัดทำบันทึกความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางทันตกรรม (2550-2555) โดยรับสนองพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ทรงห่วงใยพสกนิกรผู้สูงอายุโดยเฉพาะผู้ด้อยโอกาสให้ได้รับการรักษาด้วยทันตกรรมรากฟันเทียมที่มีราคาถูกที่ผลิตได้ในประเทศ อันส่งผลให้ผู้สูงอายุโดยเฉพาะผู้ด้อยโอกาสได้เข้าถึงการรักษาด้วยรากฟันเทียมอย่างเท่าเทียมกัน ทั้งนี้ โครงการระยะแรกจะสิ้นสุดลงในวันที่ 18 มกราคม 2555 ซึ่งการดำเนินงานภายใต้บันทึกความร่วมมือดังกล่าวมีผลการดำเนินงานที่เด่นชัด อาทิ โครงการรากฟันเทียมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ที่ได้ให้บริการรากฟันเทียมแก่ผู้ด้อยโอกาสไปแล้วจำนวน 10,000 ราย โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณให้คณะทำงานได้เข้าเฝ้าละอองธุลีพระบาทกราบบังคมทูลรายงาน พร้อมทั้งได้พระราชทานคำแนะนำเพื่อนำมาปรับปรุงโครงการไปแล้วนั้น</p>
<p>กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯและกระทรวงสาธารณสุขพิจารณาแล้วเห็นว่าเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษาในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จึงได้ร่วมกันขยายเวลาของบันทึกความร่วมมือด้านการพัฒนาเทคโนโลยีทางทันตกรรมต่อไป เพื่อให้ประชาชนไทยได้รับการรักษาโรคช่องปากและฟันอย่างมีประสิทธิภาพด้วยค่าใช้จ่ายที่ต่ำตามพระราชดำริฯ โดยกำหนดให้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางทันตกรรม ครั้งที่ 2 ในวันจันทร์ที่  12 กันยายน  2554 เวลา 11.00  - 13.00 น. ณ ห้องประชุมกมลทิพย์ โรงแรมสยามซิตี้ ถนน ศรีอยุธยา เขตราชเทวี กรุงเทพ ฯ  ทั้งนี้ ฯพณ นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีดังกล่าว</p>
<p> การนี้ จึงใคร่ขอเรียนเชิญสื่อมวลชนทุกท่านเข้าร่วมทำข่าว/รายงานพิเศษ ในวันและเวลาดังกล่าวด้วย จักขอบพระคุณยิ่ง<strong>  </strong>โดยสามารถติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณสรินยา , คุณโกเมศ , คุณกัญรินทร์ และคุณปริเยศเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ  โทรศัพท์ 02-644-8150-89  ต่อ 237,217,212,712  หรือ 081-9886614,  081-668-1064, 084-529-0006  และ 084-910-0850</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nstda.or.th/pr/?feed=rss2&amp;p=754</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
