แผนกลยุทธ์ สวทช.
Last Updated on Friday, 05 June 2009 12:56
1. แผนกลยุทธ์ สวทช.
แผนกลยุทธ์ สวทช. ฉบับที่ 4 (2550-2554) ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (กวทช.) เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2551 โดยให้สามารถปรับแผนได้เป็นระยะๆ (Rolling Plan) ตามกระแสที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ภายใต้วิสัยทัศน์ “สวทช. เป็นพันธมิตรร่วมทางที่ดี สู่สังคมฐานความรู้ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” เพื่อสามารถทำให้การดำเนินงานมีผลกระทบสูง นำพาประเทศไปสู่เป้าหมายที่ต้องการได้ และเป็นไปตามพันธกิจ “สวทช. มุ่งสร้างเสริมการวิจัยและพัฒนา เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืนของประเทศ พร้อมทั้งดำเนินกิจกรรมด้านถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาบุคลากร และการเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อให้ได้ผลงานที่มีประสิทธิผลสูงสุด” และเพื่อให้การบริหารและดำเนินงานของ สวทช. เป็นไปอย่างมีสัมฤทธิ์ผล
แผนกลุยทธ์ฉบับนี้ ได้กำหนด 3 กลยุทธ์หลักที่จะผลักดัน สวทช. ให้ก้าวไปสู่ความสำเร็จตามวิสัยทัศน์ และพันธกิจขององค์กร ดังนี้
- สร้างพันธมิตรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ในการร่วมกันยกระดับการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ
- ดำเนินการวิจัย พัฒนา ออกแบบ และวิศวกรรม เป็นกิจกรรมหลัก ในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืนของประเทศ พร้อมกับถ่ายทอดเทคโนโลยี พัฒนาบุคลากร และเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่จำเป็น ผ่านระบบการจัดการที่สามารถรวบรวมความรู้และสามารถต่อยอดองค์ความรู้เพื่อพัฒนางานวิจัยอย่างมีประสิทธิภาพ
- ปรับปรุงพัฒนากระบวนการบริหารจัดการ ทั้งภายในองค์กรและส่วนที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานภายนอก เพื่อให้สามารถบริหารงานและทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับการดำเนินงานในมิติต่างๆ
สวทช. ใช้ Balanced Scorecard เป็นเครื่องมือบริหารระดับองค์กรในการผลักดันกลยุทธ์หลักที่กำหนดไว้ไปสู่การปฏิบัติ เกิดความสอดคล้องเป็นอันหนึ่งอันเดียว ได้จัดทำแผนที่กลยุทธ์ที่มี 5 มุมมอง (แผนภาพที่ 1) ในแต่ละมุมมอง มีวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์รวมทั้งหมด 9 วัตถุประสงค์ เชื่อมโยงสอดคล้องและสนับสนุนซึ่งกันและกัน ดังนั้นการดำเนินงานตามเป้าหมายของวัตถุประสงค์เหล่านี้จะสนับสนุนให้บรรลุผลตามเป้าหมายของพันธกิจได้ โดย สวทช. ได้กำหนดเป้าหมายเมื่อสิ้นสุดปีที่ 5 ของแผนกลยุทธ์ในแต่ละมุมมองไว้ดังนี้
- การสร้างผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและสังคมที่มองเห็นและรับรู้ได้ (S1) มีเป้าหมายในการสร้างผลงานที่สำเร็จและส่งผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและสังคมที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมองเห็นและรับรู้ได้ และลูกค้าได้ประโยชน์อย่างชัดเจน ต้องสามารถตีค่าเป็นตัวเงินได้ในปี 2554 ไม่น้อยกว่า 2 เท่าของงบประมาณรายจ่ายประจำปีของ สวทช.
- การสั่งสม และบริหารจัดการความรู้และทรัพย์สินทางปัญญาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (S2) มีเป้าหมายยื่นจดสิทธิบัตร 300 เรื่อง ได้รับสิทธิบัตรไม่ต่ำกว่า 75 เรื่อง และมีจำนวนหน่วยงานที่นำผลงานวิจัยของสวทช. ไปใช้ประโยชน์ไม่น้อยกว่า 1,000 บริษัท มีบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารทางวิชาการนานาชาติ 450 บทความต่อปี และมีการใช้บริการข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจากระบบบริการความรู้ของ สวทช. ไม่น้อยกว่า 100,000 ครั้งต่อวัน
- การขยายพันธมิตรทั้งภายในและต่างประเทศ (P1) ในปี 2554 สวทช.มีลูกค้ารายใหญ่หรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สร้างความสัมพันธ์ได้มากกว่า 15 ราย มีกิจกรรมที่ดำเนินการร่วมกับลูกค้ารายใหญ่มากกว่า 8 กิจกรรม จำนวนโครงการร่วมกับลูกค้ารายใหญ่มากกว่า 15 โครงการ และใช้จ่ายงบประมาณกิจกรรมในภูมิภาคนอกเหนือจากกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของงบประมาณรวมของ สวทช.
- การสร้างความเป็นเลิศในการบริหารและดำเนินการวิจัยและพัฒนาแบบมืออาชีพ (I1) ในปี 2554 สวทช. จะมีความสามารถในการบริหารจัดการงานวิจัยที่มีประสิทธิภาพ มีกระบวนการให้ทุนอุดหนุนงานวิจัยที่มีการพิจารณาข้อเสนอโครงการทั้งด้านความสอดคล้องของเป้าหมายโปรแกรม และความคุ้มค่าในทุกมิติอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ยังมีการติดตามและประเมินผลทั้งระหว่างดำเนินการวิจัยและหลังเสร็จสิ้นงาน ในระดับผลผลิต ผลลัพธ์ และผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งระบบงานวิจัยจะได้รับการ Benchmark กับหน่วยงานลักษณะเดียวกัน
- การปฏิรูประบบงานสนับสนุนให้มีประสิทธิภาพและได้มาตรฐาน (I2) ได้กำหนดเป้าหมายให้ระบบงานสนับสนุนได้รับการทบทวนปรับปรุง Benchmark ระหว่างหน่วยงานใน สวทช. และหน่วยงานลักษณะเดียวกัน มีมาตรฐานการปฏิบัติงาน มีข้อตกลงระดับคุณภาพของการบริการ และดำเนินงานให้สอดคล้องกับระบบมาตรฐาน ISO 9001, ISO 14001, ISO/IEC 17025 และ มอก. 18001 มีระบบสารสนเทศให้บริการแบบ online ที่ติดตามการดำเนินงานได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งประยุกต์ระบบ Shared Services ในเรื่องของบุคคล การเงิน บัญชี พัสดุสำนักงาน อาคาร/สถานที่ บริการเทคโนโลยีสารสนเทศ ห้องสมุด และสำนักงานจัดการสิทธิเทคโนโลยี
- การสร้างเสริมกลไกการสื่อสารและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีภายในและภายนอกองค์กร (I3) มีเป้าหมายสื่อสารข่าวสาร ครอบคลุม 4 หัวข้อพันธกิจ ได้แก่ 1) การวิจัย พัฒนา ออกแบบ และวิศวกรรม 2) การพัฒนาบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 3) การถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ภาคการผลิตและชุมชน และ 4) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยกำหนดสัดส่วนของการนำเสนอข่าวสารในแต่ละพันธกิจเพื่อสื่อสารให้กับบุคคลภายนอกเป็น 55:15:15:15 สำหรับกลไกการสื่อสารภายในได้พัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานในการสื่อสารภายในทั้งสื่อสารทางเดียวและสองทาง สามารถศึกษา ค้นหาข้อมูลข่าวสารย้อนหลังได้อย่างสะดวก
- การพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการจัดการความรู้ให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ (L1) มีเป้าหมายการพัฒนาด้านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศด้านโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ ได้แก่ ด้านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เครือข่ายไร้สาย ระบบสำรอง/แผนฉุกเฉิน เครือข่ายเสมือน และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหาร ได้แก่ มีระบบวางแผนทรัพยากรองค์กร ระบบบริหารบุคคล ระบบ Enterprise Content Management และระบบฐานข้อมูลและระบบจัดการความรู้ ที่เชื่อมโยงกัน
- การพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรโดยเฉพาะผู้บริหารระดับกลาง (L2) มีเป้าหมายพัฒนาบุคลากรระดับกลางให้มีความรู้และความสามารถเพิ่มขึ้น รวมทั้งสร้างระบบหรือโครงสร้างการบริหารงานบุคคลที่เหมาะสมรองรับ โดย สวทช. กำหนดนโยบายการบริหารและพัฒนาบุคลากรด้วย 2 หลักการ คือ Performance-Based Management และ Competency-Based Management
- การแสวงหาและบริหารการเงินและสินทรัพย์อย่างมีผลิตภาพ (F1) มีเป้าหมายในปี 2554 คือมีรายได้ร้อยละ 25 ของงบประมาณที่ได้รับอนุมัติจาก กวทช. มีการใช้ครุภัณฑ์วิทยาศาสตร์ขนาดใหญ่ร้อยละ 90 และมีการติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงมีการใช้พื้นที่ในทุกอาคารไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 โดยเฉพาะอาคารที่มีวัตถุประสงค์ให้เกิดกิจกรรมร่วมกับภาคเอกชนและหน่วยงานภายนอกอย่างมีประสิทธิภาพ

ภาพที่ 1 แผนที่กลยุทธ์ของ สวทช.
สวทช. ได้ปรับเปลี่ยนระบบบริหารจัดการโดยเน้นการบูรณาการดำเนินงานแบบโปรแกรม มุ่งเน้นคลัสเตอร์จำนวน 8 คลัสเตอร์ เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของคลัสเตอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมอบหมายให้สำนักบริหารจัดการคลัสเตอร์และโปรแกรมวิจัยเป็นผู้บริหารจัดการ และมีศูนย์แห่งชาติทั้ง 4 สาขาดำเนินโครงการวิจัยภายใต้โปรแกรมและคลัสเตอร์ รวมทั้งรับผิดชอบพัฒนาเทคโนโลยีฐาน (Platform Technology) เพื่อเป็นฐานในการประยุกต์ผลงานวิจัยสู่คลัสเตอร์ทั้ง 8 คลัสเตอร์ ทั้งนี้ พันธกิจด้านวิจัยและพัฒนาของ สวทช. จะได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มงานพันธกิจอื่นอีก 3 กลุ่ม เพื่อให้ สวทช. สามารถผลักดันผลงานวิจัยและพัฒนาไปสู่การใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์หรือสาธารณประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยได้อย่างยั่งยืน สวทช. ได้กำหนดคลัสเตอร์ที่สำคัญ 8 คลัสเตอร์ ดังต่อไปนี้
คลัสเตอร์ 1 : อาหารและการเกษตร
คลัสเตอร์ 2 : การแพทย์และสาธารณสุข
คลัสเตอร์ 3 : ซอฟต์แวร์ ไมโครชิป และอิเล็กทรอนิกส์
คลัสเตอร์ 4 : ยานยนต์และการจราจร
คลัสเตอร์ 5 : พลังงานทดแทน
คลัสเตอร์ 6 : การวิจัยพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาชุมชนชนบทและผู้ด้อยโอกาส
คลัสเตอร์ 7 : สิ่งทอและเคมีภัณฑ์
คลัสเตอร์ 8 : สิ่งแวดล้อม
ในแผนกลยุทธ์ฉบับที่ 4 สวทช. จะดำเนินงานในลักษณะโปรแกรมหลัก (Program Based) โดยได้มีการแบ่งกลุ่มโปรแกรมออกเป็น 4 กลุ่มใหญ่ ได้แก่
กลุ่ม A (Strategic Sub Clusters) หมายถึง งานกลุ่มเทคโนโลยีหรืออุตสาหกรรมเฉพาะด้านที่ สวทช. ตั้งเป้าหมายที่จะดำเนินการให้บรรลุผลอย่างเป็นรูปธรรม ภายในเวลาของแผนกลยุทธ์ (5 ปี) โดยได้ประเมินศักยภาพและความสามารถของ สวทช. แล้วว่า สามารถบรรลุเป้าหมายได้ ด้วยทั้งการดำเนินการเอง สนับสนุน ส่งเสริม หรือแม้แต่นำเข้าก็ตาม ซึ่งในการดำเนินการดังกล่าว จะสามารถระบุห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) อุปสงค์ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตลอดจนสิ่งที่ สวทช. จะสามารถส่งมอบได้อย่างชัดเจนโดยโปรแกรมกลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพและความสามารถในการตอบสนองปัญหาที่เร่งด่วน มีกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders) ที่มีส่วนร่วมในการทำงานที่ชัดเจน และแสดงให้เห็นถึงวิกฤติหากโครงการไม่ได้ดำเนินงานหรือดำเนินงานไม่สำเร็จตามเวลาที่กำหนด
กลุ่ม B (National Clusters) หมายถึง งานที่ สวทช. ดำเนินการเพื่อตอบสนองนโยบายการพัฒนาเครือข่ายวิสาหกิจของประเทศใน 8 กลุ่มอุตสาหกรรม โดยเป็นทั้งการวิจัยเชิงกลยุทธ์มุ่งเป้า (Strategic Research) การวิจัยประยุกต์ (Applied Research) ที่มีจุดมุ่งหมายในการนำผลงานไปประยุกต์ใช้ และการวิจัยพื้นฐานเพื่อปรับปรุงหรือดำรงไว้ซึ่งฐานเทคโนโลยีเดิม หรือสร้างฐานเทคโนโลยีใหม่ที่จำเป็น เพื่อสร้างความมั่นคง หรือสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมนั้นๆ ในอนาคตอันใกล้ (2-3 ปี) สวทช. ได้กำหนดเป้าหมายการพัฒนาโปรแกรมในกลุ่มนี้เพื่อนำเข้าสู่กลุ่ม A แต่ในขณะที่อยู่ระหว่างการพัฒนาจะถูกจัดอยู่ในกลุ่ม B
กลุ่ม C (Essential Programs) หมายถึง งานที่มีความจำเป็นและต้องดำเนินการ ทั้งนี้เพื่อเป็นฐานสำหรับความสำเร็จของงานในอนาคตของ สวทช. รวมไปถึงงานซึ่งไม่จัดอยู่ในคลัสเตอร์ใดคลัสเตอร์หนึ่ง แต่เป็นงานที่จะทำให้เกิดการใช้ประโยชน์สูงสุดในการบริหารจัดการทรัพยากรของ สวทช. ทั้งนี้จึงแบ่งเป็น 2 กลุ่มย่อย คือ กลุ่มโปรแกรมวิจัยเทคโนโลยีฐาน (Platform Technology) มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างฐานเทคโนโลยีใหม่ๆ ในสาขาวิทยาการหลักภายใต้ศูนย์แห่งชาติ และกลุ่มโปรแกรมพันธกิจที่ดำเนินกิจกรรมตามพันธกิจอื่นของ สวทช. เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของกลุ่ม A และ B อาทิ งานถ่ายทอดเทคโนโลยี งานพัฒนาบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และงานพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ
กลุ่ม D (Internal Management) หมายถึง งานบริหารจัดการภายในที่เป็นงานในลักษณะสนับสนุนทั่วๆ ไป เพื่ออำนวยความสะดวกในภาพรวมให้กับการดำเนินงานของกลุ่ม A B และ C โดยไม่รวมถึงกิจกรรมที่สนับสนุนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือโปรแกรมใดโปรแกรมหนึ่งโดยเฉพาะ
Items details
- Hits: 6739 clicks
- Average hits: 192.5 clicks / month
TCE-Plugin by www.teglo.info



