แผนการดำเนินงานปี 2552
Last Updated on Friday, 05 June 2009 14:01
สวทช. จะดำเนินงานตามกลุ่มคลัสเตอร์ 8 กลุ่มหลัก ในแต่ละคลัสเตอร์ประกอบด้วยโปรแกรมวิจัย (Research Program) หลายโปรแกรม และแต่ละโปรแกรมวิจัยประกอบด้วยโครงการวิจัย (Research Project) หลายโครงการ ทั้งนี้สำนักบริหารจัดการคลัสเตอร์ (Cluster and Program Management Office: CPMO) ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้บริหารจัดการ กำกับดูแลให้มีการบูรณาการโครงการวิจัยเป็นโปรแกรมวิจัย เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของคลัสเตอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับศูนย์เทคโนโลยีแห่งชาติทั้ง 4 ศูนย์ นอกจากจะต้องดำเนินการวิจัยตามคลัสเตอร์ โปรแกรม และโครงการแล้ว ยังรับผิดชอบการพัฒนากลุ่มเทคโนโลยีฐาน (Platform Technology) ทั้ง 4 สาขาของแต่ละศูนย์ เพื่อเป็นฐานในการประยุกต์ผลงานวิจัยสู่คลัสเตอร์ทั้ง 8 รวมทั้งขยายโอกาสในการพัฒนางานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในสาขาใหม่ต่อเนื่องไปในอนาคต ทั้งนี้ พันธกิจด้านวิจัยและพัฒนาของ สวทช. จะได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มงานพันธกิจอื่นอีก 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มงานพันธกิจด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อให้ สวทช. สามารถผลักดันผลงานวิจัยและพัฒนาไปสู่การใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์หรือสาธารณประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยได้อย่างยั่งยืน
เป้าหมายของ สวทช. ในการพัฒนาคลัสเตอร์การผลิต เทคโนโลยีฐานและโปรแกรมกลุ่มพันธกิจ มีดังนี้
1) คลัสเตอร์อาหารและการเกษตร มีเป้าหมายพัฒนาพันธุ์ข้าว พันธุ์พืชกลุ่มข้าวโพด แตง พริก มะเขือเทศ พัฒนาพ่อแม่พันธุ์กุ้งกุลาดำ พัฒนาอาหารกุ้งวัยต่างๆ พัฒนาเทคโนโลยีในการตรวจและติดตามการแพร่กระจายของเชื้อที่เป็นสาเหตุให้เกิดโรคกุ้ง พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และลดความเสียหายหลังการเก็บเกี่ยว พัฒนาผลิตภาพการผลิต คุณภาพและมาตรฐานของยางธรรมชาติ และผลิตภัณฑ์ยางธรรมชาติ พัฒนาอาหารสุขภาพที่มีความปลอดภัย พัฒนาการประเมินความเสี่ยงการเกิดโรคของผลิตภัณฑ์อาหารทะเล อาหารหมักดอง และความเสี่ยงเนื่องจากการปนเปื้อนของอัลฟลาทอกซินในถั่วลิสงและพริก
2) คลัสเตอร์การแพทย์และสาธารณสุข มีเป้าหมายพัฒนาเทคโนโลยีทั้งที่เป็นประโยชน์ต่อการป้องกัน ควบคุม และรักษาโรค พัฒนาคุณภาพของเทคโนโลยีการจัดการระบบสารสนเทศด้านการแพทย์และสาธารณสุขของประเทศ เพื่อให้สามารถเรียกดูข้อมูลด้านการรักษาพยาบาลระหว่างโรงพยาบาลได้
3) คลัสเตอร์ซอฟต์แวร์ ไมโครชิป และอิเล็กทรอนิกส์ มีเป้าหมายวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีออกแบบหัวอ่านฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟ และระบบ Advanced Automation Manufacturing ให้บริการวิเคราะห์ทดสอบ กำหนดมาตรฐาน RFID ภายในประเทศ และการออกแบบ UHF RFID พัฒนาเทคโนโลยี Agritronic สำหรับอุตสาหกรรมการเกษตรและสิ่งแวดล้อม พัฒนาเทคโนโลยีระบบสมองกลฝังตัวและเทคโนโลยีเซ็นเซอร์ พัฒนาสาระดิจิทัลภาษาไทย และพัฒนามาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยระดับชาติเรื่องการสื่อสารไร้สายความเร็วสูง
4) คลัสเตอร์ยานยนต์และการจราจร มีเป้าหมายพัฒนาชิ้นส่วนพื้นฐานของรถยนต์อเนกประสงค์ที่ได้มาตรฐานจำนวนหนึ่งร่วมกับผู้ผลิตไทย โดยผู้ผลิตชิ้นส่วนจะสามารถนำแบบที่นักวิจัยพัฒนาไปผลิตชิ้นส่วนที่ได้มาตรฐานมาจำหน่ายในท้องตลาด มีการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาวัสดุที่มีประสิทธิภาพสูง มีคุณสมบัติเหมาะสมกับรถยนต์ ECO car ให้ได้ตามมาตรฐานสากล และเป็นวัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ และยังมีเป้าหมายพัฒนาระบบการจราจรอัจฉริยะเพื่อบริการข้อมูลให้แก่ผู้เดินทาง ส่งเสริมให้เกิดความปลอดภัยในการเดินทาง และประหยัดเวลาในการขนส่งด้วย
5) คลัสเตอร์พลังงานทดแทน มีเป้าหมายวิจัยและพัฒนาใน 3 ส่วน ดังนี้ 1) พลังงานไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์ ให้มีการผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดอะมอฟัสซิลิกอนในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่คุณค่า และเซลล์เชื้อเพลิงให้สามารถผลิตต้นแบบเซลล์เชื้อเพลิงขนาด 3-5 kW 2) พลังงานชีวมวลมุ่งเน้นการปรับปรุงวัตถุดิบด้านพืชพลังงาน ที่ให้ผลผลิตต่อพื้นที่สูงเพื่อเป็นวัตถุดิบสำหรับการผลิตไบโอดีเซลและเอทานอล ได้แก่ ปาล์มน้ำมัน อ้อย มันสำปะหลัง 3) การพัฒนาเทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน
6) คลัสเตอร์สิ่งทอและเคมีภัณฑ์ มีเป้าหมายพัฒนาเทคโนโลยีเส้นใยสังเคราะห์ผสม เทคโนโลยีการเคลือบในระดับนาโน และเทคโนโลยีการหุ้มแคปซูลนาโน ในการผลิตสิ่งทอที่มีสมบัติเฉพาะทาง โดยเน้นการพัฒนาสิ่งทอต้นน้ำ เช่น พัฒนาสิ่งทออัจฉริยะให้มีคุณสมบัติแห้งเร็ว พัฒนาเส้นใยที่ดูดซับน้ำได้ดี เบา เหนียวทนต่อแรงดึงสูง รวมทั้งสามารถยืดอายุคุณสมบัติพิเศษ เพื่อยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมสิ่งทอให้สูงขึ้น
7) คลัสเตอร์การวิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาชุมชนชนบทและผู้ด้อยโอกาส มีเป้าหมายการพัฒนาให้เกิดชุมชนวิทยาศาสตร์ที่สามารถเป็นต้นแบบและแบ่งปันให้ผู้อื่นสามารถต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อประโยชน์ของชุมชนและขยายผลไปชุมชนอื่น และมีนโยบายถอนตัวออกเมื่อชุมชนเหล่านั้นมีความเข้มแข็งและสามารถพึ่งตนเองได้แล้ว นอกจากนี้จะพัฒนาผลิตภัณฑ์/บริการด้านเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับกลุ่มผู้พิการ/สูงอายุ พร้อมทั้งการส่งมอบให้ถึงมือผู้ใช้ โดยอาศัยเครือข่ายพันธมิตร
8) คลัสเตอร์สิ่งแวดล้อม มีเป้าหมายการดำเนินงานหลัก 2 ส่วนที่เน้นการร่วมงานกับผู้ใช้คือ 1) การจัดการทรัพยากรธรรมชาติเพื่อเน้นการฟื้นฟูและใช้ประโยชน์ของทรัพยากรชีวภาพ เช่น พืช สมุนไพร และจุลินทรีย์ ที่มีเป้าหมายที่สำคัญ คือการใช้เทคโนโลยี phytoremediation ในการฟื้นฟูพื้นที่ดินเค็มในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2) การผลิตและใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีเครื่องมือและกลไกวัดความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อให้วัสดุและบรรจุภัณฑ์ได้ตามข้อกำหนดของประเทศคู่ค้า
เทคโนโลยีฐาน มีเป้าหมายสร้างเทคโนโลยีฐานทั้ง 4 ศูนย์ที่ต้องสามารถเป็นฐานในการสร้างผลงานในรูปผลิตภัณฑ์หรือกระบวนการที่สามารถตอบสนองความต้องการอุตสาหกรรมได้ในคลัสเตอร์ต่างๆ ทั้งในปัจจุบันและอนาคต คือ
- 1) ด้านพันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพ มีเป้าหมายวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีจีโนมิกส์ และเทคโนโลยีการใช้เซลล์เป็นแหล่งผลิต
- 2) เทคโนโลยีโลหะและวัสดุ มีเป้าหมายวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีพื้นฐานการออกแบบและการจำลองแบบสำหรับวัสดุและการผลิต และเทคโนโลยีพื้นฐานการออกแบบและผลิตวัสดุ
- 3) เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ มีเป้าหมายวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเซนเซอร์ และเทคโนโลยีวิศวกรรมความรู้
- 4) นาโนเทคโนโลยี มีเป้าหมายวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการเคลือบระดับนาโน เทคโนโลยีห่อหุ้มระดับนาโน และเทคโนโลยีการสังเคราะห์โครงสร้างนาโนเชิงฟังก์ชัน
พันธกิจ เป็นการดำเนินงานสนับสนุนให้ สวทช. สามารถบรรลุเป้าหมายทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่
- 1) การถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อนำผลงานวิจัยและพัฒนาสู่ผู้ใช้ที่สามารถรวบรวมองค์ความรู้และเทคโนโลยีจากผลงานวิจัยและพัฒนาของ สวทช. มาดำเนินการถ่ายทอดออกสู่ตลาด และสามารถนำโจทย์วิจัยจากอุตสาหกรรม เกษตรกรรม และชุมชน มาพัฒนาเป็นโครงการเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้
- 2) งานพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโดยเตรียมกำลังคนรองรับงานในอนาคต เน้นการพัฒนาบุคลากรในระดับปริญญาโท ปริญญาเอก และหลังปริญญาเอก เพื่อพัฒนาบุคลากรวิจัยที่สามารถสร้างนวัตกรรมและแก้ปัญหาให้กับภาคเอกชน
- 3) งานพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทั้งด้านกายภาพ การสร้างเครือข่าย มีอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทยซึ่งเป็นนิคมวิจัยขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศที่ตอบสนองงานวิจัยของภาคอุตสาหกรรมได้เต็มรูปแบบ รวมทั้งพัฒนาความร่วมมือกับสถาบันเครือข่ายทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค ให้กระจายความสามารถทางเทคโนโลยี ไปบริเวณตอนเหนือของกรุงเทพมหานครและทั่วประเทศ
Items details
- Hits: 3295 clicks
- Average hits: 94.1 clicks / month
TCE-Plugin by www.teglo.info
| < Prev | Next > |
|---|



